<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>17812</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คิดถึงความตาย...คิดถึงสังคมไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ช่วงระยะนี้...เห็นข่าวใครต่อใครร่วงผล็อย ไปไม่กลับ-หลับไม่ตื่น-ฟื้นไม่มี กันไปเป็นรายๆ ตั้งแต่พระเอกรุ่นเก่าอย่าง โอ วรุฒ ศิลปินเพื่อชีวิตฉบับของจริง-ของแท้ มงคล อุทก ไปจนอภิมหาปราชญ์ อภิมหานักวิชาการ อย่างอาจารย์ ชัยอนันต์ สมุทวณิช เล่นเอาอดรู้สึกโหวงๆ เหวงๆ ขึ้นมามิได้ แต่ก็นั่นแหละ...ทุกสรรพสิ่งย่อมเป็นไปตามกฎธรรมชาติ เป็นไปตามหลักอนิจจัง วัตตะ สังขารา อย่างมิอาจปฏิเสธและหลีกเลี่ยงได้...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ขณะที่มีข่าวทำนองนี้ออกมาเป็นระยะ...สิ่งที่น่าคิด น่าสนใจ อยู่พอประมาณ ก็คือ ธรรมชาติของสังคมไทย ที่น่าจะยังพร้อมเสมอ ในการแสดงออกถึงความเคารพ ความอำลา-อาลัย ต่อผู้ที่จากไป ไม่ว่าผู้นั้นจะเคยมีแง่บวก-แง่ลบ ขณะยังมีชีวิตอยู่ไปในลักษณะไหน หรือไปตามมาตรฐานรสนิยมของใครต่อใครก็แล้วแต่ แต่เมื่อต้องจากกันไปตามวัฏสงสาร จะด้วยความรู้สึกแห่งความเป็นเพื่อนร่วมวัฏสงสาร หรือด้วยความรู้สึกใดๆ ก็ตาม การคิดถึงผู้ที่จากไปใน แง่บวก คิดถึงสิ่งดีๆ ที่บุคคลเหล่านั้นได้เคยกระทำเอาไว้ มากกว่าที่จะคิดถึง แง่ลบ หรือแง่ที่ตัวเองไม่ถูกใจ ไม่ชอบใจ ดูจะเป็นสิ่งที่ผู้คนหลายต่อหลายสังคม พร้อมให้ความยอมรับมิใช่น้อย ยิ่งโดยเฉพาะ สังคมไทย ของหมู่เฮาด้วยแล้ว ความรู้สึกทำนองนี้ออกจะหนักแน่น มั่นคง หรือออกจะเป็นมาตรฐานอย่างเป็นพิเศษ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -----------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พูดง่ายๆ ว่า...ไม่ว่าจะเคยทะเลาะ เบาะแว้ง กันในเรื่องส่วนตัว เรื่องการบ้าน การเมือง แต่ถ้าลองต้องลา-ละ-สละจากกันไปแล้วโดยเด็ดขาด อะไรที่เคยเป็นเหตุปัจจัยให้ต้องทะเลาะ ต้องขัดแย้งกันและกัน เป็นอันแทบไม่ต้องหยิบมารื้อฟื้น ให้เป็นความหลังอันเจ็บปวด รวดร้าว อีกต่อไป มีแต่หันมาร่วมสวด ภาวนา อธิษฐาน แผ่ส่วนบุญ ส่วนกุศล ให้แก่กันและกันไปตามสภาพ เหมือนไม่เคยได้ขึ้งโกรธ ถือโทษ ระหว่างกันและกันเอาเลยก็ยังได้ อันนี้นี่แหละ...ที่อาจถือเป็น ธรรมชาติของสังคมไทย ซึ่งยังไม่ถึงกับเลือนหาย หมดสิ้นสภาพลงไปง่ายๆ แม้การทะเลาะ เบาะแว้ง กันในทางการเมืองระยะหลังๆ มันจะหนักหน่วง ร้อนแรง รุนแรง ไปในระดับไหนก็ตาม...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนจะถือเป็นเรื่องดี-ไม่ดี...อันนั้น คงต้องว่าไปตาม รสนิยม ของใคร-ของมันเอาเองก็แล้วกัน แต่ที่แน่ๆ ก็คือ...มันน่าจะมีส่วนช่วยให้ความขัดแย้ง แตกต่างใดๆ ก็ตาม ไม่ถึงกับก่อให้เกิดความโกรธเกลียด เคียดแค้น อาฆาต พยาบาท จองเวร-จองกรรม ระดับ ผีไม่เผา-เงาไม่เหยียบ หรือไม่ถึงกับเตลิดเปิดเปิงไปไกลถึงขั้นนั้น ไม่ว่าใครเป็น เผด็จการ ใครเป็น ประชาธิปไตย ใครเป็น เหลือง เป็น แดง ก็เถอะ แต่ถ้าลองตายไปแล้ว ลา-ละ-สละจากโลกนี้ไปแล้ว หรือแม้กระทั่ง ล้างมือไปแล้ว ไม่คิดเกี่ยวข้อง เอาความ กับความขัดแย้งใดๆ อีกต่อไป บรรดาผู้ที่ยังอยู่ข้างหลังทั้งหลาย ก็ดูจะพร้อม อโหสิกรรม พร้อมคิดถึงสิ่งดีๆ ที่บุคคลนั้นๆ ได้เคยกระทำเอาไว้ มากกว่าที่จะคิดฟื้นฝอยหาตะเข็บ หาเรื่อง หาราว ให้ต้องเมื่อยเนื้อ เมื่อยตัว โดยใช่เหตุ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ----------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และจะด้วยลักษณะพิเศษทำนองนี้ หรือไม่ อย่างไร ก็มิอาจสรุปได้...ที่ทำให้บรรดาความขัดแย้งในสังคมไทย มันไม่ถึงกับเกิดอาการแตกแยก แตกหัก อย่างชนิดต่อไม่ติด แม้ว่าใครต่อใครพยายามหยิบเอา ความแตกต่าง นานาชนิด ไม่ว่าในเรื่องแนวคิด วิธีคิด อุดมการณ์ อุดมคติ หรือแม้แต่ ความแตกต่างทางชนชั้น เอาเลยถึงขั้นนั้น มาใช้เป็นเงื่อนไขในการสร้างความขัดแย้งเพื่อนำไปสู่ ผลประโยชน์ ใดๆ ก็ตามที แต่สุดท้าย...อะไรต่อมิอะไรกลับหนักไปทาง ตึ๋งหนืดๆ ด้วยความรู้สึกประนีประนอม ยอมความ ที่มันยังแทรกอยู่ในส่วนลึกๆ ของความเป็นไทย หรือความเป็นคนไทย มาโดยตลอด...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -------------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรียกว่า...ระดับที่เคยแค้นแสนแค้น ชนิดแทบอยู่ร่วมแผ่นดินเดียวกันไม่ได้ แต่แวบเดียวเท่านั้น...เมื่อไหร่ที่ผู้ซึ่งตัวเองเคยแค้นต้องตายไป หรือต้องลา-ละ-สละ วางมือจากสิ่งที่ตัวเองเคยกระทำลงไป แบบเบ็ดเสร็จ เด็ดขาด บรรดา ทวยไทย ทั้งหลาย คงไม่คิดจะแบกความแค้นนั้นๆ ให้ต้องหนักอก หนักใจ ตัวเองอีกต่อไป ไม่ต้อง เบิ่งตาจนหางตาฉีกขาด เหมือนหนังจีนกำลังภายในประเภท ลูกผู้ชายอีกสิบปีล้างแค้น...ยังไม่สาย อะไรทำนองนั้น การโค่นล้ม ทำลาย กันในแบบ ถอนราก-ถอนโคน หรือการปฏิวัติ แบบ พลิกฟ้า-คว่ำดิน มันจึงยากซ์ซ์ซ์ที่จะเกิดในสังคมไทยได้ง่ายๆ เหมือนอย่างสังคมอื่นๆ....&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ----------------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขนาด ท่านปรีดี กับ จอมพล ป. ที่ว่ากันว่า...เคยแค้นแสนแค้นกันมาโดยตลอด แต่พอต่างฝ่ายต่างเลิกแล้ว แก่แล้ว กลับกลายเป็น ผู้หลัก-ผู้ใหญ่ ที่ต่างมีมิตรจิต-มิตรใจ ต่อกันและกันไปด้วยกันทั้งคู่ จอมพลถนอม ที่ตัดสินใจลาออก ทั้งๆ ที่จะยื้อ จะสร้างเรื่อง สร้างราว ต่อไปในแบบไหนก็ได้ ก็กลับมาจบชีวิตในแผ่นดินเกิด ได้อย่างสงบ-สว่าง-สะอาด โดยไม่มีใครคิดจะไปถือสา หาความ กันอีก แม้กระทั่ง นายใหญ่ ของเราก็เถอะ ถ้าลองตัดสินใจวางมือ ลาออก ขณะที่ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังใกล้เละเป็นโจ๊กเข้าไปทุกที ป่านนี้...คงไม่ต้องร่อนเร่ พเนจร เป็นสัมภเวสี เผลอๆ...อาจไม่ต้องเจอกับคดีใดๆ เอาเลยก็ไม่แน่ แต่ก็อย่างว่า...ด้วยเหตุเพราะยังไม่ เข้าถึง-เข้าใจ ต่อความเป็นไทย หรือสังคมไทยอย่างแท้จริง เลยหนีไม่พ้นต้องเหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้า ต่อความพยายามปลุกเร้าความแตกต่าง แตกแยก อย่างชนิดต้องสู้ตาย หรือต้องสู้จนตายไปในข้างใด ข้างหนึ่ง นั่นแล...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;----------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Anon... To be angry is to punish myself for another&amp;rsquo;s fault.- ความโกรธแค้น...คือการลงโทษตัวเอง สำหรับความผิดของผู้อื่น...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ---------------------------------------------------------&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17812</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยอนันต์ สมุทวณิช, ท่านขุนน้อย, อโหสิกรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180113/5a59fd579d53a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17657</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สูญเสีย‘ชัยอนันต์-น้าหว่อง’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ประเทศไทยสูญเสีย 2 ผู้ยิ่งใหญ่ &amp;quot;ชัยอนันต์ สมุทวณิช-มงคล อุทก&amp;quot; ในคราเดียวกัน &amp;quot;น้าหงา&amp;quot; เสียใจสุดซึ้งถึงเพื่อนลาจาก คารวาลัย ไปดี ไปดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย โพสต์ภาพพร้อมข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว Kamnoon Sidhisamarn ระบุว่า &amp;ldquo;ตื่นเช้าขึ้นมาพร้อมกับข่าวเศร้า นอกจากการเสียชีวิตกะทันหันของพี่หว่อง คาราวานแล้ว ยังเพิ่งทราบข่าวว่าท่านอาจารย์ &amp;nbsp;&amp;ldquo;ศ.ดร.ชัยอนันต์ สมุทวณิช&amp;rdquo; ได้จากพวกเราไปแล้วอย่างสงบเมื่อกลางดึก ขอแสดงความอาลัยและเสียใจอย่างยิ่งกับครอบครัวท่านด้วยครับ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง ระบุว่า ศ.ดร.ชัยอนันต์เสียชีวิตเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา ที่บ้านพัก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.ดร.ชัยอนันต์ เป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ อดีตผู้บังคับการวชิราวุธวิทยาลัย อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ อดีตประธานกรรมการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชื่อเล่นว่า ปิ๋ง เกิดวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2487เป็นบุตรของ พล.ต.ต.ชนะ สมุทวณิช นามสกุล &amp;quot;สมุทวณิช&amp;quot; เป็นนามสกุลพระราชทาน ในสมัยรัชกาลที่ 6สมรสกับนางสุภาธร สมุทวณิช (สกุลเดิม สาครบุตร) มีบุตร 3 คนคือ นายพชร สมุทวณิช ผู้บริหารหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ, พลอย จริยะเวช นักเขียน นักแปล (สมรสกับ พันโทธีระ จริยะเวช กรมยุทธบริการ กองบัญชาการทหารสูงสุด) และนายพลาย สมุทวณิช
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.ดร.ชัยอนันต์ จบมัธยมศึกษาปีที่ 8 จากวชิราวุธวิทยาลัย ด้วยคะแนนเพียง 57.3% แต่พยายามจนสอบเข้าคณะรัฐศาสตร์ แผนกนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้สำเร็จ เรียนอยู่ 1 ปี สามารถสอบชิงทุนโคลัมโบ ไปเรียนปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยวิกตอเรีย ประเทศนิวซีแลนด์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาสำเร็จปริญญาโทและปริญญาเอกทางรัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน สหรัฐอเมริกา ในปี พ.ศ.2511 กลับมาเมืองไทยเข้าทำงานครั้งแรกที่กรมวิเทศสหการ จากนั้นสมัครเข้าเป็นอาจารย์คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และต่อมาได้โอนย้ายมาสอนที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.ดร.ชัยอนันต์ มีบทบาทเคลื่อนไหวทางการเมืองมาโดยตลอด เป็นหนึ่งในผู้ลงชื่อเรียกร้องรัฐธรรมนูญ 100 คน ในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ.2516 และในปี พ.ศ.2531 ได้ร่วมกับนักวิชาการคนอื่นๆ เช่น ศ.ดร.ปราโมทย์ นาครทรรพ และ รศ.ดร.ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์รวบรวมนักวิชาการ 99 คน ลงชื่อเรียกร้องให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และรณรงค์เรื่องนายกรัฐมนตรี ต้องมาจากการเลือกตั้ง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด ศ.ดร.ชัยอนันต์ เป็นผู้หนึ่งที่มีบทบาทเคลื่อนไหวในการเรียกร้องให้นายทักษิณ ชินวัตร ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก่อนจะเกิดเหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยายน พ.ศ.2549
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.ดร.ชัยอนันต์ยังเป็นนักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ ที่มีบทความลงตีพิมพ์และเผยแพร่ในอินเทอร์เน็ตอย่างสม่ำเสมอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี วันเดียวกันนี้ นางลาวัลย์ อุทก อายุ 55 ปี พร้อมด้วยบุตรสาวและเพื่อนๆ นักดนตรี ได้เดินทางมารับศพ นายมงคล อุทก หรือหว่อง คาราวาน นักดนตรีเพื่อชีวิต และจิตรกรชาวไทย อายุ 67 ปี อยู่บ้านเลขที่ 114/46 หมู่ 10 ต.วัดชลอ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี เป็นนักร้องเพลงเพื่อชีวิตชื่อดัง เสียชีวิตกลางดึก ที่ร้านอาหารครัวสมเกียรติอาหารป่า ย่านซอยบุญประเสริฐ ต.บางศรีเมือง อ.เมือง จ.นนทบุรี เมื่อคืนวันศุกร์เช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางลาวัลย์เผยว่า เดินทางมายื่นเอกสารเพื่อขอรับซึ่งศพของน้าหว่อง หลังจากได้ศพแล้วจะนำไปตั้งบำเพ็ญกุศล ณ วัดปากน้ำพิบูลสงคราม นนทบุรี ศาลา 1 ถนนพิบูลสงคราม ตำบลสวนใหญ่ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี เป็นเวลาทั้งหมด 7 วัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอเล่าว่า โดยปกติน้าหว่องจะมีโรคประจำตัวคือ ความดันและหอบหืด แต่ช่วงหลังที่น้าหว่องเริ่มออกกำลังกาย ร่างกายก็เริ่มดีขึ้น แต่เมื่อคืนทราบเพียงว่าน้าหว่องเป็นลม ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติ แต่ไม่คิดเลยว่าจะมาเสียชีวิต ก่อนที่รถโรงพยาบาลจะเดินทางไปถึง ซึ่งในเบื้องต้นแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ระบุสาเหตุการตายเบื้องต้นว่า ระบบหายใจและไหลเวียนโลหิตล้มเหลวจากภาวะหัวใจโต
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับนายมงคล อุทก หรือหว่อง คาราวาน เป็นนักดนตรีเพื่อชีวิตและจิตรกรชาวไทย หนึ่งในสมาชิกวงคาราวาน ร่วมกับวงดนตรีของนายสุรชัย จันทิมาธร และเป็นอดีตสมาชิกวงบังคลาเทศแบนด์ เกิดเมื่อวันที่ 10 พ.ค.2494 เป็นคนจังหวัดร้อยเอ็ด มีผลงานแต่งเพลงให้กับวงคาราวาน คือ เพลงลุกขึ้นสู้ และกุหลาบแดง มีผลงานแต่งหนังสือเล่าเรื่องราวประสบการณ์ในแวดวงเพลงเพื่อชีวิต ชื่อ เพลงพิณพนมไพร ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2544
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.วัลย์รวี อุทก บุตรสาวของน้าหว่อง ได้โพสต์ข้อความไว้อาลัยจากการจากไปของบิดาผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า &amp;quot;วันใจสลาย ครั้งสุดท้ายที่คุยกัน 2 วันที่แล้ว พ่อบอกว่า พิณเกิดมาเหมือนพ่อ มีความคิดเหมือนพ่อ พ่อเป็นพ่อที่ดีที่สุดหรือยัง เราตอบว่า พ่อดีที่สุดในโลกแล้ว พ่อบอกว่า &amp;#39;พ่อรักลูกนะ&amp;#39;&amp;rdquo; กำลังรวบรวมสติและจะแข็งแรง พิณรักพ่อมากตลอดกาล อาจจะยังทำอะไรที่พ่อขอไว้ยังไม่หมด แต่จะทำให้เห็นนะ จะชาติไหนก็ขอเป็นลูกพ่อคนนี้ทุกชาติไป&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อนสนิทอย่าง สุรชัย จันทิมาธร หรือหงา คาราวาน นักร้อง แต่งเพลง นักเขียน กวี ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวไว้อาลัยต่อการจากไปของเพื่อนรักว่า &amp;nbsp;&amp;ldquo;เสียใจสุดซึ้ง-ถึงเพื่อนลาจาก เพลงพิณวิบาก-เมืองพนมไพร คาราวานหว่องสิ้น-ราวแผ่นดินไหว-คารวาลัย-ไปดี ไปดี&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น้าหมู-พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ นักร้องนักดนตรีแนวเพื่อชีวิต เจ้าของฉายากวีศรีชาวไร่ ซึ่งเป็นสมาชิกคนหนึ่งของวงดนตรีเพื่อชีวิตคาราวานยุคเริ่มต้น ได้โพสต์รูปภาพครั้งถ่ายร่วมกับน้าหว่อง คาราวาน พร้อมข้อความอาลัยต่อการจากไปของน้าหว่อง คาราวาน ว่า &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้เพื่อนเดินทางไปสู่เส้นทางสวรรค์แล้ว เราเดินทางร่วมกันบนโลกนี้ในเส้นทางวิบากมานานแสนนาน วันนี้เพื่อนเดินก้าวไปอีกโลกหนึ่งแล้ว ไปดีนะ จะกี่ภพกี่ชาติ เราจะเดินร่วมทางกับหว่องทุกเส้นทาง &amp;quot;รักเพื่อนมาก&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านศิลปินเพื่อชีวิต นายระพิน พุทธชาติ &amp;ldquo;น้าซู&amp;rdquo; หรือวงซูซู &amp;nbsp;โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเพื่อไว้อาลัยต่อการจากไปของครูเพลงเพื่อชีวิตรุ่นใหญ่ในวงการว่า &amp;ldquo;ครู คาราวาน พิณพนมไพร กล้าหาญ แรงบันดาลใจ ลูกหลาน สู่สวรรค์ สุคติ ครับครูหว่อง&amp;rdquo;.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17657</URL_LINK>
                <HASHTAG>2 ผู้ยิ่งใหญ่, ชัยอนันต์ สมุทวณิช, มงคล อุทก, สูญเสีย, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180915/image_big_5b9cf844210bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
