<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97610</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2021 10:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2021 10:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วราวุธ&#039;แจงมติอ.กพ.ปลด&#039;ชัยวัฒน์&#039;ต้องทำตามปปท. ชี้ช่องอุทธรณ์ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มี.ค. 64 -&amp;nbsp; ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม​ (อ.ก.พ.) มีมติลงโทษปลดออก นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สำนักบริหาร พื้นที่อนุรักษ์ ที่ 9 อุบลราชธานี อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.) ชี้มูลลงโทษ ว่า หลังจากที่คณะกรรมการป้องกันและปรามปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) มีมติและส่งเรื่องมาให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเห็นว่ามีความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง จากนั้น อ.ก.พ.ของกระทรวงก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายภายใน 30 วัน จึงได้มีการประชุม และได้ตัดสินออกมาดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ อ.ก.พ. กระทรวง ไม่สามารถย้อนคำตัดสินหรือเปลี่ยนแปลงคำตัดสินของ ป.ป.ท. ได้ สิ่งที่ทำได้จากนี้ คือนายชัยวัฒน์ สามารถไปยื่นอุทธรณ์คำตัดสินของ ป.ป.ท. แต่ในส่วนของกระทรวงรู้สึกเห็นใจเจ้าหน้าที่แต่ละคนที่ทำงานด้วยความยากลำบาก ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ แต่เมื่อมีคำตัดสินดังกล่าวออกมา หาก อ.ก.พ.กระทรวง ไม่ปฏิบัติตามคำตัดสินของ ป.ป.ท.ที่ออกมานั้น อ.ก.พ. กระทรวงก็จะมีความผิด ฐานไม่ปฏิบัติตามหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐมนตรีจะเรียกขวัญข้าราชการในกระทรวงอย่างไร เพราะบางกลุ่มได้ตั้งกลุ่มเซฟชัยวัฒน์ขึ้น นายวราวุธ กล่าวว่า เชื่อว่าข้าราชการทุกคนจะเข้าใจถึงกลไกการทำงานของกระทรวงของ ป.ป.ท. และ อ.ก.พ.กระทรวง เพราะเมื่อ ป.ป.ท. มีมติออกมาในระดับของกระทรวงคงทำอะไรได้ไม่มาก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าขณะนี้ นายชัยวัฒน์ ได้ยื่นอุทธรณ์ต่ออนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) ของกระทรวง แล้วหรือยัง รมว.ทส. กล่าวว่า นายชัยวัฒน์ จะต้องไปยื่นอุทธรณ์กับ ป.ป.ท. เพราะไม่สามารถยื่นอุทธรณ์กับ อ.ก.พ.กระทรวงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีอาจมีข้าราชการบางส่วน ที่รู้สึกว่า ทำงานดีมาตลอด แต่เมื่อเจอคดีนายชัยวัฒน์เช่นนี้ อาจรู้สึกใจฝ่อไปนั้น นายวราวุธ กล่าวว่า คดีเช่นนี้มีเกิดขึ้นหลายครั้ง และเมื่อไปยื่นอุทธรณ์&amp;nbsp; หรือบางครั้งก็มีคำสั่งศาลปกครองกลับคำสั่ง ซึ่งทางออกก็ต้องคืนตำแหน่งให้กับข้าราชการคนนั้นๆ ซึ่งข้าราชการทุกคนก็ได้เห็นกลไกดังกล่าวมาโดยตลอด คงจะเข้าใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ล่าสุดมีกลุ่มบุคคลหรือเอกชน เช่น แอ๊ด คาราบาว ตั้งกลุ่มขึ้นมาเซฟชัยวัฒน์นั้น นายวราวุธ กล่าวว่า ถือเป็นสิทธิ์ของแต่ละท่านที่จะดำเนินการ&amp;nbsp; แต่ทุกอย่างดำเนินการตามระเบียบ และข้อบังคับของกระทรวง เพราะไม่เช่นนั้น อาจจะเกิดปัญหาอีกหลายกรณี เราจึงต้องทำตามระเบียบที่มีอยู่ ซึ่งสามารถยื่นอุทธรณ์ได้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97610</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร, ปลดออก, วราวุธ ศิลปอาชา, อ.ก.พ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210329/image_big_60614ad1df030.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97452</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2021 14:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2021 14:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;น้าแอ๊ด&#039; ออกโรงป้อง &#039;ชัยวัฒน์&#039; ถูกปลดออกจากราชการ เรื่องนี้ผมไม่ยอมแน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มี.ค.64 - เพจเฟซบุ๊ก คาราบาว นำโดยนายยืนยง โอภากุล โพสต์ข้อความให้กำลังใจนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ที่ถูก อกพ.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงมติปลดออกจากราชการว่า อยากให้พี่น้องผองเพื่อนของผมได้เข้าใจความจริงว่า ข้าราชการกรมอุทยานฯท่านนี้ คุณชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หรือหัวหน้าอี่ น้องรักของผมได้ปฏิบัติหน้าที่ของการเป็นผู้พิทักษ์ป่าเเละสัตว์ป่าด้วยครรลองของข้าราชการที่ดี เที่ยงธรรมและบริสุทธิ์ หลายเรื่องหลายปีที่ผ่านมาเขาเข้าจับกุม นายทุน ข้าราชการ นักการเมืองที่ทำผิดมากมาย ไม่ใช่ว่าทำได้โดยง่ายเพราะบ้านนี้เมืองนี้ทุกคนล้วนมีเส้นสาย ไม่เเปลกเลยที่คุณชัยวัฒน์จึงได้กลายเป็นตำบลกระสุนตก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ปปท.หน่วยงานของรัฐแทัๆ กับมีคำสั่งให้เขาออกจากราชการ ผมถามพี่น้องของผมว่า มันยุติธรรมแล้วหรือ เรื่องเเบบนี้ผมไม่ยอมเเน่ เพราะผมรักป่ารักสัตว์ป่าและรักความเป็นธรรม ขอเสือกด้วยคนใครอยากเสือกกับผม มาเลยครับ เรามาร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เซฟชัยวัฒน์&amp;quot;ครับ รายละเอียดต่างจะถูกโพสในเฟสนี้ของผมเป็นระยะๆครับ โปรดคอยติดตามเเละเป็นกำลังใจให้คุณชัยวัฒน์ด้วยครับพี่น้อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97452</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, คาราวบาว, ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร, ปลดออกจากราชการ, ยืนยง โอภากุล, แอ๊ด คาราบาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210327/image_big_605edf0fd5bd0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97420</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2021 07:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2021 07:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อกพ.กระทรวงทรัพย์ฯมีมติปลดออกจากราชการ &#039;ชัยวัฒน์&#039; จ่อยื่นศาลปกครองขอคุ้มครองชั่วคราว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มี.ค.64 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า มติที่ประชุมคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีมติให้ลงโทษ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;อุบลราชธานี ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ให้ลงโทษไล่ออก หรือ ปลดออกจากราชการ โดย อกพ.กระทรวงฯ มีมติให้ลงโทษ&amp;rdquo;ปลดออก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม นายชัยวัฒน์ ยังสามารถอุทธรณ์ มติอกพ.กระทรวงฯ ไปที่คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม ทำเนียบรัฐบาล และยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง โดยในส่วนของกระทรวงฯยินดีสนับสนุนข้อมูลให้นายชัยวัฒน์ ต่อสู้คดีอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายชัยวัฒน์ เปิดเผยว่า ยังไม่ได้รับหนังสือแจ้งมติอกพ.กระทรวงฯ แต่ส่วนตัวยืนยันจะเดินหน้าทวงความยุติธรรม โดยหลังรับหนังสือจะเข้ายื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม ทำเนียบรัฐบาล เพราะ ป.ป.ท.ชี้มูลโดยที่ไม่เคยลงไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ นอกจากนี้จะยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอคุ้มครองชั่วคราวให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป เพราะยังมีคดีที่ต้องไปเบิกความเป็นพยานในกรณีจับกุมผู้บุกรุกป่าในพื้นที่ จ.สงขลา และ จ.บึงกาฬ รวมถึงคดีจับกุมอื่นๆที่คดียังไม่เสร็จสิ้น โดยจะขอความปราณีจากศาลให้ได้ทำหน้าที่ปกป้องทรัพยากรของประเทศต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97420</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210301/image_big_603ca8864ec55.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94631</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2021 16:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2021 16:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชัยวัฒน์&#039; เปิดหน้าชก ปปท. ชี้มูลผิดปมเผาบ้านปู่คออี้ รุดแจ้งกองปราบฟ้องกลับ ม.157</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มี.ค.64 - จากกรณีคณะกรรมการปปท.ชี้มูลความผิดตามมาตรา 157 และเสนอให้กรมอุทยานฯ ดำเนินการให้ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สบอ.9&amp;nbsp;อุบลราชธานี ออกจากราชการ ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันไปทั่ว ว่าปปท.ดำเนินการเรื่องนี้อย่างบริสุทธิ์ยุติธรรมหรือไม่ ล่าสุด&amp;nbsp;เมื่อเวลา&amp;nbsp;10.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายชัยวัฒน์ พร้อมทีมทนายความ ได้เดินทางไปยังปปท.เขต 7 จ.นครปฐม เพื่อขอทราบรายละเอียดในเรื่องที่คณะกรรมการปปท.ชี้มูลความผิด ตามมาตรา 157&amp;nbsp;&amp;nbsp;และให้ออกจากราชการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยวัฒน์ เปิดเผยว่า ที่มาสำนักงานปปท.เขต 7 ในวันนี้ เพราะที่ผ่านมา ตอนสอบสวนตนมาสอบที่นี่ แต่ที่อยากรู้คือ&amp;nbsp;การออกข่าว การมอบอำนาจในการแถลงข่าว การชี้ประเด็นมีมติยังไง ผู้ให้มติมีใครบ้าง คณะกรรมการมีผู้ใดเป็นคนชี้มติ และก็ประเด็นไหน เพราะฉะนั้นเราอยากรู้รายละเอียดในการให้ข่าวออกไป&amp;nbsp;เราเองเราก็ไม่รู้ พอให้ข่าวมาวันที่ 2-3&amp;nbsp;เหมือนกึ่งรับกึ่งสู้ ส่วนตนเองนี่เสียไปแล้ว ตนเป็นข้าราชการ คุณมาชี้ให้ตนออกจากราชการ ถ้าหนังสือเดิน 30วั น ก็เป็นประเด็นว่า ชีวิตราชการตนก็ต้องจบแบบนั้น ไหนๆเปิดหน้าชกกันแล้ว ก็ต้องพูดกันเลย ตนอยากจะรู้เหมือนกันว่า ทำหนังสือมาขอรับทราบคำสั่ง และเอกสารต่างๆของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ คือที่นี่เขาสอบตน ก็อยากรู้ว่าที่คุณทำครบกระบวนการไหม แล้วในรายละเอียดคุณทำอะไรบ้างในการให้ข้อมูลชี้แจงต่อสังคม ต่อสื่อ&amp;nbsp;ใครเป็นผู้ให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยวัฒน์ กล่าวอีกว่า สำหรับในหมวดสุดท้ายนี่ ตนรับนะ ตนรับในการปฏิบัติหน้าที่ของตน ตนบอกแล้ว ตนปฏิเสธแล้วว่า ปู่โคอี้อยู่นอกภารกิจ ไม่ได้เกี่ยวกับภารกิจเลย ในส่วนที่เราไปทำอยู่ในแปลงป่าลึก อยู่ในชายขอบติดแนวชายแดน ซึ่งเป็นแปลงปลูกยาเสพติด อันนั้นเราปฏิบัติหน้าที่ เป็นเพิงพักเข้าออกยากอยู่แล้ว อันนี้เรามีการทำลายจริงๆ แต่ว่าบ้านปู่โคอี้ คนละภารกิจ เราก็บอกว่าบ้านปู่โคอี้ยังไม่มีพิกัด ไม่มีใครเข้าไปดูเลย แล้ววันนี้จะมาชี้ประเด็นตน หรือว่ามาสอบตนนี่ ก็ขอให้คณะกรรมการชุดนี้ทุกคน ตนหมายเหตุด้วยนะ ทุกคนไปดูในจุดเกิดเหตุก่อน แล้วก็พิจารณา ตนรับได้ แต่ถ้าเข้าไปในกรณีที่ว่าบินไปดู หรือไปดูแปลงปลูกป่า อะไรอย่างนี้ อย่าเอามาผสมกัน มันคนละเรื่อง เพราะเรารู้ว่าเขาไป ไปที่ไหนไปยังไง แต่เขาไม่เคยไปที่บ้านจุดเกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในเรื่องจนท.เผาบ้านตามที่เป็นข่าวนั้น นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ไม่ใช่ครับ ตนอยู่ 6 ปี เราเจรจาแล้วตกลงกับเขา บางคนก็กลับไปฝั่งโน้น ส่วนใหญ่จะเจอเป็นคนฝั่งโน้น เขาก็ขอกลับ เขาปลูกข้าวตั้งแต่โค่น จนปลูกข้าวเสร็จ เกี่ยวข้าวเสร็จแล้วก็ขอกลับไป แต่ที่ดำเนินการทั้งหมดนี่ 9 ครั้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ครั้งหนึ่งก็ประมาณ&amp;nbsp;7 จุด 12 จุด 15 จุด รวมทั้งหมด 6 ปี มีรายละเอียดทั้งหมด เรารายงาน 98 เพิงพักนี่ อย่าบอกเป็นหลัง เพราะเป็นเพิงที่ซ่องสุม มีกัญชา มีสัตว์ป่าอะไรอย่างนี้ เป็นเพิงขนำ เป็นบริเวณที่หลบภัยออกมา ก็เหมือนกับสร้างเป็นกระต๊อบที่เราเห็น เพราะฉะนั้น 98 ครั้ง ในจุดที่ตรงนั้น ไม่ใช่นะครับ ใน 6 ปี ทำทั้งหมด 9 ครั้ง แต่ละครั้งก็ประมาณ 7 จุด 12 จุด 9 จุด 17 จุด ประมาณนั้น ไม่ได้ทำครั้งเดียว แต่จุดเหล่านี้อยู่ริมชายแดนไทย-พม่า ไม่มีบ้านปู่โคอี้ในจุดเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บ้านปู่โคอี้&amp;nbsp;ต้องเรียนว่าประเทศไทยนี่ ถ้าเราเอาประเทศไทยคือแผนที่ของอุทยานฯแก่งกระจาน ที่เราไปทำงานนี่ อยู่ประมาณเชียงใหม่เชียงราย แต่ว่าปู่โคอี้อยู่จ.ราชบุรี ประมาณนั้น ถ้าจะมองว่าปู่โคอี้อยู่ใจแผ่นดิน ไม่ใช่นะครับ อยู่ตรงห้วยสามแพร่ง ตรงที่เราไปทำนี่อยู่ทางทิศเหนือ ปู่โคอี้ที่ไปรับนี่อยู่ห้วยสามแพร่ง อยู่ด้านใต้ของอุทยานฯแก่งกระจาน คนละจุดครับ ตรงนี้คือประเด็น ตนเชื่อว่าสังคมเข้าใจว่า เราไปดำเนินการเผาหมู่บ้าน นี่ไม่ใช่ครับ คือแต่ละครั้งนี่มีการบุกรุกเข้ามาที&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;6&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;9&amp;nbsp;จุด แต่ละจุด แต่ละครั้ง เราบินสำรวจก่อน แล้วมีเป้าหมายเราถึงไปลง แต่ละครั้งแต่ละเดือน ก็จะทำรายงานแต่ละเดือนมา ถึงมีเป้าหมาย กระทรวงขอร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นของปปส.ปราบปรามยาเสพติด บก.ปทส. ตำรวจภาค 7&amp;nbsp;คือทุกหน่วยงาน ทหาร ตำรวจ ปกครอง จะไปร่วมกัน&amp;nbsp;7 หน่วยงาน ไม่ใช่ผมคนเดียวที่ไป แล้วก็ไปเผาทำลายในเพิงพักที่มีแปลงกัญชาทั้งสิ้น แต่ที่ว่าเรื่องปู่โคอี้โดนเผานี่ คนละเรื่องแล้ว&amp;nbsp;ไม่มี เราไม่เคยดำเนินการอย่างนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนี้&amp;nbsp;การให้ข่าวที่ทำลายชื่อเสียงตนและครอบครัวทั้งหมด แล้วเหตุที่มีประเด็น ไม่มีประเด็น นี่คืออันนี้เจตนาอยู่แล้ว มันเจตนาพิเศษ วางไทม์ไลน์เลยว่า มีเจตนาพิเศษหรือไม่ การให้ในมาตรา&amp;nbsp;200 วรรค 2 นี่ มันมีพิรุธอยู่แล้ว ว่าการกลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษแบบนี้ เจตนาที่ตนคนเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หลังจากขอรับเอกสารรายละเอียด การชี้มูลความผิด จากปปท.เขต 7&amp;nbsp;จ.นครปฐมแล้ว นายชัยวัฒน์จะเดินทางไปแจ้งความที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับ การทุจริตและประพฤติมิชอบ เพื่อเอาผิด ป.ป.ท. ในมาตรา 157 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และมาตรา 200 วรรค 2 การแกล้งให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดต้องรับโทษ รับโทษหนักขึ้น ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94631</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีเผาบ้านปู่คออี้, จังหวัดเพชรบุรี, ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร, ปปท., ปู่คออี้, มาตรา157, อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210301/image_big_603ca8864ec55.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94552</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชัยวัฒน์สู้ปปท. ฟ้องกลับ157</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ชัยวัฒน์&amp;quot; ประกาศสู้ ป.ป.ท. ร้องกองปราบแจ้งความกลับมาตรา 157 &amp;quot;ศิษย์เก่าวนศาสตร์&amp;quot; ออกโรงป้องบี้ต้นสังกัดดูแล ขณะที่เครือข่าย #Save ป่าแก่งกระจานบุกทำเนียบฯ ยื่นนายกฯ งัดกฎหมายพิทักษ์เจ้าหน้าที่อุทยานฯ เอาผิดกลุ่มรุกป่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความคืบหน้ากรณีคณะกรรมการป้องกันและปรามปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ชี้มูลความผิดนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 อุบลราชธานี อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และเจ้าหน้าที่ของอุทยานแห่งชาติ รวม 6 คน ได้เข้ารื้อถอนเผาทำลายบ้านเรือน ยุ้งฉาง และทรัพย์สินอื่นๆ ของนายโคอิ หรือคออี้ มีมิ ชาวกะเหรี่ยงแก่งกระจาน และของชาวบ้านอีกหลายราย มีความผิดปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157 และมีมติให้ออกจากราชการนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ นายชัยวัฒน์เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ การสอบสวนของ ป.ป.ท.ผิดหลักการสอบสวน ไม่เคยมีเจ้าหน้าที่ลงไปดูในพื้นที่ป่าเลยแม้แต่คนเดียว ว่าพื้นที่ตรงจุดเกิดเหตุเป็นอย่างไร ตรงไหนเป็นจริงตามพยานหลักฐานหรือไม่ แต่การตัดสินครั้งนี้ ป.ป.ท.อ่านแค่หนังสือเอกสารจากกลุ่มชาติพันธุ์ แล้วด่วนสรุปตัดสิน จึงเสมือนไม่ให้ความเป็นธรรมต่อตน เรื่องนี้คงต้องปกป้องศักดิ์ศรี ไม่ใช่ทำเพื่อตนเอง แต่เพื่อข้าราชการทุกคน ที่ทำงานด้วยความเหนื่อยยากในการปกป้องผืนป่า อันเป็นทรัพยากรธรรมชาติของประเทศและของชาวไทยทุกคน โดยในวันที่ 1 มี.ค.นี้ จะเดินทางไปที่ ป.ป.ท.จังหวัดนครปฐม เพื่อสอบถาม ป.ป.ท.ในรายละเอียดกรณีที่มีการลงมติให้ตนออกจากราชการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งจะเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษที่กองบังคับการปราบปราม ให้ดำเนินคดีกับบอร์ด ป.ป.ท.ในความผิดมาตรา 157&amp;nbsp;เป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ กรณีไม่มีเจ้าหน้าที่ลงไปในพื้นที่ที่มีความผิดจริง แต่มีการชี้มูลความผิด และมาตรา 200&amp;nbsp;วรรค 2&amp;nbsp;ผู้ใดที่มีการให้บุคคลใด หรือผู้หนึ่งผู้ใดต้องรับโทษ หรือรับโทษหนักขึ้น หรือต้องถูกบังคับตามวิธีเพื่อความปลอดภัย ผู้กระทำต้องรับโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 2 หมื่นบาท ถึง 4 แสนบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.ได้มีการลงพื้นที่แก่งกระจานจริง แต่เข้าไปตรวจสอบในเรื่องของการปลูกป่าตามที่มีการร้องเรียน ซึ่งไปเพียงแค่จุดเดียวเท่านั้น รวมทั้งมีเอกสารลับ โดยในรายละเอียดของเอกสารนั้น ป.ป.ท.มีมติว่า ไม่รับข้อสอบสวนของนายชัยวัฒน์ ที่ต้องการให้ไปตรวจสอบพื้นที่ที่มีการกระทำผิด ซึ่งเอกสารดังกล่าวนี้ นายชัยวัฒน์จะนำไปประกอบหลักฐานอ้างอิง เป็นข้อยืนยันว่าไม่ตรวจสอบ ไม่คุ้มครองสิทธิ์ของผู้ถูกกล่าวหา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 131&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายพิพัฒน์ ชนินทยุทธวงศ์ นายกสมาคมศิษย์เก่าวนศาสตร์ กล่าวว่า ตอนนี้สังคมรับรู้กันแล้วว่า กรณีที่ ป.ป.ท.ชี้มูลความผิดนายชัยวัฒน์นั้น ยังไม่เคยลงพื้นที่ได้ไปเห็นพื้นที่จริงเลย จึงทำให้ไม่ได้รับรู้ในความยากลำบากของการปฏิบัติงานในพื้นที่ว่าเป็นอย่างไร แล้วมาตัดสินใจอย่างไร้ความเป็นธรรมอย่างนี้ เป็นสิ่งที่พวกเราคนป่าไม้เอง โดยเฉพาะกลุ่มวนศาสตร์ เราต้องต่อสู้ เพราะว่านายชัยวัฒน์เองเป็นศิษย์เก่าวนศาสตร์ ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะฉะนั้นเราคงจะต้องผนึกกำลังกัน ร่วมใจกันต่อสู้เพื่อให้ความเป็นธรรมกับน้องของเรา ซึ่งได้หารือกันในเบื้องต้นมีการคุยกันนอกรอบแล้ว และในวันที่ 1 มี.ค. จะมีการประชุมกรรมการร่วมกัน จะมีฝ่ายกฎหมายของสมาคมเอง มองว่าถ้าเรามีข้อมูลเพียงพอ เราจะฟ้องกลับไปที่ ป.ป.ท. ทราบว่านายชัยวัฒน์จะไปฟ้อง ป.ป.ท.อยู่เหมือนกัน ทางสมาคมจะเข้าไปร่วมด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องการบั่นทอนจิตใจของคนดูแลผืนป่านั้นชัดเจนเลย คุณชัยวัฒน์เป็นคนที่ปฏิบัติงานด้วยความเข้มแข็ง มีจิตวิญญาณที่จะรักษาผืนป่า ต้องโดนอย่างนี้ ถ้าไม่มีการเข้ามาช่วยเหลือกัน ต่อไปใครล่ะจะไปปฏิบัติงานเพื่อรักษาผืนป่าของพวกเรา อันนี้เป็นหน้าที่ของเรา เป็นหน้าที่ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เป็นหน้าที่ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในฐานะต้นสังกัดด้วยที่จะต้องดูแล ที่จริงแล้วเมื่อ ป.ป.ท.ชี้มูลแล้ว เขาจะต้องส่งสำนวนมาให้ต้นสังกัด ตรงนี้ก็หวังว่าต้นสังกัดจะได้มีส่วนร่วมในการพิจารณา ว่าจะทบทวนไปที่ ป.ป.ท.หรือเปล่า หรือว่าจะทำอะไร&amp;quot; นายกสมาคมศิษย์เก่าวนศาสตร์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน&amp;nbsp;ในวันที่ 1 มี.ค. เวลา 09.00 น. กลุ่มเครือข่าย&amp;nbsp;# Save&amp;nbsp;ป่าแก่งกระจาน ประกอบด้วย สมาคมอุทยานแห่งชาติ,&amp;nbsp;คนเพชรบุรีรักษ์ผืนแก่งกระจาน,&amp;nbsp;กลุ่มพิทักษ์สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้ร่วมกันทำหนังสือคุ้มครองผืนป่าแก่งกระจาน ผืนป่าของโลก โดยจะรวมตัวกันกว่า 100&amp;nbsp;คน เดินทางเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นหนังสือ&amp;nbsp;#Save&amp;nbsp;ป่าแก่งกระจาน ให้ดำเนินการตามกฎหมายปกป้องเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า และให้ชาวกะเหรี่ยงที่เข้าไปอยู่บริเวณที่มีการบุกรุก/ล่าสัตว์ป่า ต้องออกมาจากป่าในพื้นที่ดังกล่าวทันที.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94552</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร, พิพัฒน์ ชนินทยุทธวงศ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210228/image_big_603b9936b30e9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94251</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2021 16:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2021 16:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปท. ชี้มูลเอาผิด &#039;ชัยวัฒน์&#039; อดีตหัวหน้าอุทยานฯแก่งกระจาน ให้ออกจากราชการ ปมเผาบ้านปู่คออี้ ผิด ม.157</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.พ.64 - รายงานข่าวจากคณะกรรมการป้องกันและปรามปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ที่มี นายประสาท พงษ์ศิวาภัย เป็นประธานคณะกรรมการ ป.ป.ท.ได้นัดประชุมในคดี นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และพวกเจ้าหน้าที่ของอุทยานแห่งชาติ รวม 6 คน ได้เข้ารื้อถอนเผาทำลายบ้านเรือน ยุ้งฉาง และทรัพย์สินอื่นๆของนายโคอิ หรือ คออี้ มีมิ ชาวกะเหรี่ยงแก่นกระจาน และของชาวบ้านอีกหลายราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่ประชุมมีมติชี้มูลความผิดนายชัยวัฒน์ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157 และมีมติให้ออกจากราชการ สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ ป.ป.ท.จะส่งสำนวนให้ต้นสังกัด คือ กรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เพื่อให้ดำเนินการทางวินัย และส่งสำนวนให้พนักงานอัยการดำเนินการในคดีอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 5-9 พ.ค.2554 นายชัยวัฒน์ และพวกเจ้าหน้าที่ของอุทยานแห่งชาติ ได้เข้ารื้อถอนเผาทำลายบ้านเรือน ยุ้งฉาง และทรัพย์สินอื่นๆ ของนายโคอิ หรือ คออี้ มีมิ และของชาวบ้านอีกหลายราย ซึ่งเป็นชาวไทยพื้นเมืองดั้งเดิมเชี้อสายกะเหรี่ยง ที่หมู่บ้านบางกลอยบนและใจแผ่นดิน เสียหายราว 100 หลัง โดยนายคออี้ มีมิ ได้แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีต่อนายชัยวัฒน์ และพวก ต่อพนักงานสอบสวน สภ.แก่งกระจาน และสำนวนถูกส่งไปยัง ป.ป.ท.ซึ่งคดีดังกล่าวได้ทำการสอบสวนเป็นระยะเวลานานกว่า 9 ปีแล้ว ขณะที่ความผิดตามมาตรา 217 วางเพลิงเผาทรัพย์ และมาตรา 358 ทำให้เสียทรัพย์ดังกล่าว ข้างต้นกำลังจะขาดอายุความ 10 ปี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94251</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการป้องกันและปรามปรามการทุจริตในภาครัฐ, จังหวัดเพชรบุรี, ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร, ชาวบางกลอย, ปปท., ปู่คออี้, อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210225/image_big_603771df58ee5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91061</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/01/2021 14:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2021 14:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ไล่บี้ &#039;ป.ป.ท.&#039; ดองคดีปู่คออี้และชาวกะเหรี่ยงถูกอุทยานเผาบ้านจนใกล้ขาดอายุความ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ม.ค.64 - นายสุรพงษ์&amp;nbsp;กองจันทึก ประธานมูลนิธิผสานวัฒนธรรม เปิดเผยว่า ตนได้ส่งหนังสือถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เพื่อสอบถามความคืบหน้าการดำเนินคดีของนายคออี้ มีมิ และชาวบ้านบางกลอยบน-ใจแผ่นดิน เหตุถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานวางเพลิงเผาทรัพย์ &amp;nbsp;ซึ่งป.ป.ท.ดำเนินการล่าช้าจนใกล้ขาดอายุความ คดีดังกล่าว สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 5-9&amp;nbsp;พฤษภาคม 2554&amp;nbsp;นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และพวกเจ้าหน้าที่ของอุทยานแห่งชาติ ได้เข้ารื้อถอนเผาทำลายบ้านเรือน ยุ้งฉาง และทรัพย์สินอื่น ๆ ของนายโคอิหรือคออี้ มีมิ และของชาวบ้านอีกหลายราย ซึ่งเป็นชาวไทยพื้นเมืองดั้งเดิมเชี้อสายกะเหรี่ยงที่หมู่บ้านบางกลอยบนและใจแผ่นดินเสียหายราว 100&amp;nbsp;หลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคออี้ มีมิ ได้แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีต่อนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร พร้อมพวกที่วางเพลิงเผาทรัพย์ บ้านเรือนที่พักอาศัย ต่อพนักงานสอบสวนสภ.แก่งกระจาน และสำนวนถูกส่งไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมานายคออี้ และพวก ได้ฟ้องเป็นคดีขึ้นสู่ศาลปกครอง และคดีถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด เป็นคดีหมายเลขดำที่ อส.๗๗/๒๕๕๙&amp;nbsp; คดีหมายเลขแดงที่ อส.๔/๒๕๖๑ โดยคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดดังกล่าว ศาลวินิจฉัยได้ความแล้วว่านายชัยวัฒน์ฯ กับพวก เจ้าหน้าที่ของอุทยานแห่งชาติ ใช้อำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่กระทำความผิดในการรื้อถอนเผาทำลายทรัพย์สินและสิ่งปลูกสร้างของนายโคอิ หรือคออี้ มีมิ กับพวก ซึ่งเป็นผู้ฟ้องคดีทั้งหกคน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกระทำดังกล่าวของนายชัยวัฒน์ฯ กับพวกในทางกฎหมายอาจมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาต่อไปนี้ ได้แก่ มาตรา 157&amp;nbsp;ความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด (อายุความ 15&amp;nbsp;ปี),&amp;nbsp;มาตรา 217&amp;nbsp;ความผิดฐานวางเพลิงเผาทรัพย์ของผู้อื่น (อายุความ 10&amp;nbsp;ปี), มาตรา 218&amp;nbsp;(1) ความผิดฐานวางเพลิงเผาโรงเรือนที่คนอยู่อาศัย เช่น บ้านเรือน (อายุความ 20&amp;nbsp;ปี), มาตรา 218&amp;nbsp;(2) ความผิดฐานวางเพลิงเผาโรงเรือนอันเป็นที่เก็บหรือที่ทำสินค้า เช่น ยุ้งฉาง (อายุความ 20&amp;nbsp;ปี)&amp;nbsp; และ มาตรา 358&amp;nbsp;ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ คือทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพยของผู้อื่น (อายุความ 10&amp;nbsp;ปี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีนี้นับแต่วันที่นายชัยวัฒน์ฯ กับพวกกระทำความผิดดังกล่าวจนถึงปัจจุบัน ตั้งแต่พฤษภาคม 2554 ถึงปัจจุบันนับเป็นระยะเวลานานกว่า 9&amp;nbsp;ปี 8&amp;nbsp;เดือนแล้ว ซึ่งความผิดตามมาตรา 217&amp;nbsp;วางเพลิงเผาทรัพย์ และ มาตรา 358&amp;nbsp;ทำให้เสียทรัพย์ ดังกล่าวข้างต้นกำลังจะขาดอายุความ 10&amp;nbsp;ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรพงษ์ กล่าวว่า มูลนิธิผสานวัฒนธรรมจึงขอทราบความคืบหน้าในการดำเนินคดีดังกล่าวว่า ป.ป.ท. ได้ดำเนินคดีถึงขั้นตอนใด และมีกำหนดจะยื่นฟ้องผู้กระทำผิดดังกล่าวเมื่อไร โดยขอให้ ป.ป.ท.&amp;nbsp;เร่งรัดดำเนินคดีมิให้ขาดอายุความไม่ว่าความผิดฐานใด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91061</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีเผาบ้านปู่คออี้, ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร, ชาวบ้านบางกลอย, ป.ป.ท., ปู่คออี้, มูลนิธิผสานวัฒนธรรม, สุรพงษ์ กองจันทึก, แก่งกระจาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210126/image_big_600fc6a68bfa2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
