<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119903</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2021 14:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2021 14:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชลประทานชัยนาท เร่งระบายน้ำในอ่างห้วยหนองโรง เตือนปชช. 2 อำเภอ เตรียมรับน้ำล้นตลิ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ต.ค.64 -นายพีรยุทธ์ เหมาะพิชัย&amp;nbsp; ผู้อำนวยการโครงการชลประทานชัยนาท&amp;nbsp;เปิดเผยว่า ฝนที่ตกหนักจากอิทธิพลของพายุ คมปาซุ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้มีมวลน้ำจำนวนมาก ไหลเข้าอ่างเก็บน้ำห้วยหนองโรง อ.เนินขาม จ.ชัยนาท&amp;nbsp; ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีน้ำไหลเข้าอ่างถึง 6.42 ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;ส่งผลทำให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำห้วยหนองโรงมีปริมาณน้ำสูงขึ้น เกินความจุอ่างฯ&amp;nbsp; ซึ่ง ณ วันที่ 16 ตุลาคม 2564 เวลา 12.00 น. มีระดับน้ำ +61.840 เมตร(รทก) (ระดับน้ำเก็บกักอยู่ที่+61.500 ม.รทก.) และปริมาณน้ำเก็บกักปัจจุบัน 16.380&amp;nbsp; ล้านลูกบาศก์เมตร (ปริมาณน้ำเก็บกักสูงสุด 14.00 ล้านลูกบาศก์เมตร) หรือคิดเป็น 116.999% ของความจุอ่างฯ&amp;nbsp;เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่ออ่างเก็บน้ำและพื้นที่ด้านท้ายน้ำ&amp;nbsp; โครงการชลประทานชัยนาท จึงจำเป็นต้องระบายน้ำลงท้ายอ่างผ่าน&amp;nbsp;Outlet&amp;nbsp;ฝั่งขวา และ&amp;nbsp;Getespillway&amp;nbsp;รวมจำนวน 88 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&amp;nbsp; ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2564 เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป หากสถานการณ์น้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ก็มีความจำเป็นต้องระบายน้ำเพิ่มขึ้น จนกว่าปริมาณน้ำจะเข้าสู่ภาวะปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอให้ประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนและหน่วยงานในพื้นที่ที่อยู่ท้ายอ่าง ได้แก่&amp;nbsp; ต.กะบกเตี้ย,&amp;nbsp;&amp;nbsp;ต.สุขเดือนห้า,&amp;nbsp;ต.เนินขาม อ.เนินขาม&amp;nbsp; / ต.บ้านเชี่ยน&amp;nbsp; ต.หันคา&amp;nbsp; อ.หันคา จ.ชัยนาท&amp;nbsp;เตรียมรับสถานการณ์น้ำลำน้ำห้วยหนองโรงและคลองสาขาล้นตลิ่ง &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119903</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยนาท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211016/image_big_616a831de0dec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119696</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2021 09:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2021 09:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระดมสูบน้ำท่วมขังบ้านเรือน-ไร่นา ช่วยชาวชัยนาทยังเดือดร้อนกว่า 4,300 หลังคาเรือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ต.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมใน อ.สรรพยา จ.ชัยนาท&amp;nbsp;แม้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ลดต่ำกว่าตลิ่งเกือบทุกพื้นที่แล้ว&amp;nbsp;แต่ยังมีน้ำท่วมขังบ้านเรือนอีกจำนวนมาก&amp;nbsp;ประชาชนกว่า 4,300 ครัวเรือนยังคงได้รับความเดือดร้อน&amp;nbsp;ด้านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;สนง.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และ กรมชลประทาน&amp;nbsp;ได้ระดมเครื่องสูบน้ำไปติดตั้งตามจุดต่างๆในพื้นที่ เพื่อเร่งระบายน้ำเน่าที่ท่วมขังตามบ้านเรือน และพื้นที่การเกษตร ซึ่งมีทั้งนาข้าว พืชไร่ พืชผัก และสวนผลไม้&amp;nbsp;จำนวน 24,362 ไร่&amp;nbsp;ให้กลับคืนสู่สภาพปกติโดยเร็ว&amp;nbsp;เพื่อลดความเดือดร้อนของประชาชน&amp;nbsp;โดยน้ำที่ท่วมขังตามบ้านเรือน&amp;nbsp;ใช้วิธีสูบน้ำข้ามถนน ระบายลงคลองชลประทาน&amp;nbsp;ส่วนน้ำท่วมพื้นที่การเกษตร ใช้วิธีสูบน้ำระบายผ่านประตูระบายน้ำบางเสวย และประตูระบายน้ำบางสารวัตร&amp;nbsp;ลงแม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;แต่เนื่องจากแม่น้ำเจ้าพระยา ยังมีปริมาณมาก&amp;nbsp;ทำให้น้ำที่ระบายออกจากพื้นที่การเกษตรลดลงอย่างช้าๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายระเด่น คลังนุ่ม&amp;nbsp;ชาวนา อ.สรรพยา เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ชาวนาต่างหมดหวังที่จะกู้คืนนาข้าวจากน้ำที่ท่วมขังนาน 2 สัปดาห์&amp;nbsp;เพราะน้ำยังมีปริมาณมากและท่วมสูง&amp;nbsp;จึงยอมรับสภาพ เงินที่ลงทุนปลูกข้าวไปคนละหลายหมื่นบาท ได้จมหายไปกับน้ำตามธรรมชาติแล้ว&amp;nbsp;ตอนนี้จึงได้แต่รอให้น้ำแห้งโดยเร็ว เพื่อปลูกรอบใหม่ แต่ก็ไม่รู้เมื่อไหร่&amp;nbsp;เพราะหากแม่น้ำเจ้าพระยาไม่ลดต่ำลง และยังมีฝนตกในพื้นที่&amp;nbsp;น้ำที่ท่วมในนาข้าวก็จะไม่ลดลง&amp;nbsp;ชาวนาก็คงต้องรอกันต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119696</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยนาท, น้ำท่วม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211014/image_big_61678caa382bd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118592</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2021 11:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2021 11:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชัยนาทน้ำยังท่วมสูง ชาวบ้านต้องใช้เรือสัญจร </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ต.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า &amp;nbsp; สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท &amp;nbsp; ยังคงมีน้ำท่วมสูง &amp;nbsp;โดยเฉพาะจุดที่อยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา และจุดในที่ลุ่มต่ำ มีน้ำท่วมสูงมากกว่า 1.50 เมตร &amp;nbsp;บ้านบางหลัง น้ำท่วมเกือบถึงชั้น 2 ของบ้านแล้วชาวบ้านต้องใช้เรือในการสัญจรเท่านั้น &amp;nbsp; แต่หลายครอบครัวยังไม่มีเรือใช้งาน &amp;nbsp;เพราะอยู่ระหว่างรอเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดหาเรือมาช่วยเหลือ &amp;nbsp;ทำให้เข้าออกบ้านลำบาก ต้องยืมเรือเพื่อนบ้านไปใช้ หรือไม่ก็ต้องเดินลุยน้ำ บางคนรอความช่วยเหลือจากหน่วยงานไม่ไหว &amp;nbsp;ยอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อเรือมาใช้เอง &amp;nbsp; อย่างเช่น &amp;nbsp;นางคนึง บำรุงนา อายุ 73 ปี ชาวบ้าน ต.โพนางดำออก &amp;nbsp; ที่ยอมจ่ายเงิน 7,000 บาท ซื้อเรือไฟเบอร์กลาสมาใช้เอง &amp;nbsp;เพราะน้ำท่วมบ้านชั้นล่างสูงมิดศีรษะแล้ว &amp;nbsp;กลัวว่าน้ำจะท่วมมากขึ้นเหมือนปี 54 &amp;nbsp;และอยู่บ้านเพียงคนเดียว &amp;nbsp;แม้จะยังหุงหาอาหารกินเองบนชั้น 2 ของบ้านได้ &amp;nbsp;แต่ไม่มีเรือใช้ ทำให้ลำบาก ออกไปไหนมาไหนไม่ได้ &amp;nbsp;หากจะรอให้หน่วยงานนำเรือมาช่วยเหลือ ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้ จึงยอมเสียเงินซื้อมาใช้เอง จะได้ไม่ลำบากและอยู่รอดได้ในสถานการณ์เช่นนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ สถานการณ์แม่น้ำเจ้าพระยา &amp;nbsp;วันนี้น้ำเหนือเขื่อน-ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา สูงขึ้น &amp;nbsp;โดยแม่น้ำเจ้าพระยา และ แม่น้ำสะแกกรัง ไหลมารวมกันที่ จังหวัดชัยนาท มีปริมาณ 3,160 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที &amp;nbsp; เขื่อนเจ้าพระยา ระบายน้ำ 2,784 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที &amp;nbsp;น้ำเหนือเขื่อนที่ อ.เมืองชัยนาท สูงขึ้น 3 เซนติเมตร อยู่ที่ระดับ 17.11 เมตร(รทก) &amp;nbsp;น้ำท้ายเขื่อนที่ อ.สรรพยา สูงขึ้น 4 เซนติเมตร อยู่ที่ระดับ 16.21 เมตร(รทก) &amp;nbsp; น้ำเข้าระบบชลประทานสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา 376 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118592</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยนาท, น้ำท่วม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211003/image_big_615932afec997.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118187</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2021 10:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2021 10:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาแล้ว!เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มระบายน้ำทำชาวบ้านท้ายเขื่อนจมบาดาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย.64 - &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า &amp;nbsp;ระดับน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท &amp;nbsp;ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ได้ล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ฝั่งตะวันตกของอำเภอสรรพยา &amp;nbsp;บริเวณ หมู่ 4 และ หมู่ 5 ต.โพนางดำตก บ้านเรือนกว่า 100 หลังคาเรือน &amp;nbsp;ถูกน้ำท่วมสูง 30 เซนติเมตรไปจนถึงกว่า 1 เมตร &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางอำนวย จันทร์มีทรัพย์ ชาวบ้าน ม.5 ต.โพนางดำตกเล่าว่า น้ำล้นตลิ่งจากคลองบางเสวย ซึ่งเป็นคลองรับน้ำมาจากแม่น้ำเจ้าพระยา &amp;nbsp;ได้ไหลเข้าท่วมหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว &amp;nbsp; ชาวบ้านที่มีบ้านชั้นเดียว ต้องขนของหนีน้ำขึ้นไปอาศัยอยู่ริมถนนสาย 311 ชัยนาท-สิงห์บุรี &amp;nbsp; &amp;nbsp;บางคนไม่มีเรือใช้งาน หรือยังไม่ทันได้นำเรือที่เก็บไว้ออกมาซ่อม &amp;nbsp;ก็ต้องเดินลุยน้ำที่ท่วมสูงถึงหน้าอก &amp;nbsp;ขนของหนีน้ำออกจากบ้าน &amp;nbsp;คนที่มีบ้านชั้นเดียวอย่างเช่นตนเอง ถึงแม้จะเก็บของเตรียมหนีน้ำไว้ก่อนแล้ว &amp;nbsp;แต่พอน้ำไหลเข้าท่วมหมู่บ้านและสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว &amp;nbsp;ทำให้เก็บของหนีน้ำออกมาไม่ทัน &amp;nbsp; ต้องยอมทิ้งให้จมน้ำอยู่ในบ้าน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐวุฒิ ตั่งสินชัย &amp;nbsp;นายอำเภอสรรพยา &amp;nbsp;เปิดเผยว่า ขณะนี้พื้นที่ริมตลิ่งนอกคันกั้นน้ำในอำเภอสรรพยา &amp;nbsp;ทั้งสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา &amp;nbsp;ถูกน้ำท่วมแล้ว &amp;nbsp;6 &amp;nbsp;ตำบล &amp;nbsp;35 หมู่บ้าน &amp;nbsp;820 หลังคาเรือน &amp;nbsp;และอาจมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น &amp;nbsp;หากเขื่อนเจ้าพระยา ยังเพิ่มการระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;อาจทำให้แนวกระสอบทรายที่ชาวบ้านทำป้องกันหมู่บ้านไว้อีก 22 หมู่บ้าน พังทลายลงมา ส่วนพื้นที่ด้านเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ที่ อ.เมืองชัยนาท &amp;nbsp;น้ำได้ล้นตลิ่งเข้าท่วมในพื้นที่ ม.4 ต.ธรรมามูล อ.เมืองชัยนาท &amp;nbsp;สวนกล้วยน้ำว้า &amp;nbsp;ไร่ข้าวโพด และบ้านเรือนกว่า 20 หลัง ถูกน้ำท่วมสูง 20-30 เซนติเมตร &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพันธ์ชัย สุขเดช เกษตรกร ต.ธรรมามูลกล่าวว่า &amp;nbsp;ต้องรีบเก็บเกี่ยวข้าวโพดหนีน้ำ ทั้งที่ฝักยังแก่ไม่เต็มที่ เพื่อนำไปขาย บอกว่าดีกว่าปล่อยทิ้งให้จมน้ำเน่าตาย แต่ก็เก็บได้เพียงแปลงที่อยู่ติดริมถนนที่น้ำท่วมไม่สูงมาก &amp;nbsp;ส่วนแปลงที่อยู่ติดริมแม่น้ำถูกน้ำท่วมสูง ไม่สามารถนำรถลงไปเกี่ยวได้แล้ว &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนถนนบริเวณหน้าวัดลัดเสนาบดี จุดเชื่อมต่อระหว่าง ต.ธรรมามูล และ ต.เขาท่าพระ &amp;nbsp;มีน้ำท่วม 10 เซนติเมตร &amp;nbsp;ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง &amp;nbsp;เร่งช่วยกันทำกระสอบทรายกั้นน้ำตลอดแนวถนน &amp;nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลเข้าท่วมหมู่บ้าน และเพื่อให้ถนนสามารถใช้สัญจรได้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่วันนี้แม่น้ำเจ้าพระยา และ แม่น้ำสะแกกรัง ที่ไหลมารวมกันที่จังหวัดชัยนาท มีปริมาณรวมกัน 3,093 &amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที &amp;nbsp; &amp;nbsp;ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ที่ อ.เมืองชัยนาท &amp;nbsp;น้ำทรงตัว &amp;nbsp;อยู่ที่ระดับ 17.00 &amp;nbsp;เมตร(รทก) &amp;nbsp;เขื่อนเจ้าพระยา &amp;nbsp;ระบายน้ำเพิ่มเป็น &amp;nbsp;2,749 &amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (เพิ่มขึ้น 118 &amp;nbsp;ลบ.ม./วินาที) &amp;nbsp;น้ำท้ายเขื่อน ที่ อ.สรรพยา &amp;nbsp;สูงขึ้น 28 &amp;nbsp;เซนติเมตร อยู่ที่ระดับ 16.13 &amp;nbsp;เมตร (รทก) &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนน้ำที่ผันเข้าระบบชลประทาน ฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออก มีปริมาณรวมกัน 293 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที &amp;nbsp; กรมชลประทาน ได้เพิ่มการส่งน้ำผ่านประตูระบายน้ำพลเทพ เข้าแม่น้ำท่าจีน &amp;nbsp;เพิ่มขึ้น จาก 10 ลูกบาศก์เมตรต่อ/วินาที &amp;nbsp;เป็น 40 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที &amp;nbsp;เพื่อลดปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา &amp;nbsp; และได้หยุดส่งน้ำเข้าคลองชัยนาท-ป่าสัก ที่ประตูระบายน้ำมโนรมย์ เพื่อลดผลกระทบกับพื้นที่น้ำท่วมในจังหวัดลพบุรี &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118187</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยนาท, น้ำท้ายเขื่อน, อำเภอสรรพยา, เขื่อนเจ้าพระยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210929/image_big_6153d8984b96f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118177</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2021 09:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2021 09:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ช่างกล้า!บอกทำตามแผนยิ่งลักษณ์ป่านนี้น้ำไม่ท่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย.2564 - &amp;nbsp;นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.)กิจการศาลองค์กรอิสระฯ รัฐวิสาหกิจฯ พร้อมด้วยคณะ กมธ.ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์น้ำและความมั่นคงแข็งแรงของเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานน้ำของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตที่เขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท โดยพบว่าน้ำที่ทยอยไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยามีระดับน้ำใกล้เคียงกันมากทั้งสองฝั่งอย่างน่ากังวลใจ โดยที่แนวกั้นน้ำพบว่าระดับน้ำเหนือเขื่อนกับท้ายเขื่อนห่างกันเพียงแค่ระดับ 1 เมตรกว่าเท่านั้น ซึ่งจากการสอบถาม นายวรพจน์ วรพงษ์ ผู้อำนวยการเขื่อนภูมิพลที่รับผิดชอบพื้นที่เขื่อน จังหวัดชัยนาท ระบุว่าถ้าเปรียบเทียบกับน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 อาจจะไม่เท่ากัน แต่ปีนี้ก็ถือว่าอยู่ในระดับที่ต้องระมัดระวังและสุ่มเสี่ยงโดยระบุว่าน้ำจำนวนมากจากหลังเขื่อนชัยนาทน่าจะวิ่งเข้าสู่จังหวัดปทุมธานี กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการไม่เกิน 20 กว่าวันข้างหน้านี้ซึ่งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลควรเตรียมรับมือเสียแต่เนิ่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจิรายุกล่าวว่า ปี2554 มีน้องน้ำ 24,000 ลบ.ม ปีนี้ประมาณ 12,000 ลบ.ม ซึ่งปัญหาของกรุงเทพมหานครนั่นก็คือไม่ได้ลอกท่อระบายน้ำหรือแหล่งน้ำอย่างเป็นรูปธรรมมากนักในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาน้ำเอ่อล้น และท่วมได้ แม้ปัญหาจะไม่เท่าปี 54 แต่ฟังจากผู้มีประสบการณ์ปีนี้ถือว่าไม่ปกติในรอบ 10 ปีนี้แน่นอนจึงขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลสั่งการให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ควรรีบดำเนินการ ตั้งศูนย์รับมืออย่าปล่อยให้ประชาชนต้องรับมือกับมวลน้องน้ำกันตามยถากรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอเตือนพี่น้องประชาชนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อย่าได้ไว้วางใจหรือรอคอยศูนย์บริหารน้ำของกรุงเทพมหานครหรือรัฐบาล ควรติดตามมวลน้ำที่จะเริ่ม ทยอยไหลมาถึง และวางแผนเสียแต่เนินๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น รัฐบาลและกรุงเทพมหานครต้องตั้งศูนย์ รับมือ เพื่อแจ้งข่าวสาร ให้พี่น้องประชาชนให้ทราบเป็นระยะระยะถึงสถานการณ์น้ำในอีก 20 วันข้างหน้านี้ได้แล้ว ว่าจะหนักหนาสาหัสขนาดไหน ควรหยุดพูดถึง นโยบาย เช่นควรปลูกบ้านสูง หรือควรสวดมนต์ไล่น้ำ ไว้ก่อน แต่ควรเตรียมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างเป็นระบบโดยเฉพาะส่วนราชการที่มีกำลัง อุปกรณ์และยานพาหนะ ซึ่งผู้นำต้องวางแผนสั่งการ เมื่อจบสถานการณ์ค่อยมากำหนดการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน หากทำระบบแก้ปัญหาน้ำท่วม ด้วยการเชื่อมลำน้ำสำคัญ หรือทำเขื่อนป้องกันน้ำท่วมในทะเล ตั้งแต่ 10 ปีที่รัฐบาลนายกฯ ยิ่งลักษณ์ วางแผน วันนี้น้ำท่วมซ้ำซากคงไม่เกิด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118177</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยนาท, นายจิรายุ ห่วงทรัพย์, พท., พรรคเพื่อไทย, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, ส.ส.กทม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210929/image_big_6153ccd07d734.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117957</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2021 08:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2021 08:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชัยนาทผวาท่วมใหญ่ซ้ำปี54! เตรียมอพยพขนของนอนถนน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ย. 64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&amp;nbsp; &amp;nbsp; เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท เพิ่มการระบายน้ำเป็น 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทำให้น้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อาศัยอยู่นอกคันกั้นน้ำ ในพื้นที่ ต.โพนางดำออก อ.สรรพยา แล้วอย่างน้อย 40 หลังคาเรือน&amp;nbsp; ชาวบ้านต่างรีบเก็บของขึ้นที่สูง และเร่งทำกระสอบทรายกั้นน้ำ ป้องกันน้ำเข้าท่วมหมู่บ้านชั้นใน&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนถนนริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณหน้าวัดสมอ&amp;nbsp; มีน้ำท่วมสูงประมาณ 20 เซนติเมตร&amp;nbsp; ชาวบ้านเร่งกั้นกระสอบทราย ป้องกันน้ำไหลเข้าท่วมวัด&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ชาวบ้านหลายรายที่มีบ้านพักอาศัยชั้นเดียว&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลัวว่าน้ำจะท่วมหนักเหมือนปี 2554&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงเร่งไปทำเพิงพักอาศัย บริเวณริมถนนคันคลองมหาราช&amp;nbsp; เพื่อเตรียมขนสิ่งของหนีน้ำท่วมขึ้นไปอาศัยพักชั่วคราว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชัย คุ้มเขตร์ อายุ 71 ปี ชาวบ้าน ต.โพนางดำออก อ.สรรพยา&amp;nbsp; บอกว่า ตอนนี้แม้จะเก็บข้าวของขึ้นที่สูงไว้กว่า 1 เมตรแล้ว แต่ก็ยังไม่แน่ใจในสถานการณ์&amp;nbsp; กลัวน้ำจะท่วมบ้าน เพราะเป็นบ้านชั้นเดียว และกลัวจะท่วมหนักเหมือนปี 54&amp;nbsp; เพราะเห็นฝนยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตก&amp;nbsp; &amp;nbsp; เช่นเดียวกับ นางบุญมี สุริยกุล อายุ 56 ปี&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; ยังไม่แน่ใจว่าเขื่อนเจ้าพระยา จะระบายน้ำมากขึ้นอีกเท่าไหร่&amp;nbsp; กลัวน้ำจะท่วมบ้าน จึงต้องรีบมาสร้างเพิงพักชั่วคราวริมถนนไว้ก่อน&amp;nbsp; จะได้ทยอยขนของหนีน้ำได้ทัน&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลัวจะเหมือนปี 54&amp;nbsp; ที่ขนของหนีน้ำแทบไม่ทัน และยังทำให้ตัวเองต้องไข้ขึ้นด้วย&amp;nbsp; &amp;nbsp; ปีนี้จึงต้องทำไว้แต่เนิ่นๆ หากเกิดน้ำท่วมหนักจริง จะได้หนีน้ำขึ้นมาอาศัยอยู่ชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ สถานการณ์แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp; วันนี้ แม่น้ำเจ้าพระยา และ แม่น้ำสะแกกรัง ที่ไหลมารวมกันที่ จ.ชัยนาท มีปริมาณรวมกัน&amp;nbsp; 2,800&amp;nbsp; ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&amp;nbsp; &amp;nbsp; เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำเพิ่มเป็น 2,500&amp;nbsp; ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&amp;nbsp; น้ำเหนือเขื่อน ที่ อ.เมืองชัยนาท สูงขึ้น 19 เซนติเมตร&amp;nbsp; อยู่ที่ระดับ 16.61&amp;nbsp; เมตร(รทก)&amp;nbsp; น้ำท้ายเขื่อนที่ อ.สรรพยา สูงขึ้น 38 เซนติเมตร&amp;nbsp; อยู่ที่ระดับ&amp;nbsp; 15.53&amp;nbsp; เมตร(รทก)&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานชลประทานที่ 12 ได้กลับไปขึ้นธงสีเหลือง แสดงสถานการณ์น้ำเฝ้าระวังตามเดิม&amp;nbsp; หลังจากที่เมื่อวานนี้ เจ้าหน้าที่เกิดความสับสน ขึ้นธงสีแดง แสดงสถานการณ์น้ำวิกฤติ ทำให้ชาวบ้านเกิดความตกใจ แห่ไปดูน้ำที่เขื่อนเจ้าพระยาจำนวนมาก&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนที่ผู้บริหารสำนักงานชลประทานที่ 12 จะทราบเรื่องในช่วงเย็น&amp;nbsp; จึงให้เจ้าหน้าที่รีบนำธงสีแดงลง&amp;nbsp; แล้วขึ้นธงสีเหลือง เฝ้าระวังตามเดิม.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117957</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยนาท, น้ำท่วม, ปี54, เขื่อนเจ้าพระยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210927/image_big_6151208e504c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116813</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2021 17:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2021 17:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ ตรวจสถานการณ์น้ำเขื่อนเจ้าพระยา กำชับเตรียมแผนเผชิญเหตุน้ำท่วม-ภัยแล้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย.64 - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะ ออกเดินทางจากสนามเฮลิคอปเตอร์ พล.ม.2 รอ. เขตพญาไท กรุงเทพฯ ไปยังจุดจอด ฮ. สนามกีฬาเขื่อนเจ้าพระยา อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท ก่อนเดินทางด้วยรถยนต์โตโยตาเวล ไฟร์ หมายเลขทะเบียน 1 ขณ 5122 กรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเวลา 14.45 น. ที่สำนักงานชลประทานที่ 12 จังหวัดชัยนาท นายกรัฐมนตรีประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์น้ำในเขื่อนเจ้าพระยา และการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา นายกฯ กล่าวในที่ประชุมว่า การลงพื้นที่วันนี้วัตถุประสงค์หลักเพื่อรับฟังปัญหาและอุปสรรคต่างๆในการดำเนินนโยบายของรัฐบาล และการเตรียมการแก้ปัญหาอุทกภัย ซึ่งมีความห่วงใยจากรัฐบาลและจากนายกฯเป็นที่สุดในทุกจังหวัด วันนี้มีหลายจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจึงจำเป็นซึ่งจำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือเยียวยากันต่อไป การแก้ปัญหามีประสบการณ์จากช่วงหลายปีที่ผ่านมาเป็นบทเรียนให้เราอยู่แล้ว ซึ่งวันนี้เรามีสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ควบคุมทั้งระบบในการบูรณาการเรื่องน้ำ ทั้งภัยแล้งและน้ำท่วมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯยังกำชับให้ส่วนราชการและส.ส.ในพื้นที่นำประสบการณ์ ข้อมูลเดิมมาบริหารจัดการ เตรียมแผนให้พร้อม โดยเฉพาะต้องเตรียมแผนเผชิญเหตุไว้ล่วงหน้า พร้อมสร้างการรับรู้ให้ประชาชนเข้าใจ ขณะเดียวกันเน้นย้ำเรื่องการกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพื่อเปิดทางน้ำให้มีการระบายอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ต้องไม่เกิดผลกระทบในวงกว้างต่อพื้นที่เศรษฐกิจ รวมทั้งต้องมีการวางแผนกักเก็บน้ำไว้ใช้เพื่อการเกษตรในฤดูแล้ง ในพื้นที่นอกเขตชลประทาน เพื่อให้มีน้ำเพียงพอต่อการทำเกษตร ยืนยันว่ารัฐบาลมีความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนให้ดีที่สุด และพร้อมให้การสนับสนุนแผนงาน โครงการต่างๆ ที่สอดคล้องกับการแก้ไขปัญหาในภาพรวม เกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง และตนมีความตั้งใจจะลงให้ครบทุกพื้นที่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อจากนั้นนายกรัฐมนตรี ตรวจสถานการณ์น้ำในเขื่อนเจ้าพระยา เพื่อเตรียมรับน้ำเหนือหลากและวางแผนป้องกันพื้นที่เจ้าพระยาตอนล่าง ที่เขื่อนเจ้าพระยา อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเวลา 15.50 น. พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังลงพื้นที่ว่า วันนี้มาเยี่ยมชาวชัยนาท รัฐบาล นายกฯ และครม.ห่วงใยประชาชนชาวชัยนาทและพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีผลกระทบร่วมกัน วันนี้ก็มารับฟังการชี้แจงจากสทนช.ที่บริหารภาพรวมของทั้งประเทศ ตลอดจนรับฟังความคิดเห็นต่างๆจากบรรดาส.ส.ในพื้นที่ให้รับทราบว่ารัฐบาลมีความห่วงใยอย่างไร เพราะทุกคนก็เป็นตัวแทนของประชาชนทั้งสิ้น ตนไม่มีการแบ่งแยกกับใครทั้งสิ้น เพราะเราเป็นรัฐบาลต้องบริหารทั้งประเทศ ต้องดูแลคนทั้งประเทศอยู่แล้ว ก็จะต้องพิจารณาลำดับความเร่งด่วนการทำงาน ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ว่าราชการจังหวัดจะเป็นผู้ดูแลในเรื่องเหล่านี้ให้เป็นไปตามกฎหมาย ตามระเบียบทุกประการ จะต้องไม่มีการทุจริต ต้องโปร่งใส เป็นธรรม ให้ตรงความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง นี่เป็นนโยบายหลักที่เราแจ้งไปแล้ว เท่าที่รับทราบวันนี้ตนก็มีความพอใจในภาพการบริหารน้ำที่เขาชี้แจงตนทั้งหมด ต้องมีการตัดยอดน้ำออกไปข้างๆ ตะวันตก ตะวันออก ตามลำดับ จนเหลือมวลน้ำมาที่นี่ และวันนี้ทราบว่ามีการระบายน้ำที่นี่ลดลงพอสมควร และได้สั่งเรื่องการกำจัดวัชพืชที่ขวางทางน้ำ มันเป็นอย่างนี้ทุกปี เพราะแหล่งกำเนิดอยู่บนฝั่ง จากแหล่งน้ำขนาดเล็กไหลรวมสู่แม่น้ำต้องขจัดไปเป็นระยะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ฝากความห่วงใยไปยังประชาชนทุกคน ไม่มีโอกาสได้พบกันใกล้ชิด เพราะว่าเป็นเรื่องสถานการณ์โควิด-19 ต้องระมัดระวัง สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือโควิดๆๆ และต้องสวมหน้ากาก ล้างมือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อพูดมาถึงช่วงนี้นายกฯมีอาการจาม แต่ได้สวมหน้ากากอนามัยอยู่ ซึ่งนายกฯกล่าวว่า ไม่ได้เป็นอะไร ตรวจโรคมาแล้ว แพ้อากาศ อากาศมันชื้น นายกฯแพ้อากาศบ่อย ก่อนกล่าวอีกว่า โอเค มีอะไรจะถามหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าได้มีการเตรียมพร้อมแผนเผชิญเหตุในการบริหารจัดการน้ำในช่วงหน้าฝนนี้ไว้อย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ได้เตรียมการในช่วงหน้าฝนและเตรียมการเผื่อช่วงหน้าแล้งไปด้วย เขาเรียกว่าแผนเผชิญเหตุ ไม่ใช่ว่าไม่ท่วม ระบายน้ำได้ขนาดนี้แล้วนิ่งเฉย ทุกคนมีบทเรียนมาแล้วในการระบายน้ำปี 54 ส่วนในปี 63 ก็อีกเรื่องหนึ่งปริมาณฝนพายุเข้ามากเป็นเรื่องธรรมดา การท่วมภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็เช่นกัน ตกวันละ 500 มิลลิเมตรไหวที่ไหน วันนี้ท่านดูตรงพื้นที่นี้เป็นพื้นที่มีความเสี่ยงตามพื้นที่ลุ่มต่ำ เราก็ต้องเตรียมพื้นที่สำรองกักเก็บน้ำตามธรรมชาติ ตามที่สร้างไว้ ได้กำชับให้ไปตรวจตราทำนบดินกั้น แอ่งเก็บน้ำต่างๆที่ปริมาณน้ำสูงขึ้นในขณะนี้ ต้องรับน้ำให้ได้ และต้องเตรียมแผนในกรณีที่มีการชำรุดในพื้นที่จำเป็นและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกระทันหัน จึงให้ประสานกระทรวงกลาโหมเรื่องการใช้เฮลิคอปเตอร์ในการทิ้งตระกร้าลงมาเพื่อกั้นน้ำได้ชั่วคราวก่อนซ่อมแซม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องการเกษตรก็ได้พูดไปว่าจะปรับอย่างไรให้สอดคล้องความต้องการของตลาดในวันนี้ ไม่น้อยและมากเกินไป ก็เป็นห่วง ดังนั้นทุกคนต้องปรับตัวเองด้วย รัฐบาลพยายามคิดใหม่ทำใหม่ แต่ทุกคนต้องกล้าคิดกล้าทำ กล้าจะเปลี่ยนแปลง เราถึงจะพลิกโฉมประเทศไทยได้ ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคน สู้ๆนะ จากนั้นนายกฯเดินทางกลับกรุงเทพฯ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116813</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยนาท, นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210915/image_big_6141c9edc3eea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
