<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>19478</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2018 19:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2018 19:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หมอธี&quot;ยอมรับฝืนใจ ย้าย &quot;ชัยพฤกษ์&quot; เผยแม้เจ็บปวด  เพราะส่วนตัวรักและให้เกียรติ แต่งานก็คืองาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;quot;หมอธี&amp;quot;ยอมรับฝืนใจ ย้าย &amp;quot;ชัยพฤกษ์&amp;quot; เผย การโยกย้ายครั้งนี้ก็ทำให้เจ็บปวด ลั่น ส่วนตัวรักและให้เกียรติ แต่งานก็คืองาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
9ต.ค.61-นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงกรณีที่นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ได้ชี้แจงเกี่ยวกับการดำเนินการโครงการก่อสร้างศูนย์ศึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทะเลสาบสงขลา หรือ อควาเรียม ที่วิทยาลัยประมงติณสูลานนท์ &amp;nbsp;สงขลา ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) พร้อมทั้งยืนยันความบริสุทธิ์ว่าไม่ได้ทุจริตและยึดประโยชน์ราชการ ว่า เรื่องนี้ตนคงไม่โต้ตอบอะไร เพราะทุกอย่างเป็นไปตามที่คณะทำงานสอบสวนข้อเท็จจริงได้สรุปสำนวนมา ทั้งนี้การตรวจสอบโครงการดังกล่าวได้ดำเนินการมาเป็นระยะเวลา 1 ปีถือว่านานพอสมควรจนมีหลักฐานตามกระบวนการยุติธรรม และตลอดระยะเวลาที่ดำเนินการตรวจสอบทุกฝ่ายก็ทำอย่างรอบคอบ อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวยังไม่ถึงที่สุด เพราะขั้นตอนของการสอบสวนทางวินัยเปิดโอกาสให้ชี้แจง ดังนั้นหากตรวจสอบแล้วไม่มีอะไรไม่มีส่วนเกี่ยวข้องก็ถือว่าจบไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ผมไม่ได้ต้องการจะเล่นงานใคร และไม่ได้เข้าข้างใคร ซึ่งส่วนตัวผมรัก นายชัยพฤษ์ หากดูดีๆ ผมให้เกียรติ นายชัยพฤกษ์ มาโดยตลอด เพราะทำงานด้วยกันกับผมมา 4 ปี และเป็นคนที่ทำงานดีและเก่งกว่าผู้บริหารทุกคน โดยการโยกย้ายครั้งนี้ก็ทำให้ผมเจ็บปวดเช่นกัน แต่งานก็คืองาน หากมองกลับกันหากคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงเสนอมาถึงผมและผมไม่ดำเนินการทำอะไรเลย ผมก็ถูกกล่าวหาไปด้วย ทั้งนี้ผมเองไม่เคยคิดย้าย นายชัยพฤกษ์ ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เนื่องจาก นายชัยพฤกษ์ ได้ย้ายออกจาก สอศ.ไปแล้วจึงไม่มีส่วนได้ส่วนเสียในกระบวนการตรวจสอบ แต่สำนักนิติการ สป.ศธ.ชงเรื่องตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง เพราะ นายชัยพฤกษ์ มีส่วนเกี่ยวข้องในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุด หากผมไม่พิจารณาและตัดออกผมก็ตายด้วยเหมือนกัน และจะทำให้ผมทำอย่างไร โดยเรื่องนี้ไม่ใช่ผมทำอะไรแล้วไม่คิด แต่คิดมาอย่างรอบคอบแล้ว&amp;quot;รมว.ศธ.กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19478</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ทุจริตอควาเรียม, ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์, นพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180219/image_big_5a8a349de7c8b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19381</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2018 17:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2018 17:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอธี&#039;เผยย้ายบิ๊กศธ.พัวพันทุจริตอควาเรียมตรงไปตรงมา &#039;ชัยพฤกษ์&#039;ยันไม่ได้โกง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 8 ต.ค. นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติพิจารณาอนุมัติรับโอนและแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารสูงและประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ คือ นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการสภาการศึกษาไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี , นายมงคลชัย สมอุดร ที่ปรึกษาด้านมาตรฐานอาชีวศึกษาเกษตรกรรมและประมง สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ไปดำรงตำแหน่ง นักวิชาการทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;และ นายบุญส่ง จำปาโพธิ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สอศ. ไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรีว่า เรื่องนี้ได้ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ซึ่งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงโครงการก่อสร้างศูนย์ศึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ หรืออควาเรียม ทะเลสาบสงขลา วิทยาลัยประมงติณสูลานนท์ จ.สงขลา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้ดำเนินการสอบสวนเสร็จแล้วในเบื้องต้น ศธ.ก็เสนอไปตามนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามแต่งตั้งแล้วหรือไม่ นพ.ธีระเกียรติ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนยังไม่ทราบว่านายกฯ ลงนามแต่งตั้งหรือยัง แต่ตนได้เสนอรายชื่อคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยให้นายกฯ พิจารณาไปแล้ว ทั้งนี้ ในส่วนของตำแหน่งผู้บริหารระดับ 11 ของ ศธ.ว่างจะพิจาณาแต่งตั้งใครดำรงตำแหน่งแทนนั้น ตนยังไม่ได้คิดไว้ว่า จะเป็นการหมุนสลับระหว่างระดับ 11 ด้วยกันเองหรือขยับระดับ 10 ขึ้น 11 &amp;nbsp;เพราะเรื่องคนต้องคิดนานๆ โดยเฉพาะผู้บริหารระดับ 11 และบุคคลที่ขึ้นมาต้องเป็นที่ยอมรับ และการเสนอรายชื่อบุคคลขึ้นดำรงตำแหน่งระดับ 11 ต้องตรวจสอบประวัติและคุณสมบัติอย่างรอบด้านและต้องมีความรอบคอบ เพราะเรื่องการเมืองสูง หากสุ่มสี่สุ่มห้าตั้งไปไม่ดี ขอย้ำอีกครั้งว่าอย่าไปเชื่อโผรายชื่อหรือกระแสข่าวลือที่ออกมา ส่วนจะนำรายชื่อโยกย้ายข้าราชการระดับสูงของ ศธ.เข้าพิจารณาในการประชุม ครม.วันที่ 10 ตุลาคม หรือไม่ ตนคิดว่าไม่น่าจะทัน แต่จะพิจารณาให้เสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชัยพฤกษ์ กล่าวว่า การก่อสร้างอควาเรียมสงขลา ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2550 ซึ่งเริ่มก่อนหน้าที่ตนจะเข้ามารับตำแหน่งเลขาฯ กอศ. ในช่วงปลายปี 2554 ขณะนั้นมีปัญหาใหญ่เกิดขึ้น 2 เรื่อง คือ งบประมาณไม่เพียงพอในการก่อสร้างตามแบบรูปรายการที่ออกแบบไว้ &amp;nbsp;ซึ่งหากจะให้แล้วเสร็จตามแบบรูปรายการต้องใช้งบประมาณจำนวน 1,500 ล้านบาท ขณะที่ได้รับงบฯ จำนวน 839 ล้านบาท ดังนั้นช่วงปี 2551 จึงต้องปรับลดแบบรูปรายการให้พอดีกับวงเงินที่ได้รับ &amp;nbsp; ความไม่สมบูรณ์ของแบบรูปรายการทำให้เมื่อเริ่มดำเนินการก่อสร้างมีปัญหา และต้องแก้ไขครั้งใหญ่ &amp;nbsp;จำนวน 2 ครั้ง &amp;nbsp;คือ ปี 2553 &amp;nbsp;และช่วงต้น ปี 2554 ทั้งนี้ เมื่อมาถึงช่วงที่ตนเข้ามารับตำแหน่ง ได้มีการแก้ไขสัญญา 4 ครั้ง และเป็นการแก้ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) จำนวน 2 ครั้ง คือ ครั้งที่ 3 และครั้งที่ 5 เป็นการขยายเวลาตามมติ ครม. ส่วนครั้งที่ 4 เป็นการปรับเปลี่ยนงวดงาน เช่น สัญญาเดิม กำหนดให้ปิดหลังคาอควาเรียมก่อน แต่เนื่องจากต้องนำอุปกรณ์ขนาดใหญ่เข้าไปในอควาเรียม หากต้องทำตามงวดงานที่กำหนดไว้เดิม จะต้องรื้อหลังคาออกจึงเป็นสาเหตุให้ต้องแก้ไขงวดงานครั้งที่ 4 เพื่อนำอุปกรณ์ใหญ่ ใส่เข้าไปก่อน และครั้งที่ 6 เป็นการปรับแก้ เนื่องจากความไม่สมบูรณ์ของแบบรูปรายการ ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นตามสัญญาเดิม ก่อนที่ตนจะมารับตำแหน่ง ซึ่งมีการแก้ไขกว่า 100 รายการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยพฤกษ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ หลังสิ้นสุดการดำเนินการระยะที่ 1 ทาง สอศ. ได้ขอความอนุเคราะห์ ไปที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ให้ออกแบบรูปรายการเพื่อให้การก่อสร้างต่อเนื่องสัมพันธ์กับงานเดิมอย่างสมบูรณ์เพื่อให้สามารถเปิดใช้งานได้ สจล. ได้ออกแบบและประมาณงบฯ ไว้ &amp;nbsp;572 ล้านบาท แต่เนื่องจากข้อจำกัดทางด้านงบฯ สอศ. ได้รับงบฯ เพียง 269 ล้านบาท สอศ. จึงขอให้ สจล. ปรับแบบรูปรายการอีกครั้งให้สอดคล้องกับความจำเป็นและสอดคล้องกับงบประมาณ &amp;nbsp;ซึ่งเป็นดุลยพินิจของทาง สจล. &amp;nbsp;และในการลงนามในสัญญาจ้างระยะที่ 2 และ 3 ตนในฐานะเลขาฯ กอศ. ได้มอบอำนาจให้รองเลขาฯ กอศ. ในขณะนั้น ปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการ กอศ. ซึ่งการก่อสร้างก็สามารถดำเนินการเสร็จตามสัญญา ส่วนระยะที่ 4 เกิดขึ้นหลังจากที่ตนพ้นจากตำแหน่งเลขาธิการ กอศ.แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; ผมยืนยันว่า การดำเนินการทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบกฎหมาย ไม่เคยแอบอ้างผู้ใหญ่ และพร้อมที่จะพิสูจน์ตัวเอง การดำเนินการทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน ระเบียบราชการ การตัดสินใจอนุมัติเรื่องต่าง ๆ เป็นไปตามมติคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ผ่านการกลั่นกรองจากเจ้าหน้าที่และผู้บริหารทุกระดับตามสายงาน และได้มีการสอบทานจากหลายฝ่ายหลายครั้ง &amp;nbsp;ในการแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาทุกครั้งเป็นข้อเสนอมาจากคณะกรรมการตรวจการจ้าง ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรม วิศวกรรม &amp;nbsp;การก่อสร้าง และด้านอควาเรียมของกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ &amp;nbsp;และกรรมการควบคุมงาน อีกทั้งยังผ่านการกลั่นกรองของผู้เกี่ยวข้องใน สอศ. ด้วย มั่นใจว่า กระบวนการทำงานเป็นไปด้วยความรอบคอบ ยึดประโยชน์ทางราชการเป็นหลัก ไม่ได้ประมาทเลินเล่อ และยืนยันว่าไม่ได้โกงแม้แต่บาทเดียว &amp;rdquo; นายชัยพฤกษ์ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19381</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์, นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์, สืบสวนทุจริตอความเรียม, โยกย้ายบิ๊กศธ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181008/image_big_5bbb2bac552f3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10749</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2018 19:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2018 19:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่อประชาพิจารณ์พรบ.ศึกษาชาติ15มิ.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
5มิ.ย.61- บอร์ด อิสระฯ เตรียม เปิดรับฟังความคิดเห็น ร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ 15 มิ.ย.นี้ คาด ประกาศใช้ได้ ธ.ค.ปีนี้ &amp;ldquo;หมอจิรุตม์&amp;rdquo; เผย สาระสำคัญมีทั้งเรื่องการจัดระบบการศึกษาใหม่ ให้ความอิสระกับโรงเรียน การปฏิรูปการเรียนการสอน การพัฒนาและผลิตครู และการพัฒนาคุณภาพระบบสารสนเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ ประธานคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจศึกษาแนวทางการจัดทำพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติ กล่าวว่าในที่ประชุมคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ที่มีนพ.จรัส สุวรรณเวลา เป็นประธาน ได้มีการหารือปรับปรุงแก้ไขร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ....เพื่อนำเข้าคณะกรรมการอิสระฯ พิจารณาในสัปดาห์หน้า และในวันศุกร์ที่ 15 มิถุนายนนี้ จะสามารถเปิดรับฟังความคิดเห็นได้ ทั้งในช่องทางออนไลน์ที่เว็บไซค์http://www.thaiedreform.org และจัดเวทีการรับฟังความคิดเห็น สำหรับเนื้อหาในร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ อาจจะไม่ได้มีทุกเรื่องที่จะปฏิรูป แต่จะเป็นการกำหนดเรื่องที่จะเป็นเครื่องมือในการกำจัดอุปสรรคสำหรับการปฏิรูปในอนาคต รวมถึงเปิดโอกาสให้เกิดการดำเนินการปฏิรูปในอนาคต ประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับพ.ร.บ.ฉบับนี้ มีบางเรื่องได้ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นมาแล้ว เช่น เรื่องที่เกี่ยวข้องกับครู กระบวนการจัดการเรียนการสอน เด็กเล็ก เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.จิรุตม์ กล่าวต่อว่า โดยสาระสำคัญของร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาตินี้ จะมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา เช่น การจัดระบบการศึกษาใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ที่ต้องการให้รัฐสนับสนุนให้เราสามารถเรียนได้ตามความถนัด สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศ การเรียนรู้ตลอดชีวิต เป็นต้น และยังมีข้อกฎหมายที่ให้ความอิสระกับโรงเรียน เพื่อการจัดการศึกษาอย่างมีประสิทธิผล จัดระบบการสนับสนุนให้กับโรงเรียน ให้ความสำคัญกับการพัฒนาผู้บริหารของโรงเรียน รวมถึงการกำหนดเรื่องเกี่ยวกับการปฏิรูปการเรียนการสอน เช่น หลักสูตรแกนกลาง และหลักสูตรที่ดูแลเด็กที่มีความต้องการเป็นพิเศษด้วย นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่เกี่ยวข้อวกับการพัฒนาและผลิตครูด้วย อีกทั้งยังมีการกำหนดเรื่องการพัฒนาคุณภาพระบบสารสนเทศที่จะบูรณาการและเอื้อกับการจัดการศึกษา และยังมีเรื่องประสิทธิภาพในการจัดสรรงบประมาณต่างๆ ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการสภาการศึกษา (เลขาฯ สกศ.) กล่าวว่า สำหรับปฏิทินการดำเนินการยกร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.... จะเปิดรับฟังความคิดเห็นตั้งแต่วันที่ 15-30 มิถุนายน จากนั้นจะนำข้อเสนอแนะมาปรับปรุง และเสนอร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา 17 กรกฎาคม ซึ่งคาดว่าจะเสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในช่วงเดือนกันยายน ทั้งนี้คาดว่าจะประกาศใช้ได้ในเดือนธันวาคม ถือเป็นของขวัญปีใหม่ ในปี 2562 แก่ประชาชนชาวไทย อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการยกร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว คณะกรรมการอิสระฯ ก็จะดำเนินการใน 3 เรื่องควบคู่ไปด้วย คือ การออกกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้อง เตรียมจัดทำแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา และจัดทำโครงการที่ดำเนินการสำเร็จเป็นรูปธรรมได้ทันทีเสนอต่อ ครม.เพื่อมีมติเห็นชอบต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10749</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์, ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์, ประธานคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจศึกษาแนวทางการจัดทำพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติ, พรบ.การศึกษาแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180605/image_big_5b1681493452e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5342</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2018 18:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2018 18:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แผนการศึกษาใหม่ เพิ่มจำนวนปีการศึกษาคนไทยเป็น 12.5ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แผนการศึกษาชาติ 20ปี &amp;nbsp;ระบุคนไทยต้องเพิ่มจำนวนปีที่ได้รับการศึกษาเป็น 12.5 ปี หรือราวระดับชั้นม. 6จากปัจจุบันอยู่ที่ 9.52ปี หรือประมาณระดับชั้น ม.3 &amp;nbsp;&amp;quot;ชัยพฤกษ์&amp;quot; เผยข้อมูลระหว่างปีการศึกษา 58-60 ปีการศึกษาเฉลี่ย ของประชากรไทย มีแนวโน้มสูงขึ้น กทม. เป็นอันดับ1การศึกษาค่าเฉลี่ยสูง ขณะที่ แม่ฮ่องสอน ค่าเฉลี่ยต่ำที่สุดในประเทศ
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการสภาการศึกษา (เลขาฯ สกศ.) กล่าวว่า ตามที่แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2560 -2579 ได้กำหนดเป้าหมายการพัฒนาการศึกษาในระยะ 20 ปี ไว้ 5 ด้าน 53 ตัวชี้วัด ซึ่ง สกศ.ได้ ดำเนินการติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษารายจังหวัดระยะแรก โดยประเมินผลระหว่าง ปี 2558 และ 2559 จำนวน 2 ด้าน รวม 11 ตัวชี้วัด ในโรงเรียนทุกสังกัด เพื่อทราบถึงพัฒนาการศึกษาไทยรายจังหวัด และทีมนักวิชาการ สกศ. ได้ค้นพบข้อมูลที่น่าสนใจ คือ ระหว่างปีการศึกษา 2558 - 2560 ปีการศึกษาเฉลี่ยของประชากรไทย ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดตัวหนึ่งในด้านการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา พบว่า มีแนวโน้มสูงขึ้น โดยปีการศึกษาเฉลี่ยระดับประเทศในกลุ่มอายุ 15 - 59 ปี &amp;nbsp;ปีการศึกษา 2560 เท่ากับ 9.52 ปี หรือ เทียบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น หรือ ชั้น ม.3 ปี 2559 เท่ากับ 9.40 ปี และ ปี 2558 เท่ากับ 9.33 ปี โดยจังหวัดที่มีปีการศึกษาเฉลี่ยสูงที่สุดคือ กรุงเทพมหานคร เท่ากับ 11.57 ปี &amp;nbsp;ขณะที่ แม่ฮ่องสอน ปีการศึกษาเฉลี่ยต่ำที่สุดในประเทศ เท่ากับ 6.58 ปี เทียบได้กับระดับประถมศึกษา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในการประชุมติดตามความก้าวหน้าการดำเนินการยกอันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ซึ่งมีนพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) เป็นประธาน เมื่อเร็วๆ นี้ รมช.ศธ. ได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัด ศธ.เพิ่มเรื่องจำนวนปีที่คนไทยได้รับการศึกษาเฉลี่ยเป็นอีกเป้าหมายหนึ่งในการติดตาม ซึ่งในเป้าหมายของแผนการศึกษาแห่งชาติ คือ ผลักดันให้มีจำนวน ปีการศึกษาเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 12.5 ปี ในปี 2579 &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เมื่อเปรียบเทียบความแตกต่างปีการศึกษาเฉลี่ย 3 ปี ระหว่างปี 2558 - 2560 พบว่า ปีการศึกษาเฉลี่ยของประชากรไทยมีแนวโน้มสูงขึ้น โดยปี 2560 มีทั้งสิ้น 60 จังหวัดที่มีปีการศึกษาเฉลี่ยสูงขึ้น และมีเพียง 16 จังหวัดที่มีปีการศึกษาเฉลี่ยลดลง ได้แก่ กาญจนบุรี ชลบุรี ชัยนาท ชัยภูมิ เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช น่าน ปทุมธานี ภูเก็ต แม่ฮ่องสอน ราชบุรี ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี สุราษฎร์ธานี และอุดรธานี ขณะที่ สมุทปราการ เป็นจังหวัดเดียว ที่มีปีการศึกษาเฉลี่ยเท่าเดิมคือ 10.49 ปี &amp;rdquo;เลขาฯ สกศ. กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5342</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนไทยต้องจบม.6, ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์, เพิ่มปีการศึกษาคนไทย, แผนการศึกษาชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180219/image_big_5a8a349de7c8b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
