<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110148</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2021 09:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2021 09:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทย สับ &#039;ประยุทธ์&#039; เละ บริหารล้มเหลว ทำคนตายเป็นใบไม้ร่วง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.ค. 2564 นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม &amp;nbsp;พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เมื่อวาน(17ก.ค.)เห็นตัวเลขที่ศบค.แถลง จำนวนผู้ตายด้วยโควิดสูงขึ้นถึง 141 คน และในวันนี้มีจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่มถึง 11,397 คน สถิติอย่างนี้ เรียกกันว่า ตายเป็นใบไม้ร่วง และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นๆ ในชีวิตการทำงานผ่านการรับราชการมา 27 ปี ทำงานการเมืองมา 20 ปี รวม 47 ปี ไม่เคยพบวิกฤตของประเทศครั้งใดหนักหนาสาหัสเท่าครั้งนี้ ประชาชนประสบกับวิกฤตของชีวิต ทั้งวิกฤตสุขภาพ และวิกฤตเศรษฐกิจไปพร้อมกัน ที่ผ่านมา ไม่เคยเห็นรัฐบาลใด นายกรัฐมนตรีคนใด ถูกประชาชนก่นด่า สาปแช่งมากเท่ากับรัฐบาลนี้ โดยมีนายกรัฐมนตรี ที่ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คงไม่ต้องตอกย้ำในประเด็นใดถึงความบกพร่อง ผิดพลาด ไร้ประสิทธิภาพ และมีพฤติการณ์ส่อไปในทางไม่สุจริต ไม่โปร่งใส ในการบริหารจัดการโควิด วัคซีน &amp;nbsp;ฝเพราะ TDRI ได้ประเมินผลงานรัฐบาลไว้อย่างเป็นระบบในทางวิชาการ ว่ารัฐบาลมีข้อบกพร่อง ผิดพลาดอย่างไร รวมทั้งจะต้องหาผู้รับผิดชอบในความผิดพลาด บกพร่องนั้น นั่นเป็นหลักฐานในทางวิชาการ จาก TDRI ส่วนหลักฐานเชิงประจักษ์ในทางปฏิบัติ คือการเคลื่อนไหวของหมอ เป็นนักรบด่านหน้า ยังไม่ไว้วางใจแม่ทัพของตนเอง กองทัพนั้นก็ไม่มีความเข้มแข็ง ไม่มีความเชื่อมั่น ไม่มีพลังที่จะต่อสู้กับข้าศึกได้ ทั้งเหตุผลทางวิชาการและเหตุผลจากผู้ปฏิบัติดังกล่าว ส่งผลให้สถานการณ์เฉพาะหน้าขณะนี้ จำเป็นจะต้องเปลี่ยนม้ากลางศึก ก็ต้องเปลี่ยน เพราะความเชื่อมั่นเป็นปัจจัยสำคัญสูงสุดที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาให้เป็นผลสำเร็จ บทสรุป ถ้าทหารไม่ไว้วางใจแม่ทัพเสียแล้ว สู้ไป ก็มีแต่ตายกับตาย เปลี่ยนม้าเถอะครับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110148</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคเพื่อไทย, ชวลิต วิชยสุทธิ์, บริหารงานล้มเหลว, อัดประยุทธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210718/image_big_60f39247848fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94566</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เสี่ยหนูยังติดใจ! 7ส.ส.โหวตสวน พปชร.โอ่ฟันแน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ไพบูลย์&amp;rdquo; หวัง 2 มี.ค. ลงดาบ 7 ส.ส. แหกมติให้สะเด็ดน้ำ &amp;ldquo;อนุทิน&amp;rdquo; ย้ำยังติดใจอยู่หากไม่มีมาตรการลงโทษ บอกสายเกินไปแล้วที่กลุ่มดาวฤกษ์จะมาขอโทษ โพลสวนทางส่วนใหญ่ชี้เป็นเอกสิทธิ์ เพื่อไทยปรับลดรัฐมนตรียื่น ป.ป.ช.เหลือแค่ 2 หน่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 28 ก.พ. นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีสมาชิกพรรคไม่ปฏิบัติหน้าที่และความรับผิดชอบที่ต้องมีต่อพรรค และฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม มาตรฐานจริยธรรม ตามข้อบังคับของพรรคจากกรณี 7 ส.ส.พรรคโหวตสวนมติพรรคในการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า คณะกรรมการฯ จะเชิญสมาชิกทั้ง 7 คนมาชี้แจงข้อเท็จจริงในวันที่ 2 มี.ค. และจะสรุปผลสอบเลยทันที เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคที่จะประชุมในวันนั้นเช่นเดียวกัน ถ้าผลสอบเห็นว่าเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ทางคณะกรรมการบริหารพรรคจะกำหนดมาตรการอย่างใดอย่างหนึ่งมา ทั้งหมดจะได้ข้อยุติในวันนั้นเลย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีนี้ว่า ยังไม่จบ เชื่อว่าเดี๋ยวผู้ใหญ่เขาก็คุยกัน เพราะเป็นมารยาทการอยู่ด้วยกัน ระดับผู้ใหญ่บางทีพูดกันด้วยญาณดีกว่า &amp;nbsp;ไม่ต้องเอ่ย ไม่ต้องไปโวยวายอะไร สมมุติว่า ส.ส.ภูมิใจไทยทำอะไรไม่ถูก ขัดขืนมติพรรค ไม่เชื่อฟัง พูดก็แล้ว ขอร้องอย่างไรก็แล้ว ก็ยังทำอยู่ ก็ต้องจัดการในวิธีการของตนเอง ส่วนหัวหน้าพรรคการเมืองอื่นๆ ก็ต้องมีวิธีจัดการในวิถีทางของท่าน เราต้องไม่ก้าวก่ายกัน แต่ที่สำคัญเราต้องอธิบายต่อกันและกันได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า สำหรับคำอธิบายของกลุ่มดาวฤกษ์ที่ออกมาชี้แจงฟังไม่ขึ้นใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า พรรคต้องบอกว่าฟังไม่ขึ้น เพราะถ้าสิ่งที่เขาทำถูกก็หมายความว่า ส.ส.ที่เหลือของพรรค พปชร.โหวตผิดหมดหรือ คนร้อยกว่าคนโหวตแบบนี้แล้วเจ็ดคนโหวตอีกอย่าง กลายเป็นร้อยคนผิด เจ็ดคนถูก ก็ให้มันรู้ไป&amp;nbsp;
ถามอีกว่า การที่นายอนุชา นาคาศัย เลขาธิการพรรค พปชร.ออกมาแถลงข่าวและยกมือไหว้ขอโทษ ยังไม่เพียงพอใช่หรือไม่ นายอนุทินย้ำว่า ไม่มีๆ มีแต่ตนเองยกมือไหว้นายอนุชา และนายอนุชาไม่ใช่คนทำผิด เหมือนน้องมาตีหัวตนเองแล้วอีกคนมาขอโทษ มันเกี่ยวอะไรกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามย้ำว่า กลุ่มดาวฤกษ์ต้องแสดงท่าทีการรับผิดชอบให้ชัดเจนมากกว่านี้ นายอนุทินกล่าวว่า เราติดใจในเรื่องการอยู่ร่วมกัน ทุกคนก็ต้องไปดูแลคนของตัวเอง ซักต่อว่าหากกลุ่มดาวฤกษ์ยังอยู่พรรค พปชร.ก็จะยังไม่ไว้ใจใช่หรือไม่ นายอนุทินตอบทันทีว่าไม่เคยไว้ใจกลุ่มดาวฤกษ์อยู่แล้ว &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่า หากกลุ่มดาวฤกษ์มาขอโทษ นายอนุทินตอบว่า &amp;quot;a little too late&amp;quot; เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า too late หรือทุเรศ นายอนุทินกล่าวว่า ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายอนุทินปฏิเสธตอบคำถามว่าจะยื่นคำขาดว่ากลุ่มดาวฤกษ์ต้องลาออกจากพรรค พปชร.หรือไม่ โดยได้ส่ายศีรษะ ก่อนกล่าวสั้นๆ ว่า บ้านใครบ้านมัน&amp;nbsp;
วันเดียวกัน ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลสำรวจประชาชนเรื่อง ลงโทษผู้โหวตสวนมติพรรคอย่างไรดี จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ รวม 1,310 คน พบว่า 52.67% ระบุว่าไม่ควรมีการลงโทษ เพราะเป็นสิทธิของแต่ละบุคคลในการเเสดงความคิดเห็นที่เเตกต่าง, 45.80% ระบุว่าควรลงโทษ เพราะไม่มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ตนเอง และ 1.53% ระบุว่าเฉยๆ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อถามถึงรูปแบบการลงโทษจากผู้ที่ระบุว่าควรมีการลงโทษ พบว่า ส่วนใหญ่ 34.34% ระบุว่าไม่ส่งลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรคในการเลือกตั้งครั้งหน้า, 26% ระบุว่าห้ามไม่ให้ทำกิจกรรมทางการ เมืองร่วมกับพรรคหรือรัฐบาลอีกต่อไป, 17.33% ระบุว่าปลดออกจากทุกตำแหน่งในพรรคและรัฐบาล, 16.33% ระบุว่าไล่ออกจากพรรค, 4.67% ระบุว่าบีบให้ลาออกจากพรรค และ 1.33% ระบุอื่น ๆ ได้แก่ ว่ากล่าวตักเตือน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความคิดเห็นของประชาชนต่อการลงโทษ ส.ส.ฝ่ายค้านที่โหวตไม่เป็นไปตามมติพรรคฝ่ายค้าน พบว่า ส่วนใหญ่ &amp;nbsp;53.82% ระบุว่าไม่ควรลงโทษ, 43.82% ระบุว่าควรมีการลงโทษ และ 2.36% ระบุว่าเฉยๆ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ และเมื่อถามถึงรูปแบบการลงโทษ ส่วนใหญ่ 33.45% ระบุว่าไม่ส่งลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรค, 27.70% ระบุว่าห้ามไม่ให้ทำกิจกรรมทางการเมืองร่วมกับพรรคอีก, 17.07% ไล่ออกจากพรรค, 15.85% ปลดออกจากทุกตำแหน่งในพรรค, 4.53% บีบให้ลาออกจากพรรค และ 1.40% อื่น ๆ ได้แก่ ว่ากล่าวตักเตือน &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ยังคงมีความต่อเนื่องจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยที่พรรคเพื่อไทย (พท.) โครงการคิดเพื่อไทย จัดเวที &amp;ldquo;ถอดรหัสอภิปรายไม่ไว้วางใจ เปิดเบื้องหลังการฟาดรัฐบาลประยุทธ์ครั้งใหญ่ ฉบับเอ็กซ์คลูซีฟ&amp;rdquo; ซึ่งนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค พท. กล่าวว่า ใช้เวลาแกะรอยการทุจริตจัดซื้อถุงมือยางขององค์การคลังสินค้า (อคส.) กว่า 6 เดือน แม้เสียงในสภาเราจะแพ้ แต่วันนี้สั่นสะเทือนรัฐบาลได้ ทำให้รัฐบาลโหวตเสียงแตก ไม่เป็นเอกภาพ มีกลุ่มดาวฤกษ์ เชื่อว่าหลังจากนี้จะนำไปสู่การปรับ ครม. แต่อยากให้ยุบสภาหรือหนักกว่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พรรคได้รวบรวมข้อมูลหลักฐาน เตรียมดำเนินคดีต่อ ซึ่งต้นเดือน มี.ค.จะยื่นเรื่องต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อย่างน้อย 2 คน คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์&amp;rdquo; นายประเสริฐกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด กล่าวว่า การอภิปรายเรื่องเหมืองทองอัคราใช้เวลาเก็บข้อมูล 1 ปี &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ พรรคเพื่อไทยบอกจะยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช.จำนวน 7 รัฐมนตรี
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรค พท. กล่าวว่า หลังจากส่งหนังสือทาง EMS ถึง พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อวันที่ 22 ก.พ. เพื่อเตือนให้รีบนำค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาที่ได้รับฟรีจากการอยู่บ้านพักทหารเลขที่ 253/54 ตามที่ปรากฏข้อเท็จจริงในคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 29/2653 แล้วนั้น เรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์น่าจะจำนนด้วยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย เพราะเมื่อวันที่ 16 ก.พ. นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.พรรคก้าวไกล ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจเรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์เลี่ยงไม่ตอบเรื่องนี้ และ 2 วันต่อมาทีมงาน PMOC มาโพสต์โต้แย้งแบบฟังไม่ขึ้น ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จึงต้องนำค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาที่ได้รับฟรี ไปเสียภาษีต่อกรมสรรพากร ถ้ายังไม่เสีย กรมสรรพากรต้องตรวจสอบเพื่อประเมินภาษีพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม และหากยังไม่แสดงความรับผิดชอบใดๆ ก็จำเป็นต้องไปร้องต่ออธิบดีกรมสรรพากรให้ตรวจสอบและเรียกเก็บภาษีจาก พล.อ.ประยุทธ์โดยเร็ว โดยในวันที่ 1 มี.ค. เวลา 10.30 น. จะเดินทางยื่นหนังสือถึงอธิบดีกรมสรรพากร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายภราดร ปริศนานันทกุล โฆษกพรรค ภท. กล่าวว่า พรรคจะจัดเสวนาเรื่อง &amp;ldquo;ชำแหละค่ารถไฟฟ้าที่เหมาะสม&amp;rdquo; วันที่ 4 มี.ค. ที่ห้องประชุมพรรคภูมิใจไทย เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาค่าครองชีพให้ชาวกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงชาวต่างจังหวัด ที่ต้องมาทำงานในพื้นที่เมืองหลวง สามารถเข้าถึงบริการรถไฟฟ้าในราคาที่ไม่สูงจนเกินไป มีค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมในชีวิตประจำวัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรค พท. กล่าวถึงกระแสข่าวก่อนรัฐสภาลงมติในวาระ 3 การแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันที่ 17 มี.ค. ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญอาจวินิจฉัยกรณีนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. ว่ารัฐสภาไม่มีหน้าที่และอำนาจในการแก้ไข รธน.ทั้งฉบับส่งผลให้ร่างแก้ไขที่ผ่านวาระ 2 แท้ง ว่าศาลควรนำความเห็นทางสังคม และความเห็นทางการเมือง ทั้งจากประชาชนในประเทศและชาวโลกมาประกอบการพิจารณา แม้เป็นนามธรรม โดยยังเชื่อว่าศาลจะร่วมกันหาทางออกจากปัญหา เพื่อร่วมกันสร้างความเชื่อมั่นประเทศ คลี่คลายวิกฤติรัฐธรรมนูญลงได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94566</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิราพร สินธุไพร, ชวลิต วิชยสุทธิ์, ประเสริฐ จันทรรวงทอง, ภราดร ปริศนานันทกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุชา นาคาศัย, อนุทิน ชาญวีรกูล, เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ, ไพบูลย์ นิติตะวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210228/image_big_603ba8ff91a02.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94489</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/02/2021 12:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/02/2021 12:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยหวั่นร่างรธน.แท้งก่อนพิจารณาวาระ 3 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.พ.2564 นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวก่อนถึงวันรัฐสภามีมติเห็นชอบการแก้ไขรธน.วาระที่ 3 ในวันที่17 มี.ค. ศาลรธน.จะพิจารณาญัตติของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กับคณะ ที่ขอให้ศาลรธน.วินิจฉัยว่ารัฐสภามีหน้าที่และอำนาจในการแก้ไขรธน.ทั้งฉบับ ได้หรือไม่ ซึ่งมีข่าวลือหนาหูว่า อาจจะวินิจฉัยรัฐสภาไม่มีอำนาจ อันจะส่งผลให้ร่างแก้ไขรธน.ที่ผ่านวาระที่ 2 แท้งทันทีว่า เจตนารมณ์ในช่วงยกร่างแก้รธน. ถกเถียงกันมากจนตกผลึกทางความคิดว่า พรรคเพื่อไทยจะเสนอแก้รธน.โดยไม่แตะหมวด 1 หมวด 2 ซึ่งก็เท่ากับแสดงเจตนารมณ์ไม่แก้ทั้งฉบับ เมื่อเข้ามาสู่การพิจารณาในชั้นกมธ. ปรากฎว่า กมธ.มีเจตนารมณ์ชัดเจนเช่นกันว่า ไม่แตะหมวด 1-2 เจตนารมณ์ของพรรคการเมือง และเจตนารมณ์ของ กมธ.ศึกษาแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เห็นสอดคล้องต้องกันว่า การแก้รธน.ปี 2560 นี้ไม่ต้องการแก้ทั้งฉบับ จึงแสดงเจตนารมณ์ไว้เป็นหลักฐานมาแต่แรกเริ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการสำคัญต่อมา คำวินิจฉัยของศาล รธน. ที่ได้วางบรรทัดฐานกระบวนการแก้รธน.ไว้นั้น ศาลรธน.เคยมีคำวินิจฉัยที่ 18 - 22/2555 ไว้ ซึ่งเป็นคำวินิจฉัยตามรธน.ปี 2550 แต่ปัจจุบันรธน.2550 ถูกยกเลิกไปแล้ว และใช้รธน. ปี 2560 อยู่ โดยกระบวนการแก้ไขรธน.ล้วนเป็นไปตามเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในรธน.ปี 2560 มาตรา 256 ทุกประการ นอกจากความเห็นของพรรคการเมืองทุกพรรค นโยบายรัฐบาล กมธ.แก้รธน. และรัฐสภา ล้วนมีความเห็นไปในแนวทางเดียวกันจนรัฐสภาพิจารณาญัตติแก้ รธน.วาระที่ 2 เสร็จสิ้นแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นหรือปัจจัยสำคัญที่สุดที่ศาลรธน. ควรนำมาประกอบการพิจารณาวินิจฉัยในประการสุดท้าย เป็นความเห็นทางสังคม และความเห็นทางการเมือง ทั้งจากประชาชนในประเทศ และชาวโลก นั่นก็คือ ความเชื่อมั่นประเทศ แม้เป็นนามธรรม แต่ก็สำคัญยิ่งในฐานะที่ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประชาคมโลก รัฐธรรมนูญเป็นกติกาสูงสุดของประเทศ ถ้ากติกาที่ออกมาภายหลังการรัฐประหารไม่เป็นธรรม ไม่เป็นกลาง เอารัดเอาเปรียบกัน และไม่เป็นประชาธิปไตย เห็นได้ชัดว่ากระทบความเชื่อมั่นประเทศอย่างยิ่ง ทั้งความเชื่อมั่นของประชาชนในประเทศ ตลอดจนความเชิ่อมั่นของชาวโลก ซึ่งส่งผลด้อยค่าประเทศไทยให้ตกต่ำในสายตาชาวโลกลงอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันทุกพรรคการเมืองซึ่งมาจากประชาชนล้วนมีมติเห็นชอบกับการแก้รธน. รัฐบาลก็แถลงนโยบาย มีนโยบายเร่งด่วนในการแก้ รธน. รัฐสภาก็ได้ดำเนินการพิจารณาร่าง รธน.ของ กมธ.ในวาระที่ 2 แล้วเสร็จไปเมื่อ 25 ก.พ. เหลือเพียงขั้นตอนให้รัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบ วาระที่ 3 ใน 17 มี.ค.64 เท่านั้น ด้วยข้อมูลและเหตุผลที่ไล่เรียงมาเป็นลำดับ ยังไม่รวมการเรียกร้องการแก้รธน.จากภาคประชาชน นิสิต นักศึกษา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยังเชื่อว่า ศาลรธน. จะร่วมกันหาทางออกจากปัญหา เพื่อร่วมกันสร้างความเชื่อมั่นประเทศ &amp;nbsp;คลี่คลายวิกฤตรัฐธรรมนูญลงได้ ผมและประชาชนจำนวนมาก ยังมีความหวังว่าประเทศไทยจะมีรธน.ของประชาชนในเร็ววัน ไม่อยากไปเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ เสียทั้งเวลา เสียทั้งงบประมาณ ที่สำคัญ เป็นการดูถูกประชาชน เหมือนเล่นปาหี่ หลอกลวงกันกลางวันแสกๆ หากญัตติแก้รธน.ต้องแท้งลงเสียก่อน ขอคนไทยช่วยกันภาวนาว่า ในการแก้ไขรธน.จากนี้ไปจะเป็นไปด้วยความราบรื่น เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนและประเทศชาติโดยส่วนรวม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94489</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวลิต วิชยสุทธิ์, ศาลรัฐธรรมนูญ, ส.ส.นครพนม, เพื่อไทย, แก้ไขรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210228/image_big_603b238fec255.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87807</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/12/2020 15:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/12/2020 15:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยซดเกาเหลา! เซ่นพ่ายเลือกตั้งนายก อบจ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ธ.ค.63 - สืบเนื่องจากนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แชร์ข่าว &amp;quot;ส่อง 4 สนาม หน่อยหาเสียง พท.พ่ายเรียบ&amp;quot; สร้างความไม่สบายใจให้กับคนใกล้ชิด คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ล่าสุด&amp;nbsp;นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ในสนามการต่อสู้ควรรักษาน้ำใจซึ่งกันและกัน&amp;nbsp;ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.ในนามพรรคเพื่อไทยและขอให้กำลังใจผู้ที่ไม่ได้รับเลือกตั้ง โอกาสข้างหน้ายังมี อย่าได้ท้อถอย&amp;nbsp;จังหวัดนครพนมก็เป็นจังหวัดหนึ่งที่ส่งนายก อบจ.ในนามพรรคเพื่อไทยและผู้สมัครนายก อบจ.ไม่ได้รับเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอขอบคุณผู้ใหญ่ของพรรค ผู้บริหารพรรค ที่ส่งทีมปราศรัยชุดใหญ่ ประกอบด้วย&amp;nbsp;ท่านอดิศร เพียงเกษ ท่านอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด และ&amp;nbsp;ดร.อรุณี กาสยานนท์ ไปปราศรัยทุกเขต หลายเวที&amp;nbsp;ทั้ง 3 ท่าน ซึ่งเป็นทีมปราศรัยของพรรคเพื่อไทยมีส่วนสำคัญในการสร้างคะแนนให้พรรคเพื่อไทย ใน จ.นครพนม&amp;nbsp;แม้เราจะไม่ชนะในการเลือกตั้งในระดับท้องถิ่นเพราะมีปัจจัยอื่นมากมาย แต่การได้คะแนนเกินแสนยังเป็นไปตามคะแนนพื้นฐานเดิมที่มีอยู่ จึงขอขอบคุณทีมปราศรัยของพรรคทั้ง 3 ท่าน ไว้ ณ โอกาสนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรณีมีผู้ให้ข่าว ซึ่งถือว่าเป็นผู้ใหญ่ระดับบริหารท่านหนึ่งให้ข่าวพาดพิงให้คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ เสียหายจากการไปรณรงค์หาเสียง สรุปว่า จังหวัดที่คุณหญิงสุดารัตน์ ไปช่วยผู้สมัครรับเลือกตั้งที่สมัครในนามพรรคเพื่อไทยสอบตกหมดนั้น เป็นการให้ข่าวที่มีอคติ ไม่เป็นสุภาพบุรุษ ทั้งไม่ให้ข้อเท็จจริงทั้งหมด กล่าวคือ หลายจังหวัดที่กล่าวมา ทีมปราศรัยชุดใหญ่ของพรรคก็ไปช่วยปราศรัย&amp;nbsp;ในภาคเหนือ จ.น่าน ทราบว่า คุณหญิงสุดารัตน์ ก็ไปช่วยปราศรัยถึง 3 วัน และมีส่วนสำคัญส่งผลให้สอบได้ แต่ไม่มีการกล่าวถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความจริงควรขอบคุณคุณหญิงสุดารัตน์ ที่แสดงสปิริตเสียสละเวลา แรงกาย แรงใจ ไปช่วยรณรงค์หาเสียง เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าบรรดา ส.ส.ไปช่วยรณรงค์หาเสียงไม่ได้ การไปช่วยหาเสียงเกิดจากความผูกพันที่ท่านมีกับพวกเราทุกจังหวัดในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งทั่วไปที่ผ่านมา เป็นประโยชน์กับผู้สมัคร เป็นประโยชน์กับพรรค&amp;nbsp;ดังนั้นการให้ข่าวที่ไม่สร้างสรรค์เพื่อทับถมกันและส่งผลเสียหายไปยัง ส.ส.ในจังหวัดนั้นๆ รวมทั้งลูก หลาน ครอบครัวที่ลงสมัครรับเลือกตั้ง โดยไม่ดูข้อมูลให้รอบด้านไม่ควรเกิดขึ้นเลย แต่ควรให้กำลังใจซึ่งกันและกันมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จึงขอฝากข้อคิดไว้ว่า ขออย่าเอาความรู้สึกส่วนตัวที่อาจมีอคติส่วนตัวกันไม่ว่าประเด็นใดก็ตาม &amp;nbsp;มาสร้างความเสียหายต่อส่วนรวมที่ไม่ได้รับรู้ปัญหานั้นด้วย ที่สำคัญ ปัญหาการสร้างความแตกแยกดังกล่าวไม่ควรเกิดขึ้นอีกต่อไป&amp;quot;นายชวลิต กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87807</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, ชวลิต วิชยสุทธิ์, พรรคเพื่อไทย, พิชัย นริพทะพันธุ์, เลือกตั้งนายกอบจ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181220/image_big_5c1b9bb279336.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81874</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข้อเสนอฝ่ายการเมือง ทางเลือก-ทางรอด-ทางออก-ทางตัน?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สถานการณ์การชุมนุม &amp;lsquo;ราษฎร&amp;rsquo; ยังไม่รู้ว่าจะนำไปสู่จุดลงเอยทางการเมืองอย่างไร การชุมนุมนับวันยิ่งเพิ่มดีกรีร้อนแรง จากปมประเด็นการเมือง เรียกร้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี หรือยุบสภา แก้ไขรัฐธรรมนูญ หยุดคุกคามประชาชน ลามไปถึงปฏิรูปสถาบัน อันเป็นปมประเด็นละเอียดอ่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลุ่มผู้ชุมนุมปิดล้อมขบวนเสด็จฯ สมเด็จพระราชินี เมื่อ 14 ต.ค. การประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 15 ต.ค. ตำรวจควบคุมฝูงชนเข้าขอพื้นที่คืนจากผู้ชุมนุมที่แยกปทุมวัน เมื่อ 16 ต.ค. เหตุกระทบกระทั่งกันของกลุ่มผู้ชุมนุมที่เห็นต่างทางการเมือง ม.รามคำแหง เมื่อ 21 ต.ค. มาถึงการยกขบวนไปยังสถานทูตเยอรมนีเพื่อยื่นข้อเรียกร้อง 26 ต.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นเพียงเหตุการณ์บางส่วนที่เกิดขึ้น ยังไม่นับรวมแฟลชม็อบรายวัน กระจายไปยังสถานที่ต่างๆ เพื่อแสดงสัญลักษณ์การเมือง ขณะเดียวกันกลุ่มผู้ชุมนุมเห็นต่างเริ่มตบเท้าแสดงพลังมากขึ้น เพียงแต่ยังไม่มีการเผชิญหน้า ม็อบชนม็อบ นำมาสู่ความสูญเสีย เป็นสิ่งที่ไม่ว่าฝ่ายใดไม่อยากให้เกิดขึ้น ไม่อยากให้กงล้อประวัติศาสตร์เลือดซ้ำรอย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากสถานการณ์อันตึงเครียด ทำให้ 26-27 ต.ค. มีการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ ร่วมอภิปราย ถกเพื่อหาทางออกของประเทศ แม้ในการประชุมหนนี้กำหนดเนื้อหาหลักในการอภิปรายเอาไว้ 3 ประเด็น 1.การพิจารณายกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่ใช้เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ปัจจุบันพบว่าการติดเชื้อทั่วโลกมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น 2.การชุมนุมเมื่อวันที่ 14 ต.ค. กลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนขวางทางและหยุดขบวนเสด็จฯ ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติฯ ที่เสด็จฯ ไปตั้งเปรียญธรรมที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และการพระราชพิธีถวายผ้าพระกฐิน กลุ่มผู้ชุมนุมได้ล้อมรถพระที่นั่งและตะโกนด้วยถ้อยคำหยาบคาย แสดงอาการไม่สมควร คุกคามเสรีภาพ 3.การชุมนุมตามจุดต่างๆ เช่น สี่แยกราชประสงค์ สี่แยกปทุมวัน ศูนย์กลางธุรกิจการค้า และสถานีขนส่งผู้โดยสาร ที่มีความวิตกจะกระทบต่อความสงบเรียบร้อย การคมนาคมและเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เวทีสภาเพื่อหาทางออก พล.อ.ประยุทธ์ และ ครม. ได้เข้าร่วมรับฟังอย่างตั้งใจ พรรคร่วมฝ่ายค้าน พรรคร่วมรัฐบาล สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ต่างมีข้อเสนอแนะน่าสนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พรรคฝ่ายค้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เสนอต่อรัฐบาลให้ 1.ต้องพิจารณาข้อเสนอของนักเรียน นักศึกษาและประชาชนอย่างจริงจัง เปิดใจรับฟังแต่ละปัญหาที่นำเสนออย่างมีวิจารณญาณ 2.ต้องเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยโดยเร็ว ไม่เตะถ่วงหรือดึงเวลาให้ล่าช้า 3.ต้องเร่งปล่อยตัวนักเรียน นักศึกษา ประชาชนที่ถูกจับกุมคุมขัง ยุติการปิดกั้นสื่อ ยุติการใช้กฎหมายที่ดำเนินคดีกับประชาชนผู้เห็นต่าง 4.นายกรัฐมนตรีต้องลาออก เพราะคือ อุปสรรคสำคัญที่เป็นภาระของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย แนะ 2 วิธี หากนายกฯ ไม่ลาออก 1.ทำประชามติถามประชาชนอยากให้นายกฯ ลาออกหรือไม่ พร้อมกันในวันที่เลือก อบจ. 2.หรือไม่ก็ให้พรรคร่วมรัฐบาลประกาศลาออก แก้ปัญหาประเทศร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พรรคร่วมรัฐบาล&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เสนอให้ใช้การออกเสียงประชามติ ให้ประชาชนทั้งประเทศมาออกเสียงเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยต่อการจัดการชุมนุม ซึ่งทำได้ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 166 และอาจตราเป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ หากการออกเสียงประชามติเกิดขึ้นจะเท่ากับเสียงคนทั้งประเทศได้มีส่วนร่วมในการออกเสียงว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับการชุมนุม และจะได้ข้อยุติซึ่งเป็นหลักการประชาธิปไตยทางตรง ไม่ใช่คนหลักหมื่นมาอ้างเสียงของประชาชนทั้งประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายชุมพล จุลใส ส.ส.ชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงข้อเรียกร้องผู้ชุมนุม 3 ข้อ 1.ให้ลาออกนั้น พล.อ.ประยุทธ์ไม่ต้องลาออก 2.การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขณะนี้รัฐสภากำลังดำเนินการอยู่ 3.ที่ให้ปฏิรูปสถาบัน ส่วนตัวไม่ยินยอมและไม่เห็นด้วย เพราะคนไทยทั้งประเทศเห็นพ้องตรงกันว่าอย่าเอาเรื่องนี้มาวิพากษ์วิจารณ์โดยเด็ดขาด สถาบันกษัตริย์ไทยไม่ใช่เป็นปัญหาของประเทศ ความเป็นปึกแผ่น ความมั่นคง ความเอกภาพ เป็นเรื่องสำคัญที่สุด อย่าแตะต้องสถาบัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย เสนอแนะทางออก คือ 1.เปิดโต๊ะเจรจา ไม่ว่าจะมีแกนนำหรือไม่มีก็ต้องเปิดโต๊ะเจรจาว่าสิ่งใดทำได้ สิ่งใดทำไม่ได้ 2.รัฐบาลต้องไม่ใช้ความรุนแรง เลิกปิดกั้นสื่อ และผู้ชุมนุมต้องไม่ทำผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สมาชิกวุฒิสภา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ระบุถึงแนวทาง 9 ข้อ แก้ปัญหา 1.ให้รัฐบาลใช้หลักนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ ใช้ไม้นวมไม้แข็ง ดูแลความขัดแย้งอย่างเหมาะสม 2.รัฐบาลต้องชี้แจงองค์กรระหว่างประเทศเรื่องการแก้ปัญหาให้ดีกว่านี้ 3.ตั้งทีมจัดการข่าวปลอมเชิงรุกอย่างรวดเร็ว 4.ส.ส.และ ส.ว.ต้องร่วมมืออย่างสร้างสรรค์ ปฏิรูปการเมือง เศรษฐกิจ 5.ให้รัฐบาลเปิดเวทีกลาง ให้ผู้ชุมนุมได้เสนอความเห็นตามเสรีภาพ แทนการชุมนุมบนถนน 6.การเปิดเวทีเจรจา แม้จะยากแต่ต้องทำ 7.การปฏิรูปสถาบัน เป็นข้อเสนอสุดโต่ง 8.นายกฯ ไม่ควรลาออก เพราะไม่ช่วยแก้ปัญหา 9.หากการดำเนินการข้อ 1-8 แล้ว ไม่สามารถเป็นทางออกได้ ให้ใช้วิธีออกเสียงประชามติแก้ปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นเพียงข้อเสนอบางส่วน แม้บางช่วงเวลาจะมีการใช้วาทกรรม กระทบกระเทียบ เสียดสีกันบ้าง ก็เป็น บทบาทตามหน้าที่ ตามซีกที่เลือกยืนอยู่แต่ละฝ่าย แต่สำหรับข้อเสนอแนะ การร่วมหาทางออก หลายสิ่งหลายอย่างควรค่าแก่การพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สถานการณ์ในสภา สถานการณ์นอกสภา สถานการณ์การเมือง จากนี้จะนำไปสู่ทางเลือก ทางรอด ทางออก หรือทางตัน อีกไม่นานคงได้เห็นกัน.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81874</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวลิต วิชยสุทธิ์, ชุมพล จุลใส, สมพงษ์ อมรวิวัฒน์, สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ, เกษมราษฎร์, ไพบูลย์ นิติตะวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201026/image_big_5f96d2c1eb6b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77645</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2020 17:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2020 17:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.เพื่อไทย ซาบซึ้งแทนนักโทษการเมือง หวังทุกฝ่ายสร้างสามัคคีคนในชาติ อ้อน ส.ว.ร่วมแก้วิกฤติ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ย.63 - นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการพระราชทานอภัยโทษอดีตนักการเมือง และนักเคลื่อนไหวทางการเมืองหลายท่านในช่วงนี้ว่า แม้ไม่ใช่ญาติหรือบุคคลในครอบครัวของผู้ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ แต่ในฐานะคนไทยซึ่งเป็นพสกนิกร รู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่ในหลวงทรงมีพระเมตตากับพสกนิกรของพระองค์ การทำงานการเมืองที่ผ่านมา ตนให้ความสำคัญกับการศึกษาเรื่องแนวทางสร้างความปรองดองของคนในชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวลิต กล่าวว่า&amp;nbsp;รายงานผลการศึกษาได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรอย่างเป็นเอกฉันท์ สถานการณ์ปัจจุบัน หวังที่จะเห็นความปรองดองของส.ส.ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านร่วมกันสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นรัฐธรรมนูญของประชาชน และหวังที่จะเห็นส.ว.ซึ่งเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยเช่นกัน ได้ทำหน้าที่จนครบเทอมตามรัฐธรรมนูญ โดยมีอำนาจ หน้าที่ในการกลั่นกรองกฎหมายเป็นหลัก ละอำนาจในการเลือกนายกรัฐมนตรี ให้เป็นหน้าที่ของผู้แทนประชาชน ส่วนรัฐบาล นายกรัฐมนตรี ได้บริหารประเทศมากว่า&amp;nbsp;6ปีแล้ว ไม่อาจแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้องประชาชนได้ ยิ่งหลังปัญหาการระบาดของไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;ปัญหายิ่งจมลึกลงมากขึ้นๆ จึงอยากเห็นนายกรัฐมนตรีแสดงสปิริตทางการเมือง เพื่อให้รัฐสภาได้ทำหน้าที่เลือกนายกรัฐมนตรีตามระบอบประชาธิปไตยเพื่อร่วมกันสร้างความเชื่อมั่นประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หวังว่า จากนี้ไปจะไม่มีรัฐประหาร ไม่มีรัฐบาลแห่งชาติ หากรัฐบาล ส.ส.และ ส.ว.ปรองดองกัน ร่วมมือกัน โดยน้อมนำคุณธรรม อภัยและเมตตา มาเป็นหลักคิดในการแก้ปัญหา ดังเช่นที่ในหลวงได้พระราชทานอภัยโทษแก่ผู้ต้องคดีความต่างๆ จะส่งผลต่อการสร้างความสามัคคีของคนในชาติ และฟื้นฟูความเชื่อมั่นประเทศกลับคืนมา ผมฝันไปครับ แต่ก็ยังหวังว่า ฝันจะเป็นจริง&amp;quot;นายชวลิตกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77645</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคเพื่อไทย, ชวลิต วิชยสุทธิ์, อภัยโทษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200618/image_big_5eeb72b91a344.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75492</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2020 12:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2020 12:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.เพื่อไทย ขอนายกฯอย่าลอยตัวเหนือปัญหา แนะปรับงบเรือดำน้ำมาใช้แก้วิกฤติเศรษฐกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ส.ค.63 - นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีกองทัพเรือเตรียมซื้อเรือดำน้ำที่กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ว่า ขณะนี้ประเทศเกิดวิกฤติทางด้านเศรษฐกิจ เปรียบเสมือนเกิดสงครามเช่นกัน แต่เป็นสงครามทางด้านเศรษฐกิจ ดังนั้น&amp;nbsp;สงครามด้านการสู้รบด้วยอาวุธ ชะลอก่อนได้หรือไม่ งบประมาณที่จะซื้อเรือดำน้ำ จำนวน 22,500 ล้านบาท ควรนำมาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจจะถูกต้องตามสถานการณ์วิกฤตของประเทศ เช่น นำงบประมาณมาอุดหนุนด้านการศึกษาของลูกหลานเยาวชน ที่พ่อแม่ ครอบครัวต้องตกงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวลิต กล่าวว่าการที่นายกรัฐมนตรีบอกว่า การจะซื้อเรือดำน้ำหรือไม่ เป็นเรื่องของกรรมาธิการงบประมาณ เหมือนที่นายกรัฐมนตรีเคยบอกว่า การจะแบน 3 สารพิษหรือไม่ เป็นเรื่องของคณะกรรมการวัตถุอันตราย ซึ่งทั้งสองประเด็นดังกล่าวเป็นความเห็นที่ไม่ถูกต้องตามสถานการณ์&amp;nbsp;เป็นการลอยตัวเหนือปัญหา เมื่อนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร รับผิดชอบกำกับนโยบายทุกกระทรวง ทบวง กรม ยามมีวิกฤติบ้านเมือง นายกรัฐมนตรีย่อมสามารถมอบนโยบายปรับ ลด งบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาประเทศชาติ และประชาชนได้ตามสถานการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถ้าจะให้กรรมาธิการ คณะกรรมการฯ&amp;nbsp;หรือข้าราชการก็ดี ตัดสินใจในระดับนโยบายสำคัญของประทศได้ ก็ไม่ควรมีนายกรัฐมนตรีมาบริหารประเทศ ซึ่งในข้อเท็จจริง เป็นไปไม่ได้ ดังนั้น ควรกลับมาสู่ในโลกของความเป็นจริงที่นายกฯควรฟ้งเสียงประชาชนว่า วิกฤติเศรษฐกิจของประเทศและความเดือดร้อนของประชาชนขณะนี้ ประชาชนไม่ต้องการเรือดำน้ำ แต่ต้องการให้นำงบประมาณนั้นไปช่วยเหลือประชาชนจากภาวะเศรษฐกิจฝืดเคือง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวลิต กล่าวอีกว่า นายกฯควรทบทวนนโยบาย โดยนำปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนมาเป็นตัวตั้ง จะบรรเทาเบาบางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ลงไป ในฐานะสมาชิกพรรคเพื่อไทย เราให้ความเคารพ ศรัทธา กองทัพเรือที่สนับสนุนแนวทางประชาธิปไตยมาตลอดอย่างยาวนาน หน่วยและบุคลากรในพื้นที่ทั่วประเทศของกองทัพเรือล้วนทำงานสนับสนุนแนวทางประชาธิปไตยดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องยาวนานเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การที่สมาชิกพรรคเพื่อไทยไม่เห็นด้วยกับการซื้อเรือดำน้ำ เป็นการให้ความเห็นโดยสุจริตใจ เป็นการให้ความเห็นในเชิงนโยบาย ซึ่งอยู่ในอำนาจการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี ไม่มีใครติดใจการปกป้องภารกิจ ปกป้องงบประมาณขององค์กรที่รับผิดชอบในฝ่ายปฏิบัติแต่อย่างใด ยังหวังที่จะร่วมมือกันสร้างสรรค์พัฒนาบ้านเมืองในแนวทางประชาธิปไตยร่วมกันในอนาคตสืบไป&amp;quot;ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทยกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75492</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพเรือ, ชวลิต วิชยสุทธิ์, ซื้อเรือดำน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200618/image_big_5eeb72b91a344.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
