<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43979</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จอดรถรอจับโจร ถูกลอกคราบซ้ำ2</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนุ่มวิศวกรร้องกองปราบฯ ช่วยจับโจรลักทรัพย์ เหตุเกิดปลายปี 61 จอดรถหลับริมทางด่วนกาญจนาภิเษก ถูกรูดสร้อย เลสข้อมือ โทรศัพท์และเงินสด ไปแจ้งความ สน.คันนายาว คดีไม่คืบ ตัดสินใจไปจอดจุดเดิมทำทีหลับหวังจับคนร้าย กลายเป็นหลับจริง ถูกยกเค้าอีกหนรวมแล้ว 3 แสน โจรก็ยังลอยนวล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองปราบปราม วันที่ 21 สิงหาคมนี้ นายชัยยุทธ เชี่ยวเขตกิจ วิศวกรบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ให้ช่วยจับกุมคนร้ายลักทรัพย์ ขณะที่ตนเองจอดรถพักผ่อนด้วยความอ่อนเพลียจากการทำงาน บริเวณไหล่ทางของถนนกาญจนาภิเษก มุ่งหน้าบางนา เมื่อกลางดึกวันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 โดยคนร้ายได้ทรัพย์สินเป็นสร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท พร้อมพระเลี่ยมทอง สร้อยข้อมือหนัก 2 บาท โทรศัพท์ไอโฟน และเงินสด 6,000 บาทไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยยุทธกล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้ไปแจ้งความที่ สน.คันนายาว เจ้าของท้องที่ เพื่อให้ช่วยติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี จากนั้นได้สอบถามไปยังพนักงานสอบสวน แต่คดีไม่มีความคืบหน้า จนตนเองต้องไปขอภาพกล้องวงจรปิดจากเจ้าหน้าที่ทางด่วนที่สามารถบันทึกภาพขณะคนร้ายก่อเหตุได้ นำหลักฐานดังกล่าวไปมอบให้พนักงานสอบสวน สน.คันนายาว แต่ตำรวจกลับบอกว่าภาพจากกล้องวงจรปิดไม่สามารถบันทึกภาพคนร้ายได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้เมื่อขอให้ตรวจพิสูจน์ลายนิ้วมือ ก็ไม่สามาถเทียบลายนิ้วมือแฝงได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเรื่องผ่านมาเกือบ 1 ปี แต่คดีไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด นายชัยยุทธกล่าวว่า ตนจึงตัดสินใจกลับไปจอดรถยังจุดเดิม หวังจะจับคนร้ายด้วยตนเอง แต่ระหว่างจอดรอทำทีว่าหลับ ไม่นานกลับเผลอหลับไปจริงๆ คาดว่าเป็นจังหวะที่คนร้ายนำยานอนหลับมาพ่น เพราะตอนตื่นมารู้สึกคอแห้ง และระหว่างหลับก็ไม่รู้สึกตัว ครั้งนี้ถูกคนร้ายลักทรัพย์ไปอีกรอบ ทั้งกระเป๋าเงินและโทรศัพท์มือถือ รวมแล้วทรัพย์สินที่สูญหายไปสองครั้งเป็นเงิน 300,000 บาท จึงเข้าแจ้งความที่ สน.คันนายาวอีกครั้ง แต่คดีก็ไม่คืบหน้า จึงมาแจ้งความที่กองปราบฯ เพื่อให้ติดตามตัวคนร้าย และเชื่อว่ายังมีผู้เสียหายอีกเป็นจำนวนมากที่น่าจะตกเป็นเหยื่อของคนร้ายกลุ่มนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43979</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยยุทธ เชี่ยวเขตกิจ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190821/image_big_5d5d44fd7b7b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
