<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115702</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แจ้ง7จว.รับน้ำเหนือมาแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; สำนักงานชลประทานที่ 12 แจ้งเตือนไปยัง 7 จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยา เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำที่มีแนวโน้มจะสูงขึ้น หลังจากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีฝนตกต่อเนื่อง คาดว่าน้ำจะไหลลงสู่เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้พื้นที่ริมน้ำมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่บริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 ก.ย.2564 นายกฤษฎา ศรีเพิ่มพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12 จังหวัดชัยนาท ออกหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัด 7 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยา ประกอบด้วย จังหวัดอุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา และลพบุรี เกี่ยวกับสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา หลังจากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีฝนตกต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยามีแนวโน้มสูงขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เนื่องจากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณอ่าวตังเกี๋ย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกชุกหนาแน่น โดยเฉพาะบริเวณภาคกลางและภาคตะวันออก ทำให้มีน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ไหลลงเหนือเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท ในอัตราเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเมื่อวันที่ 5 ก.ย.2564 เวลา 06.00 น. มีปริมาณน้ำไหลผ่านสถานี C2 จังหวัดนครสวรรค์ 841 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที สมทบกับแม่น้ำสะแกกรัง ผ่านสถานี Ct.19 จังหวัดอุทัยธานี 55 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ไหลเข้าสู่เขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท ระดับน้ำเหนือเขื่อน +16.50 เมตร (ระดับน้ำทะเลปานกลาง) ระดับท้ายเขื่อน +8.73 เมตร (ระดับน้ำทะเลปานกลาง) ปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา 563 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และคาดการณ์ว่าจะมีแนวโน้มสูงขึ้นอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 600-700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะส่งผลให้พื้นที่ริมน้ำมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่บริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยา อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท ถึงบริเวณตำบลกระทุ่ม ตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา และตำบลท่าดินแดง อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สำนักงานชลประทานที่ 12 จะควบคุมปริมาณการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ในเกณฑ์ดังกล่าว ด้วยการบริหารจัดการน้ำเต็มศักยภาพของพื้นที่โดยมิให้มีผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตร หากมีปริมาณน้ำหลากเพิ่มขึ้นที่จะส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยามากกว่า 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะแจ้งให้ทราบต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำ จึงขอแจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บริษัทห้างร้านที่ประกอบกิจการในแม่น้ำเจ้าพระยา อาทิ งานก่อสร้าง เขื่อนป้องกันตลิ่ง แพร้านอาหาร เป็นต้น และประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ขอให้เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115702</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยา, ชลประทาน, ฝนตกต่อเนื่อง, ลุ่มน้ำเจ้าพระยา, สถานการณ์น้ำ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เขื่อนเจ้าพระยา, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210905/image_big_6134af8a5bb52.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90208</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/01/2021 15:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/01/2021 15:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> พิษณุโลกสัญญาณแล้งมาแล้ว!แม่น้ำยมสายเก่าแห้งขอด  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ม.ค.2564 - ผู้สื่อข่าวรายงานถึงสถานการณ์ภัยแล้งเริ่มต้นในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะที่จังหวัดพิษณุโลก แหล่งน้ำทางธรรมชาติ เริ่มแห้งขอด ไม่มีน้ำทางการเกษตร โดยเฉพาะแม่น้ำยมสายเก่า ที่ไหลจากจังหวัดสุโขทัย ผ่าน อ.พรหมพิราม อ.เมือง อ.บางระกำ ก่อนที่จะไหลเข้าสู่จังหวัดพิจิตร และลุ่มเจ้าพระยา ขณะนี้ปริมาณน้ำน้อยมาก และบางช่วงแทบไม่มีน้ำหล่อเลี้ยงเลย โดยเฉพาะบริเวณหมู่ 10 และ หมู่ &amp;nbsp;12 บ้านวังขี้เหล็ก ต.ท่าช้าง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ที่ขณะนี้น้ำแห้งขอด าหลายวันแล้ว บางช่วงไม่มีน้ำเลย ทำให้ชาวนาที่ทำนาปรังต้องหาวิธีขุดเป็นแอ่ง เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ทางการเกษตรด้วยตนเอง เป็นทอดๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
นายประจบ &amp;nbsp;จงกรม อายุ 64 ปี ชาวนาหมู่ 12 บ้านคลองเมม ต.ท่าช้าง อ.พรหมพิราม กล่าวว่า ในปีนี้น้ำในแม่น้ำยมสายเก่า แห้งเร็วมาก&amp;nbsp;เนื่องจากทางชลประทานยังไม่ปล่อยน้ำมา &amp;nbsp;ทำให้ชาวนาในพื้นที่ต้องหาวิธีกักเก็บน้ำไว้ใช้ทางการเกษตรด้วยตนเอง ทั้งขุดบ่อบาดาล และขุดคันดินกลางแม่น้ำ เพื่อเก็บน้ำไว้สูบขึ้นมาในนาข้าว ซึ่งยังต้องใช้น้ำหล่อเลี้ยงอีกประมาณ 2 เดือน โดยตนเองนั้นได้จ้างแบ็คโฮ ขุดบ่อดินกลางแม่น้ำยม ร่วมกับเพื่อนบ้าน เป็นจำนวนเงินกว่า 10,000 บาท ซึ่งก็ต้องยอม เพื่อหาน้ำไว้หล่อเลี้ยงนาข้าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชำนาญ ชูเที่ยง ผู้อำนวยการโครงการชลประทานจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า ในปีนี้ปริมาณน้ำในเขื่อนหลักค่อนข้างน้อยมาก ทางกรมมชลประทาน นั้นจัดแผนการจัดการน้ำในปีไว้ในการส่งน้ำเพื่ออุโปภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศ ในพื้นที่ &amp;nbsp;22 จังหวัดเท่านั้น ยังไม่มีแผนในการปล่อยน้ำเพื่อการเกษตร เนื่องจากมีปริมาณน้ำค่อนข้าง จึงได้ขอความร่วมมือกับเกษตรกรว่าในปีนี้ให้งดทำนาปรัง เนื่องจากเสี่ยงต่อความามเสียหายไม่มีน้ำใช้ แต่ก็ยังมีชาวนาในหลายพื้นที่ ที่ยังฝืนทำนาปรังกว่า 200,000 ไร่ ซึ่งเรายังต้องอยู่กับสถานการณ์ภัยแล้งไปอีกกว่า 270 วัน ถึงจะเข้าสู่ฤดูฝน จึงขอความร่วมให้เกษตรกรให้น้ำในระบบให้น้อยที่สุด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90208</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชลประทาน, พิษณุโลก, ภัยแล้ง, แม่น้ำยมสายเก่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210118/image_big_600544d9816ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75970</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2020 15:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2020 15:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมัชชาประชาชนภาคใต้&#039;ปักธงทำเนียบต้านเขื่อนเหมืองตะกั่วพัทลุง ซัดหมดเวลากรมชลฯหากินเป็นระบบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ส.ค.63- กลุ่มประชาชนในนาม เครือข่ายสมัชชาประชาชนภาคใต้ ออกแถลงการณ์ &amp;nbsp;ร่วมปกป้องป่าต้นน้ำภาคใต้ ร่วมหยุด เขื่อนเหมืองตะกั่วกับชาวพัทลุง โดยระบุว่า แนวคิดการจัดการน้ำด้วยการสร้างเขื่อน กลายเป็นสิ่งล้าหลังไปแล้วในยุคปัจจุบัน ความพยายามของกรมชลประทานที่จะสร้างเขื่อนเหมืองตะกั่ว และเขื่อนอื่นๆอีกจำนวนมากในพื้นที่ภาคใต้ จึงไม่ใช่ความต้องการทีจะแก้ไขปัญหาของประชาชนจากภัยแล้งหรือน้ำท่วมอย่างที่เคยอ้างมาแต่อดีต เพราะการแก้ปัญหาดังกล่าวนั้นได้เป็นที่ประจักษ์แล้วว่าสามารถกระทำได้เองโดยชุมชน ดังที่ปรากฏรูปธรรมให้เห็นแล้วในหลายพื้นที่ ซึ่งไม่จำเป็นต้องสิ้นเปลืองงบประมาณจำนวนมากจนเกินจำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การสร้างเขื่อน ไม่เพียงแค่เป็นความคิดเก่า แต่ยังเป็นต้นธารผลประโยชน์อันมหาศาลของกรมชลประทานที่เอื้อประโยชน์ระหว่างกันอย่างเป็นระบบ ทั้งฝ่ายการเมือง เจ้าหน้าที่รัฐ กลุ่มทุน ผู้บุกรุกผืนป่า และกลุ่มการเมืองและผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น กรณีเขื่อนเหมืองตะกั่ว เป็นภาพสะท้อนของขบวนการเหล่านี้ได้ชัดเจนที่สุด ดังเช่นการสมรู้ร่วมคิดของเจ้าหน้าที่กรมชลประทาน กับกลุ่มผู้บุกรุกผืนป่าต้นน้ำเทือกเขาบรรทัด (ทั้งเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่า และป่าสงวนแห่งชาติ) ที่มีการสร้างกลไกรับรองคนเหล่านี้กว่า 100 ราย รวมเนื้อที่กว่า 500 ไร่ ซึ่งพบว่าส่วนใหญ่กว่า 80% คือคนนอกพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครือข่ายผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ มีการคุกคาม ข่มขู่ชาวบ้านที่ไม่เห็นด้วยกับโครงการสร้างเขื่อนหลายครั้ง ถึงขั้นยิงกราดใส่บ้านแกนนำมาแล้ว แต่ไม่สามารถเอาผิดอะไรได้ และยังกระทำเช่นนั้นมาจนถึงปัจจุบัน กรมชลประทานได้อาศัยช่องทางของสำนักงานกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หรือ กปร. เพื่อให้โครงการนี้ได้รับสิทธิพิเศษบางอย่าง อย่างเช่นไม่ต้องศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมก่อนก่อสร้างโครงการ และชื่อนี้ทำให้ประชาชนไม่กล้าออกมาแสดงความเห็นขัดแย้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นการที่พี่น้องชาวเหมืองตะกั่ว จังหวัดพัทลุงออกมาทักท้วงโครงการดังกล่าว ถือเป็นความกล้าหาญอย่างยิ่งที่จะคัดง้างกับอำนาจทั้งในและนอกระบบของฝ่ายที่ต้องการสร้างเขื่อน เพื่อที่จะรักษาไว้ซึ่งความถูกต้องและปกป้องฐานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อันเป็นผืนป่าต้นน้ำของชุมชนท้องถิ่น ไม่ให้ถูกทำลายอีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในนามเครือข่ายสมัชชาประชาชนภาคใต้ ซึ่งมีสมาชิกอยู่ทั่วทุกจังหวัดภาคใต้ เราเห็นด้วยอย่างยิ่งกับการแสดงออก เพื่อการปกป้องป่าต้นน้ำแหล่งสำคัญของเทือกเขาบรรทัด และของภาคใต้ในครั้งนี้ พร้อมกันนี้เราขอประกาศสนับสนุนข้อเรียกร้องที่ต้องการให้รัฐบาล &amp;ldquo;ยุติโครงการเขื่อนเหมือนตะกั่ว&amp;rdquo; ดังเหตุผลที่ชาวจังหวัดพัทลุงได้ยื่นเสนอไปแล้ว และหากข้อเรียกร้องของพี่น้องชาวพัทลุงไม่บรรลุผลดังกล่าว พวกเราจะประสานให้เครือข่าย ภาคีของเครือข่ายสมัชชาประชาชนภาคใต้เดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร เพื่อร่วมเพื่อสมทบกับพี่น้องชาวจังหวัดพัทลุงที่หน้าทำเนียบรัฐบาลต่อไป พร้อมกันนี้เราขอประกาศเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนทั่วไปที่ทนไม่ได้กับความไม่ชอบธรรมดังกล่าว โปรดออกมาแสดงออกร่วมกับพวกเราในครั้งนี้พร้อมกัน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75970</URL_LINK>
                <HASHTAG>กปร., ชลประทาน, เหมืองตะกั่วพัทลุง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200830/image_big_5f4b5de6bb5a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54067</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/01/2020 09:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/01/2020 09:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภัยแล้งลาม! ชลประทานเปิดปฏิบัติการเคาะประตูบ้านรับมือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ม.ค. 62 &amp;ndash; ที่บ้านห้วยเตย ต.ท่าพระ อ.เมือง จ.ขอนแก่น นายสมบัติ&amp;nbsp; มีลักษณะสม ผู้อำนวยการโครงการชลประทานขอนแก่น&amp;nbsp; ลงพื้นที่พบปะประชาชนและตรวจติดตามสถานการณ์น้ำในอ่างห้วยเตย ต.ท่าพระ พร้อมนำรถติดป้ายประชาสัมพันธ์และเครื่องขยายเสียงวิ่งประชาสัมพันธ์รอบๆ หมู่บ้าน เพื่อประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือให้ประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัด และคุ้มค่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมบัติ&amp;nbsp; กล่าวว่า อ่างเก็บน้ำห้วยเตย เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง ปัจจุบันมีปริมาณน้ำเก็บกักประมาณ 7.6 แสนลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) จากปริมาณความจุ 5.34 ล้าน ลบ.ม.&amp;nbsp;มีน้ำใช้การได้เพียง 4.6 แสนลบ.ม. ซึ่งคาดว่าจะเพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภคไปจนถึงต้นฤดูฝน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วันนี้เราต้องสร้างการรับรู้เกี่ยวกับสถานการณ์น้ำที่กำลังเกิดขึ้น ซึ่งนอกจากการลงพื้นที่ที่ ต.ท่าพระ แล้ว คณะทำงานของกรมชลประทานยังคงประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้สถานการณ์น้ำ เพื่อขอความร่วมมือจากประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่ ให้ใช้น้ำอย่างประหยัดและคุ้มค่าเพื่อให้มีน้ำเพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภคตลอดฤดูแล้ง โดยเฉพาะที่เขื่อนอุบลรัตน์ ที่มีกลุ่มบริหารการใช้น้ำคุยโพธิ์ กลุ่มบริหารแห่ใต้พัฒนาสามัคคี กลุ่มบริหารโซนใต้สามัคคีการเกษตร กลุ่มบริหารดอนยางสามัคคี กลุ่มบริหารการใช้น้ำ 12R สามัคคีการเกษตร กลุ่มบริหารการใช้น้ำ 12R พัฒนา กลุ่มบริหารการใช้น้ำ 1L-1L -12 R พัฒนา กลุ่มบริหารการใช้น้ำเกษตรกรร่วมใจพัฒนา ผู้นำชุมชน และอาสาสมัครชลประทานเข้าร่วมประชุม เข้าร่วมหารือและรับฟังสถานการณ์อย่างพร้อมเพรียง&amp;rdquo; นายสมบัติ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.โครงการชลประทานขอนแก่น กล่าวว่า ปฏิบัติการเคาะประตูบ้านเพื่อสร้างการรับรู้กับสถานการณ์น้ำวันนี้ ยังคงลงพื้นที่ที่ครอบคลุมทุกชุมชนหมู่บ้าน&amp;nbsp; ซึ่งจากการลงพื้นที่สร้างการรับรู้สถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ของสำนักงานชลประทานที่ 6 พบว่า ชาวบ้านในพื้นที่ได้รับรู้ถึงสถานการณ์น้ำและให้ความร่วมมือในมาตรการใช้น้ำอย่างประหยัดของกรมชลประทานเป็นอย่างดี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54067</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, ชลประทาน, ปฏิบัติการเคาะประตูบ้าน, ประหยัดน้ำ, ภัยแล้ง, สมบัติ มีลักษณะสม, อ่างเก็บน้ำห้วยเตย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200108/image_big_5e154079ced05.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44963</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2019 09:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2019 09:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำรอบ2! เตือน7จ.รับมือท่วม1เมตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ย. 62 &amp;ndash; ที่ จ.ชัยนาท นายสุรชาติ มาลาศรี&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำหนังสือแจ้งสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด 7 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยา&amp;nbsp; เป็นฉบับที่ 2&amp;nbsp; เพื่อให้แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะที่อาศัยอยู่ริมตลิ่ง ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ตั้งแต่จังหวัดชัยนาท ไปจนถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้เตรียมรับสถานการณ์แม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย จะเพิ่มสูงขึ้นอีก 1 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากขณะนี้ปริมาณน้ำที่ไหลหลากมาจากพื้นที่ตอนบน จากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม ส่งผลให้ระดับและปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น โดยที่สถานีวัดน้ำ C2&amp;nbsp; จ.นครสวรรค์&amp;nbsp; มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,227 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท อยู่ที่ระดับ 16.46&amp;nbsp; เมตร&amp;nbsp; &amp;nbsp;น้ำระบายท้ายเขื่อนเจ้าพระยา&amp;nbsp; 650&amp;nbsp; ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&amp;nbsp; และคาดการณ์ว่าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 700-900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&amp;nbsp; &amp;nbsp; ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ตั้งแต่ จ.ชัยนาท ไปจนถึง จ.พระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp; ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น&amp;nbsp; โดยระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณ ต.บ้านกระทุ่ม&amp;nbsp; ต.หัวเวียง&amp;nbsp; อ.เสนา&amp;nbsp; และ ต.ท่าดินแดน อ.ผักไห่&amp;nbsp; จ.พระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp; น้ำจะสูงขึ้นจากเดิมอีก 50 เซนติเมตร ไปจนถึง 1 เมตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมตลิ่งสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำน้อย ด้านท้ายประตูระบายน้ำผักไห่ เตรียมรับมือน้ำสูงขึ้น และเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม หากมีปริมาณน้ำหลากเพิ่มเติม ซึ่งจะส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา มากกว่า 900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะแจ้งให้ทราบต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44963</URL_LINK>
                <HASHTAG>7จ.ลุ่มน้ำ, ชลประทาน, ชัยนาท, น้ำท่วม, อยุธยา, เขื่อนเจ้าพระยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190904/image_big_5d6f1c7d0b2e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
