<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>80525</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งจำคุกน้ำอุ่น8ปี มอมพริตตี้จนตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำคุก &amp;quot;น้ำอุ่น&amp;quot; 8 ปี มอมเหล้าลัลลาเบลจนตายขณะหิ้วขึ้นคอนโดฯ ทั้งที่หมดสติ ส่วนพวกอีก 5 คนทั้งชายหญิงเจอข้อหาสนับสนุนคนละ 5 ปี 4 เดือน และต้องร่วมกันชดใช้กว่า 7 แสน พ่อเหยื่อพ้อ ถึงติดคุกสุดท้ายมันก็ออกมาได้อยู่ดี แต่ก็พอใจที่ลูกได้รับความยุติธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 14 ตุลาคมนี้ &amp;nbsp;ที่ศาลอาญาธนบุรี ถนนเอกชัย ศาลอ่านคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการคดีอาญาธนบุรี 2 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายรัชเดช หรือน้ำอุ่น วงศ์ทะบุตร จำเลยที่ 1, นายชัยพล หรือคิว พรรณนา เจ้าของงานปาร์ตี้บ้านบางบัวทอง จำเลยที่ 2, นายนที หรือตี๋ สถิตพงษ์สถาพร จำเลยที่ 3, น.ส.พิกุลทอง หรือเฟิร์ส บุญภา แฟนสาวของคิว จำเลยที่ 4, นายกฤษฎา หรือโนบิ โลหิตดี จำเลยที่ 5, นายโกเศศ หรือปิงปอง ฤทธิ์นิธิฤกษ์ &amp;nbsp;จำเลยที่ 6 ในความผิด 4 ข้อหาฐานเป็นซ่องโจร, พาผู้อื่นไปเพื่อการอนาจารโดยใช้กำลังประทุษร้าย ใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรมหรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยประการใดๆ, กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า 15 ปีโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้, หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และเป็นเหตุให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวถูกกักขังหรือต้องปราศจากเสรีภาพในร่างกายนั้นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 210, 213, 278, 284, 310 ประกอบมาตรา 83, 91
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีจำเลยทั้ง 6 มีงานเลี้ยงโดยมีการดื่มสุราที่บ้านแห่งหนึ่งใน อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี แล้วจ้าง น.ส.ธิติมา หรือลัลลาเบล นรพันธ์พิพัฒน์ อายุ 26 ปี ให้มาเป็นพริตตี้ชงเหล้าร่วมเต้นรำและร่วมดื่มสุรา โดยจำเลยทั้ง 6 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ น.ส.ธิติมา ดื่มสุราจนเมาและอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ แล้วนายรัชเดช จำเลยที่ 1 ได้พาพริตตี้ลัลลาเบล ซึ่งขณะนั้นมีปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ในเลือดสูงมากอยู่ในภาวะมึนเมา โดยใช้กำลังประทุษร้ายไปอนาจาร และอุ้มแบกออกจากบ้านหลังดังกล่าวไปขึ้นรถยนต์ของจำเลยที่ 1 แล้วพาไปที่ห้องพักคอนโดฯ ย่านดาวคะนอง แขวงดาวคะนอง เขตธนบุรี กทม. แล้วจำเลยที่ 1 พาพริตตี้ลัลลาเบลที่อยู่ในภาวะไม่สามารถขัดขืนได้ไปบนห้องพัก เป็นเหตุให้ถูกหน่วงเหนี่ยวกักขัง ต้องปราศจากเสรีภาพในร่างกายและถึงแก่ความตาย ส่วนจำเลยที่ 2-6 ร่วมกันสนับสนุนการกระทำผิดของจำเลยที่ 1&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ จำเลยทั้งหมดที่ได้ประกันตัว เดินทางมาฟังคำพิพากษา พร้อมทนายความ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า การกระทำความผิดของจำเลยทั้งหก มีพยานโจทก์เบิกความยืนยันในชั้นศาล สอดคล้องกับคำให้การชั้นสอบสวน ภาพจากกล้องวงจรปิด คลิปวิดีโอจากโทรศัพท์เคลื่อนที่ของจำเลยทั้งหก บันทึกการสนทนาในแอปพลิเคชันไลน์ รายงานผลการสืบสวนพฤติกรรมของบุคคล บันทึกการชี้ตัวของพยานซึ่งได้กระทำทันทีหลังเกิดเหตุ ผลการชันสูตรพลิกศพ และผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ น่าเชื่อ รับฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 ได้กระทำอนาจารผู้ตาย โดยใช้กลอุบายหลอกล่อให้ผู้ตายดื่มสุราในปริมาณมาก เพื่อให้ผู้ตายหมดสติอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ และได้พาผู้ตายซึ่งหมดสติขึ้นรถยนต์ไปที่คอนโดฯ ของจำเลยที่ 1 โดยมีเจตนาที่จะล่วงละเมิดทางเพศผู้ตาย ทั้งพยานโจทก์ปากนายแพทย์ผู้ชันสูตรพลิกศพให้ความเห็นว่า ผู้ตายเสียชีวิตในช่วงเวลา 15 นาฬิกา ถึง 19 นาฬิกา ระหว่างที่จำเลยที่ 1 พาผู้ตายขณะหมดสติไปยังห้องในคอนโดฯ ของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ย่อมเล็งเห็นได้ว่าผู้ตายอาจจะได้รับอันตรายถึงชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงเป็นการหน่วงเหนี่ยวกักขังเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย ส่วนจำเลยที่ 2 ถึงจำเลยที่ 6 เคยเข้าร่วมงานเลี้ยงในลักษณะนี้มาก่อน รู้ว่าจำเลยที่ 1 มีเจตนามอมเหล้าผู้ตาย แต่ไม่ขัดขวางห้ามปราม กลับชักชวนให้ผู้ตายดื่มสุรา และยอมให้จำเลยที่ 1 พาผู้ตายซึ่งหมดสติออกไปจากงานเลี้ยง การกระทำของจำเลยที่ 2 ถึงจำเลยที่ 6 ดังกล่าวถือว่าเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่จำเลยที่ 1 ในการพาผู้ตายไปเพื่อการอนาจาร และในการที่จำเลยที่ 1 หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้ตายซึ่งอยู่ในสภาพหมดสติมีอาการโคม่า แต่จำเลยที่ 1 กลับไม่พาไปรักษาที่โรงพยาบาล จำเลยที่ 2 ถึงจำเลยที่ 6 จึงเป็นผู้สนับสนุนจำเลยที่ 1 กระทำความผิด การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดฐานกระทำอนาจาร ฐานพาผู้อื่นไปเพื่อการอนาจาร และฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นเป็นเหตุให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวกักขังถึงแก่ความตาย ความผิดทั้งสามฐานดังกล่าว จำเลยที่ 1 กระทำต่อเนื่องเชื่อมโยงในวาระเดียวกัน โดยมีเจตนาเพื่อกระทำอนาจารและล่วงละเมิดในทางเพศผู้ตาย จึงเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้ลงโทษฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นเป็นเหตุให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวกักขังถึงแก่ความตายซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักสุด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 ส่วนจำเลยที่ 2 ถึงจำเลยที่ 6 เป็นผู้สนับสนุนให้จำเลยที่ 1 กระทำความผิดดังกล่าว สำหรับฐานซ่องโจร โจทก์ไม่มีพยานมาสืบให้เห็นว่า จำเลยทั้ง 6 สมคบหรือตกลงจะกระทำความผิดแต่อย่างใด จึงฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 ถึงจำเลยที่ 6 เป็นเพียงผู้สนับสนุนการกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 เท่านั้น ยกฟ้องในความผิดฐานซ่องโจร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิพากษาจำคุกจำเลยที่ 1 นายรัชเดช หรือน้ำอุ่น ฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำถึงแก่ความตาย ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักสุด ให้จำคุก 8 ปี ส่วนจำเลยที่ 2-6 ให้ลงโทษฐานเป็นผู้สนับสนุนจำเลยที่ 1 ในการกระทำความผิดดังกล่าว จำคุกคนละ 5 ปี 4 เดือน และให้จำเลยทั้ง 6 ร่วมกันชดใช้ค่าสินใหม่แก่โจทก์ร่วมจำนวน 748,660 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาศาลอนุญาตให้จำเลยได้ประกันตัวระหว่างอุทธรณ์ จำเลยที่ 1 ตีราคาประกัน 350,000 บาท จำเลยที่ 2-6 ตีราคาประกันคนละ 150,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชวลิต และนางศุภามาศ นรพันธ์พิพัฒน์ บิดาและมารดาของ น.ส.ธิติมา หรือลัลลาเบล กล่าวทั้งน้ำตาว่า พอใจกับคำพิพากษาของศาล ตลอด 1 ปีที่ผ่านมากว่าจะผ่านไปแต่ละวันยากลำบาก วันนี้เหมือนคืนความยุติธรรมให้กับลูกสาว และจะเลี้ยงน้องแบมแบม หลานสาวให้ดีที่สุด เนื่องจากทุกวันนี้ หลานยังถามหาแม่อยู่บนสวรรค์ มีเครื่องบินแล้วเมื่อไหร่จะกลับมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คำพิพากษา ถึงแม้ว่ามันจะติดคุก แต่สุดท้ายมันก็ออกมาได้อยู่ดี แต่ลูกสาวของผมไม่สามารถฟื้นขึ้นมาได้ ทุกวันนี้ทำงานหนักมาก เหมือนต้องนับหนึ่งใหม่หมดเลย หลังจากที่เกิดเรื่อง อีกฝ่ายก็ไม่เคยแม้แต่จะติดต่ออะไรกลับมาเลย&amp;quot; นายชวลิตกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80525</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษฎา โลหิตดี, ชวลิต นรพันธ์พิพัฒน์, ชัยพล พรรณนา, ธิติมา นรพันธ์พิพัฒน์, นที สถิตพงษ์สถาพร, พิกุลทอง บุญภา, รัชเดช วงศ์ทะบุตร, ศุภามาศ นรพันธ์พิพัฒน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โกเศศ ฤทธิ์นิธิฤกษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201014/image_big_5f86f0b6d9a1a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47168</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัจฉริยะเสนอตัว เป็นพยานในศาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทนายความพาครอบครัวลัลลาเบลเข้าฟังคำชี้แจงจากแพทย์ รพ.จุฬาฯ ถึงผลการชันสูตรศพ เผยพอใจในระดับหนึ่ง อัจฉริยะร้อง ผบ.ตร.ตั้งคณะทำงานคลี่คลายคดีที่คาบเกี่ยวระหว่าง บช.ภ.1 กับนครบาล เสนอตัวเป็นพยานในศาล มั่นใจเอาผิดได้อีกไม่น้อยกว่า 4 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า ผบก.น.8 เปิดเผยความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตของ น.ส.ธิติมา นรพันธ์พิพัฒน์ หรือ &amp;quot;ลัลลาเบล&amp;quot; พริตตี้สาวที่กำลังเป็นกระแสขณะนี้ ว่า ขณะนี้ยังไม่มีการเชิญพยานมาสอบปากคำเพิ่มเติมแต่อย่างใด มีเพียงทางครอบครัวและญาติผู้ตายซึ่งยังคาใจ และไม่สบายใจเกี่ยวกับผลการชันสูตรศพ ทางตำรวจจึงประสานไปยังแพทย์โรงพยาบาลจุฬาฯ ให้นัดหมายทำการชี้แจงถึงขบวนการ ขั้นตอน รายละเอียด รวมไปถึงผลการชันสูตร โดยในช่วงบ่าย ทางญาติจะเดินทางไปพบแพทย์เพื่อฟังคำชี้แจง ขณะที่ตนได้สั่งการให้ พ.ต.อ.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ รอง ผบก.น.8 ผู้ควบคุมงานสืบสวน และ พ.ต.อ.นำเกียรติ ธีระโรจนพงษ์ รอง ผบก.น.8 ผู้ควบคุมงานสอบสวน เดินทางไปพบแพทย์เพื่อนัดหมายสอบปากคำแพทย์ผู้ผ่าชันสูตรแล้วตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 14.00 น. ที่สถาบันนิติเวช รพ.จุฬาฯ นายพงษา ราตรี พร้อมด้วยนายมนต์ชัย เดชะภากร ทนายความ พานายชวลิต นรพันธ์พิพัฒน์ อายุ 58 ปี พร้อมด้วยนางศุภมาส นรพันธ์พิพัฒน์ อายุ 57 ปี บิดา-มารดาของ น.ส.ธิติมา เข้าพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอคำชี้แจงเรื่องผลชันสูตรพลิกศพ โดยมีนายณัฐนัย หรือย้ง หอมเทียนทอง แฟนลัลลาเบล และนายกิตติศักดิ์ หรือโทน วงศ์ประจันต์ เพื่อนสนิท ร่วมเข้ารับฟังด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพงษากล่าวว่า เป็นครั้งแรกที่ทางครอบครัวน้องลัลลาเบลจะรับฟังผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง นับตั้งแต่เกิดเรื่องเมื่อวันที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้ทราบเพียงข้อมูลที่นำเสนอผ่านสื่อมวลชนและฝั่งตำรวจเท่านั้น ทั้งนี้ทางครอบครัวต้องการทราบถึงเวลาการตายที่แน่ชัด และร่องรอยบาดแผลต่างๆ ซึ่งเมื่อทราบผลแล้วทางครอบครัวยังมีข้อสงสัยในประเด็นใด ก็จะปรึกษาเรื่องผ่าพิสูจน์ซ้ำโดยผู้เชี่ยวชาญต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังฟังคำชี้แจง นายพงษาเปิดเผยว่า ทางนิติเวช รพ.จุฬาฯ ได้ชี้แจงขั้นตอนต่างๆ ให้กับครอบครัวได้ฟัง ส่วนผลการตรวจได้ส่งไปยังพนักงานสอบสวนโดยตรง และมีบางส่วนยังไม่แล้วเสร็จ จะทยอยส่งไปภายในอาทิตย์นี้ กรณีแผลที่อวัยวะเพศมีส่วนทำให้เสียชีวิตหรือไม่นั้น น่าจะไม่ใช่สาเหตุ ในเรื่องของก็ผลแอลกอฮอล์ก็ยังคงเหมือนเดิม คือกว่า 400 ในส่วนของครอบครัวก็ถือว่าเคลียร์ในระดับหนึ่ง ซึ่งหากไม่คาใจก็จบ แต่ถ้าคาใจก็อาจจะต้องตรวจซ้ำ ส่วนผลที่ยังไม่แล้วเสร็จต้องรอฟังจากพนักงานสอบสวนอีกที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่ง นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้ายื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เพื่อสั่งการให้แต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดี น.ส.ธิติมา หรือลัลลาเบล เนื่องจากพบการกระทำความผิดทั้งในพื้นที่ บช.ภ.1 และกองบัญชาการตำรวจนครบาลเกี่ยวเนื่องกัน โดยมี พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ รองโฆษก ตร. เป็นผู้รับเรื่องไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอัจฉริยะกล่าวว่า มาร้องขอให้ ผบ.ตร.ตั้งคณะทำงานทำคดีนี้ โดยมีรอง ผบ.ตร.ควบคุมดูแล เพื่อไม่ให้ผู้ต้องหาใช้ช่องโหว่ของอำนาจการสอบสวนของพนักงานสอบสวนสู้จนหลุดได้ เพราะตอนนี้เรายังไม่รู้ว่าลัลลาเบลตายที่ไหน ดังนั้นไม่อยากให้มีปัญหาภายหลังเรื่องเขตอำนาจสอบสวน การตั้งคณะทำงานขึ้นมาสอบสวนร่วมกันจะมีประโยชน์ต่อผู้เสียหาย และทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานสะดวกรวดเร็ว ยืนยันว่าที่เข้ามาทำทั้งหมด ในฐานะพลเมืองดีเท่านั้น ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับใคร ทุกอย่างเพื่อประโยชน์ต่อสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายอัจฉริยะได้เดินทางไปยัง สน.บุคคโล เข้าพบ พ.ต.อ.นำเกียรติ ธีระโรจนพงษ์ รอง ผบก.น.8 หัวหน้าพนักงานสอบสวนชุดคลี่คลายคดีลัลลาเบล พร้อมนำหลักฐานมามอบให้ในฐานะพยาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอัจฉริยะกล่าวว่า นอกจากมอบพยานหลักฐานให้ตำรวจแล้ว ตนยังตัดสินใจให้การเป็นพยานบอกเล่าพร้อมเตรียมขึ้นศาล เนื่องจากมั่นใจในหลักฐานที่มีอยู่ เพื่อไม่ให้เกิดข้อครหาว่าเอาแต่หอบหลักฐานมาให้ตำรวจ แต่ไม่ยอมขึ้นศาล ซึ่งจากหลักฐานที่ตนมีตอนนี้ ทั้งคลิปและแช้ตลับในกลุ่มไลน์ต่างๆ เชื่อว่านายรัชเดช หรือน้ำอุ่น วงศ์ทะบุตร พริตตี้บอยที่ตกเป็นผู้ต้องหา เป็นแค่ตัวละครตัวหนึ่ง แต่ยังมีผู้อยู่เบื้องหลังหลงเหลืออยู่ และน่าจะมีผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีกอย่างน้อย 4 คน ในคดีการตายลัลลาเบลที่จะถูกนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;น้ำอุ่นให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่าเมาตั้งแต่วันแรกที่เป็นข่าว ผมยังตั้งข้อสงสัยว่าเมาได้อย่างไร เพราะผลตรวจร่างกายไม่พบแอลกอฮอล์ และในเมื่อน้ำอุ่นขับรถพาลัลลาเบลจากบางบัวทองมาถึงคอนโดฯ ที่ตลาดพลูได้ หนำซ้ำขณะขับรถยังถ่ายภาพและแช้ตคุยกับผู้อื่นได้ตลอดเวลา ผมอยากถามว่าคนเมาจริงจะทำได้อย่างไร ส่วนการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมหรือมีใครถูกดำเนินคดีอีกบ้างหรือไม่ ขอให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ&amp;quot; นายอัจฉริยะกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังให้ปากคำตำรวจ นายอัจฉริยะเปิดเผยว่า หลังจากนี้จะมีไอ้โม่งถูกกระชากหน้ากากซึ่งเป็นหน้าที่ของตำรวจที่ต้องจัดการ บ้านจัดปาร์ตี้ที่บางบัวทองจัดงานได้ทุกวัน มีโมเดลลิ่งจัดส่งพริตตี้ให้ตลอด ปีละ 200-300 คน แสดงว่าที่บ้านหลังนั้นมีไว้เพื่อจัดงานปาร์ตี้อย่างเดียว ไม่ทำอะไรกันเลย คำถามต่อไปคือ จัดกันทำไม จัดเพื่ออะไร และเอาเงินมาจากไหน ตนมาในฐานะพยานในคดีการตายของลัลลาเบล ไม่ได้เพราะอยากดัง แต่ตนมีลูกสาว วันที่ดูข่าวกับภรรยาเห็นภาพน้ำอุ่นลากร่างลัลลาเบลผ่านกล้องไปมา บอกตรงๆ ตนรับไม่ได้ พฤติกรรมเช่นนี้ถือว่าชั่วช้าสามานย์และถือเป็นเดนสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 กล่าวถึงคดีลัลลาเบลว่า หลักฐานคลิปวิดีโอที่ได้รับจากนายอัจฉริยะ นับว่าเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี และได้ส่งให้ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ตรวจสอบเรื่องตัดต่อ และเป็นคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในงานปาร์ตี้บ้านย่านบางบัวทองจริงหรือไม่ รวมทั้งเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินของทุกคนที่อยู่ในบ้านปาร์ตี้ เพื่อคลายข้อสงสัยถึงสาเหตุจัดปาร์ตี้และจ้างพริตตี้ได้ทุกวัน กรณีฝ่ายผู้ต้องหามีการปล่อยคลิป บางช่วงที่มีภาพล่อแหลมของผู้เสียหายนั้น ยืนยันว่าไม่ส่งผลกระทบหรือเป็นอุปสรรคการทำคดี อย่างไรก็ตาม ได้สั่งให้ตรวจสอบคลิปเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบว่าเป็นอย่างไร ส่วนผลการตรวจคราบอสุจิบนผ้าห่มว่าเป็นของบุคคลใด ก็ได้เร่งรัดไปแล้ว ขอเวลาให้ตำรวจทำงานก่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47168</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวลิต นรพันธ์พิพัฒน์, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ, พ.ต.อ.นำเกียรติ ธีระโรจนพงษ์, พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า, พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, ศุภมาส นรพันธ์พิพัฒน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191002/image_big_5d94a38e2133c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46431</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2019 20:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เบลตายเพราะเหล้า แอลกอฮอล์400</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชันสูตรศพลัลลาเบล พบตายจากพิษสุราแอลกอฮอล์ในเลือดสูง 418 มิลลิกรัม แต่ไม่พบสารคัดหลั่งของผู้อื่น แพทย์ขอตรวจซ้ำเพื่อความแน่นอน ตำรวจขีดเส้น 25 ก.ย.ออกหมายจับผู้ทำให้ตาย ตั้ง 3 ข้อหารอ เบื้องต้นพบผู้ทำผิดคนเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สน.บุคคโล วันที่ 23 กันยายนนี้ พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า ผบก.น.8 &amp;nbsp;พร้อม พ.ต.อ.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์, พ.ต.อ.นำเกียรติ ธีระโรจนพงษ์ รอง ผบก.น.8, พ.ต.อ.พยงค์ เอี่ยมสกุล ผกก.สน.บุคคโล ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตของ น.ส.ธิติมา นรพันธ์พิพัฒน์ หรือ &amp;ldquo;ลัลลาเบล&amp;rdquo; โดยใช้เวลา 1 ชั่วโมงครึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลัง พล.ต.ต.สัมฤทธิ์กล่าวว่า ผลการชันสูตรศพลัลลาเบล เบื้องต้นพบว่าเกิดจากพิษสุราในเลือดที่มีปริมาณแอลกอฮอล์สูงถึง 418 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เบื้องต้นยังไม่พบสารคัดหลั่งของผู้อื่น รวมถึงไม่พบสารเสพติดและร่องรอยการต่อสู้บนร่างกาย ซึ่งแพทย์ลงความเห็นว่าจะต้องตรวจสอบเชิงลึกอีกครั้ง ยืนยันว่าการออกหมายจับจะยังไม่เรียบร้อยภายในวันนี้ เนื่องจากจะต้องสอบปากคำพยานอีก 5 ปาก บางส่วนเป็นคนที่อยู่ในงานปาร์ตี้ที่บ้านย่านบางบัวทอง และบางส่วนก็มาใหม่ หากทุกอย่างเรียบร้อยดี ในวันที่ 25 กันยายนนี้ จะมีความคืบหน้าเรื่องหมายจับและการแจ้งข้อกล่าวหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบก.น.8 กล่าวถึงกระแสข่าวระบุตำรวจเตรียมแจ้งข้อกล่าวหา 3 ข้อแก่ผู้ต้องสงสัย คือ กระทำโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, กระทำอนาจาร และกักขังหน่วงเหนี่ยว มีความใกล้เคียงตามที่คณะทำงานสืบสวนสอบสวนนำมาพิจารณาควบคู่กับคำพิพากษาศาลฎีกาเรื่องฆ่าโดยงดเว้น จากหลักฐานที่มีในตอนนี้ คดีนี้จะมีผู้กระทำผิดเพียงคนเดียว แต่ไม่ยืนยันว่าเป็นน้ำอุ่นหรือไม่ ซึ่งภายหลังสอบปากคำขยายผล มีหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงใครก็จะแต่งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สัมฤทธิ์กล่าวว่า ผลการตรวจสอบข้อมูลในนาฬิกาสมาร์ทวอตช์ของ น.ส.ธิติมา ที่น่าจะเก็บหลักฐานชีพจรหัวใจ ซึ่ง น.ส.ธิติมาสวมใส่ก่อนเสียชีวิตนั้น ต้องสอบถามกับแพทย์อีกครั้งว่าตัวเลขต่างๆ ที่ปรากฏมีความน่าเชื่อถือหรือไม่ อย่างไร แต่นำมาเปิดเผยไม่ได้เนื่องจากเป็นข้อมูลทางเทคนิค ส่วนภาพเจ้าของมือที่สวมนาฬิกาลูบใบหน้า น.ส.ธิติมา ที่เผยแพร่อยู่บนโลกโซเชียล ก็ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเป็นผู้ใด เพราะทั้งเจ้าของงานปาร์ตี้และน้ำอุ่นต่างปฏิเสธ ขณะเดียวกัน ตำรวจกำลังตรวจสอบเส้นทางการเงินเจ้าของบ้านที่จัดปาร์ตี้ร่วมกับตำรวจภูธรภาค 1 และ สภ.บางบัวทอง ว่าเป็นอย่างไร ทั้งนี้ตำรวจยังคงติดต่อกับน้ำอุ่นได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นายชัยพล พรรณา หรือคิว อายุ 29 ปี เจ้าของบ้านที่จัดปาร์ตี้ย่านบางบัวทอง พร้อมนายนที หรือตี๋ พี่ชาย และ น.ส.เฟิร์ส เพื่อนนายชัยพล เดินทางเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนเพิ่มเติม พร้อมนำคลิปหลักฐานในวันปาร์ตี้ที่เห็นนาฬิกาเรือนสีทองของน้ำอุ่น หลังเกิดข้อถกเถียงในโซเชียลว่ามีมือปริศนาไปลูบใบหน้าลัลลาเบล ขณะที่ภาพวงจรปิดในลิฟต์คอนโดฯ เห็นน้ำอุ่นสวมนาฬิกาสายสีดำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยพลกล่าวว่า ตนเข้ามาชี้แจงเรื่องนาฬิกาดังกล่าว พร้อมได้นำคลิปหลักฐานมามอบให้กับตำรวจ เพื่อยืนยันว่าเจ้าของนาฬิกาคือน้ำอุ่น ไม่ใช่ตนเอง เพราะตนไว้เล็บยาว แต่ในคลิปเป็นเล็บสั้น และสาเหตุที่ทำให้เชื่อว่าน้ำอุ่นต้องเปลี่ยนนาฬิกา น่าจะเกิดจากตอนที่ตนลื่นล้มในปาร์ตี้แล้วน้ำอุ่นมาช่วยดึงไว้จนสายนาฬิกาขาด จึงไปเปลี่ยนนาฬิกาสายสีดำที่คนเล่นฟิตเนสชอบใช้ เพราะตนเห็นตอนน้ำอุ่นเอาออกมาจากกระเป๋ายิม และเชื่อว่าน้ำอุ่นน่าจะเป็นคนติดนาฬิกาจึงต้องนำมาสวมใส่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยพลยืนยันด้วยว่ามีอาชีพเล่นหุ้น และยังซื้อบิตคอยน์ รวมทั้งขายของในเกมด้วย ยืนยันไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งผิดกฎหมาย ส่วนการว่าจ้างพริตตี้ ค่าเหล้า ค่าอาหารนั้นก็ช่วยกันหารเงินกับพี่ชาย จากเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดทำให้ตนรู้สึกหนักใจมาก ส่วนประเด็นภาพวงจรปิดที่มีภาพชายคนหนึ่งอยู่กับน้ำอุ่นตอนที่อุ้ม น.ส.ธิติมาขึ้นรถที่หน้าบ้านนั้น เป็นคนรู้จักกับพวกตนที่กำลังจะเข้ามาเอากุญแจรถที่บ้าน โดยน้ำอุ่นบอกว่าเป็นแฟนกัน ชายคนดังกล่าวไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร ก็เลยถือรองเท้าไปให้ ซึ่งตำรวจได้เรียกสอบปากคำไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) เปิดเผยกรณีพนักงานสอบสวน สน.บุคคโล ส่งพยานหลักฐานเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของ น.ส.ธิติมา ให้ตำรวจ ปอท.ตรวจสอบ ขณะนี้ได้ตรวจสอบเสร็จสิ้นและส่งผลกลับไปให้พนักงานสอบสวนแล้ว เช่น โทรศัพท์มือถือของผู้เกี่ยวข้อง, คลิปวิดีโอและหลักฐานข้อความแช้ตที่แชร์ส่งต่อกันผ่านโซเชียลมีเดีย รวมถึงนาฬิกาสมาร์ทวอตช์ของ น.ส.ธิติมา ที่พนักงานสอบสวนตั้งประเด็นข้อสงสัย 4-5 ข้อ ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง หนึ่งในนั้นคือ ข้อมูลการตรวจค่าวัดชีพจรที่บันทึกในนาฬิกา อย่างไรก็ตาม รายละเอียดต่างๆ ไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อรูปคดี ขอให้ ผบก.น.8 เป็นผู้ชี้แจงรายละเอียดทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พ.ต.อ.วาที อัศวุตมางกุร โฆษกสถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ เปิดเผยว่า หลังเจ้าหน้าที่นิติเวชฯ ได้ตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอลล์ สารเสพติด รวมถึงอสุจิ และเนื้อเยื่อในเล็บมือของนายรัชเดช วงศ์ทะบุตร หรือน้ำอุ่น ขณะนี้ได้ผลออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจากนี้จะรวบรวมผลส่งให้แพทย์เจ้าของเรื่องที่ รพ.ตำรวจ เพื่อรายงานให้พนักงานสอบสวนทราบต่อไป ส่วนผลชันสูตรของ น.ส.ธิติมา อยู่ในความรับผิดชอบของ รพ.จุฬาลงกรณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สน.บุคคโล นายชวลิต นรพันธ์พิพัฒน์ พ่อของ น.ส.ธิติมา เดินทางมามอบหลักฐานทางคดีให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเปิดเผยว่า ได้นำบราปีกนกตัวอื่นของลูกสาวจากที่บ้านมาให้ตำรวจเปรียบเทียบกับวัตถุพยานอื่นๆ ว่าเป็นอย่างไร เพื่อให้สำนวนทางคดีรัดกุมยิ่งขึ้น จนถึงขณะนี้ตำรวจยังไม่ได้แจ้งถึงผลชันสูตรและผลตรวจเลือดของน้ำอุ่นให้ทราบ โดยส่วนตัวไม่มีความเป็นห่วงเรื่องคดี เพราะตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ก็เร่งรัดสุดความสามารถ อย่างไรก็ตาม เรื่องผ่านมากว่าสัปดาห์แล้ว ตนเองยังไม่ได้พูดคุยกับนายน้ำอุ่น รวมถึงคนที่มาร่วมปาร์ตี้ในวันเกิดเหตุแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่งที่ สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ.1 ประชุมความคืบหน้าทางคดี เนื่องจากบ้านที่จัดปาร์ตี้อยู่ในพื้นที่บางบัวทอง หลังจากนั้นเปิดเผยว่า มาประชุมความคืบหน้าเพื่อเร่งรัดคดีทั้งหมด ขณะนี้มีพยานหลักฐานและพยานบุคคลเรียบร้อยแล้ว ขอเวลาในการประชุมสรุปอีกครั้ง ฝากถึงญาติผู้เสียชีวิตว่าตำรวจจะทำคดีอย่างตรงไปตรงมา และจะขยายผลกลุ่มบุคคลที่ร่วมก่อเหตุ หากพบว่ามีใครร่วมด้วยจะดำเนินคดีทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น รอง ผบช.ภ.1 ได้ไปตรวจบ้านที่จัดปาร์ตี้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กล่าวว่า จากผลการชันสูตรศพ น.ส.ธิติมา หรือลัลลาเบล ที่พบปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงถึง 418 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ถือว่าสูงมาก ซึ่งการมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงๆ อาจทำให้เสียชีวิตได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า การดื่มเหล้าแล้วทำให้เสียชีวิต หลักๆ เมื่อแอลกอฮอล์ในร่างกายสูงมาก มักจะเกิดการสำลักหรืออาเจียน หากปฐมพยาบาลไม่เหมาะสม โดยปล่อยนอนราบ หมดสติ ไม่ได้ปลุก หรือไม่ได้จับนอนตะแคง มีโอกาสสำลักเข้าไปอุดกั้นทางเดินหายใจ อีกส่วนคือแอลกอฮอล์ไปกดระบบประสาท ทำให้หมดสติ บางครั้งทำให้ตัวการหายใจกับระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลวไปด้วยก็เสียชีวิตได้ เวลาเจอคนเมาจึงต้องพยายามปลุกให้ตื่น อย่าให้นอนหลับ ส่วนความเชื่อผิดๆ เอาไปอาบน้ำ ยิ่งไปกันใหญ่ เพราะอุณหภูมิจะยิ่งต่ำลง และห้ามดื่มกาแฟที่ส่งผลต่อระบบประสาทด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วิธีช่วยคือทำให้รู้สติไว้ตลอด เราจะรู้ว่าเขาหายใจอยู่หรือไม่ รู้สึกตัวหรือไม่ ถ้ารู้สึกตัวไม่สำลัก ก็ให้ดื่มน้ำมากๆ แต่ต้องระวังสำลัก ซึ่งจะช่วยเจือจางแอลกอฮอล์ในระบบทางเดินอาหารและกระแสโลหิต ถ้าเริ่มหมดสติต้องดูว่าหายใจหรือไม่ ถ้าไม่หายใจ หากมีความสามารถก็ทำการกู้ชีพอย่างถูกวิธี หากไม่รู้ต้องหาคนช่วย หรือโทร.1669 และคอยระวังว่ามีภาวะสำลักหรือไม่ หายใจอยู่หรือไม่ อย่าทิ้งตัวคนเมาหมดสติไว้ตามลำพัง&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46431</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวลิต นรพันธ์พิพัฒน์, ชัยพล พรรณา, ธิติมา นรพันธ์พิพัฒน์, นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย, พ.ต.อ.นำเกียรติ ธีระโรจนพงษ์, พ.ต.อ.พยงค์ เอี่ยมสกุล, พ.ต.อ.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์, พ.ต.อ.วาที อัศวุตมางกุร, พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ, พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190923/image_big_5d88c3a038f18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46352</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่อหมายจับคดีเบล เทียบฎีกาฆ่าผู้อื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โค้งสุดท้ายคดีลัลลาเบล ผบก.น.8 แย้มอาทิตย์นี้คาดออกหมายจับผู้ที่ทำให้พริตตี้สาวเสียชีวิต ส่งสมาร์ทวอตช์ให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบหาเวลาตาย พร้อมสอบ รปภ.ที่พูดคุยกับผู้ต้องสงสัย พ่อแม่ แฟนผู้ตายก็ให้ปากคำอีกครั้ง เจ้าของบ้านจัดปาร์ตี้ยันเจ้าของนาฬิกาสายทองคือน้ำอุ่น ใส่มาร่วมงานแล้วสายหลุด จึงหยิบนาฬิกาเรือนดำมาใส่แทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สน.บุคคโล เวลา 10.00 น. วันที่ 22 กันยายนนี้ พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า ผู้บังคับการนครบาล 8 (ผบก.น.8) พร้อม พ.ต.อ.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์, พ.ต.อ.นำเกียรติ ธีระโรจนพงษ์ รอง ผบก.น.8, พ.ต.อ.พยงค์ เอี่ยมสกุล ผกก.สน.บุคคโล ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตปริศนาของ น.ส.ธิติมา นรพันธ์พิพัฒน์ อายุ 25 ปี หรือ &amp;ldquo;ลัลลาเบล&amp;rdquo; พริตตี้สาว โดยใช้เวลาประชุมประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที จึงเสร็จสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สัมฤทธิ์เปิดเผยว่า ในการสอบปากคำพยานที่เกิดเหตุ ขณะนี้ได้เรียกมาสอบสวนจนครบทุกคนแล้ว ส่วนวันเดียวกันนี้ เวลาประมาณ 16.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญพยานแวดล้อม คือเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยภายในคอนโดฯ ที่ น.ส.ธิติมานอนเสียชีวิตในล็อบบี้ และบุคคลที่อยู่ภายในลิฟต์ ซึ่งได้สนทนากับนายน้ำอุ่น หรือนายรัชเดช วงศ์ทะบุตร โดยนายรัชเดชระบุว่า &amp;quot;เป็นแฟนกัน จะพาไปที่ห้อง&amp;quot; ทั้งนี้ การสอบสวนค่อนข้างคืบหน้าไปมาก เนื่องจากได้รับความร่วมมือกับพยานแวดล้อมที่อยู่ในบ้านที่จัดปาร์ตี้เพิ่มมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีมีภาพคลิปวงจรปิดชายใส่นาฬิกาสายสีทองลูบหัวลัลลาเบล ผบก.น.8กล่าวว่า ตอนนี้พนักงานสอบสวนได้ส่งภาพไปให้ ปอท.ตรวจสอบ ว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อใด และบุคคลในภาพเป็นใคร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า มีชาวเน็ตเข้าไปแสดงความคิดเห็นเรื่องเวลาการเสียชีวิตของลัลลาเบล โดยโพสต์ภาพจากวงจรปิดนาทีนายรัชเดชลากร่างลัลลาเบลไปกับพื้นคอนโดฯ แล้ววงกลมตรงข้อมือซ้ายของลัลลาเบลพร้อมแคปชั่นว่า &amp;quot;เป็น Smart Watch หรือเปล่า อยากรู้เสียชีวิตตอนไหน ให้ไปดูการจับ Heart Rate จากนาฬิกาสมาร์ทวอตช์ได้&amp;quot; พล.ต.ต.สัมฤทธิ์กล่าวว่า นาฬิกาดังกล่าวเป็นเครื่องวัดการเต้นของหัวใจ ความดัน รวมถึงการนับก้าว ก็ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบว่าทางการแพทย์แล้วมีความเชื่อถือหรือไม่ สามารถระบุว่าเป็นเครื่องมือทางการแพทย์หรือไม่ ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์ หากผลตรวจออกมาก็จะช่วยเป็นข้อมูลสนับสนุนเหตุหรือพฤติการณ์ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่ามีกระแสข่าวผลตรวจแอลกอฮอล์ในเลือดของลัลลาเบลสูงถึง 400 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ พล.ต.ต.สัมฤทธิ์กล่าวว่า ในทางการแพทย์ หากร่างกายได้รับแอลกอฮอล์สูง 350-400 มิลลิกรัม จะส่งผลไปกดทับระบบการหายใจของบุคคลที่ได้รับสารนั้นได้ อย่างไรก็ตาม ต้องรอผลการตรวจพิสูจน์อย่างเป็นทางการก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สัมฤทธิ์กล่าวอีกว่า หากมีประเด็นข้อสงสัยเพิ่มเติม พนักงานสอบสวนก็สามารถเรียกผู้ต้องสงสัยมาสอบสวนเพิ่มเติมได้ ขณะนี้พยายามรวบรวมหลักฐานให้ได้มากที่สุด ส่วนจะมีการแจ้งข้อหาใคร ต้องมีความรอบคอบในการพิจารณาข้อหา และต้องหาข้อพิสูจน์ก่อนให้ได้ว่าอะไรเป็นสาเหตุทำให้ลัลลาเบลเสียชีวิต ซึ่งกรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ยังไม่ยืนยันว่าคดีนี้จะมีการแจ้งข้อกล่าวหามากกว่า 1 คนหรือไม่ เพราะต้องพิจารณาความผิดหลายบทหลายกรรม แต่ยืนยันว่าคดีนี้มีคนผิดแน่นอน คาดว่าจะออกหมายจับได้เร็วที่สุดภายในสัปดาห์นี้&amp;rdquo; ผบก.น.8 กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า นาฬิกาสีชมพูที่ลัลลาเบลสวมอยู่นั้น เป็นนาฬิกาสมาร์ทวอตช์ยี่ห้อซัมซุง ขณะนี้มีการส่งไปตรวจสอบทางเทคนิคที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) โดยในวันที่ 23 ก.ย.นี้ เจ้าหน้าที่จะรายงานผลให้คณะทำงานทราบ และจะมีการพิจารณาว่าจะนำไปใช้ประกอบสำนวนคดีได้มากน้อยเพียงใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนผลทางนิติวิทยาศาสตร์ จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการรายงานผลอย่างเป็นทางการ แต่คณะทำงานก็คาดหมายว่าจะออกมาภายในอาทิตย์นี้ จากนั้นจะมีการพิจารณาออกหมายจับผู้ต้องสงสัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้ไลฟ์สดผ่านเพจเฟซบุ๊ก ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ระบุว่า สัปดาห์นี้คงมีข่าวดี เชื่อว่าจะมีการแจ้งข้อหากล่าวหากับขบวนการเหล่านี้ได้ แก๊งนี้มีการทำหลายคน ไม่ใช่ผู้ต้องสงสัยที่อยู่ สน.บุคคโล เพียงคนเดียว มีหลักฐานปรากฏหลายอย่าง ตั้งแต่การจัดหาสาวพริตตี้มาที่บางบัวทอง และมีการมอมเหล้า ฟันสาวพริตตี้ที่อยู่ในงาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งที่เรากำลังสื่อความหมายเรื่องนาฬิกา เราต้องการสื่อให้เห็นว่า นอกจากน้ำอุ่นแล้ว ยังมีบุคคลอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องในคดีนี้ ส่วนนาฬิกาเป็นของคนที่อยู่ในกลุ่มที่บางบัวทอง เป็นผู้ชายที่ใส่นาฬิกาเรือนทอง (ที่ลูบหน้าลัลลาเบล) เรามีภาพที่อยู่ใน สน.บุคคโล มีการเปรียบเทียบว่าใครเป็นเจ้าของนาฬิกา คดีนี้มีผู้ต้องหาเชื่อว่ามากกว่า 1 คนที่ต้องถูกดำเนินคดีแน่นอน&amp;quot; นายอัจฉริยะระบุ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยพล พรรณา เจ้าของบ้านที่จัดงานปาร์ตี้ กล่าวว่า คนที่ลูบไล้ใบหน้าลัลลาเบลในคลิปคือน้ำอุ่น โดยตอนแรกน้ำอุ่นใส่นาฬิกาตัวเรือนโลหะสายสีทอง แต่ตอนอยู่ในงานสายนาฬิกาเกิดหลุด ทำให้น้ำอุ่นหยิบนาฬิกาในกระเป๋าอีกเรือนขึ้นมาใส่แทน เป็นตัวเรือนสีดำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเย็น นายชวลิต นรพันธ์พิพัฒน์ และนางศุภมาส นรพันธ์พิพัฒน์ พ่อแม่ น.ส.ธิติมา และนายนายณัฐนัย หอมเทียนทอง แฟนหนุ่ม เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.บุคคโล เพื่อให้ปากคำอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานด้วยว่า ขณะนี้ชุดคลี่คลายคดีพยายามรวบรวมฎีกาคดีสำคัญๆ ที่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย และขอคำปรึกษากับอาจารย์ด้านกฎหมายแล้ว สรุปได้ว่า แนวทางการแจ้งข้อกล่าวหาและออกหมายจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยคดีนี้ เบื้องต้นควรจะเป็นข้อหาฆ่าผู้อื่น ซึ่งเป็นข้อหาที่มีอัตราโทษสูงสุดคือประหารชีวิตไว้ก่อน โดยพิจารณาตามคำพิพากษาฎีกาที่ 16412/2555 คดีที่จำเลยได้ขี่รถจักรยานยนต์พาสาวคนรักซ้อนท้ายไปเกิดอุบัติเหตุ โดยสาวคนรักตกจากรถได้รับอันตรายหมดสติ ขณะที่จำเลยแทนที่จะช่วยเหลือกลับหลบหนีไป ทิ้งสาวคนรักสลบอยู่ถึง 8 วัน ไม่แจ้งให้มารดาของแฟนสาวทราบ การกระทำเช่นนี้ถือเป็นหน้าที่อันเกิดจากการกระทำครั้งก่อนของจำเลยเอง ที่พาสาวคนรักมาเที่ยวแล้วเกิดอุบัติเหตุ ถือว่า &amp;ldquo;เกิดหน้าที่ต้องช่วย ต้องดูแลสาวคนรัก ถ้าไม่ช่วยถือเป็นการงดเว้น&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ศาลเห็นว่าการกระทำดังกล่าวของจำเลยเล็งเห็นผล เพราะการงดเว้นไม่ให้ความช่วยเหลือสาวคนรัก อาจทำให้มีอันตรายถึงแก่ความตายได้ เมื่อสาวคนรักไม่ตาย จำเลยจึงมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 และมาตรา 59 วรรคท้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเฟซบุ๊กของผู้ช่วยศาสตราจารย์ธนาวุฒิ วงศ์อนันต์ อาจารย์ประจำหลักสูตรนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้โพสต์ความคิดเห็นเกี่ยวกับ &amp;ldquo;การฆ่าโดยงดเว้น&amp;rdquo; โดยใจความส่วนหนึ่งให้ความรู้ว่า บุคคลจะต้องรับผิดทางอาญาก็ต่อเมื่อกระทำโดยเจตนา เมื่อบุคคลนั้นมีหน้าที่ป้องกันไม่ให้ผลนั้นเกิด แต่งดเว้นการที่จักป้องกันผลนั้นด้วย ตามมาตรา 59 วรรคท้าย หน้าที่ป้องกันไม่ให้ผลนั้นเกิดมีหลายกรณีเช่น 1.หน้าที่โดยผลของกฎหมาย เช่น บิดามารดาต้องเลี้ยงดูบุตร 2.หน้าที่ตามสัญญา เช่น การว่าจ้างบอดี้การ์ดส่วนตัวมาคุ้มครองเรา 3.หน้าที่อันเกิดจากการกระทำครั้งก่อนๆ ของตนเอง เช่น คำพิพากษาฎีกาที่ 16412/2555 คดีที่ยกตัวอย่างข้างต้น และ 4.หน้าที่เกิดจากความสัมพันธ์พิเศษเฉพาะเรื่อง เช่น ชายหญิงที่อยู่กินกันฉันสามีภรรยา แต่ไม่ได้จดทะเบียนกันถูกต้องตามกฎหมาย ก็มีหน้าที่ต้องดูแลกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น พนักงานสอบสวนในคดีนี้ ขณะนี้จึงเห็นพ้องกับคำพิพากษาฎีกาที่ 16412/2555 และความคิดเห็นของ ผศ.ธนาวุฒิ ในส่วนเจตนาของผู้ต้องสงสัยคดีลัลลาเบล คือกรณีเจอสาวในผับหรือสถานที่ใด และเกิดความชอบพอกันพากันไปต่อยังสถานที่อื่นใดก็ตาม จนเกิดเหตุการณ์ขึ้นดังกล่าว การเสียชีวิตของลัลลาเบลนี้น่าจะเข้าข่ายหน้าที่การกระทำครั้งก่อนๆ ของผู้ต้องสงสัย ที่ผู้ต้องสงสัยได้อุ้มร่างของพริตตี้ผู้ตายออกจากบ้านที่มีการจัดงานปาร์ตี้ มีการพาขึ้นรถยนต์ส่วนตัว ลากขึ้นลิฟต์เข้าไปในห้องพักที่คอนโดมิเนียมหลายชั่วโมง ก่อนจะแบกร่างลงลิฟต์มาไว้บนโซฟาที่ล็อบบี้ เมื่อผู้ต้องสงสัยพามาควรมีหน้าที่ต้องดูแล ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นต้องให้ความช่วยเหลือเพื่อป้องกันไม่ให้ผลนั้นเกิด แต่กรณีนี้ผู้ต้องสงสัยงดเว้นหน้าที่ของตนเองจนเกิดการเสียชีวิต จึงเห็นควรตั้งข้อหา ฆ่าผู้อื่น ซึ่งมีอัตราโทษสูงสุดเอาไว้ก่อน ก่อนที่จะตรวจสอบพยานหลักฐานชิ้นอื่นๆ เพื่อแจ้งข้อหาอื่นๆ เพิ่มเติมได้ในภายหลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน สำนักวิจัยซูเปอร์โพลได้เสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง พริตตี้ลัลลาเบล กับปัญหาสังคม พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 66.2 ระบุภาพสะท้อนสังคมไทยจากกรณีพริตตี้ลัลลาเบล คือ คนไม่มีคุณธรรม รองลงมาร้อยละ 47.7 ระบุ ความปลอดภัยต่ำ ร้อยละ 41.5 ระบุ สังคมเน่า เสื่อม ร้อยละ 24.3 ระบุ คนตกเป็นทาสเงินตรา ค่าครองชีพ และร้อยละ 15.3 ระบุ คนในสังคมไม่ช่วยกันดูแล ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 93.0 ระบุ อาชีพพริตตี้ไม่ใช่อาชีพที่น่ารังเกียจ และส่วนใหญ่หรือร้อยละ 70.3 ระบุ เป็นอาชีพที่หาเงินได้มาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เกินกว่า 1 ใน 3 หรือร้อยละ 36.0 ระบุ อาชีพพริตตี้ ยอมเสี่ยงเสียตัวเพื่อแลกกับเงินก้อนใหญ่.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46352</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวลิต นรพันธ์พิพัฒน์, ชัยพล พรรณา, พ.ต.อ.นำเกียรติ ธีระโรจนพงษ์, พ.ต.อ.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์, พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า, ศุภมาส นรพันธ์พิพัฒน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190922/image_big_5d8777ab8d48a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
