<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>93359</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2021 18:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2021 17:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ในหลวง&#039; พระราชทาน &#039;เทริด&#039; แก่กลุ่มหนูน้อยมโนราห์จังหวัดยะลา สืบสานศิลปะพื้นบ้านภาคใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.พ.64 -&amp;nbsp;เวลา 15.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เป็นประธานในพิธีมอบ &amp;ldquo;เทริดมโนราห์&amp;rdquo; พระราชทานแก่เด็กหญิงกัญญาณัฐ สังข์แก้ว ในนามตัวแทนกลุ่มเพื่อนๆ หนูน้อยมโนราห์จังหวัดยะลาจำนวน 6 ศีรษะ สำหรับเชิญไปใช้เป็นเครื่องประกอบการแต่งกายสำหรับสวมศีรษะในการแสดงมโนราห์ ซึ่งเป็นศิลปะพื้นบ้านประจำถิ่นภาคใต้ของประเทศไทย ณ ห้องศรียะลา ศาลากลางจังหวัดยะลา อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ด้วย ด.ญ.กัญญาณัฐ สังข์แก้ว ปัจจุบันศึกษาระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนอนุบาลยะลา อ.เมืองยะลา ได้ขอพระราชทานทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายฎีกาในนามกลุ่มตัวแทนเพื่อนๆ หนูน้อยมโนราห์จังหวัดยะลา ขอพระราชทาน &amp;quot;เทริด&amp;quot;&amp;nbsp;สำหรับใช้เป็นเครื่องประกอบการแต่งกายสำหรับสวมศีรษะในการแสดงมโนราห์ของกลุ่มเพื่อนๆ หนูน้อยมโนราห์จังหวัดยะลา ซึ่งเกิดขึ้นจากการรวมตัวกันของเด็กและเยาวชนที่ส่วนใหญ่มีฐานะปานกลางถึงยากจนที่มีความสนใจและตั้งใจที่จะสืบสานการรำมโนราห์ ซึ่งเป็นศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ประจำท้องถิ่นภาคใต้ของประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยได้ร่วมเรียนและฝึกซ้อมการรำมโนราห์จากครูโนราห์จิตอาสา เพื่อเรียนรู้ สืบทอดการแสดงเผยแพร่วัฒนธรรมต่างๆ&amp;nbsp;ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์ใช้สถานที่วัดยะลาธรรมาราม ในการสอนและฝึกซ้อมรำและได้รับความอนุเคราะห์เครื่องแต่งกายชุดมโนราห์จากเพจร่วมด้วยช่วยกัน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ส่วนเทริด แต่เดิมได้รับความอนุเคราะห์ยืมเทริดจากโรงเรียนเทศบาล 4 (ธนวิถี) จังหวัดยะลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เทริด ถือเป็นเครื่องประกอบการแต่งกายสำหรับสวมศีรษะของผู้แสดงมโนราห์ อันเป็นที่เคารพบูชาของชาวใต้ที่มีเชื้อสายการแสดงมโนราห์ ซึ่งเป็นศิลปะประจำภาคใต้ ตามคำบอกเล่าในสมัยโบราณได้กล่าวไว้ว่า ในอดีตมโนราห์เคยได้รับพระราชทาน &amp;ldquo;เทริด&amp;rdquo; จากพระมหากษัตริย์ ซึ่งนับว่าเป็นของสูงศักดิ์ เป็นเกียรติแก่มโนราห์เป็นอย่างมาก ต่อมาเมื่อมีผู้แสดงมโนราห์มากขึ้น&amp;nbsp;ครั้นจะให้พระมหากษัตริย์พระราชทานเทริดแก่มโนราห์ทุกคนก็คงเป็นไปไม่ได้ แต่มโนราห์ต้องมีเทริด เป็นเครื่องประกอบการแต่งกายเป็นของตนเองจึงมีผู้ทำเทริดขึ้นมา คล้ายกับรูปแบบของพระราชทาน ซึ่งในปัจจุบันยังคงรูปแบบเดียวกับสมัยก่อน&amp;nbsp;แต่มีการออกแบบที่หลากหลาย ที่เป็นเอกลักษณ์ของช่างในแต่ละพื้นที่หรือแต่ละจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การได้รับพระราชทานเทริดมโนราห์ในครั้งนี้ ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่ ด.ญ.กัญญาณัฐ กลุ่มเพื่อนๆ หนูน้อยมโนราห์จังหวัดยะลา ศิลปินพื้นบ้าน รวมถึงผู้สืบสานศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นของทางภาคใต้ทุกคนอย่างหาที่สุดมิได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงใส่พระราชหฤทัยและทรงให้ความสำคัญกับศิลปวัฒนธรรม ประเพณี ด้วยทรงมีพระราชปณิธานที่จะสืบสาน รักษา ต่อยอดต่อไป รวมถึงทรงคำนึงถึงทุกข์สุขของราษฎรทุกหมู่เหล่า ไม่ว่าจะเป็นเด็ก เยาวชน หากมีความเดือดร้อนหรือความประสงค์ใดอันจะเป็นการสำคัญยิ่งที่จะให้เยาวชนของชาติเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่ดี รักในบ้านเกิด รักในถิ่นที่อยู่ของตนเอง รวมถึงรักในศิลปวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ประจำท้องถิ่นต่างๆในประเทศไทย ให้มีผู้สืบสาน สืบทอดศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านประจำท้องถิ่นเหล่านั้นให้คงอยู่สืบไป&amp;nbsp;และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานความช่วยเหลือมาโดยตลอดมิได้ขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93359</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดยะลา, ชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, เทริด, เทริดมโนราห์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210217/image_big_602cf3632968f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63884</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2020 08:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2020 08:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ว่าฯยะลาออกกฎเหล็ก6ข้อคุมขายอาหารช่วงรอมฎอน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 เม.ย.2563 - &amp;nbsp;นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ในฐานะผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดยะลา ได้ออกคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 จังหวัดยะลา ที่ 49/2563 ลว.20 เมษายน 2563 เรื่องมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ว่าด้วยการให้จำหน่ายอาหารในเดือนรอมฎอน จำนวน 6 ข้อ คือ 1.ให้ผู้ขายสามารถจำหน่ายอาหาร หรือเครื่องดื่มได้เฉพาะหน้าร้านของตัวเอง 2.ห้ามใช้บาทวิถีจำหน่ายอาหาร หรือเครื่องดื่มในลักษณะหาบเร่ แผงลอยโดยเด็ดขาด &amp;nbsp;3.ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนดสถานที่จำหน่าย จัดระเบียบให้ผู้ขายอาหารหรือเครื่องดื่ม โดยให้แต่ละผู้ขายเว้นระยะห่างไม่น้อยกว่า 3 เมตร และจัดการลงทะเบียนผู้ขาย 4.สามารถจำหน่ายได้เฉพาะอาหารสำเร็จรูป หรือเครื่องดื่มเท่านั้น (ห้ามขายสินค้าประเภทอื่น ๆ) 5.สำหรับสถานที่ ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนด ให้จำหน่ายได้ตั้งแต่เวลา14.00-20.00 น. และ 6.ขอความร่วมมือแต่ละครอบครัวในการออกไปซื้ออาหารไม่เกินครอบครัวละ 2 คน และห้ามมิให้นำบุตรหลานที่มีอายุต่ำกว่า 5 ขวบ ออกไปซื้อหาอาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากผู้ไดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท และมีความผิดตามมาตรา 52 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกิน 100,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 24 เม.ย.นี้เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63884</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์, ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา, รอมฎอน, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200422/image_big_5e9f9be2ad155.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63379</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่อรับคนไทยจากมาเลย์ พระยะลางดบิณฑบาต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;หลายจังหวัดปรับตัวสู้โควิด-19 &amp;quot;ปัตตานี&amp;quot; เตรียมมาตรการรับคนไทยกลับจากมาเลเซีย &amp;nbsp;18 เม.ย.นี้ &amp;quot;ยะลา&amp;quot; ให้พระ-สามเณรงดออกบิณฑบาตตั้งแต่วันที่ 16-30 เม.ย. &amp;quot;นครสวรรค์&amp;quot; 10 ตำบลดันธรรมนูญสุขภาพดูแลชุมชน &amp;quot;ภูเก็ต&amp;quot; ไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ &amp;quot;กระบี่&amp;quot; ผู้ป่วย 2 รายหายแล้ว &amp;quot;ขอนแก่น&amp;quot; พบติดเชื้อรายที่ 6
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตลอดวันที่ 16 เม.ย.ที่ผ่านมา หลายจังหวัดทั่วประเทศต่างปรับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 เพื่อลดการติดเชื้อในพื้นที่ ตามแนวทางของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จังหวัดปัตตานี นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี แถลงถึงมาตรการรับคนไทยที่จะเดินทางกลับจากประเทศมาเลเซียในวันที่ 18 เม.ย.นี้ว่า ทุกฝ่ายได้เตรียมการวางแผนแล้วอย่างเต็มที่ เพื่อความสะดวกและความปลอดภัยของประชาชนที่จะเดินทางเข้ามา ซึ่งปัตตานีถือเป็นจังหวัดหน้าด่านที่จะเข้าสู่ชายแดนภาคใต้ ซึ่งทุกคนที่จะเดินทางมาก่อนหน้านั้นต้องมีการการคัดกรอง มีการลงทะเบียน และมีใบรับรองแพทย์มาจากต้นทาง และเมื่อมาถึงต้องทำความเข้าใจในหลักการปฏิบัติตัวป้องกันภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนที่เดินทางกลับจากต่างประเทศทุกคนต้องผ่านการคัดกรองให้ชัดเจน จัดระบบให้เรียบร้อยจนกว่าทุกอย่างจะกลับมาปกติ จังหวัดปัตตานีมีความพร้อมเต็มที่ให้แก่ทุกคนที่เดินทางกลับมา เพราะปัตตานีถือเป็นศูนย์ในการผ่านแดนแต่ละจังหวัด คือยะลาและนราธิวาส ซึ่งต้องผ่านจุดคัดกรองทุกคนอย่างละเอียดที่สุด โดยได้จัดสถานที่รับผู้ที่จะเดินทางกลับมาได้วันละ 300 คน เตรียมสถานีไว้ 3 จุด &amp;nbsp;คือ 1.นำไปยังจุดคัดกรองที่จะมีการสอบสวนโรค สอบประวัติการเดินทางของแต่ละช่องทาง 2.ถ้าพบไข้ก็จะนำไป รพ.สนาม กักตัวคัดกรอง 14 วัน ถ้าพบกลุ่มเป้าหมายมีอาการก็จะทำการรักษา และ 3.แนวทางประกอบศาสนกิจในช่วงเดือนรอมฎอนที่จะถึงปลายเดือนเมษายนนี้&amp;quot; นายไกรศรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จังหวัดยะลา นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ในฐานะผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดยะลา ได้มีคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 จังหวัดยะลา ที่ &amp;nbsp;41/2563 เพิ่มมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื้อหาระบุว่า สืบเนื่องจากคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 จังหวัดยะลา ที่ 34/2563 ลงวันที่ 10 เม.ย.63 เรื่องมาตรการเร่งด่วนในการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 กำหนดให้เจ้าอาวาส พระภิกษุ และสามเณรงดพิธีกรรมหรือกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาทุกประเภท และงดเดินทางหรือเลื่อนการเดินทางไปยังประเทศอื่น หรือออกนอกพื้นที่นั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เพื่อเป็นการเพิ่มมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดจากเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม จึงอาศัยอำนาจตามข้อกำหนดแห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และพระราชบัญญัติโรคติดต่อ ประกอบกับมติคณะกรรมการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 จึงให้พระภิกษุและสามเณรงดการออกรับบิณฑบาตในทุกพื้นที่ ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 16-30 เม.ย.63&amp;quot;
ดันธรรมนูญสุขภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่จังหวัดนครสวรรค์ ชาวบ้านกว่า 10 ตำบลร่วมพูดคุยจัดทำธรรมนูญสุขภาพในพื้นที่ &amp;nbsp;วางกติกาการอยู่ร่วมกัน การป้องกันและการช่วยเหลือกันในช่วงการระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิสุทธิ บุญญะโสภิต รองผู้อำนวยการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 3 &amp;nbsp;และประธานสมัชชาสุขภาพจังหวัดนครสวรรค์ กล่าวว่า งานด้านสุขภาพเป็นสิ่งที่ทำเพียงลำพังไม่ได้ แต่ต้องจับมือกับเครือข่ายอื่นๆ โดยใช้เครื่องมือสำคัญของสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) &amp;nbsp;คือกระบวนการนโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วม ซึ่งเป็นการสานพลังของภาควิชาการ ภาคการเมือง &amp;nbsp;และภาคประชาสังคมให้มาทำงานร่วมกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิสุทธิกล่าวว่า ที่นครสวรรค์เราทำงานร่วมกัน 5 หน่วยงาน คือ สช., สปสช., สาธารณสุขจังหวัด, อำเภอ ลงไปถึงตำบล โดยมี รพ.สต.(โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล) และ อสม.(อาสาสมัครสาธารณสุขมูลฐาน) เป็นกลไกขับเคลื่อน อีกส่วนคือ สสส.(สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ) ที่มีการจัดตั้งหน่วยจัดการ สสส.ระดับจังหวัด และยังมี พอช. (สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน &amp;nbsp;องค์การมหาชน) ที่มีกลไกในพื้นที่ 2 ส่วนคือ สภาองค์กรชุมชนกับกองทุนสวัสดิการชุมชน เข้ามาทำงานร่วมกันผ่านแนวคิดการสานพลังบูรณาการร่วมกัน ในระดับจังหวัดมี Think Tank คุยกันอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อแลกเปลี่ยนกันว่าจะเสริม สาน และสร้างอะไรต่อ ซึ่งจริงๆ เราทำงานในลักษณะนี้มาหลายปีแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ด้วยต้นทุนในพื้นที่ที่เข้มแข็งอยู่แล้ว การเชื่อมประสานให้เกิดการพูดคุยจึงเป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็ว จนขณะนี้มีกว่า 10 ตำบลในจังหวัดนครสวรรค์ที่นำแนวคิดธรรมนูญสุขภาพไปใช้ เพื่อวางกติกาของชุมชน ช่วยให้ชาวบ้าน แกนนำชุมชน องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นต้น มีความเข้าใจตรงกันถึงแนวปฏิบัติในการรับมือโควิด-19 และในบางพื้นก็มีการร่างธรรมนูญสุขภาพลงไปถึงระดับหมู่บ้าน&amp;quot; ประธานสมัชชาสุขภาพจังหวัดนครสวรรค์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จังหวัดพัทลุง นายพัน อ่อนเกลี้ยง นายกสมาคมอาสาสมัครสาธารณสุขมูลฐานจังหวัดพัทลุง (อสม.) กล่าวว่า อสม.พัทลุงได้ร่วมมือกับจังหวัดพัทลุงและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องในการป้องกันและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างจริงจังและต่อเนื่อง ซึ่งการที่บรรดา อสม.จังหวัดพัทลุงได้ผ่านการอบรมการควบคุมการแพร่ระบาดจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพัทลุงอย่างต่อเนื่อง จึงไม่มีปัญหาหรืออุปสรรคในการปฏิบัติหน้าที่แต่อย่างใด รวมทั้งได้มีประสบการณ์จากการแพร่ระบาดของโรคซาร์สและไข้หวัดนกจนเป็นที่ยอมรับของหน่วยงานรัฐ จนทำให้ทุกคนมีความมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อชาติบ้านเมืองในครั้งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จังหวัดภูเก็ต คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ตแจ้งสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 &amp;nbsp;(โควิด-19) จังหวัดภูเก็ต ประจำวันที่ 16 เม.ย. ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค.-15 เม.ย.63 จังหวัดภูเก็ตมีผู้ติดเชื้อยืนยันโรคโควิด-19 แล้วจำนวน 191 ราย (ไม่พบรายใหม่) โดยผู้ติดเชื้อได้รับอนุญาตให้กลับบ้าน &amp;nbsp;85 ราย (เพิ่มขึ้นจากเดิม 8 ราย) จำหน่าย 1 ราย เนื่องด้วยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ กำลังรักษาพยาบาลอยู่ 105 ราย ในจำนวนนี้อาการรุนแรง 3 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต ที่เหลืออาการอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ผู้มีอาการเข้าเกณฑ์เฝ้าระวังสะสมทั้งหมด 2,574 ราย (รายใหม่ 103 ราย) โดยยังคงรักษาพยาบาล 162 ราย ในจำนวนนี้อยู่ระหว่างรอผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ 57 ราย กลับบ้านแล้ว 2,412 ราย&amp;nbsp;
ขอนแก่นติดเชื้อรายที่ 6
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จังหวัดกระบี่ นพ.ณัฐพงษ์ ดูงาม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลปลายพระยา รายงานผลการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ยืนยันทั้ง 2 รายที่รักษาตัวอยู่หายเป็นปกติแล้ว แต่ขอความร่วมมือให้ทั้งสองรายเสียสละพักต่อที่ รพ.อีก 14 วัน เพื่อให้แน่ใจ 100% ว่าจะไม่แพร่เชื้อรอบสอง และคนในหมู่บ้านจะได้สบายใจ เมื่อครบ 28 วันทั้งสองจะกลับไปใช้ชีวิตร่วมกับคนในหมู่บ้านได้โดยปกติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จังหวัดขอนแก่น นพ.สมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น และ นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น แถลงข่าวพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่ของจังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นรายที่ 6 โดยเป็นสามีของผู้ป่วยโควิด-19 รายที่ 5 ซึ่งพบเชื้อเมื่อวันที่ &amp;nbsp;13 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยผู้ป่วยรายที่ 6 นี้ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ไปรับตัวจากที่บ้านพักในเขต อ.น้ำพอง &amp;nbsp;มารับการรักษาที่โรงพยาบาลขอนแก่นเรียบร้อยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากการสอบสวนโรคของผู้ป่วยรายที่ 6 พบติดเชื้อมาจากภรรยาคือผู้ป่วยรายที่ 5 เนื่องจากเป็นสามีภรรยากัน ซึ่งจากข้อมูลยืนยันผู้ป่วยรายนี้ทั้งครอบครัวมีทั้งหมด 7 คน มีลูกชายที่เดินทางกลับจากพัทยาอาศัยอยู่ร่วมกับพ่อแม่ ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเชื้อรายที่ 5 และ 6 ภายในบ้านหลังเดียวกัน และยังมีพี่สาวซึ่งอยู่บ้านอีกหลังคอยมาดูแล ขณะที่ลูกชายอีกคนกับลูกสะใภ้และหลานอยู่บ้านอีกหลังรวมเป็น 3 หลัง ซึ่งทั้งหมดเจ้าหน้าที่ได้ทำการส่งตรวจ และผลปรากฏว่ามีเพียงสามีของผู้ป่วยรายที่ 5 เท่านั้นที่พบเชื้อ ส่วนรายอื่นๆ ผลยังเป็นลบ แต่ทั้งหมดจะต้องกักตัวเป็นเวลา 14 วันอยู่ที่โรงพยาบาลขอนแก่น เพื่อความมั่นใจว่าปลอดการติดเชื้ออย่าง 100% ในส่วนของบุคลากรทางการแพทย์ของทั้ง 2 โรงพยาบาล คือ รพ.น้ำพองและ รพ.ขอนแก่น รวมทั้งหมด 88 คน เบื้องต้นผลการตรวจเป็นลบ&amp;quot; นายแพทย์ สธ.ขอนแก่นกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ชาญชัยกล่าวว่า ขณะนี้อาการของผู้ป่วยรายที่ 5 นั้นยังถือว่าหนักและน่าเป็นห่วง เนื่องจากตัวผู้ป่วยเองมีความเสี่ยงหลายปัจจัย ทั้งเรื่องของอายุ เรื่องของโรคประจำตัวคือความดันและเบาหวาน ต้องใช้ท่อช่วยหายใจและเครื่องช่วยหายใจ และยังมีอาการของปอดอักเสบ ซึ่งแพทย์ได้ให้ยารักษาผู้ป่วยรายที่ 5 นี้อย่างเต็มที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สาเหตุของการติดเชื้อในผู้ป่วยรายที่ 5 และ 6 นี้ไม่สามารถชี้ชัดได้ 100% ว่าติดจากลูกชาย แต่มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะติดจากลูกชาย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังได้ตรวจหาแอนติบอดีหรือภูมิคุ้มกันของลูกชายคนป่วย ว่ามีภูมิคุ้มกันใดที่ทำให้ไม่ติดเชื้อเพื่อนำไปสู่แนวทางการรักษาตามขั้นตอนทางการแพทย์ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการส่งตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย คาดว่าจะได้ผลตรวจที่ชัดเจนภายใน 2-3 วันนี้&amp;quot; ผอ.รพ.ขอนแก่นกล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63379</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์, นพ.ณัฐพงษ์ ดูงาม, วิสุทธิ บุญญะโสภิต, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไกรศร วิศิษฎ์วงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200416/image_big_5e984b24c3027.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63051</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สลด!ผูกั้กกันเครียดโดดตึกดับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สลด! ผู้กักกันโควิดเครียดโดดตึกชั้น 8 รพ.พระประแดงดับ ภูเก็ตติดเชื้อเพิ่ม 2 รายพื้นที่ป่าตอง-บางเทา ปัตตานี-ยะลา-นราธิวาสโล่ง ส่ง นศ.ไทยที่กลับจากปากีสถานเกือบ 200 คนสู่ภูมิลำเนา หลังกักตัวครบ 14 วันปลอดไวรัส &amp;nbsp; เชียงใหม่แย้มข่าวดีจ่อคลายล็อกหากตัวเลขป่วยนิ่ง 14 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 13 เมษายน เวลา 02.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงใต้ สมุทรปราการ รับแจ้งมีผู้ถูกกักกันต้องสงสัยติดเชื้อโควิด-19 ที่ถูกกักตัวสังเกตอาการอยู่ที่โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งในย่านท่าน้ำพระประแดง ต.บางหญ้าแพรก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ กระโดดลงมาจากชั้น 8 ลงมาเสียชีวิตอยู่ที่บริเวณชั้นที่ 2 ของโรงพยาบาล จึงพร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและมูลนิธิร่วมกตัญญูชุดเผชิญโควิด พร้อมอุปกรณ์ในการป้องกันการติดเชื้อเดินทางไปตรวจสอบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เกิดเหตุพบศพชายชาวจังหวัดนราธิวาส อายุ 51 ปี ซึ่งเป็นผู้ที่ถูกส่งมากักตัวสังเกตอาการการรับเชื้อโรคโควิด-19 นอนจมกองเลือดคว่ำหน้าอยู่ที่ระเบียงชั้น 2 นอกอาคาร หลังทีมแพทย์ได้ร่วมชันสูตรพลิกศพเป็นที่เรียบร้อย เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูทีมเผชิญโควิดได้ใช้ถุงพลาสติกทำการห่อศพ 2 ชั้น และทำการปิดซีลอย่างดี ป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค นำส่งชันสูตรที่สถาบันนิติเวช
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ตายเป็นผู้ถูกกักตัวที่เดินทางกลับมาจากการประกอบกิจกรรมทางศาสนาที่ประเทศอินโดนีเซีย เข้ามายังประเทศไทยผ่านทางสนามบินสุวรรณภูมิ และถูกส่งตัวมากักตัวเป็นเวลา 14 วัน ซึ่งผู้ตายเข้ามากักตัวตรวจหาเชื้อโควิดได้ 13 วันแล้ว เหลืออีกเพียงวันเดียวจะถูกปล่อยตัวกลับบ้านเกิดที่จังหวัดนราธิวาส เนื่องจากผลการตรวจออกมาเป็นลบ ไม่มีการติดเชื้อ โดยระหว่างที่ผู้ตายถูกส่งตัวมาสังเกตอาการ ทางโรงพยาบาลได้จัดให้อยู่ในห้องปลอดเชื้อ ซึ่งจะมีผู้ที่ถูกกักกันทั้งหมด 4 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ปรากฏว่าผู้ตายได้เกิดอาการคลุ้มคลั่งอาละวาดขึ้น จนถูกผู้ที่ถูกกักกันรายอื่นไล่ออกมาจากห้อง จากนั้นผู้กักกันที่เหลือได้ล็อกประตูจากด้านในไม่ให้ผู้เสียชีวิตเข้าห้อง จึงทำให้ผู้ตายเกิดความเครียดและทุบทำลายข้าวของ พยาบาลที่เข้าเวรได้พยายามเข้ามาห้าม แต่เอาไม่อยู่ เนื่องจากมีแต่พยาบาลผู้หญิง จนต้องเรียกเจ้าหน้าที่ รปภ.ขึ้นมาช่วย โดยเจ้าหน้าที่พยายามเกลี้ยกล่อมให้สงบสติอารมณ์และพูดคุยปลอบใจผู้ตาย เนื่องจากกำลังจะได้กลับบ้านเช้าวันนี้ แต่ผู้ตายกลับปีนออกไปทางหน้าต่างและกระโดดลงมาจากชั้น &amp;nbsp;8 ตกลงมาที่ระเบียงชั้น 2 ของอีกอาคารข้างๆ กันเสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หลังทำการเคลื่อนย้ายศพของผู้ตายออกจากที่เกิดเหตุเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่มูลนิธิได้ใส่ชุดป้องกันและนำยาฆ่าเชื้อมาทำการฉีดพ่นในจุดที่เกิดเหตุเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ภูเก็ต คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่ม 2 ราย รวมมีผู้ป่วยยืนยันโรคโควิด-19 แล้วจำนวน 178 ราย โดยรักษาหายกลับบ้าน 67 ราย จำหน่าย 1 ราย กำลังรักษาพยาบาลอยู่ 110 ราย ในจำนวนนี้ อาการรุนแรง 3 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต ที่เหลืออาการอยู่ในเกณฑ์ที่ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั้ง 2 ราย ประกอบด้วย ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1 ราย โดยเป็นรายที่ 177 ผู้หญิงไทย อายุ 50 ปี ขายอาหารในพื้นที่บางเทา ต.เชิงทะเล อ.ถลาง เป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดความเสี่ยงสูงและอาศัยในบ้านติดกันกับผู้ป่วยยืนยัน รายที่ 161 ในพื้นที่บางเทา มีผู้สัมผัสความเสี่ยงสูงจำนวน 6 คน และจากการตรวจเชิงรุก 1 ราย โดยเป็นรายที่ 178 ผู้หญิงไทย อายุ 40 ปี พนักงานนวดในป่าตอง ทำงานร้านนวดเดียวกับผู้ป่วยยืนยันรายที่ 131 อาศัยในพื้นที่ป่าตอง ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จากข้อมูลข้างต้นนี้จะเห็นได้ว่าการระบาดของโรคโควิด-19 ในภูเก็ตยังอยู่ในพื้นที่และกลุ่มเสี่ยงที่จำกัด โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยและทำงานใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยัน
ส่งนศ.จากปากีฯกลับบ้านไร้เชื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่หอพัก 7 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (มอ.ปัตตานี) นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี พร้อมด้วย รศ.อิ่มจิต เลิศพงษ์สมบัติ รองอธิการบดีวิทยาเขตปัตตานี, นพ.ชัยรัตน์ ลำโป นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปัตตานี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่่ยวข้อง ได้ร่วมจัดกิจกรรมส่งตัวนักศึกษาไทยที่เดินทางกลับจากประเทศปากีสถานจำนวน 61 คน ที่ได้รับการกักตัวเพื่อดูอาการจากโรคติดเชื้อโควิด-19 ครบ 14 วัน และผ่านการตรวจแล้วว่าปลอดภัยจากไวรัสโคโรนากลับสู่ภูมิลำเนาในวันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า ก่อนที่นักศึกษากลุ่มนี้จะเดินทางกลับมายังประเทศไทย ได้เตรียมความพร้อมไว้อยู่แล้ว มีการปฏิบัติอยู่ในระเบียบวินัยเป็นอย่างดี ถือว่าเป็นตัวอย่างที่ดี ซึ่งจะให้ทั้ง 61 คนเป็นส่วนหนึ่งในการระงับยับยั้งไม่ให้เชื้อแพร่ระบาด และเป็นกระบอกเสียงให้ประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายซาปีอี หะยีมาหะมะ ผู้แทนนักศึกษาไทย กล่าวว่า การกักตัวไม่ใช่เป็นสิ่งเลวร้าย แต่เป็นการบ่งบอกถึงความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน และเป็นการเฝ้าระวังก่อนที่จะไปใช้ชีวิตในชุมชน ทั้งนี้พวกเราขอปฏิญญาณว่า พวกเราขอสัญญาว่าจะดูแลตนเอง ครอบครัว และชุมชน และจะทำหน้าที่ของสังคมตลอดไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ยะลา นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา มอบหมายให้นายวรเชษฐ พรมโอภาษ รองผู้ว่าฯ ยะลา และคณะ ไปพบปะให้กำลังใจและพร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติตนของผู้ที่เดินทางกลับจากประเทศปากีสถาน จำนวน 18 ราย ที่ทางการได้นำตัวเข้าพักสังเกตอาการครบ 14 วัน ที่วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร ต.สะเตง อ.เมืองยะลา โดยไม่พบอาการผิดปกติ จึงอนุญาตให้เดินทางกลับไปสังเกตอาการต่อ ณ ภูมิลำเนาได้ และให้รายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลหรือผู้นำชุมชน เพื่อปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อที่ได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์บำบัดฟื้นฟูผู้เสพยาเสพติดจังหวัดนราธิวาส อ.เมืองฯ จ.นราธิวาส นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ร่วมส่งนักศึกษาไทยที่กลับจากปากีสถานจำนวน 75 คน กลับบ้านหลังกักตัวครบ 14 วัน และมีกลุ่มดาวะห์อีก 1 คน ทั้งนี้ หากรวมกับนักศึกษาหญิงที่กลับจากปากีสถานที่กักตัวที่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 39 จำนวน 39 คน รวมจำนวน 114 คน โดยทั้งหมดตรวจแล้วไม่พบเชื้อโควิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานสาธารณสุข จ.ชุมพร นายวิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์ ผวจ.ชุมพร แถลงว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อรายที่ 4 เป็นเพศหญิง อายุ 63 ปี เป็นผู้ป่วยที่อยู่ในระบบเฝ้าระวังที่สัมผัสกับผู้ป่วยติดเชื้อรายที่ 2 ซึ่งส่งตัวไปรักษาต่อที่ รพ.สุราษฎร์ธานี เนื่องจากผู้ป่วยมีอาการป่วยหลายโรค ส่วนอาการเชื้อโควิด-19 ไม่รุนแรงมากนัก
ผบ.ตร.เยี่ยมจุดตรวจอีสาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จุดตรวจควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ด้านหน้าที่ทำการเทศบาลเมืองชุมแพ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผบช.ภ.4 และนายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น ลงพื้นตรวจติดตามผลการดำเนินงานการตั้งจุดตรวจคัดกรอง พร้อมทั้งมอบอุปกรณ์ในการปฏิบัติงานและของอุปโภคและบริโภคเพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า มาให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ และนำของขวัญที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ส่งมาให้กำลังใจกับผู้ปฏิบัติงานทุกคนที่ต้องทำงานกันอย่างหนัก ขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบนั้นปฏิบัติงานตามคำสั่งอย่างเด็ดขาด รวมทั้งได้สั่งการไปยังผู้บัญชาการทุกภาคทั่วประเทศ ในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายเรื่องของการจำหน่ายสินค้าเกินราคาอย่างเข้มงวด เพื่อไม่ให้เป็นการซ้ำเติมประชาชนจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.นครพนม จากกรณีสาวพริตตี้อายุ 34 ปี ที่มาจากภูเก็ต กลับบ้านเกิดที่บ้านดอนถ่อน ต.บ้านเอื้อง อ.ศรีสงคราม แล้วพบว่าติดเชื้อโควิด-19 เป็นรายที่สองของจังหวัดนั้น จากการตรวจบุคคลที่ใกล้ชิดมีความเสี่ยงสูง 4 คน ประกอบด้วย หลานชาย อายุ 18 ปี ที่เดินทางมาจาก กทม.พร้อมกับผู้ป่วย 2.พี่เขย อายุ 43 ปี และพี่สาว อายุ 41 ปี ที่ขับรถกระบะไปรับผู้ป่วยที่จังหวัดสกลนคร และหลานสาว อายุ 21 ปี คนที่ส่งข้าวส่งน้ำ พร้อมล้างภาชนะให้ผู้ป่วยนั้น เบื้องต้นผลออกมาเป็นลบ แต่ต้องกักตัวอยู่ในที่จัดเตรียมไว้ให้ครบ 14 วัน สำหรับสาวพริตตี้รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลศรีสงคราม หลังได้รับยาต้านไวรัส มีอาการดีขึ้นตามลำดับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ริมถนนชุมชนหนองแสงท่า เขตเทศบาลเมืองนครพนม มีหญิงเร่ร่อนคนหนึ่งนอนซมอยู่ข้างถนนใกล้กับโรงเรียนเทศบาล 1 หลังสุสานวัดนักบุญอันนา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองนครพนม ได้ตรวจวัดไข้ พบว่าสูงกว่า 37 องศาเซลเซียล เกรงจะเป็นผู้ป่วยเสี่ยงสัมผัสสูง จึงแจ้งไปยังศูนย์วิทยุรับแจ้งเหตุและสั่งการ 1669 รพ.นครพนม มารับตัวไปตรวจอาการอย่างละเอียดอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา แถลงว่า มีผู้ป่วยยืนยันโรคโควิด-19 จํานวน 18 ราย ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ ซึ่งตลอดเวลา 6 วันที่ผ่านมาไม่พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มเติม ถือเป็นเรื่องที่ดี ในช่วงเทศกาลวันสงกรานต์ แต่พี่น้องประชาชนยังคงต้องปฏิบัติตามข้อบังคับของจังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.บุรีรัมย์ นายยุทธชัย พงศ์พณิช รองนายกเทศมนตรีเมืองบุรีรัมย์ พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง คณะกรรมการชุมชน ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ทั้ง 18 ชุมชน และเจ้าหน้าที่ อสม. ได้ร่วมกันลงพื้นที่ทั้ง 18 ชุมชน รวมกว่า 14,420 ครัวเรือน ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ เพื่อตรวจคัดกรองประชาชนในแต่ละชุมชนว่ามีบุคคลที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือไม่ ถือเป็นมาตรการเชิงรุกในการป้องกันการแพร่เชื้อโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.เชียงใหม่ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ยังคงมีผู้ป่วยอยู่ที่ 40 ราย ทรงตัวมา​ 5​ วัน ซึ่งหากไม่มีผู้ป่วยเพิ่ม ถือว่าประสบความสำเร็จในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หากตัวเลขผู้ติดเชื้อไม่ขยับเพิ่มขึ้นหรือหยุดนิ่งจนครบ 14 วัน จะขอให้ผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยา และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ พิจารณาว่าจะมีแนวทางในการปลดล็อกคำสั่งปิดสถานประกอบการได้หรือไม่อย่างไร ซึ่งต้องพิจารณาเป็นลำดับไป เพื่อเปิดโอกาสให้มีการทำมาหากิน ภายใต้มาตรการเฝ้าระวังและตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่ประกาศถึงวันที่ 30 เม.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.สุโขทัย นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสุโขทัย ครั้งที่ 11/2563 และคณะอำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีโรคติดเชื้อโควิด-19 โดยที่ประชุมมีมติสำคัญคือ ให้ทุกคนที่อยู่ในจังหวัดสวมใส่หน้ากากตลอดเวลาที่ออกจากบ้าน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63051</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์, ซาปีอี หะยีมาหะมะ, ยุทธชัย พงศ์พณิช, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์, ไกรศร วิศิษฎ์วงศ์, ไมตรี ไตรติลานันท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200413/image_big_5e9460ee0eed8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62060</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2020 16:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2020 16:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ยะลา&#039; ปิดเพิ่ม 2 อำเภอ 2 ตำบล 11 หมู่บ้าน ห้ามเข้า-ออก สกัดโควิด 19 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 เม.ย.63 - นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ในฐานะผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดยะลา ได้ออกคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด - 19 จังหวัดยะลา &amp;nbsp;ที่18/2563 &amp;nbsp;เรื่อง การกำหนดพื้นที่เสี่ยงเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19)ในพื้นที่จังหวัดยะลา (ฉบับที่ 4) มีอำเภอยะหา และอำภอบันนังสตา โดยอำเภอยะหา ประกอบด้วยตำบล บาโงยซิแน ม.1, 3, 4, 5, 6 ส่วนอำเภอบันังสตา ประกอบด้วยที่ตำบลเขื่อนบางลาง คือที่ ม.1,2,3,4,5,6&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยห้ามมิให้ผู้ใดเข้า - ออก พื้นที่ดังกล่าว และหากผู้ใดมีความจำเป็นจะต้องเดินทางเข้า - ออก พื้นที่ดังกล่าวต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่ที่ได้รับมอบหมายจากนายอำเภอท้องที่นั้น ๆ ทราบ กรณีที่ผู้นั้นได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้า - ออก พื้นที่ได้ เจ้าหน้าที่ต้องกำหนดเส้นทางการเดินทางให้ผู้นั้นทราบอย่างชัดเจนด้วย หากผู้ใดฝ่าฝืนคำสั่งนี้ มีความผิดตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 ซึ่งมีระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับหรือความผิดตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 1) ซึ่งมีระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2563 เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานสถานการณ์ผู้ติดเชื้อในพื้นที่จังหวัดยะลา วันที่ 4 เมษายน 2563 เวลา 11.00 น. มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 2 &amp;nbsp;ราย &amp;nbsp;รวมมีผู้ติดเชื้อสะสม &amp;nbsp;51 ราย รักษาหายแล้ว 18 ราย &amp;nbsp;เสียชีวิต 2 ราย &amp;nbsp;คงเหลือรักษาตัวที่โรงพยาบาล 31ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62060</URL_LINK>
                <HASHTAG>กักตัว14วัน, ชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์, ยะลา, โควิด-19, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200404/image_big_5e884dd8b2ac3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50376</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อภิรัชต์-จักรทิพย์&#039;ลงใต้ &#039;ไทยโพสต์&#039;เยียวยา3.6ล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประวิตร&amp;quot; ขอ ปชช.ชายแดนใต้อดทน &amp;quot;บิ๊กแดง&amp;quot; สั่งใช้มาตรการเชิงรุก กำชับ กอ.รมน.ภาค 4 ทำทุกขั้นตอนตาม กม. &amp;quot;ผบ.ตร.&amp;quot; เผยคุม 11 ผู้ต้องสงสัยสอบเอี่ยวยิงถล่ม ชรบ.ลำพะยา &amp;quot;ศอ.บต.&amp;quot; เร่งเยียวยาครอบครัวผู้สูญเสีย &amp;quot;ไทยโพสต์&amp;quot; ร่วมกับ &amp;quot;ผู้อ่าน&amp;quot; ส่งมอบเงิน 3.6 ล้านโครงการ &amp;quot;เราไม่ทิ้งกัน&amp;quot; ช่วย 15 ครอบครัวผู้เสียชีวิตและ 5 ผู้บาดเจ็บชาวลำพะยา &amp;quot;ทหารพราน&amp;quot; บุกทลายเพิงพักกลุ่มก่อความไม่สงบบนเทือกเขาตะเว จ.นราธิวาส &amp;quot;ปัตตานี&amp;quot; ป่วนคนร้ายยิงผัวเมียดับ ลูกสาววัย 2 ขวบบาดเจ็บ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 พ.ย. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นหลายพื้นที่เพื่อจับผู้ก่อเหตุยิงถล่มชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ต.ลำพะยา จ.ยะลา ว่าเรื่องนี้ไม่ต้องเป็นห่วง ประชาชนรับรู้แล้ว แต่ก็ขอให้อดทน เพราะเจ้าหน้าที่ต้องการที่จะจับผู้ก่อเหตุรุนแรง ซึ่งขณะนี้ก็ตามจับได้จำนวนมากแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. เดินทางลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเข้าร่วมรับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ ที่ห้องประชุมกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร อ.ยะรัง จ.ปัตตานี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า เหตุการณ์ยิงถล่มป้อมจุดตรวจ ชรบ.ที่เกิดขึ้น ตนขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสีย ไม่มีใครอยากให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น ที่ลงมาในพื้นที่ล่าช้าเนื่องจากให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงได้ทำงานอย่างเต็มที่ ติดตามความคืบหน้าคดี ซึ่งมีความคืบหน้าอย่างมาก ทั้งการตรวจสอบพิสูจน์หลักฐาน การควบคุมผู้ต้องสงสัยได้หลายคน และการออกหมายจับผู้ที่ก่อเหตุในครั้งนี้ ได้เน้นย้ำว่าทุกขั้นตอนในการควบคุมให้เป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงการพูดคุยกระบวนการสันติสุข พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า เป็นในส่วนของการพูดคุย ก็คุยกันไป ทางกองทัพบกก็ได้เตรียมมาตรการของกองทัพบกไว้แล้ว คณะผู้คุยก็เป็นคณะของการพูดคุยไป ก็พยายามที่จะคิดกับประเทศเพื่อนบ้านในฐานะมิตรประเทศที่มีความสัมพันธ์กันมานาน พยายามทุกอย่างที่จะใช้การเจรจาในหลายๆ ระดับ ทั้งระดับรัฐบาล นายกรัฐมนตรีได้พูดจาหารือทุกครั้งที่มีการพบกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ก็ยังเป็นกลุ่มเล็กๆ ที่ยังไม่มีความเข้าใจ ตนเชื่อว่าถ้าเราไม่ถอย ร่วมมือร่วมใจกัน เข้าใจกัน ในฝ่ายเจ้าหน้าที่ไม่โทษใคร เชื่อว่าสถานการณ์ต้องดีขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาภายในประเทศ ไม่ใช่ปัญหาต่างชาติ เคยชี้แจงแล้วว่ามีหลายกลุ่มพยายามดึงเข้าสู่ระดับชาติ ระดับโลก เราไม่เคยแบ่งแยก ทุกวันนี้เชื่อว่าข้าราชการที่มาปฏิบัติหน้าที่กำลังเรียนรู้ ต้องใช้เวลา ถือว่าทุกท่านเสียสละมาทำงานในพื้นที่แห่งนี้&amp;quot; ผบ.ทบ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า พล.อ.อภิรัชต์กำชับให้ กอ.รมน.ภาค 4 สน. เข้มงวดการรักษาความปลอดภัยและดูแลประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยใช้มาตรการเชิงรุกประสานงานบูรณาการกับทุกภาคส่วนเข้าดูแลความปลอดภัยพื้นที่ชุมชนล่อแหลม เพื่อสร้างความอุ่นใจและความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชน สร้างความสงบสุขให้เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก ชี้แจงกรณีมีผู้ไม่หวังดีสร้างข้อมูลเท็จและเผยแพร่ในโซเชียลมีเดียด้วยการนำภาพ พล.อ.อภิรัชต์ ไปประกอบข้อความที่ไม่เป็นจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งภาพประกอบข้อความดังกล่าวอาจส่งผลให้สังคมเข้าใจผิดและเข้าข่ายในลักษณะ Fake News (ข่าวปลอม) ว่ากองทัพบกยืนยัน พล.อ.อภิรัชต์ไม่เคยให้ความคิดเห็นในลักษณะดังกล่าว ขอประชาชนอย่าได้หลงเชื่อหรือส่งต่อ เพราะเป็นการสร้างข้อความเท็จ และเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ซึ่งกองทัพบกจะพิจารณาส่งข้อมูลให้ Anti Fake News Center ดำเนินการตามกระบวนการตามกฎหมาย รวมทั้งสืบหาต้นตอของการกระทำผิดต่อไป
สอบ 11 ผู้ต้องสงสัยยิง ชรบ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เดินทางไปยังศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า อ.เมืองฯ จ.ยะลา แถลงความคืบหน้าคดีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงจุดตรวจ ชรบ.ต.ลำพะยา จ.ยะลา ร่วมกับ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ผอ.รมน.ภาค 4, พล.ท.สมพล ปานกุล แม่ทัพน้อยที่ 4, พล.ต.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองแม่ทัพน้อยที่ 4, นายอิสระ ละอองสกุล ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต., นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผวจ.ยะลา, พล.ต.ท.รณศิลป์ &amp;nbsp;ภู่สาระ ผบ.ภ.9&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า ในวันที่คนร้ายยิงป้อม ชรบ.ลำพะยา จากการตรวจที่เกิดเหตุเชื่อว่าคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุมีไม่ต่ำกว่า 40 คน รวมทั้งผลตรวจปลอกกระสุนปืนยิงมาจากอาวุธปืนจำนวน &amp;nbsp;25 กระบอก พบประวัติเคยก่อเหตุคดีความมั่นคงจำนวน 17 กระบอก ในพื้นที่ อ.เมืองฯ อ.กรงปินัง อ.บันนังสตา อ.ยะหา อ.กาบัง ของ จ.ยะลา, อ.เมืองฯ &amp;nbsp;อ.โคกโพธิ์ อ.หนองจิก อ.ยะหริ่ง ของ &amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ปัตตานี, &amp;nbsp;และ อ.เทพา ของ จ.สงขลา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นอกจากนี้ยังพบรอยเลือด 5 รอยที่ไม่ตรงกับผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ซึ่งเราเชื่อว่าเป็นของคนร้ายที่ได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้ ซึ่งรอยเลือด 5 รอยระบุได้ 1 คน คือ นายซะอุดี ติงอุเซ็ง ตามที่กล่าวมาแล้ว ส่วนรอยเลือดอีก 4 คน อยู่ระหว่างการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อระบุตัวบุคคล รอตรวจเปรียบเทียบ จำนวน 5 โปรไฟล์ ส่วนระเบิดที่วางเสาไฟ 3 จุด มีตำหนิของเอกลักษณ์ที่ตรงกันทั้ง 3 ลูก จึงเชื่อว่าประกอบพร้อมกัน โดยบุคคลเดียวกัน&amp;quot; พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบ.ตร.กล่าวว่า ในพื้นที่บาตัน เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเข้าสู่กระบวนการซักถาม วันที่ 8-9 พ.ย.62 ควบคุมตัว 11 คน ปล่อยตัวกลับภูมิลำเนาแล้ว 6 คน บางส่วนผลการซักถามรับสารภาพ 14 พ.ย.62 จึงขยายผลตรวจค้นควบคุมตัวเพิ่มเติม 6 คน และอยู่ระหว่างซักถามขยายผล และพิสูจน์ทราบคำซักถาม รวม 11 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า หลังการพระราชทานเพลิงศพของ ชรบ.ทั้ง 15 คนที่เสียชีวิตจากการโจมตีของคนร้ายขบวนการแบ่งแยกดินแดนจะจบสิ้นไปแล้ว แต่ในเรื่องของการช่วยเหลือครอบครัวของผู้สูญเสียยังเพิ่งเริ่มต้น สำหรับผู้เสียชีวิตนั้นมีการจ่ายเงินเยียวยาศพละ 500,000 บาท ตามระเบียบของการช่วยเหลือ รวมทั้งการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บสาหัสอีก 5 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่สำคัญคือการช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบหรือสูญเสีย รวมทั้งเยียวยาสังคมในพื้นที่ ซึ่งเบื้องต้นได้มีการลงพื้นที่สอบถามแต่ละครอบครัวผู้สูญเสีย เพื่อที่จะได้เยียวยาได้ตรงเป้าหมาย เช่น ในเรื่องการศึกษาบุตร-ธิดา ที่ต้องส่งให้เรียนจบปริญญาตรี หรือจนถึง 25 ปี ในส่วนที่ไม่มีอาชีพก็จะต้องหาอาชีพที่มั่นคง เงินไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด เรื่องของการศึกษา อาชีพ การมีชีวิตอยู่ด้วยความมั่นคงเป็นสิ่งที่สำคัญไม่น้อยกว่ากัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเยียวยาสภาพจิตใจที่ย่ำแย่ของคนในพื้นที่เป็นสิ่งสำคัญ ที่ต้องมีการเยียวยาสภาพจิตใจของคนในสังคม และต้องสร้างความเข้าใจระหว่างคนในสังคมที่อาจจะยังมีความหวาดระแวงกับสิ่งที่เกิดขึ้น&amp;quot; พล.ร.ต.สมเกียรติกล่าว
&amp;#39;เราไม่ทิ้งกัน&amp;#39;มอบเงิน3.6ล.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่องค์การบริหารส่วนตำบลลำพะยา จ.ยะลา ได้มีการมอบเงินเยียวยาให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ยิงป้อม ชรบ.ลำพะยา จนมีผู้เสียชีวิต 15 ราย บาดเจ็บ 5 คน โดยในงานดังกล่าวมีญาติผู้เสียชีวิต 15 &amp;nbsp;รายและผู้บาดเจ็บอีก 4 คน มารับมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาตามโครงการ &amp;quot;เราไม่ทิ้งกัน&amp;quot; ที่หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ได้เปิดรับบริจาคเงินเพื่อนำไปช่วยเหลือเยียวยาผู้สูญเสีย ซึ่งได้มีผู้อ่านไทยโพสต์จำนวนมากร่วมบริจาคเงิน และพนักงานหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ร่วมบริจาคเงินสมทบ เป็นจำนวนเงิน 3,600,000 บาท ซึ่งต่อมาหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ได้โอนเงินบริจาคทั้งหมดผ่านนายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา เพื่อให้นำไปมอบให้กับญาติผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ภายในงานมีประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐจากหลายภาคส่วน เช่น ทหาร ฝ่ายปกครอง ผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลลำพะยา และประชาชน มาร่วมงานดังกล่าวจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพงษ์ศักดิ์กล่าวตอนหนึ่งขณะมอบเงินเยียวยาต่อญาติผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บว่า พี่น้องประชาชนในพื้นที่ตำบลลำพะยามีความสามัคคีรวมใจกันเป็นหนึ่ง แม้จะมีความหลากหลายในชุมชน แต่ก็มีความผูกพันความรักสามัคคีกัน มีน้ำใจให้ต่อกันเป็นอย่างดี โดยเฉพาะหลังเกิดเหตุการณ์สูญเสียดังกล่าวที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น จะพบว่าทุกคนต่างให้กำลังใจซึ่งกันและกัน และความสามัคคีกันดังกล่าวของชุมชน สิ่งที่เกิดขึ้นก็ทำให้คนที่คิดไม่ดี ต้องการให้เกิดความแตกแยกในชุมชน ก็ไม่เกิดขึ้น เพราะปรากฏว่ามีแต่การให้กำลังใจซึ่งกันและกันมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หลังเกิดเหตุดังกล่าวเราได้ผู้ใหญ่ใจดี คือคุณโรจ งามแม้น เจ้าของนามปากกา เปลว สีเงิน ในหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ &amp;nbsp;คอลัมนิสต์นักหนังสือพิมพ์อาวุโสผู้มีชื่อเสียงในวงการสื่อสารมวลชน ที่ต้องการให้กำลังใจกับประชาชนและญาติผู้สูญเสีย จึงเปิดรับเงินบริจาคโดยใช้ชื่อโครงการ คนไทยไม่ทิ้งกัน ซึ่งตอนแรกตั้งเป้าไว้ที่ 2 แสนบาท แต่ปรากฏว่าไม่กี่ชั่วโมงหลังมีการเปิดรับบริจาค ก็มีประชาชนจำนวนมากร่วมกันบริจาคเงินเข้ามา จนได้ล้านกว่าบาทในเวลาไม่กี่ชั่วโมง เมื่อครบกำหนดปิดรับเงินบริจาค ก็มีประชาชนจำนวนมากต่างมีน้ำใจบริจาคเงินจนได้เงิน 3 ล้าน 6 แสนบาท เพื่อนำมามอบให้กับญาติผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บในครั้งนี้&amp;quot; นายพงษ์ศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกเทศมนตรีนครยะลากล่าวว่า เงินบริจาคที่มอบให้กับญาติผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บเฉลี่ยแล้วได้รายละ 175,000 บาท ส่วนอีกรายหนึ่งยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบเอกสารหลักฐานอีก 1 ราย จึงมีการมอบให้กับผู้บาดเจ็บในงานดังกล่าว 4 ราย นอกจากนี้ก็มีการมอบเงินอีกส่วนหนึ่งในโครงการประมาณ 1 แสนบาท ให้กับนายทนง ไหมเหลือง นายกฯ อบต.ลำพะยา เพื่อเป็นค่าทำเมรุเผาศพชั่วคราว 9 เมรุ โลงศพ 9 โลง สำหรับ 9 ร่างวีรชนลำพะยา รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพงษ์ศักดิ์ยังได้บริจาคเงินส่วนตัวอีกส่วนหนึ่งให้กับนายก อบต.ลำพะยา เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการเยียวยาผู้สูญเสียด้วยเช่นกัน ซึ่งญาติผู้เสียชีวิตหลายคนรวมถึง ชรบ.ที่ได้รับบาดเจ็บที่มาร่วมงานมอบเงินในโครงการคนไทยไม่ทิ้งกัน รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐ หลายคนต่างฝากขอบคุณหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ และนายโรจ งามแม้น เจ้าของนามปากกา เปลว สีเงิน ที่เป็นสื่อกลางในการรับบริจาคเงินตามโครงการดังกล่าว และต่างฝากขอบคุณประชาชนจำนวนมากที่ร่วมกันแสดงน้ำใจบริจาคเงินช่วยเหลือครั้งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.นราธิวาส เวลา 15.33 น. เจ้าหน้าที่ทหารพรานสนธิกำลังร่วมกันปิดล้อมเทือกเขาตะเว ต.ริโก๋ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส โดย ฉก.ทพ.48 ร่วมกับ ชป.ร้อย.ทพ.4809, 4811, 4814, 4804 เข้าพิสูจน์ทราบเป้าหมายที่ 4 บนเทือกเขาตะเว เป็นเพิงที่พักขนาดใหญ่ คาดว่าเป็นของกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการเข้าตรวจสอบและเคลียร์พื้นที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ปัตตานี เวลา 17.45 น. เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ลอบยิงชาวไทยพุทธเสียชีวิต 2 ราย คือนายอนุกูล ขุนแก้ว อายุ 60 ปี และนางยุพิน ขุนแก้ว อายุ 55 ปี ส่วน ด.ญ.จันทราการต์ อินทพรหม อายุ 2 ขวบ 7 เดือน ได้รับบาดเจ็บ บริเวณรอยต่อ ม.5 บ.ตุปะ ต.ควนโนรี และ ม.3 บ.ละโพะ ต.ป่าไร่ อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี ขณะขี่รถจักรยานยนต์กลับจากตลาดนัด หลังเกิดเหตุคนร้ายมุ่งหน้าเส้นทางชลประทานไปทาง บ.วังกว้าง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50376</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์, พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง, พล.ต.ท.รณศิลป์  ภู่สาระ, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.เกรียงไกร ศรีรักษ์, พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์, พล.ท.สมพล ปานกุล, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อิสระ ละอองสกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191115/image_big_5dceb9ee86cda.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50152</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พุทธชายแดนใต้จี้รัฐคุ้มครอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในหลวง&amp;quot; โปรดเกล้าฯ พระราชทานเพลิงศพเหยื่อไฟใต้ 9 ราย ที่วัดลำพะยา ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจของ ปชช. ประธานสมาพันธ์ไทยพุทธชายแดนใต้หวั่นเป็นปัญหาใหญ่ ไม่ใช่โจรธรรมดา หลัง BRN เปิดตัว จี้รัฐมีมาตรการบังคับใช้กฎหมาย &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; ปัดไม่รู้แถลงการณ์ BRN ของจริงหรือไม่ ลั่นต้องดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม &amp;quot;ชวน&amp;quot; ห่วงสถานการณ์จ่อลงพื้นที่เร็วๆ นี้ สั่ง ส.ส.ปชป.ศึกษาปัญหาจากอดีตเพื่อช่วยยับยั้งไฟใต้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเพลิงศพเจ้าหน้าที่ของรัฐและราษฎรที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์คนร้ายยิงถล่มป้อมจุดตรวจ ชรบ.ทางลุ่ม หมู่ที่ 5 ต.ลำพะยา อ.เมืองฯ จ.ยะลา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 15 ราย โดยในเวลา 15.00 น. ที่วัดสิริปุณณาราม (วัดลำพะยา) ต.ลำพะยา อ.เมืองฯ จ.ยะลา นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพผู้วายชนม์ทั้ง 9 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการนี้ ได้มีการอ่านหมายรับสั่ง สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และประวัติผู้วายชนม์ทั้ง 9 ราย จากนั้นประธานนำดอกไม้จันทน์จุดไฟจากเทียนชนวนในตะเกียง แล้ววางไว้บนพานรองหน้าหีบศพผู้วายชนม์ ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจของประชาชนที่มาร่วมหลายพันคน ซึ่งทางวัดได้เปิดให้ประชาชนที่มาร่วมไว้อาลัยครั้งสุดท้าย ได้วางดอกไม้จันทน์หน้าหีบศพผู้วายชนม์จนเสร็จสิ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายพงษ์พันธ์ จันทร์เล็ก ประธานสมาพันธ์ไทยพุทธจังหวัดชายแดนภาคใต้ &amp;nbsp;ให้สัมภาษณ์ว่า เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้พี่น้องชาวไทยพุทธในพื้นที่มีความตื่นตัวว่าเป็นภัยใกล้ตัว เมื่อก่อนไม่รุนแรงเท่านี้ แต่เหตุการณ์นี้ถือว่ารุนแรง ตนเองในฐานะประธานสมาพันธ์ไทยพุทธจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ยื่นหนังสือให้กับรัฐมนตรีประจำสำนักนายก เมื่อวันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมา ว่าให้มาดูแลพี่น้องชาวไทยพุทธ และให้มีมาตรการ โดยเสนอให้กำหนดนโยบายให้กำนันผู้ใหญ่บ้านให้ร่วมรับผิดชอบมากกว่านี้ เน้นกำนันผู้ใหญ่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นไทยพุทธหรือไทยมุสลิม รวมทั้งให้คอเต็บ บิหลั่น และผู้นำศาสนา เข้ามามีส่วนร่วมในการรับผิดชอบด้วย เพราะอยู่ในชุมชน จะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ก็ได้เสนอไปยังท่านนายกรัฐมนตรีผ่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ก็จะขอรอดู 1 สัปดาห์ว่าผลจะออกมาอย่างไร ทางสมาพันธ์ไทยพุทธจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็จะออกมาเคลื่อนไหวอีกครั้งหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;สิ่งที่เป็นห่วงที่สุดคือจุดอ่อนของพี่น้องชาวไทยพุทธ เกรงว่ากลุ่มคนร้ายจะไปปฏิบัติการกับคนไทยพุทธที่เป็นจุดอ่อนที่อยู่ห่างไกล ที่ไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปคุ้มครอง แต่เรื่องนี้ได้แจ้งไปยังเจ้าหน้าที่แล้ว และท่านแม่ทัพภาคที่ 4 ก็สั่งการให้กระจายกำลังแล้ว ส่วนความคิดที่จะให้ทหารเข้ามาตั้งฐานปฏิบัติการในชุมชนชาวไทยพุทธทุกพื้นที่นั้น ก็ทราบว่าได้มีการดำเนินการแล้ว อย่างเช่นพื้นที่ลำพะยา ก็มีการเข้ามาตั้งหลายจุดแล้ว คิดว่าเจ้าหน้าที่รัฐคงจะดูแลกันได้ แต่อยากให้รัฐมีมาตรการในการบังคับใช้กฎหมาย เพราะตอนนี้บีอาร์เอ็นเปิดตัวแล้วว่า 15 ศพเป็นผลงานของบีอาร์เอ็น ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาใหญ่แล้ว ไม่ใช่โจรธรรมดา&amp;rdquo; นายพงษ์พันธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานสมาพันธ์ไทยพุทธจังหวัดชายแดนภาคใต้กล่าวอีกว่า สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้ จะเห็นว่าเขาดำเนินการกับชุมชนพุทธเข้มแข็ง เพราะตำบลลำพะยาถือว่าเป็นชุมชนเข้มแข็งที่เราไม่ได้เฝ้าระวัง ส่วนพื้นที่ที่ยังเป็นห่วงในขณะนี้คือพื้นที่ ต.ตาชี อ.ยะหา จ.ยะลา ซึ่งได้มีการประสานเจ้าหน้าที่ให้เข้าไปดูแลแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการจับกุมคนร้ายก่อเหตุบุกยิง ชรบ. เสียชีวิต 15 ราย ว่าอยู่ระหว่างการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ ขณะนี้ยังเป็นเพียงผู้ต้องสงสัย และยืนยันว่าจะต้องได้ความคืบหน้าอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สวนกรณีกลุ่มบีอาร์เอ็นออกแถลงการณ์ยอมรับแนวร่วมในพื้นที่เป็นผู้กราดยิง ชรบ.พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ก็ว่าไป ดำเนินการไปตามกระบวนการยุติธรรม เราได้เบาะแส 2 คนแล้ว กำลังสอบสวนอยู่ จะเป็นของใครพวกใครก็ว่ากันไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า จากแถลงการณ์ดังกล่าวแสดงว่าผู้ก่อเหตุเป็นแนวร่วมบีอาร์เอ็นจริงหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่รู้ ต้องเข้ากระบวนการยุติธรรมก่อน ใครมารับก็จะไปบอกได้อย่างไร &amp;nbsp;ส่วนการออกแถลงการณ์เช่นนี้จะกระทบขวัญกำลังใจในพื้นที่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่กระทบ เพราะยังไม่รู้ว่าเป็นของใคร จะกระทบอย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าเหตุการณ์กราดยิงฐาน ชรบ. 15 ศพว่า เจ้าหน้าที่ต้องเร่งรัดการสืบสวนสอบสวนอยู่แล้ว ส่วนสถานการณ์ในพื้นที่ยังอยู่ในช่วงเฝ้าระวังหรือไม่นั้น น่าจะเรียบร้อยดี กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า ดูแลอยู่ และนายกฯ ก็ไม่ได้กำชับอะไรเพิ่มเติมในเรื่องนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายแทนคุณ จิตต์อิสระ คณะทำงานนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า จากเหตุการณ์คนร้ายยิงชรบ.ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 15 รายนั้น นายชวนห่วงใยสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จึงได้สั่งให้คณะทำงานลงพื้นที่ภาคใต้ เพื่อติดตามและให้กำลังใจกับครอบครัวผู้สูญเสีย และนายชวนเตรียมลงพื้นที่เร็วๆ นี้ พร้อมประณามการก่อเหตุขอแสดงความไว้อาลัยกับครอบครัวผู้สูญเสียที่ได้เสียสละเพื่อบ้านเมือง และขอให้กำลังใจญาติผู้สูญเสียด้วย นอกจากนี้ นายชวนยังกำชับคณะทำงานให้ติดตามข่าวสารใกล้ชิด และให้ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่ร่วมระดมสมอง ระดมความคิดช่วยแก้ปัญหานี้ โดยนายชวนได้ให้นโยบายว่าต้องศึกษาจากปัญหาในอดีตที่ผ่านมา รวมถึงนโยบาย และข้อเรียกร้องต่างๆ เพื่อช่วยกันยับยั้งสถานการณ์ที่อาจก่อให้เกิดความสูญเสียแก่ประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;นายชวนขอฝากไปยังพี่น้องในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่าฝ่ายนิติบัญญัติไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยจะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อแก้ปัญหานี้โดยระดมผู้เชี่ยวชาญ ผู้มีประสบการณ์และออกกฎหมาย รวมทั้งกำกับและบังคับใช้กฎหมายให้เกิดความยุติธรรม&amp;quot; นายแทนคุณกล่าว. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50152</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์, พงษ์พันธ์ จันทร์เล็ก, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แทนคุณ จิตต์อิสระ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191112/image_big_5dcac7650f5fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
