<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>56134</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2020 11:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2020 11:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชัยวัฒน์&#039;รายงานตัวฝากขังผัดสุดท้าย อัยการยังไม่ฟ้องม.157</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.พ. 63 &amp;ndash; ที่ศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี ศาลนัดรายงานตัวในวันครบกำหนดฝากขังครั้งสุดท้าย ในคดีที่พนักงานสอบสวนดีเอสไอยื่นคำร้องฝากขังนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดปัตตานี และอดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กับพวกในความผิดฐานอุ้มฆ่านายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ อายุ 31 ปี นักสิทธิมนุษยชนชาวกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย จ.เพชรบุรี ที่หายตัวไปตั้งแต่ปี 2557 รวม 8 ข้อหา ซึ่งภายหลังอัยการสั่งฟ้องเพียงข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 เพียงข้อหาเดียว ในวันนี้นายชัยวัฒน์พร้อมพวกรวม 4 คน เดินทางมายังศาลอาญาคดีทุจริตฯ กับนายพรชัย พฤกษ์พิชัยเลิศ ทนายความ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงการสั่งฟ้องหรือไม่ในวันครบกำหนดฝากขังนี้ว่า ในขณะนี้ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ยังไม่ได้แจ้งการทำความเห็นแย้งเข้ามายังอัยการ ตามหลักปฏิบัติทางอัยการก็จะต้องรอขั้นตอนกระบวนการให้ดีเอสไอทำความเห็นแย้ง และอัยการสูงสุดชี้ขาดก่อนว่าจะฟ้องหรือไม่ฟ้อง กี่ข้อหาอย่างไร หากอัยการสูงสุดชี้ขาดแล้วว่าฟ้องกี่ข้อหา ค่อยให้พนักงานสอบสวนไปนำตัวผู้ต้องหามายื่นฟ้องต่อศาลได้ แม้จะหมดระยะเวลาการควบคุมตัวไปแล้ว ต้องปล่อยขาด แต่นายชัยวัฒน์เป็นข้าราชการมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี หากภายหลังมีคำสั่งชี้ขาดแล้วก็สามารถนำตัวมายื่นฟ้องได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56134</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยวัฒน์, ดีเอสไอ, บิลลี่, ศาลอาญาคดีทุจริต, อัยการ, แก่งกระจาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200203/image_big_5e379f2d20548.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50526</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2019 12:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2019 12:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยกฟ้องนักวิชาการหมิ่น&#039;ชัยวัฒน์&#039;โพสต์เฟซบุ๊กตรวจสอบไร่ชัยราชพฤกษ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ย.62- ที่ศาลอาญามีนบุรี ถ.สีหบุรานุกิจ ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.6246/2561 ที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ และนาย นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ขณะดำรงตำแหน่งหัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษพิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า (ชุดพญาเสือ) โจทก์ร่วมยื่นฟ้อง นายสมัคร ดอนนาปี อดีต ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ เเละนายวุฒิ บุญเลิศ หรืออาจารย์วุฒิ นักวิชาการอิสระที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชนเพื่อกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานร่วมกันหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา พร้อมเรียกค่าสินไหมทดแทน จากกรณีที่นายวุฒิโพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กเกี่ยวกับการเรียกร้องให้มีการตรวจสอบไร่ชัยราชพฤกษ์ ซึ่งอยู่ในเขตป่าที่มีชื่อพี่ชายของนายชัยวัฒน์เป็นผู้ครอบครอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยวันนี้ทนายโจทก์ร่วม จำเลยทั้งสองพร้อมทนายจำเลยที่ 2 เดินทางมาศาล ศาลพิจารณาพยานหลักฐานที่โจทก์และโจทก์ร่วมที่นำสืบแล้ว ยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันหมิ่นประมาทโจทก์ร่วมตามฟ้อง และเมื่อข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตามฟ้อง ย่อมถือไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสองกระทำละเมิดต่อโจทก์ร่วม จึงไม่ต้องรับผิดชอบค่าสินไหมทดแทนตามที่โจทก์ร่วมตามคำร้อง พิพากษายกฟ้อง และยกคำร้องของโจทก์ร่วมที่ให้จำเลยทั้งสองชดใช้ค่าสินไหมทดแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังฟังคำพิพากษา นายปรีดา นาคผิว ทนายความมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ในฐานะทนายจำเลย เปิดเผยว่า ศาลเห็นว่าข้อความที่มีการโพสต์ตามที่นายชัยวัฒน์กล่าวอ้างตามคำฟ้อง ไม่ได้กล่าวถึงหรือมีพยานหลักฐานใดที่จะทำให้วิญญูชนหรือประชาชนทั่วไปอ่านแล้วเข้าใจได้ว่าเป็นการกล่าวถึงนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หรือเข้าใจได้ว่า นายไพโรจน์ ลิ้มลิขิตอักษร ซึ่งมีชื่อเป็นผู้ครอบครอง ตามโพสต์ข้างต้น เป็นผู้ถือครองที่ดินแทนนายชัยวัฒน์ และเมื่อพิจารณาเนื้อหาตามโพสต์แล้ว ผู้โพสต์มุ่งหมายเพื่อให้เจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาตรวจสอบการครอบครองไร่ชัยราชพฤกษ์ว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ จึงไม่ถือว่าเป็นข้อความที่หมิ่นประมาทตามฟ้อง พิพากษายกฟ้อง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50526</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง, ชัยวัฒน์, วุฒิ บุญเลิศ, ไร่ชัยราชพฤกษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191118/image_big_5dd22a4bb6332.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50260</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/11/2019 12:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/11/2019 12:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีเอสไอปัดจัดฉากจับ&#039;ชัยวัฒน์&#039; ยันมีหลักฐานมัดคดีฆ่าบิลลี่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พ.ย. 62 - พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงกรณีนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ให้สัมภาษณ์ว่ามีการจัดฉากให้ร้าย โดยใช้นายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ แกนนำกระเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย เป็นหนึ่งในตัวละครว่า ดีเอสไอทำคดีนี้ตามที่มีพยานหลักฐานปรากฏ ส่วนที่ถูกกล่าวหาจัดฉากไม่ขอตอบโต้ แต่ยืนยันว่าดีเอสไอมีหลักฐานเพียงพอจึงขอศาลออกหมายจับ และหากสื่อติดตามการสอบสวนของดีเอสไอย้อนหลังก็จะเห็นภาพเหตุการณ์ทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กล่าวว่า กระดูก 9 ชิ้น ยังอยู่ในกระบวนการตรวจสอบตามหลักวิทยาศาสตร์ด้วยวิธีไมโทคอนเดรีย ซึ่งผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่ากระดูก 9 ชิ้นเป็นกระดูกมนุษย์แน่นอน แต่ก็ต้องนำไปสกัดดีเอ็นเอเพื่อนำไปตรวจเปรียบเทียบว่าเป็นดีเอ็นเอของบุคคลคนเดียวกันหรือไม่ และเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง จากนั้นจึงจะนำไปตรวจเปรียบเทียบกับดีเอ็นเอของมารดาของนายบิลลี่ แต่จะสามารถสกัดดีเอ็นเอได้มากพอจนวิเคราะห์เปรียบเทียบได้หรือไม่นั้นก็เป็นอีกเรื่อง เพราะกระดูกบางชิ้นอาจจะสกัดดีเอ็นเอไม่ได้ เนื่องจากมีปริมาณไม่มากพอหรือมีความเสียหายมากจากการถูกเผาด้วยความร้อนสูงและทิ้งในน้ำเป็นเวลานาน&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ คาดว่าภายในสัปดาห์นี้จะทราบผลตรวจชัดเจนและจะส่งผลตรวจให้พนักงานสอบสวนดีเอสไอดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ซึ่งรายละเอียดต้องรอให้พนักงานสอบสวนเป็นผู้เปิดเผย เพราะเป็นหลักฐานทางคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราทำทุกขั้นตอนเพื่อให้ได้ผลที่แม่นยำที่สุด โดยตรวจตามหลักวิทยาศาสตร์ใช้วิธีไมโทรคอนเดีย ซึ่งเป็นหลักสากล และตรวจจากกระดูกที่มีคุณภาพสมบูรณ์ มาตรการการตรวจของเรามีมาตรฐานสากลรองรับไม่แตกต่างจากต่างประเทศ&amp;nbsp; ส่วนกรณีที่ผู้ต้องหาอ้างว่ามีการจัดฉากสร้างหลักฐานเท็จ เพราะกระดูกที่พบไม่ใช่กระดูกของนายบิลลี่นั้น ผมมั่นใจผลการตรวจวัตถุพยานที่ดีเอสไอส่งมา ซึ่งมีปริมาณเพียงพอที่จะวิเคราะห์เปรียบเทียบได้ และยืนยันไม่ว่าจะนำกระดูกส่งตรวจที่ไหนผลการตรวจก็ออกมาเหมือนเดิม เพราะใช้มาตรฐานเดียวกัน ส่วนกระบวนการรวบรวมพยานหลักฐานพนักงานสอบสวนสามารถดำเนินการได้อยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าดีเอสไอก็มีหลักฐานอื่นที่มากกว่าวัตถุพยานที่ส่งให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ตรวจพิสูจน์&amp;rdquo; พ.ต.ท.วรรณพงษ์ ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50260</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยวัฒน์, ดีเอสไอ, บิลลี่, ปัดจัดฉาก, พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง, สถาบันนิติวิทยาศาสตร์, แก่งกระจาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191114/image_big_5dcce694a379d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
