<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>66821</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>’อีอีซี’หนุนอสังหาฯเมืองพัทยาโต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;quot;คาดว่าพัทยามีการเติบโตอีกมากใน 5 ปีข้างหน้า ส่วนหนึ่งเกิดจากโครงการพัฒนาพื้นที่พิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี ที่ภาครัฐให้การสนับสนุนและลงทุนในโครงการพื้นฐาน อาทิ โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่เชื่อมต่อ 3 สนามบิน คือ สนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินอู่ตะเภา โครงการขยายสนามบินอู่ตะเภา หรือมอเตอร์เวย์ส่วนต่อขยายไประยอง อู่ตะเภา มาบตาพุด ส่งผลให้มีการลงทุนหลั่งไหลเข้ามาในพัทยา ทั้งจากหน่วยงานภาครัฐ ต่างประเทศ และภาคเอกชนมากขึ้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;rsquo;อีอีซี&amp;rsquo;หนุนอสังหาฯเมืองพัทยาโต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อความเป็นเมืองขยายไปสู่รอบนอกย่อมทำให้พื้นที่นั้นๆ ได้เกิดการพัฒนา โดยเฉพาะโครงการที่อยู่อาศัยและอสังหาริมทรัพย์เพื่อรองรับด้านการท่องเที่ยว ก็จะขยายตัวไปตามความเจริญในเมืองต่างๆ แน่นอนว่าโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ย่อมทำให้หลายธุรกิจได้รับอานิสงส์ หากมีนักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างชาติหันมาประกอบกิจการในโครงการดังกล่าว แน่นอนว่าดีมานด์ของที่พักอาศัยจะปรับตัวเพิ่มขึ้น และเอื้อต่ออสังหาริมทรัพย์มากกว่าเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;พัทยาทำเลศักยภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายชนินทร์ วานิชวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮาบิแทท กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้มีการลงทุนในเมืองพัทยามาอย่างต่อเนื่อง และยังคงมองว่าพื้นที่แห่งนี้มีศักยภาพในการลงทุน เนื่องจากเป็นศูนย์กลางภาคตะวันออก โดยพัทยาเองยังได้ชื่อว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงธุรกิจอันดับต้นๆ ของประเทศไทย มีกำลังซื้อทั้งจากนักท่องเที่ยวคนไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวในเมืองพัทยา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;คาดว่าพัทยามีการเติบโตอีกมากใน 5 ปีข้างหน้า ส่วนหนึ่งเกิดจากโครงการพัฒนาพื้นที่พิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี ที่ภาครัฐให้การสนับสนุนและลงทุนในโครงการพื้นฐาน อาทิ โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่เชื่อมต่อ 3 สนามบิน&amp;nbsp; คือ สนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินอู่ตะเภา โครงการขยายสนามบินอู่ตะเภา หรือมอเตอร์เวย์ ส่วนต่อขยายไประยอง อู่ตะเภา มาบตาพุด ส่งผลให้มีการลงทุนหลั่งไหลเข้ามาในพัทยา ทั้งจากหน่วยงานภาครัฐ ต่างประเทศ และภาคเอกชนมากขึ้น&amp;rdquo; นายชนินทร์กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกัน นอกเหนือจากคอนโดมิเนียมและบ้านจัดสรรที่มีการเข้าไปลงทุนแล้ว ยังมีไลฟ์สไตล์มอลล์ของผู้ประกอบการหลายรายที่เลือกเมืองพัทยา ส่วนตัวมองว่าบริษัทขนาดใหญ่คงจะลงทุนในทำเลแห่งนี้กันอย่างแน่นอน&amp;nbsp; จากความสนใจของผู้ประกอบการที่อยากเข้ามาเมืองพัทยาในทุกปี สะท้อนให้เห็นว่าเป็นเมืองที่สามารถมีการเติบโตไปอีกได้ไกล โดยในอนาคตหากมีการคมนาคมอย่างรถไฟความเร็วสูงเกิดขึ้นในภาคตะวันออก ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้การเดินทางสะดวกและเร็วมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;วอนรัฐส่งเสริมลงทุนอสังหาฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลได้มีนโยบายส่งเสริมการลงทุนโดยเฉพาะผู้ประกอบการโรงงานหรือภาคอุตสาหกรรม&amp;nbsp; แต่ในมุมของผู้ลงทุนโครงการด้านที่พักอาศัยก็อยากให้รัฐบาลมีมาตรการช่วยส่งเสริมการลงทุนในธุรกิจนี้ด้วย&amp;nbsp; เพราะการเติบโตของอุตสาหกรรมก็ทำให้ที่พักอาศัยเกิดขึ้น&amp;nbsp; เนื่องจากจะมีการเคลื่อนย้ายคนงานเกิดขึ้น รวมถึงระยะเวลาของลีสโฮลด์ในต่างชาติก็อยากให้มีการขยายเพิ่มมากขึ้น เพื่อจะทำให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนได้กว่าเดิม ขณะเดียวกันการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมในประเทศไทยสำหรับชาวต่างชาติกฎหมายกำหนดโควตาต่อโครงการไม่เกิน 49% นั้น อยากให้เพิ่มเป็น 70% ได้หรือไม่ เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางของการดึงเม็ดเงินจากต่างชาติ เป็นผลดีต่อผู้ประกอบการชาวไทยให้สามารถมีเงินทุนหมุนเวียน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พร้อมกันนี้ บริษัททยังมองว่าอีอีซีไม่ใช่แค่เพียงจังวัดชลบุรี ไม่ใช่แค่พัทยา แต่ในขณะเดียวกันทำเลอย่าง บ่อวิน หรือปลวกแดง ก็มีความสนใจ แต่อาจมองโปรดักต์ที่ต่างออกไป จากที่บริษัทดำเนินงานอยู่ในปัจจุบันจะรองรับนักท่องเที่ยว หากเป็นโซนที่เป็นนิคมฯ น่าจะยังมีดีมานด์ของคนที่ซื้อและเช่า อาจจะไม่ได้ซื้อเพื่อมาทำงาน หรืออาจจะเป็นราคาระดับ 1-3 ล้านบาท บริษัทมองว่าระยองก็เป็นตลาดที่น่าสนใจมาก คาดการณ์ว่าจะศึกษามากขึ้นในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะแนวราบจากตอนนี้เน้นโครงการแนวสูง จึงอยากขยายไปแนวราบ เพราะความเสี่ยงน้อยกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายชนินทร์ กล่าวว่า สำหรับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ ยังมุ่งเน้นการพัฒนาโครงการเพื่อการลงทุนในรูปแบบไลฟ์สไตล์ อินเวสเมนต์ (Lifestyle Investment) โดยโฟกัสโครงการเดิมควบคู่ไปกับการขยายโครงการใหม่ เพื่อเป้าหมายในการสร้างมูลค่าให้กับการใช้ชีวิตและการลงทุน พร้อมมอบผลลัพธ์การลงทุนที่คุ้มค่าในเวลาเดียวกัน ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด บริษัทเชื่อว่าสินค้าในรูปแบบไลฟ์สไตล์ อินเวสเมนต์ จะเป็นสิ่งที่ลูกค้ามองหาเป็นอันดับแรก เพราะไม่ได้มอบประโยชน์ให้กับลูกค้าแค่สินค้าและบริการเท่านั้น แต่ยังมอบคุณค่าการใช้ชีวิตอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;อสังหาอีอีซีปี63หดตัว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายวิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า ตลาดที่อยู่อาศัยใน 3 จังหวัด ในอีอีซี มีซัพพลายเพิ่มขึ้นจากปี 2561 ทั้งการขออนุญาตจัดสรรที่ดิน และการออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร แต่ในด้านความต้องการซื้อ การโอนกรรมสิทธิ์มีจำนวนลดลงเล็กน้อย แต่มูลค่าเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2561 แสดงให้เห็นว่าที่อยู่อาศัยที่โอนในปี 2562 มีราคาเฉลี่ยต่อยูนิตสูงกว่าปี 2561 โดยเฉพาะพื้นที่ในอำเภอสัตหีบ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่รัฐบาลประกาศให้เป็นเมืองการบินภาคตะวันออก มีผู้ประกอบการให้ความสนใจลงทุนพัฒนาโครงการอาคารชุดเพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ในปี 2562 มีการออกใบอนุญาตจัดสรรที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยในอีอีซีจำนวน 175 โครงการ 21,814 ยูนิต เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ทั้งจำนวนโครงการและจำนวนยูนิตที่ 2.9% และ 22.6% ตามลำดับ โดยส่วนใหญ่เป็นทาวน์เฮาส์มากที่สุด รองลงมาเป็นบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด โดยจังหวัดที่มีการออกใบอนุญาตจัดสรรมากที่สุด คือ ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา&amp;quot; นายวิชัยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายวิชัยกล่าวว่า ในปี 2563 มีปัจจัยลบที่กดตลาดที่อยู่อาศัยในอีอีซี ทั้งสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และภาวะภัยแล้งรุนแรง มีผลทำให้เศรษฐกิจของประเทศหดตัว ส่งผลให้มีการเลิกจ้างแรงงานจำนวนมาก และรายได้ของเกษตรกรลดลง กระทบกับกำลังซื้อที่อยู่อาศัยในวงกว้าง แม้ว่าในปี 2563 นี้จะมีปัจจัยบวกในด้านอัตราดอกเบี้ยขาลง ราคาน้ำมันลดลง มาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาล และมีการผ่อนปรนเกณฑ์แอลทีวี ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยคาดการขออนุญาตจัดสรรที่ดินจะหดตัว 17.8% และการออกใบอนุญาตก่อสร้างคาดว่าจะหดตัว 15.3% เมื่อเทียบกับปี 2562 โดยอาคารชุดจะหดตัวมากกว่าที่อยู่อาศัยแนวราบ ส่วนการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยคาดว่าจำนวนยูนิตจะหดตัว 11.9% และมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์จะหดตัว 21.5%&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนแนวโน้มการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยใน 3 จังหวัดอีอีซี ในปี 2563 คาดว่าจะมีจำนวนประมาณ 44,657 ยูนิต ลดลง 11.9% จากปี 2562 โดยมีช่วงคาดการณ์อยู่ที่ประมาณ 40,191-49,123 ยูนิต และมีมูลค่า 78,443 ล้านบาท ลดลง 21.5% จากปี 2562 โดยมีช่วงคาดการณ์อยู่ที่ประมาณ 70,599-86,288 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2562&amp;quot; นายวิชัยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายวิชัย กล่าวว่า ตลาดที่อยู่อาศัยไตรมาส 1 ปี 2563 เป็นช่วงเวลาที่สะท้อนผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ต่อการลงทุนในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และการซื้อขายที่อยู่อาศัยอย่างเป็นรูปธรรม โดยภาพรวมชะลอตัวลงทั้งในด้านอุปสงค์และอุปทาน ซึ่งเป็นการปรับสมดุลของตลาดลดความเสี่ยงปัญหาอุปทานส่วนเกิน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับสถานการณ์ด้านความต้องการที่อยู่อาศัยไตรมาส 1 ปี 2563 ประเมินจากข้อมูลการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัย พบว่าภาพรวมทั่วประเทศในช่วงไตรมาส 1 ปี 2563 มีหน่วยการโอนกรรมสิทธิ์จำนวน 89,024 หน่วย ลดลงจากไตรมาส 4 ปี 2562 ลดลง 16.7% แต่เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปี 2562 จะเพิ่มขึ้น 2.5% โดยมีมูลค่ารวม 210,294 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาส 4 ปี 2562 ประมาณ 20.6%&amp;nbsp; แต่เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปี 2562 จะเพิ่ม 6.4% โดยการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยประเภทห้องชุดมีสัดส่วนใกล้เคียงกับบ้านเดียว แต่มูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์บ้านเดี่ยวมีสัดส่วนสูงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาภาพรวมการโอนกรรมสิทธิ์เฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล ไตรมาส 1 ปี 2563 พบว่า มีจำนวนรวม 45,678 หน่วย ลดลงจากไตรมาส 4 ปี 2562 ประมาณ 18.3% และลดลง 4.4% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปี 2562 โดยมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์มีจำนวน 129,406 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาส 4 ปี 2562 ประมาณ 24.4% และลดลง 2.7% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปี 2562 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในส่วนของภูมิภาคไตรมาส 1 ปี 2563 มีจำนวนรวม 43,346 หน่วย ลดลงจากไตรมาส 4 ปี 2562 ที่ 14.9% แต่เพิ่มขึ้น 10.9% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปี 2562 โดยมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์มีจำนวน 80,888 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาส 4 ปี 2562 ประมาณ 13.5% แต่เพิ่มขึ้น 25.0%&amp;nbsp; เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปี 2562&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากการประเมินสถานการณ์ โดยภาพรวมจากสถิติข้อมูลทั้งในด้านอุปสงค์และอุปทาน ศูนย์ข้อมูลฯ คาดการณ์ว่าในปี 2563 แม้เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศจะชะลอตัว แต่ในส่วนของตลาดที่อยู่อาศัยจะไม่เกิดปัญหารุนแรงเช่นที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2541 เนื่องจากมีการปรับตัวทั้งในด้านอุปสงค์และอุปทาน ทั้งส่วนกลางและภูมิภาค นอกจากนี้กระแส New Normal ซึ่งจะเกิดขึ้นกับตลาดที่อยู่อาศัย หลายภาคส่วนมีความเห็นว่าผู้บริโภคจะให้ความสนใจต่อการอยู่อาศัยในโครงการบ้านจัดสรรมากกว่าอาคารชุด แต่ด้วยข้อจำกัดด้านงบประมาณและความพร้อมทางด้านการเงิน ในที่สุดผู้บริโภคก็ยังคงต้องเลือกซื้อที่อยู่อาศัยในระดับราคาที่สอดคล้องกับความสามารถในการผ่อนชำระ และคาดว่าในช่วงไตรมาสสุดท้ายผู้ที่มีความมั่นคงทางรายได้ เช่น กลุ่มข้าราชการ และผู้ที่มีเงินเดือนประจำ จะกลับมาซื้อที่อยู่อาศัยอีกครั้ง. &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66821</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชนินทร์ วานิชวงศ์, บริษัท ฮาบิแทท กรุ๊ป จำกัด, อีอีซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200524/image_big_5eca6f18f34cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64987</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2020 23:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2020 23:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ชนินทร์ วานิชวงศ์” จากแพชชั่นต่อยอดสู่การปั้นอสังหาฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากความหลงใหลในอสังหาริมทรัพย์ระดับไฮเอนด์ ทำให้เมื่อหลายปีก่อน &amp;ldquo;ชนินทร์ วานิชวงศ์&amp;rdquo; ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮาบิแทท กรุ๊ป จำกัด ได้เริ่มลุยซื้ออสังหาริมทรัพย์ ทั้งในโครงการคอนโดมิเนียมและและทาวน์เฮาส์ระดับกลางถึงไฮเอนด์ โดยเป็นการซื้อเพื่อการปล่อยเช่าและลงทุนซื้อโครงการใหม่ต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมอาจจะเป็นนักพัฒนาโครงการที่ไม่เหมือนคนอื่น เพราะคลุกคลีจากการที่มีคอนโดฯ ปล่อยเช่า แล้วก็ไปซื้อที่ใหม่ ย้ายคอนโดฯ ต่อเนื่อง 7-8 แห่ง ได้กำไรตลอด และจากการที่ผมต้องซื้อมาขายไป ก็ทำให้ตัวเองต้องไปดูคอนโดฯ เยอะมาก ใช้เวลาเยอะมากในการดูคอนโดฯ ทำให้เกิดความชำนาญ จากผู้ซื้อหรือนักลงทุน ก็ได้กลายมาเป็นแพชชั่น ที่ชื่นชอบของมีสไตล์ ดูมีราคา เหมือนอย่างบางคนอาจจะชอบสะสมรถยนต์ บางคนชอบอะไรเป็นพิเศษก็สะสมสิ่งนั้น เราชอบซื้ออสังหาฯ ที่กลายเป็นของสะสม เราอาจจะไม่ชอบหุ้นและกองทุน เพราะการซื้ออสังหาฯ แม้ว่าจะขายไม่ได้ เราก็ไปนอนต่อได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ย้อนกลับไปสำหรับประสบการณ์ทำงานของชนินทร์ เคยดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการนิติบุคคลของเดอะ เม็ท คอนโดมิเนียม ซึ่งพัฒนาโดยบริษัท โฮเต็ล พร็อพเพอร์ตี้ ลิมิเต็ด (Hotel Properties Limited) ของสิงคโปร์ ซึ่งเป็นโครงการที่สามารถคว้ารางวัลระดับโลกมาได้ถึง 6 รางวัล และยังเป็นคณะกรรมการบริหารที่ดูแลโครงการกว่า 366 ยูนิต ซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 1 หมื่นล้านบาทอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากประสบการณ์ที่ผ่านมา และความสำเร็จของการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงความเข้าใจในความต้องการของลูกค้าอย่างลึกซึ้ง ในปี 2555 จึงตัดสินใจผันตัวเองจากการเป็นนักลงทุนมาเป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างเต็มตัว ด้วยการก่อตั้งบริษัท ฮาบิแทท กรุ๊ป จำกัด โดยโครงการแรกเกิดขึ้นจากความปรารถนาในการทำสิ่งที่ไม่เหมือนใคร และการลงทุนที่สามารถมอบผลตอบแทนให้กับผู้ซื้อ ด้วยงบลงทุนจำนวน 300 ล้านบาทในโครงการเดอะวิลล์ จอมเทียน พูลวิลล่า ซึ่งสามารถปิดการขายได้ภายในระยะเวลา 2 ปี ทำให้ผู้ซื้อเพื่อลงทุนสามารถปล่อยเช่าและสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าจากการลงทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมได้สั่งสมประสบการณ์ต่างๆ ในอสังหาริมทรัพย์และแทบจะไม่ลงทุนอย่างอื่นเลย ซึ่งหากมีแฟนพันธุ์แท้คอนโดฯ ผมคิดว่าหากมีเป็นหนึ่งในนั้น เพราะที่ผ่านมาดูมาเยอะมากจริงๆ จนเรียกว่าเป็นแฟนพันธุ์แท้เลยก็ว่าได้ จากการเรียนรู้หลายอย่างที่ผ่านมา อยากทำของที่ตอบโจทย์ และก็เชื่อว่าจากการที่เป็นลูกค้ามาก่อน เลยรู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร ซึ่งจริงๆ แล้วโครงการแรกจากเดิมที่ไม่ได้สร้างคอนโดมิเนียม มีปัญหาคือการทำงานกับผู้รับเหมาค่อนข้างล่าช้าและไม่มีคุณภาพ ลองผิดลองถูกเปลี่ยนมาหลายเจ้า การทำอสังหาฯ จริงๆ ต้องบอกว่ามีทั้งขาก่อสร้าง งานขาย เราเรียนรู้จากการเป็นอินเวสเตอร์ ยอมรับว่าการขายพอไปได้ แต่พอทำโครงการต้องมีเรื่องการเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะไม่ได้ใช้เงินแค่หลักสิบล้าน ทำให้ตัวผมเองต้องเรียนรู้เรื่องการเงินเช่นเดียวกัน ว่าต้องวางแผนด้านการเงินอย่างไร พอผ่านสามขา ทั้งก่อสร้าง งานขาย และการเงินมาแล้ว โครงการที่สองก็มีความไหลลื่น&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากโครงการแรกมาจนถึงปัจจุบัน ฮาบิแทท กรุ๊ป ได้ต่อยอดความสำเร็จด้วยการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมเพื่อการลงทุนในทำเลแถบพัทยาจำนวนหลายโครงการ อาทิ โครงการครอส ทู ไวบ์ พัทยา ซีเฟียร์, ครอสทู พัทยา โอเชียนเฟียร์, เบสท์ เวสเทิร์น พรีเมียร์ เบย์เฟียร์, โครงการบลูเฟียร์ พัทยา แมเนจ บาย เบสท์ เวสเทิร์น พรีเมียร์ คอลเลกชั่น และโครงการวินด์แฮม แอทลาส วงศ์อมาตย์ พัทยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฮาบิแทท กรุ๊ป สามารถพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ให้มีความโดดเด่นและแตกต่างด้วยมูลค่าการลงทุนที่สร้างผลตอบแทนและประสบความสำเร็จจากการตอบรับอย่างดีจากลูกค้านั้น มาจากแนวคิดที่เปรียบเสมือนเสาหลักสองต้นก็คือ 1.การกล้าที่จะแตกต่าง, การตระหนักถึงโอกาสของตลาดที่มีศักยภาพ, การสร้างอุปทานขึ้นใหม่ก่อนที่จะสร้างอุปสงค์, การจัดลำดับความสำคัญของแนวคิดในการพัฒนา และการมุ่งเน้นคุณค่าที่ส่งมอบให้กับลูกค้ามากกว่าการแข่งขันด้านราคา 2.การพัฒนาทีมงานผู้บริหารให้มีความเป็นมืออาชีพ, การมุ่งเน้นความเป็นเลิศของทุกบริษัทในเครือ และการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่โดดเด่นและสร้างนวัตกรรมควบคู่กันไปอีกด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การทำงานของผมก็ต้องบอกว่าต้องหาแพชชั่นให้เจอก่อน เพราะหลายคนจะมองว่าทำตรงไหนได้เงินมากสุด จริงๆ ต้องกลับมามองว่าตัวตนของเราคืออะไร หากเลือกทำอะไรที่ไม่ถนัด ทำไม่ได้นานจะเหนื่อย เพราะสุดท้ายพลังที่เราชอบจะเป็นพลังที่เราไม่เหนื่อย แต่หากมีแพชชั่นก็จะชอบและสนุก เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี รวมถึงยังต้องให้ความสำคัญกับบุคลากร เพราะการประสบความสำเร็จต้องมีทีมที่มองเป้าหมายเดียวกัน จะทำให้ทุกอย่างประสบความสำเร็จไปด้วย หาตัวตน สู้ไม่ถอย เติบโตทีมงานที่แข็งแรงด้วย นั่นคือคติและสิ่งที่ยึดในการทำงานของผม&amp;rdquo; ชนินทร์กล่าวปิดท้าย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64987</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชนินทร์ วานิชวงศ์, อาทิตย์เอกเขนก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200503/image_big_5eaef2f76708f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
