<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>28105</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ชวน’สะบัดมีดกรีด‘คู่แข่ง’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;กกต.แจ้ง 41 พรรคมีสิทธิส่ง ส.ส. &amp;nbsp;ปชป.-เสรีรวมไทย-รักษ์ผืนป่าฯ ลงได้ครบ 77 จังหวัด &amp;quot;ชวน&amp;quot; แนะเคล็ดลับหาเสียงว่าที่ผู้สมัคร กรีด พท.หน้าไม่อายขอเสียงคนใต้แต่ไม่เคยจัดงบให้ &amp;quot;ภูมิธรรม&amp;quot; ปลุก 24 มี.ค. เปลี่ยนรัฐบาลทหารสู่มืออาชีพ แก้ปากท้อง ปชช. เป๋าตุง ชทพ.ย้ำเป็นมิตรกับทุกพรรค เดินตามรอยบรรหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)? เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต. ได้มีหนังสือลงวันที่ 30 ม.ค. ส่งถึงผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำจังหวัดทั่วประเทศ แจ้งข้อมูลพรรคการเมืองที่มีสิทธิส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากว่าได้ปฏิบัติตามเงื่อนไข 4 ประการ ตามมาตรา 141 และสามารถจัดตั้งสาขาหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด ในจังหวัดที่จะส่งสมัครได้ครบถ้วน โดยข้อมูล ณ วันที่ 29 ม.ค. จากพรรคการเมืองที่ดำเนินกิจการทั้งสิ้น 106 พรรค มีพรรคที่มีสิทธิส่งสมัครรวม 41 พรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แยกเป็นพรรคการเมืองที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง 2550 จำนวน 16 พรรค คือ พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย ส่งได้ 77 จังหวัด, พรรคเสรีรวมไทย ส่งได้ 77 จังหวัด, พรรคประชาธิปัตย์ ส่งได้ 77 จังหวัด, &amp;nbsp; พรรคเพื่อชาติ ส่งได้ 74 จังหวัด, พรรคภูมิใจไทย ส่งได้ 67 จังหวัด, พรรคเพื่อไทย ส่งได้ 61 จังหวัด, พรรคชาติพัฒนา ส่งได้ 57 จังหวัด, พรรคชาติไทยพัฒนา ส่งได้ 49 จังหวัด, พรรคไทยรักษาชาติ ส่งได้ 43 จังหวัด, พรรคพลังท้องถิ่นไทย ส่งได้ 29 จังหวัด, &amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคประชาธิปไตยใหม่ ส่งได้ 33 จังหวัด, พรรคเพื่อธรรม ส่งได้ 15 จังหวัด, พรรคพลังไทยรักชาติ ส่งได้ 7 จังหวัด, พรรคเพื่อสหกรณ์ไทย ส่งได้ 2 จังหวัด, พรรคสังคมประชาธิปไตย ส่งได้ 9 จังหวัด และพรรคพลังสหกรณ์ ส่งได้ 1 จังหวัด &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนพรรคการเมืองที่จัดตั้งขึ้นใหม่ตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง 2560 มีทั้งสิ้น 25 พรรคการเมือง &amp;nbsp;ประกอบด้วย พรรคพลังประชารัฐ ส่งได้ 70 จังหวัด, &amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคอนาคตใหม่ ส่งได้ 69 จังหวัด, พรรคพลังไทสร้างชาติ ส่งได้ 5 จังหวัด, พรรคประชาชาติ ส่งได้ 57 จังหวัด, พรรคเพื่อนไทย ส่งได้ 33 จังหวัด, พรรคไทยธรรม ส่งได้ 9 จังหวัด, พรรครวมพลังประชาชาติไทย ส่งได้ 43 จังหวัด, พรรคพลังแผ่นดินทอง ส่งได้ 1 จังหวัด, พรรคพลังชาติไทย ส่งได้ 43 จังหวัด, พรรคประชานิยม ส่งได้ 3 จังหวัด, พรรคพลังปวงชนไทย ส่งได้ 37 จังหวัด, พรรคพลังธรรมใหม่ ส่งได้ 22 จังหวัด, &amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรครวมใจไทย ส่งได้ 18 จังหวัด, พรรคเพื่อคนไทย ส่งได้ 11 จังหวัด, พรรคแผ่นดินธรรม ส่งได้ 5 จังหวัด, &amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคไทยรุ่งเรือง ส่งได้ 5 จังหวัด, พรรคประชาชนปฏิรูป ส่งได้ 55 จังหวัด, พรรคทางเลือกใหม่ ส่งได้ 1 จังหวัด, พรรคประชาภิวัฒน์ ส่งได้ 35 จังหวัด, พรรคพลังแรงงานไทย ส่งได้ 1 จังหวัด, พรรคเศรษฐกิจใหม่ ส่งได้ 10 จังหวัด, พรรคประชาธรรมไท ส่งได้ 31 จังหวัด, พรรคพลังรัก ส่งได้ 2 จังหวัด, พรรคกลาง ส่งได้ 1 จังหวัด และพรรคพลังไทยรักไทย ส่งได้ 35 จังหวัด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแจ้งข้อมูลดังกล่าว &amp;nbsp;สำนักงานได้แยกแจ้งเป็นรายจังหวัด เนื่องจากบางพรรคไม่ได้มีการตั้งสาขาหรือตัวแทนพรรคการเมืองในจังหวัดนั้นๆ จะทำให้ไม่สามารถส่งผู้สมัครในจังหวัดดังกล่าวได้ สำหรับการส่งข้อมูลทาง กกต.กลางจะมีการอัพเดตข้อมูลพรรคการเมืองที่มีสิทธิส่งสมัคร ให้กับ ผอ.เลือกตั้งประจำจังหวัดไปจนถึงวันที่ 8 ก.พ. &amp;nbsp;ซึ่งเป็นสุดท้ายของการรับสมัคร ส.ส.
ชวนแจงไม่ขึ้นบัญชีนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) บรรยายหัวข้อ &amp;quot;ทำอย่างไรให้ได้เป็น ส.ส.&amp;quot; ต่อว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ จำนวน 500 คน ว่า หลายคนถามว่าทำไมไม่ยอมรับการเสนอชื่อให้อยู่ในบัญชีนายกรัฐมนตรีของพรรค ทั้งที่มีหลายคนสนับสนุน อยากจะบอกว่าไม่เคยโกรธคนที่เสนอชื่อและต้องขอขอบคุณที่ให้เกียรติ ซึ่งตนตั้งใจสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคตั้งแต่แรก ก็ควรสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี ดังนั้น ใครยังสงสัยหรือยังอยากมาถามตนอีก ก็ขอให้จบได้แล้ว จากนี้ไปจะเอาเวลาไปช่วยพรรคหาเสียงตามพื้นที่ต่างๆ นอกจากนี้ ยังบอกกับนายอภิสิทธิ์ภายหลังที่มาหารือว่าควรจะไปจับมือร่วมกับใครดี ตนพูดไปว่าทำไมจะต้องคิดว่าไปจับมือกับเขา เราจะต้องเป็นตัวหลักให้เขามาร่วมกับเรา เราต้องเป็นผู้เลือกให้ใครจะมาอยู่ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนกล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ทุกคะแนนมีความหมาย ขอให้ทุกคนทำงานในพื้นที่ลงหาเสียงอย่างเต็มที่ แม้ใครที่คิดว่าจะไม่ชนะก็ขอให้ทำเต็มที่ เพราะคะแนนเหล่านั้นจะมีประโยชน์กับพรรค &amp;nbsp;เชื่อว่าจะทำให้เรามีจำนวน ส.ส.ทั้งหมดมากขึ้น และต้องขยันแนะนำตัว อีกทั้งเน้นการปราศรัยกับชาวบ้าน พรรคเราอยู่ได้มากว่า 70 ปีแสดงว่าเรามีความเข้มแข็งมาก ขณะเดียวกันนโยบายที่เราเคยทำมาทุกวันนี้ก็ยังสร้างประโยชน์ให้กับประชาชน เช่น เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ นมโรงเรียน กองทุนกู้ยืม ดังนั้น เวลาลงพื้นที่ให้เน้นพูดสิ่งเหล่านี้เป็นหลัก เวลาที่ประชาชนถามเรื่องผลงานของเราก็ต้องอธิบายให้ได้ว่าสองปีกว่าของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์หวังจะให้ทุกอย่างเสร็จ เป็นไปไม่ได้ เพราะมีเวลาเพียงแค่นี้ และทุกคนย่อมรู้แก่ใจว่าความผิดทั้งหมดอยู่ที่ใคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อย่าไปประเมินคนอื่น หรือดูถูกพรรคอื่น หรือคิดว่าตัวเองหน้าตาดีแล้วจะชนะ ขอให้พูดเฉพาะสิ่งที่คิดว่าพรรคและตัวเองสามารถทำได้จริง อย่าไปรับปากอะไรก็ตามที่เป็นไปไม่ได้หรือทำไม่ได้ ที่สำคัญอย่าโจมตีให้ร้ายพรรคการเมืองอื่น และอย่าไปกลัวหากใครถูกโจมตีต้องพูดออกไป อย่าอยู่เฉย&amp;rdquo; นายชวน ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนกล่าวว่า ยกตัวอย่างพรรคอนาคตใหม่ส่งข้อความทางไลน์มาชวนผู้สมัครของเราในจังหวัดตรังให้ย้ายไปอยู่กับเขาแล้วบอกให้มาโจมตีเรา แต่ผู้สมัครคนนี้ไม่ไป และบอกว่าแม้เขาจะเป็นคนรุ่นใหม่ แต่พรรคคุณไม่ใช่แนวทางของเรา ตนเห็นมามากแล้วว่าคนที่เคยอยู่กับเราแล้วย้ายออกไป อีกทั้งยังหันกลับมาโจมตีพรรคก็ไม่ได้รับผลดีในอนาคต หรือบางพรรคที่เคยบอกว่าไม่จัดงบประมาณให้ภาคใต้ เพราะไม่เลือกเขา แต่ครั้งนี้ก็ยังไม่อายที่จะมาหาเสียงอีก
ปลุกเปลี่ยนรัฐบาลทหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า วันที่ 24 มี.ค. ถึงเวลาของการเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนจากรัฐบาลทหาร มาเป็นรัฐบาลนักบริหารมืออาชีพ เพื่อแก้ไขเศรษฐกิจ ซึ่งคิดเป็น ทำได้ และเคยทำสำเร็จมาแล้ว ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา การบริหารประเทศด้วยวิธีคิดและการจัดการแบบทหาร มีข้ออ้างถึงความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองเป็นประเด็นหลักในการแก้ไขปัญหา โดยไม่ได้เข้าใจถึงสภาวะความเป็นอยู่ที่แท้จริงของพี่น้องประชาชน &amp;nbsp;สภาพเศรษฐกิจไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ต่อเนื่อง และขาดการจัดการอย่างเป็นระบบ ประชาชนทุกกลุ่มทุกระดับอยู่ในสภาวะของสังคมที่ถูกทำให้สงบจำนนด้วยความทุกข์ทุกหย่อมหญ้า
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ทีมเพื่อไทยพร้อมที่จะเร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจไทย เพื่อสร้างและคืนรายได้ให้ประชาชนกลับมามีเงินใช้เต็มกระเป๋า ด้วยการเพิ่มพลังเกษตรกรไทยให้สามารถขายสินค้าได้ราคาดี เพิ่มพลังเอสเอ็มอีให้มีความพร้อมบุกตลาดโลกด้วยเทคโนโลยี เพิ่มพลังการส่งออกด้วยความเชี่ยวชาญในเวทีโลกของทีมเพื่อไทย ซึ่งเราเป็นหนึ่งไม่รองใคร เพิ่มพลังรายได้จากการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ ที่นำนักท่องเที่ยวทั่วโลกมากระจายรายได้ทุกจังหวัด และเพิ่มพลังคนรุ่นใหม่ เพื่อสร้างเถ้าแก่ใหม่ทั่วประเทศ โดยนโยบายดังกล่าวจะดำเนินงานภายใต้ยุทธศาสตร์ ไทยทำ ไทยทันสมัย ไทยเท่า ไทยเชื่อมไทย ไทยเชื่อมโลก และไทยยั่งยืน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้างอิมพีเรียลเวิลด์ ลาดพร้าว นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ กล่าวภายหลังงานแถลงนโยบายและเปิดตัวผู้สมัครพรรคว่า พร้อมส่งผู้สมัครครบ 350 เขต โดยจะเสนอชื่อตนในบัญชีรายชื่อนายกฯ ของพรรคเพียงคนเดียว ซึ่งตั้งเป้าแก้ปัญหาเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดี นโยบายทั้ง 9 ข้อ ถือเป็นไฮไลต์ของพรรค นโยบายของพรรคไม่ได้ไปทะเลาะกับใคร เพราะไม่ได้มีการกล่าวร้ายพรรคใด และเราจะไม่เป็นศัตรูกับพรรคอื่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลาประชาคม ชุมชนคลองเตย นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวภายหลังเปิดศูนย์ประสานงานเขตคลองเตย พร้อมแนะนำนายนวธันย์ ธวัชวงศ์เดชากุล หรือ &amp;ldquo;บิ๊กเบน&amp;rdquo; ว่าที่ผู้สมัครของพรรคเขต 4 คลองเตย-วัฒนา ว่า พี่น้องประชาชนจะเลือกพรรคเพื่อไทยเราไม่ว่า แต่ขอบอกว่าที่พรรคเพื่อไทยมีพรรคไทยรักษาชาติของเราก็มีหมดทุกอย่าง ซึ่งเรามั่นใจว่าจะคิดนโยบาย ที่ช่วยแก้ไขปัญหา ทำให้ประชาชนอยู่มีกินดี และมั่นใจได้เลยว่าไม่มีการไปสนับสนุนการสืบทอดอำนาจ
เป็นกลางร่วมได้ทุกพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงแรมเซ็นทารา บาย เซ็นทาราศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ได้จัดงานปฐมนิเทศผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค โดยมีกรรมการบริหารพรรคและว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เข้ามาร่วมงานเป็นจำนวนมาก โดยนายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรค กล่าวว่า พรรคนี้เป็นพรรคการเมืองเก่าแก่อายุ 44 ปี พรรคการเมืองที่เกิดขึ้นมาแต่ละพรรคจะมีศิษย์เก่าของพรรคชาติไทยพัฒนาอยู่เกือบทุกพรรค ทำให้เราไม่มีปัญหากับใคร และพรรคการเมืองใดทั้งสิ้น จึงถูกเรียกว่าพรรคเป็นกลางร่วมกับใครก็ได้ ซึ่งเป็นนโยบายตั้งแต่สมัยของนายบรรหาร ศิลปอาชา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทุกครั้งที่มีการจัดตั้งรัฐบาล ต้องมีการปรึกษาท่านบรรหาร โดยท่านเป็นคนอ่อนน้อม ไม่เคยโอ้อวดว่าพรรคหรือตัวท่านเป็นคนเก่ง อันเป็นสร้างรากฐานให้พรรคมีแต่มิตรโดยไม่มีศัตรู ทั้งหมดจะเห็นได้ว่าพรรคการเมืองนี้เป็นพรรคเก่าแก่และมีครอบครัวศิลปอาชาคอยสนับสนุนมาตลอด ตลอด 3 เดือนที่ผ่านมาหลายคนปรามาสว่าพรรคนี้จะล่มสลาย ดังนั้น ทุกคนต้องให้กำลังใจหัวหน้าพรรคในฐานะแม่ทัพใหญ่ และนำพาพรรคชาติไทยพัฒนาให้ตลอดรอดฝั่ง ถ้ารักนายบรรหารอย่างไร ก็ต้องรักหัวหน้าพรรคกัญจนาอย่างนั้นเช่นกัน&amp;quot; นายประภัตรระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวเปิดการปฐมนิเทศว่า หลายคนจับตามองว่ากัญจนาจะนำพรรคลงเลือกตั้งอย่างไร เพราะเป็นครั้งแรกที่พรรคลงเลือกตั้งโดยไม่มีพ่อบรรหารแล้ว มรสุมเมื่อครั้งที่พ่อเป็นนายกฯ ทำให้เราเข้มแข็งมากขึ้น วันนี้ไม่มีพ่อก็จริง แต่ได้ทิ้งเลือดนักสู้เอาไว้ให้กับลูก เราทุกคนสามารถเติบโตจากศูนย์ได้เหมือนกับพ่อบรรหารที่ไม่ได้เกิดบนกองเงินกองทอง แต่สามารถสู้และเป็นนายกฯ ได้ อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นครั้งประวัติศาสตร์ที่พรรคส่งผู้สมัครส.ส.มากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ คณะกรรมการบริหารพรรคและคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ของพรรคชาติไทยพัฒนา ได้จัดทำหนังสือ &amp;ldquo;แผนปฏิบัติการเร่งด่วน 7 ด้าน&amp;rdquo; เพื่อแจกจ่ายให้กับผู้สมัครสำหรับใช้ลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้ง โดยมีสาระสำคัญ อาทิ แผนปฏิบัติการชาติไทยพัฒนาด้านการเกษตร ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;การเกษตรทันสมัย มีเงินใช้ทุกครัวเรือน&amp;rdquo; ด้วยการส่งเสริมการทำงานของอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) คนละ 1,000 บาทต่อเดือน และทุนเรียนฟรีสำหรับการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านการเกษตร, แผนปฏิบัติการชาติไทยพัฒนาด้านสังคม ภายใต้หลัก &amp;ldquo;สร้างสวัสดิการให้ทุกวัน ใส่ใจกับผู้ด้อยโอกาส&amp;rdquo; ให้มีกองทุนมรดกเงินล้าน ทุนสำรองยามยาก เพื่อแก้ปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน เป็นต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง พรรคพลังประชารัฐ &amp;nbsp;ขึ้นเวทีปราศรัยระหว่างได้ลงพื้นที่ตำบลหนองหญ้าป้อง จังหวัดสุโขทัย ว่าจะต่อยอดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ให้ครอบคลุม รวมถึงนโยบายของพรรค ได้ให้ความสำคัญกับเกษตรกร โดยเฉพาะราคาข้าว นอกจากนี้ ยังสนับสนุนอาชีพเสริมด้วยนโยบายโคบาลประชารัฐ พร้อมเดินหน้านโยบาย ส.ป.ก. และการพักหนี้กองทุนหมู่บ้าน 3 ปีไม่มีดอกเบี้ย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28105</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ชวนสะบัดมีดกรีด, ปชป., รักษ์ผืนป่าฯ, หนังสือพิมพ์, เลือกตั้ง, เสรีรวมไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190201/image_big_5c544cb6da22c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
