<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>8179</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2018 18:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2018 18:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใช้4.0 ให้แหลมคม&quot;ตั้งเครือข่ายโรคเบาหวาน&quot;เชื่อช่วยอัตราป่วยลดลง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาคมเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับกรมการแพทย์ ปรับกระบวนทัศน์การดูแลผู้ป่วยเบาหวานไทย ยุค 4.0 เดินหน้าสร้าง &amp;ldquo;เครือข่ายชมรมเบาหวานในประเทศไทย&amp;rdquo; มั่นใจช่วยลดอัตราการเกิดโรคเบาหวานในอนาคตได้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ที่ รพ.ราชวิถี &amp;nbsp;มีการแถลงข่าว &amp;ldquo;เบาหวานไทย ยุค 4.0&amp;rdquo; จัดโดยสมาคมเบาหวานแห่งประเทศไทย ร่วมกับกรมการแพทย์กระทรวงสาธารณสุข เพื่อปรับกระบวนทัศน์การดูแลผู้ป่วยเบาหวานไทยยุค 4.0 ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยมี นพ.มรุต จิรเศรษฐสิริ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ศ.เกียรติคุณ พญ.วรรญี นิธิยานันท์ นายกสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย และ คุณอุไร พันธุมโพธิ ตัวแทนผู้ป่วยเบาหวานยุค 4.0 ผู้ได้รับรางวัล &amp;ldquo;สุดยอดผู้ป่วยเบาหวาน&amp;rdquo;&amp;nbsp;
นพ.มรุต กล่าวว่า โรคเบาหวาน นับเป็นโรคที่มีความสำคัญระดับโลก รวมทั้งเป้นปัญหาสำคัญของประเทศไทย มีผู้ป่วยเบาหวานเฉลี่ยเพิ่มขึ้นปีละ 2 แสนคนต่อปี และเสียชีวิตปีละ 8,000 คน ซึ่งปัจจัยหลักเกิดจากการรับประทานอาหารและการออกกำลังกาย และพบว่าคนรุ่นใหม่มีโอกาสเป็นเบาหวานสูงขึ้นจากพฤติกรรมการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จาอข้อมูลของสถาบันวิจัยและประเมินเทคโนโลยีทางการแพทย์ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่า ประเทศไทยต้องสูญเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคเบาหวานเฉลี่ยสูงถึง 47,596 ล้านบาทต่อปีและมีกลุ่มที่เสี่ยงจะเป็นโรคเบาหวานอีก 7.7 ล้านคน ซึ่งคาดว่าจะกลายเป็นผู้ป่วยเบาหวานในอัตราร้อยละ 5-10 ปี &amp;nbsp;ซึ่ง สธ.ได้ให้ความสำคัญโดยได้บรรจุให้โรคเบาหวานอยู่ในแผนยุทธศาสตร์ประเทศประเทศไทยสุขภาพดีวิถีไทย พ.ศ.2554-2563 รวมไปถึง UNDP หรือโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติได้ร่วมมือกับรัฐบาลไทย โดยสนับสนุนการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อรณรงค์ในการต่อสู้กับโรคเบาหวานอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ศ.เกียรติคุณ พญ.วรรญี กล่าวว่า หากมองตัวเลขของประชาชนที่เสี่ยงจะเป็นโรคเบาหวานนั้น ถือว่าเป็นตัวเลขที่น่าตกใจ ซึ่งจากตัวเลขผู้ป่วยที่เป้นโรคเบาหวานอยู่แล้วส่วนใหญ่เกินครึ่งยังควบคุมเบาหวานไม่ได้ตามเป้าหมายจากสถิติพบว่า ในผู้ป่วย 10 คนจะควบคุมเบาหวานได้เพียง 3 คนเท่านั้น ทั้งนี้ในยุค 4.0 นั้นการสื่อสารค่อนข้างรวดเร็ว มีการค้นหาข้อมูลผ่านโซเชียลมิเดียง่ายขึ้น ซึ่งมีทั้วข้อมูลจริงและข้อมูลเท็จ &amp;nbsp;จึงอยากให้ประชาชนรู้เท่าทันในฐานะสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ ได้ตระหนักและเร่งระดมความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายในทุกภาคส่วนเพื่อร่วมรณรงค์สร้างความรู้ความเข้าใจด้วยวิธีการต่างๆ รวมถึงมีการสร้าง &amp;ldquo;เครือข่ายชมรมเบาหวานในประเทศไทย&amp;rdquo; เพื่อเชื่อมโยงชมรมเบาหวานที่มีอยู่บ้างแล้วเข้าด้วยกัน โดยได้เริ่มโครงการเครือข่ายชมรมเบาหวานมาตั้งแต่ปี 2557 และได้ร่วมกับโรงพยาบาลในภูมิภาคต่างๆ ให้มีการจัดตั้งชมรมเบาหวานเพิ่มขึ้นและเชื่อมโยงชมรมทั้งหมดเป็น &amp;ldquo;เครือข่ายชมรมเบาหวาน&amp;rdquo; เพื่อให้เกิดการพัฒนาการดูแลรักษาและควบคุมโรคเบาหวานครอบคลุมทั้งประเทศ ชมรมเบาหวานเป็นการรวมตัวของบุคลากรทางการแพทย์หรือทีมผู้ให้การรักษา ผู้เป็นเบาหวานและครอบครัว รวมทั้งผู้สนใจเข้าเป็นกลุ่ม ซึ่งเป็นการรวมตัวที่ก่อให้เกิดประสิทธิผลมาก ด้วยแพทย์และทีมดูแลผู้ป่วยเบาหวานจะได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้เป็นเบาหวานและครอบครัวอย่างใกล้ชิด ผู้ป่วยเบาหวานและครอบครัวได้แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์กันและกัน ทำให้เข้าใจถึงปัญหา และร่วมกันหาทางออกที่ดี นำไปสู่การพัฒนาการดูแลตนเองและการช่วยเหลือระหว่างผู้ป่วยด้วยกัน นับเป็นอีกมิติหนึ่งในการดูแลผู้ป่วยเบาหวานไทย ยุค 4.0 ทั้งนี้ สมาคมฯ ยังคงเดินหน้ามุ่งขยายเครือข่ายชมรมเบาหวานร่วมกับบุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วยเบาหวานในโรงพยาบาลระดับภูมิภาคต่างๆ เพื่อช่วยลดอัตราเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวาน และช่วยลดอัตราการเกิดของโรคเบาหวานในอนาคตอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;ชมรมเบาหวานจะมีการจัดกิจกรรมเพื่อให้ผู้รับบริการและผู้ให้บริการได้มาพบกันมากขึ้น เกิดความใกล้ชิดกัน ซึ่งยกตัวอย่างเช่นทาง รพ.จุฬาฯ นั้นมีการจัดขึ้นทุกเดือน โดยมีแพทย์เข้าให้ความรู้ ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยมีความรู้ มีการสร้างกำลังใจ เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนในการควบคุมโรคเบาหวาน ที่ประเทศไทยมีการควบคุมสูงสุดได้เพียง 40 % ในหลายพื้นที่ และในต่างประเทศมีการควบคุมได้เพียง 50 % ให้มีการควบคุมได้มากกว่านี้&amp;rdquo;ศ.เกียรติคุณ พญ.วรรญี กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8179</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการแพทย์แผนไทยฯ, ชมรมโรคเบาหวาน, ประเทศ 4.0, ลดอัตราป่วยโรคเบาหวาน, สมาคมเบาหวานแห่งประเทศไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180430/image_big_5ae6fc38b0ee9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
