<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118623</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2021 15:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2021 15:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชป.โวเลือกตั้งสมัยหน้ากวาดส.ส.เกินร้อย &#039;จุรินทร์&#039;ผงาดนายกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ต.ค. 64 - นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช และรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้ง ส.ส. ของพรรค ภายหลังจากนายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค ประกาศว่าจะส่งชื่อของ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ในนามของพรรคประชาธิปัตย์ ว่า ถือว่าเป็นการประกาศชัดเจนต่อประชาชนทั้งประเทศว่า ถ้าเลือกพรรคประชาธิปัตย์ จะได้คนดีมีประสบการณ์ทางการเมืองและการบริหารรัฐกิจมายาวนานอย่างนายจุรินทร์ มาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ มีเหตุผล 4 ข้อที่คิดว่า การเลือกตั้งในครั้งหน้า พรรคประชาธิปัตย์จะได้ ส.ส. ไม่ต่ำกว่า 100 คน และจะได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลในครั้งต่อไป ได้แก่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1) การเลือกตั้งในครั้งหน้า จะมี ส.ส. เขตเพิ่มขึ้นมาอีก 50 คน ซึ่งในภาคใต้ จะน่าจะมีการเพิ่มเขตเลือกตั้งราวๆ 5 &amp;ndash; 6 เขต ถือเป็นโอกาสอันดีที่พรรคฯ จะได้ ส.ส. ในเขตภาคใต้เพิ่มขึ้น โดยคาดว่า ทางพรรคฯ น่าจะได้ ส.ส.ในภาคใต้ ไม่ต่ำกว่า 40 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) การทำงานของ 7 รัฐมนตรีของพรรค โดยเฉพาะนายจุรินทร์ และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ และเลขาธิการพรรค ในเรื่องของนโยบายประกันรายได้เกษตรกรนั้น เป็นการช่วยเหลืออย่างตรงจุด ทำให้เกษตรกรมีรายได้ที่เป็นหลักประกันมากขึ้น อีกทั้งการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้านการค้าและการส่งออกของประเทศไทยขณะนี้ มีตัวเลขที่พุ่งสูงท่ามกลางวิกฤติการระบาดของไวรัสโควิด &amp;ndash; 19 ก็มาจากการทำงานที่เข้มข้นรัฐมนตรีของพรรค ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่ทำให้พรรคได้รับความนิยมมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3) บทบาทของ ส.ส. ในสภาผู้แทนราษฎรนั้น ถึงแม้ว่า พรรคจะมี ส.ส. &amp;lsquo;เกินครึ่งร้อย&amp;rsquo; มานิดหน่อย แต่ประสิทธิภาพในการทำงานเพื่อเป็นปากเสียงให้กับประชาชนและปกป้องผลประโยชน์ของประเทศก็ยังเข้มข้นเหมือนเดิม รวมทั้งบทบาทการทำหน้าที่ของนายชวน หลีกภัย ในฐานะประธานสภาฯ นั้น ทุกฝ่ายให้การยอมรับว่า นายชวนสามารถทำหน้าที่ได้อย่างเป็นกลางและสร้างภาพลักษณ์ของสภาฯที่ดีให้กับประชาชน&amp;nbsp; ส่วนผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคที่ไม่ได้รับการเลือกตั้งในครั้งที่แล้ว ส่วนใหญ่ก็ยังทำหน้าที่และร่วมทำงานในเขตเลือกตั้งอย่าสม่ำเสมอ จนชาวบ้านต่างคุ้นหน้าคุ้นตาและประทับใจมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4) ขณะนี้ พรรคประชาธิปัตย์ ได้เข้ามาอยู่ในหัวใจของคนรุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น เพราะเนื่องจากว่า ทางพรรคเองก็มีบุคลากรที่เป็นคนรุ่นใหม่ หรือที่เรียกว่า &amp;lsquo;ยังบลัดพรรคประชาธิปัตย์&amp;rsquo; เข้ามาเป็นจำนวนมาก และได้เปิดโอกาสให้มาทำงานร่วมกับพรรคอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งคนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ก็ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า พรรคการเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศไทย ได้ดำเนินการทำการเมืองที่ตรงกับความคิดของคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการพรรคที่ทำงานได้อย่างเป็นรูปธรรม และเสนอความคิดเห็นใหม่ๆ อย่างหลากหลาย ไม่ใช่เหมือนกับพรรคการเมืองที่เคยโฆษณาว่า จะเป็นพรรคของคนรุ่นใหม่ แต่สุดท้ายกลับไปใช่วิธีเดิมๆ ที่คนรุ่นใหม่รังเกียจว่าเป็นการเมืองเก่า จนกระทั่งคนรุ่นใหม่ที่เคยหลงสนับสนุนต่างทยอยถอนตัวออกมาบ้างแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมเห็นว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คนปัจจุบันนั้น มีความพร้อมและเหมาะสมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะเริ่มทำงานทางการเมืองกับพรรคฯ มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่เป็นยุวพรรคประชาธิปัตย์ จนได้เป็น ส.ส.สมัยแรก เมื่อปี 2529 และผ่านงานสำคัญๆ ทั้งในฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร เช่น ประธานคณะกรรมการประสานงานทั้งสองฝ่าย (วิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้าน) ผ่านการเป็นรัฐมนตรีมาหลายกระทรวง เช่น รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ดูแลการท่องเที่ยวและกีฬา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สาธารณสุข และปัจจุบัน เป็นรองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งถือเป็นนักบริหารรัฐกิจมืออาชีพ ที่มีประสบการณ์ถึง 35 ปี และไม่มีประวัติด่างพร้อยในเรื่องของการทุจริตประพฤติมิชอบ ดังนั้น ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ ทำให้นายจุรินทร์ ถือว่ามีความโดดเด่นที่จะเป็นตัวเลือกของประชาชนในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคฯ ขณะนี้ ก็ได้เตรียมความพร้อมที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งอยู่ตลอดเวลา เพื่อที่จะทำให้พรรคประชาธิปัตย์ กลับมาอยู่ในหัวใจของประชาชนและคนรุ่นใหม่ โดยมีเป้าหมายว่า ส.ส.ต้อง &amp;lsquo;เกินร้อย&amp;rsquo; และเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลครั้งต่อไป&amp;rdquo; นายชัยชนะ ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118623</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์  ลักษณวิศิษฎ์, ชัยชนะ เดชเดโช, นายกฯ, ปชป., ส.ส.เกินร้อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210428/image_big_6088dba4597d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115765</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2021 11:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2021 11:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองโฆษกปชป.เย้ย&#039;เต้น&#039;คนรู้ทันไม่ร่วมม็อบ ไล่ไปหาสมาชิกพรรคใหม่ดีกว่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ย. 64 - นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช และรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำเครือข่ายไล่ประยุทธ์ อ้างว่าการชุมนุมที่แยกอโศกวันที่ 5 ก.ย. ประชาชนไม่สามารถมาชุมนุมแสดงพลังขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ เนื่องจากยังมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด - 19 ว่า ถือเป็นเรื่องที่คิดไว้แล้วว่า นายณัฐวุฒิ จะต้องหาข้ออ้างเพื่อกลบเกลื่อนสาเหตุที่แท้จริง เพราะเอาเข้าจริงๆ แล้วที่คนออกมาชุมนุมกับนายณัฐวุฒิ และเครือข่าย ไม่เป็นไปตามเป้าหมายนั้น เนื่องจากว่าคนส่วนใหญ่ต่างรู้ทันแล้วว่า นายณัฐวุฒิ ต้องการมวลชนเพื่อเป็นเงื่อนไขและข้อต่อรองทางการเมืองของตนเอง และการไปจัดกิจกรรมย่านใจกลางธุรกิจเหมือนที่เคยทำเมื่อปี 2553 นั้น สะท้อนว่า นายณัฐวุฒิ ยังใช้วิธีการเดิมๆ ที่จะก่อความเดือดร้อนวุ่นวาย เพื่อเป้าหมายของตนเอง โดยไม่สนใจความเดือดร้อนของผู้คนที่ทำมาหากินและดำเนินธุรกิจอยู่ในย่านอโศก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้ง คนที่เคยหลงลมปากของนายณัฐวุฒิ คงเข็ดขยาดหากจะต้องเดิมพันด้วยชีวิต เพื่อแลกกับโอกาสทางการเมืองของผู้อื่น ดังนั้น ทราบมาว่า นายณัฐวุฒิ ได้จับมือกับนายจาตุรนต์ ฉายแสง และนักการเมืองบางส่วน เพื่อจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาใหม่ เพราะฉะนั้น แทนที่เอาเวลาที่ก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง นายณัฐวุฒิ ควรเดินหน้าเพื่อหาคนที่มีอุดมการณ์เดียวกัน มาร่วมเป็นสมาชิกพรรคฯ เพื่อส่งตัวแทนลงแข่งขันในสนามการเลือกตั้ง มากกว่าการใช้มวลชนลงถนนเพื่อกดดันให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองออกมาใช้มาตรการตามกฎหมายเพื่อควบคุมความสงบเรียบร้อย เพราะเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายไม่อยากให้เกิดขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;quot;ยอมรับว่า มีประชาชนจำนวนไม่น้อยที่ไม่พอใจในการบริหารงานของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ซึ่งรัฐบาลและทางพรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้นำเสียงสะท้อนเหล่านั้น มาเป็นส่วนหนึ่งในการนำเสนอปัญหาและนำมาแก้ไขเพื่อให้ทุกฝ่ายมีความพึงพอใจมากที่สุด ทั้งนี้ การที่นายณัฐวุฒิ ออกมาอ้างเรื่องการระบาดไวรัสโควิด - 19 ทำให้คนออกมาน้อยนั้น ก็ต้องถามกลับไปว่า นายณัฐวุฒิ ได้จัดกิจกรรมที่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายและการควบคุมโรคระบาด ซึ่งสร้างความไม่สบายใจต่อผู้เข้าร่วมหรือไม่ หรือจำนวนคนไม่พอที่จะสร้างเงื่อนไขต่อรองเพื่อประโยชน์ของตนเอง จึงต้องออกอาการหงุดหงิดถึงปัจจัยแวดล้อมที่เกิดขึ้น&amp;quot; รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น หากนายณัฐวุฒิ ต้องการมวลชนที่สนับสนุนแนวคิดของตนเองจริงๆ แล้ว ควรดำเนินการหาสมาชิกพรรคฯ ที่นายณัฐวุฒิ ร่วมก่อตั้งกับนายจาตุรนต์และบุคคลอื่นๆ และคัดเลือกผู้เหมาะสมลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคฯ จะดีกว่าการหาวิธีการเพื่อสร้างภาพว่ามีคนมาร่วมกิจกรรมกับนายณัฐวุฒิ และเครือข่าย เพราะนอกจากมีคนจับได้ไล่ทันแล้ว นายณัฐวุฒิ ก็ต้องเหนื่อยที่จะต้องหาเหตุผลอื่นๆ มากลบเกลื่อนความล้มเหลวของนายณัฐวุฒิ ที่ไม่สามารถระดมคนเพื่อเป้าหมายของตัวเองได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115765</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยชนะ เดชเดโช, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, บิ๊กตู่, ม็อบ, รองโฆษกปชป.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210906/image_big_6135967493e7e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114834</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2021 14:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2021 14:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองโฆษก ปชป. เตือน &#039;ณัฐวุฒิ-สมบัติ&#039; หากม็อบรุนแรง ต้องรับผิดชอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ส.ค.64 - นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช และรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกิจกรรม Car Mob - Call out ในวันที่ 29 สิงหาคมนี้ &amp;nbsp;โดยมีนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด เป็นผู้แถลงกิจกรรมเมื่อวันที่ 26 ส.ค.ที่ผ่านมาว่า ตนเห็นว่า ทั้งนายณัฐวุฒิ และ นายสมบัติ ออกหน้าแถลงถึงกิจกรรมดังกล่าวนี้ ก็ย่อมปฏิเสธไม่ได้ว่า บุคคลทั้งสองถือเป็นแกนนำสำคัญในการดูแลควบคุมมวลชนที่มาร่วมกิจกรรม ทั้งนี้ ตามโปรแกรมระบุว่า จะมีการตั้งขบวนตั้งแต่ &amp;nbsp;ทางลงอุโมงค์เกษตรมุ่งหน้าวิภาวดี &amp;nbsp;โดยจะเริ่มเคลื่อนขบวนในเวลา 15.00 น. จนถึงปลายทางสวนเทพปทุม เพื่อเปิดปราศรัยและปิดกิจกรรม รวมระยะทาง &amp;nbsp;50 กิโลเมตร และจะมีการประกวดแต่งรถ ป้ายข้อความ ภาพนิ่ง คลิปเคลื่อนขบวน กองเชียร์ข้างทางด้วย ซึ่งตนเห็นว่า กิจกรรมที่จะเกิดขึ้นนั้น ย่อมมีความเสี่ยงที่จะมีการกระทำผิดตามมาตรการของทาง ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) รวมทั้ง อาจจะกระทำผิดกฎหมายเพิ่มเติม หากไม่สามารถควบคุมมวลชนให้อยู่ในขอบเขตของข้อเรียกร้องได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยชนะ กล่าวต่อว่า ดังนั้น ตนจึงขอเรียกร้องทั้งนายณัฐวุฒิ และ นายสมบัติ ถึงกิจกรรมดังกล่าว ในฐานะที่บุคคลทั้งสอง เป็นผู้ให้ข้อมูลและจัดกิจกรรม คือ ขอให้บุคคลทั้งสอง วางมาตรการให้ผู้ร่วมกิจกรรม ดำเนินการตามมาตรการทางสาธารณสุข เช่น เว้นระยะห่าง ระหว่างการเคลื่อนขบวน การใส่หน้ากากอนามัย เป็นต้น เพื่อควบคุมไม่ให้เกิดคลัสเตอร์ขนาดใหญ่ และรับประกันเรื่องความปลอดภัยให้กับผู้ร่วมกิจกรรม ต่อมา ขอให้ควบคุมเนื้อหาทั้งป้ายผ้า คำปราศรัย หรือสื่ออื่นใด ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของผู้ชุมนุม โดยไม่ให้มีการพาดพิงถึงบุคคลอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้อง เพราะระยะหลังๆ มีการนำเรื่องที่สร้างความไม่สบายใจให้กับประชาชน มาโจมตีกันอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย และหากมีการประกาศยุติกิจกรรมแล้ว ก็ขอให้หยุดกิจกรรมจริงๆ ไม่ใช่ยุติแต่ปาก หรือเป็นการส่งสัญญาณให้มีการก่อเหตุรุนแรง เพราะหากมีเหตุรุนแรงที่เริ่มจากฝ่ายผู้ชุมนุมแล้ว จะอ้างหรือปัดความรับผิดชอบไม่ได้ว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องเพราะได้ประกาศยุติการชุมนุมไปแล้ว ดังเช่น เหตุการณ์ที่แยกดินแดงในหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การที่นายณัฐวุฒิ และนายสมบัติ รับหน้าเสื่อจัดกิจกรรมฯ เพื่อขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ ในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสที่จะได้พิสูจน์ว่า นายณัฐวุฒิ มีความรับผิดชอบต่อมวลชนหรือไม่ หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น เพราะที่ผ่านๆมา นอกจากยังไม่สามารถรับผิดชอบได้อย่างครบถ้วน จากเหตุการณ์การชุมนุมเมื่อ 10 กว่าปีแล้ว ยังมีส่วนทำให้ผู้ที่หลงเชื่อ ต้องติดคุกติดตะราง บ้านแตกสาแหรกขาด และยังต้องชดใช้ค่าเสียหายจากการละเมิดทรัพย์สินของทางราชการ เป็นจำนวนหลายล้านบาท โดยที่นายณัฐวุฒิ ไม่ได้รับผิดชอบตามคำที่ประกาศแต่อย่างใด ส่วนนายสมบัตินั้น ก็ทราบกันดีว่า มีมุมมองทางการเมืองอย่างไร ซึ่งผมหวังว่า นายสมบัติ คงจะมีขอบเขตการเคลื่อนไหวในครั้งนี้ เพื่อเป็นการโจมตีจุดบกพร่องการทำงานของรัฐบาลจริงๆ เพราะถ้าหากเอาเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องมาอยู่ในกิจกรรมแล้ว ก็คงยากที่จะทำให้คนที่ไม่พอใจรัฐบาล มาเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งต่อๆไปได้ &amp;nbsp;&amp;rdquo; นายชัยชนะ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114834</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยชนะ เดชเดโช, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, สมบัติ ลายจุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210424/image_big_6084148249571.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106143</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2021 15:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2021 15:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชป. ชี้แก้กติกาเลือกตั้งไม่ได้สกัดกั้นบางพรรค ส.ส.จะมากหรือน้อยอยู่ที่ปชช.เลือก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มิ.ย.64 -&amp;nbsp;นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช และรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความคืบหน้าในการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ขณะนี้กระบวนการในการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีความคืบหน้าไปมาก โดยนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช ในฐานะรองประธานวิปรัฐบาล ระบุว่า จะนำร่างแก้ไขเพิ่มเติมรายมาตรา ที่มีพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทยและพรรคชาติไทยพัฒนา ร่วมกันเสนอ จำนวน 7 ฉบับ ซึ่งได้เพิ่มเติมจากร่างของพรรคภูมิใจไทย ที่ต้องการเพิ่มเรื่องอำนาจสิทธิและการคุ้มครองประชาชนในการรับบริการของรัฐมาประกอบด้วย และจะมีการพิจารณาร่วมกัน เพื่อให้ทันกับการประชุมร่วมกันของรัฐสภา คาดว่าจะเกิดขึ้นในปลายเดือนมิถุนายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ทางพรรคฯ ยืนยันมาตลอดว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีข้อบกพร่อง หลายประการไม่สามารถสร้างประชาธิปไตยให้สมบูรณ์แบบได้ ดังนั้น พรรคประชาธิปัตย์ และอีก 2 พรรคการเมือง จึงได้เสนอร่างแก้ไขที่มีเนื้อหาที่สามารถประสานประโยชน์ให้กับทุกฝ่ายในสภา โดยยึดถือประโยชน์ของประชาชนเป็นหลักใหญ่ใจความ เพื่อนำไปสู่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ได้ในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยชนะ กล่าวอีกว่า ส่วนประเด็นเรื่องกระบวนการเลือกตั้งนั้น ตนเห็นว่าทิศทางที่เป็นไปได้มากที่สุดคือ ให้มี ส.ส.เขต 400 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน โดยใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เหมือนกับในรัฐธรรมนูญ 2540 เพราะนอกจากประชาชนมีความคุ้นเคยในการเลือกตั้งแบบบัตร 2 ใบ เหมือนกับที่ผ่านมาแล้ว การใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ จะสะท้อนเจตนารมณ์ที่แท้จริงของประชาชนได้มากกว่า เพราะการที่ประชาชนมีความลำบากใจในการเลือกตั้งครั้งที่แล้วจากบัตรใบเดียว แต่มีเพียงไม่กี่หน่วยงานที่ได้ประโยชน์เนื่องจากเป็นการประหยัดงบประมาณ แต่กลับสร้างปัญหาในการทราบความต้องการที่แท้จริงของประชาชนนั้น ถือเป็นการบิดเบือนพื้นฐานของประชาธิปไตย ที่จำเป็นจะต้องมีการแก้ไขให้ถูกต้องจากตัวแทนของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนที่มีข้อวิจารณ์ว่า พรรคการเมืองหลายพรรคอาจจะได้ประโยชน์ภายหลังจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในประเด็นเรื่องของการเลือกตั้ง ว่าจะได้ ส.ส. เพิ่มขึ้นหรือเป็นการสกัดกั้นไม่ให้บางพรรคการเมือง กลับมามี ส.ส.ได้อีกนั้น ผมว่า คนที่จะให้พรรคการเมือง มี ส.ส. มากหรือน้อยนั้น ไม่ใช่กฎกติกาตามที่ระบุในรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด ผมกลับมองว่า ประชาชนคนไทยที่มีสิทธิ์เลือกตั้งทุกคน เป็นผู้ให้คำตอบว่า พรรคใดจะมี ส.ส. มากหรือน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น แทนที่จะวิจารณ์เรื่องตัวระบบ ผมคิดว่าควรกลับไปคิดหาบุคคลที่ประชาชนให้การยอมรับในพื้นที่นั้นๆ และคิดหานโยบายที่สามารถสร้างประโยชน์ให้กับประชาชน โดยไม่สร้างภาระงบประมาณในภายหลัง รวมทั้งต้องมีแนวคิดและทัศนคติทางการเมืองที่เหมาะที่ควร ไม่สร้างความลำบากใจให้กับคนส่วนรวม เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจเลือกในวันเลือกตั้งจะดีกว่า&amp;rdquo; นายชัยชนะกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106143</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยชนะ เดชเดโช, พรรคประชาธิปัตย์, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210612/image_big_60c46dc8bf818.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104553</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2021 09:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2021 09:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชป.ไม่ตกขบวน &#039;ชัยชนะ&#039; ไล่ทุบ ส.ส.โรงน้ำแข็ง สังกัดพรรคก้าวไกล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 พ.ค.64 - นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช และรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่ากรณีที่ นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความที่สร้างความสับสนให้กับประชาชน โดยอ้างว่า วัคซีนที่ ส.ส.ฉีด มี 2 ประเภท คือส.ส.รัฐบาล ได้ฉีดแอสตราเซเนก้า ส่วน ส.ส.ฝ่ายค้านได้ฉีดชิโนแวคนั้น นายประเสริฐพงษ์ต้องออกมาชี้แจงและแสดงความรับผิดชอบ เพราะการพูดจาในลักษณะแบบนี้ ไม่ได้ก่อเกิดประโยชน์อันใดแก่ประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้งยังสร้างความกินแหนงแคลงใจให้กับเพื่อนสมาชิกฯ ด้วยกันเอง ซึ่งตนไม่เข้าใจว่า ทำไมบางพรรคการเมืองถึงมีพฤติกรรมค้านทุกเรื่องและเล่นการเมืองแบบไม่เอาใครเลย ทั้งๆที่วิกฤตการระบาดของไวรัสโควิด - 19 ส่งผลกระทบต่อชีวิตของประชาชนทุกคนโดยถ้วนหน้าและทุกฝ่ายมีความเชื่อว่า การฉีดวัคซีน ถือเป็นหนทางในการสร้างภูมิคุ้มกันและสร้างความมั่นใจว่า จะสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติ &amp;nbsp;แต่นายประเสริฐพงษ์กลับมาพูดจาแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ทั้งนี้ &amp;nbsp;ในวิกฤตที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเหตุสึนามิเมื่อปี 2547 หรือมหาอุทกภัยในปี 2554ซึ่งเป็นช่วงที่พรรคประชาธิปัตย์ ทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านนั้น ก็ได้ลงพื้นที่ประสานงานและช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัย โดยไม่มีเรื่องการแบ่งว่าใครเป็นใคร เพราะทุกคนก็ถือว่าเป็นคนไทยจะต้องร่วมทุกข์ร่วมสุขและแบ่งปันกัน ดังนั้น การที่มี ส.ส. บางพรรคพูดจาโดยเอาประเด็นอ่อนไหวมาทำให้เป็นเรื่องการเมืองนั้น ถือเป็นพฤติกรรมที่น่ารังเกียจและไม่สมควรกระทำเป็นอย่างยิ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นี่ถือเป็นอีกพฤติกรรมหนึ่ง ที่ไม่ต้องให้คนใต้ตาแจ้ง แต่คนทั้งประเทศก็ตาแจ้งแล้วว่า มี ส.ส.บางราย ไม่ได้ทำหน้าที่สมกับที่ประชาชนไว้วางใจ ในช่วงที่ผ่านมา มีข่าวปรากฏว่า ส.ส.ของพรรคที่นายประเสริฐพงษ์ สังกัดอยู่ได้รับการฉีดวัคซีนเป็นกลุ่มคนแรกๆ ในประเทศ แต่ก็ไม่ได้มีการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนหรือบอกกล่าวว่า หลังการฉีดวัคซีนแล้ว มีผลข้างเคียงหรือไม่อย่างไร ดังนั้น ผมจึงอยากให้นายประเสริฐพงษ์ ออกมารับผิดชอบต่อสิ่งที่ได้โพสต์ไปแล้ว และช่วยบอกให้ประชาชนได้ทราบข้อเท็จจริงว่า &amp;nbsp;หลังจากที่ฉีดแล้ว มีสภาพร่างกายเป็นอย่างไรบ้าง เพื่อที่จะเป็นข้อมูลสำหรับประชาชนในการตัดสินใจฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด - 19 ต่อไป&amp;rdquo; นายชัยชนะ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104553</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยชนะ เดชเดโช, ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210424/image_big_6084148249571.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100585</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2021 19:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2021 19:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชีวิตคนสำคัญกว่า &#039;ส.ส.ปชป.&#039; จี้รัฐบาลสั่งล็อกดาวน์ทั่วประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 เม.ย. 64 -&amp;nbsp;นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช และรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ที่ยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นจำนวนมาก ว่า ตนได้นำเสนอแนวทางมาตรการเพื่อป้องกันการระบาด และเสนอไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ว่าให้ดำเนินมาตรการล็อกดาวน์ทุกพื้นที่ของประเทศไทย แต่รัฐบาลไม่ยอมทำ เพราะกังวลเรื่องภาพลักษณ์ทางเศรษฐกิจว่าจะส่งผลให้แย่ลงจากเดิม ซึ่งจากวันนั้นมาถึงวันนี้ ตัวเลขผู้ที่ติดเชื้อเพิ่มขึ้นในทุกวัน และไม่มีท่าทีว่าจะลดลงได้เลยถ้ารัฐบาลไม่ได้มีมาตรการที่ชัดเจน ซึ่งจะส่งผลให้เตียงในโรงพยาบาลสนามไม่น่าจะเพียงพอในการรองรับผู้ป่วยในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยชนะ กล่าวว่า ตนจึงขอเสนอ 5 แนวทาง ให้นายกรัฐมนตรีลองพิจารณา เพื่อแก้ไขปัญหาการระบาดและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ดังนี้ 1.ดำเนินการล็อกดาวน์ทั่วประเทศ โดยห้ามเดินทางข้ามในแต่ละจังหวัด เป็นเวลา 15 วัน รวมทั้งออกประกาศห้ามประชาชนรวมกลุ่มตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป และไม่ออกจากเคหสถานตั้งแต่เวลา 23.00-04.00 น. 2.ไทม์ไลน์กลุ่มที่เสี่ยงในแต่ละจังหวัดต้องมีความชัดเจนและตรวจสอบย้อนหลังไปยังบุคคลที่สัมผัสได้ 3.ให้แต่ละท้องถิ่นเตรียมพร้อมสถานที่สำหรับกักตัว ในแต่ละพื้นที่ 4.เร่งตรวจเชื้อบุคคลที่สุ่มเสี่ยงทุกระดับ 5.ผลักดันเงินเยียวยาให้ออกมาเร็วขึ้น ส่วนมาตรการที่ผู้ว่าราชการแต่ละจังหวัดออกมา ทั้งการปรับเงิน 20,000 บาท หากไม่สวมใส่หน้ากากอนามัยเมื่อไปสถานที่สาธารณะ การห้ามข้าราชการหรือพนักงานของรัฐเดินทางข้ามจังหวัดและงดจัดงานสัมมนา การกำหนดเวลาห้ามประชาชนออกนอกเคหสถาน ถือเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมที่แต่ละจังหวัดไม่นิ่งเฉย และพร้อมที่จะหามาตรการใหม่ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดภายในจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถึงเวลาที่นายกรัฐมนตรี ต้องแสดงความเด็ดขาดในการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกลับไปใช้มาตรการการล็อกดาวน์ ซึ่งต้องยอมรับว่าจะสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ แต่ชีวิตมนุษย์ถือว่ามีความสำคัญในการสร้างสรรค์กิจกรรมทางเศรษฐกิจให้กลับมาฟื้นตัวดังเดิมได้&amp;quot; นายชัยชนะ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100585</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยชนะ เดชเดโช, ล็อกดาวน์, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210424/image_big_6084148249571.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96549</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2021 08:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2021 08:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปชป.&#039;ย้ำรธน.ควรแก้ไข ซัดพรรคแกนนำไม่มีความจริงใจ ขายผ้าเอาหน้ารอด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
19 มี.ค.64 - นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช และรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์&amp;nbsp; กล่าวถึงผลการลงมติในการแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 3 ในการประชุมร่วมรัฐสภา เมื่อวันที่ 17&amp;nbsp; มีนาคม ที่ผ่านมาว่า ตนยืนยันว่า ได้ใช้สิทธิลงคะแนนเพื่อเห็นชอบในร่างรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นการย้ำให้เห็นว่า พรรคประชาธิปัตย์ยังยืนยันจุดเดิมที่มองว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน มีข้อบกพร่องหลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยชนะ กล่าวว่า ประเด็นที่สมควรแก้ไข เช่น สิทธิเสรีภาของประชาชนที่ยังมีข้อจำกัด การดำเนินการในการปราบปรามการทุจริตที่ไม่สมเหตุสมผล กระบวนการได้มาซึ่ง ส.ส. ตามวิธีการในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันก็พบว่าได้บุคคลที่ขาดวุฒิภาวะ แต่กลับมีความใกล้ชิดผู้ที่มีอำนาจในพรรค สามารถดำรงตำแหน่ง ส.ส.ได้ ทำให้ประชาชนเกิดความเอือมระอาถึงบุคคลประเภทนี้ว่า ทำงานไม่สมกับที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน รวมทั้งบางพรรค มีส.ส.คนเดียวเกือบ 20 พรรค เนื่องจากอานิสงส์ของรัฐธรรมนูญที่ไม่ได้กำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำของคะแนนเสียงเอาไว้ จึงทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่มีพรรคร่วมรัฐบาลมากกว่า 10 พรรค และยังมีปัญหาเรื่อง ลิงกินกล้วย ให้ประชาชนกระแหนะกระแหนอยู่เสมอ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยชนะ กล่าวต่อว่า ประชาชนสงสัยในท่าทีของพรรคแกนนำรัฐบาลว่า ไม่มีความจริงใจที่จะดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตั้งแต่แรก เหมือนกับสำนวนที่ว่าขายผ้าเอาหน้ารอด เช่น&amp;nbsp; บรรจุเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้ในคำแถลงนโยบายของรัฐบาล เมื่อคราวการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา พอแต่ละพรรคที่ร่วมรัฐบาลเริ่มมีการทวงถามประกอบกับมีมวลชนมากดดันเรื่องนี้มากๆ เข้า จึงไม่สามารถฝืนกระแสได้ จึงต้องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาหลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฯ ซึ่งเรื่องดูเหมือนจะจบด้วยดี เพราะมีการพิจารณาไปถึงขั้นตอนที่จะลงมติในวาระ 3 แล้ว แต่ปรากฏว่า มี ส.ส. และ ส.ว. บางคน ไปยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ตรวจสอบ และทำให้มีคำวินิจฉัยที่สร้างความอิหลักอิเหลื่อให้กับสมาชิกว่า จะทำอย่างไรถึงจะถูกต้องตามกฎหมายและไม่เป็นปัญหาให้กับหลายๆฝ่ายในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงปรากฏว่า มี ส.ส. บางพรรคหลายคนเลือกที่จะนั่งอยู่เฉยๆ ไม่กล้าออกเสียงเพื่อตัดสินใจในกรณีนี้&amp;nbsp; ดังนั้น ตนเคารพคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ แต่ในเมื่อผลการลงมติออกมาเป็นแบบนี้ ก็ถือว่ากระบวนการทั้งหมด จำเป็นจะต้องมีการกลับไปถามประชาชนตั้งแต่แรกโดยทำประชามติว่า สมควรให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่หรือไม่ เพราะฉะนั้น จะเห็นได้ว่า จากเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมา พอจะประมวลได้ว่า พรรคแกนนำรัฐบาลไม่ปฏิบัติตามคำแถลงนโยบายของรัฐต่อสภา และยังยอมที่จะให้เกิดคำครหาว่า &amp;lsquo;รัฐธรรมนูญนี้ออกแบบมาเพื่อพวกเรา&amp;rsquo; ติดตัวกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยที่ไม่ยอมให้เกิดการแก้ไขเพิ่มเติมใดๆ ทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมลงมติให้ผ่านในวาระ 3 และคิดต่อไปว่า จะเอาร่างที่ผ่านการลงมติในวาระ 3 นี้ ไปให้ประชาชนทำประชามติก่อน&amp;nbsp; เพื่อยืนยันหลักการที่ว่า &amp;lsquo;ประชาชนเป็นผู้สถาปนารัฐธรรมนูญ&amp;rsquo; ซึ่งผลประชามติออกมาอย่างไร ตนก็พร้อมน้อมรับอยู่แล้ว แต่ขณะเดียวกัน ความจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย เพื่อประโยชน์ส่วนรวมนั้น ถือเป็นเรื่องที่ทุกพรรคการเมือง จะต้องทำให้ประชาชนเห็น ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นในการประชุมร่วมฯ เมื่อวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมานั้น คนที่จะต้องตอบคำถามกับประชาชนก็คือคนที่แสดงท่าทีที่นอกเหนือจากการลงมติ เช่น&amp;nbsp; การอยู่เฉยๆ ในห้องเมื่อถึงคราวที่ถูกเรียกชื่อ&amp;rdquo; นายชัยชนะ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96549</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแก้ไขรัฐธรรมนูญ, ชัยชนะ เดชเดโช, พรรคร่วมรัฐบาล, โหวตวาระ 3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210319/image_big_6054014f006dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
