<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>71157</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘พ่อใหญ่จิ๋ว’ให้กำลังใจ‘ลุงตู่’/ชี้88ปีการเมืองไม่เคยเปลี่ยน รัฐบาลอาจอยู่10ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พ่อใหญ่จิ๋ว&amp;quot; หอบสังขารทิ้งบอมบ์ รัฐบาลชุดนี้อาจจะอยู่ 10 ปีก็ได้ เผยสถานการณ์การเมืองวันนี้เหมือนเดิมเมื่อ 88 ปีที่แล้ว ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ปรับ ครม.ทีก็ทะเลาะกัน ทหารก็เข้ามา ตอนแรกทหารได้เครดิตดี พออยู่ๆ ไปเครดิตก็ตกลงไปก็เกิดเรื่อง นักการเมืองเอาพี่น้องประชาชนมาเดินขบวน &amp;quot;มาร์ค&amp;quot; จี้ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ต้องมีความชัดเจนในการปรับ ครม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 11 กรกฎาคม ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการปรับคณะรัฐมนตรีอาจกระทบการแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจว่า การปรับ ครม.เพราะมาจากการเมือง ซึ่งเรื่องการปรับ ครม.เป็นอย่างนี้มานานแล้ว ในขณะนี้ประเทศไทยคนมีหนี้สินจำนวนมาก คนรวยก็มาก และเป็นประเทศเดียวที่มีเป็นร้อยพรรคการเมือง นักการเมืองก็ทะเลาะกันและกล่าวหาทหาร เป็นปัญหามีพรรคการเมืองมาก แต่ประเทศอื่นมีเพียงสองพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่้อข่าวถามว่า จะให้กำลังใจรัฐบาลอย่างไรจากปัญหาต่างๆ อดีตนายกฯ ตอบว่า ให้มานานแล้ว ให้มาตั้งแต่มีประชาธิปไตย เท่าอายุตนเองกว่า 88 ปี แต่ว่าสำคัญที่รัฐบาลให้กำลังใจตนบ้างไหม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่ารัฐบาลจะทำอย่างไรต่อจากนี้ พล.อ.ชวลิตกล่าวว่ารัฐบาลทุกรัฐบาล และวันนี้พูดแต่เรื่องการเมือง ใครจะเป็นหัวหน้าพรรค ห่วงเรื่องเลือกตั้ง ห่วงเรื่องรัฐธรรมนูญแก้อย่างไร ส่วนตัวไม่มีความจำเป็นต้องห่วงเรื่องแบบนั้น การปกครองทุกรูปแบบ ไม่ว่าเป็นแบบใด ก็ไม่มีใครพูดเรื่องแบบนี้เหมือนที่เรากำลังพูด สิ่งเดียวที่เขาพูดคือจะทำอะไรเพื่อประชาชนได้บ้าง นี่คือสิ่งสำคัญที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าการปรับ ครม.ไม่สำคัญในการบริหารประเทศใช่หรือไม่ อดีตนายกฯ ตอบว่า ไม่ใช่ปรับเวลานี้ ทุกอย่างมีการปรับเปลี่ยนแปลงมาตลอด ปรับทีก็ทะเลาะกัน ทหารก็เข้ามา ตอนแรกทหารได้เครดิตดี พออยู่ๆ ไปเครดิตก็ตกลงไปก็เกิดเรื่อง นักการเมืองเอาพี่น้องประชาชนมาเดินขบวน ก็มีเรื่องอีก เป็นแบบนี้เรื่อยมา ถ้าจะถามว่าสถานการณ์การเมืองเป็นอย่างไร ตอบเลยว่าเหมือนเดิมเมื่อ 88 ปีที่แล้ว ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่ามองการบริหารงานรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา&amp;nbsp; อย่างไร พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า ทุกรัฐบาลมีนายกรัฐมนตรีที่ดีทุกคนมีความตั้งใจดี ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่ให้เป็นนายกฯ เพราะฉะนั้น นายกฯ ต้องรู้จักปรับตัว และรู้ว่าประชาชนต้องการอะไร ทุกวันนี้ก็รู้ว่าประชาชนต้องการอะไร แต่สำคัญจะเอาเงินมาจากไหน ทุกวันนี้มีหนี้สิน 8 ล้านล้านบาท จีดีพีติดลบ 8% ถึง 10% จะเป็นปัญหาทั้งสิ้น การจะแก้ไขอย่างไรต้องช่วยกันคิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ภาระหนี้มากมายจะแก้ปัญหากันอย่างไร พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ซึ่งทุกคนก็ว่าอย่างนั้น ส่วนข้อเสนอแก้ปัญหาเศรษฐกิจเป็นเรื่องง่ายมาก เพราะประเทศไทยอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรใต้ดินตั้งแต่สมัยพระเจ้าอู่ทอง มีแร่ธาตุมากมาย มีเหล็ก แมงกานีส ขุดไปทุกที่ตรงไหนก็เจอ ใช้ทรัพยากรที่เรามีอยู่ขุดขึ้นมาก็ร่ำรวยแล้ว
ก็ดีนะ แต่ตัวเตี้ยไปนิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์จะไปรอดหรือไม่ในการแก้ไขเศรษฐกิจ อดีตนายกฯ แนะว่า ขอให้ปรับตัว รู้ว่าจะหาเงินไหนมา&amp;nbsp; เพื่อมาทำประโยชน์ให้ประชาชน ซึ่งขณะนี้กองทุนต่างชาติหลายแห่ง ต้องถามตัวเองว่าทำไมกองทุนเหล่านี้ให้ลาว เมียนมา เวียดนาม กัมพูชา แต่ไม่ให้ไทยเพราะเหตุใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าถึงตอนนี้ยังให้กำลังใจ พล.อ.ประยุทธ์อยู่หรือไม่ พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า จำเป็นต้องให้ ไม่ให้แล้วจะให้ใคร และรัฐบาลชุดนี้อาจจะอยู่ 10 ปีก็ได้ หรือต้องไปนายโสรัจจะ นวลอยู่ โหรดังทำนาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เหมาะสมเป็นนายกฯ หรือไม่ พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า ก็ดีนะ แต่ตัวเตี้ยไปนิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าจะให้กำลังใจ ข้อแนะนำ พล.อ.ประวิตร ในฐานะที่เคยเป็นหัวหน้าพรรคมาก่อนอย่างไร อดีตนายกฯ กล่าวว่า ก็ไม่มีอะไร พล.อ.ประวิตรมีประสบการณ์สูงอยู่แล้ว ซึ่งการเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง ต้องเสียสละ และรู้ว่าจะบริหารประเทศอย่างไร รู้ปัญหาของชาติตรงไหน อะไรบ้าง การบริหารประเทศทำกันอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามเรื่องการต่อรองของนักการเมืองที่เข้ามาตั้งก๊วนก๊ก เพื่อเข้ามาหาผลประโยชน์ พล.อ.ชวลิตย้อนถามว่า ต้องถามว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น และจะแก้กันอย่างไร เพราะประเทศไทยมีหลักสำคัญ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ มีเสาหลัก 5 เสา คือ การเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง การต่างประเทศ ซึ่ง 5 เสาต้องปกป้องให้ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อยู่ได้ แต่ถ้าเสาการเมืองไม่รอด เสาอื่นก็อยู่ไม่ได้ เสาอื่นทำไม่ได้ ไม่มีทางทำสำเร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตอนนี้การเมืองการปกครองทำไม่ถูกต้อง และมีปัญหาการเมือง มีพรรคจำนวนมาก นักการเมืองทะเลาะเบาะแว้งกัน ต่างจากประเทศที่มีความเป็นประชาธิปไตย แม้ประเทศใหญ่มีแค่สองพรรค ที่สำคัญไม่พูดเรื่องตำแหน่งทางการเมือง ประเทศไทยเคยมีแล้ว สองพรรคใหญ่ ยกตัวอย่างมีครั้งปี 40-41&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามย้ำว่า พล.อ.ประวิตรมีโอกาสได้เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ พล.อ.ชวลิตตอบว่า อยู่ที่ พล.อ.ประวิตร ส่วนตัวเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ยังทำหน้าที่ไปได้ดี พล.อ.ประยุทธ์จะวางมือทำไม ยังไม่เหนื่อย ก็ต้องทำงานเดินทางไปที่นั่นที่นี่ อีกทั้ง พล.อ.ประวิตรเป็นรุ่นพี่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ให้ความเกรงใจ แต่อย่าเอาความเกรงใจมาอยู่เหนือความเจริญของประเทศชาติ ส่วนรวม ไม่ถูกต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าจะปิดประตู พล.อ.ประวิตรนั่งนายกฯ หรือไม่ พล.อ.ชวลิตบอกว่า ไม่ตอบคำถามนี้ ไม่ใช่คำตอบที่แก้ปัญหา แต่จะแก้ปัญหาอย่างไรให้เกิดการปกครองเพื่อประชาชน โดยประชาชน&amp;nbsp; หรือการปกครองระบอบประชาธิปไตย เรื่องนายกรัฐมนตรี ใครก็เป็นได้ถ้ามีความรู้ความสามารถที่แท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่า สถานการณ์ในขณะนี้ไม่มีใครเหมาะสมเท่าพล.อ.ประยุทธ์แล้วใช่หรือไม่ อดีตนายกฯ กล่าวว่า ไม่รู้ เราจะไปพูดอย่างนั้นไม่ได้ เพราะคนดีก็มีอยู่ แต่ยังไม่แสดงฝีมือ
&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot;ต้องมีความชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงหลักคิดในการปรับคณะรัฐมนตรีว่า ต้องเปิดให้บุคคลที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาทำงาน โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดขึ้นปัจจุบันยากกว่าที่ผ่านมา จึงต้องให้บุคคลที่มีความพร้อม มีความสามารถเข้ามาทำหน้าที่ ปัจจัยใดที่สร้างความไม่แน่นอนจะต้องรีบแก้ไขทันที ซึ่งนายกฯ ต้องแสดงความชัดเจนว่าจะมีการปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรีหรือไม่ ทั้งนี้ การปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรีเป็นไปตามสัดส่วนของพรรคการเมืองต่างๆ นั้น เป็นอำนาจของนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย ออกมาระบุถึงการเดินทางไปพบสื่อของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นการกลบปัญหาจากการบริหารราชการที่ผิดพลาด ยื้อการสืบทอดอำนาจอีกรูปแบบหนึ่งหรือไม่ ว่าในสถานการณ์วิกฤติของประเทศเช่นนี้ มั่นใจว่านายกฯ ไม่ได้คิดถึงเรื่องการเมืองหรือเรื่องที่ไร้สาระแบบฝ่ายค้าน แต่นายกฯ มุ่งที่จะรับฟังปัญหาและสอบถามถึงความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้รัฐบาลขับเคลื่อนประเทศเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฉกเช่นเดียวกันกับที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็เคยเดินสายพบสื่อมวลชนเพื่อรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการตั้งสภาปฏิรูปประเทศเมื่อปี 2557 และก็มีผู้นำรัฐบาลหลายๆ คนก็เดินสายพบสื่อทุกรัฐบาล ไม่เห็นมีปัญหาอะไร กลับเป็นสิ่งที่ดีงาม จะได้สื่อสารและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้นำที่มีความตั้งใจและความจริงใจ มุ่งมั่น ยิ่งในยามที่ทั่วโลกเจอภาวะวิกฤติเศรษฐกิจจากภัยร้ายไวรัสเช่นนี้ ยิ่งจำเป็นต้องขอระดมความคิดและความร่วมมือจากทุกฝ่าย เป็นสิ่งที่ดีมิใช่หรือ ทำไมสติปัญญาของนายอนุสรณ์จึงคิดได้แค่นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์กล่าวว่า การที่นายอนุสรณ์ระบุว่าการลาออกของ 4 กุมาร นายกฯ ไม่รู้ตัวมาก่อนและยังไม่ลา แต่กลับไปขออนุญาตนายสมคิดแทน สภาพ พล.อ.ประยุทธ์ในขณะนี้กำลังเป็นศูนย์กลางพื้นที่รับปัญหานั้น ตนขอชี้แจงว่าการที่กลุ่ม 4 คนลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เป็นเรื่องภายในพรรค ซึ่งนายกฯ ไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรค ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค และทั้งนี้ทั้ง 4 คนยังทำงานในรัฐบาลปกติ และยังเป็นรัฐมนตรีที่มีภารกิจที่จะต้องทำงานอยู่ ซึ่งไม่ได้ส่งผลอะไรกับการลาออกจากสมาชิกพรรค เพราะเป็นเรื่องภายในพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการ รมว.การคลัง และอดีตโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการแต่งตั้งทีมโฆษกพรรคพลังประชารัฐชุดใหม่ว่า ขอแสดงความยินดีกับทีมโฆษกพรรคชุดใหม่ซึ่งประกอบด้วย น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ โฆษกพรรค, น.ส.ไพลิน เทียนสุวรรณ, นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง และ น.ส.พิมพ์พร พรพฤติพันธ์ รองโฆษกพรรค ซึ่งทุกคนเป็น ส.ส.รุ่นใหม่ มีความรู้ความสามารถ ตนรู้จักเป็นอย่างดี เชื่อว่าจะสามารถทำความเข้าใจ สื่อสารกับพี่น้องประชาชนได้เป็นอย่างดี เพราะทีมโฆษกพรรคเป็นด่านหน้าในการชี้แจงข้อมูลต่างๆ ให้กับพี่น้องประชาชนได้รับรู้ โดยเฉพาะนโยบายของพรรค นอกจากนั้นจะต้องคอยป้องกันส่วนได้ส่วนเสียของพรรค ซึ่งตรงนี้มีความสำคัญมาก โดยเฉพาะการชี้แจงประเด็นทางการเมือง
นายกฯ ยังไม่ส่งสัญญาณ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงแรมแกรนด์วิวรีสอร์ท เกาะเสม็ด นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าร่วมสัมมนารัฐมนตรีของพรรคว่า งานในวันนี้ได้เตรียมการมานานแล้ว แต่เนื่องจากติดสถานการณ์โควิด ส.ส.ต้องทำงานหนักและต้องลงพื้นที่ จึงไม่มีโอกาสได้พบกันอย่างพร้อมหน้า จึงถือโอกาสนี้เป็นการพูดคุยกันแบบสบายๆ และถือมาชาร์จแบตฯ ร่วมกันด้วย โดยในวันนี้จะมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของสมาชิกในเรื่องทิศทางการนำพาพรรคไปข้างหน้า และจะทำอย่างไรให้ประชาธิปัตย์เข้าไปนั่งในหัวใจของประชาชนได้อีกครั้งหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์กล่าวว่า สำหรับการปรับคณะรัฐมนตรี ขึ้นอยู่กับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ซึ่งจนถึงขณะนี้นายกฯ ยังไม่ส่งสัญญาณมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงความขัดแย้งภายในพรรค นายจุรินทร์กล่าวว่า เป็นเพียงกระแสข่าว แต่ข้อเท็จจริงไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทุกอย่างยังทำงานร่วมกันได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงการประชุมใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 19 ก.ค. พรรคจะมีการประเมินผลงานรัฐมนตรีของพรรคหรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า การประชุมใหญ่จะเป็นไปตามระเบียบวาระการประชุมที่กำหนดไว้ แต่ส่วนการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐมนตรี พรรคเราก็ได้มีการติดตาม รวมทั้ง ส.ส.และสมาชิกด้วย แม้แต่รัฐมนตรีเองก็ต้องประเมินผลงานตัวเองเหมือนกันว่าที่ผ่านมาสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้สำเร็จลุล่วงอย่างไร เพราะต้องยอมรับว่าการทำหน้าที่ของรัฐมนตรีมีผลต่อภาพรวมของพรรค หากรัฐมนตรีทำงานดีมีผลงาน ก็ส่งผลไปถึงพรรคเป็นที่ยอมรับของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม สำหรับข้อถามที่ว่าพรรคจะมีการเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลไปเป็นรัฐมนตรีนั้น ขอไม่ตอบ เพราะไม่อยู่ในฐานะที่ตอบได้ เพราะประชาธิปัตย์มีกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน โดยจะต้องเป็นความเห็นจากที่ประชุม ส.ส.และคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.)ร่วมกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า เชื่อมั่นหรือไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะยังคงได้จำนวนเก้าอี้รัฐมนตรีเท่าเดิม หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์บอกว่า ขอไม่ตอบ เพราะเรื่องนี้ขึ้นอยู่นายกรัฐมนตรี ถ้านายกฯ จะมีความคิดเห็นที่นอกเหนือไปจากที่เคยพูดคุยกันไว้ตอนร่วมรัฐบาล ท่านก็จะแจ้งให้ทราบ ถ้าแจ้งให้พรรคทราบแล้วพรรคจะได้มีการประชุมและแจ้งกลับไปยังนายกฯ ว่าประชาธิปัตย์มีความเห็นเป็นอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่า หากพรรคประชาธิปัตย์โดนยึดเก้าอี้กระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง ระหว่างกระทรวงพาณิชย์หรือกระทรวงเกษตรฯ จะไม่มีพรรคประชาธิปัตย์ร่วมรัฐบาลใช่หรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า ทุกอย่างต้องผ่านท่านนายกฯ พรรคพลังประชารัฐเป็นพรรคแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล แต่ก่อนก็มาเชิญพรรคประชาธิปัตย์ไปร่วมรัฐบาล โดยมีการเจรจาเงื่อนไขข้อตกลงที่ชัดเจนแล้ว ซึ่งเป็นที่ยอมรับและแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ผูกพันกับคนทั้งประเทศแล้ว ฉะนั้นถ้าจะมีการเปลี่ยนแปลง ก็ต้องแจ้งให้ประชาธิปัตย์ทราบและเราก็จะกลับไปพิจารณา ทั้งนี้ จำนวน ส.ส.ของแต่ละพรรคร่วมรัฐบาลที่เปลี่ยนแปลงไปจะมีผลในการเพิ่มหรือลดเก้าอี้รัฐมนตรีของแต่ละพรรคหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับนายกฯ และแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังสัมมนารัฐมนตรีและ ส.ส.ของพรรคว่า วันนี้เป็นการให้ ส.ส.เปิดใจถึงวิธีการที่จะทำให้ประชาธิปัตย์เดินไปข้างหน้า และเป็นการยุติสิ่งต่างๆ ที่เคยปรากฏในหน้าสื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกระแสที่ ส.ส.เรียกร้องอยากให้พรรคสำรวจความคิดเห็นคะแนนนิยมของพรรค เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า เราจะมีการตั้งคณะทำงานและให้ ส.ส.มีส่วนร่วมในครั้งนี้ด้วยโดยอีก 1-2 เดือนก็จะเห็นผล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในการสัมมนาระหว่าง ส.ส.และรัฐมนตรีของพรรค ที่นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค และประธาน ส.ส. ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม โดยในช่วงแรกก่อนที่จะให้สมาชิกแสดงความคิดเห็นได้ถ่ายรูปร่วมกันทั้ง ส.ส.และรัฐมนตรีด้วย ซึ่งการสัมมนาครั้งนี้ ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าสังเกตการณ์ โดยกันให้ออกนอกพื้นที่ รวมทั้งเจ้าหน้าที่พรรคและผู้ไม่เกี่ยวข้องออกนอกพื้นที่ด้วย เนื่องจากต้องการให้สมาชิกพรรคแต่ละคนได้แสดงความคิดเห็นกันอย่างเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง กล่าวว่า บรรยากาศเป็นไปด้วยดี ถือว่าเป็นการพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา โดยที่ประชุมได้มีการแสดงความคิดเห็นว่าเวลานี้เราต้องยอมรับความจริงว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้อยู่ในสถานะที่มีความนิยมอย่างมากเหมือนในอดีต ทำให้เราต้องมีความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองมากขึ้น ซึ่งจะเกี่ยวพันไปถึงเรื่องอื่นๆ ทั้งการต้องทำตามนโยบายที่พรรคได้ประกาศต่อประชาชน และการบริหารจัดการภายในพรรค รวมถึงเรื่องอื่นๆ และสิ่งที่ดีมากในการพูดคุยวันนี้ คือทุกคนยอมรับว่าต้องมีการประเมินการทำงานของรัฐมนตรีของพรรคทุกคน ซึ่งนายเฉลิมชัยรับเรื่องและจะไปกำหนดหาวิธีการทำโพลประเมินผลงานดังกล่าว ซึ่งตนคิดว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพราะเราถือว่า ส.ส.เป็นผู้เลือกคนไปเป็นรัฐมนตรี แต่ส.ส.ต้องรับผิดชอบต่อประชาชน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71157</URL_LINK>
                <HASHTAG>การปรับคณะรัฐมนตรี, การเมืองวันนี้เหมือนเดิม, ชวลิต ยงใจยุทธ, สถานการณ์การเมือง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200711/image_big_5f09c5a692471.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46310</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รธน.ไม่สร้างปชต.! ‘บิ๊กจิ๋ว’เตือนเอาแต่แก้ไขรบกันตายเปล่า/แนะเลือกตั้งผู้ว่าฯ-นอภ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กจิ๋ว&amp;quot; โผล่อบรมวิชารัฐธรรมนูญ ลั่นต้องเลือกตั้งนายอำเภอยันผู้ว่าราชการจังหวัด ชี้เปรี้ยง! รัฐธรรมนูญไม่ใช่สร้างประเทศไทย ต้องสร้างประชาธิปไตยเสียก่อนจึงมาเขียนรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่เอารัฐธรรมนูญมาเป็นตัวสร้าง เตือนพวกเอาแต่จะแก้รธน. รบกันตาย เสร็จแล้วตายเปล่าไม่ได้อะไร ขณะที่ &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; ทุบโต๊ะ End game ตั้ง ส.ส.ร.&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 21 กันยายน ณ ห้องประชุมนาคราช ชั้น 1 อาคารศรีโคตรบูรณ์ &amp;nbsp;วิทยาลัยท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมบริการ มหาวิทยาลัยนครพนม ได้จัดกิจกรรมบริการวิชาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นจังหวัดนครพนม โดยมี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตนายกสภามหาวิทยาลัยนครพนม ได้ให้เกียรติมาบรรยายพิเศษเรื่อง &amp;quot;ความท้าทายในการพัฒนาอย่างบูรณาการ&amp;quot; โดยมีกรรมการสภาฯ คณบดี ผู้อำนวยการ ม.นครพนม และผู้แทนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน องค์กรอิสระ เข้าร่วมรับฟังการบรรยายในครั้งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการบรรยาย พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า การเมืองในปัจจุบัน อาทิ การทำงานเพื่อประชาชน ต้องทำโดยประชาชน เรียกว่าการปกครองด้วยระบบประชาธิปไตย แต่มันไม่เคยเกิดขึ้น ทุกคนบอกปีหน้าก็เลือกตั้ง ซึ่งไม่ใช่เช่นนั้นร่างรัฐธรรมนูญก็ร่างกันมาแล้ว ไม่เบื่อบ้างหรือ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ออกมาตอบแล้วตอบอีก นายมีชัย ฤชุพันธุ์ คนหัวกะทิร่างแล้วร่างอีก เพราะฉะนั้นวันนี้เราต้องหาคำตอบให้ได้ ถ้าทำงานโดยประชาชนต้องเพื่อประชาชนจริงๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อ 20 ปีก่อนผมตั้งองค์การบริหารส่วนตำบลขึ้นมา เพื่อพี่น้องประชาชนในหมู่บ้านตำบลนั้นได้เลือกหัวหน้าของตนเองคือนายก อบต. และ อบต.ที่ผมตั้งมาเมื่อ 30 กว่าปีนั้น ก็มีปัญหากับท่านนายกฯ ชวน ก็เพราะท่านนายกฯ ชวนต้องการให้ล้มกำนันผู้ใหญ่บ้าน ผมไม่ให้ล้ม เพราะกำนันผู้ใหญ่บ้านคือการปกครองส่วนท้องถิ่น คนละเรื่องกับ อบต. ผมต้องการให้คานอำนาจกัน ผมตั้ง อบต.ขึ้นเพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนเลือก อบต.ของผม แล้ว อบต.ก็มาเลือกนายอำเภอ ไม่ใช่เลือกจากคุณป๊อก (พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย) ที่อยู่มหาดไทย บางคนอยู่เชียงใหม่ไปอยู่อีสาน คนอีสานไปอยู่ภาคกลาง แล้วมันจะไปรู้อะไร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า เราต้องเลือกจากข้างล่าง พอมีนายอำเภอแล้ว นายอำเภอก็มาเลือกผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้ว่าฯ จนถึง อบต.มาจากข้างล่าง มันรู้กันหมด ไม่ต้องมาถามเรื่องโน้นเรื่องนี้ เข้าใจกันหมด รู้จักกันหมด ประเทศไทยมี 4 ภาค ภาคใต้มี 14 จังหวัด มีผู้ว่าฯ 14 คน ก็มาเลือกผู้ว่าราชการภาค อีสานมี 20 จังหวัด มีผู้ว่าฯ ทั้งหมด 20 คน ก็มาเลือกผู้ว่าการภาคฯ ก็มีแค่ 4 คน ใน 4 คนนี่ก็มารวมกัน ตั้งเป็นรัฐมนตรีในส่วนกลาง มี รมต.มหาดไทยภาคนั้น รมต.กลาโหมภาคนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตนายกฯ กล่าวว่า บางคนคิดว่ารัฐธรรมนูญสร้างประชาธิปไตย นั่นคือกฎหมายสูงสุด กฎหมายต้องเกิดหลังเหตุ หลังเหตุหมายความว่าเรามีคนปลูกกัญชา ก็แก้ไขให้ถูกต้อง รัฐธรรมนูญไม่ใช่สร้างประเทศไทย ต้องสร้างประชาธิปไตยเสียก่อน จึงมาเขียนรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่เอารัฐธรรมนูญมาเป็นตัวสร้าง&amp;nbsp;
รบกันตายเปล่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พูดกันอยู่นั่นแหละ เราลองฟังดูสิครับ ในทีวีเราต้องแก้ไข แก้ไขเพื่อเป็นประชาธิปไตย รบกันตาย เสร็จแล้วตายเปล่าไม่ได้อะไร เพราะถ้ายังไม่สร้างประชาธิปไตย แล้วสร้างยังไง ยกตัวอย่างอเมริกามีแค่สองพรรค และแต่ละพรรคมีนโยบายที่เหมือนกันคือมุ่งต่อประชาชน นี่คือสิ่งที่ผมอยากให้พี่น้องทุกคนรับทราบ เรามาช่วยกันแก้ไขในสิ่งนี้ ท่านเห็นจีนเป็นเผด็จการเต็มรูปแบบ แต่ไม่ใช่เผด็จการทั้งหมด เขาแบ่งเป็นแคว้น เช่น เซี่ยงไฮ้ เฉินตู กวางเจา เซินเจิ้น ฯลฯ เขาปกครองตัวเอง ประเทศอเมริกามี 30-40 มลรัฐ เขาก็ปกครองตัวเอง แต่ขึ้นกับส่วนกลาง แม้แตกต่างกัน แต่ความเป็นจริงเพื่อประชาชน มีแต่เราเท่านั้นเพราะไม่เข้าใจประชาธิปไตย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า ประเทศหนึ่งประเทศใดก็แล้วแต่จะมี 4 เรื่องหลัก คือ 1.การเมืองการปกครอง 2.เศรษฐกิจ 3.สังคม 4.ความมั่นคง ทั้ง 4 เสาหลัก เสาที่มีความทนทานสูงสุดคือเสาเรื่องการเมืองการปกครอง ถ้าการเมืองการปกครองไม่ดี อำนาจไม่ได้เป็นของประชาชน ไม่มีทาง เละเทะหมด แล้วเราจะปกป้องรัฐประหารอย่างไร ผมว่าคุณตู่คุณป้อมคงไม่โกรธผมนะ ที่พูดนี่เราไม่ได้ให้ไปรบกัน เรามีแต่สร้างสรรค์ ฉะนั้นการเมืองการปกครองมันยังมีผลต่ออีก 3 หลัก ถ้าไม่ดีอีก 3 หลักมันก็ไม่ดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ที่ทำการชุมชนบ้านบางละมุง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุว่าเพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทำให้พรรคการเมืองบางพรรคได้ ส.ส.เข้าสภาจำนวนมาก ว่า หลักใหญ่ใจความที่ทำให้ต้องแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ทั้งฉบับ เป็นเพราะอำนาจไม่ได้เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง เมื่ออำนาจไม่ได้เป็นของประชาชน ทรัพยากรธรรมชาติก็ไม่ได้ถูกนำไปใช้เพื่อประชาชน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะกระทบกับจำนวน ส.ส.หรือไม่ นายธนาธรตอบว่า พรรคอนาคตใหม่พร้อมทำตามกฎกติกาที่ทุกฝ่ายเห็นร่วมกัน กฎกติกานั้นจะเป็นคุณหรือโทษที่ทำให้จำนวน ส.ส.มากขึ้นหรือน้อยลงไม่ใช่ปัญหา พรรคไม่ได้ตั้งพรรคขึ้นมาเพื่อให้มีจำนวน ส.ส.เยอะๆ เราตั้งพรรคขึ้นมาเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้าได้ และเป็นประชาธิปไตย เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ประเทศเท่าเทียม เป็นธรรม ดังนั้นเรื่องกฎกติกาการเลือกตั้งอะไรที่เป็นคุณ หรืออะไรที่ทำให้เสียงของประชาชนได้รับการตอบสนองอย่างแท้จริง เรายอมรับหมด &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า หลังจากนี้ 7 พรรคฝ่ายค้านจะมีการพูดคุยการอภิปรายซักฟอกรัฐบาลและการยื่นสอบจริยธรรม พล.อ.ประยุทธ์หรือไม่ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ตอบว่า เรื่องต่างๆ เหล่านี้พวกเราทั้ง 7 พรรคมีการพูดคุยกันอยู่แล้ว ซึ่งสิ่งที่จะมาเร็วที่สุดคือในช่วงกลางเดือน ต.ค. จะมีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณประจำปี 2563 หลังจากนั้นปลายปีจะมีการพูดถึงเรื่องจริยธรรมนักการเมืองและการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ตอนนี้ยังไม่มีข้อสรุปใดๆ ขณะนี้สิ่งที่เรามีข้อสรุปร่วมกันคือการทำกิจกรรมเรื่องการรณรงค์ให้เกิดการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นอย่างเต็มที่ ซึ่งเราก็ทำอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;quot;ทอน&amp;quot;แก้ทั้งฉบับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า พรรคฝ่ายรัฐบาลก็เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนนี้ มีการประสานงานกันอย่างไรบ้าง นายธนาธรบอกว่า ดีใจที่มีหลายฝ่ายในรัฐบาลเข้ามาพูดถึงเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ แต่ต้องบอกก่อนว่าสิ่งที่เรายืนยันคือการแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมกลัวว่าจะถูกไฮแจ็กไปโดยฝ่ายรัฐบาลที่เข้าร่วมกับการแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อบอกว่าให้แก้เพียง 2-3 มาตราแล้วจบ ซึ่งไม่ใช่ เราตั้งใจให้มีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญซึ่งมาจากการเลือกตั้งของประชาชน เพื่อร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เป็นสิ่งที่เรายืนยัน ดังนั้นฝ่ายรัฐบาลที่บอกว่าจะมาร่วมเป็นเพราะกลัวตกขบวนหรือไม่ เป็นเพราะกลัวว่าพี่น้องประชาชนจะครหาว่าไม่เอารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จึงต้องถามฝ่ายรัฐบาลว่าเวลาพูดถึงการแก้รัฐธรรมนูญอะไรคือ &amp;nbsp;End game เห็นอะไร มองอะไร มองเป็นรายมาตราหรือไม่ พวกเรา 7 พรรคฝ่ายค้านยืนยันว่า End game คือการมี ส.ส.ร. ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของประชาชน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยจะไม่ส่งผู้สมัคร ส.ส. ในสนามเลือกตั้งซ่อมเขต 5 จ.นครปฐม นายธนาธร กล่าวว่า จ.นครปฐมเป็นพื้นที่ช่วงชิงที่สำคัญมาก ในสนามเลือกตั้งนี้มีสิทธิ์กำหนดอนาคตของประเทศ ขณะนี้เสียงของรัฐบาลและฝ่ายค้านปริ่มน้ำกันเต็มที่ ถ้ารอพรรคชนะเลือกตั้งในเขตนี้และเขต 2 จังหวัดกำแพงเพชร ฝ่ายประชาธิปไตยอาจจะพลิก จนนำมาสู่การเปลี่ยนดุลสมการทางการเมือง อนาคตของประเทศอยู่ในมือของพี่น้องประชาชน อย่างไรก็ตามพรรคอนาคตใหม่เสียเปรียบทุกสนามอยู่แล้ว แต่เราไม่ได้กลัวการเสียเปรียบนั้น หากรู้ว่าเสียเปรียบแล้วไม่สู้ให้เต็มที่ ก็ไม่รู้จะตั้งพรรคการเมืองไปทำไม เราตั้งพรรคมาเพื่อสู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ เตรียมล่ารายชื่อ ส.ส.ยื่นต่อประธานรัฐสภา เพื่อให้เสนอต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เพื่อยื่นต่อศาลฎีกาให้สอบจริยธรรม พล.อ.ประยุทธ์ ว่าเรื่องดังกล่าวทางพรรคฝ่ายค้านเพียงมีการพูดคุยกันในเบื้องต้น ยังไม่มีมติร่วมกัน คิดว่าสัปดาห์หน้าพรรคฝ่ายค้านทั้งหมดจะได้หารือเพื่อกำหนดท่าทีร่วมกันที่ชัดเจนออกมา ซึ่งแนวทางเป็นอย่างไรพรรคเพื่อไทยพร้อมสนับสนุน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สิ่งที่นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ได้อภิปรายไป 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านคงหารือกันอย่างเป็นทางการอีกครั้งในวันที่ 23 ก.ย. เพื่อดูข้อกฎหมายและกำหนดแนวทางการปฏิบัติ เพื่อตรวจสอบการทำหน้าที่นายกฯ ต่อไป เพราะสิ่งที่นายกฯ ชี้แจงในสภาไม่ได้ให้ความชัดเจนใดๆ กับสภาผู้แทนราษฎรในเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณเลย ซึ่งสอดคล้องกับผลสำรวจของทุกโพลที่ชี้ว่านายกฯ ตอบไม่ตรงคำถาม และเมื่อมีมติออกมาอย่างไร ตนหรือสมาชิกของ 7 พรรคร่วมคงแถลงท่าทีที่ชัดเจนออกมา&amp;nbsp;
โต้ข่าว 20 งูเห่าเพื่อไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการพรรคเพื่อไทยให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวจะมี ส.ส.พรรคเพื่อไทยคิดย้ายขั้วกว่า 20 คน ว่ากระแสข่าวที่ออกมาคงเป็นการปล่อยข่าวของผู้ไม่หวังดีกับพรรคเพื่อไทย การที่สมาชิกอยู่กับพรรคเพื่อไทยจนถึงทุกวันนี้เพราะเรามีอุดมการณ์ตรงกัน ที่ผ่านมาการทำงานของพรรคเพื่อไทยมีความเข้มแข็ง เป็นเอกภาพ เรื่องดังกล่าวเป็นแค่การปล่อยข่าวของผู้ไม่หวังดี พอจะระแคะระคายว่ามีบุคคลระดับกรรมการบริหารพรรคใหญ่ของรัฐบาล มีความพยายามจะแทรกแซงการทำงานของสภาผู้แทนราษฎร ที่มีหน้าที่ทำงานตรวจสอบรัฐบาล หากเป็นเช่นนี้จริง ต้องถือว่าเป็นการดำเนินการที่ขาดสามันสำนึก และอาจเข้าข่ายการบ่อนทำลายการปกครองในระบอบประชาธิปไตย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หวังว่าสิ่งที่ได้ยินมาคงจะเป็นแค่ข่าวลือ และถ้ามีความพยายามเช่นนั้นจริง ก็ขอบอกได้เลยว่าความพยายามดังกล่าวย่อมเสียเปล่าอย่างแน่นอน เพราะสมาชิกพรรคเพื่อไทยเรายึดมั่นอุดมการณ์ประชาธิปไตย คงไม่มีสมาชิกคนใดที่หวังเพียงผลประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าผลประโยชน์ประชาชนอย่างแน่นอน&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกระแสข่าวเรื่อง ส.ส.พรรคเพื่อไทยไปกินข่าวกับแกนนำพรรคพลังประชารัฐ น.อ.อนุดิษฐ์ ตอบว่า คงมีการตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่เชื่อว่าคงไม่มีสมาชิกคนไหนที่จะยอมให้ผลประโยชน์มาอยู่เหนือความถูกต้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคประชาธิปัตย์ (ประธานวิป) ในฐานะรองประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า เป็นกระบวนการที่แต่ละฝ่ายมีสิทธิที่ดำเนินการได้ เพราะในระบบประชาธิปไตยถือว่าทุกฝ่ายก็ต้องพร้อมตรวจสอบ ที่สำคัญที่สุดต่อประเด็นนี้ ที่ผ่านมาก็มีผู้อภิปรายอยู่แล้ว คือนายวันมูหะมัดนอร์ก็หยิบยกมาอภิปราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในเรื่องทางการเมืองเป็นเรื่องที่ฝ่ายค้านก็ต้องพิจารณาเช่นเดียวกัน ว่าในช่วงปิดสมัยประชุมสภา และเพิ่งผ่านพ้นการอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 หากฝ่ายค้านทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเดียว ก็จะทำให้เกิดปัญหากับประชาชนว่าฝ่ายค้านเล่นการเมืองมากเกินไปหรือไม่ เพราะต้องให้โอกาสกับนายกฯ ที่จะได้บริหารราชการแผ่นดินในช่วงปิดสมัยประชุมสภา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชินวรณ์กล่าวต่อว่า อย่างไรเสียในช่วงเปิดสมัยประชุมสภามา ฝ่ายค้านก็สามารถยื่นญัตติ อภิปรายไม่ไว้วางใจอยู่แล้วถ้ามีข้อมูล เพื่อที่จะให้ชาวบ้านได้ตัดสินใจว่าจะให้น้ำหนักกับฝ่ายใด ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ฝ่ายค้านต้องพิจารณา ทั้งนี้ ในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาล ยังไม่ได้มีการหยิบยกเรื่องที่ฝ่ายค้านจะสอบจริยธรรมนายกฯ หรือเรื่องที่ฝ่ายค้านระบุว่าจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจขึ้นมาหารือ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46310</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวลิต ยงใจยุทธ, สร้างประชาธิปไตย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เลือกตั้งนายอำเภอ, เลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190921/image_big_5d86372fd33fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23665</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อนาคตอันน่าสยดสยอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อืมม์ม์ม์...มันจะดุเดือด เลือดพล่าน ไปถึงขั้น โดดถีบ หรือจะ ซอฟต์ ลงมาหน่อย ประมาณ เหมือนมีจังหวะใช้เท้าแหย่กัน อย่างที่อดีตรัฐมนตรี หัวเขียง ท่านได้กล่าวอธิบายถึงความน้อยอก น้อยใจ ระหว่างอดีต ส.ส.เขต กับอดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ แห่งจังหวัดขอนแก่น ของพรรค เผาไทย เมื่อวัน-สองวันมานี้ อันนี้...คงต้องใช้ดุลยพินิจ พิจารณา ใคร่ครวญ กันเอาเอง...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; --------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่เอาเป็นว่า...ไม่ว่าจะหนักไปทาง โดดถีบ หรือแค่ ขอความกรุณาลองชิมส้นตีนกระผม ก็ตาม คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้ ว่ามันออกจะมิดี มิงาม หรือน่าจะสะท้อนให้เห็นถึง วาสนา ของบรรดาผู้ที่ได้ชื่อว่า ส.ส. หรือผู้ที่จัดอยู่ในประเภท นักการเมือง ทั้งหลาย ซึ่งคงไม่ได้มีแต่เฉพาะพรรค เผาไทย เขาเท่านั้น เพราะไม่ว่าพรรคอื่นๆ แม้จะไม่ได้มีความถนัดเชี่ยวชาญในเรื่องการเผาอะไรต่อมิอะไรอย่างเป็นพิเศษ แต่ก็คงไม่ได้ผิดแผก แตกต่าง ไปจากกันและกันซักเท่าไหร่ โดยเฉพาะถ้าเกิดความน้อยอก น้อยใจ ขึ้นมาแล้วล่ะก็ โอกาสที่จะ ใช้เท้าแหย่กัน หรือ ขอความกรุณาให้มึงลองชิมส้นตีนกระผมดูซักหน่อย ย่อมมีความเป็นไปได้ไม่ต่างไปจากกันและกันนั่นแล...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ---------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างที่เคยว่าๆ เอาไว้แล้วนั่นแหละว่า...ขึ้นชื่อว่า นักการเมือง ทั้งหลายแล้ว ต้องจัดอยู่ในประเภท พันธุ์พิเศษ ไปด้วยกันทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเดินเหินไปในที่ไหนๆ โอกาสที่พื้นไม้ พื้นกระเบื้อง คอนกรีต จะต้องมีรอยสึก รอยลาก อันเนื่องมาจากปริมาณความยาวของ เขี้ยว ที่ยาวเฟื้อยเลื้อยลากดิน ย่อมถือเป็นเรื่องปกติ ธรรมดา สำหรับสายพันธุ์ชนิดนี้ ส่วนในเรื่องความหนา ความทนทานก็แทบไม่ต้องเสียเวลาพูดถึง ด้วยลักษณะของยีน ของดีเอ็นเอ ที่แตกต่างไปจากปุถุชนคนธรรมดา ส่งผลให้เซลล์ผิวหนังเกิดการแปรสภาพ ไม่ต่างไปจากหนังแรด หนังช้าง เผลอๆ อาจมี เกล็ด ขึ้นมาปกป้อง คุ้มครอง เอาไว้อีกต่างหาก แถมออกไปทาง เกล็ดแตกลายงา พอๆ กับเครื่องลายครามเอาเลยก็ยังมี...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยิ่งถ้าหากอยู่ยาว อยู่นาน สั่งสมประสบการณ์ของความเป็น นักการเมือง เอาไว้เต็มที่ อาจถึงขั้นมีปีก มีหาง ทั้งพ่นไฟได้ด้วยอีกต่างหาก การที่จะบังคับ ควบคุม บรรดาพวก พันธุ์พิเศษ เหล่านี้ ให้หันซ้าย-หันขวา ให้เป็นไปตามคำสั่งการ หรือการบังคับบัญชา แบบพวกทหาร หรือพวก ไอ้เณร ทั้งหลาย จึงย่อมไม่ใช่เป็นเรื่องง่ายๆ ด้วยเหตุนี้...บรรดา อดีตทหาร ที่คิดแปรสภาพตัวเองมาเป็น นักการเมือง จะด้วย ความสนใจ หรือ ความจำเป็น บังคับก็แล้วแต่ จึงมัก ตกม้าตาย ซะกลางคัน ไปไม่รอด ไปไม่กลับ-หลับไม่ตื่น-ฟื้นไม่มี กันไปเป็นรายๆ...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ว่าจะออกไปทาง สุขุม-ลุ่มลึก หรือออกไปทาง หัวร้อน ก็แล้วแต่...เรียกว่าขนาดผู้ที่ได้ชื่อ ฉายา ว่า อินทรีบางเขน อย่างพลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ที่ชอบคิดอะไรแบบ 2 ชั้น 3 ชั้น หรือ 8 ชั้น แสดงให้เห็นถึงศักยภาพแห่งการ ลับ-ลวง-ครางง์ง์ง์ มาโดยตลอด พอโดดเข้ามาสู่สนามการเมืองเท่านั้น แวบเดียว...ต้องแปลงสภาพกลายเป็น นกกระจอก ไปจนได้ เพียงแค่ไม่กี่น้ำเท่านั้น ต้องกลับไปไปใช้ชีวิตอย่างสงบในบั้นปลายแบบคนธรรมดาโดยทั่วไป ต้องหันไป แกงไก่ใส่บรั่นดี อยู่ที่บ้าน เลิกแล้ว ไม่เอาแล้ว สำหรับการเป็น นักการเมือง อีกต่อไป...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนที่อาจไม่ถึงกับ หัวร้อน ซักเท่าไหร่...แต่ก็ เอาเรื่อง พอสมควร คือใครจะมาจุกจิก กวนใจ ไม่ได้กันซักเท่าไหร่นัก อย่างเช่นพลเอก สุจินดา คราประยูร เป็นต้น แต่ก็อีกนั่นแหละ...เจอเข้ากับบรรดา นักการเมือง ทั้งหลายแค่ไม่กี่ยก ก็มีอัน ไปไม่เป็น อีกเหมือนกัน แม้แต่ประเภท หวานเจี๊ยบ-หวานจ๋อย พร้อมที่จะเอา น้ำหวาน ราดหัวใครต่อใครได้เสมอ อย่างเช่น พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ หรือ พ่อใหญ่บิ๊กจิ๋ว ของเราผู้นี้นี่เอง สุดท้าย...ก็ต้องจบลงที่ ร้านกาแฟ ต้องเอา น้ำโขง หรือน้ำอะไรก็แล้วแต่ มาชงขายอยู่จนตราบเท่าทุกวันนี้...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; --------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยเหตุนี้นี่เอง...ไม่ว่าจะขาเชียร์ หรือขาไม่เชียร์ ก็เลยอดห่วงๆ ท่านนายกฯ บิ๊กตู่ ของเราขึ้นมามิได้ ไม่ว่าถ้ามีอันต้องเจอกับพวก เหมือนมีจังหวะใช้เท้าแหย่กัน ขึ้นมาเมื่อไหร่ จะสามารถสกดกลั้น จับหน้าแข้งตัวเอง ไม่ให้กระตุกไป กระตุกมา ไม่ให้เกิดอาการ เปรี้ยวตีน จนเกินไป หรือจะนอตหลุด นอตหลวม ถึงขึ้นต้อง ยกโพเดียมทุ่มใส่ หรือไม่ อย่างไร หรือแม้แต่เจอกับพวกที่ ซอฟต์ ลงมาหน่อย แต่ก็ยังมีเขี้ยว มีปีก มีหาง แถมพ่นไฟได้ด้วย ที่เลื้อยไป-เลื้อยมาอยู่ภายในพรรค พลังประชารัฐ กันเป็นจำนวนมิใช่น้อย อาจถึงขั้นต้องหันไป โดดน้ำโขงตาย แบบ บิ๊กจิ๋ว กันเลยหรือเปล่า???&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ---------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สรุปรวมความแล้ว...คงต้อง เหนื่อยกับเหนื่อย กันไปอีกนานนั่นแหละทั่น ทำไงได้...เมื่อมาถึงขั้นนี้ เมื่อกลัดกระดุมผิดเม็ดกันมาตั้งแต่แรก โอกาสจะไปรูดซิปให้ทุกสิ่งทุกอย่างมันไหลปรื๊ดๆ คงเป็นไปไม่ได้อีกต่อไปแล้ว มีแต่ต้องอดทน อดกลั้น หันมา เอาชนะตัวเอง ให้มากๆ เข้าไว้นั่นแหละดี อะไรที่มันหนักๆ อาจพอเบาๆ ลงไปได้มั่ง อย่าไปตั้งความหวังว่าจะต้องอยู่ยาวเพื่อประคับประคองยุทธศาสตร์ 4 ปี 8 ปี 10 ปี 20 ปี อะไรเอาเลยถึงขั้นนั้น เอาแค่ 3 เดือน 6 เดือน หรือ 1 ปี ก็ถือว่า...ยอดแล้ว!!!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;----------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก J. Donald Walters...&amp;nbsp; Leadership is an opportunity to serve. It is not a trumpet call to self-importance. &amp;ndash; ความเป็นผู้นำ คือการมีโอกาสรับใช้ผู้อื่น มิใช่เสียงแตรที่จะป่าวประกาศความสำคัญของตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; --------------------------------------------------------&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23665</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวลิต ยงใจยุทธ, ท่านขุนน้อย, สุจินดา คราประยูร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180113/5a59fd579d53a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11488</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โจรอ้างเมียน้อยพ่อใหญ่จิ๋ว! จับฝรั่งขี้นกขึ้นบ้านเสี่ยป้อม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; แก๊งคนร้ายลูบคมพ่อใหญ่ &amp;quot;บิ๊กจิ๋ว&amp;quot; ส่งเลขาฯ และทนายขึ้นโรงพักแจ้งความกลุ่มบุคคลประมาณ 10 คน แอบอ้างเป็นที่ปรึกษา บุคคลสนิท รวมไปถึงเมียน้อย ใช้มูลนิธิยงใจยุทธหาประโยชน์จนมีผู้หลงเชื่อสร้างความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท ส่วนฝรั่งขี้นกขึ้นบ้าน &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; เมื่อปี 2559 จนมุมแล้วที่ขอนแก่น &amp;nbsp; &amp;nbsp;สารภาพได้ไป 2 ล้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สน.บางซื่อ เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน นายสุขุม วงประสิทธิ เลขานุการ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมนายสมพร มูสิกะ ทนายความ เข้าพบร.ต.อ.ณัฏฐนันท์ พันทองอ่อน รองสารวัตร (สอบสวน)สน.บางซื่อ เพื่อแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน หลังพบบุคคลแอบอ้างเป็นที่ปรึกษา บุคคลสนิท รวมไปทั้งแอบอ้างเป็นภรรยานอกสมรส ของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อ้างชื่อมูลนิธิยงใจยุทธ เพื่อสร้างสันติภาพและการพัฒนาไปแสวงหาผลประโยชน์จนทำให้มีผู้หลงเชื่อจนสูญเสียทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก มูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมพรเผยว่า มีกลุ่มบุคคลประมาณ 10 ราย แอบอ้างชื่อของ พล.อ.ชวลิตและภรรยา รวมถึงมูลนิธิยงใจยุทธ เพื่อสร้างสันติภาพและการพัฒนา ที่มีมากถึง 142 สาขาทั่วประเทศ ไปแสวงหาผลประโยชน์ในทางที่ผิด ทำให้เกิดความเสียหาย และทำลายชื่อเสียงของพล.อ.ชวลิต ตลอดเวลาที่ผ่านมา ทาง พล.อ.ชวลิตได้ฝากตักเตือนไปยังบุคคลเหล่านั้นแล้ว แต่ก็ยังคงมีพฤติกรรมดังกล่าวอีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด เกิดเมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา วันนี้พล.อ.ชวลิตได้มอบหมายให้นายสุขุมและตนเดินทางมาที่ สน.บางซื่อ เพื่อแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เพื่อเป็นการป้องปรามไม่ให้เกิดความเสียหายมากขึ้น และหากพบว่ายังมีบุคคลใดกระทำอยู่ ก็จะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การกระทำดังกล่าวมีผู้ร่วมกระบวนการมากกว่า 10 ราย โดยจะอ้างว่าเป็นผู้ใกล้ชิดหรือเลขาฯ บางส่วนมีการนำไปแอบอ้างตามสถานที่ของรัฐในการวิ่งเต้นต่างๆ ซึ่งพบว่ามีมูลค่าความเสียหายแล้วกว่า 100 ล้าน ซึ่งเชื่อว่าทำกันเป็นกระบวนการทั้งในและต่างประเทศ เหมือนเป็นการตั้งใจทำลายชื่อเสียงทางการเมือง&amp;quot; นายสมพรกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุขุมยืนยันว่า ไม่ว่าจะเป็นบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดๆ ที่แอบอ้างชื่อหรือนำภาพถ่ายตามงานต่างๆ &amp;nbsp;ที่มีการถ่ายภาพร่วมกับ พล.อ.ชวลิต ไปแสดงเพื่อแอบอ้างแสวงหาผลประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ นั้น ทาง พล.อ.ชวลิตไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น หากใครได้รับมอบหมายจาก พล.อ.ชวลิตจริง จะต้องมีเอกสารที่เป็นลายลักษณ์อักษร หรือตราประทับของ พล.อ.ชวลิตเองทั้งนี้ ผู้ใดพบการกระทำดังกล่าว สามารถแจ้งทางคณะท่าน พล.อ.ชวลิต ได้โดยตรงที่เบอร์โทร. 09-5993-5465&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ขณะที่ทั้งคู่เดินทางเข้าแจ้งความนั้น พนักงานสอบสวนไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปบันทึกภาพด้านในห้องสอบสวน ซึ่งผิดปกติไปจากที่ผ่านมา โดยการแจ้งความในครั้งนี้ใช้เวลาประมาณ 15 นาที ก่อนที่ทั้งคู่จะออกมาจากห้องสอบสวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายสมพรให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า ทางเจ้าหน้าที่ได้รับเรื่องไว้แล้ว ซึ่งหลังจากนี้ หากพบผู้ใดกระทำการดังกล่าว ก็จะสามารถดำเนินคดีได้โดยทันที ซึ่งจะเป็นข้อหาอะไรนั้น ขึ้นอยู่กับว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นเป็นอะไร หากเป็นการทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ก็จะดำเนินคดีหมิ่นประมาท หากเป็นการนำไปแสวงหาผลประโยชน์ที่เป็นตัวเงิน ก็จะแจ้งดำเนินคดีฉ้อโกงต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 09.30 น. วันเดียวกันนี้ ที่ สภ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ รอง ผบช.ภ.4 สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกองปราบปราม , ภ.จว.ขอนแก่น และตำรวจท่องเที่ยวขอนแก่น ร่วมทำการสอบสวนนายโรเบิร์ต อเล็กซานเดอร์ วิลเลียมส์ ( Mr.Roberth Alexander Willams) อายุ 46 ปี ชาวโคลอมเบีย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา เลขที่ 840/2559 ลงวันที่ 26 เม.ย.2559 ในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถาน ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ป.ร่วมกับ บช.ทท. และ ภ.จว.เลย จับกุมตัวได้พร้อมแฟนสาว ขณะโดยสารมากับรถทัวร์โดยสารสายกรุงเทพฯ-อุดรธานี บริเวณสี่แยกไฟแดงบ้านเกิ้ง อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น มุ่งหน้าเข้าตัวเมืองขอนแก่น เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยในการสอบสววนนั้น ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนและผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมรับฟังหรือสังเกตการณ์ในห้องสอบสวนแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต ธนาศักดิ์กล่าวว่า การจับกุมดังกล่าวเป็นการสนธิกำลังร่วมระหว่าง บก.ป., บช.น., บช.ทท. และ ภ.จว.ขอนแก่น ในการเฝ้าติดตามขบวนการแก๊งลักทรัพย์ ซึ่งเป็นชาวต่างชาติที่ก่อเหตุลักทรัพย์ในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะเหตุลักทรัพย์ในหมู่บ้านจัดสรรในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เขตปริมณฑล รวมถึงที่พัทยา จ.ชลบุรี อีกทั้งการก่อเหตุลักทรัพย์บ้านพักข้าราชการทหาร ซึ่งหนึ่งในพื้นที่ที่ถูกก่อเหตุเป็นบ้านพักของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เหตุเกิดเมื่อเดือนเมษายน 2559 รวมอยู่ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ก่อนจับกุมชุดสืบสวนมีข้อมูลยืนยันชัดเจนว่าผู้ต้องหารายนี้ได้ขึ้นรถทัวร์สายภาคอีสานเพื่อที่จะหลบหนี จึงมีการตรวจสอบรถทัวร์สายอีสานทั้งหมดที่วิ่งเข้ามาในพื้นที่ บช.ภ.4 ตลอดทั้งคืน จนกระทั่งพบผู้ต้องหารายนี้นั่งปะปนมากับผู้โดยสารรายอื่น และเดินทางมาพร้อมกับแฟนสาว จึงทำการตั้งด่านตรวจบน ถ.มิตรภาพ บริเวณสี่แยกไฟแดงบ้านเกิ้ง จนสามารถจับกุมตัวได้ดังกล่าว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอง ผบบช.ภ.4 กล่าวต่ออีกว่า ในเบื้องต้นผู้ต้องหารายนี้ให้การรับสารภาพว่า ร่วมกับเพื่อนสัญชาติเดียวรวมทั้งหมด 4 คน ก่อเหตุลักทรัพย์ในหลายพื้นที่ และในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2559 ที่ผ่านมา เคยลักทรัพย์ในบ้านพักนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ได้ทรัพย์สินไปกว่า 2 ล้านบาท ทั้งนี้ ข้อมูลต่างๆ ยังคงไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดไปมากกว่านี้ และในขณะนี้ บช.ภ.4 ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหารายนี้พร้อมแฟนสาวมาลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.บ้านไผ่ ก่อนส่งมอบตัวให้กับ บช.น., บก.ป. และ บช.ทท. นำส่ง สน.ดอนเมือง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11488</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวลิต ยงใจยุทธ, บิ๊กจิ๋ว, พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์, มูลนิธิยงใจยุทธ, สมพร มูสิกะ, สุขุม วงประสิทธิ, หนังสือพิมพ์, แสวงหาผลประโยชน์, แอบอ้าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180616/image_big_5b24fe405a9a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
