<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78073</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองทัพแจงยิบ ช่วยประชาชน รับ&#039;พายุโนอึล&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปภ.แจงมี 22 จังหวัดได้รับผลกระทบจากพายุโนอึล &amp;nbsp; ระบุทุกจังหวัดน้ำเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว &amp;ldquo;ทัพบก&amp;rdquo; ร่ายยาวผลงาน 3 วันช่วยเหลือชาวบ้านในทุกภูมิภาคจากฝนกระหน่ำ โคราชปลื้มเติมน้ำในเขื่อน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 20 ก.ย. นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยถึงอิทธิพลของพายุโซนร้อนโนอึล และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ว่ามีจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ 22 จังหวัด ได้แก่ ตาก, เพชรบูรณ์, อุดรธานี, ขอนแก่น, ชัยภูมิ, มุกดาหาร, อุบลราชธานี, ร้อยเอ็ด, มหาสารคาม, สุรินทร์, บุรีรัมย์, ศรีสะเกษ, นครราชสีมา, ลพบุรี, ปราจีนบุรี, จันทบุรี, ตราด, ชุมพร, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต และตรัง รวม 77 อำเภอ 139 ตำบล 224 หมู่บ้าน 1 เขตเทศบาล ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,400 ครัวเรือน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 รายใน จ.เพชรบูรณ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชยพลกล่าวอีกว่า พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำไหลหลาก จำนวน 17 จังหวัด ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์ 4 จังหวัด รวม 13 อำเภอ 31 ตำบล 73 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 807 ครัวเรือน ซึ่งปัจจุบันระดับน้ำลดลงทุกจังหวัด ส่วนพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัย จำนวน 12 จังหวัด 42 อำเภอ 66 ตำบล 94 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 222 หลัง และพื้นที่ได้รับผลกระทบจากดินสไลด์ 1 จังหวัด ได้แก่ ระนอง อำเภอกระบุรี รวม 1 อำเภอ 1 ตำบล
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ปภ.ได้ประสานจังหวัด หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้น พร้อมจัดเจ้าหน้าที่สำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง ทั้งการชดเชยความเสียหายของบ้านเรือนเป็นวัสดุก่อสร้าง หรือจ่ายเงินช่วยเหลือตามความเหมาะสม โดยประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป&amp;rdquo; นายชยพลกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก (ทบ.) กล่าวถึงการปฏิบัติการเข้าช่วยเหลือประชาชนและคลี่คลายอุทกภัยจากอิทธิพลพายุโซนร้อนโนอึลเป็นวันที่ 3 โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือว่า ทบ.ได้ส่งกำลังพล ยุทโธปกรณ์ โดยเฉพาะรถยนต์บรรทุกขนาดใหญ่และเครื่องมือทางด้านการช่าง เข้าช่วยเหลือประชาชนในการขนย้ายสิ่งของเครื่องใช้ ผู้ประสบอุทกภัยขึ้นที่สูง สร้างแนวกระสอบทรายเพื่อป้องกันน้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน การเคลื่อนย้ายสิ่งของ เศษซากวัสดุที่กีดขวางทางน้ำ เปิดเส้นทางและอำนวยความสะดวกด้านการสัญจร อพยพประชาชนสู่พื้นที่ปลอดภัย เพิ่มความแข็งแรงของแนวกั้นน้ำ หน่วยทหารได้ส่งชุดประเมินภัยพิบัติ เข้าติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศ โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงหรือน้ำท่วมซ้ำซาก ทั้งนี้ ทุกกองทัพภาคให้ความสำคัญกับการเข้าตรวจสอบและได้วางกำลังในพื้นที่เสี่ยง และการพักแรมอยู่เป็นเพื่อนประชาชนในชุมชน พร้อมให้การสนับสนุนทุกภาคส่วนเมื่อเกิดเหตุการณ์ ตามนโยบายของ พล.อ.อภิรัตช์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.)
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการช่วยเหลือประชาชนในแต่กองทัพภาคมีดังนี้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอันดับแรก กองทัพภาคที่ 2 ได้จัดกำลังพร้อมยุทโธปกรณ์เข้าช่วยการระบายน้ำ, ทำพนังกั้นน้ำ, นำเรือท้องแบนเข้าช่วยเหลือในเส้นทางสัญจร หรือถอนซากปรักหักพัง ขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง ตัดและย้ายต้นไม้ที่ล้มทับอาคารบ้านเรือนในหลายจังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา ,อุบลราชธานี, ศรีสะเกษ, สกลนคร, สุรินทร์, ขอนแก่น และล่าสุดที่ บุรีรัมย์ ภาคเหนือ มีพื้นที่ประสบภัยใน จ.นครสวรรค์และตาก ซึ่งกองทัพภาคที่ 3 ได้นำกำลังพลและเครื่องมือ เข้าติดตั้งเครื่องสูบน้ำและขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง ภาคใต้ มีพื้นที่ประสบภัยในจังหวัดตรัง, สตูล, พังงา, ระนอง ขณะนี้หน่วยทหารกองทัพภาคที่ 4 ได้เข้าช่วยบรรจุกระสอบทรายแจกจ่ายประชาชน รื้อถอนซากปรักหักพัง ซ่อมแซมหลังคาบ้านเรือน และขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง ภาคกลาง กองทัพภาคที่ 1 ได้จัดกำลังเข้าอำนวยความสะดวกด้านการสัญจร บรรจุกระสอบทรายป้องกันน้ำท่วมแจกจ่ายประชาชนและขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง ใน 5 จังหวัดคือ ปราจีนบุรี, นครนายก,สมุทรสาคร, ลพบุรี และ กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.หญิงศิริจันทร์กล่าวว่า พล.อ.อภิรัชต์มีความห่วงใยต่อทหารใหม่และทหารกองประจำการที่ปฏิบัติหน้าที่ทั้งพื้นที่ชายแดนและภารกิจช่วยเหลือประชาชนอยู่ในขณะนี้ ได้สั่งให้ทุกหน่วยทหารตรวจสอบทหารกองประจำการโดยเฉพาะทหารใหม่ที่ครอบครัวอาจประสบภัยพิบัติในช่วงนี้ ให้ทหารใหม่ติดต่อกับครอบครัวเพื่อสอบถามสถานภาพความเป็นอยู่ หากมีครอบครัวทหารกองประจำการได้รับผลกระทบจากพายุโนอึล หน่วยทหารในจังหวัดนั้นๆ จะเข้าดูแลและประสานความช่วยเหลือกับครอบครัวทหารกองประจำการทันที เพื่อคลายความกังวลให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์ในจังหวัดต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากพายุโนอึลนั้น ที่ จ.นครราสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าฯ นครราชสีมา พร้อมคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจและมอบถุงยังชีพ ข้าวสารอาหารแห้ง น้ำดื่ม พี่น้องชาวบ้าน หมู่ 5 บ้านสำโรง ต.ท่าจะหลุ่งกว่า 50 ครอบครัว ซึ่งถูกน้ำท่วมรอบที่สอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิเชียรยังกล่าวว่า พายุโนอึลทำให้ฝนตกหนักในพื้นที่ทั่วทั้งจังหวัดทั้ง 32 อำเภอ บางพื้นที่ฝนตกหนักมาก ระดับกว่า 100 มิลลิเมตรจนถึง 200 มม. ทำให้เขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ เช่น เขื่อนลำตะคอง, เขื่อนลำพระเพลิง, เขื่อนลำมูลบน, เขื่อนลำแชะ และเขื่อนลำปลายมาศ มีน้ำไหลเข้าเขื่อนประมาณกว่า 200 ล้าน ลบ.ม. โดยเฉพาะเขื่อนลำตะคอง ส่วนผลกระทบที่พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อน บ้านเรือน ไร่นา ถูกน้ำท่วมก็มีหลายหมู่บ้าน ซึ่งได้สั่งให้หน่วยงานออกสำรวจตรวจสอบให้การช่วยเหลือให้ทันสถานการณ์
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ตราด ยังมีหลายพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ อาทิ บ้านเรือนในหมู่ 6 บ้านคลองขัด ต.ท่ากุ่ม อ.เมืองฯ จ.ตราด น้ำป่าจากเขาบรรทัดได้ไหลลงมายังคลองขัดและคลองท่ากุ่มตั้งแต่กลางดึกจนถึงช่วงเช้า ทำให้บ้านเรือน 10 หลังคาเรือนถูกน้ำท่วมเนื่องจากอยู่ในพื้นที่ต่ำ ความสูงประมาณ 50-100 ซม. ชาวบ้านต้องใช้เรือในการเดินทางเข้าบ้าน ขณะที่ถนนและสะพานหลายแห่งถูกน้ำท่วมหลายแห่ง ส่วนพืชสวนและพื้นที่ทางการเกษตรกรรม โดยเฉพาะปาล์ม ได้รับความเสียหายเก็บผลไม่ได้ ทั้งนี้ระดับน้ำในคลองหลายแห่งมีระดับเพิ่มขึ้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ต.หนองบอน อ.บ่อไร่ ที่มีฝนตกต่อเนื่องมา 2 วัน ระดับน้ำในคลองหนองบอนมีระดับสูงขึ้นตั้งแต่เมื่อวันที่ 19 ก.ย. และเมื่อมีฝนตกหนักลงมาในวันที่ 20 ก.ย. ทำให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นและไหลท่วมพื้นที่การเกษตรเสียหายจำนวนมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ จ.สุรินทร์ ก็มีหลายพื้นที่ได้รับอิทธิพลจากพายุโนอึล โดยในเขตพื้นที่บ้านหนองโจงโลง ต.ตาวัง อ.บัวเชด ซึ่งเป็นพื้นที่ติดชายแดนไทย-กัมพูชา อยู่ติดกับเขาพนมดงรัก ยังมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีปริมาณท่วมขังตามลำคลองและพื้นที่การเกษตร ข้าวในแปลงนาที่เหี่ยวเฉาใกล้ยืนต้นตายกลับมาสดชื่นและเขียวชอุ่มอีกครั้ง หลังจากได้รับน้ำฝนตลอดวันที่ผ่านมา ทั้งนี้ ชาวบ้านบางคนได้อาศัยช่วงมีน้ำหลากออกหาปลาตามท้องทุ่งนามาประกอบอาหารเเละขายเพื่อสร้างรายได้เสริมอีกด้วย ซึ่งในช่วงน้ำหลากมาใหม่ๆ จะมีปลาจำนวนมากว่ายทวนน้ำ ชาวนาใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านดักปลาได้ครั้งละจำนวนมาก สร้างรายได้อีกทาง ถือเป็นโชคสองชั้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่หมู่บ้านห้วยเดื่อ หมู่ 8 ต.ศรีฐาน อ.ภูกระดึง จ.เลย ประสบภาวะน้ำท่วมฉับพลันตั้งแต่เช้ามืดวันที่ 20 ก.ย. หลังเกิดฝนตกหนักตลอดคืนที่ผ่านมา ทำให้น้ำป่าจากอุทยานแห่งชาติภูกระดึงไหลลงสู่ลำน้ำพองอย่างรวดเร็ว และเอ่อท่วมบ้านเรือน 15 หลังคาเรือน ชาวบ้านต้องเร่งขนย้ายสิ่งของและมาพักชั่วคราวอยู่ริมถนนภายในเต็นท์ที่ อบต.นำมาช่วยเหลือ พร้อมประสานกำนันผู้ใหญ่บ้านช่วยกันสำรวจความเสียหายเพื่อรายงานไปยังอำเภอและจังหวัด ล่าสุดระดับน้ำเริ่มลดลงอย่างช้าๆ คาดว่าจะกลับสู่ภาวะปกติหากไม่มีฝนตกซ้ำอีก แม้ขณะนี้พายุโนอึลจะอ่อนกำลังลงแล้ว แต่สภาพอากาศในจังหวัดเลยท้องฟ้ายังครึ้มฟ้าครึ้มฝน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78073</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชยพล ธิติศักดิ์, พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200920/image_big_5f676d75acfce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77661</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โนอึลจ่อเป็นไต้ฝุ่น สั่งเฝ้าระวัง60จว.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดีเปรสชันทวีความรุนแรงเป็นพายุโซนร้อน &amp;quot;โนอึล&amp;quot; และมีแนวโน้มจะกลายเป็นไต้ฝุ่น กำลังเคลื่อนเข้าไทย 18-20 ก.ย. อุตุฯ ออกประกาศฉบับที่ 4 ย้ำเตือนน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ปภ.เตรียมพร้อมเฝ้าระวัง 60 จังหวัด พร้อมประสานทุกหน่วยให้ความช่วยเหลือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 4 ลงวันที่ 16 กันยายน 2563 เรื่อง &amp;quot;พายุระดับ &amp;nbsp;3 (โซนร้อน) &amp;ldquo;โนอึล&amp;rdquo; (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 18-20 กันยายน 2563)&amp;quot; ความว่า เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 16 กันยายน 2563 พายุระดับ 3 (โซนร้อน) &amp;ldquo;โนอึล&amp;rdquo; บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 13.3 องศาเหนือ ลองจิจูด 116.3 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง 75 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุกำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุระดับ 5 (ไต้ฝุ่น) คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลาง และเคลื่อนเข้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ ในช่วงวันที่ 18-20 กันยายน 2563 ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากและมีลมแรงบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ โดยเริ่มมีผลกระทบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน หลังจากนั้นภาคเหนือและภาคอื่นๆ จะมีผลกระทบในระยะต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณดังกล่าว ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ และระวังอันตรายจากลมแรง โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่และสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรงไว้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาดว่าพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบ มีดังนี้ วันที่ 18 กันยายน 2563 บริเวณที่มีฝนตกหนักถึงหนักมาก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร สกลนคร กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ยโสธร และร้อยเอ็ด ภาคตะวันออก : จังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้ :จังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 19 กันยายน 2563 บริเวณที่มีฝนตกหนักถึงหนักมาก ภาคเหนือ : จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แพร่ พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร สุโขทัย และตาก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร สกลนคร กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ยโสธร และร้อยเอ็ด ภาคกลาง : จังหวัดกาญจนบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ ลพบุรี และสระบุรี ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้ : จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 20 กันยายน 2563 บริเวณที่มีฝนตกหนัก ภาคเหนือ : จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย และกำแพงเพชร ภาคกลาง : จังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี สุพรรณบุรี และชัยนาท ภาคตะวันออก : จังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้ : จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 17-20 กันยายน 2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ติดตามสภาพอากาศ และปัจจัยเสี่ยงเชิงพื้นที่กับกรมอุตุนิยมวิทยา แล้วประสานจังหวัดเฝ้าระวังสถานการณ์ภัย ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขัง 60 จังหวัด ในช่วงวันที่ 18-20 กันยายน 2563 ประกอบด้วย ภาคเหนือ 17 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร สุโขทัย ตาก นครสวรรค์ และอุทัยธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด ได้แก่ เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ชัยภูมิ ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ภาคกลาง 9 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และนครนายก ภาคกลาง 7 จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้ 7 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์คลื่นลมแรง 10 จังหวัด ในช่วงวันที่ 17-20 กันยายน 2563 ประกอบด้วย ภาคตะวันออก 4 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้ 6 จังหวัด ได้แก่ ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ผู้ประสบภัยสามารถติดต่อแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือได้ที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสาขาในพื้นที่ หรือสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77661</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชยพล ธิติศักดิ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โนอึล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200916/image_big_5f62068cbb7aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76887</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2020 09:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2020 09:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปภ.แจงผลกระทบพายุ-น้ำท่วม22จังหวัดคลี่คลายแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.2563 - &amp;nbsp;นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากอิทธิพลร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันตอนบนประเทศไทย และอ่าวไทย ตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม 2563 ถึงปัจจุบัน (9 ก.ย. 63 เวลา 06.00 น.) ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก วาตภัยและดินสไลด์ในพื้นที่ 22 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน น่าน พะเยา ลำปาง แพร่ ลำพูน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก สุโขทัย ตาก นครพนม สกลนคร กาฬสินธุ์ ขอนแก่น นครราชสีมา อำนาจเจริญ ปราจีนบุรี สระแก้ว สิงห์บุรี และภูเก็ต รวม 72 อำเภอ 236 ตำบล 1.035 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 23,397 ครัวเรือน ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วและอยู่ระหว่างฟื้นฟูในทุกจังหวัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดเจ้าหน้าที่พร้อมวัสดุอุปกรณ์ เครื่องจักรกลสาธารณภัย เครื่องสูบน้ำ และยานพาหนะให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้น รวมถึงเร่งสำรวจและประเมินความเสียหายของบ้านเรือนประชาชน (ทั้งบางส่วนและทั้งหมด) เครื่องมือและอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ ยุ้งข้าว พื้นที่การเกษตร สาธารณูปโภคและเส้นทางคมนาคมโดยเร่งด่วน &amp;nbsp;เพื่อกำหนดรูปแบบและแนวทางในการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ต่อไป ท้ายนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัย สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทาง สายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76887</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชยพล ธิติศักดิ์, ปภ., ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, ภาคเหนือ, มรสุม, อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200803/image_big_5f278822cb9cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75879</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2020 10:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2020 10:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปภ.รายงานสถานการณ์น้ำไหลหลาก 13 จังหวัด เร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ส.ค.63 - นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากอิทธิพลร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันตอนบน ประเทศไทย และอ่าวไทย ในช่วงวันที่ 20 สิงหาคม 2563 &amp;nbsp;ถึงปัจจุบัน (29 ส.ค.63 เวลา 06.00 น.) ส่งผลให้เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ภาคเหนือ 13 จังหวัด ได้แก่ น่าน แพร่ เชียงใหม่ ลำปาง พะเยา อุตรดิตถ์ ลำพูน แม่ฮ่องสอน สุโขทัย ตาก พิษณุโลก กาฬสินธุ์ และสิงห์บุรี รวม 58 อำเภอ 211 ตำบล 933 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 20,798 ครัวเรือน ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 11 จังหวัด ยังคงมีน้ำท่วมบ้านเรือนประชาชนใน 2 จังหวัด ได้แก่

สุโขทัย ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ตำบลปากพระ อำเภอเมืองสุโขทัย ระดับน้ำสูงประมาณ 20 เซนติเมตร ระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 2 วัน และพิษณุโลก ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่อำเภอพรหมพิราม รวม 22 หลัง ระดับน้ำลดลง คาดการณ์ว่าหากไม่มีฝนตกเพิ่มเติมหรือปริมาณน้ำเพิ่ม ระดับน้ำจะลดลงภายใน 2 วัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้น โดยขนย้ายสิ่งของไปไว้ในที่สูงและเร่งระบายน้ำท่วมขัง รวมถึงแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค และวัสดุอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านเรือนแก่ผู้ประสบภัย รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่สำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ทั้งการชดเชยความเสียหายของบ้านเรือนเป็นวัสดุก่อสร้างหรือจ่ายเงินช่วยเหลือตามความเหมาะสม ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง &amp;nbsp;เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75879</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชยพล ธิติศักดิ์, น้ำท่วม, ปภ., ฝนตก, มหาดไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200823/image_big_5f423b2fb5ec0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75433</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนเวียงสายังลอยคอ สุโขทัยขนของหนีน้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เร่งระบายน้ำจากอำเภอเวียงสากู้บ้านอีก 300 หลังพ้นจมน้ำ ภาวนาใน 5 วันถ้าไม่มีฝนตกซ้ำจะคลี่คลาย สุโขทัยก็ยังอ่วม ชลประทานประกาศเตือนผู้ที่อยู่ริมน้ำยมขนของไว้ที่สูง สวรรคโลกถนนขาด ชาวพรหมพิรามต้องพายเรือเกี่ยวข้าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงเมื่อวันที่ 24 สิงหาคมนี้ ถึงสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดทางภาคเหนือในขณะนี้ เชื่อว่าจะใช้เวลาไม่นานสถานการณ์จะคลี่คลาย โดยได้สั่งการให้กรมชลประทานส่งเจ้าหน้าที่ไปประจำอยู่ในทุกพื้นที่ พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมยืนยันว่าแหล่งน้ำในประเทศยังมีเพียงพอต่อการกักเก็บน้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสถานการณ์น้ำท่วมใน อ.เวียงสา จ.น่าน หลังมีการเปิดประตูน้ำ 2 บานที่ผนังกั้นน้ำสา ทำให้เช้าวันจันทร์ ระดับน้ำที่ท่วม 7 หมู่บ้านในตำบลเวียงสาและกลางเวียง ลดลงจนเกือบแห้ง แต่ยังคงเหลืออีกกว่า 300 หลังคาเรือน ที่บ้านต้นหนุน และบ้านดอนแท่น หมู่ 2 ตำบลกลางเวียง ยังมีน้ำท่วมขังระดับสูง 1 เมตรขึ้นไป ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ระดมเครื่องสูบน้ำเร่งสูบน้ำระบายออกแม่น้ำน่านและแม่น้ำสา เนื่องจากน้ำท่วมขังเป็นวันที่ 4 แล้ว และเริ่มเน่าส่งกลิ่นเหม็น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรกิตติ ศรีทิพากร ผวจ.น่าน กล่าวว่า ได้ให้สำนักงานชลประทานจังหวัดน่านประสานไปยังส่วนกลางให้ส่งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่จำนวน 6 เครื่อง มาสูบน้ำออกจากพื้นที่อำเภอเวียงสา เพิ่มเติมจากในพื้นที่ที่มีอยู่แล้ว 3 เครื่อง ในการระบายน้ำลงสู่แม่น้ำน่าน คาดว่าภายใน 5 วันนี้หากไม่มีน้ำเหนือไหลมาสมทบหรือฝนตกหนักอีก สถานการณ์น้ำท่วมจะคลี่คลาย ขณะเดียวกันมอบหมายให้เกษตรจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจความเสียหายพื้นที่การเกษตร เพื่อเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นการเร่งด่วนและเร่งฟื้นฟูหลังน้ำลด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุโขทัย น้ำยมยังคงไหลทะลักจากพนังกั้นน้ำที่พังทลายแตกเป็นช่องตั้งแต่เช้ามืดวันอาทิตย์ เข้าท่วมบ้านเรือนท้องที่หมู่ 1 และหมู่ 7 ต.ปากแคว อ.เมืองสุโขทัย อย่างต่อเนื่อง ระดับน้ำสูงตั้งแต่ 50 เซนติเมตร ถึง 2 เมตรในบางจุด นาข้าว ไร่ข้าวโพดจมอยู่ใต้น้ำเป็นวงกว้าง ถนนสาย 1195 สุโขทัย-แยกเตว็ด ต้องปิดการจราจร รถเล็กยังผ่านไม่ได้ นอกจากนี้พนังกั้นน้ำในพื้นที่ที่บ้านวังดุ้ง บ้านลัดทรายมูล ต.ปากพระ อ.เมืองสุโขทัย พังเสียหายเช่นกัน ทำให้น้ำจากแม่น้ำยมไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนและไร่นาชาวบ้าน รวมถึงถนนสุโขทัย-ปากพระ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุดปริมาณน้ำยมเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ณ สถานีวัดน้ำ Y.14A อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,416 ลบ.ม./วินาที ทำให้ชลประทานต้องเร่งหน่วง-ควบคุมปริมาณน้ำให้ผ่านประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย ลงสู่แม่น้ำยมสายหลัก ไม่เกิน 800 ลบ.ม./วินาที รวมทั้งต้องควบคุมปริมาณน้ำผ่านจุด Y.4 หน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัยให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านไม่เกิน 550 ลบ.ม./วินาที เพื่อรักษาตัวเมืองย่านเศรษฐกิจในเขตเทศบาลเมืองสุโขทัยให้รอดพ้นน้ำท่วม ขณะที่กรมชลประทานได้ประกาศเตือนให้คนสุโขทัยที่อยู่ริมตลิ่งแม่น้ำยมสายหลัก และริมตลิ่งแม่น้ำยมสายเก่า-คลองเมม-คลองบางแก้ว ขนของขึ้นที่สูง เนื่องจากจะเกิดภาวะน้ำเอ่อล้นตลิ่งได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย ยังคงถูกน้ำท่วมต่อเนื่อง น้ำจากแม่น้ำยมไหลเข้าท่วมบ้านเรือนริมตลิ่งบริเวณหมู่ 5 ต.วัดเกาะ และทะลักเข้าตัว อ.ศรีสำโรง นอกจากนี้มีรายงานด้วยว่า น้ำจากแม่น้ำยมได้กัดเซาะถนนพื้นที่ ม.7 ต.ท่าทอง อ.สวรรคโลกขาดลงแล้ว แม้ชาวบ้านจะนำกระสอบทราบมาวางเรียงป้องกัน แต่ก็ไม่สามารถทานกระแสน้ำได้ ทำให้น้ำไหลเข้าร่วมบ้านเรือนประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิษณุโลก นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผวจ.พิษณุโลก แจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำยมใน อ.พรหมพิราม และ อ.บางระกำ เฝ้าระวังสถานการณ์และเตรียมขนของขึ้นที่สูงพร้อมรับสถานการณ์น้ำท่วม หลังมีแนวโน้มระดับน้ำเพิ่มขึ้น ขณะที่กรมชลประทานเร่งผันน้ำผ่านประตูระบายน้ำคลองหกบาทผ่านแม่น้ำยมสายเก่า และผันไปยังคลองยม-น่าน ผ่านประตูระบายน้ำคลองกล้วย และประตูระบายน้ำคลองรุม ซึ่งสำนักงานชลประทานที่ 3 (จังหวัดพิษณุโลก) จะดำเนินการรับน้ำต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์แม่น้ำยมสายเก่าที่รับน้ำมาจากจังหวัดสุโขทัย ผ่านคลองเมม ต.ท่าโช้ง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ล่าสุด นายชำนาญ ชูเที่ยง ชลประทานจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบล่าสุด ปริมาณน้ำยังมีมากอย่างต่อเนื่อง หากน้ำมีมากขนาดนี้ก็จะทำให้ไหลเข้าสู่แม่น้ำยมสายเก่ามากเช่นกัน ซึ่งคาดว่าอาจมีน้ำจากจังหวัดสุโขทัยเข้ามาสูงแม่น้ำยมสายเก่าถึง 300 ล้าน ลบ.ม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลกระทบต่อมวลน้ำที่เริ่มเข้าสู่แม่น้ำยมสายเก่า ชาวบ้านบ้านใหม่สำราญ หมู่ 12 ต.ท่าช้าง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ต้องเร่งเกี่ยวข้าวหนีน้ำที่จะเข้ามาระลอกนี้ เช่นนายสุรินทร์ กลิ่นชื่น ชาวบ้านบ้านใหม่สำราญ ที่มีนาข้าว 15 ไร่ ได้เกี่ยวข้าวไปแล้วกว่า 13 ไร่ เหลืออีก 2 ไร่เศษถูก น้ำท่วมนาข้าว ต้องพายเรือไปเกี่ยวข้าวที่เหลือขึ้นมาตากแห้งที่สูง ขณะที่ชาวนาหลายรายเริ่มนำกระสอบทรายไปอุดท่อน้ำที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำยมสายเก่า ป้องกันล้นตลิ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลำปาง หลังมีผู้สูญหาย 2 คนข้างฝายน้ำล้นลำน้ำแม่ตุ๋ย ฝั่งบ้านทุ่งม่านพัฒนา ม.11 ต.บ้านเป้า อ.เมือง ทหารได้พบร่างแล้ว 1 ศพ คือนายประจวบ เทพปินตา อายุ 51 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านทุ่งม่านพัฒนา ส่วนนายอนันต์ แก้วมณีวรรณ อายุ 56 ปี เป็นคนดูแลประปาหมู่บ้าน ขณะนี้ยังไม่พบร่าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เวลา 09.30 น. วันที่ 24 ส.ค.นี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่ จ.ระยอง ร่วมรับฟังการบริหารราชการและติดตามความคืบหน้าการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก ณ ศาลากลางจังหวัดระยอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการนี้ พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดภาคเหนือว่า ได้รับรายงาน ที่จังหวัดสุโขทัยเกิดพนังกั้นน้ำแตก ซึ่งขณะนี้กำลังแก้ไขอยู่ คาดว่าจะระบายน้ำเสร็จภายในวันเดียวกัน ซึ่งก็ไม่น่าเป็นห่วง นอกจากนี้ได้ให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และหน่วยทหารพัฒนาไปดูแลเพื่อช่วยเหลือประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จนถึงขณะนี้เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ภาคเหนือ 10 จังหวัด รวม 41 อำเภอ 135 ตำบล 553 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 7,830 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 1 ราย ผู้สูญหาย 2 ราย ได้แก่ น่าน &amp;nbsp;แพร่ เชียงใหม่ ลำปาง พะเยา อุตรดิตถ์ ลำพูน แม่ฮ่องสอน สุโขทัย ตาก และดินสไลด์ในพื้นที่ภาคเหนือ 2 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน และเชียงใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมทางหลวง (ทล.) แจ้งว่า วันที่ 24 ส.ค.63 เวลา 15.00 น. พบน้ำท่วม 3 จังหวัด รวม 12 แห่ง ได้แก่ 1.น่าน (1 แห่ง) การจราจรผ่านได้ 1 แห่ง 2.แพร่ (3 แห่ง) การจราจรผ่านได้ 2 แห่ง 3.สุโขทัย (8 แห่ง) การจราจรผ่านได้ 5 แห่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี​และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมที่​ จ.น่านและสุโขทัย ว่า วันนี้เราต้องแก้ปัญหาในสิ่งที่เกิดขึ้นซ้ำซาก ซ้ำแล้วซ้ำอีก สิ่งที่รัฐบาลทำคือ​ พยายามจะกักเก็บน้ำเหล่านี้ไว้ให้ได้ นอกจากการระบายทิ้ง ตนพูดทุกปี ดังนั้น​ สิ่งสำคัญที่สุดคือจะกักเก็บน้ำตรงนี้ไว้ให้ได้ ทั้งแก้มลิง การบริหารจัดการลุ่มน้ำยม ถ้าไม่ร่วมมือก็ทำกันไม่ได้ทั้งหมด จะต้องผ่านการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) การทำประชาพิจารณ์ บ้านเมืองของเราสภาพภูมิประเทศเปลี่ยนไปเยอะแล้ว เราต้องคิดใหม่แล้ว รัฐบาลไม่สามารถจะไปบังคับใครได้​ ดังนั้น ต้องร่วมมือกัน.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75433</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชยพล ธิติศักดิ์, ประจวบ เทพปินตา, พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พิพัฒน์ เอกภาพันธ์, วรกิตติ ศรีทิพากร, วราวุธ ศิลปอาชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนันต์ แก้วมณีวรรณ, เฉลิมชัย ศรีอ่อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200824/image_big_5f43b1c090c15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75359</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2020 09:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2020 09:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น้ำป่าทะลัก-ดินถล่ม10จังหวัดอ่วม! ปภ.เร่งช่วย7.8พันครัวเรือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ส.ค. 63 - นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากอิทธิพลร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันตอนบน ประเทศไทย และอ่าวไทย ในช่วงวันที่ 20 สิงหาคม 2563&amp;nbsp; ถึงปัจจุบัน (24 ส.ค.63 เวลา 06.00 น.) ส่งผลให้เกิดน้ำไหลหลาก และดินสไลด์ แยกเป็น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น้ำไหลหลากในพื้นที่ภาคเหนือ 10 จังหวัด รวม 41 อำเภอ 135 ตำบล 553 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 7,830 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 1 ราย ผู้สูญหาย 2 ราย ได้แก่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น่าน เกิดน้ำไหลหลาก ในพื้นที่ 10 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอเวียงสา อำเภอภูเพียง อำเภอสันติสุข อำเภอนาน้อย อำเภอท่าวังผา อำเภอแม่จริม อำเภอบ่อเกลือ และอำเภอบ้านหลวง รวม 37 ตำบล 191 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 3,609 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 1 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แพร่ เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่&amp;nbsp; 8 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองแพร่ อำเภอร้องกวาง อำเภอสูงเม่น อำเภอสอง อำเภอลอง อำเภอหนองม่วงไข่ อำเภอวังชิ้น และอำเภอเด่นชัย รวม 47 ตำบล 227 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,926 ครัวเรือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เชียงใหม่ เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอแม่ออน และอำเภอเวียงแหง รวม 2 ตำบล 7 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 10 ครัวเรือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลำปาง เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่อำเภอเมืองปาน อำเภอเมืองลำปาง อำเภอแม่เมาะ อำเภอเถิน อำเภอแม่ทะ อำเภอเกาะคา และอำเภอสบปราบ รวม 10 ตำบล 14 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 11 ครัวเรือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พะเยา เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่อำเภอเชียงม่วน รวม 2 ตำบล 6 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 124 ครัวเรือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุตรดิตถ์ เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ อำเภอท่าปลา และอำเภอพิชัย รวม 14 ตำบล 60 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,179 ครัวเรือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลำพูน เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่อำเภอบ้านธิ รวม 1 ตำบล 5 หมู่บ้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม่ฮ่องสอน เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน อำเภอปางมะผ้า อำเภอแม่ลาน้อย อำเภอขุนยวม และอำเภอปาย รวม 8 ตำบล 8 หมู่บ้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุโขทัย เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองสุโขทัย และอำเภอสวรรคโลก รวม 11 ตำบล 32 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 963 ครัวเรือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตาก เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอแม่สอด และอำเภอท่าสองยาง รวม 3 ตำบล 3 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 8 ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และดินสไลด์ในพื้นที่ภาคเหนือ 2 จังหวัด รวม 4 อำเภอ 4 ตำบล 4 หมู่บ้าน ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เกิดดินสไลด์ในพื้นที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน รวม 1 ตำบล 1 หมู่บ้าน และเชียงใหม่ เกิดดินสไลด์ในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอกัลยานิวัฒนา อำเภอแม่แตง และอำเภอพร้าว รวม 3 ตำบล 3 หมู่บ้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย ปภ. ได้ประสานจังหวัด หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้น โดยขนย้ายสิ่งของไปไว้ในที่สูงและเร่งระบายน้ำท่วมขัง รวมถึงแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค พร้อมจัดเจ้าหน้าที่สำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75359</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชยพล ธิติศักดิ์, ดินสไลด์, น้ำท่วม, น้ำป่าไหลหลาก, ปภ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200823/image_big_5f42651194f6b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75328</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2020 09:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝนถล่มน้ำป่าหลาก น่าน-สุโขทัยอ่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหนือ อีสานระทม ฝนถล่มหนักก่ออุทกภัยใน 8 จังหวัด มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ น่านเกิดน้ำป่าหลากหนักสุดใน อ.เวียงสา 700 ครอบครัวเดือดร้อนหนัก บ้านบางหลังจมน้ำกว่า 2 เมตร ส่วนที่สุโขทัย น้ำเหนือทะลักลงแม่น้ำยมเซาะพนังขาด เร่งช่วย 200 ครัวเรือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยเรื่อง &amp;quot;ฝนตกหนักบริเวณประเทศไทยตอนบน&amp;quot; ฉบับที่ 9 ลงวันที่ 23 สิงหาคม 2563 ความว่า ร่องมรสุมกำลังแรงที่พาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมีกำลังอ่อนลง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน และประเทศไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกหนักบางพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนัก มีดังนี้ ในวันที่ 23 สิงหาคม 2563 ภาคเหนือ :&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร ชัยภูมิ และขอนแก่น ภาคกลาง : จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท กาญจนบุรี และราชบุรี ภาคตะวันออก : จังหวัดสระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีพื้นที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ 8 จังหวัด รวม 25 อำเภอ 88 ตำบล 382 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 3,858 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ได้แก่ จ.น่าน เกิดน้ำไหลหลาก ในพื้นที่ 6 อำเภอ คือ อ.เมือง เฉลิมพระเกียรติ เวียงสา ภูเพียง สันติสุข และนาน้อย ประชาชนได้รับผลกระทบ 960 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 1 ราย, จ.แพร่ เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ 8 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง ร้องกวาง สูงเม่น สอง ลอง หนองม่วงไข่ วังชิ้น และเด่นชัย ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,585 ครัวเรือน, จ.เชียงใหม่ เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ อ.แม่ออน ประชาชนได้รับผลกระทบ 10 ครัวเรือน, จ.ลำปาง เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ อ.เมืองปาน, จ.พะเยา เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ อ.เชียงม่วน ประชาชนได้รับผลกระทบ 124 ครัวเรือน, จ.อุตรดิตถ์ เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง ท่าปลา และพิชัย ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,179 ครัวเรือน, จ.ลำพูน เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ อ.บ้านธิ, จ.แม่ฮ่องสอน เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง ปางมะผ้า แม่ลาน้อย และขุนยวม ขณะที่เกิดดินสไลด์ใน จ.แม่ฮ่องสอน ในพื้นที่ อ.เมือง ทั้งนี้ ปภ.และหลายหน่วย
งานได้เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสถานการณ์ในพื้นที่เมื่อวันอาทิตย์ เกิดดินสไลด์ทับเส้นทางถนนบ้านดงสามหมื่น-บ้านแม่แดดน้อย อ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่ ผู้ใช้รถใช้ถนนไม่สามารถสัญจรไปมาได้ เจ้าหน้าที่เร่งแก้ไขจนเปิดใช้งานได้ตามปกติ นอกจากนี้ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผวจ.เชียงใหม่ พร้อมด้วย นางสุดาภรณ์ สงวนสัตย์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ ลงพื้นที่ ต.ทาเหนือ อ.แม่ออน ตรวจสอบเหตุฝนตกหนักจนทำให้ลำน้ำทาเกิดน้ำเซาะเป็นสาเหตุให้สะพานขาด โดย ผบต.ทาเหนือ ได้เร่งซ่อมแซมเบื้องต้น เพื่อให้ประชาชนกว่า 30 ครัวเรือน สามารถสัญจรเข้า-ออกหมู่บ้านได้ตามปกติก่อน จากนั้นจะได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างสะพานคอนกรีตถาวรต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลำพูน นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผวจ.ลำพูน ประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ติดตามสถานการณ์และการช่วยเหลือประชาชนจากสถานการณ์วาตภัยและดินโคลนถล่ม โดยนายพงศ์รัตน์เปิดเผยว่า จากการติดตามสภาพอากาศร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าในหลายพื้นที่ได้เกิดอุทกภัยน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม ก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิต ตลอดจนทรัพย์สินของประชาชนเป็นอย่างมาก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ จึงกำชับให้ทุกจังหวัดดำเนินการตามแนวทางแผนเผชิญเหตุ ตั้งแต่การแจ้งเตือนภัย การตรวจสอบและเสริมความมั่นคงแข็งแรงเชิงโครงสร้างให้กับคันกั้นน้ำ โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชนพื้นที่เขตเศรษฐกิจสำคัญ การให้ความช่วยเหลือประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตาก ฝนตกหนักตลอดคืนวันเสาร์ ทำให้ระดับน้ำลำห้วยแม่สอดเพิ่มสูงขึ้น น้ำกัดเซาะริมตลิ่งพังและยุบตัวลง ลึกกว่า 5 เมตร ยาวกว่า 100 เมตร จนทำให้บ้านของนางพัชณี พรมรัตน์ อายุ 63 ปี เลขที่ 208/1 ถนนอินทรคีรี ต.แม่สอด อ.แม่สอด หลังวัดมณีไพรสณฑ์ ได้รับความเสียหาย เสาบ้านด้านหลังบ้านดินเกิดทรุดตัวเหลือแต่เสา ก่อนที่บ้านจะพังทลายไปทั้งหลัง แต่นางพัชณีไม่ได้รับอันตราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.ประสาน เห็นประเสริฐ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 แม่สอด สั่งการให้ ร.อ.ศาศวัต สัตยพงษ์ ผู้บังคับกองร้อยเครื่องยิงหนัก ฉก.ร.4 นำกำลังทหารเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนในพื้นที่หมู่ 6 บ้านแม่กุใต้ ต.แม่กุ อ.แม่สอด พร้อมเฝ้าระวังเหตุการณ์ ก่อนที่ฝ่ายปกครองจะเร่งสำรวจความเสียหายต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น่าน สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอเวียงสา หลายหมู่บ้านยังไม่คลี่คลาย ระดับน้ำยังคงสูง 1-2 เมตร ทั้งหมู่บ้านต้นหนุน หมู่ 5 บ้านดอนแท่น หมู่ 2 และ 14 บ้านหนอง หมู่ 9 ต.กลางเวียง และบ้านน้ำหลง หมู่ 3 ต.เวียงสา ซึ่งหลายหน่วยงานยังต้องใช้เรือท้องแบนในการลำเลียงอาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค ขณะที่ พันโทบัณฑิต ชาวกัณหา ผู้บังคับหน่วยกองพันทหารม้าที่ 15 กรมทหารม้าที่ 2 นำกำลังพล พร้อมประสานรถบรรทุกน้ำจากเทศบาลตำบลกลางเวียง เร่งช่วยเหลือชาวบ้านปงสนุก หมู่ 1 ต.ปงสนุก อ.เวียงสา ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ถูกน้ำป่าไหลหลาก มีเศษซากต้นไม้และวัชพืช รวมทั้งดินโคลนดินเลนทับถมตามบ้านเรือนและถนนในหมู่บ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า พล.ต.ต.สัณห์ โพธิ์รักษา ผบก.ภ.จว.น่าน และคณะ ลงเรือท้องแบนสำรวจพื้นที่ประสบอุทกภัยบ้านดอนแท่น หมู่ 2 และหมู่ 14 ซึ่งน้ำจากลำน้ำสา และลำน้ำน่าน ได้เอ่อล้นท่วมบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่เกษตรเป็นบริเวณกว้าง มีประชาชนเดือดร้อนกว่า 700 ครัวเรือน บางหลังน้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตร ประชาชนที่มีบ้าน 2 ชั้น ต้องอาศัยอยู่ชั้น 2 ส่วนบ้านชั้นเดียวประชาชนต้องอพยพออกไปอาศัยชั่วคราวที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้อพยพอำเภอเวียงสา ตั้งอยู่ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอเวียงสา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ อ.เวียงสา ประสบปัญหาน้ำท่วมมากที่สุดในครั้งนี้ ทั้งอำเภอมีผู้ประสบภัยกว่าพันครัวเรือน ประชากรกว่า 3,000 คน ได้รับความเดือดร้อน ครอบคลุมพื้นที่ 13 หมู่บ้าน 4 ตำบล ประกอบด้วย ต.ไหล่น่าน กลางเวียง ปงสนุก และขึ่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุโขทัย มีรายงานว่า ปริมาณน้ำเหนือที่ไหลบ่าเข้าสู่แม่น้ำยมจาก อ.วังชิ้น จ.แพร่ ได้ไหลมาถึงจังหวัดสุโขทัยอย่างรวดเร็วหลังฝนตกติดต่อกันหลายวัน ทั้ง จ.แพร่ น่าน และสุโขทัย มีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ล่าสุดตั้งแต่ อ.ศรีสัชนาลัย อ.สวรรคโลก สู่ อ.เมือง กระแสน้ำในน้ำแม่ยมมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วกัดเซาะถนนริมแม่น้ำยมที่เป็นคันดิน ซึ่งเป็นพื้นที่กำลังก่อสร้างพนังกั้นแม่น้ำยม ระยะทางประมาณ 1,500 เมตร บางจุดเกิดพังเสียหาย น้ำทะลักเข้าท่วมพื้นที่หมู่ 1 บ้านวังหิน และพื้นที่หมู่ 7 บ้านบางสงค์ ต.ปากแคว อ.ศรีสัชนาลัย ซึ่งเป็นพื้นที่ติดต่อกัน บ้านเรือนประชาชนถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหายกว่า 200 หลังคาเรือน ประชาชนได้รับความเดือดร้อนไม่ต่ำกว่า 400 คน พื้นที่การเกษตรถูกน้ำท่วมเบื้องต้นเสียหาย 1,500 ไร่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผวจ.สุโขทัย นำคณะตรวจสอบจุดที่ถูกน้ำกัดเซาะถนนริมแม่น้ำยม และเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชน พบว่าน้ำกัดเซาะถนนบริเวณนี้รวม 3 จุด พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยอย่างเร่งด่วน ขณะที่โยธาธิการผังเมือง ปภ. และส่วนท้องถิ่น เร่งแก้ไขจุดที่เสียหายขนย้ายประชาชนในที่เสี่ยงออกจากพื้นที่อย่างเร่งด่วน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิษณุโลก นายชำนาญ ชูเที่ยง ผอ.โครงการชลประทานพิษณุโลก เปิดเผยว่า เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ลุ่มน้ำยม จ.แพร่ ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำยมเพิ่มสูงขึ้น โดยที่สถานี Y.1C บริเวณสะพานบ้านน้ำโค้ง อ.เมืองแพร่ วัดปริมาณน้ำไหลผ่านได้ สูงสุด 1,252 ลูกบาศก์เมตร/วินาที (23 ส.ค.63 เวลา 02.00 น.) กรมชลประทานคาดการณ์ว่าน้ำจะเดินทางถึงสถานีวัดน้ำ Y.14A อ.ศรีสัชนาลัย สุโขทัย ในเกณฑ์สูงสุดวันที่ 23 ส.ค.63 ในช่วงเวลาประมาณ 08.00-10.00 น. ที่ระดับ 9.30-9.35 เมตร ปริมาณน้ำไหลผ่านสูงสุด 1,050-1,060 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ปัจจุบันปริมาณน้ำไหลผ่าน Y.14A เมื่อเวลา 05.00 น. วัดได้ 973.60 ลบ.ม/วินาที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อเป็นการลดผลกระทบต่อการเกิดอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย และจังหวัดพิษณุโลก กรมชลประทานจะบริหารจัดการน้ำในแม่น้ำยมบริเวณเหนือประตูระบายน้ำ (ปตร.) หาดสะพานจันทร์ ด้วยการผันน้ำส่วนหนึ่งเข้าสู่คลองหกบาท พร้อมกับควบคุมปริมาณน้ำไหลผ่านประตูระบายน้ำหาดสะพานจันทร์ และควบคุมปริมาณน้ำไหลผ่านตัวเมืองสุโขทัย ควบคุมปริมาณน้ำในแม่น้ำยมไม่ให้เกิดผลกระทบจากภาวะน้ำเอ่อล้นตลิ่ง ได้แก่ ปตร.วังสะตือ, คลองผันน้ำแม่น้ำยม-แม่น้ำน่าน เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อุทยานแห่งชาติถ้ำปลา จ.แม่ฮ่องสอน ประกาศปิดแหล่งท่องเที่ยวเป็นการชั่วคราว เนื่องจากมีน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ เกรงว่าจะก่อให้เกิดอันตรายต่อนักท่องเที่ยว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักชลประทานที่ 5 อุดรธานี นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานประชุมเพื่อติดตามสถานการณ์น้ำ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75328</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชยพล ธิติศักดิ์, พ.อ.ประสาน เห็นประเสริฐ, พงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์, พล.ต.ต.สัณห์ โพธิ์รักษา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไมตรี ไตรติลานันท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200823/image_big_5f42651194f6b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
