<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113596</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2021 15:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2021 14:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาแล้ว! เลขาฯก้าวไกล รับคำท้า &#039;บิ๊กเพื่อไทย&#039; กัดกันออกสื่อวอยซ์ทีวี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ส.ค.64 - จากกรณี นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) &amp;nbsp;ทวิตข้อความผ่านทวิตเตอร์ @phumtham ถึงกรณีที่พรรคก้าวไกลโจมตีพรรคเพื่อไทย ที่สกัดไม่ให้อภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ &amp;nbsp;ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตามที่เสนอข่าวไปนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;


	ฝ่ายค้านแตกยับ!&amp;#39;ภูมิธรรม&amp;#39;เดือดจัด ท้าเลขาฯก้าวไกลดีเบตต่อหน้าสื่อ ยัวะเอาแต่ทำลายคนอื่น ร่วมงานกันยาก


&lt;p&gt;ล่าสุด นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล โพสต์ทวิตเตอร์ตอบกลับไปว่าทางผมได้ประสานกับทาง&amp;nbsp; @VoiceTVOfficial&amp;nbsp;แล้วซึ่งทางช่องก็ตอบรับเป็นอย่างดี รอแต่เพียงคุณ @phumtham&amp;nbsp;พร้อมเมื่อไร ผมยินดีที่จะไปคุยกับพี่อ้วนต่อหน้าสื่อตั้งแต่วันนี้เลยครับ เราจะได้เข้าใจตรงกันแล้วเดินหน้าทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลกันต่อไปครับ #ก้าวไกล #เพื่อไทย #อภิปรายไม่ไว้วางใจ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113596</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก้าวไกล, ชัยธวัช ตุลาธน, ภูมิธรรม เวชยชัย, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210817/image_big_611b0f6a44712.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112825</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2021 13:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2021 13:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ก้าวไกล&#039; ฉะเอกสารลับมองปชช.เป็นศัตรู ซัดรัฐบาลทรราชโดยสมบูรณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ส.ค.64 - ที่ห้องแถลงข่าวพรรคก้าวไกล อาคารอนาคตใหม่ นายชัยธวัช​ ตุลาธน​ เลขาธิการพรรคก้าวไกล​ แถลงความเห็นต่อกรณี เมื่อวันที่ 9 ส.ค. 2564 มีเอกสาร &amp;lsquo;บัญชีความมั่นคง&amp;rsquo; ถูกเผยแพร่ทาง social media โดยในเอกสารดังกล่าวปรากฏรายชื่อผู้ที่ถูกขึ้นบัญชี watchlist หรือให้ &amp;lsquo;จับตา&amp;rsquo; จำนวน 183 คน รวมถึงบัญชี social media อีก 19 ราย บันทึกล่าสุดเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 2564 โดยสารวัตรกองกำกับการสืบสวนปราบปรามกองบัญชาการตรวจคนเข้าเมือง 2 และประทับตราว่าเป็นเอกสาร &amp;lsquo;ลับที่สุด&amp;rsquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายชัยธวัช กล่าวว่า&amp;nbsp;พรรคก้าวไกลได้ตรวจสอบและพิจารณาเอกสาร watchlist ดังกล่าวแล้วมีความเห็นและข้อสังเกตดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. รายชื่อบุคคลที่ถูกจับตาในบัญชีความมั่นคงนี้ ส่วนใหญ่ประกอบไปด้วยประชาชนและนักกิจกรรมที่ออกมาแสดงออกทางการเมืองวิพากษ์วิจารณ์และขับไล่รัฐบาล รวมทั้งบุคคลที่ออกมาเรียกร้องการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบุคคลที่อายุไม่เกิน 30 ปี และมีเยาวชนอายุไม่ถึง 18 ปี อย่างน้อย 2 ราย นอกจากนี้ยังมี สื่อมวลชน ศิลปิน เอ็นจีโอ นักกฎหมาย และนักสิทธิมนุษยชนหลายราย เช่น ประวิตร โรจนพฤกษ์ สื่อมวลชน ,ปรัชญา สุรกำจรโรจน์ และ ทักษกร มุสิกรักษ์ จากวง RAD, บารมี ชัยรัตน์ จากสมัชชาคนจน, เยาวลักษ์ อนุพันธุ์ และ ภาวินี ชุมศรี จากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน, ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ และ ณัชปกร นามเมือง จาก iLaw&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ในบัญชีความมั่นคงนี้ ยังมีนักการเมืองอีก 8 คน ซึ่ง 7 คนอยู่ในพรรคก้าวไกลและอดีตพรรคอนาคตใหม่ ได้แก่ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล, ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค, อมรัตน์ โชคปมิตกุล กรรมการบริหารพรรค, รังสิมันต์ โรม รองเลขาธิการพรรค , ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ปิยบุตร แสงกนกกุล, และพรรณิการ์ วานิช ซึ่งปัจจุบันคือแกนนำคณะก้าวหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พรรคก้าวไกลพิจารณาลักษณะของเอกสารดังกล่าวแล้วเห็นว่า บัญชีความมั่นคงนี้น่าจะเป็นเอกสารจริง ซึ่งสอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นกับพวกเราในช่วงที่ผ่านมา เช่น กรณีของอาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล ซึ่งเพิ่งเดินทางไปต่างประเทศเพื่อเยี่ยมภรรยา เมื่อไปที่เคาน์เตอร์ออกตั๋วที่สนามบินก็เกิดปัญหาไม่สามารถเช็คอินน์ได้ในทันที จนต้องประสานกับเจ้าหน้าที่ว่าตนเองไม่ได้มีหมายจับหรือคำสั่งศาลห้ามเดินทางออกนอกประเทศ นอกจากนี้ ที่ผ่านมาอาจารย์ปิยบุตรก็ถูกเจ้าหน้าในเครื่องแบบติดตามตลอดเวลา ทั้งจอดรถรถเฝ้าหน้าหมู่บ้านหรือการขับรถติดตาม กรณีของคุณพรรณิการ์ วานิช พบว่ามีคนแอบเอาเครื่อง gps ติดตามไว้ใต้รถ ซึ่งพบโดยบังเอิญเมื่อนำรถไปล้างแล้วเจอแผ่นโลหะสีดำติดอยู่ใต้ท้องรถ ขณะที่คุณธนาธร คุณพิธา คุณรังสิมันต์ คุณอมรัตน์ และผมก็ถูกเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบติดตามเป็นประจำ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายขัยธวัช กล่าวว่า จากพฤติการณ์ที่กล่าวมาเห็นชัดว่า การติดตามบุคคลที่มีรายชื่ออยู่ในบัญชีเฝ้าระวังไม่ได้จำกัดเฉพาะที่ ตม. เท่านั้น เอกสารของ ตม. ที่ปรากฏออกมานั้นเป็นแค่ปลายทาง แต่เชื่อว่าบัญชีความมั่นคงเหล่านี้ถูกส่งมาจากหน่วยงานความมั่นคงที่เหนือกว่านั้นและกระจายไปยังกลไกต่างๆ ของทั้ง ตำรวจ ทหาร และหน่วยงานในกระทรวงมหาดไทย ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง จะต้องมีส่วนรู้เห็นและรับผิดชอบต่อเรื่องนี้&amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ. ประวิตร จะต้องตอบคำถามต่อสาธารณะให้ชัดเจนว่า ท่านใช้กฎเกณฑ์อะไรในการกำหนดชื่อของประชาชนที่เป็นภัยต่อความมั่นคง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดตามและมีพฤติการณ์คุกคามต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนเหล่านั้นอย่างชัดเจนและไม่อาจที่จะยอมรับได้ นอกจากนี้ ในการกำหนดบัญชีรายชื่อความมั่นคงเหล่านี้ เป็นการใช้อำนาจที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ หรือนี่เป็นการใช้อำนาจนอกกฎหมายเพื่อคุกคามสิทธิเสรีภาพของประชาชนและนักการเมืองที่ท่านมองว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงของพวกท่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ กำลังเป็นรัฐบาลทรราชย์โดยสมบูรณ์ เพราะแทนที่ท่านจะรีบแก้ไขวิกฤติการระบาดของโควิด 19 ที่เกิดจากความผิดพลาดร้ายแรงของพวกท่าน กลับมองประชาชน คนรุ่นใหม่ หรือกระทั่งเยาวชนอายุ 15 ปี สื่อมวลชน นักสิทธิมนุษยชน ศิลปิน และนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามเป็นศัตรู ซึ่งต้องย้ำว่า มีเพียงพรรคก้าวไกลเพียงพรรคเดียวที่ถูกกำหนดเป็นภัยมั่นคงของท่าน มีการดำเนินคดีต่างๆโดยใช้ข้อหาร้ายแรง ไม่ว่าจะเป็นการใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในการควบคุมสื่อมวลชน ในการปิดหู ปิดตา และปิดปากประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการพยายามที่จะออกกฎหมายนิรโทษกรรมเหมาเข่ง ให้กับความผิดร้ายแรงของพวกท่านในการแก้ปัญหาโควิด 19 โดยแอบอ้างเรื่องการปกป้องบุคลากรทางการแพทย์เป็นเรื่องบังหน้า และล่าสุดสิ่งที่เกิดขึ้นล่าสุดเมื่อวานและวันนี้ก็คือการลิดรอนสิทธิในกระบวนการยุติธรรมของประชาชนอย่างร้ายแรง ทำให้ประชาชนจำนวนมากไม่ได้รับสิทธิในการประกันตัว โดยไม่มีเหตุผลทางกฎหมายรองรับ นอกจากเหตุผลทางการเมือง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยธวัช กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ ยุติพฤติกรรมทรราชย์เหล่านี้โดยเด็ดขาด ยุติการมองว่าประชาชนเป็นภัยความมั่นคง เพราะท่านต่างหากที่เป็นภัยความมั่นคงของชาติสูงสุดขณะนี้ ยิ่งพยายามอยู่ในอำนาจต่อไปเท่าไหร่ ความเสียหายต่อบ้านเมืองจะยิ่งร้ายแรงมากขึ้น กระทั่งท่านและพวกพ้องจะไม่สามารถชดใช้ได้ในที่สุด ในการตอบคำถามสื่อมวลชนว่าจะมีการพิจารณาดำเนินการทางกฎหมายหรือไม่ ชัยธวัชตอบว่า เบื้องต้นได้สอบถามไปยังบุคคลอื่นนอกพรรคก้าวไกลว่าคิดเห็นอย่างไร ถ้าพบหลักฐานชัดเจนว่า เป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบจะดำเนินการทางกฎหมายทันที ซึ่งตรงนี้ศาลทุจริตสามารถดำเนินการได้ แต่ยอมรับว่ามีความยากในการหาหลักฐานเพราะส่วนใหญ่เป็นการใช้เจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบ ขณะนี้มีเพียงเอกสารลับของ ตม.ที่หลุดออกมาเพียงชิ้นเดียว อย่างไรก็ตามก็มีกรณีชัดเจน เช่น การติดตามคุณรังสิมันต์ ที่มีการบันทึกภาพได้โดยกล้องวงจรปิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การมีชื่อในบัญชีและถูกติดตามเชื่อว่าเชื่อมโยงกันหมดโดยมีต้นทางจากหน่วยงานความมั่นคง เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดแค่ที่สนามบิน แต่ไม่ว่าหน้าบ้าน ที่ทำงาน หรือที่อื่นๆก็พบพฤติกรรมเหล่านี้ ซึ่งนอกจากเป็นคุกคามสิทธิเสรีภาพยังทำให้หวาดกลัวด้วย เราเป็นนักการเมืองยังรู้สึกได้ แล้วประชาชนจะหวาดกลัวแค่ไหน สมมติผมขับรถไปรอลูกสาว พล.อ.ประยุทธ์ ที่หน้าบ้านทุกวัน แล้วขับรถตามตลอดเวลาจะรู้สึกอย่างไร แต่ถ้าทำอย่างนั้นผมก็คงจะถูกดำเนินคดีไปแล้ว ดังนั้น จึงต้องถามว่ารัฐใช้หน้าที่อะไรมาทำแบบนี้กับพวกเราหรือกับประชาชน ซึ่งต้องบอกว่าไม่มีนักการเมืองจากพรรคพลังประชารัฐอยู่ในบัญชีรายชื่อนี้เลย ทั้งที่บางคนเคยเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดด้วยซ้ำ เราเป็นฝ่ายค้านเพียงพรรคเดียวที่โดนแบบนี้ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร จะต้องมีคำอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยธวัช ยังกล่าวถึงความล้มเหลวของกลไกการดูแลสิทธิเสรีภาพของประชาชนภายใต้ของรัฐบาลประยุทธ์ว่า ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาเราไม่มีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนที่ทำหน้าที่นี้จริงๆตั้งแต่หลังการรัฐประหารเป็นต้นมา ที่ชัดเจนคือ การใช้กำลังสลายการชุมนุมเกินกว่าเหตุก็ไม่มีท่าทีอะไร เช่นเดียวกับการที่ประชาชนไม่ได้รับการประกันตัวทั้งที่เขาไม่มีพฤติกรรมหลบหนี้หรือยุ่งเหยิงพยาน ยิ่งกลไกคณะกรรมาธิการสิทธิฯ สภาผู้แทนราษฎรยิ่งแย่ใหญ่ หลังจากเปลี่ยนประธานมาเป็น นายสิระ เจนจาคะ จากพรรคพลังประชารัฐ ยิ่งถูกตั้งข้อสงสัยว่าเป็น คณะกรรมาธิการละเมิดสิทธิแทนคุ้มครองสิทธิหรือไม่ เรื่องนี้ประชาชน นักฎหมาย นักสิทธิฯคงต้องร่วมมือกันเอง หวังพึ่งกลไกระบอบประยุทธไม่ได้ อาจเป็นการฟ้องตามมาตรา 157 ต่อศาลทุจริต แต่คงต้องรวมหลักฐานต่อไป ซึ่งเมื่อสื่อมวลชนถามไปยังเจ้าหน้าที่ ตม. ที่มีชื่อในเอกสาร ขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับการชี้แจงใดๆ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112825</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยธวัช ตุลาธน, บัญชีความมั่นคง, พรรคก้าวไกล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210810/image_big_6112190f37232.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106241</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2021 17:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2021 17:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก้าวไกลกระตุกเพื่อน ส.ส. อย่าติดบ่วง&#039;ต่ออายุ&#039;  ให้ &#039;ประยุทธ์&#039; ด้วยการหนุนแก้รธน. ฉบับ พปชร. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มิถุนายน 2564 ที่พรรคก้าวไกล นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล พร้อมด้วย นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ในฐานะรองเลขาธิการพรรคก้าวไกล ร่วมแถลงความเห็นต่อร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับพลังประชารัฐและข้อเสนอต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญในสถานการณ์ปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยธวัช กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับ พปชร. คือการต่ออายุระบอบ คสช. หัวใจของวิกฤตรัฐธรรมนูญในปัจจุบันคือ รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ของ คสช. เป็นการออกแบบระบบการเมืองให้มีการเลือกตั้งบังหน้า แต่สร้างกลไกต่างๆ โดยเฉพาะการให้อำนาจสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการคัดสรรของ คสช. ร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีด้วย เพื่อสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหาร ส่งผลให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหลังเลือกตั้งได้ โดยขัดแย้งกับเสียงและเจตจำนงของประชาชนส่วนใหญ่ที่ต้องการกลับสู่ระบอบประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิกฤตรัฐธรรมนูญดังกล่าวทำให้สังคมเรียกร้องต้องการให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยประชาชน แต่ที่ผ่านมาพรรคพลังประชารัฐ แกนนำรัฐบาลของระบอบประยุทธ์ ได้เตะถ่วงและขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 60 เพื่อตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญและการแก้ไขประเด็นอื่นๆ ทั้งที่เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและโดยประชาชนมาโดยตลอด ทว่าปัจจุบันกลับมาแสดงบทบาทนำในการเสนอให้แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราเสียเอง ซึ่งพรรคก้าวไกลมีความเห็นต่อข้อเสนอของพรรคพลังประชารัฐ พปชร. ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อเสนอเเรก การเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมของพรรคพลังประชารัฐ &amp;nbsp;ซึ่งครอบคลุมหลายประเด็นหลายมาตรา แม้จะมีเนื้อหาปลีกย่อยบางส่วนดูเหมือนจะดี เช่น การแก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพของประชาชน แต่โดยเนื้อแท้แล้ว การเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญหลายมาตราเป็นเพียงการทำให้เกิดความสับสน ปะผุให้แก่รัฐธรรมนูญฉบับ คสช. แล้วเบี่ยงประเด็นออกจากปัญหาใจกลางของวิกฤตรัฐธรรมนูญ ซึ่งได้แก่ การยกเลิกรัฐธรรมนูญ 60 ที่ให้ประชาชนจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เอง และการยกเลิกอำนาจ ส.ว. ในการเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสืบทอดอำนาจคณะรัฐประหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อเสนอต่อมา ท่ามกลางข้อเสนอแก้ไขหลายมาตรา เป้าหมายที่แท้จริงของร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับ พปชร. มีเพียงสองประการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประการแรก คือ แก้ไขระบบเลือกตั้ง ซึ่ง คสช. เชื่อมั่นว่า การเสนอแก้ไขระบบเลือกตั้งจะเป็นขนมล่อให้นักเลือกตั้งจำนวนมากสนับสนุน พปชร. และหากเปลี่ยนไปใช้ระบบการเลือกตั้งแบบคู่ขนานได้ โดยมี ส.ส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้งเพิ่มขึ้นเป็น 400 คน และลด ส.ส. บัญชีรายชื่อลงเหลือ 100 คนนั้น จะทำให้ พปชร. ได้เปรียบในการเลือกตั้ง ซึ่งขนาดเขตเลือกตั้งที่เล็กลง ง่ายต่อการเอาชนะเลือกตั้งโดยอาศัยอำนาจรัฐ อำนาจเครือข่ายอิทธิพล และอำนาจทุน ประกอบกับเมื่อไม่ต้องนำเสียงของประชาชนทุกเสียงมาคำนวณจำนวน ส.ส. พึงมีของแต่ละพรรคการเมืองแล้ว เสียงของประชาชนส่วนใหญ่ ซึ่งไม่ต้องการให้ พล.อ. ประยุทธ์กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีก ก็จะกลายเป็นคะแนนตกน้ำ เป็นเสียงที่ไม่มีความหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการที่สอง คือ การเสนอแก้บทบัญญัติมาตรา 144 โดยยกเลิกเนื้อหาความรับผิดของ ส.ส. และ ส.ว. ที่พยายามแปรญัตติเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขเพิ่มเติมรายการหรือจํานวนในรายการของร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่าย และการเสนอแก้บทบัญญัติมาตรา 185 โดยยกเลิกเหตุแห่งความรับผิดของ ส.ส. และ ส.ว.ที่กระทำการก้าวก่ายหรือแทรกแซงการปฏิบัติราชการหรือการดําเนินงานในหน้าที่ประจําของเจ้าหน้าที่รัฐ และการเข้าไปมีส่วนร่วมในการใช้จ่ายเงินงบประมาณหรือให้ความเห็นชอบในการจัดทําโครงการใดๆ ของหน่วยงานของรัฐ เป็นการเปิดช่องให้ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาล สามารถเข้าไปเบียดบังงบประมาณจากภาษีของประชาชนมาใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัวได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยธวัช กล่าวต่อไปว่า โดยสรุป การเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญของ พปชร. มีเป้าหมายที่แท้จริงอยู่ที่การเบี่ยงเบนประเด็นออกจากการจัดทำรัฐธรรมใหม่ทั้งฉบับ, การแก้ระบบเลือกตั้งให้ตนเองได้เปรียบ โดยไม่ยกเลิกอำนาจ ส.ว. ในการเลือกนายกรัฐมนตรี, และการเปิดช่องให้ฝ่ายรัฐบาลเข้าไปเบียดบังนำงบประมาณของประเทศมาใช้เพื่อประโยชน์ทางการเมืองนั้น จึงเป็นเพียง &amp;#39;การต่ออายุ&amp;#39; ให้แก่ระบอบ คสช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ด้วยเหตุนี้ พรรคก้าวไกลจึงขอเรียกร้องไปยังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและพรรคการเมืองทั้งหลาย อย่าได้ร่วมสังฆกรรมกับละครแก้รัฐธรรมนูญฉากนี้ของพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งไม่ได้นำประเทศออกจากวิกฤตรัฐธรรมนูญ ไม่ได้นำไปสู่การคืนอำนาจให้ประชาชน ไม่นำไปสู่อะไรเลยนอกจากการปูทางให้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย &amp;ldquo; ชัยธวัช กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของข้อเสนอในการแก้ไขรัฐธรรรมนูญฉบับพรรคก้าวไกล ชัยธวัช กล่าวว่า พรรคก้าวไกลขอเรียกร้องให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและพรรคการเมืองทั้งหลาย หันกลับมาสู่แนวทางของการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดย ส.ส.ร. ที่มาจากเลือกตั้งของประชาชน โดยเริ่มต้นจากการผลักดันให้ร่าง พ.ร.บ. การออกเสียงประชามติ ผ่านการพิจารณาของรัฐสภาโดยเร็วที่สุด จากนั้นจึงผลักดันให้เกิดการลงประชามติขอความเห็นชอบของประชาชน ผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ เพื่อยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับ คสช. และจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยผ่านการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญที่ไม่มีการจำกัดอำนาจสูงสุดของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พรรคก้าวไกลขอคัดค้านหากจะมีการตกลงกันให้เตะถ่วงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ออกเสียงประชามติที่ค้างอยู่ แล้วเลื่อนวาระการแก้ไขเพิ่มรัฐธรรมนูญรายมาตรา มาพิจารณาก่อนในการประชุมร่วมของรัฐสภา ซึ่งน่าจะมีขึ้นภายในเดือนนี้ &amp;nbsp;การเปิดทางไปสู่การทำประชามติยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2560 ต้องมาก่อนการแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญรายมาตรานั้น ในสถานการณ์ปัจจุบัน พรรคก้าวไกลเห็นว่า ต้องมุ่งเน้นไปที่ &amp;#39;การปิดสวิตช์ ส.ว.&amp;#39; ยกเลิกอำนาจ ส.ว. ในการเลือกนายกรัฐมนตรีก่อนเป็นอันดับแรก ความพยายามในการแก้ไขระบบเลือกตั้งหรือการแก้ไขในประเด็นปลีกย่อยอื่นๆ ที่ดูดี แต่ไม่ปิดสวิตช์ ส.ว. ย่อมไม่มีความหมายต่อการยุติการสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การไปร่วมเล่นเกมแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราที่ พปชร. นำมาล่อ โดยไม่สามารถยกเลิกอำนาจเลือกนายกฯ ของ ส.ว. ย่อมมีความหมายเพียงการช่วย &amp;#39;ต่ออายุ&amp;#39; พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เท่านั้น โดยพรรคก้าวไกลขอให้ &amp;#39;ผู้แทนราษฎร&amp;#39; ทั้งหลาย ร่วมมือกับประชาชน ยุติรัฐธรรมนูญของคณะรัฐประหาร ยุติการต่ออายุ คสช. คืนอำนาจให้ประชาชนอย่างแท้จริง &amp;ldquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ชัยธวัช กล่าวต่อไปว่า การยกเลิกอำนาจ ส.ว.เป็นเรื่องยาก เเต่มีความเป็นไปได้โดยเฉพาะการลงประชามติเพื่อถามประชาชนก่อน ไม่มีเหตุผลใด หากพรบ.ประชามติผ่านการพิจารณา เมื่อประกาศบังคับใช้สามารถประกาศใช้ได้เร็ว ภายในปีนี้ &amp;nbsp;และการผลักดันทำให้เกิดการลงประชามติก่อนการตั้งสสร. จะเป็นหลักประกันสำคัญหากมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นยุบสภา โดยอาจจะทำประชามติ พร้อมกับเลือกตั้งทั่วไปได้ &amp;nbsp;หรือ หากรัฐบาลลาออก รัฐบาลที่ทำหน้าที่ชั่วคราวหลังจากนั้น ก็สามารถที่จะทำประชามติได้ &amp;nbsp;นี่เป็นเส้นทางที่มีความมั่นคงเเน่นอนกว่า &amp;nbsp;ซึ่งในวันพรุ่งนี้ ( 14 มิ.ย. 64 ) จะมีการประชุมประจำสับดาห์ของพรรคร่วมฝ่ายค้าน พรรคก้าวไกล จะเสนอข้อเสนอของพรรคเข้าสู่ที่ประชุมด้วย ทั้งในข้อเสนอการทำประชามติกับการแก้รายมาตราที่ให้ความสำคัญอันดับเเรกการแก้ไขยกเลิกมาตรา 272 ในการยกเลิก ส.ว.เลือกนายกรัฐมนตรี และพรรคก้าวไกลไม่ได้เห็นด้วยกับระบบเลือกตั้งปี 2560 เรามีข้อเสนอเกี่ยวกับระบบเลือกตั้งที่ควรจะเป็น &amp;nbsp;โดยเราอยากเสนอให้ยกเลิกวุฒิสภาไปเลยให้มีสภาเดี่ยว เราอยากปฏิรูปสถาบันตุลาการ ทุกองค์กรอิสระศาลรัฐธรรมนูญ ให้ยึดโยงกับอำนาจของประชาชน สามารถตรวจสอบถ่วงดุลได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ รังสิมันต์ โรม รองเลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า มีประเด็นที่สำคัญในการยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระเเรก ที่ต้องอาศัยเสียงของสมาชิกวุฒิสภา จุดนี้เป็นสิ่งสำคัญเพราะว่า ส.ว.ไม่มีความชอบธรรมอะไรเลย เเละเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นปัญหาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เนื่องจากส.ว.ไม่ได้มามากจากการเลือกตั้งของประชาชน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต่างหากที่เป็นตัวเเทนของพี่น้องประชาชนโดยเเท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในส่วนของพรรคก้าวไกล เราไม่คิดว่าการแก้รัฐธรรมนูญที่ทำอยู่เป็นการแก้วิกฤตที่เกิดขึ้น ทั้งที่มาของ ส.ว. อำนาจ ส.ว.ในการเลือกนายกฯ ปัญหาองค์กรอิสระ ศาลรัฐธรรมนูญ และปัญหาอีกจำนวนมากทำให้เรามาสู่วิกฤตในปัจจุบัน&amp;nbsp;
การแก้รัฐธรรมนูญเพียงเเค่เพื่อเเก้ ระบบเลือกตั้ง มาตรา 144 และเเก้เพื่อสิทธิ์บางอย่าง ไม่ได้นำไปสู่การแก้ไขปัญหาการแก้รัฐธรรมนูญอย่างเเท้จริง เราคิดว่าการแก้แบบนี้เป็นการสมคบคิดทำลายเสียงของประชาชน เเละทำให้เสียงของประชาชนตกน้ำ &amp;nbsp;ซึ่งคงไม่ใช่ทางออกของประเทศนี้ที่จะเป็นสังคมประชาธิปไตยที่เข้มเเข็ง &amp;nbsp;เราในฐานะ ส.ส.เเละพรรคการเมืองที่ยืนหยัดเพื่อพี่น้องประชาชน เรามีหน้าที่ที่จะหยุดกระบวนการนี้ และเราจะใช้กลไกในรัฐสภา เดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพื่อเป็นรัฐธรรมนูญเพื่อพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง&amp;rdquo; รังสิมันต์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106241</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉบับ พปชร., ชัยธวัช ตุลาธน, นายรังสิมันต์ โรม, เลขาธิการพรรคก้าวไกล, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210613/image_big_60c5db910b4f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102816</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2021 17:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2021 17:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิลึก! เลขาฯก้าวไกล โดดป้องเฟคนิวส์ หาปิดปาก &#039;ฮาร์ท-นักข่าวไทยพีบีเอส&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พ.ค.64 - นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีที่นายอภิวัฒน์ ขันทอง กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี และทนายความนายกรัฐมนตรี ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายสุทธิพงศ์ ทักพิทักษ์กุล หรือ &amp;ldquo;ฮาร์ท&amp;rdquo; นักร้องชื่อดัง ในความผิดตาม ป.อาญา ม. 112 และ พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ โดยกล่าวหาว่านายสุทธิพงศ์ โพสต์ความเห็นเกี่ยวกับวัคซีนโควิดพาดพิงสถาบันฯ นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยธวัช กล่าวว่า เรื่องนี้ยิ่งตอกย้ำปัญหาที่พรรคก้าวไกลเคยอภิปรายไม่ไว้วางใจมาแล้วว่า พล.อ. ประยุทธ์มักแอบอ้างสถาบันฯ มาเป็นเกราะปิดบังความผิดพลาดล้มเหลวในการบริหารของตนเอง &amp;nbsp;ในขณะนี้สิ่งที่รัฐบาลควรทำคือ เร่งจัดหาวัคซีนที่หลากหลายพอ มากพอ และเร็วพอ ไม่ใช่ส่งคนไปดำเนินคดีกับผู้ที่ออกมาวิจารณ์ยุทธศาสตร์และการจัดการวัคซีนที่ผิดพลาดของรัฐบาล ซึ่งคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ได้เคยออกมาเตือนไว้ตั้งแต่ก่อนเกิดการระบาดระยะที่ 3 แต่กลับถูกแจ้งข้อหา ม.112 แทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;rdquo;อย่างกรณีที่นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดีอีเอส ก็เช่นกัน แทนที่ รมว. จะเร่งนำเทคโนโลยีดิจิตัลมาใช้เพื่อบริหารจัดการเรื่องการฉีดวัคซีนให้มีประสิทธิภาพมากกว่าที่เป็นอยู่ กลับสั่งให้คนไปแจ้งความต่อนักข่าวไทยพีบีเอสจากการเผยแพร่ข่าวคลาดเคลื่อนเรื่องประชาชนที่แพ้วัคซีน&amp;ldquo; นายชัยธวัชกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยธวัช กล่าวด้วยว่า ในภาวะที่ประชาชนขาดความเชื่อมั่นอย่างรุนแรงต่อวัคซีนโควิดที่รัฐจัดให้ รัฐบาลต้องสำนึกในความผิดพลาดของตนเองและรับผิดชอบต่อประชาชนให้ดีกว่านี้ ไม่ใช่ไปไล่ฟ้องปิดปากประชาชนและสื่อมวลชน ถ้ารัฐบาลทำสิ่งที่ถูกต้องไม่ได้ก็ควรลาออกไป แล้วเปิดทางให้คนที่มีความสามารถมากกว่าเข้ามาแก้วิกฤตของประเทศที่เกิดจากระบอบประยุทธ์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102816</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยธวัช ตุลาธน, มาตรา112</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210413/image_big_607590e68e5c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101861</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2021 16:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2021 16:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตามคาด! ก้าวไกล โวยศาลรธน.ปม &#039;ธรรมนัส&#039; และก็ไล่รัฐบาลอีกตามเคย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 พ.ค. 64 - ที่ทำการพรรคก้าวไกล นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล และนายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล แถลงถึงผลคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ และ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ไม่ขาดคุณสมบัติความเป็น ส.ส. และรัฐมนตรี กรณีเคยต้องคำพิพากษาคดียาเสพติดที่ประเทศออสเตรเลีย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยธวัช กล่าวว่า เราผิดหวังกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นอย่างยิ่ง ขัดกับแนวทางกฎหมายที่ปฏิบัติมา ในอดีตกระทรวงมหาดไทยเคยทำหนังสือขอความเห็นกฤษฎีกา เกี่ยวกับบุคคลที่เคยต้องคำพิพากษาจำคุก กฤษฎีกาได้มีความเห็นว่า บุคคลที่เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จำคุก ไม่ว่าในประเทศหรือต่างประเทศตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไปในวันเลือกตั้ง ซึ่งมิใช่ความผิดอันได้กระทำโดยประมาทแล้ว ย่อมถือได้ว่าบุคคลนั้นเป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้าม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยธวัช กล่าวต่อว่าถ้าลักษณะต้องห้ามผิดในประเทศไม่เกี่ยวกับต่างประเทศ ก็จะเกิดความลักลั่นไม่เป็นธรรม ความผิดเดียวกันถือเป็นบุคคลต้องห้าม แนวปฏิบัติกฤษฎีกาถูกล้มโดยคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้ ยิ่งทำให้ประชาชนตั้งคำถามมากยิ่งขึ้นถึงองค์กรอิสระ เป็นกลไกถ่วงดุลจริงหรือไม่ หรือเป็นเครื่องมือทางการเมืองแล้วโดยสมบูรณ์ พรรคก้าวไกลจะตรวจสอบต่อไปด้วยการเข้าชื่อส่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อส่งศาลฎีกาต่อไปได้ ในเรื่องผิดมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง อีกทั้ง ร.อ.ธรรมนัส ยอมรับต่อศาลรัฐธรรมนูญเคยต้องคำพิพากษาคดียาเสพติดที่ออสเตรเลียและถูกจำคุก ทั้งที่เคยปฏิเสธเสียงแข็ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวช่วงท้ายว่า แม้ว่า ร.อ.ธรรมนัส จะรอด แต่เห็นว่านายกรัฐมนตรีต้องพิจารณา เรามีรัฐมนตรีต้องคำพิพากษาคดียาเสพติดได้อย่างไร เราอภิปรายในสภามาแล้ว 2 ปี วันนี้ไม่ถูกปลด กลับยังเติบโตมีตำแหน่งสำคัญในรัฐบาลและพรรคพลังประชารัฐ เป็นรัฐบาลโจรอุ้มโจร หมดเวลาแล้ว ไม่ตอบโจทย์ประชาชน สังคมไทยต้องมีรัฐบาลใหม่เร็วที่สุด เพื่อคืนความเป็นธรรมและแก้วิกฤติโควิด-19 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายธีรัจชัย แถลงถึงความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ประเทศไทยให้การรับรองอนุสัญญาว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ และออกกฎหมายภายใน มีบทบัญญัติแม้กระทำนอกราชอาณาจักรต้องรับโทษในราชอาณาจักร รัฐธรรมนูญระบุลักษณะต้องห้ามเคยต้องคำพิพากษาให้จำคุกคดียาเสพติด ป้องกันไม่ให้เข้ามาดำรงตำแหน่ง ต่อไปสมมติหากนาย ก. ไปฆ่าคนตาย นาย ข. ไปค้ายาเสพติด นาย ค. ไปข่มขืนที่ต่างประเทศ ถูกศาลประเทศเหล่านั้นสั่งจำคุก แล้วมาสมัคร ส.ส. ได้เป็นรัฐมนตรีหรือนายกฯ เราอยากให้คนเหล่านี้ดำรงตำแหน่งหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
ผู้สื่อข่าวถามถึงการวิพากษ์วิจารณ์คำวินิจฉัยอาจถูกหาว่าไม่เคารพศาลหรือไม่ นายชัยธวัช ยืนยันว่า การแสดงความคิดเห็นต่อคำพิพากษาเป็นเรื่องปกติ ส่วนความเลื่อมใสมาจากพฤติกรรมขององค์กรนั้น ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน ทั้งนี้ คำวินิจฉัยทำให้ประชาชนตั้งคำถามมากยิ่งขึ้นไปอีก มีหลายกรณีที่ทำให้ศาลเกิดวิกฤติศรัทธา พรรคก้าวไกลไม่อยากให้เห็น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงระยะเวลาในการดำเนินการเข้าชื่อส่ง ป.ป.ช. นายชัยธวัช ระบุว่า คงไม่นาน กลไกตามกฎหมายที่เหลือคืนยื่นต่อ ป.ป.ช. จะเร่งคุยกับ ส.ส.ของพรรค.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101861</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยธวัช ตุลาธน, ธรรมนัส, ศาลรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210505/image_big_609264f6c7eca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99391</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/04/2021 19:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2021 19:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ก้าวไกล&#039; เชื่อคนไม่เอา &#039;บิ๊กตู่&#039; เพิ่มมากขึ้น เหตุโควิดระบาดรอบใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 เม.ย.64 - นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองช่วงกลางเดือนเม.ย.-พ.ค.2564 ว่า ความร้อนแรงและความกดดันทางการเมืองน้ำหนัก น่าจะอยู่ที่ความสำเร็จในการบริหารจัดการปัญหาโควิด-19 ระลอก 3 เป็นหลัก เราจะเริ่มเห็นการเเสดงออกมากขึ้น อาจไม่ได้ออกมาในรูปแบบการชุมนุมอย่างเดียว แต่กลุ่มคนมีความหลากหลาย รวมถึงคนที่เคยสนับสนุน หรือไม่ได้เคยต่อต้านพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม ก็จะเริ่มออกมาแสดงออกทางการเมืองเพิ่มมากขึ้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า เมื่อสภาฯเปิดประชุมสมัยต่อไป พรรคร่วมรัฐบาลคงคาดหวังว่าการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ สะสมทุนทางการเมืองครั้งสุดท้ายก้อนใหญ่ที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อพร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหลังจากพ.ร.บ.งบประมาณผ่านสภาฯ มองว่า พรรคร่วมรัฐบาล นอกจากช่วยประคองงบฯรอบนี้ให้ผ่านไปให้ได้เเล้ว เขายังเตรียมทางออกอื่นอีกหลายหน้าเอาไว้รับมือสถานการณ์การเมืองหลัง เม.ย.-พ.ค. เพราะอาจจะเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองในระยะเวลาอันใกล้โดยไม่คาดฝัน ซึ่งถ้าจะให้วิเคาระห์ก็อาจจะปลายปีนี้ หรือต้นปี 2565 ก็เป็นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พรรคก้าวไกล ต้องเตรียมพร้อมที่สุดตลอดเวลา หากยุบสภาฯให้ประชาชนได้กำหนดอนาคตตัวเอง พรรคก็พร้อม แม้ว่ายังมีเสียงส.ว. 250 เสียงค้ำอยู่ ก็ต้องย้ำว่าจริงๆ การยุบสภาก่อนจะปิดสวิตช์ ส.ว.ได้ก็น่าเป็นห่วงอยู่ แต่แน่นอนหากยุบสภาฯขึ้นมาเร็วจริงๆก็เป็นโอกาสเปลี่ยนผ่านทางการเมืองอย่างสันติ โดยที่ไม่ต้องมีการเสียเลือดเสียเนื้อ พรรคการเมืองต้องพร้อมทุกโอกาสทุกสนาม พรรคก้าวไกลเองอยู่ในช่วงเตรียมคัดสรรผู้สมัครรับเลือกตั้งอยู่ รวมถึงพัฒนานโยบายต่างๆอยู่เพื่อรอสื่อสารกับประชาชนตลอดอยู่เเล้ว&amp;quot; เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99391</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยธวัช ตุลาธน, พรรคก้าวไกล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210413/image_big_607590e68e5c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99373</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/04/2021 15:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2021 15:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย่ามาเสี้ยม! &#039;ชัยวุฒิ&#039; ยันพรรคร่วมรบ.เหนียวแน่น เหน็บฝ่ายค้านยังเห็นต่างแก้รธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13​ เม.ย.64 - นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม​ ในฐานะรองเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ​ กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล หลังนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ออกมาระบุว่าจากปัญหาต่างๆจะทำให้พรรคร่วมรัฐบาลเว้นระยะห่างระหว่างกันว่า ความสัมพันธ์ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลยังดีอยู่เหมือนเดิม การทำงานต่างๆยังคงร่วมกันแก้ปัญหาด้วยดี​ โดยเฉพาะเรื่องการแก้ปัญหาโควิดที่กำลังระบาดในวันนี้ ไม่ได้มีความแตกแยกใดๆเกิดขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า นายชัยธวัช ออกมาตั้งข้อสังเกตเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย และพรรชาติไทยพัฒนา เว้นระยะห่าง นายชัยวุฒิ กล่าวว่า เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่อาจมีความเห็นไม่ตรงกันนั้นเป็นเรื่องความเห็นของพรรคการเมืองที่แต่ละพรรคจะมี ขนาดพรรคร่วมฝ่ายค้านเองก็มีความเห็นที่ไม่ตรงกันในเรื่องนี้ ซึ่งประเด็นนี้ไม่เกี่ยวกับการร่วมรัฐบาล เพราะนายกฯบอกแล้วว่าเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นเรื่องของสภาที่จะไปดำเนินการ เชื่อว่าจะหาข้อยุติกันได้ และยืนยันว่าพรรคร่วมรัฐบาลยังทำงานร่วมกันเหนียวแน่นเช่นเดิม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99373</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยธวัช ตุลาธน, ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์, พรรคก้าวไกล, รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210331/image_big_606465c427795.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
