<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120288</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2026 13:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 11:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชัยวุฒิ&#039;ชู 5G จิ๊กซอว์สำคัญดันจีดีพีโต คาดหนุนจ้างงานเพิ่ม 1.3 แสนตำแหน่งในอีก 10ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
20 ต.ค. 2564 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า เทคโนโลยี 5G จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในเวทีโลก โดยจะเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นจากการพัฒนาภาคอุตสาหกรรม การค้าการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยคาดว่า 5G จะช่วยเพิ่มมูลค่า GDP ให้กับประเทศไทย ได้ไม่ต่ำกว่า 5.5 เท่าภายในปี 2578&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การประยุกต์ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี 5G จะถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ&amp;nbsp;ufa888goal มีการใช้ IOT ต่างๆ &amp;nbsp;ในระบบเกษตรอ้จฉริยะ (สมาร์ทฟาร์ม) เป็นต้น โดยคาดว่าภายในปี 2573 ตลาด 5G ในประเทศจะมีมูลค่ากว่า&amp;nbsp;


fifa356 6.5 แสนล้านบาท และสร้างการจ้างงานใหม่ด้านดิจิทัลกว่า 130,000 ตำแหน่ง เนื่องจากการใช้งานสมาร์ทโฟนที่มากขึ้น และการใช้งานอุปกรณ์อัจฉริยะที่ต้องอาศัย 5G ในภาคอุตสาหกรรม มีการใช้โดรนเชิงพาณิชย์ และสื่อบันเทิงต่างๆ จะมาใช้การสตรีมมิ่งผ่าน 5G&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นี่เป็นเรื่องสำคัญ เราเชื่อว่าการขับเคลื่อน GDP ของประเทศต้องเกิดจากเทคโนโลยี &amp;nbsp;5G และการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้&amp;nbsp;


bnk789&amp;nbsp; ถ้าเราไม่ทำ สิ่งต่างๆ จะเกิดขึ้นไม่ได้ และทำให้เกิดการเสียโอกาสไปหลายแสนล้านบาท &amp;nbsp;ถ้าเราไม่ขับเคลื่อน 5G ให้พร้อมกับการแข่งขันเวทีโลก&amp;rdquo; นายชัยวุฒิกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ในส่วนของภาคของประชาชนซึ่งเป็นผู้ใช้งาน ก็จะได้รับประโยชน์จากการที่ภาครัฐเดินหน้าลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการผลักดันให้ขยายเครือข่าย 5G ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ&amp;nbsp;


save168 ซึ่งจะทำให้มีแบนด์วิธที่เพิ่มขึ้น มีต้นทุนค่าใช้จ่ายในการใช้บริการสื่อสารข้อมูล (ดาต้า) ที่ต่ำลง และรองรับการใช้งานรูปแบบใหม่ๆ ได้มากขึ้น ทำให้คนไทยสะดวกสบายขึ้น ในการติดต่อสื่อสาร รวมถึง 5G ที่ทำให้ผู้ใช้บริการเข้ามาในระบบได้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยวุฒิ กล่าวย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยี 5G และนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับประชาชน&amp;nbsp;


สล็อต เพราะเชื่อว่าสิ่งนี้เป็นหัวใจในการพัฒนาประเทศ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล ในการขับเคลื่อนการเติบโตเศรษฐกิจภายในประเทศให้ GDP ก้าวไปข้างหน้าได้ และที่สำคัญเป้าหมายสูงสุดไม่ได้มีแค่เศรษฐกิจเติบโต แต่ยังคาดหวังว่าประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางของเมืองอัจฉริยะในภูมิภาคอาเซียนนี้ให้ได้อย่างแท้จริง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120288</URL_LINK>
                <HASHTAG>5G, จีดีพี, จ้างงาน, ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์, ดีอีเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616f9f12ac5f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120170</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2021 11:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2021 11:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมว.ดีอีเอสเผย นายกฯกำชับเล่นงานมิจฉาชีพแฮกบัญชีธนาคาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ต.ค.64- &amp;nbsp;นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวถึงกรณีผู้ถือบัตรเครดิตและบัตรเดบิตจำนวนมากประสบปัญหาในการชำระเงิน โดยที่ไม่ได้ทำธุรกรรมด้วยตนเองว่า ย้ำว่ากรณีนี้ไม่ได้เป็นการแฮก เพราะระบบธนาคารมีความมั่นคงปลอดภัย แต่ที่เกิดขึ้นมีการเอาข้อมูลเดบิตไปใช้โดยที่เจ้าของบัญชีไม่รู้ อย่างไรก็ตามขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังติดตามสืบสวนสอบสวนว่ามาจากแหล่งใด ใครไปใช้ประโยชน์ และกำลังสืบสวนว่าเงินไปตัดที่แพลตฟอร์มใด เช่น เกมหรือช่องทางออนไลน์ต่างๆ เพื่อนำตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี ส่วนเป็นการตัดเงินจากในประเทศหรือต่างประเทศนั้น เจ้าหน้าที่ก็กำลังตรวจสอบอยู่ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันมีการใช้เงินออนไลน์และผ่านระบบดิจิทัลจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.ดีอีเอสกล่าวอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้กำชับไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้เร่งติดตามจับกุมผู้กระทำความผิด แม้จะเป็นแพลตฟอร์มในต่างประเทศ แต่เชื่อว่าจะต้องมีคนไทยเข้ามาเกี่ยวข้องและจะสามารถเอาผิดกับผู้ที่กระทำความผิดได้ ขณะเดียวกันได้หารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย ถึงมาตรการป้องกันและตรวจสอบการโอนเงินในระบบออนไลน์ เนื่องจากมิจฉาชีพใช้ช่องว่างของการโอนเงินจำนวนน้อยและไม่มีการแจ้งเตือน มากระทำความผิด จึงต้องเร่งปรับปรุงเพื่อปิดช่องว่างดังกล่าว โดยขอฝากถึงประชาชนให้ตรวจสอบระบบความปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางการเงินของธนาคารผู้ให้บริการ ว่ามีการแจ้งเตือน หรือมีการส่งรหัส OTP ก่อนโอนเงินหรือไม่ หากไม่พบว่ามีมาตรการดังกล่าวหรือระบบมีความไม่น่าเชื่อถือ ไม่มั่นใจ ก็อย่านำบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตของธนาคารดังกล่าวไปใช้ เพื่อป้องกันความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าร่างพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการควบคุมดูแลธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ยกร่างเสร็จแล้ว อยู่ระหว่างเตรียมเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้มีการจดแจ้งของผู้ประกอบการอย่างถูกต้อง ตรวจสอบผู้ซื้อผู้ขาย มีระบบยืนยันตัวตน 2 ครั้ง ส่วนแพลตฟอร์มในต่างประเทศต้องมีตัวแทนคนไทยจดแจ้ง เพื่อรับผิดชอบกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในไทย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120170</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์, ดีอีเอส, ผู้ถือบัตรเครดิต, แฮกเกอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211019/image_big_616e405bf0856.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119980</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2021 14:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2021 14:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รมว.ดีอีเอส&#039; ชี้ไม่ใช่เรื่องแปลก ม็อบป่วนผู้นำประเทศ มีทุกยุคสมัย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ต.ค.64 - &amp;nbsp;นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม​ และกรรมการบริหารพรรคพรรคพลังประชารัฐ​ (พปชร.) กล่าวถึงกรณี ​ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า​ ส.ส.พะเยา​ และเลขาธิการพรรคพปชร.​ ระบุการลงพื้นที่ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพปชร. ที่มักจะมีมวลชนบางส่วนออกต่อต้าน​ ควรให้ปล่อยไปตามธรรมชาติ​ ว่า​ โดยหลักแล้วทุกคนมีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็น​เพียงแต่ในบริเวณที่มีการจัดงานหรือมีกิจกรรมของผู้นำประเทศก็ไม่ควรเข้ามาวุ่นวาย​ เพราะมีเรื่องของความปลอดภัยด้วย อย่างประเทศอื่นมีการกันไม่ให้เข้ามา​ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา​ &amp;nbsp;เพราะหากมีการไปปั่นป่วนงานอาจจะส่งผลไม่สามารถจัดงานได้ การมาประท้วงทำได้​ และมีสถานที่จัดไว้ให้ว่าควรอยู่บริเวณใด​ เพื่อไม่ให้กระทบกับการจัดงานหรือการลงพื้นที่ของฝ่ายราชการ​ ทุกประเทศมีการกันทั้งนั้น​ ไม่มีปล่อยม็อบบุกเข้ามาข้างใน​ เพราะถ้าทุบนายกฯขึ้นมาจะทำอย่างไร​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยวุฒิ ระบุว่า ถือเป็นหลักการปกติของทุกประเทศ​ ที่แสดงความคิดเห็นได้โดยไม่มารบกวนผู้อื่น​ แต่เท่าที่ดูม็อบมาเพื่อก่อกวนให้งานจัดไม่ได้มากกว่า​ แต่ต้องยอมรับว่าเหตุการณ์​แบบนี้มีมาตลอดไม่ว่าจะสมัยอดีตนายกฯ​ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หรือ​ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ​ ทุกคนมีหมด​ ไม่ได้เพิ่งมามีสมัยนี้เป็นสมัยแรก​ ตนเองมองว่าไม่ได้เป็นเรื่องแปลกอะไร​ ให้ดูว่าในอดีตเขาทำเช่นไรก็ทำอย่างนั้น​.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119980</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์, ดีอีเอส, ม็อบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210904/image_big_61330d61c32a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119501</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2021 11:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2021 11:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชัยวุฒิ&#039;ยัน&#039;พีระพันธุ์&#039;เป็นคนของนายกฯ ถูกส่งมาพปชร.เพื่อประสาน&#039;บิ๊กป้อม&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ต.ค.64- &amp;nbsp;นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) และกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่เกิดกระแสต่อต้าน นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่มาดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษา หัวหน้าพรรค พปชร. ว่า นายพีระพันธุ์ เป็นที่ปรึกษาพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว ซึ่งทำงานเข้าขากับนายกฯ จึงอาจส่งมาช่วยงานที่พรรค พปชร. ด้วย เพื่อประสานงานกัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. ก็ตกลง และรับมาเป็นที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค จึงควรให้โอกาสนายพีระพันธุ์ ได้ทำงานอย่างเต็มที่ ส่วนกระแสต่อต้านที่เกิดจากคนในพรรคเป็นเรื่องธรรมดา เพราะนายพีระพันธุ์ไม่ได้อยู่ในพรรค พปชร. บางคนจึงไม่รู้จัก ต้องให้เวลาในการปรับความเข้าใจและพูดคุยกัน คงจะดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงเกิดกระแสข่าวที่ นายพีระพันธุ์ อาจจะถูกเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กรณีที่พล.อ.ประยุทธ์จะไม่ไปต่อ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้พูดคุยกัน สื่ออย่าไปคาดเดาอะไรเกินไป ยังไม่ถึงเวลาที่จะพูดคุยกันว่าจะไปถึงตำแหน่งไหน อีกอย่างนายพีระพันธุ์ เพิ่งจะเข้ามาทำงานร่วมกัน ต้องให้เวลาในการพูดคุยและทำความเข้าใจกันก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า จะพูดคุยกับพล.อ.ประวิตร เพื่อหาแนวทางทำให้พรรค พปชร. เกิดความสามัคคีหรือไม่ เพราะยังมีความระหองระแหงปรากฏออกมาเรื่อยๆ นายชัยวุฒิ ตอบว่า ไม่รู้สึกว่ามีความระหองระแหง ยังทำงานด้วยกันดี สื่ออย่าไปคิดว่าระหองระแหง เพราะไม่มีอะไรหรอก ราบรื่นดี คุยกันและประชุมในพรรคก็ไม่มีอะไร อาจจะมีบางคนที่ออกมาให้ข่าวที่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงในพรรคไปบ้าง ซึ่งต้องทำความเข้าใจและชี้แจงกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซักว่า นายพีระพันธุ์ เข้าไปพูดคุยกับสมาชิกพรรคแล้วหรือยัง นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ขณะนี้ปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร จึงยังไม่มีการประชุมพรรค หากเปิดสมัยประชุมสภาฯ คงจะมาพูดคุยกัน ความจริงส่วนใหญ่ก็รู้จักนายพีระพันธุ์ กันเยอะ ตนก็รู้จัก นายพีระพันธุ์เป็นคนดี คนเก่งไม่มีปัญหาอะไร น่าจะเข้ากับทุกคนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า นายพีระพันธุ์ ก้าวเข้าพรรคก็เจอกระแสแบบนี้แล้ว จะทำงานราบรื่นได้หรือไม่ รมว.ดีอีเอสแจงว่า กระแสเกิดจากคนหลายคน และเป็นความคิดของคนส่วนใหญ่ แต่เรื่องนี้เป็นเพียงแค่คนบางคนพูด สามารถฟังเป็นประเด็นได้ แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนคิดเหมือนกันหมด ต้องใจเย็นๆ อย่าเพิ่งไปสรุป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า ผู้ใหญ่ภายในพรรค พปชร. จะต้องออกมาปรามเพื่อไม่ให้เกิดภาพความขัดแย้ง นายชัยวุฒิ ปฏิเสธว่า &amp;quot;ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอก&amp;quot;.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119501</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์, พปชร, พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211012/image_big_61650956726ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118922</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2021 09:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2021 09:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชัยวุฒิ&#039; แนะไปรษณีย์การขับเคลื่อนองค์กรด้วยดิจิทัล </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ต.ค. 2564 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือดีอีเอส เข้าตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของไปรษณีย์ไทยซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ พร้อมดูกระบวนการคัดแยกสิ่งของ ณ ศูนย์ไปรษณีย์ด่วนพิเศษกรุงเทพฯ โดยได้มอบนโยบายในการขับเคลื่อนองค์กร ตอกย้ำบทบาทด้านการสื่อสารและขนส่งหลักของชาติ ผ่านแนวทางสำคัญ อาทิ การขับเคลื่อนองค์กรด้วยดิจิทัล หรือ Tech Post การขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม การให้บริการครบวงจร โดยไปรษณีย์ไทยพร้อมขานรับนโยบาย เดินหน้าเพิ่มศักยภาพการคัดแยกพัสดุด้วยการติดตั้งเครื่องคัดแยกแบบ Cross Belt Sorter เพิ่มเพื่อรองรับปริมาณสิ่งของจากกลุ่มธุรกิจ e-Commerce ที่เพิ่มมากขึ้น พร้อมทั้งเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการด้วยเครื่องให้บริการรับฝากอัตโนมัติ (APM) ให้ผู้ใช้บริการสามารถทำการ ฝากส่งสิ่งของด้วยตนเองได้ง่ายๆ ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยวุฒิ &amp;nbsp;ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือดีอีเอส กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยในฐานะหน่วยงานขนส่งหลักของประเทศ ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ดำเนินภารกิจด้านการสื่อสารและการขนส่งให้ประชาชนทั่วประเทศมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์วิกฤตที่ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าไปรษณีย์ไทยมีบทบาทและหน้าที่สำคัญ ในการอำนวยความสะดวกให้กับทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือภาคสาธารณสุข การขับเคลื่อนภาคเศรษฐกิจ การบรรเทาภาวะวิกฤตให้กับองค์กรและชุมชน นอกจากนี้ เพื่อยกระดับไปรษณีย์ไทย ให้ตอบโจทย์มิติทางเศรษฐกิจและสังคมมากได้ยิ่งขึ้น &amp;nbsp;ผ่านแนวทางสำคัญ ได้แก่ การขับเคลื่อนองค์กรด้วยดิจิทัล หรือ Tech Post การขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม การให้บริการครบวงจร และการรักษาคุณภาพบริการ โดยไปรษณีย์ไทยพร้อมขานรับนโยบาย เดินหน้าเพิ่มศักยภาพการคัดแยกพัสดุด้วยการติดตั้ง &amp;nbsp;เครื่องคัดแยกแบบ Cross Belt Sorter เพิ่มเพื่อรองรับปริมาณสิ่งของจากกลุ่มธุรกิจ e-Commerce ณ ศูนย์ไปรษณีย์ด่วนพิเศษกรุงเทพฯ (EMS) ซึ่งสามารถคัดแยกสิ่งของได้กว่า 7,200,000 ชิ้นต่อเดือน พร้อมทั้งเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการด้วยเครื่องให้บริการรับฝากอัตโนมัติ (APM) ให้ผู้ใช้บริการสามารถทำการฝากส่งสิ่งของด้วยตนเองได้ง่ายๆ ตลอด 24 ชั่วโมง &amp;nbsp;โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การรักษาคุณภาพบริการ ทั้งความรวดเร็ว ความแม่นยำ และ ความปลอดภัย เพื่อเป็นผู้ให้บริการสื่อสารและขนส่งของชาติที่คนไทยจะไว้วางใจได้เสมอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด &amp;nbsp;กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยได้เดินหน้าพัฒนาการดำเนินงานและการบริการมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้ไปรษณีย์ไทย &amp;nbsp; มีความมุ่งมั่นที่จะผลักดันการดำเนินงานขององค์กรสู่ความเป็น Tech Post อย่างเต็มรูปแบบ &amp;nbsp;โดยทุกกระบวนการทำงานของไปรษณีย์ไทยจะมีการนำเทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือในการดำเนินงานมากขึ้น เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจ และคนไทย โดยล่าสุดไปรษณีย์ไทยได้เดินหน้าเพิ่มศักยภาพการคัดแยกพัสดุ ด้วยการติดตั้งเครื่องคัดแยกแบบ Cross Belt Sorter เพิ่ม เพื่อรองรับปริมาณสิ่งของจากกลุ่มธุรกิจ e-Commerce &amp;nbsp; ณ ศูนย์ไปรษณีย์ด่วนพิเศษกรุงเทพฯ (EMS) ซึ่งสามารถคัดแยกสิ่งของได้กว่า 7,200,000 ชิ้นต่อเดือน มากกว่าเครื่อง คัดแยกแบบ Cross Belt Sorter เดิมที่คัดแยกสิ่งของได้ 6,500,000 ชิ้นต่อเดือน โดยการติดตั้งเครื่อง Cross Belt Sorter ณ ศูนย์ไปรษณีย์ด่วนพิเศษกรุงเทพฯ (EMS) นับเป็นเครื่องที่ 3 ต่อจากศูนย์ไปรษณีย์ศรีราชา และศูนย์ไปรษณีย์หลักสี่ ซึ่งเมื่อรวมศักยภาพของทั้ง 3 เครื่องแล้ว จะรองรับปริมาณงานได้มากถึงกว่า 20,000,000 ชิ้นต่อเดือน พร้อมทั้งมีแผนในการติดตั้งเครื่องคัดแยกแบบ Cross Belt Sorter เพิ่มที่ศูนย์ไปรษณีย์อีก 8 แห่ง คือ ศูนย์ไปรษณีย์นครราชสีมา ศูนย์ไปรษณีย์ขอนแก่น ศูนย์ไปรษณีย์อุบลราชธานีศูนย์ไปรษณีย์ทุ่งสง ศูนย์ไปรษณีย์หาดใหญ่ ศูนย์ไปรษณีย์พิษณุโลก ศูนย์ไปรษณีย์ลำพูน &amp;nbsp;และศูนย์ไปรษณีย์ราชบุรี ให้ครบ 11 เครื่อง ภายในปี 2566&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ไปรษณีย์ไทยซึ่งมีศูนย์ไปรษณีย์ครอบคลุมทั่วประเทศถึง 19 ศูนย์ สามารถคัดแยกสิ่งของฝากส่งจากทั่วประเทศกว่า 3,000 ล้านชิ้นต่อปี ซึ่งคาดว่าจะสร้างความมั่นใจให้ผู้ใช้บริการทั้งภาคส่วนผู้ประกอบการ รวมถึงประชาชนทั่วไป และเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจ e-Commerce เดินหน้าอย่างไม่สะดุด สามารถส่งด่วนทุกปลายทางแม้จะมีปริมาณสิ่งของที่ต้องการจัดส่งจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ไปรษณีย์ไทยได้นำร่องติดตั้งเครื่องให้บริการรับฝากอัตโนมัติ (APM) ให้บริการกับประชาชน &amp;nbsp;ใน 7 ที่ทำการไปรษณีย์ คือ ไปรษณีย์จตุจักร ไปรษณีย์นนทบุรี ไปรษณีย์ลาดพร้าว ไปรษณีย์ภาษีเจริญ ไปรษณีย์บางขุนเทียน ไปรษณีย์บางพลี เคาน์เตอร์ไปรษณีย์แสมดำ เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางให้กับผู้ใช้บริการในรูปแบบ Self-Service ซึ่งเป็นทางเลือกให้ผู้ใช้บริการได้ลดระยะเวลารอคอยใช้บริการที่เคาน์เตอร์ และอำนวยความสะดวกในยุคที่ต้อง social distancing โดยปัจจุบันเครื่อง APM สามารถให้บริการฝากส่งได้ 3 ประเภท คือ EMS ไปรษณีย์ลงทะเบียน และพัสดุไปรษณีย์ โดยเปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเดินหน้าสู่การเป็น Smart Post Office ต่อไป ดร.ดนันท์ กล่าวทิ้งท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118922</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์, ไปรษณีย์ไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211006/image_big_615d04680b62f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118643</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2021 17:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2021 17:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ชัยวุฒิ’ ตรวจเยี่ยมน้ำท่วมอ่างทอง-สิงห์บุรี กำชับอุตุฯให้ข้อมูล ฝน และ น้ำ ต่อประชาชนที่แม่นยำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ต.ค. 2564 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า วันนี้ (3 ต.ค. 64) ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมพื้นที่ อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง โดยมีนายวีรศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัด ร่วมติดตามสถานการณ์น้ำท่วม. หลังจากนั้นได้เดินทางไปยังจังหวัดสิงห์บุรี เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ ซึ่งมีนายชัยชาญ สิทธิวิรัชธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี ให้การต้อนรับและร่วมติดตามสถานการณ์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้เป็นไปตามข้อสั่งการของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่มีความห่วงใยประชาชน จึงได้มอบหมายให้รัฐมนตรีทุกคนเป็นตัวแทนรัฐบาล ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนช่วยเหลือพี่น้องประชาชน รับรู้ความเดือดร้อนของประชาชนผู้ประสบภัย ติดตามการดูแลแก้ไขปัญหาให้สอดคล้องกับความต้องการของคนในพื้นที่ และตรวจตราดูพื้นที่น้ำท่วมเพื่อหารือแนวทางกับผู้ว่าราชการจังหวัด ในการตรวจสอบและช่วยเหลือการเยียวยาผู้ประสบภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในส่วนของ จ.อ่างทอง ได้รับรายงานจากผู้ว่าฯ วีรศักดิ์ ว่าที่ป่าโมก มีชาวบ้านกว่า 1000 หลังคาเรือนริมแม่น้ำ ถูกน้ำท่วมหมดเลย ก็ต้องมีการเยียวยาช่วยเหลือต่อไป และยังมีพื้นที่การเกษตรเสียหายหลายพื้น ชาวนาก็ไม่ได้เกี่ยวข้าว ไม่มีรายได้กัน ก็คงเป็นหน้าที่ของพวกเราต้องมาเยียวยาช่วยเหลือประชาชนต่อไป&amp;rdquo; นายชัยวุฒิกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากการตรวจเยี่ยมพื้นที่พบว่า จ.อ่างทอง เป็นพื้นที่ริมตลิ่งตลอดแนว ดังนั้นถ้ามีโครงการสร้างเขื่อนระบบป้องกันน้ำท่วมได้ในชุมชนต่างๆ ก็จะช่วยลดผลกระทบให้กับประชาชนได้ ซึ่งทางรัฐบาลก็คงมีการเร่งรัดติดตามงบประมาณต่อไปให้กับทางจังหวัด ขณะที่ ในการลงตรวจเยี่ยมพื้นที่ จ.สิงห์บุรี ได้เดินทางไปติดตามสถานการณ์น้ำท่วม และมอบถุงยังชีพให้กับประชาชนที่เดือดร้อนจากน้ำท่วม รวม 3,330 หลังคาเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันนี้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องช่วยกันลงมาดูแลพี่น้องประชาชน ถ้ามีโครงการอะไรที่จะช่วยได้ หรือประชาชนในพื้นที่ต้องการการเยียวยาช่วยเหลืออย่างไร ช่วยกันรวบรวมข้อมูลส่งมาให้รัฐบาล เชื่อว่ารัฐบาลเข้าใจและพร้อมที่จะดูแลโดยตลอดอยู่แล้ว เช่นเดียวกับในทุกสถานการณ์ความเดือดร้อนที่ผ่านมา&amp;rdquo; นายชัยวุฒิกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่ของทั้งสองจังหวัดพบว่าพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย เป็นพื้นที่ทำนาทำการเกษตร จึงส่งผลให้เกษตรกรขาดรายได้จากพืชผลที่เสียหายและเก็บเกี่ยวไม่ได้ ซึ่งรัฐบาลก็จะดำเนินการช่วยเหลือ ส่วนเรื่องการแก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย กำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่จะช่วยประสานเข้ามา เพื่อให้มีงบประมาณมาช่วยเหลือให้เร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ รายงานการพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าวันที่ 8-9 ต.ค.นี้ จะมีการก่อตัวของพายุที่ฟิลิปปินส์อาจส่งผลต่อประเทศไทย อาจทำให้มีฝนตกหนักในช่วงปลายสัปดาห์หน้า จึงต้องเร่งเตือนประชาชน ให้ระมัดระวัง เพราะอาจมีน้ำท่วมขึ้นสูงในบางพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยวุฒิ กล่าวว่า กระทรวงดิจิทัลฯ ให้ความสำคัญกับการแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ให้รับรู้สถานการณ์น้ำ เพื่อป้องกันให้เกิดความสูญเสียน้อยที่สุดกับประชาชน โดยสั่งการผ่านกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดให้ติดตามประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลแจ้งเตือนภัยระดับต่างๆ ผ่านเครือข่ายกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยพิบัติน้ำท่วมได้อย่างทันการณ์ รวมทั้งสั่งการหน่วยงานใต้สังกัดในพื้นที่ให้ประสานความช่วยเหลือต่าง ๆ ให้ทันท่วงทีเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118643</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์, ดีอีเอส, น้ำท่วม, สิงห์บุรี, อ่างทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL> https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211003/image_big_6159887f32829.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117554</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 18:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 18:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีอีเอส เปิดรับร้องเรียน ช่วยเหลือผู้บริโภคออนไลน์ ถูกหลอกโดนโกง ได้สินค้าไม่ตรงปก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย. 2564 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า &amp;nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ส่งผลให้การใช้ชีวิตของคนไทยเปลี่ยนไป มีพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตเพิ่มสูงขึ้น ทำธุรกรรมต่างๆ รวมถึง ซื้อ-ขายสินค้า บริการ และสั่งอาหาร ทางออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชันและแพลตฟอร์มต่างๆ มากขึ้นอย่างก้าวกระโดด&amp;nbsp;จึงทำให้ช่วงที่ผ่านมา เราจะมักพบเห็นข่าว ผู้บริโภคออนไลน์ถูกหลอกลวงและถูกโกงจากพ่อค้าแม่ค้าหัวใสแทบทุกวัน ทั้ง ซื้อของแล้วไม่ได้ของสินค้าไม่ตรงปก ถูกหลอกลวงให้กู้เงินออนไลน์ หรือแม้แต่แชร์ลูกโซ่ จนส่งผลกระทบต่อทรัพย์สินและชีวิตอย่างคาดไม่ถึง ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลของศูนย์รับเรื่องร้องเรียนปัญหาออนไลน์ (Online Complaint Center หรือ 1212 occ) ของ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA ช่วงเดือนมกราคม-สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา พบ ผู้บริโภคออนไลน์แจ้งเรื่องร้องเรียนมายังศูนย์รับเรื่องร้องเรียนฯ 1212 OCC ทั้งหมด 28,393 ครั้ง สูงสุดเป็นการร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาการซื้อขายของทางออนไลน์ถึง 62.59 % รองลงมาคือ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหาเว็บไซต์ผิดกฎหมาย 27.06 % และหากลงรายละเอียดของปัญหาการซื้อขายของทางออนไลน์ พบว่า ส่วนใหญ่มักเป็นปัญหาการสั่งซื้อสินค้าแล้วไม่ได้รับสินค้า หรือ ได้รับสินค้าไม่ตรงตามที่สั่งไว้ 45% รองลงมาคือ &amp;nbsp; สินค้าไม่ได้มาตรฐานตามที่โฆษณา 29% และนอกจากนี้ จะเป็นปัญหาได้รับสินค้าล่าช้า สินค้าเสียหาย ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น กระทรวงดิจิทัลฯ ในฐานะหน่วยงานที่มีบทบาทหลักในการส่งเสริม สนับสนุนให้เกิดการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลง สู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลที่มีคุณภาพ อย่างมั่นคงปลอดภัย เกิดความเชื่อมั่นในการใช้งาน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้ทัดเทียบสากล จึงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการให้ความช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะผู้ตกเป็นเหยื่อปัญหาการซื้อขายของออนไลน์ รวมถึงปัญหาภัยคุกคามทางออนไลน์ในรูปแบบต่างๆ ให้สามารถเข้าถึงกระบวนการเยียวยาและได้รับความช่วยเหลือได้เร็วที่สุด จึงมอบนโยบายให้ ETDA โดย ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนฯ 1212 occ ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางรับเรื่องร้องเรียนปัญหาออนไลน์&amp;nbsp;
ก่อนประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับการช่วยเหลือคุ้มครองโดยเร็วที่สุด เกิดการสร้างระบบการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพครบวงจรมากยิ่งขึ้น ด้วยการบูรณาการสร้างความร่วมมือในการทำงานคุ้มครองดูแลผู้บริโภคระหว่างหน่วยงาน &amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็น สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และล่าสุดได้ผสานความร่วมมือกับ 2 หน่วยงานสำคัญ อย่าง กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) และ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) สู่การยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคออนไลน์เชิงรุก ผ่านความร่วมมือ ในการทำงานร่วมกันในมิติต่างๆ ทั้ง การให้คำแนะนำและคำปรึกษาในการจัดการและการแก้ปัญหาเรื่องร้องเรียน รวมทั้งแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน ทำให้การรับแจ้งเรื่องร้องเรียน รวมถึงการรับ-ส่งต่อเคส ระหว่างหน่วยงาน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; มีความต่อเนื่องเชื่อมโยงกัน เพื่อให้การบรรเทาและการให้ความช่วยเหลือเยียวยาเกิดขึ้นทันที ทั้งยังได้มีการแลกเปลี่ยนและเสริมสร้างความรู้ ประสบการณ์ และข้อมูลทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้บริโภคแก่ประชาชนผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ ระหว่างหน่วยงานด้วย เพื่อให้ทุกภาคส่วนเกิดความเชื่อมั่นและมั่นใจในการทำธุรกรรมผ่านช่องทางออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สำหรับประชาชนหรือผู้บริโภคที่สั่งซื้อสินค้า บริการต่างๆ ทางออนไลน์แล้ว เกิดปัญหา ถูกโกง หลอกลวง อย่านิ่งนอนใจ หรือปล่อยความทุกข์ไปกับการบ่น โพสต์ลงโซเชียลมีเดียตามช่องทางต่างๆ เท่านั้น ท่านสามารถแจ้งเรื่องร้องเรียน หรือปัญหา หรือขอคำปรึกษาเข้ามาได้ที่ ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนฯ 1212 occ ของ ETDA ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ตามช่องทางติดต่อต่างๆ ถึง 4 ช่องทาง คือ 1) สายด่วนโทร.1212 2) อีเมล 1212@mdes.go.th 3) เว็บไซต์ https://www.1212occ.com 4) เฟซบุ๊ก &amp;quot;ข้อมูลข่าวสาร 1212 OCC https://www.facebook.com/1212OCC &amp;nbsp;(คุยที่แช็ตบอต m.me/1212OCC) จากนั้นศูนย์รับเรื่องร้องเรียนฯ จะทำการประสานต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ท่านเข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือและได้รับการเยียวยาอย่างทันท่วงทีมากที่สุด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117554</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์, ดีอีเอส, ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนปัญหาออนไลน์ 1212 OCC, สินค้าไม่ตรงปก, โดนหลอก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210630/image_big_60dbe3e272f93.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
