<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>85113</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/11/2020 12:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/11/2020 12:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลอุทธรณ์สั่งรับฟ้องคดี &#039;ผู้กองปูเค็ม&#039; กล่าวหา &#039;ชลิตา&#039; เป็นกบฏ ยุยงแบ่งแยกดินแดน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 พ.ย.63 - ที่ห้องพิจารณา 811 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์ชั้นไต่สวนมูลฟ้อง คดีหมายเลขดำ อ.2890/2562 ที่ น.ส.ชลิตา บัณฑุวงศ์ รองหัวหน้าภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ร.อ.ทรงกลด ชื่นชูผล หรือ ผู้กองปูเค็ม แนวร่วม กปปส. ทีมการ์ดชาตินิยม (TWG) เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 กรณี น.ส.ชลิตา โจทก์แสดงความคิดเห็นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 1 แต่ ร.อ.ทรงกลด จำเลย กล่าวหาโจทก์เป็นกบฏ ยุยงปลุกปั่นแบ่งแยกดินแดน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำฟ้องโจทก์ระบุพฤติการณ์จำเลย 4 กรณี ดังนี้ 1. วันที่ 2 ต.ค. 2562 จำเลยโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก &amp;ldquo;ผู้กองปูเค็ม&amp;rdquo; เชิญชวนให้คนไปที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนโจทก์ต่ออธิการบดี กล่าวหาว่าโจทก์ปลุกปั่น แยกดินแดน ขัดรัฐธรรมนูญ 2. วันที่ 3 ต.ค. 2562 จำเลยเฟซบุ๊กไลฟ์ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวถ้อยคำใส่ความโจทก์หลายถ้อยคำ (มีถ้อยคำหยาบคายและหาว่ามีแนวคิดกบฏ) 3. วันที่ 3 ต.ค. 2562 หนังสือร้องเรียนของจำเลยขอให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยโจทก์ กล่าวหาการกระทำโจทก์ส่อว่าให้มีการแบ่งแยกรัฐ หรือสนับสนุนให้มีการแบ่งแยก และเติมเชื้อไฟให้สถานการณ์ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4. วันที่ 31 ต.ค. 2562 จำเลยโพสต์ข้อความว่า &amp;ldquo;การแอบอ้างเสรีทางวิชาการเพื่อแบ่งแยกแผ่นดินนั้น ควรถูกตัดหัวเสียบประจาน จริงมั๊ย ชลิตา?&amp;rdquo; การกระทำของจำเลยทำให้โจทก์ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง เป็นความเท็จ โจทก์มิได้ยุยงปลุกปั่นประชาชนแยกดินแดนแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเมื่อวันที่ 17 มี.ค.2563 ให้ยกฟ้องในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง เนื่องจากเห็นว่า ข้อความดังกล่าวแม้จะเป็นถ้อยคำที่รุนแรงไปบ้าง ก็ถือเป็นเพียงการกล่าวถ้อยคำไม่สุภาพและคำหยาบเท่านั้น ไม่ถึงขนาดเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์ หรือทำให้โจทก์เสียชื่อเสียงแต่อย่างใด การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา น.ส.ชลิตา โจทก์ยื่นอุทธรณ์คำสั่ง วันนี้โจทก์เดินทางมาศาล โดยศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนปรึกษาแล้วเห็นว่า โจทก์และจำเลยมีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกันในการแสดงความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญ ตราบเท่าที่ไม่ได้ไปละเมิดสิทธิของบุคคลอื่น แต่ปรากฏว่าจำเลยไม่ได้วิพากษ์วิจารณ์และแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาเกี่ยวกับการเสวนาของจำเลย แต่มุ่งแสดงความเห็นที่เป็นการทำลายชื่อเสียง ศักดิ์ศรี และคุณค่าฐานะทางสังคมของโจทก์ ในชั้นนี้ยังฟังไม่ได้ว่าแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต หรือติชมด้วยความเป็นธรรม อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้นว่าคดีมีมูล จึงพิพากษากลับให้ประทับรับฟ้องคดีไว้พิจารณาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังฟังคำสั่งแล้ว น.ส.ชลิตา ให้สัมภาษณ์ว่า ตนรู้สึกดีใจ เพราะไม่คิดว่าศาลอุทธรณ์มีคำสั่งมาลักษณะนี้ คิดว่าจะยืนตามศาลชั้นต้น ทำให้ตนมีความรู้สึกเชื่อมั่นกับกระบวนการยุติธรรมขึ้นมาอีกพอสมควร โดยส่วนตัวตนคิดว่าเคสแบบนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้นกับใครคนอื่นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมาศาลได้นัดสอบคำให้การจำเลย ตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 8 ก.พ. 2564 เวลา 9.00 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85113</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชลิตา บัณฑุวงศ์, ผู้กองปูเค็ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201126/image_big_5fbf3f980fce3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65682</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2020 08:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2020 08:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นักวิชาการมาตรา1&#039;อุทธรณ์คดี&#039;ผู้กองปูเค็ม&#039;หมิ่นประมาท หลังศาลอาญายกฟ้องเพราะใช้สิทธิปกป้องรธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ค.63- ผศ.ดร.ชลิตา บัณฑุวงศ์ รองหัวหน้าภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เจ้าของฉายานักวิชาการมาตรา 1 โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ว่า 12 พฤษภาคม 2563เวลา 10.30 น. ดิฉันและทนายจะเดินทางไปยื่นอุทธรณ์กรณีที่ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมาให้ยกฟ้อง (หรือไม่รับฟ้อง) คดีที่ดิฉันได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องร้อยเอกทรงกลด ชื่นชูผล (หรือ &amp;ldquo;ผู้กองปูเค็ม&amp;rdquo;) ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91, 326 และ 328&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง คำพิพากษานี้วางอยู่บนฐานของเหตุผลที่ว่า การกระทำของจำเลย (ผู้กองปูเค็ม) เป็นการแสดงความคิดเห็นและการวิพากษ์วิจารณ์อย่างสุจริตใจต่อเนื้อหาที่ดิฉันนำเสนอในงานเสวนาเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญของ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา ณ ลานวัฒนธรรม จ.ปัตตานี ศาลระบุว่าการเสวนาดังกล่าวเป็นเวทีสาธารณะและการนำเสนอของดิฉันในเวทีนั้นเป็นการแสดงความคิดเห็นทางวิชาการ ซึ่งผู้ฟังและสาธารณชนสามารถแสดงความคิดเห็นหรือวิพากษ์วิจารณ์ต่อเนื้อหาดังกล่าวได้ นอกจากนั้นศาลยังเห็นว่าการวิพากษ์วิจารณ์ดิฉันโดยจำเลยนั้น ถือได้ว่าเป็นการใช้สิทธิในการปกป้องรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ แม้ในการวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าว จำเลยอาจใช้ถ้อยคำที่ไม่สุภาพหรือรุนแรงไปบ้าง แต่ก็ไม่ถือได้ว่าเป็นการหมิ่นประมาทแต่อย่างใด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65682</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีหมิ่นประมาท, ชลิตา บัณฑุวงศ์, นักวิชาการมาตรา 1, ผู้กองปูเค็ม, อุทธรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200512/image_big_5eb9f85dcfb0c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65549</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2020 16:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2020 16:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นักวิชาการมาตรา1&#039;ลั่น!ยิ่งล่ายิ่งเป็นแรงบันดาลใจ จะวิจารณ์เคอร์ฟิวบ้าบอให้ซีเรียสมากขึ้นไปอีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ค.63- หลัง ผศ.ดร.ชลิตา บัณฑุวงศ์ รองหัวหน้าภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก วิจารณ์ว่าเคอร์ฟิวบ้าบอนี่มันไมได้ช่วยป้องกันโควิด 19 แต่เป็นการแสดงอำนาจบาตรใหญ่เหนือหัวประชาชนก็เท่านั้นเอง จนมีการวิพาษ์วิจารณ์ในวงกว้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาผศ.ดร.ชลิตา ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กอีกครั้ง ระบุว่า &amp;nbsp;การวิพากษ์วิจารณ์ มาตรการของ #ศบค. โดยเฉพาะการ #เคอร์ฟิว และการผ่อนปรน (แบบเข้มงวด?) นั้นมันเป็นสิ่งต้องห้ามใช่ไหม? ใครแตะแม้แต่นิดเดียวก็จะมีกระบวนการติดตามส่องเพจ หน่วยงานมั่นคง/หน่วยงานการข่าวต้องบันทึกข้อมูลรายงาน &amp;quot;นาย&amp;quot; (ทั้งหมดนี้ทำโดยใช้ภาษีประชาชน ดูภาพสุดท้ายคือตัวอย่างรายงาน) และให้มีการเสียบ ล่าแม่มด ให้หลาบจำ ...แต่ขอโทษเถอนะ ยิ่งทำแบบนี้ก็ยิ่งเป็นแรงบันดาลใจให้เราวิพากษ์วิจารณ์มาตรการจัดการโควิด 19 ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตคนจนให้มากยิ่งขึ้นไปอีก และจะวิจารณ์ให้ซีเรียสมากขึ้นไปกว่านี้อีก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ ผศ.ดร.ชลิตา ตกเป็นข่าวโด่งดัง จากการร่วมเวทีเสวนากับพรรคร่วมฝ่ายค้าน เรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเธอกล่าวช่วงหนึ่ง ว่า &amp;quot;... เช่น ประเทศไทยอาจจะไม่จำเป็นต้องมีรัฐเดี่ยวหรือแบบรวมศูนย์ ดิฉันหวังว่าในกระบวนการแก้ รธน.เราจะมีพื้นที่จะสามารถอภิปรายเรื่องนี้ได้ เราจะต้องทำให้เป็นเรื่องปกติธรรมดาที่เราจะถกเถียงกันในมาตราต่างๆ ใน รธน.ที่เราจะแก้ไข (ปัญหาชายแดนใต้) ได้โดยตรง ซึ่งอาจจะรวมถึงมาตราที่ 1 ด้วยก็ได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ขอบคุณค่ะ&amp;quot; &amp;nbsp;คำกล่าวของเธอ มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย รวมทั้งนำไปสู่การฟ้องร้องขึ้นโรงขึ้นศาลกันเลยทีเดียว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65549</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19&amp;lt;, ชลิตา บัณฑุวงศ์, เคอร์ฟิว, แก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 1</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191004/image_big_5d97164d85554.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65446</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2020 11:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2020 11:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักวิชาการมาตรา 1 ชี้เคอร์ฟิวบ้าบอไม่ได้ช่วยป้องกันโควิด แค่แสดงอำนาจบาตรใหญ่เหนือหัวประชาชน-จี้ยกเลิกได้แล้ว!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 พ.ค. 63 - ผศ.ดร.ชลิตา บัณฑุวงศ์ รองหัวหน้าภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้
#ยกเลิกเคอร์ฟิวได้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ได้ออกนอกบ้านช่วงหัวค่ำมาเกือบ &amp;nbsp;2 เดือนแล้ว วันนี้ไปงานสวดศพพี่ดาตอร์ปิโด จึงมีโอกาสแวะย่านตลาดเย็นเพื่อกินข้าวและซื้ออาหาร ใกล้สองทุ่มตลาดเริ่มเงียบ พ่อค้าแม่ค้าแผงอาหารต่างๆ ทยอยเก็บของให้ทันเคอร์ฟิวสี่ทุ่ม ช่วงเวลาค้าขายทำมาหากินสั้นลงมากๆ กว่าจะตั้งร้าน กว่าเก็บร้าน ไม่ใช่เรื่องง่าย เราเองก็ต้องรีบเดินรีบซื้อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกคนรู้ดีว่าเคอร์ฟิวบ้าบอนี่มันไมได้ช่วยป้องกันโควิด 19 อะไรหรอก มันไร้เหตุผลสิ้นดี และหน้าที่จริงๆ ของเคอร์ฟิวนี้ก็คือ การแสดงอำนาจบาตรใหญ่เหนือหัวประชาชนก็เท่านั้นเอง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ ผศ.ดร.ชลิตา เคยเป็นข่าวช่วงหนึ่งครั้งรณรงค์ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 โดยร่วมเวทีเสวนากับพรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยเธอกล่าวช่วงหนึ่ง ว่า &amp;quot;... เช่น ประเทศไทยอาจจะไม่จำเป็นต้องมีรัฐเดี่ยวหรือแบบรวมศูนย์ ดิฉันหวังว่าในกระบวนการแก้ รธน.เราจะมีพื้นที่จะสามารถอภิปรายเรื่องนี้ได้ เราจะต้องทำให้เป็นเรื่องปกติธรรมดาที่เราจะถกเถียงกันในมาตราต่างๆ ใน รธน.ที่เราจะแก้ไข (ปัญหาชายแดนใต้) ได้โดยตรง ซึ่งอาจจะรวมถึงมาตราที่ 1 ด้วยก็ได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ขอบคุณค่ะ&amp;quot; &amp;nbsp;คำกล่าวของเธอ มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย รวมทั้งนำไปสู่การฟ้องร้องขึ้นโรงขึ้นศาลกันเลยทีเดียว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65446</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชลิตา บัณฑุวงศ์, ประชาธิปไตย, เคอร์ฟิว, เสรีภาพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191003/image_big_5d9606b5100b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49307</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/11/2019 13:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/11/2019 11:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ผู้กองปูเค็ม&#039;โดนแล้ว&#039;ชลิตา&#039;ฟ้องหมิ่น เสนอแก้รธน.มาตรา1หาเป็นกบฏปลุกแบ่งแยกดินแดน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;1พ.ย.62-เมื่อเวลา 09.00 น.&amp;nbsp; ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก น.ส.ชลิตา บัณฑุวงศ์ รองหัวหน้าภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมด้วยนายพิสุทธิ์ อังจันทร์เพ็ญ ทนายความ เดินทางมาเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ร.อ.ทรงกลด ชื่นชูผล หรือผู้กองปูเค็ม เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 กรณี น.ส.ชลิตา โจทก์แสดงความคิดเห็นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 1 แต่ ร.อ.ทรงกลด จำเลย กล่าวหาโจทก์เป็นกบฏ ยุยงปลุกปั่นแบ่งแยกดินแดน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ชลิตา กล่าวว่า เจตนาของการอภิปรายในวันที่ 28 ก.ย. 2562 เป็นการพูดในเรื่องการแก้ปัญหาชายแดนใต้กับรัฐธรรมนูญ เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง อัตลักษณ์ของคนในพื้นที่ การเมืองที่เกี่ยวข้องอย่างไร ต้องปรับอย่างไร แต่ไม่มีข้อเสนอหรือบทสรุปว่าต้องเป็นแบบไหน ปัญหาชายแดนใต้เป็นปัญหาของประเทศ การแก้ไขรัฐธรรมนูญควรเปิดโอกาสให้มีการอภิปรายเพื่อรับฟังความเห็นของประชาชน แต่การนำคำพูดของตนไปตีความในลักษณะการเป็นกบฏ เป็นการตีความจนเลยเถิด สร้างความเกลียดชัง จึงฟ้องเพื่อปกป้องสิทธิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย นายพิสุทธิ์ ทนายความกล่าวสรุปคำฟ้องว่า จำเลยกระทำผิดต่อโจทก์ 4 กรรม ครั้งที่ 1 วันที่ 2 ต.ค. 2562 จำเลยโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก &amp;ldquo;ผู้กองปูเค็ม&amp;rdquo; เชิญชวนให้คนไปที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในวันที่ 3 ต.ค. 2562 เวลา 10.00 น. เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนโจทก์ต่ออธิการบดี กล่าวหาว่าโจทก์กระทำการปลุกปั่น แบ่งแยกดินแดน ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 1 ครั้งที่ 2 วันที่ 3 ต.ค. 2562 จำเลยเฟซบุ๊กไลฟ์ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวหาว่าโจทก์มีแนวคิดเป็นกบฏ ครั้งที่ 3 วันที่ 3 ต.ค. 2562 หนังสือร้องเรียนของจำเลยกล่าวหาโจทก์ว่ามีแนวคิดกบฏ แบ่งแยกรัฐ แบ่งแยกดินแดน และครั้งที่ 4 วันที่ 31 ต.ค. 2562 จำเลยโพสต์ข้อความว่า &amp;ldquo;การแอบอ้างเสรีทางวิชาการเพื่อแบ่งแยกแผ่นดินนั้น ควรถูกตัดหัวเสียบประจานจริงไหมชลิตา&amp;rdquo; การกระทำของจำเลยทั้ง 4 ครั้ง ทำให้โจทก์ได้รับการดูหมิ่นเกลียดชัง เสื่อมเสียชื่อเสียง เพราะโจทก์ไม่มีแนวคิดตามที่จำเลยกล่าวอ้าง ขอให้ศาลรับคำฟ้องไว้เพื่อมีคำพิพากษาต่อไป โดยศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 20 ม.ค. 2563 เวลา 13.30 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิสุทธิ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับการไต่สวนมูลฟ้อง จะใช้ภาพการโพสต์ข้อความของผู้กองปูเค็ม เป็นพยานหลักฐานให้ศาลพิจารณา พร้อมนำ น.ส.ชลิตา ขึ้นเบิกความในฐานะพยานในการไต่สวนมูลฟ้องด้วย การฟ้องครั้งนี้เป็นเพราะการกระทำของผู้กองปูเค็ม ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของ น.ส.ชลิตา ที่เป็นอาจารย์มีลูกศิษย์มากมาย ต้องถูกใส่ความทำให้เสียหาย ทำให้ผู้คนทั่วไปหลงเชื่อ ดูหมิ่นเกลียดชัง มีผลต่อความเจริญก้าวหน้าในราชการ และต้องการให้จำเลยได้รับโทษตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49307</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชลิตา บัณฑุวงศ์, ชลิตา-ทรงกลด, ทรงกลด ชื่นชูผล, ผู้กองปูเค็ม, แก้ไขมาตรา1</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191101/image_big_5dbbaf0f348b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47761</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2019 16:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2019 16:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักวิชาการมาตรา 1 ลั่นเสรีภาพอภิปรายรธน.เรื่องปกติธรรมดาในสังคมไทย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ต.ค.62 - นางชลิตา บัณฑุวงศ์ &amp;nbsp;รองหัวหน้าภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Chalita Bundhuwong หลังจากก่อนหน้านี้ตกเป็น 1 ใน 12 นักวิชาการ และ7พรรคฝ่ายค้านที่ถูกพล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้ชำนาญการสำนักงาน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เข้าแจ้งความดำเนินคดีตามมาตรา 116 กรณีจัดเสวนา&amp;ldquo;พลวัตแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ สู่นับหนึ่งรัฐธรรมนูญใหม่&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยโพสต์ของนางชลิตา &amp;nbsp;มีรายละเอียดกังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;+++ มายืนยันกันอีกทีถึงเสรีภาพในการอภิปรายบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ รวมถึงมาตรา 1 +++&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การนำเสนอของดิฉันในเวทีที่ จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา เป็นการใช้เสรีภาพทางความคิดที่ได้รับการรับรองโดยรัฐธรรมนูญ ในการอภิปรายดิฉันได้ปูพื้นให้เห็นถึงความเป็นมาและลักษณะของสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเสนอว่าการมีรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยและมาจากประชาชนคือปัจจัยสำคัญที่จะช่วยแก้ปัญหาชายแดนใต้ได้ พร้อมทั้งเสนอให้ใช้กระบวนการในการแก้ไข/ร่างรัฐธรรมนูญใหม่เป็นพื้นที่ให้ประชาชนได้อภิปรายถึงบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาชายแดนใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง การเสนอให้มีการอภิปรายบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญโดยสันติวิธีเป็นการใช้เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญและไม่เข้าลักษณะองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 116 ในประมวลกฎหมายอาญา ดังนั้น การแจ้งความดำเนินคดีเพื่อเอาผิดต่อการแสดงความคิดเห็นนี้โดย กอ.รมน. จึงเป็นการบิดเบือนการใช้กฎหมายเพื่อสร้างความหวาดกลัวหรือความยุ่งยากให้กับผู้ถูกกล่าวหา เป็นการใช้การฟ้องคดีเพื่อปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น (SLAPP) ทำให้ประชาชนทั่วไปไม่กล้าที่จะพูดคุยอภิปรายเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญอีก โดยเฉพาะอย่ายิ่งพี่น้องประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉะนั้น พวกเราจะต้องไม่หลงประเด็นไปกับวิวาทะ &amp;ldquo;การฟ้องเหมาเข่ง/ฟ้องเหมารวม&amp;rdquo; ทั้งนี้ แม้จะเป็นหลักการที่ถูกต้องที่ว่าผู้พูดย่อมต้องรับผิดชอบในคำพูดของตนเอง แต่นี่ไม่ใช่สาระสำคัญของเรื่องนี้ ประเด็นหลักของเรื่องนี้ก็คือว่า การแสดงความคิดเห็นอย่างสันติต่อรัฐธรรมนูญไม่ว่าจะในประเด็นใดไม่ใช่ความผิด ไม่ใช่อาชญากรรม และไม่มีใครแม้แต่คนเดียวที่สมควรจะถูกฟ้องร้องดำเนินคดีจากการแสดงความคิดเห็นนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ดิฉันไม่เคยกังวลใจเลยแม้แต่น้อยในการที่จะถูกแจ้งความดำเนินคดีเพียงคนเดียว ไม่ว่าจะคดีใด ด้วยข้อหาใด(และจะแอบโล่งใจเสียด้วยซ้ำหากมันเป็นเช่นนั้น) ดิฉันพร้อมเต็มที่ในการต่อสู้คดีเพื่อยืนยันถึงหลักการ ตอนนี้ก็เริ่มเตรียมข้อมูลต่างๆ เตรียมหานักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ สังคมวิทยา มานุษยวิทยา รัฐศาสตร์ นักสิทธิมนุษยชน ฯลฯ ที่จะมาเป็นพยานให้การ และดิฉันจะทำให้กระบวนการดำเนินคดีต่อตนเองเป็นการเปิดพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนเรื่องรัฐธรรมนูญและปัญหาชายแดนใต้อีกทางหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายวันที่ผ่านมา ดิฉันรู้สึกชื่นชมและศรัทธาต่อหลายๆ ท่านที่ถูก กอ. รมน. ฟ้องร้องดำเนินคดีด้วยกัน พวกเค้าเหล่านี้ไม่ได้แสดงความหวาดกลัวต่อการข่มขู่แม้แต่น้อย ผู้อาวุโสหลายท่านยืนยันอย่างกล้าหาญ หนักแน่น และสง่างามต่อหลักการและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น นอกจากนั้นก็ยังรู้สึกดีใจที่มีหลายๆ คน/กลุ่ม/องค์กรเริ่มออกมานำเสนอข้อมูลและความเห็นเกี่ยวกับมาตรา 1 มีการรวบรวมงานทางวิชาการมาเผยแพร่ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ทำให้เห็นได้ว่าเมื่อไม่นานมานี้ การพูดถึง การอภิปรายแลกเปลี่ยน และการให้ความเห็นเกี่ยวกับมาตรา 1 มันเคยเป็นเรื่องปกติธรรมดาในสังคมไทย และเราจะต้องช่วยกันทำให้ความปกติธรรมดานี้ดำรงอยู่ต่อใปให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47761</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชลิตา บัณฑุวงศ์, มาตรา1, แก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา1</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191003/image_big_5d9606b5100b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47367</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2019 10:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2019 10:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอระวี&#039;ขวาง&#039;ปิยบุตร&#039;เรียก&#039;บุรินทร์&#039;สอบ-ยกบรรพบุรุษไทยอบรม&#039;ชลิตา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค.62 - นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวถึงกรณีที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ในฐานะประธานกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน จะใช้อำนาจในตำแหน่งเรียก พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้ชำนาญการ สำนักงาน กอ.รมน. ภาค4 ส่วนหน้า เข้าชี้แจงต่อกรรมาธิการฯภายหลังที่พล.ต.บุรินทร์ แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับแกนนำพรรคฝ่ายค้านและนักวิชาการ รวม 12 คน ผิดประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 116 ว่า ตนไม่เห็นด้วยกับนายปิยบุตร ที่จะใช้อำนาจกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร แทรกแซงการดำเนินการตามกฎหมาย เพราะพล.ต.บุรินทร์ ยื่นกล่าวโทษดำเนินคดีตามกฎหมาย ไม่ได้ละเมิดกฎหมาย ความยุติธรรม สิทธิมนุษยชนแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปกติผมชื่นชมนายปิยบุตรว่าเป็น ส.ส.ที่มีคุณภาพและคุณค่าคนหนึ่งในสภาฯ แต่ในประเด็นนี้นายปิยบุตรควรทบทวนให้ดีก่อน และถ้านายปิยบุตรจะดำเนินการต่อ ผมเชื่อว่ากรรมาธิการในชุดนี้หลายท่านน่าจะไม่เห็นด้วย&amp;rdquo;นพ.ระวี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ระวี กล่าวต่อว่า ในส่วนของพล.ต.บุรินทร์นั้น แม้ว่าจะไม่ได้ฟังคำพูดในเวทีวันนั้น แต่ที่ผ่านมาจุดยืนของ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้แถลงมาโดยตลอดว่า ต้องการแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญ ยกเว้นหมวด 1 และ 2 ดังนั้น จึงคิดว่าพล.ต.บุรินทร์ ควรจะพิจารณาฟ้องเฉพาะผู้ที่กระทำผิดจริง และผู้ที่ได้สนับสนุนคำพูดของนางชลิตา บัณฑุวงศ์ อาจารย์คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่เสนอให้แก้ไขมาตรา 1ให้ราชอาณาจักรไทยสามารถแบ่งแยกได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนคนที่ไม่ได้พูดประเด็นนี้ก็ควรจะถอนฟ้อง จะได้ไม่เป็นการใช้อำนาจทางกฎหมาย มาสกัดการแก้รัฐธรรมนูญของฝ่ายค้าน อย่างไรก็ตาม หากพล.ต.บุรินทร์ ยังยืนยันว่า จะฟ้องหว่านแหทั้ง 12 คน โดยไม่มีหลักฐานที่เพียงพอ ก็จะถูกพรรคร่วมฝ่ายค้านฟ้องกลับตามกระบวนการกฎหมายได้เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ระวี กล่าวต่อว่า ส่วนนางชลิตาก็ถือว่ามีอิสระในการเสนอความคิดเห็นในฐานะนักวิชาการ แต่ถ้าเป็นการเสนอความคิดเห็นที่ผิดกฎหมายก็ต้องถูกดำเนินคดี ทั้งนี้ตนไม่เห็นด้วยที่จะมีการแบ่งแยกราชอาณาจักรไทยที่บรรพบุรุษได้เสียสละชีวิต เลือดเนื้อต่อสู้รักษาความเป็นชาติไทยมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ที่มหาอำนาจในอดีต ได้ใช้ความป่าเถื่อนมาแบ่งแยกดินแดนสยามไปอย่างมากมาย สร้างความเจ็บช้ำใจให้กับคนไทย ตนไม่ทราบว่านางชลิตาลืมเหตุการณ์เหล่านี้ในประวัติศาสตร์ไปหรือไม่ จึงมาเสนอความคิดเห็นแบบนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดภาคใต้ ทำได้หลายแนวทาง ผมไม่เห็นด้วยและไม่ยินยอมที่จะแก้ปัญหาโดยการแบ่งแยก 4 จังหวัดภาคใต้ ออกจากราชอาณาจักรไทยโดยเด็ดขาด&amp;rdquo;นพ.ระวี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงประเด็นที่หลายพรรคการเมืองเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นพ.ระวี กล่าวว่า ตนเห็นด้วยที่จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในบางประเด็นที่ไม่เหมาะสม และตนเป็นคนหนึ่งที่ลงมติสนับสนุนให้มีการเลื่อนญัตติการแก้ไขรัฐธรรมนูญในสภาฯ ที่จะมีการอภิปรายเมื่อเปิดประชุมสภาฯในสมัยที่ 2 ต้นเดือนพ.ย.นี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47367</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชลิตา บัณฑุวงศ์, นพ.ระวี มาศฉมาดล, ปิยบุตร แสงกนกกุล, มาตรา1, แก้ไขรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191005/image_big_5d981128195ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
