<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>52131</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซ้อมใหญ่ขบวนพยุหยาตรา เปิดจุดมาชื่นชมพระบารมี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;กองทัพเรือซ้อมใหญ่เสมือนจริง ขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเก็บรายละเอียดทุกด้าน วันจริงบวงสรวง 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์สร้างขวัญกำลังใจฝีพายก่อนเริ่มพระราชพิธี เปิด 19 จุดคัดกรอง 27 จุด จอดรถรองรับประชาชนมาชื่นชมพระบารมี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2562 เวลา 13.00 น. กองทัพเรือโดยคณะกรรมการจัดเตรียมความพร้อมขบวนเรือพระราชพิธี ได้จัดให้มีการฝึกซ้อมใหญ่ขบวนเรือพระราชพิธีในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 โดยเป็นการซ้อมใหญ่เสมือนจริง เก็บรายละเอียดทุกด้านก่อนถึงวันพระราชพิธีจริงที่กำหนดไว้วันที่ 12 ธ.ค. &amp;nbsp;โดยใช้เรือพระราชพิธีทั้งสิ้น 52 ลำ (รวมถึงเรือพระที่นั่ง 4 ลำ ประกอบด้วยเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์) &amp;nbsp;ขบวนเรือประดับอาภรณ์ภัณฑ์เหมือนวันจริงงดงามตระการตา ส่วนกำลังพลฝีพายประจำเรือและเจ้าหน้าที่ประจำเรือทุกริ้วขบวนเข้าร่วมซ้อมด้วยความพร้อมเพรียงจำนวน 2,399 คน โดยแต่งกายชุดฝึกซ้อม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับขั้นตอนการปฏิบัติในวันนี้ เรือพระราชพิธีทั้ง 52 ลำได้เริ่มตั้งขบวนเรือโดยหัวขบวนของเรือพระราชพิธีอยู่บริเวณธนาคารแห่งประเทศไทย และท้ายขบวนอยู่บริเวณโรงแรมริเวอร์ไซด์ก่อนถึงสะพานกรุงธน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเริ่มซ้อมใหญ่เสมือนจริงในเวลา 13.52 น. เนื่องจากระดับน้ำในเวลาดังกล่าวจะเท่ากับเวลาจริงในวันพระราชพิธี โดยขบวนเรือได้เคลื่อนออกจากจุดตั้งขบวนมุ่งหน้าไปทางพระบรมมหาราชวัง เส้นทางท่าวาสุกรี-ท่าราชวรดิฐ ระยะทาง 3.4 กิโลเมตร เคลื่อนขบวนจากจุดเริ่มต้นถึงที่หมายเวลา &amp;nbsp;14.29 น. รวมใช้เวลา 42 นาที ซึ่งการซ้อมขบวนเรือพระราชพิธีในครั้งนี้เป็นการจัดรูปขบวนตามรูปแบบโบราณราชประเพณีทุกประการ โดยแบ่งออกเป็น 5 ริ้ว 3 สาย ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ริ้วสายกลางซึ่งเป็นเรือสายสำคัญ ประกอบด้วยเรือพระที่นั่ง 4 ลำ มีเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ &amp;nbsp;นอกจากนี้มีเรืออีเหลือง เรือกลองนอก เรือแตงโม ซึ่งเป็นเรือของผู้บัญชาการขบวนเรือ เรือกลองใน พร้อมด้วยเรือตำรวจนอกและเรือตำรวจใน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ริ้วสายในขนาบข้างสายเรือพระที่นั่ง มีเรือทองขวานฟ้าและเรือทองบ้าบิ่นเป็นเรือประตูหน้า เรือเสือทยานชลและเรือเสือคำรณสินธุ์เป็นเรือพิฆาต เรือรูปสัตว์ 8 ลำ และปิดท้ายสายในด้วยเรือเอกไชยเหินหาวและเรือเอกไชยหลาวทอง ซึ่งเป็นเรือคู่ชักริ้วสายนอก ประกอบด้วยเรือดั้งและเรือแซงสายละ 14 ลำ &amp;nbsp;รวมทั้งสิ้น 52 ลำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการฝึกซ้อมครั้งนี้เป็นการซ้อมใหญ่กองทัพเรือเสมือนจริงเก็บรายละเอียดทุกด้าน ตัวเรือประดับตกแต่งเสมือนจริง เพื่อตรวจสอบว่าได้รับผลกระทบจากกระแสน้ำและกระแสลมหรือไม่ โดยกำหนดฝึกซ้อมเวลา 13.30 น. ซึ่งเป็นเวลาที่กองทัพเรือได้รับแจ้งจากกรมอุทกศาสตร์กองทัพเรือทำนายกระแสน้ำจะตรงกับวันที่ 12 ธ.ค. ส่วนขั้นตอนการปฏิบัติในวันนี้เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการประทับเรือพระที่นั่งออกจากท่าวาสุกรี โดยวันนี้เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ออกจากท่าวาสุกรีเวลา 13.52 น. และเทียบท่าราชวรดิฐเวลา 14.29 น. รวมเวลา 42 นาที ถือว่าตรงตามเวลาที่คาดการณ์ไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การซ้อมใหญ่ไม่มีอุปสรรคแต่อย่างใด กำลังพลมีความพร้อมและความคล่องตัว ลำดับพิธีการต่างๆ ก็ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง อาจมีเรื่องกระแสลมเล็กน้อย แต่ได้มีการแก้ไขตามสถานการณ์ ส่วนการเทียบของเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ก็รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ในวันเดียวกันยังมีการซ้อมร่วมกับทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ด้านการรับและส่งเสด็จ หลังจากนั้นมีการฝึกซ้อมการส่งเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสู่ริ้วขบวนราบประกอบพระบรมราชอิสริยยศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม กองทัพเรือมีความพร้อมในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคสมบูรณ์แบบทุกด้าน ทุกตำแหน่ง ทุกหน้าที่ รวมถึงรูปแบบการจัดริ้วขบวนเรือพระราชพิธี ทั้งหน้าตับ ระยะต่อ รวมถึงการรักษาตำแหน่งเรือในช่วงส่งเสด็จ และการตรึงริ้วขบวนเรืออยู่กับที่บริเวณท่าราชวรดิฐ ส่วนอาภรณ์ภัณฑ์และเครื่องประกอบเรือมีความพร้อมสมบูรณ์แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับวันพระราชพิธีจริง ช่วงเช้าจะมีการบวงสรวงเรือพระราชพิธี โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ &amp;nbsp;ส่วนแรกคณะอนุกรรมการฝ่ายจัดเตรียมขบวนเรือพระราชพิธีจัดพิธีบวงสรวง 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามจุดต่างๆ เป็นการสร้างขวัญกำลังใจและปกปักรักษาเหล่ากำลังพล จุดแรกที่พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินที่พระราชวังเดิม, ศาลเจ้าพ่อหนู ทหารเอกพระเจ้าตากสิน ที่ป้อมวิไชยประสิทธิ์, ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ที่กรมอู่ทหารเรือ, พระอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ที่กองทัพเรือ และพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 8 ใกล้สะพานพระราม 8 ฝั่งธนบุรี หลังจากนั้นจะเป็นพิธีบวงสรวงเซ่นไหว้แม่ย่านางเรือในส่วนที่ พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผบ.ทร.เป็นประธานในพิธี เวลา 06.45 น. จากนั้นกำลังพลจะเข้าประจำจุดและพร้อมในเวลา 10.30 น. นอกจากนี้ ในวันพระราชพิธีจะมีมาตรการรักษาความปลอดภัยกำหนดการเข้าพื้นที่พระราชพิธีอย่างเข้มงวด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนบรรยากาศใต้สะพานพระราม 8 ฝั่งธนบุรี หนึ่งในพื้นที่ชมขบวนเรือได้อย่างใกล้ชิด มีประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ รวมถึงคณะครูและนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ ทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดจำนวนมากมาจับจองพื้นที่ชมการซ้อมใหญ่ขบวนเรือพระราชพิธี เมื่อขบวนเรือมาถึงจุดนี้ต่างนำโทรศัพท์มือถือและกล้องถ่ายภาพมาบันทึกกันด้วยความตื่นตาตื่นใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางศยาภรณ์ ไกรเสริม ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดพระยาศิริไอยสวรรค์ เขตบางพลัด กรุงเทพฯ กล่าวว่า ตนนำคณาจารย์และบุคลากรของโรงเรียนรวมถึงนักเรียนชั้น ป.1-ป.6 จำนวน 80 คนเดินเท้าจากโรงเรียนซึ่งตั้งอยู่ใกล้สะพานพระราม 8 ฝั่งธนบุรีมาถึงเวลา 12.45 น. และให้นักเรียนนั่งรอชมขบวนเรือซึ่งการซ้อมเริ่มเวลา 13.30 น. อยากให้นักเรียนได้ประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตได้ชมเรือพระราชพิธีและรู้สึกภาคภูมิใจ ที่สำคัญโรงเรียนตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งเป็นแม่น้ำสายสำคัญในการประกอบพระราชพิธีเบื้องปลายที่จะเกิดขึ้น จะทำให้นักเรียนผูกพันกับวัฒนธรรมสายน้ำ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวลิต คงนวม ครูกิจกรรมลูกเสือ รร.เทศบาลท่าโขง 1 จ.ปทุมธานี กล่าวว่า ตนได้นำครู 3 คนและนักเรียนชั้น ป.6 จำนวน 30 คนมาชมการซ้อมใหญ่ขบวนเรือพระราชพิธีก่อนวันจริง โดยคณะครูและนักเรียนมาถึงเวลา 11.00 น. ถือเป็นครั้งแรกที่โรงเรียนจัดพามาชมขบวนเรือ เพราะจะเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์และเป็นพระราชประเพณีที่สืบทอดมาแต่โบราณ เด็กนักเรียนได้เห็นของจริงและมีประสบการณ์ในช่วงเวลาสำคัญนี้ ก่อนพามาได้ให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเบื้องต้น แต่การได้มาชมกับตาถือว่าสุดยอดแล้ว อีกทั้งเป็นกิจกรรมที่แสดงถึงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันพระราชพิธีจริงจะมีการอำนวยความสะดวกประชาชนเรื่องเส้นทางการจราจร การเดินทาง จุดจอดรถ จุดคัดกรอง การให้บริการทางการแพทย์ อาหาร น้ำดื่ม จุดบริการรถสุขาเคลื่อนที่ และการเตรียมตัวของประชาชนในการเฝ้าฯ รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคและขบวนราบ เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ดังนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จุดคัดกรองก่อนจะเข้าไปยังพื้นที่พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ต้องผ่านจุดคัดกรองความปลอดภัยซึ่งมี 19 จุดคัดกรอง ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร, ใต้สะพานพระราม 8 ฝั่งพระนคร, ทางเข้าพิพิธบางลำพู, สนามหลวงด้านศาลฎีกา, สนามหลวงด้านมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, หน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ถนนพระจันทร์, แม่พระธรณีบีบมวยผม, ใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าฝั่งพระนคร, แยกท่าเตียน, หน้าพระราชวังสราญรมย์, เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าฝั่งธนบุรี, ใต้สะพานพระราม 8 ฝั่งธนบุรี, ทางเข้าท่ารถไฟ, หน้าอุทยานสถานพิมุขกองทัพเรือ, ท่าเรือวังหลัง, ทางเข้าวัดระฆังโฆสิตาราม, ปากซอยวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหารและวัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร โดยประชาชนต้องพกบัตรประชาชน และสำหรับชาวต่างชาติพกหนังสือเดินทางเพื่อแสดงตนในการตรวจคัดกรองเข้าพื้นที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ จัดสถานที่รองรับการจอดรถ 27 จุดโซนทิศเหนือของกรุงเทพฯ ได้แก่ เมืองทองธานี &amp;nbsp;ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ม.เกษตรศาสตร์ สโมสรตำรวจ โซนทิศใต้ได้แก่ ลานพุทธมณฑลสาย 4 เซ็นทรัลศาลายา เซ็นทรัลปาร์คพระราม 2 วิทยาลัยทองสุข อู่จอดรถบรมราชชนนี โรงเรียนบางมดวิทยา โซนทิศตะวันตกเซ็นทรัลเวสต์เกต สถานีท่าอิฐบางรักน้อย โซนทิศตะวันออก ได้แก่ มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เมกะบางนา อิเกียบางนา ไบเทคบางนา &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โซนกรุงเทพมหานครชั้นกลาง ได้แก่ สำนักงานอัยการสูงสุด ศาลอาญารัชดา อาคารจอดรถ MRT &amp;nbsp;ลาดพร้าว อาคารจอดรถ MRT รัชดาฯ แอร์พอร์ตลิงก์สถานีมักกะสัน ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 &amp;nbsp;คลังสินค้าท่าเรือ คลองเตย (โกดังสเตเดี้ยม) โรงงานยาสูบ ธนาคารไทยพาณิชย์ (สำนักงานใหญ่) สโมสรกองทัพบก รวมทั้งสิ้น 27 จุด จอดได้ 26,000 คัน ทุกจุดจอดรถมีบริการรถ Shuttle Bus อำนวยความสะดวกนำประชาชนเข้าสู่บริเวณงานในจุดที่ใกล้ที่สุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52131</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวลิต คงนวม, ศยาภรณ์ ไกรเสริม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191209/image_big_5dee54d70e367.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
