<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76027</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2020 10:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2020 10:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ฝืนกระแส! &#039;บิ๊กตู่&#039;สั่งทัพเรือชะลอซื้อเรือดำน้ำ2ลำไปอีก1ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ส.ค. 63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 09.20 น. นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า จากกรณีคณะคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 กำลังพิจารณาในส่วนงบประมาณของกระทรวงกลาโหม โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อเรือดำน้ำ 2 ลำ ของกองทัพเรือ โดยในปี 64 ได้มีการขออนุมัติงบประมาณจำนวน 3,375 ล้านบาท ในการที่จะมีเรือดำน้ำเพิ่มอีก 2 ลำ โดยจะมีการชำระเงิน 7 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งข้อเท็จจริงมีการเริ่มงบประมาณในปี 63 ที่กองทัพเรือได้ขออนุมัติไป แต่เนื่องจากมีปัญหาในเรื่องของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้กระทรวงกลาโหม โดยกองทัพเรือได้เปลี่ยนแปลงคือ ชะลอการดำเนินการไว้ก่อน พอมางบประมาณปี 64 ได้มีการดำเนินการต่อ ซึ่งมีการเสนองบประมาณเข้ามาที่ กมธ.งบฯ เพื่อขอซื้อเรือดำน้ำในวงเงินเดิมคือ 3,375 ล้านบาท และกองทัพเรือได้ชี้แจงความจำเป็นในการจัดซื้อครั้งนี้ต่อ กมธ. ทั้งนี้ ลำที่ 1 ได้มีการจัดซื้อไปแล้วและจะมีการส่งมอบต่อไป ส่วนลำที่ 2 และ 3 มีความจำเป็นต้องดำเนินการตามที่ได้มีการดำเนินการไว้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หลังจากที่ กมธ.ได้มีการพูดคุยและแสดงความกังวลต่างๆ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะ รมว.กลาโหม ได้มีการพูดคุยเป็นการภายในในกระทรวงกลาโหม โดยเฉพาะกองทัพเรือ ได้ข้อสรุปว่าขอให้กองทัพเรือพิจารณาชะลอการจัดซื้อเรือดำน้ำในลำที่ 2 และ 3 ไปก่อน เพื่อให้ประชาชนได้ตระหนักถึงความเข้าใจของนายกฯ ที่ได้เห็นถึงความห่วงใยของประชาชน สังคม และ กมธ. ที่จะต้องนำงบประมาณไปใช้ในส่วนอื่น ไม่ว่าจะเป็นการดูแลปากท้องประชาชนและเรื่องอื่นๆ ที่คิดว่าเหมาะสม&amp;quot; โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้นายกฯ ในฐานะ รมว.กลาโหม ให้ กมธ.ได้พิจารณาเรื่องนี้อีกที เพื่อให้เกิดความเหมาะสม โดยกระทรวงกลาโหม และกองทัพเรือ จะเป็นผู้ชี้แจงให้ทาง กมธ.อีกครั้งหนึ่ง ความเหมาะสมจะเป็นอย่างไร การเจรจากับทางจีนเพิ่มเติมในการที่จะชะลอหรือเลื่อนการจัดซื้อไปอีก 1 ปี จะมีผลออกมาอย่างไร ทางกองทัพเรือจะเป็นผู้ให้รายละเอียดในเรื่องนี้ หลังจากนี้คงจะเป็นการพูดคุยกับทางจีนอีกครั้งหนึ่งถึงความจำเป็นที่เราต้องชะลอการจัดซื้อไปก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ อยากให้ประชาชนเข้าใจบทบาทของกองทัพที่ต้องการดูแลประชาชน และทรัพยากรของประเทศไทยให้ดีที่สุด และรัฐบาลจะพยายามดูแลทุกภาคส่วน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง เพื่อให้ทั้งหมดมีความสอดคล้อง ประชาชนมีความสบายใจเกี่ยวกับการบริหารราชการของรัฐบาลว่าเป็นไปด้วยความโปร่งใส ยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุชา กล่าวว่า การจัดซื้อเรือดำน้ำนั้น เป็นการดำเนินการแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ที่ถูกต้องทั้งหมด โดยมีการดำเนินการมาตั้งแต่การจัดซื้อของลำที่ 1 แล้ว ในส่วนของลำที่ 2 และ 3 เป็นเรื่องที่จะมีการส่งมอบต่อเนื่องเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นจะเห็นว่างบประมาณทั้งหมดที่ตั้งไว้ เป็นการจัดตั้งไว้สำหรับซื้อเรือดำน้ำทั้งหมด 3 ลำ อยู่ที่ 36,000 ล้านบาท ซึ่งในส่วนของลำที่ 2 และ 3 อยู่ที่ 22,500 ล้านบาท โดยในปีงบประมาณ 63 เดิมมีงบประมาณที่จะเตรียมจัดสรร 3,375 ล้านบาท แต่ว่าเลื่อนมาเป็นงบประมาณปี 64 ดังนั้น ปีนี้ก็เป็นอีกครั้งที่จะต้องเลื่อนไปเป็นครั้งที่ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ชะลอซื้อเรือดำน้ำ เพราะทางการจีนส่งสัญญาณมาทางไทยแล้วใช่หรือไม่ นายอนุชา กล่าวว่า ต้องให้กระทรวงกลาโหม โดยทางกองทัพเรือพูดคุยกับทางการจีนอีกครั้งหนึ่ง และมาชี้แจง ทราบว่าบ่ายวันเดียวกัน (31 ส.ค.) จะมีการประชุมสภากลาโหม อาจจะมีการสอบถามเพิ่มเติมว่ามีการเจรจาอย่างไร หรือไม่ แต่ทั้งนี้ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับกระบวนการของ กมธ.งบฯ ว่าหลังจากที่มีการชี้แจงและพูดคุยแล้ว จะมีความเห็นเป็นอย่างไร แต่ในส่วนของนายกฯ เห็นถึงความสำคัญที่ประชาชนห่วงใยและกังวลในเรื่องของเศรษฐกิจในปัจจุบัน ดังนั้น หากชะลอไปได้อีก 1 ปี คิดว่าอย่างน้อยก็สามารถนำเงิน 3 พันกว่าล้านไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้พอสมควร และคงต้องให้กองทัพเรือพิจารณาในการดำเนินการอย่างอื่นที่จะไม่มีปัญหาทางด้านความมั่นคงต่อไปด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ที่ชะลอเพราะต้องการจะลดกระแสการคัดค้านในขณะนี้ใช่หรือไม่ โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า การทำงานของนายกฯ รับฟังความเห็นของประชาชนที่เรียกร้องหลายๆ เรื่อง ทั้งเรื่องของเศรษฐกิจ และสังคมต่างๆ หรือแม้แต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะเห็นว่ารัฐบาลมีกลไกต่างๆ ที่จะดำเนินการได้ จะมีการประสานงานกันเพื่อให้กลไกทั้งหมดเดินหน้าต่อไปได้ สภาฯกับรัฐบาลทำงานสอดคล้องกัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76027</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ชะลอจัดซื้อ, อนุชา บูรพชัยศรี, เรือดำน้ำ, โฆษกรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200831/image_big_5f4c6b3fc2fc8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75555</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชป.ฉวยโหวตจมเรือดำนํ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เรือดำน้ำลามชนรัฐบาลร้าว! ปชป.มติเอกฉันท์ให้ทัพเรือถอนวาระชะลอจัดซื้อ ยันปากท้องสำคัญกว่า &amp;quot;อันวาร์&amp;quot; ขู่เข้าสภาวาระ 2-3 โหวตสวนแน่ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; อ้อมแอ้มฟัง ทร.ชี้แจงมีเหตุผลความจำเป็น ฝ่ายค้านลุยต่อโหวตคว่ำใน กมธ.งบฯ 64&amp;nbsp; &amp;quot;ยุทธพงศ์&amp;quot; บี้ ผบ.ทร.โชว์เอกสารจีทูจี มั่นใจเก๊จ่อยื่นศาล รธน.พิสูจน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงแรมสตาร์ คอนเวนชั่น จ.ระยอง เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการจัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือว่า เป็นเรื่องของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ที่จะมีการพิจารณากันในสภา จะได้ข้อสรุปอย่างไร ต้องรอฟังในการประชุมของคณะกรรมาธิการฯ ตนไม่จำเป็นต้องไปสั่งการอะไรเพิ่มเติม &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เท่าที่ฟังการชี้แจงของทางกองทัพเรือ เขาก็มีเหตุผลและความจำเป็น ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับคณะกรรมาธิการฯ ก็ฝากกราบเรียนว่าในส่วนของคณะกรรมาธิการฯ ขอให้ความเป็นธรรมด้วย เพราะหลายกระทรวงถูกตัดงบประมาณไปหลายกิจกรรม ทั้งเรื่องของการศึกษา เรื่องเศรษฐกิจ หรือเรื่องต่างๆ ส่วนใหญ่เป็นงบประมาณของประชาชน กรณีนี้เป็นงบประมาณในส่วนของฝ่ายความมั่นคง และอีกส่วนก็ถูกตัดไปอีก ดังนั้น ลองพิจารณาดูว่าเราจะเดินหน้ากันไปอย่างไร จะหาวิธีการแก้ปัญหาเหล่านี้ได้อย่างไร และต้องหาวิธีการแก้ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นด้วย&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ร.ท.ประชาชาติ ศิริสวัสดิ์ รองเสนาธิการทหารเรือ ในฐานะโฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า กองทัพเรือไม่มีนโยบายให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมในประเด็นเรือดำน้ำแล้ว เนื่องจากการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 24? ส.ค.ที่่ผ่านมา? ทุกคนพูดชัดเจนเพียงพอแล้ว ไม่อยากให้กรณีนี้ต้องถูกนำไปใช้จุดประเด็นการเมืองอีก และการแถลงตอบโต้ เนื่องจากกองทัพเรือถูกกล่าวหาว่า เป็นการจัดซื้อที่ผิด ดังนั้นสิ่งที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทยเข้าใจผิด ก็ต้องอธิบายให้เข้าใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าท่านบอกว่ากองทัพเรือผิด ชี้แจงไม่ครบถ้วน ก็ควรติดต่อสอบถามเพิ่มให้เรียบร้อยก่อน ไม่ใช่ออกมาแถลงต่อสาธารณชนว่ากองทัพเรือทำผิด เพราะทำให้ประชาชนเข้าใจผิดตามไปด้วย&amp;quot; พล.ร.ท.ประชาชาติกล่าว และยืนยันว่า กองทัพเรือจะทำงานตามภารกิจ หน้าที่ ตามความสามารถให้ดีที่สุด ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีเรือดำน้ำก็ตาม พร้อมต่อสู้ป้องกันประเทศ ดูแลความมั่นคงทางทะเล และช่วยเหลือประชาชนอย่างสุดความสามารถ ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นและไว้วางใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความเห็นคนชอบหรือไม่ชอบในความจำเป็นที่จะมีเรือดำน้ำนั้น เป็นความเชื่อที่ฝังในจิตใจแต่ละคน ห้ามกันไม่ได้ แต่อยากให้ประชาชนเชื่อว่ากองทัพเรือยังคงเป็นกองทัพเรือของประชาชนที่มุ่งมั่นทำงาน และจะคงปฏิบัติงานตามภารกิจป้องกันประเทศทางทะเล และช่วยเหลือประชาชนในทุกความเดือดร้อนอย่างสุดความสามารถ
มติปชป.คว่ำเรือดำน้ำ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอัครเดช วงศ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ และโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 เปิดเผยภายหลังการประชุมพรรคประชาธิปัตย์ว่า ที่ประชุมพรรคมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ กมธ.งบฯ ทั้ง 7 คนของพรรคประชาธิปัตย์ไปหารือกับ กมธ.งบฯ พรรคร่วมรัฐบาล ในการเสนอให้รัฐบาลและกองทัพเรือทบทวนการนำวาระการจัดซื้อเรือดำน้ำ 2 ลำ วงเงิน 22,500 ล้านบาท ออกไปจากวาระการพิจารณาของ กมธ.งบชุดใหญ่ ในวันที่ 26 ส.ค.นี้ เพราะเห็นว่าการแก้ปัญหาเศรษฐกิจเรื่องปากท้องสำคัญกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่ถ้ากองทัพเรือยังยืนยันที่จะเอาเรื่องการจัดซื้อเรือดำน้ำเข้าสู่วาระการประชุม กมธ.งบฯ ทั้ง 7 คนของพรรคประชาธิปัตย์ ก็มีท่าทีไม่สนับสนุนให้ผ่านงบจัดซื้อเรือดำน้ำ ขณะเดียวกันประธานวิปพรรคประชาธิปัตย์ก็ได้ประสานไปยังนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แจ้งให้ ครม.รับทราบว่าพรรคประชาธิปัตย์คิดอย่างนี้&amp;quot; นายอัครเดชระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ และรองประธาน กมธ.งบฯ ปี2564 กล่าวถึงกรณีหากพรรคร่วมรัฐบาลไม่เห็นด้วยกับแนวทางของพรรคประชาธิปัตย์ จะดำเนินการอย่างไร ว่าต้องรอให้ถึงเวลานั้นก่อน แต่ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ตัดสินใจในสิ่งที่ถูกต้อง หากฝ่ายรัฐบาลยังยืนยันจะเสนอของบจัดซื้อเรือดำน้ำ พรรคคงมีคำตอบให้อยู่แล้ว แต่ต้องรอดูความชัดเจนวันที่ 26 ส.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า จะกระทบถึงการทบทวนการร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายชัยชนะกล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่เข้าข่าย จะต้องทบทวนการร่วมรัฐบาล เพราะยังไม่มีการทุจริตอะไรเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ถึงแม้เรือดำน้ำมีความสำคัญในการปกป้องอาณาเขตของประเทศ แต่ยังไม่ใช่เวลานี้ จึงต้องชะลอไว้ก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการประชุมพรรคประชาธิปัตย์ นายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในที่ประชุมพรรคว่า ถ้าไม่เสียหายก็ควรยกเลิกการจัดซื้อไปเลย ไม่ใช่แค่ชะลอ อย่างไรก็ตาม หากกองทัพเรือยังดันเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุม กมธ.งบฯ ชุดใหญ่อีก และหากผ่านแล้วมีการนำเข้าสู่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ตนขอสงวนสิทธิ์ในการอภิปรายและโหวตสวนในวาระ 2 และ 3
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัฒนา เมืองสุข รองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 สัดส่วนพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในการประชุม กมธ.งบฯ 2564 วันที่ 26 ส.ค. ทางกรรมาธิการฝ่ายค้านใน กมธ.ชุดใหญ่จะลงมติตามคณะอนุกรรมาธิการฝ่ายค้านที่โหวตไปในทิศทางเดียวกัน ว่าไม่เห็นชอบการของบประมาณกองทัพเรือ&amp;nbsp;22,500 ล้านบาท เพื่อจัดซื้อเรือดำน้ำ&amp;nbsp;2 ลำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนแนวโน้มความเป็นไปได้ที่งบประมาณซื้อเรือดำน้ำจะถูกถอนออกไปหรือไม่นั้น นายวัฒนากล่าวว่า อยู่ที่สำนึกของแต่ละหน่วยงานที่ใช้เงินว่าจะมีสำนึกหรือไม่ ซึ่งทหารทำความเสียหายให้ประเทศมาก ทั้งยึดอำนาจ และวันนี้ก็ยังจะมาขอเงินงบประมาณไปสร้างความเกรียงไกรให้กองทัพโดยไม่เกรงใจประชาชน ถ้ามีสำนึกว่ามีหน้าที่รับใช้ประชาชนก็ควรทำในสิ่งที่ประชาชนเห็นว่าควร รัฐบาลควรนำเงินทุกบาททุกสตางค์มาติดอาวุธให้ประชาชน ไม่ใช่มาติดอาวุธให้กองทัพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ ไอซีที รัฐวิสาหกิจ และทุนหมุนเวียน ในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะ ส.ส.เพื่อไทย ร่วมแถลงตอบโต้กรณีกองทัพเรือออกมาชี้แจงถึงความจำเป็นในการจัดซื้อเรือดำน้ำจากจีน มูลค่ากว่า 22,500 ล้านบาท โดยมีประเด็นพาดพิงมาถึงพรรคเพื่อไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายยุทธพงศ์กล่าวว่า สิ่งที่โฆษกกองทัพเรือระบุการพูดของตน สร้างความเสียหาย ทำให้เกิดความแตกแยก เกลียดชัง และขอให้ประชาชนอย่าตกเป็นเครื่องมือทางการเมืองนั้น ไม่เป็นความจริง ตนรักกองทัพเรือ ในฐานะที่เป็นหน่วยงานปกป้องอธิปไตยของประเทศ แต่เป็นการทำหน้าที่ของ ส.ส.และกรรมาธิการฯ ที่จะต้องตรวจสอบ ซึ่งการที่บอกว่าเป็นงบประมาณกองทัพเรือก็ไม่จริง ล้วนมาจากเงินภาษีประชาชน ในขณะที่ประเทศกำลังเกิดวิกฤติเศรษฐกิจและไวรัสโควิด ถ้านำเงินที่จะไปซื้อเรือดำน้ำมาช่วยประชาชนที่กำลังอดอยาก ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่สำคัญมากกว่า &amp;nbsp;
บี้ทัพเรือโชว์เอกสารจีทูจี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่กองทัพเรือระบุการซื้อเรือดำน้ำลำที่ 2-3 ไม่มีผลผูกพันกับลำที่ 1 ที่ซื้อไปแล้วนั้น ที่เกรงว่าจะกระทบความสัมพันธ์ไทย-จีน ทั้งนี้ ไทยคุยกับจีนได้ เพราะตอนนี้ไทยประสบปัญหาทั้งด้านเศรษฐกิจและโควิด-19 เชื่อว่าจีนคงเห็นใจและอะลุ่มอล่วยกันได้ โดยไม่มีปัญหาทางความสัมพันธ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การจัดซื้อที่มีการระบุว่าเป็นจีทูจีจริงหรือไม่นั้น ผมได้เรียกร้องตั้งแต่แรกแล้วว่า หากมีการมอบอำนาจให้กองทัพเรือเป็นตัวแทนจริง จะต้องมีหนังสือมอบอำนาจฉบับเต็ม หรือที่เรียกว่า Full Powers มาแสดง แต่ในการแถลงข่าวของกองทัพเรือ กลับไม่มีการพูดเรื่องนี้ และไม่ได้นำหนังสือดังกล่าวมาแสดง หากย้อนไปดูคำพิพากษาศาลฎีกา เคยมีคำพิพากษาการจัดซื้อรถและเรือดับเพลิงของ กทม. ที่ไทยจัดซื้อกับประเทศออสเตรีย ศาลเคยมีคำพิพากษา การจัดซื้อระหว่างจีทูจีต้องเป็นระหว่างรัฐบาลจริงๆ ไม่ใช่กับตัวแทนหรือรัฐวิสาหกิจ แม้ ครม.มอบให้ พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผบ.ทร. เป็นตัวแทนรัฐบาลไทย ก็ไม่พบหนังสือมอบอำนาจจากทางไทย รวมทั้ง พล.ร.อ.ลือชัยไปลงนามกับประธานบริษัท ไชน่า ชิปบิลดิ้ง แอนด์ออฟชอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล หน่วยงานนี้ก็ไม่ได้มีหนังสือรับมอบอำนาจจากประธานาธิบดีจีนหรือรัฐบาลจีน&amp;nbsp; เป็นเพียงองค์การบริหารงานของรัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แล้วยังไม่มีภาพถ่ายการจับมือระหว่างสององค์กรออกมา นอกจากนี้เมื่อไปดูเอกสารเมื่อวันที่ 17 พ.ย.2562 พล.อ.ประยุทธ์เคยลงนามบันทึกความเข้าใจกับ รมว.กลาโหมของจีน ว่าด้วยความร่วมมือการป้องกันประเทศ ก็ไม่ได้มีข้อตกลงเพื่อให้ซื้อเรือดำน้ำเลย&amp;quot; นายยุทธพงศ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ขอกราบวิงวอน พล.อ.ประยุทธ์ให้ไปบอกกองทัพเรือให้หยุดการซื้อเรือดำน้ำ เห็นแก่ความเดือดร้อนประชาชน ความอดอยาก แต่ถ้าต้องการซื้อจริง ขอให้เลื่อนไปก่อน เอาไว้ถ้าภาวะการเงินการคลังของประเทศดีขึ้นค่อยซื้อ การแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนตอนนี้ด่วนกว่า การประชุม กมธ.งบฯ 2564 พรรคเพื่อไทยจะขอสู้ต่อ เพื่อนำไปสู่การเลื่อนหรือยกเลิกไปก่อน ทั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่เฉพาะเรือดำน้ำเท่านั้น แต่ถ้ารวมเบ็ดเสร็จของกองทัพเรือ ประกอบด้วย เรือดำน้ำทั้งหมด 3 ลำ เรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ที่สนับสนุนติดตามอีก 1 ลำ การสร้างที่จอดเรือ ยังไม่นับการซ่อมบำรุง การดูแลรักษา ที่ต้องตั้งงบประมาณทุกปี เป็นค่าใช้จ่ายทั้งหมดประมาณ 5 หมื่นล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับประเด็นที่มีข้อสงสัยในการประชุมอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ฯ ที่มีนายสุพล ฟองงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เป็นประธานการประชุม ที่มีการล็อบบี้จากบุคคลภายนอก และมีการเรียกหาเทปบันทึกเสียงจากตนนั้น ไม่มี แต่เพื่อให้เกิดความสบายใจ ขอให้นายสุพลทำหนังสือไปถึงบริษัทที่ให้บริการมือถือ เพื่อขอบันทึกการโทร.เข้าโทร.ออก ในวันที่ 21 ส.ค. ซึ่งเป็นวันประชุมเรื่องเรือดำน้ำ จะได้รู้ว่ามีเบอร์โทรศัพท์ใครโทร.เข้าโทร.ออกมาบ้าง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากตรวจสอบเป็นจีทูจีเก๊จะดำเนินการอย่างไรต่อ นายยุทธพงศ์กล่าวว่า กรรมาธิการงบประมาณฯ ที่จะมีการประชุมในวันที่ 26 ส.ค. ที่ยกมือสนับสนุนจะต้องรับผิดชอบ โดยตนจะใช้ช่องทางตามรัฐธรรมนูญมาตรา 75 นำเรื่องนี้ไปสู่ศาลรัฐธรรมนูญให้ได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ในฐานะอนุ กมธ.ครุภัณฑ์ฯ กล่าวว่า ขอวิงวอน พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะที่เคยจับคอกันในตอนที่ไปเยี่ยมจังหวัดสุรินทร์ วันนี้ต้องฟังไม่อย่างงั้นจะเหนื่อยและเดือดร้อนในวันข้างหน้า หากผ่านในที่ประชุม กมธ.งบฯ 2564 วาระสองก็ไม่ยอม และจะนำไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจโดยไม่ลงมติตามมาตรา 152 ที่จะเกิดขึ้นภายในเดือน ก.ย.นี้.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75555</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชะลอจัดซื้อ, หตุผลความจำเป็น, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เรือดำน้ำ, เอกสารจีทูจี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200825/image_big_5f45232068df3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
