<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>87707</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/12/2020 18:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/12/2020 18:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บางจากเบนเข็มลุยธุรกิจไฟฟ้าโชว์งบลงทุนปี 64 ที่ 2.3 หมื่นล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ธ.ค. 2563 นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์วิกฤติโควิด-19 และราคาน้ำมันโลกที่ผันผวน ต่อเนื่องจากปี 2563 สู่ปี 2564 ทำให้บางจากฯ ให้ความสำคัญกับกระบวนการทำงานที่กระชับ คล่องตัว ปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ พร้อมปรับองค์กรเพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด โดยได้ตั้งงบประมาณลงทุนในปี 2564 ไว้ที่ 23,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นการลงทุนสำหรับธุรกิจน้ำมัน 15-16% ซึ่งเป็นการลงทุนทั้งขยายสถานีบริการน้ำมัน(ปั๊ม) งบสำหรับปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นน้ำมัน และเตรียมการที่จะผลิตน้ำมันคุณภาพเกรดยูโร 5 และที่เหลือจะเป็นการลงทุนในธุรกิจพลังงานไฟฟ้า ทั้งพัฒนาโรงไฟฟ้า และการเข้าซื้อกิจการใหม่ ๆ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ได้ตั้งเป้าทำกำไร(ก่อนหักภาษี ดอกเบี้ย และค่าเสื่อมราคา) หรือ อีบิทดา(EBITDA) อยู่ที่ 15,000 ล้านบาท โดยเป็นเป็นกำไรจากโรงกลั่นน้ำมัน 30% และกำไรจากบริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) ที่เป็นบริษัทผลิตไฟฟ้า 40% กำไรจาก บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) ที่เป็นบริษัทผลิตภัณฑ์ชีวภาพ 10% และกำไรจากสัดส่วนการขายในตลาด 20% ขณะที่ได้ตั้งเป้างบประมาณลงทุนช่วง 5 ปี จะอยู่ที่ 50,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นการลงทุนในบีซีพีจี 60% โรงกลั่นน้ำมัน 20% การตลาด 15% และอื่น ๆ อีก 5% เนื่องจากมองว่าธุรกิจพลังงานไฟฟ้าเป็นธุรกิจที่ผันผวนน้อยและตอบโจทย์รักษ์โลก(กรีน)ตามวิสัยทัศน์ของบริษัท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในปี 63 นี้เราได้ทำการลีนองค์กรไปพอสมควรโดนยกเลิกการเข้าถือหุ้นในกิจกรรมต่าง ๆ ที่เห็นว่าไม่มีโอกาสทางธุรกิจ รวมถึงการถือหุ้นในเหมืองลิเธียมในประเทศอาร์เจนตินาและประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาของปีนี้เราสามารถลดค่าใช้จ่ายได้ประมาณ 900 ล้านบาท ซึ่งปีหน้าก็ยังต้องติดตามสถานการณ์โควิดอย่างใกล้ชิด ถ้าอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ก็จะทำให้ธุรกิจเติบโตดีกว่าปีนี้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งต่อไปรายได้หลักของเราก็อาจจะมาจากธุรกิจโรงไฟฟ้าสีเขียว&amp;rdquo;นายชัยวัฒน์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามยังได้มองถึงการพัฒนาตลาดไม่ใช่น้ำมัน(นอนออยล์)เพิ่มมากขึ้นโดยตั้งเป้าที่จะทำปั๊มให้เป็นจุดหมายมากกว่าทางผ่านโดยการร่วมมือกับกลุ่มพันธมิตรต่าง ๆ นำสินค้าและบริการเข้ามาลงทุนในพื้นที่ปั๊ม ขณะเดียวกันได้มีการพัฒนาร้านกาแฟอินทนิล และวางแผนเพิ่มสาขาอีก 180 สาขาในปีหน้า ขณะที่ยอดขายน้ำมันนั้นได้ตั้งเป้าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 5-6%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยวัฒน์ กล่าวว่าบริษัทได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกสู่ท้องตลาด จากเดิมที่ผลิตน้ำมันพื้นฐานประเภทต่าง ๆ มาขยายเป็นผู้ผลิตน้ำมันที่มีคุณภาพสูงสุด สะอาด มีกำมะถันและไนโตรเจนต่ำ หรือ ยูซีโอ (Unconverted Oil) รายเดียวในประเทศไทย ส่งออกไปยังประเทศเกาหลีและญี่ปุ่น และในปีนี้ได้ขยายและปรับเปลี่ยนเพื่อให้ได้ความหลากหลายเพิ่มขึ้นอีก เช่น สารทำละลาย &amp;nbsp;(โซเวนต์) &amp;nbsp;ซึ่งเป็นสารเคมีที่มีคุณสมบัติในการทำละลายและเป็นส่วนประกอบสำคัญในการผลิตสินค้าในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น อุตสาหกรรมสี ทินเนอร์ การผลิตเรซิน เพื่อทดแทนการกลั่นน้ำมันดีเซลที่ลดลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามการดำเนินงานในบริษัท บีซีพีจี ได้เพิ่มทุนประมาณ 10,000 ล้านบาทไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ ซึ่งบางจากฯ ในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ได้ใช้สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุนเต็มสัดส่วนเพื่อเสริมฐานะทางการเงินของบีซีพีจีให้มีความแข็งแกร่ง รองรับแผนขยายธุรกิจในอนาคต ในขณะที่บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) ก็ได้ขยายธุรกิจสู่ธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูง ช่วยเพิ่มมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของประเทศ และในด้านของการนำเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.)นั้น ยังเดินหน้าเตรียมเอกสารเช่นเดิมซึ่งกระบวนการเร็วสุดคาดว่าจะสามารถเปิดขายหุ้นครั้งแรก(ไอพีโอ) ได้ในช่วงปลายปี 64 หรือต้นปี 65 ซึ่งต้องทำการประเมินสภาวะตลาดด้วยเช่นกันก่อนจะเข้าเทรด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87707</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช, บมจ.บางจาก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180201/image_big_5a72d53d46bd7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83569</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2020 07:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2020 07:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บางจากอ่วม 9เดือนขาดทุน 7,219 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ย. 2563 นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (BCP) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปี 2563 บริษัทมีรายได้ 103,317 ล้านบาท ลดลง 26% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และขาดทุนสุทธิ 7,219 ล้านบาท หรือ -749% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,112 ล้านบาท ส่วนไตรมาส 3 ปี 2563 ขาดทุนสุทธิ 647 ล้านบาท โดยได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ ผลการดำเนินงานในไตรมาส 3 ปี 2563 มีทิศทางปรับตัวดีขึ้น ตามความต้องการใช้น้ำมันเริ่มฟื้นตัว หลังการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ การดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มากขึ้น แต่หากเทียบกับปีก่อน ความต้องการใช้น้ำมันลดลงอย่างมากและยังต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว ส่วนผลการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจพลังงานไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์ชีวภาพยังคงเติบโตต่อเนื่อง ช่วยลดความผันผวนของผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ แนวโน้มราคาน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดโลกยังคงทรงตัวและมีความผันผวนจากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอก 2 ในหลายประเทศ โดยเฉพาะในสหรัฐและยุโรป จนทำให้ต้องประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์อีกครั้ง คาดว่าจะส่งผลให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและอุปสงค์การใช้น้ำมันชะลอตัวลง เป็นปัจจัยกดดันให้ค่าการกลั่นทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งกระทบกับธุรกิจโรงกลั่น ส่วนกลุ่มธุรกิจการตลาดมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น ความต้องการใช้น้ำมันในประเทศเริ่มฟื้นตัว จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่ออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อภายในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายดุลเดช บิค นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า BCP งวดไตรมาส 3 ปี 2563 ขาดทุนสุทธิ 647 ล้านบาท จากกำไรสุทธิ 370 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน และขาดทุนสุทธิ 1,900 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2563 เพราะมีการตั้งสำรองด้อยค่า 1,000 ล้านบาทในธุรกิจสำรวจและผลิต แต่ถ้าไม่รวมรายการนี้พบว่ามีกำไร ซึ่งมาจากกำไรสต็อก 272 ล้านบาท, ปริมาณและค่าการตลาดธุรกิจน้ำมันค้าปลีกดีขึ้น และผลประกอบการธุรกิจพลังงานทางเลือกฟื้นตัว แต่ค่าการกลั่นยังอ่อนแอมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน แนวโน้มไตรมาส 4 ปี 2563 คาดว่าการฟื้นตัวของอุปสงค์น้ำมันและราคายังไม่แข็งแกร่งต่อเนื่อง แม้ว่าระยะสั้นจะมี Sentiment ดีขึ้นหลังมีข่าวความคืบหน้าในการผลิตวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 ของกลุ่มไฟเซอร์ และค่าการกลั่นโดยรวมยังคงถูกกดดันจากการล็อกดาวน์รอบใหม่ในหลายประเทศ นอกจากนี้ คาดว่าในปี 2564 จะพลิกกลับไปเป็นกำไรสุทธิและจ่ายเงินปันผลได้ คาดการณ์ปีหน้าอยู่ที่ 4%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83569</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช, บางจาก, ผลประกอบการ, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180201/image_big_5a72d53d46bd7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60300</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม.เริ่มแจกเจล บางจากร่วมด้วย รับฟรีได้ตามปั๊ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กทม.แจกเจลแอลกอฮอล์ล้างมือตามชุมชนกว่า 2 พันแห่งทั่ว กทม. เริ่มจากเขตดุสิต ปทุมวัน และวัฒนา รวมทั้งตามพื้นที่สาธารณะ ด้านบริษัท บางจากฯ เปิดให้ประชาชนนำภาชนะไปเติมเจลที่ปั๊มบางจากโดยไม่ต้องเติมน้ำมันหรือใช้บริการอื่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 19 มีนาคมนี้ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ไปดูการผลิตแอลกอฮอล์ล้างมือ เพื่อเตรียมแจกจ่ายให้ประชาชน ณ อาคารนวมินทร์ 1 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช เขตดุสิต พร้อมเปิดเผยว่า เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในปัจจุบัน ส่งผลให้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือเริ่มมีราคาสูงขึ้น ทำให้พี่น้องประชาชนจำนวนมากไม่สามารถซื้อเก็บไว้ใช้เพื่อป้องกันตัวเองจากการแพร่ระบาดของเชื้อโรคได้ กทม.จึงได้ระดมบุคลากรในสังกัด ซึ่งมาจากมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชและสำนักพัฒนาสังคม เร่งผลิตแอลกอฮอล์ล้างมือ 80% สูตรองค์การอนามัยโลก ตามนโยบายของรัฐบาล โดยจะบรรจุขวดขนาด 200-250 มิลลิลิตร ซึ่งคำนวณแล้วว่าใช้ได้เพียงพอสำหรับ 1 คนต่อ 1 เดือน ตั้งเป้าผลิตจำนวน 800,000 ขวด ซึ่งขณะนี้มีหน่วยงานต่างๆ และภาคเอกชนได้สนับสนุนเอทิลแอลกอฮอล์ 95% เพื่อนำมาผลิตแอลกอฮอล์ล้างมือ ได้แก่ บริษัท ตรีอรรถบูรณ์ จำกัด, บริษัท ไทยรุ่งเรืองพลังงาน จำกัด, บริษัท มิตรผล ไบโอฟูเอล จำกัด, คุณเจริญ สิริวัฒนภักดี ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท ทีซีซี องค์การสุรา กรมสรรพสามิต รวมทั้งสิ้นกว่า 130,000 ลิตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ กทม.ยังได้รับการสนับสนุนอาหารและน้ำดื่มสำหรับทีมผลิตจากเครือเจริญโภคภัณฑ์, บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เป็นต้น โดยในวันที่ 20 มี.ค.นี้ เป็นต้นไป กทม.จะไปแจกตามชุมชนกว่า 2,000 ชุมชนในกรุงเทพมหานคร เริ่มจากพื้นที่เขตดุสิต เขตปทุมวัน และเขตวัฒนา โดยแจกจ่ายให้ครบทุกบ้าน รวมถึงจะแจกตามหน่วยงานต่างๆ ของกรุงเทพมหานครด้วย นอกจากนี้ คณะผู้บริหารของกรุงเทพมหานครจะนำเจ้าหน้าที่แจกเจลแอลกอฮอล์ล้างมือขนาดพกพาตามพื้นที่สาธารณะ เช่น สถานีรถไฟฟ้า ซึ่งกรุงเทพมหานครสามารถผลิตเจลแอลกอฮอล์ล้างมือได้ประมาณ 10,000 ขวดต่อวัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับหน่วยงานภาคเอกชน หรือผู้ประกอบการอื่นที่ประสงค์จะสนับสนุนวัตถุดิบและวัสดุต่างๆ เช่น แอลกอฮอล์ ขวดหรือบรรจุภัณฑ์ เพื่อใช้ในการผลิตแอลกอฮอล์ล้างมือกับกรุงเทพมหานคร สามารถติดต่อแจ้งความประสงค์ได้ที่ นางสุธาทิพย์ สนเอี่ยม ผู้ช่วยปลัดกรุงเทพมหานคร โทร.06-2745-6398
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัท บางจากฯ ได้จัดเตรียมเจลแอลกอฮอล์ทำความสะอาดมือบรรจุใส่แกลลอนสำหรับลูกค้าบางจากและประชาชนทั่วไป นำภาชนะไปเติมได้ฟรีที่สถานีบริการโดยไม่ต้องเติมน้ำมันหรือใช้บริการใดๆ ท่านละไม่เกิน 50 มิลลิลิตร เพื่อให้แบ่งปันกันอย่างทั่วถึง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ลูกค้าในการใช้บริการสถานีบริการน้ำมัน บริษัทยังได้กำหนดมาตรการการดูแลความสะอาดอย่างเคร่งครัดในจุดสัมผัสต่างๆ เช่น กำหนดให้พนักงานบริการหน้าลานและเจ้าหน้าที่ภายในสถานีบริการสวมหน้ากากอนามัย มีการสอบถามและเฝ้าสังเกตอาการพร้อมวัดอุณหภูมิร่างกายของพนักงานอย่างสม่ำเสมอ จัดให้มีเจลแอลกอฮอล์สำหรับล้างมือประจำตู้แคชเชียร์และบริเวณหน้าลาน ให้พนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่หมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ เตรียมสบู่เหลวบริเวณอ่างล้างมือในห้องน้ำชาย หญิง และห้องน้ำเสมอภาค หมั่นทำความสะอาด ฆ่าเชื้อจุดสัมผัสบริเวณประตู สุขภัณฑ์ และทำความสะอาดใหญ่ทุกจุด ทุกๆ 15 วัน เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จุดเติมแอลกอฮอล์เจลฟรีในสถานีบริการน้ำมันบางจากกรุงเทพฯ และปริมณฑล จะเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 23 มี.ค.2563 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป จนกว่าแอลกอฮอล์เจลจะหมด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60300</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช, พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200319/image_big_5e737061b9cbd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49799</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/11/2019 09:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/11/2019 09:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บางจากมอบบีบีจีไอตั้งไบโอฮับ ลุยสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 พ.ย.2562 นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) เปิดเผยภายหลังจัดงานสัมมนา &amp;rdquo;SynBio Forum 2019 ชีวนวัตกรรม ศาสตร์เปลี่ยนโลก&amp;rdquo; ว่าได้มอบหมายให้ บริษัท บีบีจีไอ จำกัด(มหาชน) บริษัทในเครือด้านผลิตภัณฑ์ชีวภาพ ดำเนินการจัดตั้งไบโอฮับ ขึ้นในพื้นที่ที่ใกล้เคียงกับโรงงานน้ำตาล และแหล่งวัตถุดิบ โดยอาจจะกระจายไปในหลาย ๆ พื้นที่ทั่วประเทศไทย ทั้งนี้ได้ร่วมมือกับกลุ่มผู้ประกอบกาขนาดกลางที่ประสบความสำเร็จของต่างประเทศ (เอสเอ็มอี ยูนิคอร์น) มาเป็นพาสเนอร์ในการดำเนินงานทั้งการวิจัยและพัฒนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจะอาศัยเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่จะมามีบทบาทสำคัญในอนาคตอย่างชีวนวัตกรรม หรือ ซินไบโอ โดยพัฒนาวัตถุดิบเดิมที่เป็นสินค้าเกษตรมาเป็นสินค้ารูปแบบใหม่ ได้แก่ข้าว, อ้อย, มันสำปะหลัง, ยางพารา, ปาล์มน้ำมันสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจแล้ว และยังช่วยลดการใช้ทรัพยากรโลก สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลด้านเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พื้นที่ไบโอฮับของบีบีจีไอ เดิมตั้งเป้าหมายจะลงทุนในพื้นที่โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) แต่จากการพิจารณาความเหมาะแล้วสมควรจะลงทุนในพื้นที่ที่ใกล้วัตถุดิบ แต่จะเป็นพื้นที่ใด จะสรุปได้ใน 2 เดือนข้างหน้า และคาดว่าภายใน 1-2 ปีจะมีการเห็นผลเรื่องการลงทุนและผลิตภัณฑ์ที่ชัดเจน ซึ่งจะเน้น 3 กลุ่มหลักคือ ด้านอาหาร, วัสดุชีวภาพ และไบโอคอสเมติกส์ซึ่งหวังว่าจะนำมาต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้&amp;quot;นายชัยวัฒน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยวัฒน์ กล่าวถึงแนวโน้มการดำเนินงานในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2562 ว่าค่าการกลั่นน้ำมันในช่วงดังกล่าวจะทรงตัว และใกล้เคียงกับช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี แต่จะสูงกว่าช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีที่อยู่ที่ 3 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันจะทรงตัวไปจนถึงสิ้นปี และราคาในปีหน้านั้นอาจจะมีราคาสูงขึ้นเนื่องจาก บริษัทอารามโก จะเข้าตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งคาดว่าจะเป็นหุ้นที่มีราคามากที่สุดในโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้การร่วมทุนในโครงการเหมืองลิเธียมในอาร์เจนตินา คาดว่าจะเริ่มผลิตปลายปี 2563 กำลังผลิต 40,000 ตันต่อปี ซึ่งล่าช้ากว่าแผนเดิม เนื่องจากการขยายกำลังผลิตจากเป้าหมายเดิม 25,000 ตันต่อปี โดยคาดว่าจะรับรู้รายได้เต็มที่ปี 2564 ซึ่งในส่วนนี้บางจากฯ จะมีส่วนรับซื้อประมาณ &amp;nbsp;6,000 ตันต่อปี ซึ่งกำลังพิจารณาว่าจะมีการพัฒนาต่อยอดผลิตเป็นแบตเตอรี่เอง หรือจะเป็นเทรดเดอร์จำหน่ายในตลาด ซึ่งก็คงจะดูถึงลู่ทางการดำเนินธุรกิจและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง
อย่างไรก็ตามบางจากฯ ได้จัดสัมมนา &amp;quot;SynBio Forum 2019 ชีวนวัตกรรม ศาสตร์เปลี่ยนโลก&amp;rdquo;นั้นซึ่งให้ความสำคัญกับการนำนวัตกรรมมาเพิ่มคุณค่าให้กับทรัพยากรธรรมชาติเพื่อสร้างความยั่งยืน โดยยึดหลักการทำธุรกิจภายใต้ BCG Model สอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยมี 3 แนวหลักคือ B (Bio economy) หรือเศรษฐกิจชีวภาพ มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า C (Circular economy) เศรษฐกิจหมุนเวียน คำนึงถึงการนำวัสดุต่างๆ กลับมาใช้ประโยชน์มากที่สุด และ G (Green economy) เศรษฐกิจสีเขียว มุ่งแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม ลดผลกระทบต่อโลกอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49799</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช, บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน), ไบโอฮับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180201/image_big_5a72d53d46bd7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15133</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2018 15:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2018 15:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บางจากฟุ้งรายได้โต 3% โกยเงินครึ่งปี 8.9 ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บางจาก ปลื้มทำรายได้ครึ่งปี 61 โต 3% โกยเงินกว่า 8.9 หมื่นล้านบาท ลั่นโรงกลั่นพร้อมเดินเครื่องเต็มที่หลังหยุดซ่อมบำรุงประจำปี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ส.ค. 2561 - นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานช่วงครึ่งปีแรก 2561 ว่าบริษัท บางจากฯ และบริษัทย่อย มีรายได้จากการขายและการให้บริการ 89,783 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อม (อีบิทดา) 6,358 ล้านบาท ลดลง 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มีกำไรสุทธิ 2,494 ล้านบาท เป็นกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 2,153 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 1.56 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผลประกอบการไตรมาส 2 ของปี 2561 บริษัท บางจากฯ และบริษัทย่อย มีรายได้จากการขายและการให้บริการ 45,558 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มีอีบิทดา 3,366 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 1,157 ล้านบาท โดยเป็นกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 1,007 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.73 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัท บางจากฯ ทำรายได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะธุรกิจ
โรงกลั่น มีอีบิทดา 1,929 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 111% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มีปริมาณการผลิตลดลงเฉลี่ยอยู่ที่ 66,800 บาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็น 56% ของกำลังการผลิตรวมของโรงกลั่น ซึ่งเป็นไปตามแผนการหยุดซ่อมบำรุงโรงกลั่นประจำปี รวม 45 วัน และในครึ่งปีหลังนี้จะกลับมากลั่นเต็มกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15133</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช, บางจาก, โรงกลั่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180201/image_big_5a72d53d46bd7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11839</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2018 16:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2018 16:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บางจากซื้อหุ้นเอกชนนอร์เวย์ขยายลงทุนแหล่งปิโตรเลียม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บอร์ดบางจากไฟเขียวตั้งบริษัทในสิงคโปร์ ร่วมทุนซื้อหุ้นบริษัทผลิตปิโตรเลียม OKEA ในนอร์เวย์ ใช้งบ 3.76 พันล้านบาท ถือหุ้นสัดส่วน 45% ลุยลงทุนในแหล่งปิโตรเลียมของเชลล์กำลังการผลิต 2.5 หมื่นบาร์เรล/วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มิ.ย. 2561 - นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ(บอร์ด บางจาก) มีมติให้จัดตั้งบริษัทย่อยในชื่อ BCPR ขึ้นในประเทศสิงคโปร์ เพื่อร่วมลงทุนในแหล่งปิโตรเลียมกับกลุ่ม Seacrest Capital ในแหล่ง Draugen Field และ Gj&amp;oslash;a Field ประเทศนอร์เวย์ จาก บริษัท เชลล์ โดยการซื้อหุ้นของบริษัท OKEA ที่เป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศนอร์เวย์ในการดำเนินการพัฒนาและผลิตปิโตรเลียม โดย BCPR จะเข้าซื้อหุ้นในสัดส่วนไม่เกิน 90% มูลค่าไม่เกิน 3,760 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ภายหลังจากการเข้าซื้อหุ้นของ BCPR แล้ว จะถือหุ้นในบริษัท OKEA ประมาณ 45% ของทุนจดทะเบียนรวมทั้งหมด โดย OKEA จะนำเงินเพิ่มทุนไปชำระค่าซื้อสิทธิในแหล่งปิโตรเลียมทั้ง 2 แหล่ง จากเชลล์ ตามสัญญาซื้อขายสิทธิในแหล่งปิโตรเลียม โดยมีกำลังการผลิตในส่วนที่เป็นของ OKEA ประมาณ 25,000 บาร์เรลต่อวัน ทำให้เป็นผู้ผลิตรายสำคัญรายหนึ่งของประเทศนอร์เวย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การลงทุนครั้งนี้เป็นการลงทุนร่วมกันในลักษณะกิจการร่วมค้าในแหล่งปิโตรเลียมขนาดใหญ่ ที่มีอายุการผลิตต่อเนื่องในระยะยาว โดยน้ำมันดิบที่ผลิตได้เป็นน้ำมันดิบเบา ที่มีราคาดี เหมาะกับการผลิตและการกลั่นของบางจากฯ นับเป็นการต่อยอดธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติและเป็น การกระจายความเสี่ยงที่สอดคล้องตามกลยุทธ์ของบริษัท บางจากฯ ซึ่งคาดว่าการทำธุรกรรมทั้งหมดจะเสร็จสมบูรณ์ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2561 และจะเข้าทำสัญญาจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนในเดือนพ.ย. ก่อนที่จะทำสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น รวมทั้งสัญญาที่เกี่ยวข้องต่อไป&amp;rdquo; นายชัยวัฒน์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11839</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช, บางจาก, บางจากคอร์ปอเรชั่น, ผลิตปิโตรเลียม, สิงคโปร์, เชลล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180201/image_big_5a72d53d46bd7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
