<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>56297</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมียพาผัวไปปล้นแบงก์ในโลตัสจนมุมทั้งคู่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จับแล้ว ผัวเมียบุกชิงเงินแบงก์กรุงเทพในห้างโลตัสประชาอุทิศ พบประวัติเคยก่ออาชญากรรมมาแล้วทั้งคู่ ตามยึดเงินคืนได้ 4 แสน ส่วนอีกครึ่งใช้จ่ายหมด บิ๊กแป๊ะรุดสอบปากคำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์นี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร., พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) แถลงผลการจับกุมนายชัยวัฒน์ มีชะคะ อายุ 32 ปี และ น.ส.ผกามาศ ประดับวงศ์ อายุ 29 ปี 2 ผู้ต้องหาร่วมก่อเหตุปล้นธนาคารกรุงเทพ ภายในห้างสรรพสินค้าเทสโก้ โลตัส ประชาอุทิศ 58 ย่านทุ่งครุ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 22 ม.ค.63 ที่ผ่านมา ก่อนจะขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณกลางซอยท่าเรือแดง แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กทม. เมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา พร้อมทั้งตรวจยึดของกลางเป็นเงินสดรวม 401,000 บาท ซึ่งหลังก่อเหตุนายชัยวัฒน์นําไปฝากไว้กับพ่อและแม่ นอกจากนี้ยังมีอาวุธปืนพกสั้น &amp;nbsp;ขนาด .38 จํานวน 1 กระบอก และเครื่องกระสุนปืน ขนาด .38 จํานวน 4 นัด และอื่นๆ อีกหลายรายการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พร้อม พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. ได้เดินทางมาสอบปากคำผู้ต้องหาด้วยตนเอง ภายในธนาคารกรุงเทพที่เกิดเหตุ โดยใช้เวลาสอบปากคำประมาณ 20 นาที ก่อนที่จะเดินทางกลับ และมอบหมายให้ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. เป็นผู้ชี้แจงรายละเอียดแก่สื่อมวลชวนแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ภัคพงศ์เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาทั้งสองคนเป็นแฟนกัน ร่วมกันก่อเหตุและมีการวางแผนพากันหลบหนี จำนวนเงินที่คนร้ายได้ไปประมาณ 8 แสนบาท ได้คืนมาเป็นเงินสดประมาณ 4 แสนบาท บางส่วนคนร้ายนำไปซื้อทองคำ ส่วนเหตุจูงใจ ผู้ต้องหารับสารภาพว่านำเงินไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรพบว่า นายชัยวัฒน์เคยมีประวัติคดีโทรมหญิงตั้งแต่ปี 2547, มีประวัติการกระทําผิดขับรถขณะเมาสุรา ประวัติการครอบครองยาบ้า เมื่อปี 2552 ส่วน น.ส.ผกามาศ มีหมายจับข้อหา รับของโจร และความผิดเกี่ยวกับเอกสาร อยู่ระหว่างหลบหนีหมายจับของศาลอาญาธนบุรีตั้งแต่ปี 2560
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเส้นทางหลบหนีของคนร้าย พบว่าหลังก่อเหตุคนร้ายได้นํารถจักรยานยนต์ เสื้อผ้า และหมวกน็อกที่สวมใส่ขณะก่อเหตุไปทิ้งไว้ที่คูน้ำข้างทาง ภายในซอยโปร่งอารมณ์ แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน ตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่ามีผู้ร่วมก่อเหตุอีก 1 คน คือ น.ส.ผกามาศ โดยทําหน้าที่เป็นคนขับรถยนต์มาส่งคนร้ายเพื่อมาก่อเหตุ และพาหลบหนี เจ้าหน้าที่ตํารวจจึงได้ดําเนินการรวบรวมพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิด และพยานหลักฐานที่ได้จากทางนิติวิทยาศาสตร์ จนนําไปสู่การออกหมายจับ นายชัยวัฒน์ มีชะคะ ผู้ลงมือก่อเหตุ และ น.ส.ผกามาศ ประดับวงศ์ ผู้ร่วมก่อเหตุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งได้ข้อหา &amp;quot;ร่วมกันชิงทรัพย์โดยมีหรือใช้อาวุธปืน โดยใช้ผ้าคลุมศีรษะและใบหน้าเพื่อเพื่อไม่ให้เห็นหรือจําหน้าได้ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทําความผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือให้พ้นจากการจับกุม&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 11.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวนายชัยวัฒน์ไปชี้จุดเกิดเหตุ ที่จอดรถจักรยานยนต์ไว้ด้านข้างของห้าง ก่อนจะเดินเข้าธนาคารเป็นจุดที่สอง แล้วนำปืนไปจี้ รปภ.เพื่อชิงปืนพกสั้นของเจ้าหน้าที่ ก่อนกระโดดขึ้นเคาน์เตอร์พนักงานเพื่อชิงเงิน แล้วกลับออกทางเดิมที่เข้ามา ก่อนจะขี่จักรยานยนต์หลบหนีมุ่งหน้าถนนประชาอุทิศขาเข้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังการชี้จุดเกิดเหตุ ตำรวจนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังศาลอาญาธนบุรี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56297</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยวัฒน์ มีชะคะ, ผกามาศ ประดับวงศ์, พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200204/image_big_5e39711ae0964.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
