<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>62552</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2020 18:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2020 17:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กต่อ&#039; นำทีม ปคบ.รวบตัว ปธ.ยุทธศาสตร์พรรคภราดรภาพ คดีกักตุนหน้ากากอนามัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 เม.ย.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี นายพันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคภราดรภาพ​ ถูกอ้างว่ามีส่วนร่วมกับขบวนการกักตุนหน้ากากอนามัย​ เพื่อส่งไปขายต่างประเทศ และได้ไปพบกับเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องในกรณีนี้​นั้น ล่าสุด เพจเพซบุ๊ก &amp;quot;ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม&amp;quot; ระบุว่า &amp;quot;ด่วน กองบังคับการปราบปรามคุ้มครองผู้บริโภค(ปคบ)นำทีมโดยรองต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผบชก.ตำรวจสอบสวนกลาง นำหมายศาล จับนายพันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ ไว้เรียบร้อยที่เป็นหัวหน้าขบวนการกักตุนและค้าหน้ากาก ออนไลน์รายใหญ่ของประเทศ ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจค้นอยู่ จึงรายงานให้ทราบ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62552</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, กักตุนหน้ากากอนามัย, ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม, บิ๊กต่อ, พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200408/image_big_5e8dad6b9e1e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47131</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2019 13:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2019 13:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อัจฉริยะ&#039; พร้อมขึ้นศาลในฐานะพยานคดีลัลลาเบล แย้มมีผู้ต้องหาเพิ่มอีก 4 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต.ค.62 - ที่ สน.บุคคโล นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.นำเกียรติ ธีระโรจนพงษ์ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 8 (รอง ผบก.น.8) หัวหน้าพนักงานสอบสวนชุดคลี่คลายคดีการตายของ น.ส.ธิติมา นรพันธ์พิพัฒน์ อายุ 25 ปี หรือลันลาเบล พร้อมนำหลักฐานมามอบให้ในฐานะพยาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอัจฉริยะ กล่าวว่า วันนี้เดินทางนำหลักฐานมามอบให้พนักงานสอบสวน สน.บุคคโล&amp;nbsp;ในคดีการเสียชีวิตของลัลลาเบล และตัดสินใจเข้ามาให้การเป็นพยานบอกเล่าพร้อมเตรียมขึ้นศาล เนื่องจากตนมั่นใจในหลักฐานที่มีอยู่ เพื่อไม่ให้เกิดข้อครหาว่า เอาแต่หอบหลักฐานมาให้ตำรวจแต่ไม่ยอมขึ้นศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จากหลักฐานที่ตนมีตอนนี้ทั้งคลิปและเเชตลับในกลุ่มไลน์ต่างๆ เชื่อว่าน้ำอุ่นเป็นแค่ตัวละครตัวหนึ่ง แต่ยังมีผู้อยู่เบื้องหลังหลงเหลืออยู่และน่าจะมีผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีกอย่างน้อย 4 คน ในคดีการตายลันลาเบลที่จะถูกนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม น้ำอุ่น ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า เมาตั้งแต่วันแรกที่เป็นข่าว ตนยังตั้งข้อสงสัยว่าเมาได้อย่างไรเพราะผลตรวจร่างกายไม่พบแอลกอฮอล์ และในเมื่อน้ำอุ่นขับรถพาลันลาเบลจากบางบัวทองมาถึงคอนโดที่ตลาดพลูได้ หนำซ้ำขณะขับรถยังถ่ายภาพและแชทคุยกับผู้อื่นได้ตลอดเวลา ตนอยากถามว่าคนเมาจริงจะทำได้อย่างไร ส่วนการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมหรือมีใครถูกดำเนินคดีอีกบ้างหรือไม่ ขอให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ&amp;quot; นายอัจฉริยะ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47131</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม, นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์, น้ำอุ่น, ลัลลาเบล, สภ.บุคคโล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191002/image_big_5d9441a34bd46.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23643</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/12/2018 17:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/12/2018 17:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทนายอัจฉริยะอ่วม! รปภ.แจ้ง 5 ข้อหาหนัก ยันดำเนินคดีถึงที่สุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ธ.ค.61 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีที่มีการเผยแพร่คลิปนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์&amp;nbsp;ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ด่าทอ ข่มขู่ อย่างรุนแรงกับทีมรักษาความปลอดภัย (รปภ.) ซึ่งปฎิบัติหน้าที่ที่ในโรงงานแห่งหนึ่ง ล่าสุด ผู้เสียหายได้เดินทางเข้าแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจ&amp;nbsp;สภ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา โดยนายภัทร ขอสงวนนามสกุล รปภ.บริษัทรักษาความปลอดภัยขื่อดัง แจ้งข้อหานายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ พร้อมพวก ใน 5 ข้อหาหนัก ได้แก่&amp;nbsp;1.ข่มขืนใจผู้อื่นให้เกิดความกลัว โดยมีอาวุธ และเป็นอั้งยี่หรือซ่องโจร ซึ่งมีโทษจำคุก 1 ถึง 7 ปี &amp;nbsp;2.ข้อหาร่วมกันบุกรุก ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป และใช้กำลังประทุษร้ายโดยมีอาวุธ ซึ่งมีโทษจำคุก 5 ปี 3.คดีร่วมกันครอบครอง และพกพาอาวุธโดยไม่ได้รับอนุญาติ 4.คดีทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัว และ&amp;nbsp;5.คดีหมิ่นประมาท และดูหมิ่นซึ่งหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ทีมรปภ.ยืนยันว่าถูกคุกคาม และข่มขู่ พร้อมดำเนินคดีจนถึงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23643</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่มขู่รปภ.โรงงาน, จ.ฉะเชิงเทรา, ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม, ทนายอัจฉริยะ, นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์, สภ.แปลงยาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181206/image_mid_5c08f40710f89.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22517</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/11/2018 18:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/11/2018 14:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชมรมช่วยเหยื่อฯของทนายอัจฉริยะ จ่อร้องแพทยสภาให้สอบหมอข่มขืนคนไข้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22พ.ย.61- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมได้ออกแถลงการณ์ ระบุว่า ในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 เวลา 10.00 น. จะเดินทางมายื่นหนังสือถึงนายกแพทยสภา กรณีที่ชมรมฯ ได้รับการร้องเรียนจากผู้เสียหายว่าถูกหมอสูตินรีเวชลวนลามขณะเข้ารับบริการตรวจภายใน เพื่อให้แพทยสภา พิจารณาความผิดตาม พ.ร.บ. วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 และตามข้อบังคับว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2549 เนื่องจาก นายแพทย์คนดังกล่าวเป็น ผู้ประกอบวิชาชีพ เวชกรรม แต่ไม่ดำรง ตนในสังคมโดยธรรม ไม่เคารพกฎหมายบ้านเมือง มีพฤติกรรมในหลอกลวงผู้ป่วยให้เข้าใจผิด เพื่อประโยชน์หรือความต้องการแห่งตนเอง และพฤติกรรมดังกล่าว ทำให้เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพเวชกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปทางแพทยสภา ทราบว่า ทางชมรมฯ ได้ประสานเข้ามาเพื่อจะเดินทางมาร้องเรียนที่แพทยสภา เพื่อขอให้มีการตรวจสอบแพทย์รายนี้ ในวันที่ 23 พฤศจิกายน เวลา 10.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากแพทยสภา ระบุว่า ตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นยังไม่มีใครมาร้องเรียนกับแพทยสภา แต่ทางแพทยสภามีหน้าที่เก็บข้อมูล ก็ได้มีการเก็บข้อมูลมาตลอดเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย แต่ยังขาดหลักฐานข้อเท็จจริง โดยทราบว่าทางชมรมฯได้มีการลงพื้นที่หาข้อเท็จจริงแล้ว ซึ่งจะนำเข้ามาในวันพรุ่งนี้( 23 พ.ย.) หากมีการร้องเรียนทางเลขาธิการแพทยสภาก็จะมีการขอข้อมูลเพื่อนำข้อมูลข้อเท็จจริงมารวบรวมกับข้อมูลที่แพทยสภามีอยู่ เพื่อนำเสนอข้อมูลทั้งหมดเข้าในการประชุมของคณะกรรมการแพทยสภาครั้งต่อไป เพื่อสรุปรายละเอียดหามติว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22517</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม, ทนายอัจฉริยะ, หมอข่มชืนคนไข้ตรวจภายใน, แพทยสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181122/image_big_5bf65b8088ce2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21886</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2018 14:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2018 14:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เร่งช่วย &#039;น้องเตเต้&#039; ลูกสาวเหยื่อน้ำกรด เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ขอนแก่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายหน่วยงานเร่งช่วยเหลือ &amp;ldquo;น้องเตเต้&amp;rdquo; ลูกสาวเหยื่อสาดน้ำกรดจนเสียชีวิต ครอบครัวทำเรื่องย้ายกลับมาเรียนต่อที่ขอนแก่น เจ้าตัวยันนำความรู้จาก &amp;ldquo;ครูอ้วน&amp;rdquo; เดินตามความฝันในวันที่ไม่มีแม่ เพื่อเป็นเสาหลักของครอบครัวต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13&amp;nbsp;พ.ย.61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ม.9&amp;nbsp;บ.แสงอรุณ ต.โนนทอง อ.แวงใหญ่ จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นบ้านของ น.ส.ช่อลัดดา&amp;nbsp;ทาระวัน อายุ&amp;nbsp;38&amp;nbsp;ปี ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์สามีใช้น้ำกรดสาดเข้าที่ใบหน้าจนเสียชีวิตเหตุเกิดเมื่อวันที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;พ.ย.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;โดยยังคงพบว่าคนในครอบครัวและเพื่อนบ้านต่างมาช่วยกันจัดเตรียมงานศพที่กำหนดสวดพระอภิธรรมในวันนี้เป็นคืนแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายสันติ เหล่าบุญเสงี่ยม รอง ผวจ.ขอนแก่น พร้อมด้วย นายอลงกต&amp;nbsp;วรกี ปลัดจังหวัดขอนแก่น และนายสุธี&amp;nbsp;ศรสวรรค์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ลงพื้นที่เพื่อมาเคารพผู้เสียชีวิต และการพูดคุยกับคนในครอบครัวของ น.ส.ช่อลัดดา โดยพบกับนางทองอาจ&amp;nbsp;ทาระวัน อายุ&amp;nbsp;59&amp;nbsp;ปี และ น้องเตเต้ (ขอสงวนชื่อและนามสกุล) บุตรสาวของผู้ตาย ท่ามกลางบรรยากาศที่โศกเศร้า ซึ่งคณะของทางจังหวัดได้สอบถามสภาความเป็นอยู่และการดำเนินชีวิตในภาพรวม รวมทั้งการแจ้งถึงมาตรการการให้ความช่วยเหลือตามที่หน่วยงานราชการกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสันติ&amp;nbsp;เหล่าบุญเสงี่ยม รอง ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า ในเบื้องต้นได้มีการอนุมัติการให้ความช่วยเหลือแยกเป็นเงินช่วยเหลือจากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;บาท เงินช่วยเหลือจากกระทรวงยุติธรรม&amp;nbsp;110,000&amp;nbsp;บาท นอกจากนี้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจะทำเรื่องการศึกษาของน้องเตเต้ จาก กรุงเทพฯ มาที่ขอนแก่น เพื่อให้ได้รับสิทธิ์ตามระเบียบของทางราชการคือ การเรียนฟรีจนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ขณะเดียวกัน พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จะทำเรื่องครอบครัวอุปถัมภ์เพื่อให้น้องเตเต้ ซึ่งอายุ&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ชั้น ป.6&amp;nbsp;นั้นได้รับการช่วยเหลือแบบรายเดือนตามระเบียบที่กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เราในฐานะคนขอนแก่นด้วยกัน และอยู่ในพื้นที่จังวัดเดียวกัน เมื่อถึงยามทุกข์ยากเราต้องให้กำลังใจกันและช่วยเหลือกัน คนที่อยู่ต้องมีกำลังแรงใจและต้องสู้ต่อไปอย่างมั่นคงและเข้มแข็ง จากการลงพื้นที่วันนี้ครอบครัวนั้นต้องขาดเสาหลักของครอบครัวไป หน่วยงานภาครัฐจะให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยเฉพาะน้องเตเต้ บุตรสาวของผู้ตายที่มีความสามารถในการร้องเพลงและความสามารถในการแสดง โดยได้เข้าเรียนกับครูอ้วน น.ส.มณีนุช&amp;nbsp;เสมรสุต จนคว้ารางวัลในเรื่องของการแสดงความสามารถในด้านต่างๆอย่างมากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในจุดนี้ต้องประสานกับทางโรงเรียนในการเข้าร่วมชมรมทูบีนัมเบอร์วัน เพื่อให้ความรู้ความสามารถของน้องเตเต้ ที่ได้รับการเรียนจากครูศิลปินชื่อดังของไทยนั้นมาถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับเพื่อนๆในโรงเรียน เพื่อให้น้องเตเต้ ที่วันนี้แม้จิตใจจะยังคงโศกเศร้า ร่างกายยังคงได้รับบาดเจ็บจากน้ำกรดที่เกิดจากเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นได้กลับมายิ้มแย้มแจ่มใสและเป็นอนาคตของชาติที่สำคัญต่อไปในอนาคต&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นางทองอาจ&amp;nbsp;ทาระวัน อายุ&amp;nbsp;&amp;nbsp;59&amp;nbsp;ปี แม่ของ น.ส.ช่อลัดดา กล่าวว่า เรื่องคดีที่เกิดขึ้นเชื่อมั่นว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นดำเนินการอย่างเต็มที่ ขณะที่ขอสงสัยและการติดใจเอาความกรณีโรงพยาบาลพระราม&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ที่ไม่รักษาลูกสาวนั้น เรื่องนี้คงต้องให้ผู้ที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญทางกฎหมายคือ ทนายความนั้นได้ดำเนินการในข้อกฎหมายต่างๆ เพราะพวกเราชาวบ้านตาดำๆอยู่ในพื้นที่ชนบทที่ห่างไกลนั้นไม่มีความรู้หรือเงินทองมากมายที่จะไปต่อสู้กับผู้มีอำนาจ ซึ่งครอบครัวหวังว่าสักวันจะออกมาขอโทษครอบครัว มาขอโทษลูกสาวบ้าง เพราะหากโรงพยาบาลให้การรักษาหรือช่วยเหลืออะไรบ้าง ลูกสาวอาจจะมีชีวิตรอดหรืออย่างน้อยที่สุดคือการทำให้ลูกสาวนั้นมีลมหายใจเพื่อรอให้ครอบครัวนั้นได้เดินทางไปพบได้ทันเป็นครั้งสุดท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ศพของลูกนั้นจะทำพิธีณาปนกิจในวันพรุ่งนี้ (14พ.ย.) ที่วัดแสงธรรมรังสี ซึ่งเป็นวัดประจำหมู่บ้าน เมื่อเสร็จสิ้นงานศพ ก็จะเดินทางไปกรุงเทพฯ เพื่อจัดการเรื่องต่างๆทั้งการย้ายน้องเตเต้ มาอยู่ที่ขอนแก่น การคืนห้องเช่า การเก็บเสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้ต่างๆของลูกสาวและหลานสาว เรียกได้ว่าเป็นการย้ายภูมิลำเนาหลานสาวให้กลับมาเริ่มต้นใหม่ที่ขอนแก่น ตามมีตามเกิดของครอบครัว เพราะเหตุการณ์เช่นนี้ไม่อยากให้มีใครให้เกิดขึ้นแต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว แม้แม่จะทำใจได้บ้างแต่ก็สูญเสียลูกสาวที่เป็นที่รัก เป็นเสาหลักของครอบครัวไปอย่างกระทันหันแบบนี้โดยฝีมือของสามีลูกสาวเอง หัวอกคนเป็นแม่ยังคงทำใจไม่ได้จริงๆ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านน้องเตเต้ อายุ&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ปี กล่าวเพียงสั้นๆว่าจะย้ายกับมาอยู่กับยายที่ขอนแก่น จากนี้ไปคงต้องเป็นเสาหลักของครอบครัว ด้วยการนำความรู้ความสามารถที่เรียนมาจากครูอ้วน เดินตามความฝันและเลี้ยงดูครอบครัวโดยเฉพาะคุณยายต่อไปอย่างเต็มความสามารถในวันที่ไม่มีแม่อีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในช่วงระหว่างการพูดคุยร่วมกันกับคณะของ รอง ผวจ.ขอนแก่นกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตนั้น น้องเตเต้ อยู่ในอาการโศกเศร้าและน้ำตาซึมอยู่ตลอดเวลา ขณะที่ตามร่างกายนั้นยังคงมีร่องรอยบาดแผลที่เกิดขึ้นจากน้ำกรด ในช่วงที่นำร่างของแม่ส่งโรงพยาบาลพระราม&amp;nbsp;2&amp;nbsp;และโรงพยาบาลบาลมด ซึ่งรอง ผวจ.ขอนแก่นได้มีคำสั่งให้สาธารณสุข อ.แวงใหญ่ ส่งทีมแพทย์มาเยียวยาจิตใจครอบครัวผู้เสียชีวิต รวมทั้งการดูแลเรื่องการรักษาให้กับน้องเตเต้ ที่ยังคงได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว ก่อนที่น้องเตเต้จะแสดงความสามารถที่เรียนมาจากครูอ้วน ด้วยการร้องเพลงหน้าหีบศพแม่ และเตรียมที่จะร้องเพลงในงานฌาปนกิจศพแม่เป็นครั้งสุดท้ายในวันพรุ่งนี้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21886</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม, น.ส.ช่อลัดดา ทาระวัน, น้องเตเต้, เหยื่อสาดน้ำกรดเสียชีวิต, โรงพยาบาลพระราม2</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181113/image_big_5bea7c4073d79.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20099</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2018 12:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2018 12:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อัจฉริยะ&#039; มอบหลักฐานเอาผิดเจ้าหน้าที่ปปง.ตบทรัพย์นักธุรกิจเช่ารถ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ต.ค.61 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เข้ายื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษ กับเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง.รายหนึ่ง ตำแหน่งระดับ &amp;quot;ผอ.&amp;quot; พร้อมนำหลักฐานทั้งคลิปวิดีโอ ไฟล์เสียง และเอกสารทางไลน์ที่เจ้าหน้าที่ปปง.คนดังกล่าวมีการเรียกรับเงิน 2 ล้านบาท จากนักธุรกิจเช่ารถในพื้นที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีการแอบอ้างชื่อ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ให้มาดำเนินการมามอบให้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดี โดยมี พ.ต.อ.วิทวัฒน์ ชินคำ รองผู้บังคับการ 5 กองสวัสดิการ สำนักงานกำลังพล เป็นผู้รับมอบหนังสือเอกสารหลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอัจฉริยะ กล่าวว่า นักธุรกิจคนดังกล่าวได้นำหลักฐานและมอบหมายให้ตนเองมาดำเนินการยื่นหนังสือ พร้อมเล่าว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา&amp;nbsp;โดยนักธุรกิจกับเจ้าหน้าที่ ปปง.คนดังกล่าว ซึ่งทราบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ระดับผู้อำนวยการ มีความสนิทสนมกับนักธุรกิจ ต่อมาได้เรียกรับเงินจำนวน 2 ล้านบาท โดยอ้างว่านักธุรกิจคนดังกล่าวมีการลักลอบเล่นการพนันสกุลเงินบิตคอยด์ (หุ้นบิตคอย) และมีการฟอกเงินหลบเลี่ยงภาษี หากไม่จ่ายเงินก็จะต้องถูกดำเนินคดี แต่อย่างไรก็ตาม นักธุรกิจคนดังกล่าวไม่ได้จ่ายเงิน 2 ล้านให้ แต่ได้เก็บหลักฐานการสนทนาไว้ ซึ่ง 1 ในหลักฐานปรากฎข้อความการสนทนาทางไลน์ ที่อ้างว่าเจ้าหน้าที่ ปปง.มีการแอบอ้างชื่อ ของ พล.อ.ประวิตร เป็นผู้ให้ดำเนินการจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอัจฉริยะ ยังกล่าวด้วยว่า นอกจากเจ้าหน้าที่ ปปง.ระดับ ผอ.ส่วนฯแล้ว ยังพบว่า มีเจ้าหน้าที่ ปปง.ระดับผู้อำนวยการกองคดีมีส่วนในการรับเงินจำนวน 2 ล้านบาทด้วย และทั้งหมดยังคงปฎิบัติหน้าที่อยู่ จึงอยากเรียกร้องให้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการตรวจสอบและเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวในการเรียกรับดังกล่าวโดยเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20099</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม, นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์, ปปง., อ้างชื่อบิ๊กป้อมเรียกเงิน2ล้าน, เจ้าหน้าที่ปปง.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181017/image_big_5bc6c13427fbf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17775</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2018 16:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2018 16:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดือด&#039;อัจฉริยะ&#039;นำญาติเหยื่อรุมซัก&#039;ตำรวจ&#039;สลับตัวผู้ต้องหาจริงหรือไม่!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ย.61- ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม นำนางวันใหม่ ชูพันธ์ มารดาของนายรัฐพงศ์ อินแก้ว ที่ถูกยิงเสียชีวิตในพื้นที่ สภ.วิภาวดี จ.สุราษฎร์ธานี เข้าร้อง พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เนื่องจากไม่ได้รับความเป็นธรรมมีการเปลี่ยนตัวผู้ต้องหามารับแทน และร้องให้มีการเปลี่ยนตัวคณะพนักงานสอบสวนและย้าย พงส.และ ผกก.ออกนอกพื้นที่ จนกว่าคดีจะแล้วเสร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันนี้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ &amp;nbsp;รอง ผบ.ตร. ได้เรียก พ.ต.อ.วันชัย ปะลาวัน ผกก.สภ. วิภาวดี &amp;nbsp;จ.สุราษฏร์ธานี ในขณะนั้นและ พ.ต.ท.กำธร &amp;nbsp;จันทร์ฉาย พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี &amp;nbsp;มาพูดคุยกันต่อหน้ากับนางวันใหม่ &amp;nbsp;โดยมีนายอัจฉริยะ &amp;nbsp;ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ร่วมรับฟังการชี้แจง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;และสอบถามในประเด็นสงสัย โดยนางวันใหม่ และนายอัจฉริยะ ได้จี้ถามประเด็นสงสัยในการทำคดีของ พ.ต.อ.วันชัย และ พ.ต.ท.กำธร หลายกรณีที่ยังเป็นข้อสงสัย &amp;nbsp;อาทิ เหตุใดพนักงานสอบสวนไม่นำชี้ที่เกิเหตุ ,เหตุใดไม่ตรวจเขม่าดินปืนบนมือนายอาทิตย์ ไกรนรา &amp;nbsp;ผู้ต้องหาทำปืนลั่น &amp;nbsp; ,ไม่สอบแพทย์นิติเวชยืนยันผลชันสูตร &amp;nbsp;และเหตุใดจึงค้นหาปืนของกลางไม่พบ เชื่อว่าพนักงานสอบสวนทำคดีไม่ชอบมาพากลและดำเนินคดีกับผู้ต้องหาผิดคน &amp;nbsp;ซึ่งมีพยานให้การว่าคนที่ทำปืนลั่น คือนายวันชัย หรือ ปาล์ม ขวดทอง &amp;nbsp;ไม่ใช่นายอาทิตย์ &amp;nbsp; โดยมีสาเหตุจากการที่บุตรชายถูกกล่าวหาเป็นขโมยแม่พันธุ์ไก่ชนตัวเก่งของญาตินายวันชัย หลังเกิดคดีจึงมีการช่วยเหลือโดยสลับให้นายอาทิตย์ มารับผิดแทนนายวันชัย &amp;nbsp;และเป็นการตั้งใจยิง ไม่ใช่แค่อุบัติเหตุปืนลั่น &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ &amp;nbsp;ขอให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ &amp;nbsp;มีคำสั่งย้าย พ.ต.อ.วันชัย และ พ.ต.ท.กำธร &amp;nbsp;ออกจากพื้นที่และให้พ้นการทำหน้าที่สอบสวนคดีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พ.ต.อ.วันชัย และ พ.ต.ท.กำธร &amp;nbsp;ยอมรับ ไม่ได้ดำเนินการตามที่ผู้เสียหายร้องเรียนจริงในบางกรณี พร้อมยืนยัน มีประจักษ์พยานเห็นนายอาทิตย์ เป็นคนทำปืนลั่นใส่นายรัฐพงค์เสียชีวิต &amp;nbsp;ทั้งนี้ ขณะชี้แจง พ.ต.อ.วันชัย ถูกรุกถามหนักจนบางช่วงถึงกับมีสีหน้าไม่พอใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังรับฟังข้อมูลทั้ง 2 &amp;nbsp;ฝ่าย &amp;nbsp;พล.ต.อ.ศรีวราห์ &amp;nbsp;สั่งการให้รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎรธานี &amp;nbsp; ไปดำเนินการตั้งกรรมการสอบสวน พ.ต.อ.วันชัย และ พ.ต.ท.กำธร &amp;nbsp;พร้อมให้พ้นการทำหน้าที่ในคดีดังกล่าว อย่างไรก็ตาม คดีนี้ พนักงานสอบสวนสรุปสำนวนส่งอัยการไปเมื่อ 9 ส.ค.ที่ผ่านมา จึงหมดอำนาจในการสอบสวน &amp;nbsp;แต่การสืบสวนยังสามารถดำเนินการต่อไป จึงสั่งให้ไปตรวจสอบตามประเด็นที่ผู้เสียหายข้องใจ และรายงานผลให้ตนรับทราบภายใน 7 วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังสั่งการให้ดำเนินคดีกับกลุ่มเพื่อนของนายรัฐพงค์ &amp;nbsp;ผู้เสียชีวิต ทั้ง 10 คน ในความผิดตาม &amp;nbsp;พรบ.ป่าไม้ &amp;nbsp;/ พรบ.อุทยาน และ พรบ.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า พ.ศ.2535 &amp;nbsp;เนื่องจากร่วมกันเข้าไปตีน้ำผึ้งป่า โดยไม่ได้รับอนุญาต อีdทั้งมีการแผ้วถางป่าเพื่อค้างแรม อีกด้วย สำหรับคดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อ 4 พ.ค.2561 &amp;nbsp;ขณะผู้เสียชีวิต และเพื่อนรวม 11&amp;nbsp;&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;เข้าไปหาน้ำผึ้งป่า ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสง จ.สุราษฎร์ธานี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17775</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม, นางวันใหม่ ชูพันธ์, นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์, สุราษฎร์ธานี, เปลี่ยนตัวผู้ต้องหา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180917/image_big_5b9f6f194ca5e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
