<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>80525</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งจำคุกน้ำอุ่น8ปี มอมพริตตี้จนตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำคุก &amp;quot;น้ำอุ่น&amp;quot; 8 ปี มอมเหล้าลัลลาเบลจนตายขณะหิ้วขึ้นคอนโดฯ ทั้งที่หมดสติ ส่วนพวกอีก 5 คนทั้งชายหญิงเจอข้อหาสนับสนุนคนละ 5 ปี 4 เดือน และต้องร่วมกันชดใช้กว่า 7 แสน พ่อเหยื่อพ้อ ถึงติดคุกสุดท้ายมันก็ออกมาได้อยู่ดี แต่ก็พอใจที่ลูกได้รับความยุติธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 14 ตุลาคมนี้ &amp;nbsp;ที่ศาลอาญาธนบุรี ถนนเอกชัย ศาลอ่านคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการคดีอาญาธนบุรี 2 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายรัชเดช หรือน้ำอุ่น วงศ์ทะบุตร จำเลยที่ 1, นายชัยพล หรือคิว พรรณนา เจ้าของงานปาร์ตี้บ้านบางบัวทอง จำเลยที่ 2, นายนที หรือตี๋ สถิตพงษ์สถาพร จำเลยที่ 3, น.ส.พิกุลทอง หรือเฟิร์ส บุญภา แฟนสาวของคิว จำเลยที่ 4, นายกฤษฎา หรือโนบิ โลหิตดี จำเลยที่ 5, นายโกเศศ หรือปิงปอง ฤทธิ์นิธิฤกษ์ &amp;nbsp;จำเลยที่ 6 ในความผิด 4 ข้อหาฐานเป็นซ่องโจร, พาผู้อื่นไปเพื่อการอนาจารโดยใช้กำลังประทุษร้าย ใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรมหรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยประการใดๆ, กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า 15 ปีโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้, หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และเป็นเหตุให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวถูกกักขังหรือต้องปราศจากเสรีภาพในร่างกายนั้นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 210, 213, 278, 284, 310 ประกอบมาตรา 83, 91
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีจำเลยทั้ง 6 มีงานเลี้ยงโดยมีการดื่มสุราที่บ้านแห่งหนึ่งใน อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี แล้วจ้าง น.ส.ธิติมา หรือลัลลาเบล นรพันธ์พิพัฒน์ อายุ 26 ปี ให้มาเป็นพริตตี้ชงเหล้าร่วมเต้นรำและร่วมดื่มสุรา โดยจำเลยทั้ง 6 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ น.ส.ธิติมา ดื่มสุราจนเมาและอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ แล้วนายรัชเดช จำเลยที่ 1 ได้พาพริตตี้ลัลลาเบล ซึ่งขณะนั้นมีปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ในเลือดสูงมากอยู่ในภาวะมึนเมา โดยใช้กำลังประทุษร้ายไปอนาจาร และอุ้มแบกออกจากบ้านหลังดังกล่าวไปขึ้นรถยนต์ของจำเลยที่ 1 แล้วพาไปที่ห้องพักคอนโดฯ ย่านดาวคะนอง แขวงดาวคะนอง เขตธนบุรี กทม. แล้วจำเลยที่ 1 พาพริตตี้ลัลลาเบลที่อยู่ในภาวะไม่สามารถขัดขืนได้ไปบนห้องพัก เป็นเหตุให้ถูกหน่วงเหนี่ยวกักขัง ต้องปราศจากเสรีภาพในร่างกายและถึงแก่ความตาย ส่วนจำเลยที่ 2-6 ร่วมกันสนับสนุนการกระทำผิดของจำเลยที่ 1&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ จำเลยทั้งหมดที่ได้ประกันตัว เดินทางมาฟังคำพิพากษา พร้อมทนายความ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า การกระทำความผิดของจำเลยทั้งหก มีพยานโจทก์เบิกความยืนยันในชั้นศาล สอดคล้องกับคำให้การชั้นสอบสวน ภาพจากกล้องวงจรปิด คลิปวิดีโอจากโทรศัพท์เคลื่อนที่ของจำเลยทั้งหก บันทึกการสนทนาในแอปพลิเคชันไลน์ รายงานผลการสืบสวนพฤติกรรมของบุคคล บันทึกการชี้ตัวของพยานซึ่งได้กระทำทันทีหลังเกิดเหตุ ผลการชันสูตรพลิกศพ และผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ น่าเชื่อ รับฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 ได้กระทำอนาจารผู้ตาย โดยใช้กลอุบายหลอกล่อให้ผู้ตายดื่มสุราในปริมาณมาก เพื่อให้ผู้ตายหมดสติอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ และได้พาผู้ตายซึ่งหมดสติขึ้นรถยนต์ไปที่คอนโดฯ ของจำเลยที่ 1 โดยมีเจตนาที่จะล่วงละเมิดทางเพศผู้ตาย ทั้งพยานโจทก์ปากนายแพทย์ผู้ชันสูตรพลิกศพให้ความเห็นว่า ผู้ตายเสียชีวิตในช่วงเวลา 15 นาฬิกา ถึง 19 นาฬิกา ระหว่างที่จำเลยที่ 1 พาผู้ตายขณะหมดสติไปยังห้องในคอนโดฯ ของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ย่อมเล็งเห็นได้ว่าผู้ตายอาจจะได้รับอันตรายถึงชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงเป็นการหน่วงเหนี่ยวกักขังเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย ส่วนจำเลยที่ 2 ถึงจำเลยที่ 6 เคยเข้าร่วมงานเลี้ยงในลักษณะนี้มาก่อน รู้ว่าจำเลยที่ 1 มีเจตนามอมเหล้าผู้ตาย แต่ไม่ขัดขวางห้ามปราม กลับชักชวนให้ผู้ตายดื่มสุรา และยอมให้จำเลยที่ 1 พาผู้ตายซึ่งหมดสติออกไปจากงานเลี้ยง การกระทำของจำเลยที่ 2 ถึงจำเลยที่ 6 ดังกล่าวถือว่าเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่จำเลยที่ 1 ในการพาผู้ตายไปเพื่อการอนาจาร และในการที่จำเลยที่ 1 หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้ตายซึ่งอยู่ในสภาพหมดสติมีอาการโคม่า แต่จำเลยที่ 1 กลับไม่พาไปรักษาที่โรงพยาบาล จำเลยที่ 2 ถึงจำเลยที่ 6 จึงเป็นผู้สนับสนุนจำเลยที่ 1 กระทำความผิด การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดฐานกระทำอนาจาร ฐานพาผู้อื่นไปเพื่อการอนาจาร และฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นเป็นเหตุให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวกักขังถึงแก่ความตาย ความผิดทั้งสามฐานดังกล่าว จำเลยที่ 1 กระทำต่อเนื่องเชื่อมโยงในวาระเดียวกัน โดยมีเจตนาเพื่อกระทำอนาจารและล่วงละเมิดในทางเพศผู้ตาย จึงเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้ลงโทษฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นเป็นเหตุให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวกักขังถึงแก่ความตายซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักสุด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 ส่วนจำเลยที่ 2 ถึงจำเลยที่ 6 เป็นผู้สนับสนุนให้จำเลยที่ 1 กระทำความผิดดังกล่าว สำหรับฐานซ่องโจร โจทก์ไม่มีพยานมาสืบให้เห็นว่า จำเลยทั้ง 6 สมคบหรือตกลงจะกระทำความผิดแต่อย่างใด จึงฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 ถึงจำเลยที่ 6 เป็นเพียงผู้สนับสนุนการกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 เท่านั้น ยกฟ้องในความผิดฐานซ่องโจร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิพากษาจำคุกจำเลยที่ 1 นายรัชเดช หรือน้ำอุ่น ฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำถึงแก่ความตาย ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักสุด ให้จำคุก 8 ปี ส่วนจำเลยที่ 2-6 ให้ลงโทษฐานเป็นผู้สนับสนุนจำเลยที่ 1 ในการกระทำความผิดดังกล่าว จำคุกคนละ 5 ปี 4 เดือน และให้จำเลยทั้ง 6 ร่วมกันชดใช้ค่าสินใหม่แก่โจทก์ร่วมจำนวน 748,660 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาศาลอนุญาตให้จำเลยได้ประกันตัวระหว่างอุทธรณ์ จำเลยที่ 1 ตีราคาประกัน 350,000 บาท จำเลยที่ 2-6 ตีราคาประกันคนละ 150,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชวลิต และนางศุภามาศ นรพันธ์พิพัฒน์ บิดาและมารดาของ น.ส.ธิติมา หรือลัลลาเบล กล่าวทั้งน้ำตาว่า พอใจกับคำพิพากษาของศาล ตลอด 1 ปีที่ผ่านมากว่าจะผ่านไปแต่ละวันยากลำบาก วันนี้เหมือนคืนความยุติธรรมให้กับลูกสาว และจะเลี้ยงน้องแบมแบม หลานสาวให้ดีที่สุด เนื่องจากทุกวันนี้ หลานยังถามหาแม่อยู่บนสวรรค์ มีเครื่องบินแล้วเมื่อไหร่จะกลับมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คำพิพากษา ถึงแม้ว่ามันจะติดคุก แต่สุดท้ายมันก็ออกมาได้อยู่ดี แต่ลูกสาวของผมไม่สามารถฟื้นขึ้นมาได้ ทุกวันนี้ทำงานหนักมาก เหมือนต้องนับหนึ่งใหม่หมดเลย หลังจากที่เกิดเรื่อง อีกฝ่ายก็ไม่เคยแม้แต่จะติดต่ออะไรกลับมาเลย&amp;quot; นายชวลิตกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80525</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษฎา โลหิตดี, ชวลิต นรพันธ์พิพัฒน์, ชัยพล พรรณนา, ธิติมา นรพันธ์พิพัฒน์, นที สถิตพงษ์สถาพร, พิกุลทอง บุญภา, รัชเดช วงศ์ทะบุตร, ศุภามาศ นรพันธ์พิพัฒน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โกเศศ ฤทธิ์นิธิฤกษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201014/image_big_5f86f0b6d9a1a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46881</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แก๊งปาร์ตี้สู้ แจ้งจับพริตตี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แก๊งปาร์ตี้ตีโต้ เข้าแจ้งความดำเนินคดีพริตตี้เดียร์ขโมยผ้าห่ม อ้างไม่แปลกเปื้อนคราบอสุจิเพราะเป็นของอยู่ในบ้าน ขู่มีแจ้งจับเพิ่ม อัจฉริยะถอยตั้งหลักประกาศงดแถลง แต่จะส่งพยานหลักฐานให้ ผบช.น.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.สิริภพ อนุศิริ ผกก.สภ.บางบัวทอง กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ กรณีพริตตี้เดียร์เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับโมเดลลิ่ง ฐานเป็นธุระจัดหาส่งตนเองไปทำงานเอนเตอร์เทนชงเหล้าให้แก๊งปาร์ตี้ จนถูกมอมเหล้าทำอนาจาร โดยเมื่อวันเสาร์ได้นำพยานหลักฐานมามอบเพิ่มเติม ว่า หลักฐานที่พริตตี้เดียร์นำมามอบให้เป็นคลิปวิดีโอในวันงาน ซึ่งจะต้องส่งตรวจสอบก่อน รวมถึงนำฝาขวดเหล้าที่เก็บได้จากในบ้านปาร์ตี้ มีลักษณะการเจาะรูมามอบให้ โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะมีการเจาะรู้ใส่ซีรินจ์หยอดอะไรลงไปหรือไม่ ทางตำรวจก็จะส่งให้พิสูจน์หลักฐานตรวจสอบก่อน และยังไม่มีการเรียกใครมาสอบปากคำเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่ปรากฏคลิปวิดีโอของพริตตี้ออกมาใหม่ มีลักษณะการขึ้นคร่อมนั้น จะต้องส่งให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ทำการตรวจสอบในวันจันทร์นี้ก่อนว่ามีการตัดต่อหรือไม่ อย่างไร เมื่อตรวจสอบทุกอย่างเสร็จสิ้นจึงจะพิจารณาว่าจะต้องเรียกใครมาสอบปากคำเพิ่มเติมอีกหรือไม่ และจะดำเนินคดีกับใครได้อีกบ้างหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในช่วงบ่าย นายนที หรือตี๋ สถิตพงษ์สถาพร อายุ 33 ปี, นายชัยพล หรือคิว พรรณนา อายุ 29 ปี, น.ส.พิกุลทอง หรือเฟิร์ส บุญภา อายุ 24 ปี ทั้งสามคนถูกกล่าวหาร่วมกันทำอนาจารพริตตี้เดียร์ ได้เข้าแจ้งความตำรวจ สภ.บางบัวทอง ให้ดำเนินคดีกับ &amp;quot;พริตตี้เดียร์&amp;quot; ในข้อหาลักทรัพย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนทีกล่าวว่า พริตตี้เดียร์ลักทรัพย์ผ้าห่มผืนที่อ้างว่ามีคราบอสุจิออกไปจากบ้านย่านบางบัวทอง ตอนนี้ยังแจ้งความแค่คนเดียวก่อน กำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อแจ้งเพิ่มอีกคดีหนึ่ง ส่วนเรื่องคลิปพริตตี้เดียร์กำลังขึ้นคร่อมและอ้างว่าโดนทำอนาจารนั้น ขอบอกเลยว่าทุกคนที่ได้ดูคลิปก็ตัดสินได้ว่าอะไรเป็นอะไร ให้ภาพและคลิปเล่าเรื่องกันไป เพราะตอนนี้กระแสโซเชียลกำลังแรงอยู่ ไม่อยากพูดอะไรมาก คลิปต่างๆ เรามีทีเด็ดแน่นอน แต่ขออุบเอาไว้ก่อน เกรงจะเสียในรูปคดี หลักๆ คือตอนนี้เรามีทนายความ 3 คน คอยดูแลคดีอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่ามีทนายตั้มรวมอยู่ด้วยหรือไม่ นายนทีกล่าวว่ายังไม่ขอเปิดเผย ส่วนเรื่องผ้าห่มเปื้อนคราบอสุจิ ตนก็ไม่กังวล เพราะเป็นผ้าห่มในบ้านของตน มันก็ไม่แปลกถ้าจะมีน้ำอะไรเปรอะเปื้อนติดผ้าไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ นายนทีระบุว่า &amp;quot;ที่คุณอัจฉริยะท้าทายว่าให้ปล่อยคลิปออกมาเลยเพราะจะได้ใช้เป็นหลักฐานนั้น อยากจะบอกว่ามีคลิปอีกแน่นอน และฝากย้ำเตือนถึงคุณอัจฉริยะว่า จะช่วยน้องเดียร์ก็ช่วยให้สุด อย่าทิ้งน้องไว้กลางทางแล้วกัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ที่เคยแจ้งว่า เวลา 13.30 น. วันที่ 29 พ.ย. จะแถลงข่าวและถ่ายทอดผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ เปิดหลักฐานชิ้นสำคัญที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ น.ส.ธิติมา นรพันธ์พิพัฒน์ หรือลัลลาเบล เสียชีวิต รวมถึงพริตตี้คนอื่นๆ อย่างไรก็ตาม เฟชบุ๊ก &amp;quot;ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม&amp;quot; ได้โพสต์ข้อความระบุว่าของดแถลงข่าวตามกำหนด แต่จะส่งมอบหลักฐานทั้งหมดให้ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และคณะ ที่ บช.น. เวลา 11.00 น. วันที่ 30 ก.ย.นี้ ด้วยเหตุผล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ภาพลับซึ่งจะใช้ในการพิสูจน์ความจริงและมัดตัวผู้ต้องหา เป็นพยานหลักฐานสำคัญ จำเป็นต้องปกปิดไว้เป็นความลับเพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดี จึงไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะจะทำให้เสียรูปคดีและผู้ต้องหาตั้งหลักต่อสู้คดีได้ทัน 2.พยานหลักฐานสำคัญเกี่ยวกับประเด็นสำคัญในการดำเนินคดีกับผู้ต้องหา จำเป็นจะต้องนำเข้าสู่สำนวนของพนักงานสอบสวน เพื่อขยายผลต่อไป 3.การนำหลักฐานที่เป็นพยานหลักฐานสำคัญมาเปิดเผยอาจกระทบต่อสิทธิส่วนบุคคลของผู้เสียหายหรือผู้เกี่ยวข้อง 4.พยานหลักฐานที่ตนจะส่งมอบให้พนักงานสอบสวน อาจเป็นพยานหลักฐานสำคัญในการที่พนักงานสอบสวนอาจจะขอหมายจับหรือแจ้งข้อหาเพิ่มกับผู้ต้องหาได้ในอนาคต ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของพนักงานสอบสวน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สน.บุคคโล นายรุ้ง (นามสมมุติ) เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.บุคคโล เพื่อให้ปากคำในฐานะพยานในคดีการเสียชีวิตของ น.ส.ธิติมา พร้อมกล่าวว่า มาให้ปากคำเพราะอยู่ในที่เกิดเหตุ ซึ่งวันนั้นไปพร้อมแฟนสาวน้องวาวา ช่วงเที่ยง เพื่อกินข้าวจนถึงบ่าย 2 โมง ขอยืนยันว่า วันนั้นตนและแฟนสาวไม่ได้ดื่มสุรา แล้วเดินทางกลับทันที ส่วนระหว่างที่อยู่ในบ้าน ก็เห็นนายรัชเดช หรือน้ำอุ่น วงศ์ทะบุตร และน้องลัลลาเบล ไม่ได้นั่งใกล้กัน ส่วนพฤติกรรมการเอนเตอร์เทนที่มีคลิปเผยแพร่ออกมานั้น น้องวาวาก็เป็นพริ้ตตี้เช่นกัน แต่ไม่ได้ถึงขนาดจะต้องขึ้นคร่อมตามคลิปดังกล่าว ต่อจากนี้ตนจะเดินทางไป สภ.บางบัวทอง เพื่อให้ตรวจดีเอ็นเอและให้ปากคำเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านคณะพนักงานสอบสวนเปิดเผยว่า นัดสอบปากคำนายรุ้งในฐานะพยานรอบที่ 2 เพื่อรวบรวมไว้เป็นพยานหลักฐานเท่านั้น ว่ามีความเชื่อมโยงหรือเกี่ยวข้องอย่างไรบ้าง ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบปากคำ ยังไม่ได้แจ้งข้อหาใดๆ แก่นายรุ้ง ต้องสอบปากคำอย่างละเอียด หากพบว่าเข้าข่ายความผิดจะแจ้งข้อหาในทันที นอกจากนี้ยังได้นัดพริตตี้สาว พยานอีก 1 ราย มาสอบปากคำด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46881</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยพล พรรณนา, นที สถิตพงษ์สถาพร, พ.ต.อ.สิริภพ อนุศิริ, พิกุลทอง บุญภา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190929/image_big_5d90ae2b96872.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
