<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>50242</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/11/2019 09:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/11/2019 09:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โจรใต้ซุกบึ้ม25กก.ดักสังหารจนท.รัฐ! โชคดีเก็บกู้ทัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พ.ย. 62 - เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 13 พ.ย. ที่ผ่านมา พ.อ.ธีร์พัชร์ เอมพันธุ์ ผู้บังคับชุดเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 อ.ระแงะ จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ทหารชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิดอโณทัย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้นำระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิกนิค หนัก 25 กิโลกรัม จุดชนวนด้วยแบตเตอรี่ที่ลากสายไฟเข้าไปในป่าสวนยางพารา ยาว 30 เมตร ที่เจ้าหน้าที่เก็บกู้เอาไว้ได้ ขณะที่คนร้ายนำไปซุกไว้ริมถนนในพื้นที่หมู่บ้านเจ๊ะเก ม.2 ต.บาโงสะโต อ.ระแงะ ซึ่งห่างจาก ชคต.บาโงสะโต ประมาณ 150 เมตร หลังจากที่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) บ้านเจ๊ะเก ได้ตรวจสอบพบ โดยคนร้ายได้ใช้กระสอบปุ๋ยคลุมทับไว้ด้านบน ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถเข้าเก็บกู้เอาไว้ได้ในช่วงเวลา 17.00 น.ของวันเดียวกันนี้ โดยเจ้าหน้าที่ได้นำไปยิงทำลายที่บริเวณบ่อดินร้างในพื้นที่บ้านเจ๊ะเก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ. ธีร์พัชร์ เปิดเผยว่า โชคดีที่ระเบิดลูกดังกล่าวชุด ชรบ. ได้พบเห็นและแจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาเก็บกู้และได้ยิงทำลายทิ้ง ซึ่งคนร้ายมีแผนที่จะลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่กองกำลังที่นั่งรถยนต์ลาดตระเวน ในการรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนในหมู่บ้านดังกล่าว และขอขอบคุณประชาชนและผู้ให้ความร่วมมือกับทางการ ที่ได้ช่วยกันเป็นหูเป็นตา จนกลุ่มคนร้ายไม่สามารถที่จะเคลื่อนไหวในการก่อเหตุร้ายได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50242</URL_LINK>
                <HASHTAG>จนท.รัฐ, ชรบ., นราธิวาส, พ.อ.ธีรพัชร์ เอมพันธุ์, ระเบิด25ก.ก., โจรใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191114/image_big_5dccb70dadd0d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49830</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/11/2019 14:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/11/2019 14:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯคุย&#039;กอ.รมน.&#039;ปรับแผนดับไฟใต้ เผยยังไม่กำหนดเคอร์ฟิวแต่ถ้ากำหนดจะให้สั้นที่สุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 พ.ย 62 - ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในอาณาจักร (กอ.รมน.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ครั้งที่&amp;nbsp;2/2562 โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องและผู้นำเหล่าทัพ เข้าร่วมการประชุม โดยไม่เปิดให้สื่อมวลชนเข้าร่วมรับฟังการประชุมแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่การประชุมครั้งนี้ เพื่อให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับงานด้านความมั่นคง ได้รับทราบผลการปฎิบัติการงานของกอ.รมน. ประจำปี 2562 และแผนการดำเนินงานของกอ.รมน. ประจำปี 2563 โดยนายกรัฐมนตรี ในฐานะผอ.รมน.ได้มอบนโยบายและสั่งการเพื่อเป็นกรอบแนวทางในการปฏิบัติงาน 2&amp;nbsp;เรื่องสำคัญ คือ 1.การเสนอแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (กอ.รมน.) ที่มุ่งเน้นให้การปฏิบัติแก้ไขปัญหาบรรเทาสาธารณภัยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยไม่ซ้ำซ้อนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่น โดยสาระสำคัญ คือ จะมีกอ.รมน.ภาคและกอ.รมน.จังหวัด ทำหน้าที่ในการปฎิบัติบูรณาการ&amp;nbsp;ประสานงาน และเสริมสร้างการปฏิบัติงานของหน่วยงานภาครัฐ เอกชน หน่วยงานทหารในพื้นที่และกลุ่มมวลชนในเครือข่ายกอ.รมน. เพื่อเข้าไปเสริมช่องว่างในการจัดการด้านสาธารณภัย ของกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.จังหวัด) กับส่วนกลางให้แน่นแฟ้น รวมถึงกรณีจำเป็นเร่งด่วน&amp;nbsp;เพื่อเป็นการยับยั้งไม่ให้เกิดสาธารณภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.แผนปฏิบัติการเพื่อรองรับการประกาศพื้นที่ปรากฎเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ที่ปัจจุบันสถานการณ์การก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอจังหวัดสงขลามีแนวโน้มดีขึ้น ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมสร้างความเข้มแข็งในการรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชน&amp;nbsp;ขณะที่กอ.รมน.ภาค 4 (ส่วนหน้า) ได้จัดทำแผนปฏิบัติการ เพื่อรองรับการประกาศพื้นที่ปรากฎเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักรไว้ 3 แนวทางปฏิบัติ คือ ด้านยุทธการ เน้นการมีส่วนร่วมประชาชน ใช้กำลังประชาชนดูแลพื้นที่ ทดแทนกำลังทหารรัฐ และการบังคับใช้กฎหมาย&amp;nbsp;โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ภายใต้การสนับสนุนจากทุกภาคส่วน ด้านการเมือง มุ่งสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนในพื้นที่ รณรงค์ให้ผู้เห็นต่างจากรัฐ หันกลับมาต่อสู้ตามแนวทางสันติ ออกมารายงานตัวและเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทางกฎหมาย ด้านการพัฒนา มุ่งเน้นพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดี&amp;nbsp;และตรงตามความต้องการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเวลา 11.50 น. พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังมีกระแสข่าวการประกาศเคอร์ฟิว ห้ามออกจากเคหะสถานในเวลาค่ำคืน หลังเกิดเหตุกลุ่มคนร้ายยิงถล่มชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ว่า ยังๆ เบื้องต้นยังไม่ได้กำหนดกรอบระยะเวลา แต่ถ้าประกาศจะกำหนดเวลาให้สั้นที่สุด&amp;nbsp;เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวน สอบสวนทางคดี และเพื่อเป็นการจำกัดพื้นที่ของคนร้ายในช่วงที่มีการไล่ติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุ โดยยืนยันว่าไม่อยากให้มีผลกระทบต่ออย่างอื่น แต่เป็นเรื่องที่จำเป็น ซึ่งหากเราปิดพื้นที่ไม่ได้ ก็จะมีปัญหา ส่วนนี้ขอให้เข้าใจกันด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ามีรายงานว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มคนหน้าขาว ภายหลังก่อเหตุเสร็จสิ้น จะกลับไปนอนอยู่บ้าน ส่วนนี้จะมีการติดตามจับกุมอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การสืบสวน สอบสวนวันนี้มีความคืบหน้า แต่ยังเปิดเผยไม่ได้ ต้องใช้หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่จะไปจับใครก็ได้&amp;nbsp;ต้องเอาหลักฐานในพื้นที่เกิดเหตุมาติดตาม ซึ่งเราก็มีข้อมูลอยู่แล้ว ทั้งอาวุธ​ปืน กระสุนและปลอกกระสุน พร้อมมีข้อมูลอยู่แล้วว่าเป็นกลุ่มผู้ก่อการร้ายกลุ่มใดและมีกลุ่มใดเกี่ยวข้องบ้าง ก็จะต้องมาพิจารณาร่วมกัน คงจะได้รับทราบความคืบหน้าภายในเร็ววันนี้ ขอเวลาอีกหน่อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ผู้ก่อเหตุมีการใช้วัตถุระเบิด จะถือเป็นการก่อการร้ายมากกว่าการก่อความไม่สงบได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า พวกเขาใช้กลยุทธ์เช่นนี้ เป็นกลยุทธ์การก่อการร้าย คือการสร้างเหตุความรุนแรงเพื่อกดดันต่อรัฐ และการทำงาน แล้วเราจะไปกดดันกันเพื่ออะไร ในเมื่อรัฐบาลพยายามแก้ปัญหาอย่างสันติวิธี&amp;nbsp;ด้วยการบังคับใช้กฎหมาย การพัฒนา และสร้างการมีส่วนร่วม เราแก้ปัญหากันอย่างนี้ ไม่ดีกว่าหรือ ส่วนการก่อการร้ายนั้น มีองค์ประกอบหลายอย่าง เช่น การยึดพื้นที่ การใช้ความรุนแรง แต่เหตุการณ์นี้เข้าข่ายแค่ใช้อาวุธสงคราม เพื่อกดดันรัฐ แต่หากเราตีความผิด การแก้ปัญหาก็จะผิดและเหตุการณ์จะรุนแรงขึ้น&amp;nbsp;ท้ายสุดผลกระทบก็จะเกิดกับประชาชนในพื้นที่ ซึ่งวันนี้เราลดระดับผลกระทบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ได้มากพอสมควร ประชาชนก็กลับมาให้ความร่วมมือ แม้แต่การบังคับใช้กฎหมายบางตัว ประชาชนก็เห็นด้วย เพราะเขาดูแล้วว่าเกิดประโยชน์กับเขา ไม่ได้เดือดร้อนอะไร แต่คนที่มักจะมีปัญหาในเรื่องนี้&amp;nbsp;คือคนที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ ซึ่งจะมองในเรื่องของสิทธิมนุษยชนอย่างเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมคิดว่าไม่มีเจ้าหน้าที่คนไหน อยากไปละเมิดสิทธิมนุษยชนใครทั้งสิ้น แต่ไปดูผู้ก่อเหตุว่า สิ่งที่เขาทำ มันละเมิดสิทธิมนุษยนชนประชาชนหรือไม่ ในการทำร้ายประชาชนทัั้งผู้บริสุทธิ์ ไทยพุทธ ไทยมุสลิม ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ใช่แค่ไทยพุทธอย่างเดียว แต่ครั้งนี้เป็นการทำร้ายทั้งไทยพุทธและไทยมุสลิม&amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ก็ไม่มีการเคลื่อนไหวให้รัฐบาลเลิกโน่น เลิกนี้ แล้วทำไปเพื่ออะไร ไม่งั้นก็ลองไปอยู่ในพื้นที่เขาดู ว่าจะทำอย่างไร ลองไปอยู่กับเขานานๆ จะได้รู้&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าได้รับรายงานการหารือเกี่ยวกับการพูดคุยถึงสันติสุข จากมาเลเซียบ้างหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ได้รับรายงานตลอด ก่อนเขาไปตนก็ได้ให้นโยบายไป เมื่อเขากลับมาก็รายงานตน ก็ให้มีการปรับแผนกันไป ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการพูดคุยกับกลุ่มที่มีบทบาทอย่างแท้จริง โดยจะเน้นในเรื่องของจะทำอย่างไรให้ในพื้นที่ปลอดภัย&amp;nbsp;และมีสันติสุขอย่างยั่งยืน ต้องคุยกัน และปรับวิธีต่อเนื่อง เพราะมีหลายกลุ่ม หลายฝ่าย หลายระดับทั้งผู้นำระดับการเมือง การทหาร ทั้งคนรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ ซึ่งคนรุ่นเก่านั้น ค่อนข้างจะพูดคุยในด้านสันติวิธีมากขึ้น แต่คนรุ่นใหม่ก็พยายามสร้างคนกลุ่มใหม่ๆ เข้ามาแทน&amp;nbsp;เราต้องหาวิธีการว่าจะต้องแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวอีกว่า ดังนั้น จะต้องเจรจากับกลุ่มที่มีบทบาทแท้จริงในการก่อเหตุ แต่ปัญหาคือ เขาจะคุยด้วยหรือไม่ เพราะบางกลุ่มก็ไม่อยากมาเจรจา เพราะคงอยากใช้วิธีเดิมต่อไป พวกนี้คือพวกหัวรุนแรง เราบังคับไม่ได้ ถึงต้องไปพูดคุยที่ต่างประเทศ แต่ไม่ใช่การเจรจา เพราะถ้าเจรจาหมายถึงเรารบกันแล้วจึงต้องเจรจาหยุดยิง&amp;nbsp;แต่อันนี้ไม่ใช่ เป็นเรื่องของการบังคับใช้กฎหมาย และทางมาเลเซียก็ตอบสนองด้วยดีตลอดมา แต่ก็ยังมีปัญหาอีกหลายอันที่ต้องแก้ควบคู่กันไป เช่น เรื่องบุคคลสองสัญชาติ การข้ามแดน เนื่องจากคนเหล่านี้ปลอมปนอยู่ในกลุ่มประชาชนทั่วไป เข้ามาหาก็ไม่รู้ เพราะหน้าตาก็เหมือนกัน&amp;nbsp;ทั้งนี้ ตนได้สั่งการบริหารเชิงรุกไป แต่ต้องระวังการใช้อาวุธต่างๆ และการบังคับใช้กฎหมาย ต้องไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชนมากเกินไป

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ส่วนการใช้กำลังของชรบ. ยังมีความจำเป็นต่อไป ถ้าไม่มีจะทำมาทำไม ซึ่งแต่ก่อนนี้กำลังตำรวจในพื้นที่ และอาสาสมัครรักษาดินแดน มีกำลังไม่เพียงพอ จึงต้องจัดทหารข้างนอกมาช่วย เมื่อเรียบร้อยแล้วก็เอาทหารกลับ ส่วนตำรวจและทหารในพื้นที่ก็ทำงานปกติไป&amp;nbsp;แต่เมื่อเหตุการณ์ไม่ปกติ ก็จะนำกองกำลังทหารเข้าไปเติม ทุกประเทศก็ทำแบบนี้ และระหว่างนี้เราจะต้องเสริมสร้างกำลังในท้องถิ่นให้มากขึ้น เพราะคนเหล่านี้จะรู้จักพื้นที่และสถานการณ์ต่างๆได้ดี แต่จะต้องเพิ่มความระมัดระวังตัวเองให้มากขึ้น เพราะทางยุทธวิธียังไม่เข้มแข็งพอ&amp;nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการฝึกทบทวนมาโดยตลอด

&amp;ldquo;ผมถามเขาว่าจุดที่เกิด ทำไมไปตั้งฐานปฏิบัติการตรงนั้น เขาบอกมีความจำเป็น เพราะมีหมู่บ้านอยู่กลุ่มหนึ่ง และเขาต้องการไปดูแลประชาชนในหมู่บ้านดังกล่าว เพราะพื้นที่จำกัด เขาจึงไปตั้งกลางสวนยาง ส่วนด้านนอกทัศนวิสัยก็จำกัด มันจึงเปิดโอกาสให้ผู้ก่อเหตุเข้าถึงได้ง่าย&amp;nbsp;ซึ่งผมได้เตือนไปแล้วว่า ต้องหาวิธีการใหม่และปรับในเชิงกลยุทธ์ ให้มีชุดลาดตระเวนต่างๆให้รัดกุมมากขึ้น รวมถึงการป้องกันชายแดน และการลักลอบเข้าออกประเทศ ส่วนนี้ก็ต้องเพิ่มการกวดขัน&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49830</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มก่อความไม่สงบ, ชรบ., ชรบ.ลำพะยา, รัฐบาลพลเอกประยุทธ์, ไฟใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191108/image_big_5dc507f4ce8a9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49767</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/11/2019 18:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/11/2019 18:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กอ.รมน.ยกย่อง&#039;ชรบ.&#039;กำลังปชช.อาสาสมัครเสียสละเพื่อชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 พ.ย 62 - ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษก กอ.รมน. เปิดเผยถึงกรณีเหตุการณ์ยิงชุด ชรบ. เสียชีวิต 15 ราย ในพื้นที่ จ.ยะลา เมื่อวันที่ 5 พ.ย. ที่ผ่านมาว่า ทางชรบ. เป็นกำลังอาสาสมัครที่มีความเสียสละ ช่วยเหลือทางราชการ ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในการดูแลหมู่บ้าน/ชุมชนของตนเอง ช่วยเหลือสังคม และเป็นกำลังในการพัฒนาประเทศ แต่ละท่านนอกจากมีงานประจำที่ทำในช่วงกลางวันแล้ว ยังเสียสละเวลา ทั้งแรงกาย แรงใจ มาช่วยดูแลความสงบสุขของพี่น้องประชาชนในหมู่บ้านเขาอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ธนาธิป กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าทางคดีนั้น เบื้องต้นขณะนี้สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องสงสัยที่คาดว่าเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดครั้งนี้ได้แล้ว 1 คน โดยทางเจ้าหน้าที่กำลังติดตามขยายผลและจะมีความก้าวหน้าผลการปฏิบัติ ส่วนผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ นั้นพบว่าปลอกกระสุนปืน มีผลยืนยันว่า ยิงจากอาวุธปืน กระบอกที่เคยใช้ก่อเหตุในหลายพื้นที่ เช่น ยิง อ.ส.ที่บ้านปะกาฮารัง อ.เมือง จ.ปัตตานี ,คดีปล้นตู้ เอทีเอ็ม ที่บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยฟาตอนี ,คดีปล้นร้านทองที่ อ.นาทวี จังหวัดสงขลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกกอ.รมน. กล่าวอีกว่า ส่วนผลการตรวจดีเอ็นเอของผู้ต้องสงสัยที่เก็บได้จากที่เกิดเหตุ คาดว่าจะทราบผลภายใน 1-2 วัน ซึ่งคาดว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุมาจำนวนหลายคน ทั้งการเข้าโจมตี-การตัดต้นไม้ การวางตะปูเรือใบ เพื่อขัดขวางการติดตามของเจ้าหน้าที่ โดยมีลักษณะของพื้นที่เกิดเหตุ เป็นพื้นที่หมู่ที่ 5 ซึ่งจุดตรวจดังกล่าวตั้งลึกเข้าไปในป่าสวนยาง ถือเป็นหมู่บ้านเข้มแข็งในการระวังป้องกันตนเอง เป็นหมู่บ้านย่อยที่ห่างจากชุมชนใหญ่ มีบ้านเรือนกระจายเพียงไม่กี่หลังคาเรือน( ประมาณ 5-6 หลัง ) และชาวบ้านเป็นอาสาสมัครที่เสียสละร่วมกัน มีการระดมกำลังพี่น้องจากหมู่บ้านอื่นมาร่วมจุดตรวจนี้ตลอดมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การเยียวยา เป็นไปตามระเบียบของทางราชการในการเยียวยาให้ความช่วยเหลือซึ่ง ศอ.บต.จะเป็นผู้ดำเนินการโดยเร็วที่สุดเพื่อขวัญกำลังใจ และบรรเทาความเดือดร้องของครอบครัวผู้สูญเสีย จะมีเงินช่วยเหลือกรณีเสียชีวิตจากเหตุการณ์ฯ รายละ 500,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;,เงินช่วยเหลือการจัดการศพ,เงินช่วยเหลือบุตรจากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดยะลา และเงินยังชีพผู้พิการเป็นรายเดือน
&amp;ldquo;กอ.รมน. ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตมา ณ โอกาสนี้อีกครั้ง และขอความร่วมมือ ให้ผู้ที่มีข้อมูล เบาะแส ให้ที่พักพิง หรือเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ก่อเหตุ ได้แจ้งเจ้าหน้าที่หรือโทร 1374 เพื่อจะได้เร่งรัดติดตามตัวผู้กระทำความผิด มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&amp;rdquo;พล.ต.ธนาธิป กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49767</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอ.รมน., ชรบ., ยะลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190716/image_big_5d2de5ba74b85.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49680</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2019 16:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2019 16:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กแดง&#039;เสียใจเหตุคนร้ายสังหารหมู่ชรบ.ยะลา เร่งปรับแผนเสริมความเข้มแข็งอาสาสมัครภาคปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ย 62 - &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถ.ราชดำเนิน พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวภายหลังการประชุมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก (นขต.ทบ.) ที่มีพล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เป็นประธานการประชุมว่า ผบ.ทบ.ได้กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ที่เสียชีวิตจากเหตุร้ายที่เกิดขึ้น ณ จุดตรวจ ต.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา เมื่อคืนวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา พร้อมระบุว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม มีความห่วงใยและให้แนวทางการดูแลต่อเรื่องดังกล่าว ทั้งการติดตามผู้ก่อเหตุมาเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย การดูแลผู้บาดเจ็บและเยียวยาผู้สูญเสีย รวมถึงการปรับเสริมมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยผบ.ทบ.ได้สั่งการให้แม่ทัพภาคที่ 4 เร่งดำเนินการตามแนวทางดังกล่าวแล้ว พร้อมทั้งการช่วยสร้างความเข้มแข็งและสนับสนุนการปฏิบัติงานของชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านในมิติต่างๆ ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าเหตุใดเหตุการณ์ครั้งนี้จึงเกิดขึ้นรุนแรง พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ทางฝ่ายกลุ่มผู้ก่อเหตุพยายามจับจ้องก่อเหตุตลอดเวลาอยู่แล้ว โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นเป้าหมายอ่อนแอ ซึ่งทางกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาคที่ 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ต้องปรับแผนการดำเนินงานให้เหมาะสมกับสถานการณ์และสภาพแวดล้อมให้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่มาเป็นอาสาสมัครดูแลหมู่บ้านพื้นที่ของตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า จากนี้ฝ่ายความมั่นคงจะมีมาตรการอะไรที่จะเข้าไปฝึกชรบ.ให้มีความเข้มแข็งเพิ่มขึ้นหรือไม่ พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ทางกอ.รมน.ภาค 4 สน.มีมาตรการปรับเสริมงานด้านนี้อยู่แล้ว แต่ต้องยอมรับว่าพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีพื้นที่กว้าง รวมทั้งอาสาสมัครก็มีอยู่หลายส่วนและหลายจุด ซึ่งจากนี้จะต้องมีการปรับให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49680</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มก่อความไม่สงบ3จังหวัดชายแดนภาคใต้, ชรบ., บิ๊กแดง, ผบ.ทบ., ไพใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190806/image_big_5d498bfb2f9dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49643</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2019 14:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2019 14:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มทภ.4ปลุกปชช.ฮือต้านโจรใต้ ปรับแผนจรยุทธ์สู้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ย. 62 -&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากกรณีที่เกิดเหตุคนร้ายไม่ต่ำกว่า 10 คน พร้อมอาวุธปืนสงคราม ยิงใส่ป้อมจุดตรวจของชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) หมู่ 5 บ้านตะวันออก ต.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา เป็นเหตุให้มี ชรบ.เสียชีวิต 15 ราย บาดเจ็บ 5 ราย เหตุเกิดเมื่อกลางดึกของคืนวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 6 พย 62 เวลา 08.30 น. พลตำรวจตรีปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 พร้อมด้วย พลตำรวจตรีปราบพาล มีมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา&amp;nbsp; นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ภ.จว.ยะลา และเจ้าหน้าที่จากศูนย์พิสูจน์หลักฐานที่ 10 ยะลา เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ&amp;nbsp; โดยเข้าตรวจสอบบริเวณสวนกล้วยด้านข้างป้อมจุดตรวจที่เกิดเหตุ พบกระสุนปืนขนาด 5.56 และกระสุนปืนอาก้า ซึ่งคาดว่าเป็นของกลุ่มคนร้าย ตกอยู่เป็นจำนวนมาก&amp;nbsp; นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ยังพบกองเลือด แมกกาซีนปืน สายสะพายปืน รวมทั้งผ้าพันคอ ของกลุ่มคนร้ายตกอยู่ จึงให้ได้เจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์หลักฐาน เก็บสารพันธุกรรม หรือดีเอ็นเอ&amp;nbsp; และได้ให้ชุดสุนัขสงครามของเจ้าหน้าที่ทหาร ติดตามรอยเลือดของกลุ่มคนร้าย&amp;nbsp; ซึ่งเบื้องต้นเชื่อว่าน่าจะมีคนร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุการณ์ยิงปะทะในครั้งนี้ 1-2 ราย&amp;nbsp; เนื่องจากพบกองเลือดจำนวนมาก
&amp;nbsp;
ในเวลาเดียวกันที่บริเวณเส้นทางสายลำใหม่-ลำพะยา หมู่ 4 บ้านลำใหม่ เจ้าหน้าที่ได้พบกล่องต้องสงสัยวางอยู่ริมถนน และมีสายไฟลากยาวเข้าไปในสวนยางพาราข้างทาง จึงได้ปิดกั้นการจราจรพร้อมให้เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบ และทำลาย พบว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม บรรจุในกล่องเหล็ก จุดชนวนด้วยระบบแบตเตอรี่ แต่โชคดีที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบ และสามารถทำลายได้ก่อน
&amp;nbsp;
ต่อมาเวลา 10.35 น. พลโทพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาค 4 ได้เดินทางมาตรวจสอบยังจุดเกิดเหตุ โดยแม่ทัพภาค 4 พร้อมด้วย พลตรีอาคม พรหมพงศ์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา พลตำรวจตรีตรีปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 พร้อมด้วย พลตำรวจตรีปราบพาล มีมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา&amp;nbsp; และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้เดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุโดยแม่ทัพภาค 4 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามกลุ่มคนร้ายที่หลบหนี มาดำเนินคดี และให้เร่งตรวจสอบดีเอ็นเอที่ได้จากเลือดของคนร้าย รวมทั้งได้สั่งการให้ดูแลครอบครัวของผู้เสียชีวิตทั้ง 15 ราย และที่บาดเจ็บ 5 ราย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
พลโทพรศักดิ์&amp;nbsp; เปิดเผยว่า ตนเองต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของพี่น้อง ชรบ. ที่เสียชีวิตทุกท่าน ชรบ.คือพี่น้องประชาชนที่เสียสละ ประกอบด้วยผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้าน ที่ว่างเว้นจากการทำงานมาช่วยกันดูแลพื้นที่ ซึ่งเมื่อคืนที่ผ่านมาเราต้องสูญเสียพี่น้องไปถึง 15 คน ตนเองรู้สึกเสียใจ นายกรัฐมนตรีท่านมีความเป็นห่วงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมา ได้สั่งการให้เยียวยาผู้เสียชีวิตทุกคน และการติดตามบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุ&amp;nbsp; ที่ผ่านมาหมู่บ้านแห่งนี้เป็นหมู่บ้านสีขาว ไม่มีการเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้าม ถึงเวลาแล้วที่พี่น้องประชาชนของเราต้องออกมาต่อต้านกลุ่มบุคคลภายนอกประเทศ ภายในประเทศ ที่ก่อเหตุรุนแรงทำร้ายผู้บริสุทธิ์ เหตุการณ์ในครั้งนี้มีผู้หญิงเสียชีวิต 3 ราย ที่ไม่มีอาวุธ และถูกกลุ่มคนร้ายยิงอย่างโหดเหี้ยม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทางกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้ประสานภาคประชาสังคมในการปลุกพี่น้องประชาชน 290 ตำบล ประชาชนกว่า 2 ล้านคน ต้องออกมาต่อต้านเหตุการณ์เหล่านี้ได้แล้ว ที่ผ่านมากลุ่มคนร้ายก็ถูกฝ่ายเจ้าหน้าที่ไลล่าอยู่ บังคับใช้กฎหมาย&amp;nbsp; ถึงเวลาแล้วที่พี่น้องประชาชนจะต้องออกมาปฎิเสธคนนอกประเทศที่สั่งการ หรือคนในประเทศที่สั่งมา รวมทั้งการปรับแผน หน่วยที่อ่อนแอ เช่นกลุ่ม ชรบ. อรบ. ชาวบ้านที่อ่อนแอ ไม่มีอาวุธ&amp;nbsp; ฝ่ายคนร้ายเข้ากระทำการเพื่อสร้างภาพข่าวให้คนไทยตกใจทั้งประเทศ ทั้งที่ฝ่ายกลุ่มคนร้ายเองปฎิบัติการแล้วรีบถอยอย่างรวดเร็ว มีการบาดเจ็บ เนื่องจากพบกองเลือด กลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้ปฎิบัติการเพื่อต้องการภาพข่าวเท่านั้น กลุ่มคนร้ายไม่ได้มีจำนวนมาก&amp;nbsp; ที่เจ้าหน้าที่จะต้องติดตามต่อไป
ขณะนี้ได้ให้กำลังจรยุทธเข้าพื้นที่หมดแล้ว รวมทั้งพี่น้องประชาชนช่วยกันสกรีนคน ใครเข้า-ออกหมู่บ้าน ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้เริ่มดำเนินการไปแล้ว แต่ก็ยังมีช่องว่าง จึงต้องมีการปรับแผนใหม่ เป็นจรยุทธ จะอยู่ประจำป้อม ประจำฐานไม่ได้แล้ว จะต้องมีการปรับแผนพอสมควร&amp;rdquo; แม่ทัพภาคที่ 4 ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีการสั่งการจากกลุ่มคนร้ายนอกประเทศนั้น จากภาพข่าวก็เห็น ที่ผ่านมาก็มีการพูดคุยกันอยู่ ตามแนวชายแดนก็มีความเข้มงวดอยู่ตลอด ทีมพูดคุยก็เดินหน้าพูดคุยไป แต่ทีมกำลังทหารฝ่ายตรงข้าม ที่มีการสั่งการในพื้นที่ ก็มีอยู่ไม่มาก ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้ต้องบังคับใช้กฎหมายพิเศษ
&amp;nbsp;
มีรายงานจากโรงพยาบาลยะลาว่า รายชื่อได้รับบาดเจ็บ 5 ราย ประกอบด้วย นายนรงค์ฤทธิ์&amp;nbsp; สิทธิพันธ์ [ได้รับบาดเจ็บเล็กน้ออย] (อรบ.) อายุ 50 ปี หูอื้อ เเน่นหน้าอก&amp;nbsp; นายเนาวรัตน์&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัตนเสถียร สมาชิก อบต.(ชรบ.) โดนยิงที่หลังทะลุท้อง กำลังให้เลือด&amp;nbsp; นายมะรอซี&amp;nbsp; มะแซ ผช.ผญบ. โดนยิงที่ขา บริเวณก้น&amp;nbsp; นางสายัน ปานทอง&amp;nbsp; &amp;nbsp;อายุ 60 ปี โดนยิงเข้าที่ท้องเเละต้นขาขวา กำลังให้เลือด&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอาหาหมัด รัตนตัญญู อายุ 52ปี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย สะเก็ดระเบิด ข้อศอกซ้าย(ทำงานรับจ้างกรีดยางมากับน้องสาวที่เสียชีวิต)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนผู้เสียชีวิต&amp;nbsp; คือ นายเนตร จอมทอง ( ผช.ผญบ. ) นายบรรจบ ทองกลิ่น (ชรบ.)&amp;nbsp; นายธวัชชัย สุพงษ์&amp;nbsp; นาย พูลสวัส พูลเเก้ว เเพทย์ประจำตำบล ชรบ.&amp;nbsp; นายฉลอง ทองงาม อดีตกำนัน(อรบ.)&amp;nbsp; นายสุนทร ยอดแก้ว อดีต ผช.กำนัน (ชรบ.)&amp;nbsp; &amp;nbsp; นาง รัชนก ยอดแก้ว (อรบ.)&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัช เพ็ชรปล้อง ผช.กำนัน คนปัจจุบัน&amp;nbsp; นางสาว นัยนา โพธิ์เตียเที่ยม (ชรบ.) นายซัมซามี สามะ&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ต.อ. พยุง คินขุนทด (ตร.สภ.ลำใหม่) นาย อ๊อด&amp;nbsp; (ยังไม่ทราบชื่อ-นามสกุล) นายสุพจน์ จันทร์วิมาน น.ส.พีฮ๊ะ กาปานาตู น้องสาว นาย อาหาหมัด รัตนตัญญู&amp;nbsp; นายธนารักษ์&amp;nbsp; ไชยปัญญา( อรบ.)&amp;nbsp; และน.ส กมลวรรณ&amp;nbsp; อุไทธรรม อายุ 18 ปี (เป็นนักศึกษา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานจากหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ ระบุว่า กลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือของนายฮูไบดีละห์ รอมือลี&amp;nbsp; แกนนำก่อเหตุรุนแรงที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ อ.ยะหา อ.กาบัง&amp;nbsp; และนายอหมัด ตืองะ แกนนำก่อเหตุรุนแรงที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ ต.ลำใหม่ ต.ลิดล ต.เปาะเส้ง อ.เมือง นำกำลังเด็กวัยรุ่นในพื้นที่ร่วมปฎิบัติการ&amp;nbsp; ซึ่งเชื่อว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้ เป็นการปฎิบัติการตอบโต้ฝ่ายเจ้าหน้าที่ หลังจากเจ้าหน้าที่ได้วิสามัญคนร้าย 2 ศพ ในพื้นที่ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49643</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชรบ., พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์, พล.ท.พรศักดิ์, ยะลา, แม่ทัพภาค4, โจรใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191106/image_big_5dc26e98f2e45.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49630</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2019 10:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2019 10:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปัตตานีผวา! เพิ่มคุมเข้มรปภ.ป้องโจรใต้ป่วนซ้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ย. 62 &amp;ndash; ผู้สื่อข่าวปัตตานีรายงานว่า ภายหลังเกิดเหตุคนร้ายยิงถล่มจุดตรวจชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ทำให้มีผู้เสียชีวิต 14 ราย บาดเจ็บหลายราย ใน จ.ยะลา พร้อมปล้นอาวุธปืนหลบหนีอีก เมื่อคืนวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมานั้น&amp;nbsp; ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ฝ่ายความมั่นคงชายแดนใต้ ทั้ง ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง&amp;nbsp; ได้เพิ่มมาตรการอย่างเข้มงวดในการตั้งจุตรวจ จุดสกัด เส้นทางเข้าเมืองทุกจุดที่เป็นเส้นทางหลัก เส้นทางรอง ตรวจค้นยานพาหนะที่ต้องสงสัยอย่างเข้มงวด และตรวจค้นตัวบุคคลต้องสงสัย หรือมีหมายจับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นให้ชุดสายตรวจ และเดินเท้าตรวจการตามเส้นทางต่างๆ ในแต่ละชุมชน ดูแลตามจุดต่างๆ ที่มีข้าราชการ ประชาชน และย่านชุมชนต่างๆ เพื่อให้เกิดความปลอดภัย ทั้งนี้ หากประชาชนพบยานพาหนะ วัตถุ และบุคคลที่ต้องสงสัย ให้แจ้งกับเจ้าหน้าที่โดยด่วน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49630</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชรบ., ปัตตานี, ป่วนใต้, ยะลา, เพิ่มคุมเข้มรปภ., โจรใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191106/image_big_5dc242f6a3479.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49624</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2019 09:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2019 09:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยะลาเดือด! โจรใต้ถล่มป้อมชรบ.พลีชีพ14ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ย. 62 - เมื่อวันที่ 5 พ.ย.62 เวลา 23.20 น. มีรายงานจาก จ.ยะลา ว่า ได้เกิดเหตุ คนร้ายไม่ทราบจำนวน ได้ก่อเหตุสร้างสถานการณ์ ในพื้นที่ ต.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา จำนวน 3 จุด&amp;nbsp; โดยคนร้ายไม่ทราบจำนวน ซึ่งคาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 10 ได้ใช้อาวุธปืน ไม่ทราบชนิดและขนาด บุกยิง&amp;nbsp; ป้อมจุดตรวจชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) หมู่ที่ 4 ต.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา ขณะที่มี ชาวบ้านซึ่งเป็น ชรบ. อยู่เวรยามประจำจุดตรวจ ถูกกยิงเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 11 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกจำนวน 5-6 ราย&amp;nbsp; ภายหลังได้รับแจ้ง อาสาสมัครกู้ภัยในพื้นที่ ทั้ง กู้ภัยลำพะยา กู้ภัยพร่อน กู้ภัยแม่กอเหนี่ยว และกู้ภัยแม่ทับทิม ได้เดินทางเข้าที่เกิดเหตุเพื่อรับตัวผู้บาดเจ็บส่ง โรงพยาบาลยะลา แต่ระหว่างทาง รถกู้ภัยได้ถูกตะปูเรือใบ ได้รับความเสียหายจำนวน 3 คัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ ทั้ง ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ได้สนธิกำลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมให้กู้ภัยนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลยะลา&amp;nbsp; พร้อมทั้งปิดกั้นเส้นทาง ในรัศมีใกล้เคียงที่เกิดเหตุ เพื่อสกัดกั้นกลุ่มคนร้าย และได้เข้าตรวจสอบที่เหตุ ซึ่งเป็นป้อมจุดตรวจ ชรบ.ภายในหมู่บ้าน พบผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็น ชาวบ้าน และ ชรบ.ทั้งหมดจำนวน 11 ราย สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดนอนเสียชีวิตอยู่ภายในป้อมจุดตรวจ ซึ่งเป็นภาพที่สะเทือนใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้พบเห็น และต่อมาทราบว่ามีผู้บาดเจ็บที่นำตัวส่งโรงพยาบาลยะลาก่อนหน้านี้ ได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลเพิ่มเติมอีก 3 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีกจำนวน 3-4 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยขณะเกิดเหตุนั้น ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงยังได้รับแจ้งทางวิทยุอย่างต่อเนื่องว่า กลุ่มคนร้ายได้ก่อเหตุสร้างสถานการณ์ทั้งการ ลอบวางเพลิงเผายางรถยนต์บนเส้นทางที่หลบหนี แบะวางระเบิดอีกจำนวน 1 จุด เพื่อเป็นการสกัดกั้นการเข้าให้ความช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากการตรวจสอบในเบื้องต้นทราบว่า ขณะเกิดเหตุนั้น ชาวบ้านในพื้นที่ ต.ลำพะยา อ.เมืองยะลา ได้เข้าเวรประจำป้อมจุดตรวจ และได้ถูกกลุ่มคนร้ายไม่ทราบจำนวนซึ่งคาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 10 คน ได้อาศัยความมืด เดินเท้าเข้ามาในสวนยางพาราใกล้เคียง ก่อนลงมือก่อเหตุใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิงถล่มใส่จุดตรวจ จนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต
&amp;nbsp;โดยหลังเกิดเหตุ ยังพบว่าคนร้ายได้ปล้นอาวุธปืนลูกซองของ ชรบ.และ อาวุธปืนพกสั้นประจำกายของผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุไปด้วย ยังไม่ทราบจำนวนที่แน่ชัด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49624</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชรบ., พลีชีพ14ศพ, ยะลา, ลำพะยา, โจรใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191106/image_big_5dc22c4cb4c34.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
