<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113336</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2021 12:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2021 12:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชัยเกษม&#039; เตือนสติ&#039;ประยุทธ์&#039;ฟังเสียงประชาชนก่อนประเทศถึงกลียุค </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ส.ค. 2564 นายชัยเกษม นิติสิริ อดีตรมว.ยุติธรรมและอดีตอัยการสูงสุด ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงพลเอกประยุทธ์ ระบุถึงสถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบันที่รัฐบาลล้มเหลวในการจัดการกับวิกฤตโรคระบาด ส่งผลให้ประชาชนออกมาชุมนุมเรียกร้องแสดงความไม่พอใจเป็นจำนวนมาก ถึงอย่างนั้น รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ กลับไม่รับฟังเสียงประชาชน ไม่คิดจะแก้ไขปรับปรุงการทำงานของตนเอง โดยอาศัยอำนาจตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ออกข้อกำหนดเกินกว่าอำนาจที่กฎหมายได้ให้ไว้ อีกทั้งยังมีความพยายามที่จะออกพระราชกำหนดเพื่อยกเว้นความผิดของตัวเองและพรรคพวกที่บริหารจัดการโรคระบาดผิดพลาด รวมถึงการสั่งการให้เจ้าหน้าที่จัดการกับผู้ชุมนุมจนเกิดเป็นภาพความรุนแรงต่อประชาชนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเห็นได้ทั่วไปทั้งในสื่อสารมวลชน การกระทำเกินกว่าเหตุของเจ้าหน้าที่รัฐนั้นอาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และ มาตรา 200&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ในเนื้อหาจดหมายเปิดผนึก นายชัยเกษม ยังเสนอให้รัฐบาลและหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม กล่าวคือให้ยึดมั่นในหลักนิติธรรมและเมตตาธรรมต่อพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ โดยจะต้องเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาได้รับสิทธิทางกฎหมายเพื่อสู้คดีอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นสิทธิการมีทนายความที่ปรึกษา สิทธิการปฏิเสธข้อกล่าวหา หรือสิทธิได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
หากรัฐบาลดำเนินการอย่างอุกอาจเหิมเกริม เห็นกฎหมายบ้านเมืองเป็นเพียงเครื่องมือทำลายล้าง เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารเป็นเพียงเบี้ยหมากใช้ เพื่อทำลายล้างประชาชนเช่นนี้ต่อไป ประชาชนที่จะเป็นกำลังสำคัญของชาติในภายภาคหน้าย่อมได้รับความเสียหาย ความน่าเชื่อถือของกฎหมายแผ่นดินหมดสิ้นไป ประเทศชาติย่อมจะตกอยู่กลียุค เหลือเพียงซากปรักหักพัง รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็จะได้ชื่อจารึกว่าเป็นรัฐบาลทรราชที่ทำให้ประเทศตกต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113336</URL_LINK>
                <HASHTAG>จดหมายเปิดผนึก, ชัยเกษม นิติสิริ, แคนดิเดต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210815/image_big_6118a16aeb7be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111664</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2021 17:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2021 17:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แคนดิเดตนายกฯเพื่อไทย โวยคุมสื่อ กระทบสิทธิเสรีภาพประชาชน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ค. 64 - นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมกล่าวถึงกรณีที่พลเอกประยุทธ์ ใช้อำนาจตาม มาตรา 9 พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ออกข้อกำหนดห้ามเสนอข่าวและข้อมูลทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัวและกระทบต่อความมั่นคงรัฐ พร้อมให้อำนาจ กสทช.ตรวจสอบและระงับการให้บริการอินเตอร์เน็ตว่า แม้การออกข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน สามารถทำได้ เนื่องจากกฎหมายให้อำนาจไว้แต่การที่จะใช้อำนาจได้มากแค่ไหนต้องพิจารณาตามสถานการณ์ไป เพราะการออกข้อกำหนดต่างๆ สามารถทำได้ 2 ลักษณะ คือในกรณีสถานการณ์ฉุกเฉินธรรมดาและสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง ซึ่งการใช้อำนาจออกข้อกำหนดก็จะทำได้คนละระดับกันด้วย ที่ผ่านมารัฐบาลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินธรรมดา ไม่ได้ประกาศเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง ดังนั้นการใช้อำนาจจึงใช้ได้เฉพาะตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งการสั่งให้ กสทช. สั่งปิดกั้นสื่อหรือระงับการให้บริการอินเตอร์เน็ต ถือเป็นเรื่องใหญ่ กระทบกับสิทธิประชาชนและสื่อมวลชนมากเกินกว่าปกติ ดังนั้น กฎหมายจึงกำหนดให้จะต้องมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่ร้ายแรงก่อนถึงจะดำเนินการในส่วนนี้ได้ ซึ่งขณะนี้รัฐบาลยังไม่ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง แต่กลับออกประกาศใช้ข้อกำหนดดังกล่าวที่อาจไม่เป็นไปตามกฎหมายและรัฐบาลอาจมีความผิด &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;รัฐบาลอาจรู้สึกว่าการพูดความจริงของประชาชนและสื่อสร้างผลกระทบกับรัฐบาล จึงพยายามทำทุกอย่างเพื่อที่จะปิดกั้น แต่การทำเช่นนี้หากไม่ถูกต้องตามกฎหมายรัฐบาลก็ต้องรับผลที่ตามมาด้วย การพยายามปิดปากสื่อปิดปากประชาชนเช่นนี้เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องอยู่แล้วในสถานการณ์ปกติ หากทำไปโดยไม่มีกฎหมายรองรับก็จะยิ่งเป็นปัญหา ซึ่งการกระทำลักษณะนี้จะไม่เกิดขึ้นในรัฐบาลที่มาจากประชาชนและมาตามกติกาประชาธิปไตย&amp;quot;นายชัยเกษมกล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยเกษม กล่าวว่า หากข้อกำหนดต่างๆ ที่รัฐบาลประกาศบังคับใช้กับประชาชน ไม่ชอบด้วยกฎหมาย กล่าวคือเป็นการขัดกันระหว่างกฎหมายต่อกฎหมาย ประชาชนและสื่อก็มีสิทธิจะไม่ปฏิบัติตาม นอกจากนั้นแล้วรัฐบาลจำเป็นต้องดำเนินการอย่างมีความรับผิดชอบและรอบคอบต่อหน้าที่และส่วนรวม ส่วนเจ้าหน้าที่รัฐที่ถูกสั่งให้ดำเนินการตามคำสั่งที่ไม่ชอบ ก็ต้องพิจารณาด้วยว่าจะดำเนินการหรือไม่และอย่างไร เพราะหากเกิดกรณีใช้อำนาจไม่ถูกต้อง เจ้าหน้าที่ก็จะต้องรับผิดชอบด้วยเช่นกัน ที่ผ่านมารัฐบาลนี้บริหารจัดการหลายเรื่องผิดพลาดมากมาย จนประชาชนรู้สึกว่าไม่สมควรที่จะบริหารประเทศได้อีกแล้ว ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะมาถึงนี้ พรรคเพื่อไทยจะพิจารณาประเด็นการใช้อำนาจของรัฐบาลที่เป็นปัญหาอยู่ขณะนี้เสริมประเด็นความผิดพลาดในการบริหารประเทศต่างๆ ของรัฐบาลด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111664</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยเกษม นิติสิริ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201215/image_big_5fd8c49458430.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86926</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/12/2020 14:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/12/2020 14:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เพื่อไทย&#039; ปัดพัลวัน &#039;ทักษิณ&#039; ครอบงำพรรค แค่ช่วยหาเสียงมุ่งตัวบุคคล ชี้กฎหมายไม่ห้าม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ธ.ค.63 -&amp;nbsp;นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เตรียมยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อไต่สวนสอบสวนกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เขียนจดหมายถึงคนเชียงใหม่ให้สนับสนุนผู้สมัครนายก อบจ.เชียงใหม่ ซึ่งสังกัดพรรคเพื่อไทย เป็นการควบคุม ครอบงํา หรือชี้นํา กิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทําให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระนั้น ว่า&amp;nbsp;การเลือกตั้งระดับท้องถิ่นหรือระดับชาติ ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีสิทธิหาเสียง หรือแสดงเจตจำนงช่วยเหลือผู้สมัครได้ เป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ อีกทั้งระเบียนว่าด้วยการเลือกตั้ง อบจ. ก็เปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกช่วยผู้สมัครได้ เพียงแต่กำหนดว่าหากช่วยแล้วต้องใช้จ่ายเงินเกิน 5,000 บาท ก็ต้องแจ้ง กกต.จังหวัด ดังนั้นตนคิดว่าการช่วบเหลือผู้สมัคร การแสดงความเห็นสนับสนุนใครเป็นเสรีภาพที่ทำได้ ส่วนการที่จะบอกว่าเกี่ยวข้องกับกฎหมายพรรคการเมืองหรือไม่ว่ามีบุคคลภายนอกครอบงำพรรคเพื่อไทย ซึ่งบุคคลนั้นไม่เคยได้พูดถึงพรรคเพื่อไทยเลย และมีการแสดงเจตนาว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ได้บอกว่าให้พรรคเพื่อไทยไปช่วยสนับสนุนอะไร ดังนั้นโดยรวมตนยังสบายใจอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า โดยข้อกฎหมาย การครอบงำ ชี้นำพรรคการเมืองนั้น จะต้องครอบงำกรรมการบริหารพรรคด้วย กรรมการบริหารพรรคต้องรู้เห็นเป็นใจด้วย ส่วนการช่วยหาเสียงเป็นการมุ่งไปที่ตัวบุคคล ไม่ได้มาบังคับว่าพรรคเพื่อไทยต้องทำอย่างนั้น หรือให้กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยทำอย่างนั้น ดังนั้นประเด็นข้อกฎหมายอย่างนี้ชัดอยู่แล้ว หากจะไปร้องตีความเอาผิดก็คิดว่ามีเป้าหมายพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยเกษม นิติสิริ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เรื่องการเชียร์ใครในฐานะประชาชนคนไทย ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็ย่อมเชียร์ได้ อาจจะไม่ได้เชียร์คนที่อยู่ในพรรคเพื่อไทยไปเชียร์พรรคอื่นก็สามารถทำได้ ไม่มีอะไรห้ามเลย และในแต่ละถ้อยคำก็ไม่มีการเชียร์ในลักษณะของการครอบงำพรรคเพื่อไทย ดังนั้นจึงไม่มีอะไรน่าติดใจ&lt;/p&gt;


	&amp;#39;วิษณุ&amp;#39; ชี้ปมลงโทษผู้จัด &amp;#39;บิ๊กเมาท์เทน&amp;#39;
	&amp;#39;เด็จพี่&amp;#39; โผล่แจง &amp;#39;ทักษิณ&amp;#39; ห่วงคนเชียงใหม่
	&amp;#39;ประเดิมชัย&amp;#39; จวกรัฐบาลปล่อยสร้างรถไฟฟ้าพร้อมกันทั่ว กทม. ทำฝุ่นพิษพุ่ง
	&amp;#39;อดีตรองโฆษก ปชป.&amp;#39; หอบหลักฐานร้องกกต.
	อ่วม!&amp;#39;หัวหน้าการ์ดเสื้อแดง&amp;#39;โดน ม.112
	3นิ้วฟังไว้!พปชร.วอนอย่าโยง&amp;#39;โควิด&amp;#39;เข้าการเมือง
	&amp;#39;สุทิน&amp;#39;มึนตึ้บ!แล้วแต่คนจะคิดว่า&amp;#39;ทักษิณ&amp;#39;เป็นเจ้าของเพื่อไทยหรือเปล่า



	&amp;#39;เด็จพี่&amp;#39; โผล่แจง &amp;#39;ทักษิณ&amp;#39; ห่วงคนเชียงใหม่
	&amp;#39;ประเดิมชัย&amp;#39; จวกรัฐบาลปล่อยสร้างรถไฟฟ้าพร้อมกันทั่ว กทม. ทำฝุ่นพิษพุ่ง
	&amp;#39;อดีตรองโฆษก ปชป.&amp;#39; หอบหลักฐานร้องกกต.
	อ่วม!&amp;#39;หัวหน้าการ์ดเสื้อแดง&amp;#39;โดน ม.112
	3นิ้วฟังไว้!พปชร.วอนอย่าโยง&amp;#39;โควิด&amp;#39;เข้าการเมือง
	&amp;#39;สุทิน&amp;#39;มึนตึ้บ!แล้วแต่คนจะคิดว่า&amp;#39;ทักษิณ&amp;#39;เป็นเจ้าของเพื่อไทยหรือเปล่า

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86926</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชลน่าน ศรีแก้ว, ชัยเกษม นิติสิริ, ชูศักดิ์ ศิรินิล, พรรคเพื่อไทย, ศรีสุวรรณ จรรยา, เลือกตั้งท้องถิ่น, เลือกตั้งนายกอบจ.เชียงใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201215/image_big_5fd865324a36e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47306</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2019 13:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2019 13:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อแม้วขาสั่น!เชื่ออัยการจะไม่สั่งฟ้อง หาเอาวิธีการในสมัยปฏิวัติรัฐประหารมาเล่นงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ต.ค 62 - นายชัยเกษม นิติสิริ แกนนำพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า ฟ้องเอาผิดแกนนำ 7 พรรคฝ่ายค้านและนักวิชาการ 12 คน จากการขึ้นเวทีปลุกแก้รัฐธรรมนูญที่ปัตตานี ตามกฎหมายอาญามาตรา 116 ว่า การที่ พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้ชำนาญการสำนักงาน กอ.รมน.ภาค 4 แจ้งความตามมาตรา 116 ที่บัญญัติว่า &amp;quot;ผู้ใดกระทำให้ปรากฎแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันไม่ใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือไม่ใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต&amp;quot; ตาม (2) เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือ (3) เพื่อให้ประชาชน ล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดินนั้น แต่จากรายงานประจำวันที่บันทึกการแจ้งความข่าวพบว่า ไม่มีการแจ้งว่าใคร พูดอะไร ตอนไหน อย่างไร ที่จะเข้าข่ายความผิดมาตรานี้ เป็นเพียงการแจ้งความหว่านแห แสดงให้เห็นว่าคนแจ้งยังไม่เข้าใจชัดเจนด้วยซ้ำว่าข้อเท็จจริงจะเข้าความผิดมาตรานี้ และปล่อยให้เป็นดุลยพินิจเจ้าพนักงาน เหมือนกับการแจ้งความที่เกิดขึ้นในช่วงที่ประเทศอยู่ในระบอบการปกครองของ คสช. และสุดท้ายนำไปสู่การไม่ฟ้องของอัยการ และการยกฟ้องของศาล เนื่องจากไม่มีน้ำหนักเพียงพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยเกษม กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นฝ่ายกฎหมายของทหาร ควรกลั่นกรองให้ดีก่อนที่จะฟ้องใคร ไม่ใช่ให้เจ้าพนักงานเขาไปดูเอง ไม่ใช่สิ่งที่ควรกระทำสำหรับนักกฎหมายที่จะกล่าวหาคนอื่นในลักษณะนี้ ตนอ่านเนื้อหาที่แจ้งความแล้วยังไม่รู้ว่าตรงไหนที่จะเข้า ปั่นป่วน กระด้างกระเดื่อง ก่อความไม่สงบ หรือล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ดังนั้นผู้แจ้งความควรตัดตอนออกมาให้ชัดเจนว่าคำกล่าวท่อนไหนที่ผิด ไม่ใช่กล่าวหาลอยๆ กว้างๆ แล้วให้เจ้าพนักงานไปทำเอาเอง รู้แต่ข้อหา แต่ไม่รู้ว่าตรงไหนอย่างไร เหมือนโยนเข็มในมหาสมุทร ให้พนักงานไปทำงานเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หมดยุคคสช. หมดยุคที่หน่วยงานทั้งหลายที่จะทำตามความเห็นคสช. และหมดยุคการใช้อำนาจตามมาตรา 44 แล้ว การกระทำเช่นนี้อาจไม่ใช่การหวังผลทางกฎหมาย แต่อาจจะทำเพื่อให้ส่งผลต่อประชาชนให้ไม่กล้าแสดงความคิดเห็นเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญมากกว่า ทั้งที่การแสดงความคิดเห็นของประชาชนเป็นสิทธิที่ได้รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ถ้าใครวิจารณ์แล้วผิดกฎหมายก็ต้องรับผิดชอบตามนั้น อีกทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญยังสามารถทำได้ตามหมวด 15 เว้นแต่สิ่งที่พูดแล้วน่าจะทำไม่ได้คือมาตรา 255 ในรัฐธรรมนูญคือเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐจะกระทำไม่ได้ แต่การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครอง เช่น การปกครองท้องถิ่นที่มีเอกภาพของตัวเองมากขึ้นอย่าง กรุงเทพมหานคร หรือเมืองพัทยา เป็นสิ่งที่สามารถทำได้และหยิบยกขึ้นมาพูดได้&amp;rdquo;นายชัยเกษมกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยเกษมกล่าวว่า การแจ้งความไว้ก่อนเป็นสิ่งไม่ควรกระทำในยุคที่ประเทศเริ่มเป็นประชาธิปไตย การกระทำลักษณะนี้อาจเป็นการเตือนว่าอย่ามาพูด อย่ามาแสดงความคิดเห็น แม้จะมีสิทธิตามรัฐธรรมนูญ การเอาคนไปอยู่คดีไว้ก่อน ไม่ใช่วิธีการตามหลักประชาธิปไตย เพราะถ้าคนๆ นั้นมีโอกาสหาทนายเองหรือช่วยเหลือตัวเองได้ก็ไม่เป็นอะไร แต่ถ้าคนที่ไม่มีเงินหรือโอกาสมากพอที่จะเข้าถึงทนายและกระบวนการยุติธรรม ก็จะกระเทือนถึงสิทธิเสรีภาพของบุคคลนั้นด้วย จึงขอร้องว่าประเทศกำลังเดินทางไปในเส้นทางประชาธิปไตยที่ดี อย่าเอาวิธีการในสมัยปฏิวัติรัฐประหารมาใช้.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47306</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชลิตา บัณฑุวงศ์, ชัยเกษม นิติสิริ, พรรคเพื่อไทย, พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191004/image_big_5d96e02a796dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46672</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2019 12:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2019 12:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลืมความรับผิดชอบทางการเมือง!แกนนำเพื่อไทยอ้าง&#039;ไม่เป็นธรรม&#039;หากตีความให้&#039;นวัธ&#039;พ้นส.ส.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ย.62 -&amp;nbsp;นายชัยเกษม นิติสิริ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีมีการให้ความเห็นว่า นายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่นพรรคเพื่อไทย ขาดความเป็นสมาชิกภาพ ส.ส.หลักถูกคำพิพากษาประหารชีวิตว่า ส่วนตัวมองว่านายนวัธ ยังไม่ขาดสมาชิกภาพความเป็นส.ส. เพราะมองว่าคดียังไม่ถึงที่สุด และคำสั่งให้คุมขังของศาลนั้นยังสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ในอีกไม่กี่วัน ขอยกตัวอย่างว่าหากมีการพิพากษาแล้วจำเลยไม่ได้เตรียมหลักทรัพย์มายื่นประกันตัวในวันพิพากษาแล้วปรากฏว่าศาลออกหมายขัง แต่วันรุ่งขึ้นเมื่อจำเลยนำหลักทรัพย์มายื่นประกันแล้วศาลให้ประกัน ถามว่ากรณีเช่นนี้จะตีความให้เขาขาดสมาชิกภาพความเป็นส.ส.หรือ ถ้าตีความเช่นนั้นจะกลายเป็นบรรทัดฐานในอนาคต และจะมีคนเสียสิทธิลักษณะนี้อีกหลายคน ส่วนตัวจึงมองว่าการตีความเช่นนี้ไม่น่าจะถูกต้องเพราะไม่เป็นธรรม เมื่อมีการให้ความเห็นที่หลากหลาย ผู้ให้ความชัดเจนเรื่องนี้ได้คือศาลรัฐธรรมนูญ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46672</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยเกษม นิติสิริ, นวัธ เตาะเจริญสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190705/image_big_5d1f1b58a62cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42953</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2019 18:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2019 18:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยหวังดี!แนะ&#039;บิ๊กตู่&#039;เร่งขอพระราชทานอภัยโทษ ปล่อยไว้อาจเจออาญาร้ายแรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ส.ค.62 - นายชัยเกษม นิติสิริ อดีตรมว.ยุติธรรม และแกนนำพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีพล.อ.ประยุทธ์ ระบุ กำลังหาทางแก้ไขกรณีการถวายสัตย์ปฏิญาณว่า เคยพูดไว้แล้วว่าทางแก้ไขเรื่องนี้คือต้องยอมรับว่าเกิดความผิดพลาดในการถวายสัตย์ปฏิญาณ และขอพระราชทานอภัยโทษ ขอนำครม.เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณใหม่ให้ถูกต้อง ส่วนตัวมองว่าไม่มีทางอื่นเพราะหากจะหาวิธีแก้ไขทางอื่นจะมีปัญหาอื่นตามมาอีกอยู่ดี ในที่สุดก็ต้องนำครม.เข้าไปสู่การถวายสัตย์ให้ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ และถึงอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ ก็ยังมีเสียงส.ว.ในสภา และส.ส. คอยสนับสนุนให้กลับมาเป็นนายกฯได้อยู่ดี ดังนั้นวิธีที่ตนเสนอถือเป็นทางออกที่ดีที่สุดในขณะนี้ แต่ถ้ายังไม่รีบแก้ไขอาจมีคนไปร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจดำเนินคดีว่าพล.อ.ประยุทธ์ และครม.บริหารราชการแผ่นดินไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญและอาจต้องรับผิดชอบทางอาญาซึ่งจะร้ายแรงกว่าที่เป็นอยู่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42953</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยเกษม นิติสิริ, ถวายสัตย์ปฏิญาณ, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190705/image_big_5d1f1b45cb445.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42814</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2019 13:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2019 08:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชัยเกษม&#039;จิก&#039;บิ๊กตู่&#039;ให้รอดูจะจบเรื่องถวายสัตย์หรือจบเห่กันทั้งครม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ส.ค.62 - นายชัยเกษม นิติสิริ แกนนำพรรคเพื่อไทย อดีตอัยการสูงสุด &amp;nbsp;โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่าผมได้เคยแสดงความเห็นผ่านสื่อเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ไม่ครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญไว้แล้วว่าการกล่าวคำปฏิญาณที่ขาดสาระสำคัญไปนั้น ถือว่าขัดรัฐธรรมนูญซึ่งถือเป็นกฎหมายที่สูงสุดของประเทศ และอาจส่งผลให้รัฐบาลของพลเอกประยุทธ์เป็นโมฆะ เพราะการกล่าวคำปฏิญาณที่ขาดสาระสำคัญตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้นั้น เท่ากับว่าไม่มีคำปฏิญาณ นายกฯและคณะรัฐมนตรีจึงไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ ครม. ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเรื่องดังกล่าวนี้ ผมไม่ทราบว่าเป็นความจงใจหรือเป็นความบกพร่องของพลเอกประยุทธ์ ซึ่งหากเป็นความจงใจจากตัวพลเอกประยุทธ์ ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรี ก็ว่าถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะนอกจากไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแล้ว ยังจะต้องพิจารณาว่าเข้าข่ายไปถึงการดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ด้วยหรือไม่ แต่ส่วนตัวผมเชื่อว่าอาจเป็นความบกพร่องของตัวนายกรัฐมนตรีเอง ซึ่งผมเองก็แปลกใจที่คณะรัฐมนตรีไม่ได้ทักท้วงในประเด็นที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมได้เคยแนะนำว่าเรื่องนี้ควรต้องไปแก้ไขให้ถูกต้องโดยขอพระราชทานอภัยโทษและขอเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณใหม่ และได้เตือนพลเอกประยุทธ์ว่าอย่าทำเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นและนั่งบริหารประเทศต่อ เพราะการกระทำดังกล่าวยิ่งทำก็จะยิ่งผิดไปเรื่อยๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และหากจะว่ากันตามกฎหมายแล้ว ฝ่ายการเมืองสามารถไปร้องป.ป.ช.เพื่อเอาผิดในประเด็นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ขณะนี้เวลาได้ล่วงเลยมานานพอควรแล้ว แต่ไม่ปรากฎคำชี้แจงหรือการดำเนินการใดของพลเอกประยุทธ์ จะมีก็เพียงการคำชี้แจงจากอาจารย์วิษณุ ซึ่งแจ้งต่อสื่อว่าอย่าไปอยากรู้ในสิ่งที่ไม่ควรรู้ วันหนึ่งจะรู้เองว่าทำไมไม่ควรพูด และให้ความเชื่อมั่นว่าจะไม่กระทบการทำงานของรัฐบาล เพราะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ได้เข้าสู่กระบวนการในการถวายสัตย์แล้ว
2. ได้พระราชทานพรแล้ว
3. ได้ตกลงนโยบายแล้ว และ
4. ลงมือทำงานกันไปแล้ว ก็น่าจะจบแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งผมเห็นว่าไม่ได้ตอบโจทย์ที่ประชาชนข้องใจ และไม่ได้แก้ปัญหาทางกฎหมายที่เกิดขึ้นแต่ประการใด จึงขอให้ประชาชนที่ติดตามเรื่องนี้คอยดูตอนจบที่อาจารย์วิษณุว่าจบแล้วนั้น จะจบเรื่องหรือจบเห่กันทั้ง ครม.ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42814</URL_LINK>
                <HASHTAG>การถวายสัตย์ปฏิญาณ, ชัยเกษม นิติสิริ, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พรรคเพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190705/image_big_5d1f1b58a62cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
