<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>81801</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/10/2020 12:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/10/2020 11:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลแพ่งยกฟ้องคดีวิสามัญ&#039;ชัยภูมิ ป่าแส&#039; ทบ.ไม่ต้องชดใช้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ต.ค. 63 - ที่ห้องพิจารณา 503 ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ พ2591/2562 ที่นางนาปอย ป่าแส มารดาของนายชัยภูมิ ป่าแส เป็นโจทก์ฟ้องกองทัพบกเป็นจำเลย ให้ชดใช้ทางละเมิด กรณีเจ้าหน้าที่ทหาร สังกัดกองทัพบก ได้วิสามัญฆาตกรรมนายชัยภูมิ ที่บริเวณ ด่านรินหลวง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ นางนาปอย ได้เดินทางมายังศาลแพ่ง พร้อม นายไมตรี จำเริญสุขสกุล ผู้ก่อตั้งกลุ่มกิจกรรมเพื่อสังคมรักษ์ลาหู่ ผู้ดูแลนายชัยภูมิ, นายปรีดา นาคผิว ทนายความจากมูลนิธิ ผสานวัฒนธรรม และ ผู้เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายไมตรี เปิดเผยความรู้สึกก่อนขึ้นฟังคำพิพากษาว่า ที่ผ่านมา กลุ่มตนเองได้พยายามเรียกร้องขอความเป็นธรรมหลังนายชัยภูมิเสียชีวิตมาโดยตลอด เพราะทางครอบครัวอยากรู้ความจริง ว่าสาเหตุที่นายชัยภูมิ เสียชีวิตไปนั้นเกิดจากอะไร เนื่องจากที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ระบุว่า สาเหตุที่นายชัยภูมิเสียชีวิตของนายชัยภูมิ มาจากเรื่องของยาเสพติด แต่ไม่เคยเปิดเผยข้อมูลภาพ จากกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่ในจุดเกิดเหตุให้สาธารณชนรับทราบ จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ทางกลุ่มฯต้องต่อสู้ แม้ว่าการต่อสู้จะเป็นในด้านของการเรียกค่าเสียหายแต่นั่นก็เป็นแค่เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะสิ่งที่ต้องการจริง ๆ คือ ความยุติธรรมต่อเด็กคนหนึ่งซึ่งเป็นเด็กชนเผ่าและไม่มีสัญชาติไทย ทุกคนควรจะมองเขาคือมนุษย์คนหนึ่ง ประกอบกับเมื่อเขาเสียชีวิตไปแล้วผู้ที่กระทำกลับไม่ได้รับการลงโทษใดๆ และยังไม่มีการชี้แจงข้อเท็จจริงจากทางเจ้าหน้าที่รัฐ เบื้องต้นยอมรับว่าที่ผ่านมามีความรู้สึกกลัวแต่การฟ้องร้องก็เป็นกระบวนการเดียวที่จะสามารถเรียกร้องความยุติธรรมให้กับนายชัยภูมิได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายปรีดา กล่าวว่า คดีนี้ได้มีการฟ้องร้องกันที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่เพื่อพิสูจน์ว่าการเสียชีวิตของนายชัยภูมิ เกิดจากอะไรแต่ไม่ใช่การชี้ถูกชี้ผิดว่าใครเป็นฝ่ายผิด ซึ่งศาลก็ได้ระบุชัดว่าใครเป็นคนยิงนายชัยภูมิ ส่วนการฟ้องคดีแพ่งก็เป็นการใช้สิทธิ์ในฐานะญาติของผู้ตายมาฟ้องเรียกร้องค่าเสียหาย เพราะเจ้าหน้าที่ได้กระทำในหน้าที่ เมื่อกระทำในหน้าที่ก็เป็นอำนาจของประชาชนในการที่จะฟ้องร้อง ด้วยการฟ้องเรียกค่าเสียหายจากหน่วยงานของรัฐในที่นี้ก็คือกองทัพบก ตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 และจะเป็นส่วนที่ทำให้ไปพิสูจน์ความจริงต่อว่าการกระทำในหน้าที่เกินกว่าเหตุ สมควรที่หน่วยงานรัฐจะต้องรับผิดชอบหรือไม่ ซึ่งทางหน่วยงานก็มีหน้าที่ที่จะต้องไปแก้ไขปรับปรุงในการพัฒนาบุคลากรเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้อีก และนี่ก็คือเป้าหมายที่ต้องการจะให้เกิดการปรับปรุงเพราะเหตุที่เกิดลักษณะนี้ก่อนหน้าคดีของนายชัยภูมิ ระยะเวลาห่างกันไม่นาน ก็เคยเกิดมาแล้วกับนายอะเบ แซ่หมู่ ชาวไทยภูเขาเผ่าลีซู ซึ่งคดีของนายอะเบ ทางศาลแพ่งก็ได้พิพากษาให้กองทัพบกชดใช้ค่าเสียหาย โดยทางกองทัพบก ก็ไม่ได้อุทธรณ์และปัจจุบันคดีก็ได้ดำเนินการถึงที่สุดแล้ว กองทัพบกได้นำเงินมาวางไว้ที่ศาลแพ่งเพื่อที่จะโอนเงินให้กับแม่ของนายอะเบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์จำเลยแล้ว พยานโจทก์นำสืบในทำนองเดียวกัน นายชัยภูมิ ผู้ตายมีผลการเรียนดี เป็นนักกิจกรรมจิตอาสา เคยเป็นประธานนักเรียน ชอบช่วยเหลือครูและเพื่อน มีความกตัญญู ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ส่วนจำเลยไม่รู้จักผู้ตาย โดยทหารพยานจำเลยเบิกความขณะเกิดเหตุตรวจค้นรถ ผู้ตายไม่ยินยอมให้เปิดฝาหม้อไส้กรองอากาศ เมื่อเปิดพบยาบ้า 2,800 เม็ด ผู้ตายหลบหนี ใช้ระเบิดขว้าง ทหารจึงหยิบปืน M16 ยิงที่แขนซ้ายเพื่อหยุดการกระทำกับเจ้าหน้าที่ พยานจำเลยแจ้งพบบัญชีผู้ตายมีการเคลื่อนไหวเชื่อมโยงเรื่องยาเสพติด บันทึกการโทรศัพท์เกี่ยวกับผู้ต้องหาคดียาเสพติด พยานจำเลยที่เป็นเพื่อนนักเรียนเชื่อว่าจำเลยน่าจะรู้เรื่องยาเสพติด ประจักษ์พยานไม่พบพิรุธสงสัย พลทหารยิงผู้ตายเป็นการกระทำเพื่อป้องกันตัวสมควรแก่เหตุ จึงไม่ถือว่าเป็นการละเมิดต่อโจทก์ พิพากษายกฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังพิพากษา โจทก์พร้อมญาติและเพื่อนที่เดินทางมาให้กำลังใจต่างรู้สึกเสียใจกับคำพิพากษา และต้องการที่จะยื่นอุทธรณ์คดีต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81801</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพบก, ชัยภูมิ ป่าแส, ยกฟ้อง, ยาเสพติด, ศาลแพ่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201026/image_big_5f964a2ea638a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81737</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/10/2020 16:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/10/2020 16:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตาศาลแพ่งอ่านคำพิพากษา ครอบครัวชัยภูมิ ป่าแส ร้องค่าเสียหายกองทัพบก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ต.ค.63- เป็นเวลากว่า 3 ปี 7 เดือนแล้วที่ นายชัยภูมิ ป่าแส ถูกเจ้าหน้าที่ทหารบริเวณด่านรินหลวง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่วิสามัญฆาตกรรม &amp;nbsp;ซึ่งภายหลังเกิดเหตุขึ้นครอบครัวของนายชัยภูมิ ได้เดินหน้าทวงถามความยุติธรรม ทั้งการทวงถามเรื่องกล้องวงจรปิดที่บันทึกเหตุการณ์แต่ไม่มีการตอบรับใด ๆ จากเจ้าหน้าที่ จนนำมาสู่การยื่นฟ้องต่อศาลแพ่ง เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายจากกองทัพบก ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัดของเจ้าหน้าที่ทหารทั้งสองที่วิสามัญฆาตกรรมชัยภูมิ โดยเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมากระบวนการของศาลในการสืบพยานทั้งโจทก์และจำเลยได้เสร็จสิ้นลงแล้ว และในวันจันทร์ที่ 26 ต.ค. เวลา 09.00 &amp;nbsp;น. ศาลแพ่ง จะอ่านคำพิพากษาต่อคดีดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ภายใต้สถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน เครือข่ายขบวนการเคลื่อนไหวผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ได้ร่วมกันออกจดหมายเปิดผนึกถึงเด็กผู้หญิงและผู้หญิงทุกคนในประเทศไทย โดยระบุว่า ในฐานะเราเป็นผู้หญิงที่ดูแลครอบครัว ที่ดินและสิ่งแวดล้อม เรารู้สึกยอมไม่ได้และมิไว้ใจรัฐบาลที่กำลังใช้ความรุนแรงต่อการชุมนุมโดยสันติของเด็กเยาวชนและประชาชน หากรัฐบาลทำเพื่อประชาชนตามที่พร่ำบอก รัฐบาลต้องหยุดคุกคามประชาชน หยุดใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบในการสลายการชุมนุม ยุติการจับกุมและข่มขู่คุกคามในรูปแบบต่างๆ โดยเปลี่ยนมาเคารพและส่งเสริมสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมและการแสดงออก ปล่อยนักโทษทางการเมืองทุกคนโดยไม่มีเงื่อนไข &amp;nbsp;ประยุทธ์ จันทร์โอชาและองคาพยพต้องรับผิดชอบด้วยการลาออกอย่างสันติ ต้องมีการยุบสภา จัดทำร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่มาจากประชาชนโดยแท้จริง จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ และหนึ่งความฝันที่ควรทำเป็นความจริงคือการปฏิรูปให้สถาบันกษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญอย่างสง่างาม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พวกเราเด็กผู้หญิงและผู้หญิงในสังคมไทยทุกรุ่นในปัจจุบัน &amp;nbsp;น่าภาคภูมิใจที่รวมกันต่อสู้ ไม่มีการแบ่งแยก &amp;nbsp;ไม่ว่าเราจะเป็นใคร &amp;nbsp;เกิดที่ไหน &amp;nbsp;เป็นกลุ่มชาติพันธุ์หรือแรงงานข้ามชาติ &amp;nbsp;หรือจะเป็นกลุ่มไหนๆก็ตาม &amp;nbsp;เรารวมตัวกันต่อสู้ &amp;nbsp;เราต่อสู้เพื่ออนาคตที่ดีกว่าของเรา เพื่อครอบครัว เพื่อชุมชน &amp;nbsp;และเราก็ต่อสู้เพื่อแม่น้ำ &amp;nbsp;ภูเขา &amp;nbsp;ทะเล &amp;nbsp;ที่ดินทำกิน &amp;nbsp;สิ่งแวดล้อม และต่อสู้ร่วมกับม็อบเพื่อปลดแอกประเทศไทย &amp;nbsp;ถึงแม้เวลาของผู้หญิงจะมีไม่มากแค่ที่เราผ่านมาแล้วชูสามนิ้วก่อนไปก็ถือว่าได้ร่วมต่อสู้แล้ว &amp;nbsp;แม้ผู้หญิงบางคนมาร่วมไม่ได้เพราะไม่มีเสรีภาพในการเดินทาง หรือเป็นผู้หญิงพิการ &amp;nbsp; มีลูกเล็กหรืออยู่ในคุกก็ไม่ได้หมายความว่าไม่ต่อสู้เพราะเรารู้ว่าในใจทุกคนร่วมต่อสู้อยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์ของเพื่อนเราที่ต่อสู้ ต้องเสี่ยงกับชีวิต &amp;nbsp;การถูกคุกคาม &amp;nbsp;การข่มขู่หรือถูกจับ เราขอส่งความรักความห่วงใยให้น้อง ๆหลานๆ ผู้หญิงคนรุ่นใหม่ๆที่ถูกคุกคามทำร้ายจากผู้ชายที่ใช้ความรุนแรงแม้กระทั่งในรั้วมหาวิทยาลัยที่ควรจะปลอดภัย เราส่งความรักความห่วงใยให้ผู้หญิงคนรุ่นใหม่ที่ถูกปิดกั้นเสรีภาพโดยกรงขังและแม่ๆของพวกเธอ แม้ประชาชนและผู้หญิงทุกคนจะถูกทำร้ายและคุกคามเพียงใด แต่ไม่ใครยอมแพ้ &amp;nbsp;ไม่มีใครถอย &amp;nbsp;และผู้หญิงด้วยกันก็เข้ามาช่วยหรือเป็นแรงหนุน &amp;nbsp;ช่วยส่งกำลังใจ &amp;nbsp;เราเห็นได้ชัดเจนว่าในวันนี้ไม่มีใครสู้อย่างโดดเดี่ยวอยู่คนเดียวอีกต่อไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพของผู้หญิงและเด็กผู้หญิงในไทยจากมุมมองของคนทั่วโลก &amp;nbsp;เขาประทับใจและได้รับแรงบันดาลใจ &amp;nbsp;เขาเห็นถึงความสามารถ &amp;nbsp;เห็นถึงความเข้มแข็งเพราะไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงที่เป็นผู้ใหญ่ ผู้หญิงคนรุ่นใหม่ เด็กผู้หญิงมัธยม &amp;nbsp;จนถึงผู้หญิงสูงอายุ &amp;nbsp;ก็ถูกมองเห็นถึงบทบาทที่อยู่ข้างหน้าเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย เพื่อความยุติธรรมทางสังคมและในขณะที่ต้องทำงานเป็นผู้ดูแลในทุกสถานการณ์ &amp;nbsp;เราขอปรบมือเสียงดังๆให้กับเด็กผู้หญิงและผู้หญิงทุกคนในประเทศไทย ทั้งนี้เครือข่ายขบวนการเคลื่อนไหวผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ขอยืนหยัดและปกป้องเด็กนักเรียน ผู้หญิงคนรุ่นใหม่ ผู้หญิงกลุ่มต่างๆและประชาชนผู้ประท้วงอย่างสันติทุกคน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81737</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพบก, ชัยภูมิ ป่าแส, ศาลแพ่ง, เครือข่ายผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201025/image_big_5f9547233782e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73650</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2020 20:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2020 20:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศาลแพ่ง&#039; นัดอ่านคำพิพากษา แม่ &#039;ชัยภูมิ ป่าแส&#039; ฟ้องเรียกค่าเสียหายกองทัพบก ปมทหารวิสามัญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ส.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&amp;nbsp;ในวันที่ 4-5 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา ศาลแพ่งนัดสืบพยานโจทก์ 1 ปาก ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด และสืบพยานจำเลย 4 ปาก ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ทหารที่อยู่ในสถานที่เกิดเหตุจำนวน 3 นาย และนายทหารพระธรรมนูญ 1 จนเสร็จสิ้น ศาลจึงนัดฟังคำพิพากษาวันที่ 26 ตุลาคม 2563 เวลา 09.00 น. ณ ศาลแพ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สืบเนื่องจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2560 นายชัยภูมิ ป่าแส ชาติพันธุ์ลาหู่เยาวชนนักกิจกรรมทางสังคม พร้อมเพื่อนหนึ่งคน ขับรถยนต์ผ่านด่านตรวจบ้านรินหลวง ถูกเจ้าหน้าที่ทหารที่ประจำอยู่ที่ด่านตรวจค้นยานพาหนะ เจ้าหน้าที่กล่าวอ้างว่า ชัยภูมิพยายามขัดขืนและทำร้ายเจ้าหน้าที่ด้วยอาวุธมีดและระเบิดขว้างสังหาร เจ้าหน้าที่จึงใช้อาวุธปืนยิงนายชัยภูมิฯ จนเสียชีวิต โดยภายหลังระบุว่ากระทำไปเพื่อป้องกันตนเอง&amp;nbsp;นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังอ้างว่าพบยาบ้าเป็นจำนวน 2,800 เม็ดซ่อนอยู่ในช่องกรองอากาศของรถยนต์ของชัยภูมิอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา ศาลจังหวัดเชียงใหม่มีคำสั่งเรื่องการชันสูตรพลิกศพนายชัยภูมิฯ ว่า &amp;ldquo;พฤติการณ์ที่ตายคือ ถูกเจ้าหน้าที่ทหารใช้อาวุธปืน เอ็ม 16 ยิง กระสุนเข้าที่ต้นแขนซ้ายด้านนอกทะลุต้นแขนซ้ายด้านใน และกระสุนแตกเข้าไปในลำตัวบริเวณสีข้างด้านซ้ายเหนือราวนม กระสุนปืนทำลายเส้นเลือดใหญ่หัวใจและปอดจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2562 นางนาปอย ป่าแส แม่ของนายชัยภูมิ ป่าแส ได้ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายจากกองทัพบก เป็นคดีหมายเลขดำที่ พ.2591/2562 ซึ่งการสืบพยานเมื่อวันที่ 4 และ 5 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมานั้น ฝ่ายโจทก์ได้นำเสนอพยานหลักฐานเพื่อให้ศาลเห็นข้อพิรุธของเจ้าหน้าที่หลายประการที่ชี้ได้ว่านายชัยภูมิไม่ได้ต่อสู้ขัดขวางและไม่มีสิ่งผิดกฎหมายและระเบิดตามที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด โดยคดีนี้แม่ของผู้ตาย ได้รับความช่วยเหลือด้านกฎหมายจากมูลนิธิผสานวัฒนธรรม Protection International และสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (สนส.) เพื่อให้ครอบครัวของนายชัยภูมิฯ ได้เข้าถึงความยุติธรรมอย่างเต็มที่อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังสืบพยานเสร็จทนายความโจทก์แถลงขอยื่นคำแถลงการณ์ปิดคดีภายใน 1 เดือน ส่วนพนักงานอัยการซึ่งเป็นทนายความจำเลยแถลงไม่ยื่นคำแถลงการณ์ปิดคดี ศาลอนุญาต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การวิสามัญฆาตกรรมกลุ่มชาติพันธุ์&amp;nbsp;มักเกิดขึ้นบ่อยครั้งในพื้นที่แถบชายแดนของไทย สาเหตุหนึ่งเนื่องจากชาวบ้านกลุ่มชาติพันธุ์มักตกเป็นเหยื่อของอคติและการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติโดยจะถูกตีตราเหมารวมว่าเป็นพวกค้าหรือขนส่งยาเสพติด ทำให้ประชาชนที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์จะถูกเจ้าหน้าที่รัฐวิสามัญฆาตกรรมด้วยข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด เช่นเดียวกันกับกรณีของนายชัยภูมิบ่อยครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงเกิดเหตุการณ์วิสามัญฆาตกรรมนายชัยภูมิ ป่าแสดังกล่าว ยังมีอีกกรณีที่คล้ายคลึงกันอย่างมากเช่น เกิดขึ้นในพื้นที่การดูแลด่านบ้านรินหลวง คือกรณีของนายอาเบหรืออะเบ แซ่หมู่ ที่ถูกเจ้าหน้าที่ทหารในด่านบ้านรินหลวงยิงเสียชีวิต ด้วยข้ออ้างต่อสู้ขัดขืนเจ้าหน้าที่และมีระเบิดไว้ในครอบครองเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่คดีดังกล่าวเมื่อมารดาของนายอาเบฟ้องกองทัพบก ศาลได้พิพากษาว่าที่เจ้าหน้าที่ทหารอ้างว่า นายอะเบผู้ตายได้ล้วงระเบิดจากย่ามจะขว้างใส่เจ้าหน้าที่ทหาร ก็พบว่าตามบันทึกการตรวจพิสูจน์ลายพิมพ์นิ้วมือ ไม่ปรากฏลายพิมพ์นิ้วมือแฝงหรือฝ่ามือแฝงของนายอะเบ ที่ระเบิดตามอ้าง ทั้งยังพบว่าลักษณะที่ปรากฏหรือตำแหน่งที่พบระเบิดนั้นผิดธรรมชาติเนื่องจากนายอาเบตกจากรถ ดังนั้นวัตถุระเบิดไม่น่าตกอยู่ใกล้มือของนายอะเบ ศาลจึงได้มีคำพิพากษาให้กองทัพบกชดใช้ค่าเสียหายให้แก่มารดาของนายอะเบ โดยคดีดังกล่าวได้ถึงที่สุดแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73650</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพบก, ชัยภูมิ ป่าแส, ชาติพันธุ์ลาหู่, ฟ้องเรียกค่าเสียหาย, ศาลแพ่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180618/image_big_5b273a57e4c70.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11574</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2018 11:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2018 11:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จี้กองทัพคายหลักฐานกล้องวงจรปิดยิง&#039;ชัยภูมิ ป่าแส&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทนายความชัยภูมิ ป่าแส&amp;rdquo; ยื่นหนังสือ ผบ.ทบ.ทวงภาพกล้องวงจรปิด ณ จุดเกิดเหตุ เดินหน้าใช้ช่องทาง พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารงัดหลักฐานสำคัญ
&amp;nbsp;
18มิ.ย.61- ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องเรียนการประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐ กองบัญชาการกองทัพบก &amp;nbsp;(บก.ทบ.) นายรัษฎา มนูรัษฎา ทนายความของนายชัยภูมิ ป่าแส นักกิจกรรมชาวลาหู่ ที่ถูกเจ้าหน้าที่ทหารวิสามัญฆาตกรรม เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2560 เข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.เฉลิม ชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) &amp;nbsp;เพื่อให้เปิดกล้องวงจรปิดในวันที่เกิดเหตุ บริเวณ ด่านตรวจถาวรบ้านรินหลวง ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ &amp;nbsp;โดยมี พล.ต.ปัณณทัต กาญจนะวสิต เลขานุการกองทัพบก เป็นตัวแทนรับหนังสือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรัษฎา กล่าวว่า &amp;nbsp; การมายื่นหนังสือวันนี้ต้องการให้ผบ.ทบ.สั่งการให้หน่วยงานรับผิดชอบดูแลกล้องวงจรปิด เปิดภาพดังกล่าวให้ญาติ และทนายความ ตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร พ.ศ. 2540 &amp;nbsp;เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทุกฝ่าย รวมทั้งเจ้าหน้าที่รัฐด้วย ในเมื่อทางเจ้าหน้าที่อ้างว่าเป็นการป้องกันตัว ดังนั้นพยานวัตถุดังกล่าวจึงสำคัญในการต่อสู้คดีว่าการป้องกันตัวชอบธรรมหรือไม่ ทั้งนี้นายทหารผู้บังคับกองร้อยให้การในชั้นสอบสวนได้ดูภาพดังกล่าวแล้ว พร้อมทำสำเนาภาพในวันที่ 25 มีนาคม 2560 เพื่อส่งให้พนักงานสอบสวน ดังนั้นข้อมูลภาพจึงมีอยู่แน่นอน อย่างน้อยต้องมีสำเนาภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นายชัยภูมิ ป่าแส นักกิจกรรมเยาวชนชาติพันธุ์ลาหู่ ถูกทหารสังกัดกองร้อยทหารม้าที่ 2 บก. ควบคุมที่ 1 หน่วยเฉพาะกิจกรรมทหารม้าที่ 5 ที่ตั้งจุดตรวจค้นยาเสพติดบริเวณด่านตรวจบ้านรินหลวง โดยเจ้าหน้าที่อ้างว่านายชัยภูมิมียาเสพติดและต่อสู้ขัดขวาง และจะใช้อาวุธระเบิดขว้างใส่เจ้าหน้าที่ทหาร จึงทำให้เจ้าหน้าที่ทหารจำเป็นต้องใช้อาวุธปืนยิงสังหารนายชัยภูมิ จนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
.
โดยเมื่อวันที่ 6 มิ.ย.ทีผ่านมา ศาลจังหวัดเชียงใหม่ได้อ่านคำสั่งไต่สวนการชันสูตรพลิกศพ โดยระบุว่า ผู้ตายคือ นายชัยภูมิ ป่าแส &amp;nbsp;ถูกยิงจากอาวุธปืนของเจ้าหน้าที่ทหาร และเสียชีวิตบริเวณด่านรินหลวง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ส่วนพฤติการณ์แห่งการตายที่เจ้าหน้าที่ทหารอ้างว่านายชัยภูมิจะใช้อาวุธมีดและระเบิดทำร้ายเจ้าหน้าหน้าที่ อันเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ทหารจำเป็นต้องใช้อาวุธปืนยิงเพื่อป้องกันตัวหรือไม่นั้น ศาลไม่ได้วินิจฉัยในประเด็นนี้
.
แม้ศาลจะมีคำสั่งไต่สวนการชันสูตรพลิกศพออกมาแล้ว แต่ความจริงเกี่ยวกับการตายของนายชัยภูมิ ป่าแส ก็ยังคงมีความคลุมเครือ และสร้างความเคลือบแคลงใจให้แก่ฝ่ายญาติผู้ตายอย่างยิ่ง และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีประเด็นที่ถูกพูดถึงและเรียกร้องมาตลอดจากทางฝ่ายญาติผู้ตายและสาธารณะชนคือ การขอให้มีการเปิดเผยภาพจากกล้องวงจงปิดในวันเกิดเหตุ รวมถึงขอให้มีการนำภาพจากกล้องวงจรปิดดังกล่าวมาใช้พิสูจน์ความจริงในชั้นไต่สวนการชันสูตรพลิกศพของศาลด้วย แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่ได้มีการเปิดเผยภาพวงจรปิดดังกล่าวแต่อย่างใด.
.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11574</URL_LINK>
                <HASHTAG>กล้องวงจรปิด, กองทัพบก, ชัยภูมิ ป่าแส, ด่านแม่ริน, ผบ.ทบ., พรบ.ข้อมูลข่าวสาร, วิสามัญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180618/image_big_5b27386f03e1b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
