<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>71227</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;www.thaipost.net ไทยโพสต์ &amp;quot;อิสรภาพแห่งความคิด&amp;quot; Line ID:@thaipost บันทึกท่ามกลางบรรยากาศมากันรัวๆถี่ๆ ทั้งกดทั้งดันให้ &amp;quot;ลุงตู่&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา&amp;nbsp; ปรับเปลี่ยน ครม.ตอบรับกระแสความเปลี่ยนแปลงของ พปชร. เพราะ 4 กุมารประกาศ &amp;quot;ลาออก&amp;quot; จากการเป็นสมาชิก พปชร.เรียบร้อย ...0 ทิ้งบัตรสมาชิกพรรคแต่ไม่ยังไม่ยอมทิ้งเก้าอี้ รมต. งานนี้ใคร?? ใคร!! ก็ยอมไม่ได้ ส่งผลแรงกระเพื่อมสูงมากจนถึงขนาด &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ปวดหัวเหม่งกันเลยทีเดียว ...0 ในเมื่อเก้าอี้มีน้อยแต่ก้นที่อยากนั่งมีเยอะกว่า สมการการเมืองน้ำเน่าที่เป็นโจทย์ปัญหาอมตะนิรันดรกาลจึงต้องพิสูจน์ทราบด้วย &amp;quot;ภาวะผู้นำ&amp;quot; ของ ป.คนน้อง ว่าจะต่อรองกับ ป.ผู้พี่ ให้คงสูตร &amp;quot;โควตากลาง&amp;quot; ในฐานะที่ได้รับการเชื้อเชิญมาเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่?? เพราะว่ากันตามเนื้อผ้า ย้อนหลังไป 1 ปีเต็มๆ คนเทคะแนนให้กับ พปชร.เพราะชู &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เป็นนายกฯ นี่นา ...0 ปัจจัยสำคัญนี้ลืมได้อย่างไรว่า ส่งผลบวก ผลลบ และผลกระทบอย่างไม่ต้องสงสัย หากปล่อยให้ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เป็นยักษ์ไร้กระบอง หรือว่าแค่หุ่นเชิดบนเก้าอี้ผู้นำ ...0 หนีไม่พ้นการปรับ ครม.อยู่แล้ว โดยเฉพาะทีมเศรษฐกิจ เพียงแต่วันเวลายังต้องพินิจพิเคราะห์กันก่อน &amp;quot;ลุงตู่&amp;quot; ยอมรับตรงๆ ว่า คิดอยากเปลี่ยนก็เปลี่ยนเหมือนผ้าปูที่นอนปลอกหมอนได้ซะเมื่อไหร่ คนเก่งคนดีเขาก็กลัวๆ กล้าๆ กันทั้งนั้นกับวิถีการเมืองที่ยังเป็น Old Normal ไม่ว่าจะเป็น บุญทักษ์ หวังเจริญ-สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์-ปรีดี ดาวฉาย-ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ในฐานะที่ปรึกษานายกฯ และคณะทำงานในศูนย์บริหารสถานการณ์วิกฤติเศรษฐกิจ ส่วนชื่อของ ไพรินทร์ ชูโชติถาวร มั่นใจว่ามาแน่ๆ เพราะเคยเข้าไปลองของมาแล้วในรัฐบาลลุงตู่ชุดก่อนมีเลือกตั้งทั่วไป เหลือแค่ว่าจะนั่งเก้าอี้ตัวเดิมที่กระทรวงคมนาคมหรือโดดไปกระทรวงพลังงาน งานที่เจ้าตัวถนัดเท่านั้นแหละ ...0 นับถึงนาทีนี้ หันหน้าไปทางไหน แม้แต่สำนักโพลต่างๆ ก็ระบุว่า อยากเห็นการเปลี่ยนผู้บริหารงานเศรษฐกิจของประเทศ แต่ดูเหมือนจะมีก็แต่ บุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน)&amp;nbsp; คนเดียวนี่แหละที่เชื่อมั่นในฝีมือ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ...งานนี้ถ้ามีการจัดรางวัล &amp;quot;พ่อยกแห่งปี&amp;quot; ล่ะก็ ต้องยกให้เจ้าสัวค่ายสหพัฒน์เลยจริงๆ ...0 บันทึกบรรทัดกระตุกจี๊ดเข้าไปในหัวใจ ชัยรัตน์ ไตรรัตนจรัสพร ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ..&amp;quot;สำหรับกลุ่มของเอกชนในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไม่ค่อยมีความกังวลนักว่ารัฐบาลจัดทัพใหม่ จะเปลี่ยนรัฐมนตรี ใครจะไป ใครจะมา เพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือ เราต้องช่วยตัวเองให้มากที่สุด&amp;rdquo; ...อัตตาหิ อัตตโนนาโถ ..ใช้ได้ทุกยุคจริงๆ ...0 ลุ้นกันมาตั้งนานว่าใครหนอ?? จะนั่งเป็นผู้ว่าการแบงก์ชาติคนใหม่แทน วิรไท สันติประภพ ที่กำลังจะหมดวาระ ตอนนี้รูปร่างหน้าตาประวัติความเป็นมาโชว์กันเต็มตัวแล้ว ไม่พ้น เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ หนึ่งในดรีมทีมเศรษฐกิจยุคลุงตู่แน่นอน ...0 บันทึกบรรทัดท้าทายของ ร.ต.บุญเกื้อ ปุสสเทโว อดีตผู้ช่วย ส.ส.พรรคภูมิใจไทย เลือกวันปฏิวัติฝรั่งเศส 14 ก.ค.ศกนี้ ยื่นขออำนาจศาลอาญาในการตรวจสอบเส้นทางการเงินโครงการเมย์เดย์ เมย์เดย์ ซึ่งมีเงินบริจาคจำนวน 7.2 ล้านบาทของคณะก้าวหน้า นัยว่า &amp;quot;เล่นคืน&amp;quot; น้องช่อ &amp;quot;พรรณิการ์ วานิช&amp;quot; ที่ฟ้องเขาในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ..ซีรีส์ &amp;quot;ตาต่อตา ฟันต่อฟัน&amp;quot; เรื่องนี้ก็ไม่รู้ว่ามีกี่ตอน ติดตามกันต่อไปนะ ...0 &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71227</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยรัตน์ ไตรรัตนจรัสพร, บันทึกหน้า4, ปิยสาร์, พรรณิการ์ วานิช, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ, ไพรินทร์ ชูโชติถาวร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55566</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประเมินกระทบศก.แสนล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจฯ&amp;quot; ประเมินไวรัสโคโรนากระทบ ศก.แล้ว 80,000-120,000 ล้านบาท ชี้หากคุมแพร่ระบาดภายในต้น มี.ค.ไม่ได้ไทย-เอเชียกระทบหนักแน่ &amp;quot;ปธ.สภาอุตฯ ท่องเที่ยว&amp;quot; เล็งเสนอภาครัฐช่วยเหลือผู้ประกอบการ หลังกรุ๊ปทัวร์จีนยกเลิกเดินทาง &amp;quot;ททท.&amp;quot; นัดแอตต้าประชุมปรับแผนรับมือ 28 ม.ค.นี้ &amp;quot;พท.&amp;quot; จี้ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; รีบแก้ไข หยันถ้าทำไม่ได้พร้อมแนะนำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 ม.ค. ผศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจเพื่อการปฏิรูป สถาบันเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึงผลกระทบของการแพร่ระบาดของไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ไวรัสโคโรนาว่า จะทำให้อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจเอเชียปีนี้อาจไม่กระเตื้องขึ้นอย่างที่คาด โดยอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจจีนอาจต่ำกว่า 5.8% ในปีนี้ และอาจทำให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของเอเชียแปซิฟิกในปีนี้ไม่ถึง 6%&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผศ.ดร.อนุสรณ์กล่าวว่า ในส่วนผลกระทบที่มีต่อภาคการท่องเที่ยวไทยและเศรษฐกิจไทย จะมีผลกระทบทางเศรษฐกิจรุนแรงกว่าการแพร่ระบาดของโรคซาร์ส แต่ผลกระทบต่อสุขภาพ คุณภาพชีวิตและอัตราการเสียชีวิตอาจไม่รุนแรงเท่าโรคไข้หวัดซาร์ส และการแพร่ระบาดไม่น่าจะยืดเยื้อเท่ากรณีโรคซาร์ส เนื่องจากมีการใช้มาตรการเฉียบขาดทางด้านสาธารณสุขในการควบคุมโรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจฯ กล่าวว่า สาเหตุของผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจรุนแรงฉับพลันในระยะสั้นมากกว่าโรคซาร์ส เป็นผลมาจากการควบคุมการเดินทางอย่างเข้มงวด การปิดเมืองห้ามเข้า-ออกไปยังเมืองอู่ฮั่น เมืองจือเจียง เมืองซื่อปี้ เมืองหวางกาง รวมทั้งการสั่งห้ามจัดกิจกรรมทัวร์ท่องเที่ยวต่างประเทศของทางการจีน แม้ทางองค์การอนามัยโลกจะยังไม่ประกาศกรณีการแพร่ระบาดของไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่เป็นภาวะฉุกเฉินระดับโลก แต่ต้องคอยติดตามสถานการณ์ว่าการปิดเมืองและการห้ามการเดินทางเข้า-ออกในหลายพื้นที่จะสามารถหยุดภาวะการแพร่ระบาดได้แค่ไหน มีความเป็นไปได้มากขึ้นที่เศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาสแรกและไตรมาสสองอาจจะขยายตัวได้เพียง 1.8-2.4%&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เบื้องต้นคาดผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 80,000-120,000 ล้านบาท หากสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ภายในต้นเดือนมีนาคม หากไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ ยังไม่สามารถประเมินความเสียหายต่อเศรษฐกิจไทยและเอเชียได้ขณะนี้ ในเบื้องต้นจะทำให้นักท่องเที่ยวจีนในปีนี้ลดลงประมาณ 1-2 ล้านคน และนักท่องเที่ยวจากต่างชาติลดลงไม่ต่ำกว่า 2% ของเป้าหมาย&amp;quot; ผอ.ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจฯกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผศ.ดร.อนุสรณ์กล่าวว่า รัฐบาลต้องการให้ยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มเป็น 41.8 ล้านคนในปีนี้ และสร้างรายได้เพิ่มเป็น 2.2 ล้านล้านบาท ติดอันดับ 1 ใน 6 ของประเทศที่สร้างรายได้ท่องเที่ยวมากที่สุดในโลก เศรษฐกิจไทยจึงเป็นเศรษฐกิจที่พึ่งพาภาคบริการและภาคการท่องเที่ยวมากขึ้นตามลำดับ ผลกระทบจากโรคไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่จึงกระทบต่อเศรษฐกิจในระดับที่รุนแรงกว่าการแพร่ระบาดของโรคซาร์สเมื่อ 17 ปีที่แล้ว องค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ (UNWTO) ระบุว่ารายได้ของภาคท่องเที่ยวในเอเชียแปซิฟิกจะเติบโตไม่เกิน 7% เมื่อเจอกับการระบาดของไข้หวัดโคโรนาในจีน ย่อมทำให้การเติบโตลดลง อาจไม่ถึง 5% ย่อมส่งผลกระทบต่อรายได้การท่องเที่ยวและกิจกรรมท่องเที่ยวหรือธุรกิจเชื่อมโยงกัน ทำให้อัตราการเติบโตของรายได้รวมท่องเที่ยวไทยลดลงในปีนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปี 2563 คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยจะหดตัวในปีนี้ อย่างไรก็ตาม ทางการไทยควรปรับกลยุทธ์ในการเพิ่มรายได้ต่อหัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วยการกระตุ้นให้มีการใช้จ่ายต่อหัวในประเทศไทยเพิ่มขึ้นมากกว่าเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ และไม่ควรนำเอามาตรการชิมช้อปใช้อินเตอร์ หรือแจกเงินฟรีให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว เนื่องจากผิดหลักการของการดำเนินนโยบาย เพราะเงินที่เอามาแจกนั้นเป็นเงินของประชาชนผู้เสียภาษีชาวไทย หากจะกระตุ้นการท่องเที่ยว &amp;nbsp;ควรบริหารจัดการค่าเงินบาทให้อ่อนค่า ควบคุมการแพร่ระบาดของโรคร้ายให้ได้ แก้ปัญหาฝุ่นควันพิษ มลพิษทางการอากาศ PM 2.5 เร่งรัดให้สามารถนำงบลงทุนจากงบปี 2563 มาพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว จะแก้ปัญหาการท่องเที่ยวได้ดีกว่าเอาเงินภาษีประชาชนมาแจกให้นักท่องเที่ยวต่างชาติมาก&amp;quot; ผศ.ดร.อนุสรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายชัยรัตน์ ไตรรัตนจรัสพร ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การแพร่ระบาดของโคโรนาไวรัสในจีนจนส่งผลกระทบให้จีนประกาศยกเลิกกรุ๊ปทัวร์ และผู้ให้บริการออนไลน์หยุดขายตั๋วเครื่องบิน โรงแรม และกรุ๊ปทัวร์ทั้งในและนอกประเทศ เพื่อลดการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ &amp;nbsp;ตั้งแต่ 27 ม.ค.63 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงกับธุรกิจการท่องเที่ยวของไทย ซึ่งประมาณการตัวเลขแล้วขณะนี้น่าจะเป็นกว่า 10,000 ล้านบาท ในยอดของนักท่องเที่ยวจีนประมาณ 5,000,000 คน ส่งผลกระทบโดยตรงทั้งผู้ประกอบการธุรกิจในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ผู้ประกอบการโรงแรม มัคคุเทศก์ และกิจการร้านค้า ฯลฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในวันที่ 27 ม.ค. จะมีการประชุมหลายระดับ ตั้งแต่ระดับรัฐมนตรีที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ในช่วงบ่ายจะเป็นการประชุมหารือระหว่างภาครัฐกับผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวภาคเอกชน ซึ่งผมจะได้นำความเห็นและความเดือดร้อนของผู้ประกอบการนำเสนอภาครัฐในรายละเอียด เช่น การคืนเงินจอง แต่คาดว่ายังคงมีนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้ามาเองโดยไม่พึ่งกรุ๊ปทัวร์ ซึ่งน่าจะมีประมาณไม่เกินร้อยละ 10 เท่านั้น&amp;quot; นายชัยรัตน์กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวฯ กล่าวว่า เบื้องต้นหากสถานการณ์คลี่คลายไปในทางที่ดี มีการคิดค้นวัคซีนป้องกันโรค หรือหาทางยุติการแพร่ระบาดได้ภายใน 3 เดือน ภาคธุรกิจการท่องเที่ยวไทยจีนก็จะกระเตื้องขึ้นและฟื้นตัวได้อีกครั้งหนึ่ง แต่หากระยะเวลาการแพร่ระบาด รวมทั้งสถานการณ์ไม่ดีขึ้น ลากยาวเกิน 3 เดือน คาดว่าความเสียหายทางด้านนี้จะคงอยู่ยาวนานและกระทบผู้ประกอบการหนักหน่วง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธเนศวร์ เพชรสุวรรณ รองผู้ว่าการด้านการสื่อสาร การตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวถึงทางการจีนประกาศสั่งให้บริษัททัวร์ทั่วประเทศจีนหยุดขายตั๋วเครื่องบิน ตั๋วโรงแรม และกลุ่มทัวร์ทั้งในและนอกประเทศ ว่าประกาศนี้ไม่ได้ครอบคลุมกลุ่มการเดินทางแบบปกติ (FIT) ซึ่งมีสัดส่วนการท่องเที่ยวอยู่ที่ร้อยละ 40 ขณะที่บริษัททัวร์มีสัดส่วนการท่องเที่ยวอยู่ที่ร้อยละ 60 แต่ ททท.ก็ยังเตรียมแผนโดยเน้นการสื่อสารกับนักท่องเที่ยวให้ครอบคลุม แต่จะไม่ใช้วิธีการโฆษณาแบบอะเมซิ่งไทยแลนด์ จึงเตรียมเรียกผู้ประกอบการท่องเที่ยว โดยเฉพาะสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) ประชุมหารือ 28 ม.ค.นี้ เพื่อหาทางออกในการออกมาตรการด้านการตลาด ซึ่งอาจจะมีแนวโน้มออกมาตราด้านนี้เพื่อกระตุ้นความมั่นใจในการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย แต่การออกมาตรการก็จะต้องประเมินสถานการณ์วิกฤตินี้อีกครั้งด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช คณะกรรมการกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ไทยเป็นประเทศปลายทางที่พบผู้ติดเชื้อไวรัสนี้มากที่สุด รองลงจากประเทศต้นทางคือประเทศจีน โดยพบผู้ป่วย 5 ราย จากจำนวนผู้ป่วยทั้งสิ้น 1,700 ราย และมีผู้เสียชีวิตแล้วทั้งสิ้น 41 ราย ในขณะนี้ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ได้มีคำสั่งทัวร์จีนห้ามเที่ยวทั่วโลกประมาณ 2 เดือน ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวชาวจีนหายไปจากประเทศไทย 1.3 ล้านคน รายได้จากการท่องเที่ยวจะหายไปประมาณ 50,000 ล้านบาท และหากตัวเลขจำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศไทยยังคงเพิ่มขึ้นอีก ก็จะทำให้นักท่องเที่ยวจากต่างชาติไม่กล้ามาประเทศไทย ซึ่งจะทำให้ขาดรายได้จากการท่องเที่ยวไปอีกเป็นแสนล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าหนึ่งในปัจจัยสำคัญของรายได้หลักของประเทศไทยมาจากการท่องเที่ยว ดังนั้นรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ควรเร่งหามาตรการในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน ถ้าหากไม่สามารถหาแนวทางในการแก้ไขได้ ทางพรรคเพื่อไทยยินดีให้คำแนะนำ เพื่อแก้ไขให้ทุกอย่างกลับมาสู่สภาวะที่ประเทศปลอดจากเชื้อดังกล่าว เพราะพรรคเพื่อไทยเล็งเห็นผลประโยชน์ของประเทศชาติและสุขภาพของคนไทยเป็นสิ่งสำคัญที่สุด&amp;quot; คกก.กิจการพิเศษ พรรค พท.กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ภูเก็ต&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกิตติกร คิ้วคชา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ภูเก็ตแฟนตาซี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภูเก็ตแฟนตาซี เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของภูเก็ต ซึ่งการเกิดปัญหาจากโรคระบาดของจีนในช่วงสั้นมีผลกระทบการท่องเที่ยวของภูเก็ตแฟนตาซี กรณีนี้เกิดขึ้นกะทันหันต้องดูสถานการณ์และปรับตัววันต่อวัน และอาจมีข่าวดีได้ว่าจะมีการควบคุมได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การท่องเที่ยวเป็นเหมือนอุตสาหกรรมทั่วไป มีปัญหาและมีขึ้นมีลง ตอนนี้ดูสถานการณ์ก่อนจะปรับตัวอย่างรวดเร็วเพื่อแก้ปัญหา ส่วนภาพรวมคนมาเที่ยวภูเก็ตแฟนตาซีดีขึ้นระดับหนึ่ง ต่างจากปีที่แล้วที่ซบเซา แต่ปีนี้ถือว่าดีขึ้น ตลาดของเรามีทุกกลุ่มทุกสัญชาติ&amp;quot; ผจก.ภูเก็ตแฟนตาซีกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55566</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิตติกร คิ้วคชา, ชัยรัตน์ ไตรรัตนจรัสพร, ธเนศวร์ เพชรสุวรรณ, ผศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ, ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200126/image_big_5e2d940b5f99c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
