<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101125</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2021 09:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2021 09:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข่าวดี &#039;กยศ.&#039;เลิกเกณฑ์ให้มีคนค้ำประกันกู้เงินเรียนประเดิมปีการศึกษา 2564 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 เมษายน 2564 นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการกองทุน กยศ.ได้มีมติเห็นชอบให้ยกเลิกการกำหนดให้มีผู้ค้ำประกันการชำระเงินคืนกองทุน สำหรับผู้กู้ยืมเงินที่ได้รับอนุมัติให้กู้ยืมเงินและทำสัญญากู้ยืมเงินใหม่ตั้งแต่ปีการศึกษา 2564 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังเห็นชอบมาตรการเพื่อช่วยเหลือแบ่งเบาภาระของผู้กู้ยืมเงินที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ประกอบด้วย 1. ลดอัตราดอกเบี้ยเหลือ 0.01% ต่อปี เป็นการเฉพาะกิจ สำหรับผู้กู้ยืมเงินที่อยู่ระหว่างการชำระเงินคืนกองทุนและมิได้เป็นผู้ผิดนัดชำระหนี้หรือเคยเป็นผู้ผิดนัดชำระหนี้ (ปกติกองทุนคิดดอกเบี้ย 1% ต่อปีของเงินต้นคงเหลือ) โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. &amp;ndash; 31 ธ.ค. 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ขยายระยะเวลามาตรการช่วยเหลือผู้กู้ยืมสู้ภัยโควิด จากเดิมสิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย. 2564 เป็นสิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค. 2564 ประกอบด้วย ลดเบี้ยปรับ 100% กรณีชำระหนี้ปิดบัญชี สำหรับผู้กู้ยืมเงินทุกรายที่ยังไม่ถูกดำเนินคดี สามารถชำระได้ที่ธนาคารกรุงไทยและธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.) หรือไอแบงก์ ทุกสาขา ส่วนผู้กู้ยืมเงินที่ถูกดำเนินคดีต้องลงทะเบียนขอรับสิทธิและนัดหมายวันที่ประสงค์จะชำระหนี้ปิดบัญชีได้ที่ www.studentloan.or.th &amp;nbsp;โดยผู้กู้ยืมเงินต้องชำระค่าทนายความและค่าฤชาธรรมเนียมศาลให้เสร็จสิ้นก่อนปิดบัญชี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังลดเบี้ยปรับ 80% สำหรับผู้กู้ยืมเงินที่ยังไม่ถูกดำเนินคดีที่ชำระหนี้ค้างทั้งหมดให้มีสถานะปกติ และลดเงินต้น 5% สำหรับผู้กู้ยืมเงินที่อยู่ระหว่างการชำระเงินคืนกองทุนและมิได้เป็นผู้ผิดนัดชำระหนี้หรือเคยเป็นผู้ผิดนัดชำระหนี้ โดยชำระหนี้ปิดบัญชีในคราวเดียว รวมทั้งลดอัตราการคิดเบี้ยปรับเหลือ 0.5% ต่อปี สำหรับผู้กู้ยืมเงินที่ยังไม่ถูกดำเนินคดีและไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ชะลอการฟ้องร้องดำเนินคดี สำหรับผู้กู้ยืมเงินที่ผิดนัดชำระหนี้ประจำปี 2563 และปี 2564 ยกเว้นคดีที่จะขาดอายุความในปี 2564 และ 4. งดการขายทอดตลาด ทรัพย์สินของผู้กู้ยืมเงิน และ/หรือผู้ค้ำประกัน ที่กองทุนได้ขอให้กรมบังคับคดียึดทรัพย์ไว้จนถึงสิ้นปี 2564 โดยกองทุนจะต้องได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้กู้ยืมเงิน และ/หรือผู้ค้ำประกันที่ถูกยึดทรัพย์ รวมทั้งผู้มีส่วนได้เสีย เช่น ผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วม ผู้รับจำนองที่ยึดไว้ (ถ้ามี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101125</URL_LINK>
                <HASHTAG>กยศ., ชัยณรงค์ กัจฉปานันท์, ยกเลิกคนค้ำประกัน, ลดดอกเบี้ย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210429/image_big_608a14262d4a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79048</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2020 09:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2020 09:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กยศ.&#039;เคาะเกณฑ์ปล่อยกู้ปีการศึกษา64ชูลดดอกเบี้ย/เรียนสาขาที่ตลาดต้องการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ย.2563 นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ได้เห็นชอบแนวทางการให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2564 ทั้ง 4 ลักษณะ ดังนี้ &amp;nbsp;1. นักเรียนหรือนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เป็นผู้กู้ยืมที่มีรายได้ครอบครัวต่อปีไม่เกิน 360,000 บาท ให้กู้ยืมเงินเป็นค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา ค่าครองชีพ ในระดับมัธยมปลาย ปวช. ปวท./ปวส. และอนุปริญญา/ปริญญาตรี โดยกำหนดชำระเงินคืนภายใน 15 ปี ระยะเวลาปลอดหนี้ 2 ปี ภายหลังสำเร็จการศึกษา อัตราดอกเบี้ย 1% ต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. นักเรียนหรือนักศึกษาที่ศึกษาในสาขาวิชาที่เป็นความต้องการหลัก ซึ่งมีความชัดเจนของการผลิตกำลังคนและมีความจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ และ 3. นักเรียนหรือนักศึกษาที่ศึกษาในสาขาวิชาขาดแคลน หรือที่กองทุนมุ่งส่งเสริมเป็นพิเศษ ให้เงินกู้ยืมเงินเป็นค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา ระดับปวช. ปวท./ปวส. และอนุปริญญา/ปริญญาตรี โดยกำหนดชำระเงินคืนภายใน 15 ปี ระยะเวลาปลอดหนี้ 2 ปี ภายหลังสำเร็จการศึกษา อัตราดอกเบี้ย 1% ต่อปี หากเป็นผู้ที่มีรายได้ครอบครัวต่อปีไม่เกิน 360,000 บาท จะสามารถกู้ยืมค่าครองชีพได้และได้รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0.75% ต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. นักเรียนหรือนักศึกษาที่เรียนดีเพื่อสร้างความเป็นเลิศ ให้กู้ยืมเงินเป็นค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา ระดับประกาศนียบัตรบัณทิตและปริญญาโท เพื่อสร้างความเป็นเลิศด้านการวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อพัฒนาประเทศไทย ผู้กู้ต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีมีเกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3.00 โดยกำหนดชำระเงินคืนภายใน 10 ปี ระยะเวลาปลอดหนี้ 1 ปี ภายหลังสำเร็จการศึกษา อัตราดอกเบี้ย 1% ต่อปี หากเป็นผู้ที่มีรายได้ครอบครัวต่อปีไม่เกิน 360,000 บาท จะสามารถกู้ยืมค่าครองชีพได้และได้รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0.50% ต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี กยศ. อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบจัดการการให้กู้ยืมแบบดิจิทัล ที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ สนับสนุนการดำเนินการให้กู้ยืมทั้งกระบวนการ ตั้งแต่การยื่นกู้ พิจารณาอนุมัติ การจัดทำสัญญากู้ยืมเงิน ซึ่งจะเริ่มดำเนินการพร้อมกับการให้กู้ยืมทั้ง 4 ลักษณะดังกล่าวในปีการศึกษา 2564 สถานศึกษาและผู้กู้ยืมจะได้รับความสะดวกรวดเร็วในการกู้ยืมมากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.studentloan.or.th&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79048</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.), ชัยณรงค์ กัจฉปานันท์, เคาะเกณฑ์ปล่อยกู้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190823/image_big_5d5fb0858c2c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77191</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2020 09:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2020 09:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กยศ.การันตีมีเงินพอให้ทุกคนพร้อมปรับวงเงินกู้ยืมเพิ่มเป็น 37,000 ล้านบาท </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย. 2563 นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ได้เปิดเผยว่า &amp;ldquo;คณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาได้มีมติอนุมัติกรอบการให้กู้ยืมปีการศึกษา 2563 จากเดิมที่กองทุนได้กำหนดกรอบการให้กู้ยืม 34,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็น 37,000 ล้านบาท เพื่อรองรับผู้กู้ยืมจำนวนกว่า 650,000 ราย เนื่องจากขณะนี้มีผู้กู้ยืมรายใหม่ยื่นคำขอกู้ยืมมากกว่ากรอบการให้กู้ยืมที่เคยตั้งไว้เป็นจำนวนมาก และกองทุนได้มีการปรับคุณสมบัติเฉพาะรายได้ต่อครอบครัวของผู้กู้ยืมที่ขาดแคลนทุนทรัพย์จากไม่เกิน 200,000 บาทต่อปี เป็นไม่เกิน 360,000 บาทต่อปี รวมถึงมีครอบครัวของผู้กู้ยืมที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นจากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) ทั้งนี้ การขยายกรอบการให้กู้ยืมดังกล่าวจะช่วยสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียน นักศึกษาเพิ่มขึ้นเพียงพอสำหรับผู้กู้ยืมทั้งรายเก่าและรายใหม่ทุกคนที่มีคุณสมบัติครบตามที่กองทุนกำหนดได้กู้ยืมเรียนโดยไม่มีโควตาของแต่ละสถานศึกษาอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรณีที่ผู้กู้ยืมในกลุ่มสังคมออนไลน์ได้แชร์ข้อความว่ายังไม่ได้รับเงินโอนค่าครองชีพเป็นเดือนที่ 2 และเกรงว่ากองทุนจะไม่มีเงินเพียงพอให้กู้ยืมนั้น กองทุนขอชี้แจงว่า กยศ. เป็นกองทุนหมุนเวียนที่ไม่ได้ขอรับงบประมาณแผ่นดินตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา และขอยืนยันว่าปัจจุบันกองทุนมีเงินเพียงพอให้กับผู้กู้ยืมทุกคน ทั้งนี้ กองทุนขอชี้แจงเงื่อนไขในการโอนเงินการค่าครองชีพว่า หากสถานศึกษาทำการตรวจสอบเอกสารและยืนยันข้อมูลแบบลงทะเบียนผู้กู้ยืมในระบบ e-Studentloan เรียบร้อยแล้ว กองทุนจะโอนเงินค่าครองชีพในเดือนแรกเข้าบัญชีของผู้กู้ยืมในระยะเวลาไม่เกิน 30 วัน และเมื่อสถานศึกษาจัดส่งเอกสารการกู้ยืมที่ถูกต้องและครบถ้วนแล้วกองทุนจะทำการโอนเงินค่าครองชีพของผู้กู้ยืมในเดือนที่ 2 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านความคืบหน้าการกู้ยืมปีการศึกษา 2563 จากการที่กองทุนได้เปิดระบบการกู้ยืม e-Studentloan ให้นักเรียน นักศึกษาดำเนินการยื่นความประสงค์ขอกู้ยืมตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2563 ที่ผ่านมา ได้มีผู้ยื่นขอกู้ยืมแล้วจำนวนกว่า 610,000 ราย โดยกองทุนได้ขยายเวลาในการยื่นแบบคำขอกู้ยืมเงินไปจนถึงวันที่30 กันยายน 2563 ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.studentloan.or.th หรือสอบถามได้ที่ กยศ. Call Center 0 2610 4888 หรือ Line บัญชีทางการ กยศ.&amp;rdquo; ผู้จัดการกองทุนฯ กล่าวในที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77191</URL_LINK>
                <HASHTAG>กยศ, ชัยณรงค์ กัจฉปานันท์, ปล่อยกู้นักศึกษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190911/image_big_5d7910117f59e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70626</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2020 09:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2020 09:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กยศ.&#039; งัดงบเพิ่มอีก6พันล้านปล่อยกู้นักเรียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ค.2563 นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยว่า ในเดือน ก.ค. นี้ ซึ่งเป็นการเปิดเรียนภาคการศึกษา 2563 ทาง กยศ.ได้เตรียมวงเงินสำหรับปล่อยกู้ให้ผู้ปกครองนำไปใช้จ่ายดูแลบุตรหลานในด้านการศึกษาเล่าเรียน จำนวน 34,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6,000 ล้านบาท จากปีก่อนที่ปล่อยกู้ 28,000 ล้านบาท เพื่อรองรับความต้องการของผู้ปกครองที่มีความจำเป็นต้องกู้ยืมมากขึ้น ในช่วงสถานการณ์เชื้อไวรัสโควิด-19กำลังระบาด ซึ่งมีผลกระทบต่อการหารายได้และภาวะเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;ผู้ปกครองมีลูกหลานเรียนอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปลาย, ปวช., ปวส., อนุปริญญา จนถึงระดับปริญญาตรี ไม่ต้องกังวลใจไปว่าจะต้องไปกู้หนี้ยืมสินจากที่อื่น เพื่อหาเงินมาใช้จ่ายเป็นค่าเล่าเรียน เพราะ กยศ. พร้อมเป็นแหล่งเงินกู้ยืมช่วยเหลือประชาชนเพื่อใช้ในการศึกษาเล่าเรียน โดยได้เตรียมวงเงินสำหรับปล่อยกู้มากขึ้นจากปีก่อน6,000 ล้านบาท เพื่อรองรับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 และคิดดอกเบี้ยต่ำเพียง 1% ต่อปี อีกทั้งหลังจบการศึกษายังปลอดหนี้ใน 2 ปีแรก และผ่อนชำระได้ยาวถึง 15 ปี&amp;rdquo; นายชัยณรงค์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายชัยณรงค์ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2563 ยังได้เห็นชอบให้มีการปรับกำหนดการกู้ยืมในปีการศึกษา2563 ใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับการเลื่อนเปิด-ปิดภาคเรียนของสถานศึกษา จากสถานการณ์แพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 สำหรับสถานศึกษาทั่วไป ในภาคเรียนที่ 1 ขอให้ผู้กู้ยืมเงินรายใหม่ลงทะเบียนขอรหัสล่วงหน้าได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึง 31 ส.ค.2563 ส่วนผู้กู้ยืมรายเก่าไม่จำเป็นต้องยื่นลงทะเบียน และสามารถยื่นแบบขอกู้ยืมเงินผ่านระบบ e-Studentloan ได้จนถึงวันที่ 30 ก.ย.2563 จากนั้นสถานศึกษาจะประกาศรายชื่อผู้ได้รับคัดเลือกให้กู้ยืมไม่เกินวันที่ 31 ต.ค. นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ส่วนภาคเรียนที 2 ผู้กู้ยืมสามารถยื่นแบบคำยืนยันการขอกู้ยืมเงินผ่านระบบ e-Studentloan ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.-31 ธ.ค. 2563 จากนั้นสถานศึกษาตรวจสอบและยืนยันแบบลงทะเบียนไม่เกินวันที่ 31 มี.ค. 2564 ขณะที่ภาคเรียนที่ 3 ผู้กู้ยืมสามารถยื่นแบบคำยืนยันการขอกู้ยืมเงินผ่านระบบ e-Studentloan ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.-31 มี.ค. 2564 จากนั้นสถานศึกษาตรวจสอบและยืนยันแบบลงทะเบียนไม่เกินวันที่ 30 เม.ย. 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับสถานศึกษาอาเซียน ในภาคเรียนที่ 1 ได้กำหนดกรอบเวลาเช่นเดียวกับสถานศึกษาทั่วไป แต่ในส่วนภาคเรียนที่ 2 ให้ผู้กู้ยืมยื่นแบบคำยืนยันการขอกู้ยืมเงินผ่านระบบ e-Studentloan ได้ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.2563- วันที่31 ม.ค. 2564 จากนั้นสถานศึกษาตรวจสอบและยืนยันแบบลงทะเบียนไม่เกินวันที่ 31 มี.ค.2564ขณะที่ภาคเรียนที่ 3 ผู้กู้ยืมสามารถยื่นแบบคำยืนยันการขอกู้ยืมเงินผ่านระบบ e-Studentloan ได้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.-31 พ.ค. 2564 จากนั้นสถานศึกษาตรวจสอบและยืนยันแบบลงทะเบียนไม่เกินวันที่ 30 มิ.ย. 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากนี้ ในปีนี้ กยศ. ยังได้ผ่อนปรนเกณฑ์รายได้ของครอบครัวผู้กู้ยืมที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ให้เข้ามากู้ยืมได้เพิ่มขึ้น จากเดิมกำหนดให้มีรายได้ไม่เกินครัวเรือนละ 200,000 บาทต่อปี เพิ่มเป็นไม่เกินครัวเรือนละ 360,000 บาทต่อปี เพื่อผ่อนปรนให้ผู้ปกครองได้มีโอกาสเข้ามากู้ยืมเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน กยศ. ยังได้มีการปรับเพิ่มค่าครองชีพรายเดือนให้ผู้กู้ยืมทุกระดับการศึกษาอีกรายละ 600 บาทต่อเดือน โดยระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จากเดิม 1,200 บาท เพิ่มเป็น 1,800 บาทต่อเดือน ส่วนระดับ ปวช., ปวส. และปริญญาตรี จากเดิม 2,400 บาท เพิ่มเป็น 3,000 บาทต่อเดือน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70626</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.), ชัยณรงค์ กัจฉปานันท์, เปิดเรียนภาคการศึกษา 2563</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190823/image_big_5d5fb0858c2c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45141</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2019 17:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2019 17:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กยศ.พร้อมหาทางช่วยเหลือลูกหนี้ที่ถูกบังคับคดี  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6 ก.ย. 2562 นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เปิดเผยว่า &amp;ldquo;จากกรณีที่ตัวแทนกลุ่มลูกหนี้ กยศ. ที่ถูกบังคับคดี สืบทรัพย์ และยึดทรัพย์ ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้นำฝ่ายค้านเพื่อให้หาทางช่วยเหลือในการชำระหนี้ กยศ. โดยมีข้อเรียกร้องให้ยกเลิกดอกเบี้ย เบี้ยปรับ ค่าทนายความ และค่าธรรมเนียมต่างๆ ให้ชำระเงินคืนเฉพาะเงินต้นทั้งหมดภายในเวลา 15 ปี ยกเลิกการยึดทรัพย์ของผู้กู้และผู้ค้ำประกันทั้งหมด และกรณีผู้ที่ชำระเบี้ยปรับแล้วนั้น ขอให้นำยอดเงินส่วนนี้ไปหักลบจากเงินต้นแล้วให้ชำระคืนต่อไปตามศักยภาพของแต่ละคน รวมถึงขอขยายเวลาการชำระเงินคืน เพราะลูกหนี้ไม่ได้มีงานทำหรือมีเงินเดือนสูงทุกคน นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองทุนขอชี้แจงว่า ที่ผ่านมากองทุนได้มีมาตรการในการช่วยเหลือผู้กู้ยืมเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สิน กยศ. อย่างต่อเนื่อง ซึ่งมาตรการที่กองทุนได้ออกในช่วงที่ผ่านมา มีดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ลดเบี้ยปรับในอัตราร้อยละ 80 สำหรับผู้กู้ยืมเงินทุกกลุ่มที่ค้างชำระหนี้และปิดบัญชีในครั้งเดียว ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2562 &amp;ndash; 29 กุมภาพันธ์ 2563&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ลดเบี้ยปรับในอัตราร้อยละ 75 เฉพาะผู้กู้ยืมเงินกลุ่มก่อนฟ้องคดีที่ชำระหนี้ค้างทั้งหมดให้มีสถานะปกติ (ไม่ค้างชำระ) ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2562 &amp;ndash; 29 กุมภาพันธ์ 2563&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. พักชำระหนี้ 1 ปี สำหรับผู้กู้ยืมที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เฉพาะกลุ่มผู้กู้ยืมก่อนฟ้องคดี กรณีผู้ที่มีงวดชำระเป็นรายปี จะพักชำระหนี้ในงวดปี 2563 และผู้กู้ยืมจะต้องกลับมาชำระหนี้ ในวันที่ 5 กรกฎาคม 2564 ส่วนกรณีผู้ที่มีงวดชำระเป็นรายเดือน จะพักชำระหนี้ 12 เดือน นับตั้งแต่เดือนถัดไปที่กองทุนอนุมัติ โดยในระหว่างพักชำระหนี้กองทุนจะไม่ถือว่าผู้กู้ยืมผิดนัดชำระหนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2562 &amp;ndash; 29 กุมภาพันธ์ 2563 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ปรับลดอัตราเบี้ยปรับหรือค่าธรรมเนียมกรณีผิดนัดชำระเงินกู้ยืมคืน จากอัตราปัจจุบัน (ร้อยละ 12-18 ต่อปี) เหลืออัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ลดเบี้ยปรับในอัตราร้อยละ 75 ของเบี้ยปรับที่มีอยู่ ณ วันทำสัญญาประนีประนอมยอมความที่ศาล สำหรับผู้กู้ยืมที่ถูกดำเนินคดีในปี 2562 และให้โอกาสผ่อนชำระได้สูงสุดไม่เกิน 15 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. ลดหย่อนเงินต้น 3% ณ วันที่ชำระหนี้ปิดบัญชี สำหรับกลุ่มผู้กู้ยืมปกติที่ไม่เคยผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งถือว่าเป็นผู้กู้ยืมชั้นดี หรือผู้กู้ยืมที่อยู่ในช่วงปลอดหนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับข้อเรียกร้องของกลุ่มลูกหนี้ กยศ.นั้น เป็นกลุ่มผู้กู้ที่ถูกฟ้องร้องดำเนินคดีและบังคับคดี ซึ่งลูกหนี้เหล่านี้มีคำพิพากษาแล้วและมีกำหนดอายุความบังคับคดี ทำให้มีข้อติดขัดในประเด็นข้อกฎหมายในการแก้ไขปัญหา อย่างไรก็ตาม กองทุนจะรับเรื่องนี้ไปพิจารณาและส่งเรื่องเพื่อหารือปัญหาข้อกฎหมายกับทางสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อขอคำวินิจฉัยในแนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับเรื่องนี้ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เนื่องจากกองทุนเป็นหน่วยงานของรัฐ จึงจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมาย แต่ในการดำเนินการบังคับตามกฎหมายนั้น กองทุนพยายามดำเนินการด้วยความระมัดระวังและผ่อนปรน เพื่อให้โอกาสแก่ผู้กู้เสมอมา ทั้งนี้ในรายที่ไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา กองทุนจำเป็นต้องใช้สิทธิในการบังคับคดีภายในอายุความ แต่ก็ให้โอกาสแก่ลูกหนี้ในการผ่อนชำระต่อได้อีกระยะหนึ่ง โดยการชะลอการขายทอดตลาดไว้ ซึ่งที่ผ่านมากองทุนได้ทำความเข้าใจกับลูกหนี้ให้รับทราบและเข้าใจในสิ่งที่กองทุนดำเนินการ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ปัจจุบันกองทุนอยู่ระหว่างดำเนินคดีปี 2562 หากผู้กู้รายใดถูกดำเนินคดีขออย่าได้กังวลใจ และให้ไปศาลตามที่นัดหมาย เพื่อขอทำสัญญาประนีประนอม โดยกองทุนจะให้สิทธิในการผ่อนชำระหนี้ต่อได้สูงสุดไม่เกิน 15 ปี ขึ้นกับจำนวนทุนทรัพย์ และยังได้ลดเบี้ยปรับอีก 75% แต่หากผู้กู้ยืมผิดนัดชำระงวดใดงวดหนึ่งในปีที่ 2 จะนำส่วนลดเบี้ยปรับกลับเข้ามาเป็นหนี้คำพิพากษา&amp;rdquo; ผู้จัดการกองทุนฯ กล่าวในที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45141</URL_LINK>
                <HASHTAG>กยศ., ชัยณรงค์ กัจฉปานันท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190823/image_big_5d5fb0858c2c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44573</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2019 17:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2019 17:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ส.ส.ลูกหนี้ กยศ.&quot;โปรดทราบ กองทุนเตรียมหักเงินเดือน ชำระหนี้เงินกู้เร็วๆนี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29ส.ค.62- นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ได้เปิดเผยว่า ปัจจุบัน กองทุนมีผู้กู้ยืมที่ได้รับโอกาสทางการศึกษาจำนวนทั้งสิ้น 5.61ล้านราย ประกอบด้วย ผู้กู้ที่อยู่ระหว่างการศึกษาและปลอดหนี้ 8.03 แสนราย ผู้กู้ที่อยู่ระหว่างการชำระหนี้ 3.66 ล้านราย ผู้กู้ที่ชำระเสร็จสิ้นแล้ว 1.09 ล้านราย และอื่น ๆ อีก 5.72 หมื่นราย เป็นเงินงบประมาณให้กู้ยืมจำนวนกว่า 6.05 แสนล้านบาท กองทุนได้ดำเนินการฟ้องร้องผู้กู้ที่ผิดนัดชำระแล้วทั้งสิ้น 1.7 ล้านคดี โดยเป็นการฟ้องร้องในปี 2562 กว่า 1.1 แสนคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับผลการรับชำระหนี้ในปีงบประมาณ 2562 กองทุนคาดว่าจะได้รับชำระหนี้ประมาณ 3 หมื่นล้านบาท &amp;nbsp;กองทุนขอยืนยันว่าในปีนี้ไม่มีการจำกัดโควตาการให้กู้ยืมเงินสำหรับผู้กู้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยทั้งหมดนี้กองทุนไม่ได้ใช้งบประมาณแผ่นดินซึ่งเป็นผลมาจากการชำระหนี้ที่ดีขึ้นและมาตรการหักเงินเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ดี ในส่วนความคืบหน้าการหักเงินเดือนข้าราชการที่อยู่ในระบบจ่ายตรงของกรมบัญชีกลาง ข้าราชการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) รัฐวิสาหกิจ และบริษัทเอกชนขนาดใหญ่นั้น มีการดำเนินการแล้วกว่า 7 พันหน่วยงาน คิดเป็นเงิน 420 ล้านบาทต่อเดือน จากลูกหนี้ทั้งหมด 4 แสนราย โดยระหว่างจะนี้ดำเนินการหักเงินเดือนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ที่เป็นลูกหนี้ กยศ. ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44573</URL_LINK>
                <HASHTAG>กยศ., ชัยณรงค์ กัจฉปานันท์, ส.ส.ลูกหนี้กยศ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190823/image_big_5d5fb0858c2c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44290</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2019 10:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2019 10:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กยศ.ตั้งเป้าปี 64 ไม่มีใครเบี้ยวหนี้ !หักเงินเดือนผู้กู้ได้ทุกคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26ส.ค.62-กยศ. ลั่นปี 64&amp;nbsp; &amp;nbsp;หักเงินชำระหนี้รายเดือนเผู้กู้&amp;nbsp;ได้ครบทุกราย หลังทำสัญญา องค์กรฃาครัฐ&amp;nbsp; ท้องถิ่นและเอกชน หักเงินเดือนชำระหนี้ ได้รอบคลุมหมด เผยมีลูกหนี้จำยอมจ่ายกนี้แล้ว 90%

นายชัยณรงค์&amp;nbsp; กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) กล่าวถึงสถานการณ์การชำระหนี้ กยศ. ในปัจจุบัน ว่า ขณะนี้ กยศ.ปล่อยเงินกู้ไปแล้วกว่า 6 แสนล้านบาท มีผู้กู้จำนวน 5.6 ล้านคน ในส่วนของผู้ที่ผิดนัดชำระหนี้มีจำนวนร้อยละ 60 ของจำนวนผู้กู้ทั้งหมด ซึ่งจากที่ กยศ. ได้ดำเนินการหักเงินชำระหนี้รายเดือน ตามพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2560 มาตรา 51 วรรคหนึ่ง ที่ระบุว่า ให้บุคคล คณะบุคคล หรือนิติบุคคล ทั้งภาครัฐและเอกชน ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักเงินได้พึงประเมินของผู้ยืมเงินซึ่งเป็นพนักงาน หรือลูกจ้างของผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินดังกล่าว เพื่อชำระเงินกู้ยืมคืนตามจำนวนที่กองทุนแจ้งให้ทราบ ในส่วนของหน่วยงานราชการ กยศ. ได้เข้าไปดำเนินการตาม พ.ร.บ.ดังกล่าวแล้ว แบ่งเป็นหน่วยงานของกลางจำนวน 200 แห่ง และหน่วยงานส่วนท้องถิ่นอีกประมาณ 6,000 กว่าแห่ง โดยแต่ละเดือน กยศ. รับชำระหนี้ได้ไม่ต่ำกว่า 420 ล้านบาท ซึ่งในปี 2563 กยศ. ตั้งเป้าที่จะหักเงินชำระหนี้ผู้กู้อีก 300,000 รายและตั้งใจที่จะสามารถหักเงินชำระหนี้รายเดือนของผู้กู้ได้ครบทุกรายในปี 2564

&amp;ldquo;ขณะนี้แนวโน้มการชำระหนี้ กยศ. เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น เพราะทุกคนตระหนักที่จะกลับมาชำระหนี้ให้ กยศ. และในระยะยาวน่าจะดีขึ้นหลังจากที่เรามีมาตรการหักเงินเดือนแล้ว อีกทั้งในปีนี้ กยศ.ได้ดำเนินการส่งฟ้องผู้ที่ผิดนัดชำระหนี้ไปแล้ว กว่าแสนราย และ กยศ.ยังมีโครงการลดเบี้ยปรับสำหรับผู้ที่ผิดนัดชำระหนี้แต่มาจำยอม ซึ่งข้อมูลปัจจุบันมีลูกหนี้เข้ามาจำยอมแล้วกว่า ร้อยละ 90 สำหรับผู้ที่ไม่มีการติดต่อชำระหนี้เลยมีประมาณ ร้อยละ 10 ซึ่ง กยศ.ก็ยังเปิดโอกาสให้มีคนกลุ่มนี้ หากมีความประสงค์ติดต่อขอชำระหนี้ก็สามารถเข้ามาที่ กยศ.ได้ทุกช่องทาง อย่างไรก็ตาม ทุกคนจะต้องมีวินัยทางการเงิน การชำระหนี้ กยศ. ไม่ใช่เรื่องยาก และเราคิดดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 1 เท่านั้น ซึ่งหากทุกคนมีวินัยทางการเงินก็สามารถชำระหนี้ได้&amp;rdquo;ผู้จัดการ กยศ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44290</URL_LINK>
                <HASHTAG>กยศ., ชัยณรงค์ กัจฉปานันท์, ลูกหนี้กยศ., หักเงินเดือนกับนายจ้างโดยตรงชำระหนี้กยศ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181001/image_big_5bb166db2713b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
