<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79239</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุม2ผัวเมียชิงทอง ส่งศาล-ค้านประกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจ สน.โชคชัยฝากขัง 2 ผู้ต้องหาผัวเมียก่อเหตุชิงทองรูปพรรณ 221 บาท มูลค่ากว่า 6 ล้านบาทในห้างโลตัส วังหิน พร้อมคัดค้านประกัน เกรงจะหลบหนี นำเข้าคุกทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน สน.โชคชัย ควบคุมตัวนายชัยมงคล ใจบุญอุปถัมภ์ อายุ 38 ปี ชาว จ.ชัยภูมิ กับนางจันดา หรือน้อย จันทร์โศก อายุ 31 ปี ภรรยาชาวลาว สองผู้ต้องหาคดีปล้นทองในห้างสรรพสินค้าโลตัส สาขาวังหิน มาขออำนาจศาลฝากขังครั้งแรกต่อศาลอาญามีกำหนด 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 1-12 ต.ค.นี้ เนื่องจากจะต้องสอบปากคำพยานอีก 6 ปาก, รอผลตรวจพิสูจน์ของกลาง และรอผลตรวจพิสูจน์ลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์สรุปได้ว่า เมื่อวันที่ 27 ก.ย.2563 เวลาประมาณ 10.30 น. มีคนร้ายเป็นชายไทย อายุประมาณ 30 ปี รูปร่างสูงประมาณ 170-175 ซม. แต่งกายใส่เสื้อแขนยาวสีขาว สวมหมวกกันน็อกครึ่งใบสีแดง สวมผ้าปิดปากสีขาว ผมยาว กางเกงขายาว และพกพาอาวุธปืนสั้นลูกโม่สีเงิน กระโดดข้ามกระจกบริเวณหน้าร้านทองเยาวราชกรุงเทพที่เกิดเหตุ ไปยังบริเวณจุดแขวนแผงขายทองรูปพรรณ จากนั้นได้นำอาวุธปืนขึ้นมาข่มขู่พนักงานในร้าน แล้วชิงทองคำรูปพรรณ น้ำหนักรวมประมาณ 221 บาท ระหว่างที่คนร้ายได้ทำการกระชากเอาทองคำรูปพรรณจากแผงทอง ทำให้กระจกบานเลื่อนแตกเสียหาย จำนวน 3 บาน รวมมูลค่าความเสียหายทั้งหมดประมาณ 6,583,860 บาท แล้ววิ่งหลบหนีไป ทางหลังห้างสรรพสินค้าเทสโก้ โลตัส สาขาวังหิน ถ.ลาดพร้าววังหิน แขวง-เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร ขึ้นรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นทีทีเอ็กซ์ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขับขี่หลบหนีไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา ตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาที่ 1 พร้อมด้วยโทรศัพท์มือถือยี่ห้อ opp๐ จำนวน 1 เครื่อง, ทองคำรูปพรรณ จำนวน 1 เส้น, ไขควงแฉกแบบสั้น สีเขียวดำ จำนวน 1 ตัว, กางเกงยีนส์สีน้ำเงิน ยี่ห้อ erawon และยี่ห้อ ESP ป้ายสีน้ำตาล จำนวน 2 ตัว, เสื้อยืด สีน้ำเงิน จำนวน 1 ตัว, เสื้อเชิ้ตแขนสั้น สีขาว จำนวน 1 ตัว, เสื้อเชิ้ตแขนยาว สีขาว จำนวน 1 ตัว, กระเป๋าเป้ สีดำ ยี่ห้อ Biaowang จำนวน 1 ใบ, เข็มขัดหนัง สีน้ำตาล ยี่ห้อ ESP จำนวน 1 เส้น, รองเท้าผ้าใบ สีเทา ยี่ห้อ NIKE จำนวน 1 คู่ , รูปถ่าย จำนวน 9 รูป บรรจุอยู่ในถุงรูปถ่ายและอื่นๆ รวมของกลาง จำนวน 19 รายการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และจับกุมผู้ต้องหาที่ 2 พร้อมด้วยพยานวัตถุเป็นกระเป๋าสะพายสตรี สีเขียวอ่อน จำนวน 1 ใบ, สร้อยคอทองคำ ลายซีตรอง น้ำหนัก 120.6 กรัม จำนวน 1 เส้นสร้อยคอทองคำ ลายแปดเส้า น้ำหนัก 120.6 กรัม จำนวน 1 เส้น, สร้อยคอทองคำ ลายกระดูกมังกร น้ำหนัก 90.5 กรัม จำนวน 1 เส้น, ถุงเท้าสีเหลืองปลายคาดสีขาว 1 ชิ้น, นาฬิกาบุรุษ ยี่ห้อ SEIKO สีเงิน จำนวน 1 เรือน, บัตรเอทีเอ็ม ธนาคารกรุงไทย รวม 2 ใบ, โทรศัพท์มือถือยี่ห้อซัมซุง เอ 7 จำนวน 1 เครื่อง, หนังสือเดินทางประเทศลาว จำนวน 1 เล่ม และอื่นๆ รวม 27 รายการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงนำส่งพนักงานสอบสวน สน.โชคชัย เมื่อวันที่ 30 ก.ย.2563 ดำเนินคดีในความผิดฐานร่วมกันชิงทรัพย์ โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ฯ, ใช้อาวุธปืนหรือร่วมกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำความผิดเพื่อการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุมและมีอาวุธปืนไว้ครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และเฉพาะผู้ต้องหาที่ 2 ยังมีความผิดฐานเป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยการอนุญาตสิ้นสุด ในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งสองให้การภาคเสธ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายคำร้อง พนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่นได้มีหนังสือขออายัดตัวผู้ต้องหามายัง สน.โชคชัย ซึ่งมีหมายจับศาลจังหวัดขอนแก่น ที่ 227/2563 ลงวันที่ 27 ก.ค.2563 ข้อหาร่วมกันชิงทรัพย์โดยมีอาวุธ อีกทั้งเป็นคดีมีอัตราโทษสูง และเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้ ภายหลังไม่มีใครยื่นประกันตัวผู้ต้องหาทั้งสอง เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จะนำตัวนายชัยมงคลไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และจะนำตัวนางจันดาไปคุมขังยังทัณฑสถานหญิงกลางในชั้นฝากขังนี้ต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79239</URL_LINK>
                <HASHTAG>จันดา จันทร์โศก, ชัยมงคล ใจบุญอุปถัมภ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201001/image_big_5f75c9d250ff6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79011</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับแล้วโจรชิงทอง หนีคดีที่ขอนแก่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จับแล้วโจรชิงทองในห้างโลตัสวังหิน จนมุมที่ชายแดนจังหวัดเลยขณะจะหลบหนีเข้าประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนเมียถูกจับที่ชายแดนหนองคาย &amp;quot;บิ๊กแป๊ะ&amp;quot; นัดแถลงข่าว 30 ก.ย.นี้ ก่อนอำลาเก้าอี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานเมื่อวันที่ 29 กันยายนนี้ ว่า ชุดสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล และชุดสืบสวนกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 สามารถจับกุมตัวคนร้ายบุกชิงทองรูปพรรณจากร้านทองเยาวราชกรุงเทพ ภายในห้างสรรพสินค้าเทสโก้ โลตัส สาขาวังหิน ได้แล้ว ชื่อนายชัยมงคล ใจบุญอุปถัมภ์ อายุ 38 ปี ขณะที่นายชัยมงคลเดินทางด้วยรถโดยสารจากสถานีขนส่งหมอชิตไปยังจังหวัดเลย แล้วเดินทางมุ่งหน้าชายแดนเพื่อหลบหนีไปประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังติดตามจับกุมนางจันดา​ จั่นสุข​ อายุ​ 24​ปี​ ชาวลาว ภรรยาของนายชัยมงคล ได้ที่ชายแดนจังหวัดหนองคาย พร้อมสร้อยทองของกลาง 3 เส้น หลังเดินทางด้วยรถไฟจากกรุงเทพฯ ไปยังจังหวัดหนองคาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุชิงทองจากร้านดังกล่าวจริง แต่ปฏิเสธว่ามิใช้คนร้ายที่ชิงทองย่านพระราม 4 พื้นที่ สน.ทองหล่อ ขณะที่ชุดสืบสวนสอบสวนมีข้อมูลที่เชื่อได้ว่านายชัยมงคลน่าจะเป็นบุคคลเดียวกับที่ก่อเหตุในห้างย่านพระราม 4&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับทองรูปพรรณของกลางน้ำหนักรวม 216 บาทที่คนร้ายได้ไป เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างติดตามนำกลับคืน ทั้งนี้ พบทองติดตัวนายชัยมงคลเพียงส่วนน้อย ซึ่งหลังจับกุม ตำรวจได้นำตัวนายชัยมงคลกับภรรยาเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อสอบปากคำต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ก็ออกมายืนยันข่าวการจับกุม โดยกล่าวว่า ขณะนี้ตำรวจสามารถควบคุมตัวคนร้ายได้แล้วในพื้นที่ต่างจังหวัด ส่วนผู้ร่วมขบวนการหรือทองที่ถูกคนร้ายชิงไป อยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียด สำหรับพฤติกรรมคนร้ายจะมีความเชื่อมโยงกับคดีชิงทองที่ห้างสรรพสินค้าย่านพระราม 4 หรือไม่ อยู่ระหว่างการขยายผล โดยตนจะแถลงข่าวในวันที่ 30 ก.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานต่อมาว่า จากการสอบสวนนายชัยมงคลให้การว่า หลังก่อเหตุก็ได้หลบหนีไปยัง จ.เลย เพื่อที่จะหลบออกนอกประเทศ​ ส่วนทองของกลาง​ ตนได้ฝากเพื่อนที่อยู่ จ.นครปฐม​เก็บไว้ ​ซึ่งหลังจากทราบข้อมูล ผู้บัญชาการ​ตำรวจนครบาลก็ได้สั่งการให้ชุดสืบสวน ​กก.สส.บช.น.​ และชุดสืบสวน กก.สส.บก.น.4​เร่งติดตามขยายผล​ และ สามารถจับกุมตัว​นายสุริยันต์ นิลบรรพต อายุ 37 ปี​ พร้อมของกลางทองรูปพรรณ​จำนวน​หนึ่ง ได้ที่โรงงานแห่งหนึ่งใน อ.สามพราน​ จ.นครปฐม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตรวจสอบประวัตินายชัยมงคล พบว่าเคยร่วมกับพวกอีก 3 คนก่อเหตุปล้นร้านทองแม่ทองพูล สาขาห้างบิ๊กซี ขอนแก่น กวาดทองรูปพรรณไปได้รวมน้ำหนัก 431 บาท เมื่อเดือนกรกฎาคม​ 2562 โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ร่วมขบวนการได้ทั้ง 3 ราย​ ส่วนนายชัยมงคลอยู่ระหว่างหลบหนีหมายจับ​ นอกจากนี้ตัวนายชัยมงคลยังเคยก่อเหตุปล้นร้านทองกิมโต๊ะกังเยาวราช เมื่อปี 2552 นอกจากนี้ชุดสืบสวนยังเชื่อว่า​นายชัยมงคลน่าจะเป็นคนเดียวกับที่ก่อเหตุจี้ร้านทองย่านพระราม 4 ซึ่งครั้งนั้นคนร้ายที่ก่อเหตุมีการอำพรางตัวโดยการสวมวิกผมเช่นเดียวกันด้วย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79011</URL_LINK>
                <HASHTAG>จันดา​ จั่นสุข, ชัยมงคล ใจบุญอุปถัมภ์, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200929/image_big_5f732aa162b52.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
