<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>91587</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โจ้&#039;ปูดโจทย์ศึกซักฟอก รอถล่มนิคมอุตฯ&#039;จะนะ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทะแม่ง! ฝ่ายค้านชิงบอกข้อสอบซักฟอกล่วงหน้า จ้องถลกปมกว้านซื้อที่ดินดักทำโครงการนิคมอุตสาหกรรม อ.จะนะ อ้างมีเอื้อเจ้าสัวโรงปูน &amp;quot;สิระ&amp;quot; ห้าวไล่อัด &amp;quot;สมพงษ์&amp;quot; เสียคนตอนแก่ จวกตระบัดสัตย์ไม่ยอมแก้ถ้อยคำในญัตติอิงสถาบันพระมหากษัตริย์ โหร คมช.ชี้ไม่เกิน เม.ย.ปรับ ครม.เอาแบบกึ่งๆ ตั้ง รบ.แห่งชาติ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 31 ม.ค. ที่พรรคเพื่อไทย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย แถลงข่าวถึงเรื่องการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า หลายคนอาจสงสัย ทำไมฝ่ายค้านยื่นอภิปรายรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 25 ม.ค.มากถึง 10 คน ขอบอกว่ารอบนี้รัฐบาลหนักแน่ เพราะนับแต่ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาลก็ออกอาการ โดยในการประชุมวันที่ 26 ม.ค. นายกฯ สั่งถอนวาระเรื่องนิคมอุตสาหกรรมจะนะ จ.สงขลา เพราะเป็นผลจากที่พรรคฝ่ายค้านไปยื่นตรวจสอบ รัฐบาลตั้ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ไปตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องนี้ทราบมาว่ามีเจ้าสัวโรงปูนให้นักการเมืองไปกว้านซื้อพื้นที่สีเขียว ซึ่งเป็นพื้นที่ชนบทสำหรับเกษตรกรรม ต่อมาใช้อิทธิฤทธิ์ของนักการเมืองมาเปลี่ยนเป็นสีม่วง เพื่อให้ทำเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมได้ โดยอ้างว่าเป็นพื้นที่ ศอ.บต. กรณีนี้ยังโยงไปหา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เนื่องจากควบคุม ศอ.บต. กรณีนี้อาจเป็นเหตุให้นายกฯ เต้นสั่งถอนเรื่องจาก ครม. แล้วสั่งให้ ร.อ.ธรรมนัสไปตรวจสอบสอบสวน เรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องเดียว แต่ยังมีอีกหลายเรื่องที่จะอภิปราย แต่จะยังไม่บอกเพื่อป้องกันข้อสอบรั่ว&amp;quot; นายยุทธพงศ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า รัฐบาลล้มเหลวในการแก้ไขปัญหา ทั้งการแก้ไขปัญหาโควิดและทางเศรษฐกิจ มีคนตกงาน เงินจับจ่ายใช้สอยไม่มี และยังเจอกับปัญหาของแพง โดยเฉพาะพริกที่มีข่าวออกมาว่าเม็ดละ 1 บาท เมื่อไปสำรวจพริกจินดาเมื่อเดือน ม.ค.63 ราคาเฉลี่ยขีดละ 4.50 บาท &amp;nbsp;แต่ในเดือน ม.ค.64 ราคาเฉลี่ย 17 บาท แพงขึ้นกว่าเดิมถึง &amp;nbsp;4 เท่า ขอถามว่า พล.อ.ประยุทธ์, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.พาณิชย์ บริหารอย่างไร รัฐบาลไม่มีการมาดูแลสินค้าแพงให้ประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายยุทธพงศ์กล่าวว่า รัฐบาลเคยประกาศห้ามขายหวยเกินราคา แต่วันนี้ยังพบปัญหาลอตเตอรี่แพง ราคาต่อใบระบุต้องขาย 80 บาท ขณะที่ต้นทุนเพียง 70.40 บาทต่อใบ ทำให้ประชาชนซื้อหวย 100 บาทต่อใบ หวยงวดปัจจุบันทราบมาว่าเลข 36, 63 เป็นเลขดัง เป็นเลขสำคัญ &amp;nbsp;พบว่าเลข 36 ชุด 5 ใบ ราคาสูงถึง 750 บาท เฉลี่ยใบละ &amp;nbsp;140 บาท ส่วนเลข 63 ชุด 3 ใบ ขาย 360 บาท เฉลี่ยใบละ &amp;nbsp;120 บาท ตอนนี้ยังพบว่าตำรวจมาล่อซื้อคนขายลอตเตอรี่ &amp;nbsp;หากขายเกินราคาจะถูกจับปรับ 2,000 บาท แต่ถ้าไม่อยากถูกจับต้องจ่ายส่วย 300 บาทต่องวด เดือนหนึ่งมีหวย 2 งวด เท่ากับต้องเสีย 600 บาท คนขายลอตเตอรี่หากไปขายข้ามเขตก็ต้องเสียอีก เพราะเป็นพื้นที่ใครพื้นที่มัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายยุทธพงศ์กล่าวว่า หวยแต่ละงวดกองสลากพิมพ์ออกมา 1 ล้านเล่ม ใน 1 เล่มมี 100 ใบ เท่ากับ 100 ล้านใบ จากต้นทุนแค่ 70.40 บาท แต่ยี่ปั๊วะขายโดยเฉลี่ยใบละ &amp;nbsp;90 บาท มีผลประโยชน์ต่องวดประมาณ 2 พันล้านบาท ที่บอกว่ามีการกระจายลอตเตอรี่ให้ผู้ค้ารายย่อย ให้ไปกดซื้อได้ที่เอทีเอ็มธนาคารกรุงไทย กลับไม่มีใครกดซื้อได้ ต้องมาซื้อที่หน้ากองสลากแล้วมาขายต่อ พล.อ.ประยุทธ์ตั้งแต่ปฏิวัติมายังแก้ปัญหาไม่ได้ คนขายลอตเตอรี่ไม่มีใครอยากถูกจับหรือเสียเงินให้ตำรวจ แต่จำเป็นต้องเสียเพราะไม่อยากถูกจับ ยุคโควิดขายหวยยาก คนไม่มีเงินซื้อ นายกฯ ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ เรื่องหวยแพงยังแก้ไม่ได้จะไปแก้เรื่องอะไรได้ ชาวบ้านทำไมวันนี้ซื้อหวยไม่ได้ แต่ไปซื้อกับยี่ปั๊วะได้ ทำไมยี่ปั๊วะถึงมีลอตเตอรี่ขาย อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์แก้ปัญหา ไม่ต้องถามว่าทำไมคนไม่ชอบ เพราะแก้ปัญหาหวยไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายยุทธพงศ์ยังกล่าวถึงกรณีการปรับขึ้นค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียว 104 บาทว่า เหตุที่ต้องเป็นตัวเลขดังกล่าวเพราะมีส่วนต่อขยาย สายสีเขียวเหนือตั้งแต่สถานีจตุจักรไปลาดพร้าว ไปคูคต คิดค่าโดยสารส่วนต่อขยาย 45 บาท มีค่าแรกเข้า 15 บาท สายสีเขียวใต้ตั้งแต่สถานีบางจากไปแบริ่ง ไปถึงเคหะบางปูอีก 45 บาท มีค่าแรกเข้า 15 บาท ขณะที่สถานีที่เป็นไข่แดงตั้งแต่หมอชิต ผ่านสยามฯ ไปสิ้นสุดที่สถานีอ่อนนุช ราคาค่าโดยสาร 44 บาท ซึ่งไม่สามารถแตะได้เพราะเป็นราคาค่าสัมปทาน แต่กับสายสีเขียวเหนือกับสายสีเขียวใต้ ลดค่าแรกเข้า 15 บาท เหลือ &amp;nbsp;30 บาท จึงเป็น 30+44+30 เป็น 104 บาท นอกจากนี้การเดินรถไฟฟ้าสายเขียวเหนือ สายสีเขียวใต้ กทม.ไปจ้างบีทีเอสวิ่งรถ เรื่องนี้สุดท้ายเป็นการขนคนทั้งสายสีเขียวเหนือ &amp;nbsp;สายสีเขียวใต้ เข้ามายังพื้นที่ไข่แดง ทำให้บางบริษัทได้ผลประโยชน์เพิ่มขึ้น จึงเป็นปัญหาทำให้ราคา 104 บาทนั้นแพงเวอร์ หากนั่งไปกลับ 208 บาท ขณะที่ค่าแรงขั้นต่ำ &amp;nbsp;331 บาท เหลือเงินอยู่ไม่เท่าไหร่ จะอยู่ได้อย่างไร &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขานุการคณะกรรมการกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทย กล่าวเช่นกันว่า อาฟเตอร์ช็อกหลังการอภิปรายจะส่งผลให้เกิดการรวมตัวอภิปรายนอกสภาของภาคประชาชนกลุ่มต่างๆ ที่นำโดยคณะราษฎรตามมาอย่างมิหยุดยั้ง หากฝ่ายความมั่นคงและขบวนการยุติธรรมยังไม่ตระหนักถึงการปฏิบัติหน้าที่ความรับผิดชอบ ให้บรรยากาศของบ้านเมืองเป็นสภาพที่ประชาชนเชื่อว่าประเทศนี้มีการปกครองที่เป็นธรรม &amp;nbsp;รับรองได้ว่าการรวมตัวขับไล่รัฐบาลสืบทอดอำนาจของภาคประชาชนกลุ่มต่างๆ จะเกิดขึ้นตามมาเร็วเกินคาด
ทีมองครักษ์ รบ.นัดถกจันทร์นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ กรรมการผู้ช่วย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หนึ่งในทีมวอร์รูมรัฐบาลรับมือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เปิดเผยว่า คณะทำงานชุดดังกล่าวจะประชุมหารือและแบ่งหน้าที่ร่วมกันในวันที่ 1 ก.พ.นี้ เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า ในการประชุมร่วมกันของประธานสภาผู้แทนราษฎร วิปรัฐบาล และฝ่ายค้าน นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้าน ยังระบุว่าไม่สบายใจกับญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจที่มีข้อความ &amp;quot;ไม่ยึดมั่นและศรัทธาในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทำลายและเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย ทำลายความสัมพันธ์อันดีระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับประชาชน นำสถาบันเป็นข้ออ้างเพื่อแบ่งแยกประชาชน แอบอ้างสถาบันพระมหากษัตริย์มาเป็นเกราะปิดบังความผิดพลาดล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดินของตนเอง&amp;quot; และจะขอแก้ไขในที่ประชุมด้วยซ้ำไป แต่เมื่อออกจากห้องประชุมไปกลับตระบัดสัตย์ไม่แก้ไข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระกล่าวว่า ไม่มั่นใจว่าเป็นเพราะมีคำสั่งมาจากคนนอกที่อยู่แดนไกล ที่โทรศัพท์มาสั่งการให้ทำแบบที่ ส.ส.เพื่อไทยพูดกันใช่หรือไม่ อยากจะฝากถึงนายสมพงษ์ว่าพฤติกรรมจาบจ้วงในวันนี้ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ประเทศไทยตั้งแต่มีรัฐสภา ถือเป็นยุคที่ตกต่ำและเสื่อมมากที่สุด สุดท้ายแล้วคนที่รับผิดก็คือท่าน ไม่ใช่คนที่ออกคำสั่งให้ท่านทำ ไม่ต่างจากคดีรับจำนำข้าวที่ต้องติดคุกใช้กรรมแทนคนสั่ง ในหลวงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งนายสมพงษ์เป็นผู้นำฝ่ายค้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตำแหน่งนี้ถือว่ามีเกียรติมีศักดิ์ศรี ถือเป็นผู้นำฝ่ายค้านในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แต่พฤติกรรมที่จาบจ้วงของนายสมพงษ์เช่นนี้ยังมีความเหมาะสมที่จะอยู่ในตำแหน่งหรือไม่ คุณดึงสถาบันพระมหากษัตริย์มาเล่นการเมือง วันนี้คุณยังเป็นคนไทยอยู่หรือเปล่าที่กล้ามายุ่งกับสถาบันที่ปวงชนชาวไทยรักและเทิดทูน นายสมพงษ์ต้องตอบคำถามเหล่านี้กับประชาชน ถ้าตอบไม่ได้ก็ลาออกจากตำแหน่งไป เพราะท่านขี้ขลาด ไร้ความกล้าหาญ ขาดคุณธรรม จริยธรรม ไม่มีความคิดเป็นของตัวเอง ก็ควรกลับไปส่องกระจกมองว่ายังควรเป็นผู้นำใครต่อไปอีกหรือไม่ เพราะญัตติที่เซ็นนี้เป็นประตูเปิดทางให้ฝ่ายค้านมาจาบจ้วงสถาบันและล้มล้างสถาบัน ท่านจะรับผิดชอบอย่างไร&amp;quot; นายสิระกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวต่อว่า สิ่งที่ฝ่ายค้านตั้งใจจะอภิปรายคือการนำสถาบันมาแบ่งแยกประชาชน ไม่ใช่การกระทำของรัฐบาล แต่คือพฤติกรรมของพวกคุณที่แสดงความเถื่อนถ่อยมาโดยตลอด หวังสร้างความแตกแยกให้กับคนไทยในสังคมโดยเอาสถาบันมากล่าวอ้าง ทั้งๆ ที่สถาบันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ในเมื่อฝ่ายค้านหวังจะใช้เวทีสภามาบังหน้าเพื่อหวังโจมตีสถาบัน ตนก็จะขอเป็นองครักษ์พิทักษ์สถาบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ โหรชื่อดัง ฉายาโหร คมช.ได้ทำนายถึงสถานการณ์รัฐบาลว่า จะผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งมันผ่านอยู่แล้วแต่เหนื่อย หลังจากนี้จะมีการปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรีไม่เกินเดือน เม.ย.นี้ เพราะการทำงานหลายกระทรวงไม่เข้าเป้า ทั้งกระทรวงหลัก กระทรวงทั่วไป เวลานี้เหมือน พล.อ.ประยุทธ์ทำงานอยู่คนเดียว อะไรๆ ก็มาลงหมดรับคนเดียว พวกนั้นไม่มีใครออกมาเป็นตัวแทนหรือตัวช่วยเลย รับแบบนี้มากๆ เปรียบเป็นนักมวยคือบอบช้ำหมด อย่างไรเสียเวลานี้นายกฯ ยังต้องทำตามหน้าที่เพื่อบ้านเมือง ไม่มีใครเหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ นายกฯ ไม่น่าห่วง แต่พวกรัฐมนตรีหลายคนจะเหนื่อย เราก็รู้อยู่การทำงานแต่ละบุคคล มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ ซึ่งหลังจากนี้ต้องมีการปรับเปลี่ยนรัฐมนตรีหลายตำแหน่ง เท่าที่มาดูตรวจสอบการทำงานเห็นชัดเจน ไม่ผ่านเยอะ บางกระทรวงไม่มีผลงาน &amp;nbsp;ขนาดมีรัฐมนตรีหลายคน &amp;nbsp;ช่วงวิกฤติทั้งโรคระบาดโควิด-19 วิกฤติเศรษฐกิจ นายกฯ ออกมารับคนเดียว ตัวช่วยไม่ออก เอาแต่ประคองตัวกัน เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง อาศัยสถานการณ์ต่างๆ เข้า บางคนเอาประโยชน์เข้าตัว ต้องมีการปรับ ไม่อย่างนั้นรัฐบาลจะแย่ เอาคนดีมีฝีมือมีความ สามารถมาแทนพวกโควตา ช่วยประคองพยุงรัฐบาลได้มาก ลักษณะคล้ายๆ รัฐบาลแห่งชาติ มาเสริมทัพฟันฝ่าวิกฤติ มาจากหลายๆ วงการ&amp;quot; นายวารินทร์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า จากนิมิตหลวงปู่เกวาลันบอกว่าต้นร้ายปลายดี มีภาวะวิกฤติชาติ จะค้นพบทรัพยากรเข้ามาเป็นตัวช่วย มีคุณค่า จะปรากฏออกมาช่วยภาวะความตกต่ำเศรษฐกิจ เวลานี้สำคัญเรื่องปากท้องปัญหายังอีกยาว ปลายปีนี้ ถึงต้นปี 65 ทุกอย่างสงบเงียบ เดือน ก.พ.เดือนมี.ค.จะเห็นฝั่ง มองได้ว่าทิศทางบ้านเมืองไปทางไหน เริ่มคลี่คลายผ่านพ้น ปี 65 เป็นปีขาล เรียกว่าเสือติดปีก หลังจากผ่านพ้นไปแล้วชีวิตทุกอย่างจะดีขึ้น ทุกอย่างยุคศิวิไลซ์จะปรากฏปี 65 เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ภายในปีนี้ หลังอภิปรายไม่ไว้วางใจจะปรากฏคณะ กลุ่มคนมารวมตัวช่วยพลเอกประยุทธ์ ช่วยรัฐบาลทำงาน &amp;nbsp;คนก่อกรรม สร้างปัญหา ก่อกวนประเทศชาติ ต้องมีอันเป็นไป จบปีนี้ไม่มีที่อยู่ นายกฯ อยู่ครบเทอม 4 ปี ทำหน้าที่จนกว่าบ้านเมืองพ้นวิกฤติทุกอย่างเข้าสู่ยุคศิวิไลซ์ แล้วท่านจะเดินลงมาเองเหมือน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ &amp;nbsp;อดีตนายกรัฐมนตรีและรัฐบุรุษ&amp;quot; นายวารินทร์กล่าว
คนเชื่อระบบสภามากกว่าลงถนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) สถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง สภาหรือลงถนน กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 1,677 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 25-30 มกราคม 2564&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเมื่อสอบถามประเด็นสำคัญในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พบว่าส่วนใหญ่หรือร้อยละ 99.7 อยากเห็นการเมืองใหม่ที่สร้างสรรค์ในสภามากกว่านี้ รองลงมาคือ &amp;nbsp;ร้อยละ 98.8 ยังมองไม่ชัดในเป้าหมายของการอภิปรายว่าจะเกิดประโยชน์อะไรแก่ประชาชน ร้อยละ 98.1 ยังไม่เห็น ดาวเด่นของฝ่ายค้านที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลสำรวจพบว่า ประเด็นที่ประชาชนต้องการให้อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 67.8 ระบุว่าการแพร่ระบาดของยาเสพติด รองลงมาคือร้อยละ 57.3 &amp;nbsp;ระบุเป็นบ่อนพนัน ร้อยละ 55.3 ระบุเป็นการทุจริต &amp;nbsp;คอร์รัปชัน ร้อยละ 54.9 ระบุเป็นการขนแรงงานเถื่อน ร้อยละ 40.6 ระบุเป็นการปล่อยปละละเลยให้เกิดการล่วงละเมิดคุกคามสถาบันหลักของชาติ อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึงจุดยืนการเมืองของประชาชน พบว่าร้อยละ 38.0 สนับสนุนรัฐบาล ซึ่งมากกว่ากลุ่มไม่สนับสนุนรัฐบาลที่มีอยู่ร้อยละ 14.1 และที่เหลือร้อยละ 47.9 เป็นพลังเงียบ ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ที่น่าสนใจคือส่วนใหญ่หรือร้อยละ 99.1 เชื่อมั่นต่อ ระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แก้ปัญหาในสภา มากกว่าการพาคนลงถนน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91587</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาญกฤช เดชวิทักษ์, นพดล กรรณิกา, พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร, พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์, ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร, สิระ เจนจาคะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210131/image_big_6016be7d92a89.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62802</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2020 10:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2020 10:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยอดยกเลิกลงทะเบียน &#039;เราไม่ทิ้งกัน &#039;พุ่งกว่า 610,000 คน หลังคลังเอาจริงกรอกข้อมูลปลอมโทษหนักถึงอาญา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 เมษายน 2563 นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี (ปฏิบัติงานกระทรวงการคลัง) กล่าวว่า ภายหลังจากที่กระทรวงการคลังปรับแก้ไขระบบเว็ปไซด์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com เพิ่มปุ่มยกเลิกลงทะเบียน เพื่อให้โอกาสกับประชาชนที่อาจจะไม่ได้ตั้งใจกรอกข้อมูลอันเป็นเท็จให้สามารถไปยกเลิกการลงทะเบียนได้ โดยปุ่มยกเลิกลงทะเบียนเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 4 เม.ย. จนถึงขณะนี้วันที่ 11 เม.ย. รวมเวลา 8 วัน มียอดผู้ขอลงทะเบียนยกเลิกเข้าร่วมมาตรการรับเงินเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 แล้ว จำนวนกว่า 610,000 คน หรือคิดเป็นอัตราเฉลี่ยมีประชาชนเข้าใช้บริการปุ่มยกเลิกกว่า 76,000 คนต่อวัน ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่ค่อนข้างสูง ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะกระทรวงการคลังได้ดำเนินการทางกฎหมายกับผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง โดยสั่งการทีมกฎหมายของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ตรวจสอบอย่างเร่งด่วน และล่าสุดเมื่อวันที่ 10 เม.ย. ทางกระทรวงการคลังได้ยื่นเอกสารหลักฐานประสานความร่วมมือไปยังศูนย์ปราบปรามอาชญกรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินการเอาผิดกับผู้โพสต์ข้อความลงสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการเงินเยียวยาโควิด-19 จำนวน 5,000 บาท ทั้งหมด 5 ราย ซึ่งยิ่งทำให้ตัวเลขขอยกเลิกการลงทะเบียนพุ่งสูงถึง 5,000 ราย ภายในเวลาเพียง 2 ชั่วโมง ตั้งแต่ 20.00-22.00 นาฬิกา ของวานนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กระทรวงการคลังได้ตั้งทีมกฎหมายเพื่อติดตามการเผยแพร่ข้อมูลของบุคลลต่างๆ ในโลกออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับการแจกเงิน 5,000 บาทในทางที่ไม่สมควร โดยแบ่งเป็น 2 กรณี คือ กรณีที่ 1 คนที่ได้รับเงิน 5,000 บาทจริง และมีการไปโพสต์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ว่า ได้เงินมาอย่างที่ไม่ควรได้ ซึ่งทางกระทรวงการคลังจะทำการตรวจสอบข้อมูลย้อนกลับ หากพบว่าผู้นั้นขาดคุณสมบัติจริงก็จะทำการระงับการจ่ายเงินในเดือนต่อไป และให้ส่งเงินที่ได้รับ 5,000 แรกคืนให้กับรัฐบาล โดยที่รัฐบาลจะไม่ดำเนินคดี ส่วนกรณีที่ 2 ผู้โพสต์ข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ว่าได้รับเงิน 5,000 บาท แต่ไม่ได้รับจริง ถือเป็นการสร้างความปั่นป่วนกับสังคม กระทรวงการคลังจะดำเนินคดีทางกฎหมายเอาผิดต่อไป การนำเข้าข้อมูลเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี (ปฏิบัติงานกระทรวงการคลัง) ได้อ้างอิงข้อมูลทางกฎหมายที่ประชาชนควรรู้ จากเพจ ทนายรัชพล ศิริสาคร ประธานชมรมสนับสนุนการต่อสู้เพื่อความยุติธรรม ระบุ การตั้งใจกรอกข้อมูลหลอกลวงรัฐเพื่อหวัง ลงทะเบียนรับเงิน 5,000 บาทจากรัฐบาล เข้าข่ายเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ฐานฉ้อโกง มาตรา 341 มีโทษขั้นสูงจำคุก 3 ปี หรือปรับ 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ยังมีความผิดฐานแจ้งความเท็จตามมาตรา 137 มีโทษขั้นสูงจำคุก 6 เดือน หรือปรับ 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนผู้ที่โพสต์หมิ่นรัฐบาล มีความผิดตามมาตรา 136 มีโทษขั้นสูงจำคุก 1 ปี หรือปรับ 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ดังนั้นผู้ที่จะโพสต์ข้อความเกี่ยวกับเงินเยียวยา 5,000 บาทบนโลกออนไลน์ควรตระหนักผลที่จะตามมาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62802</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาญกฤช เดชวิทักษ์, ยกเลิกลงทะเบียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200405/image_big_5e895b25b7ea1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62119</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2020 11:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2020 11:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธกส. -ออมสิน&#039;พร้อมอัดเงินกู้ฉุกเฉินดอกเบี้ย 0.10% รับมือโควิดคาดมีผู้ขอสินเชื่อ15ล้านคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
5 เมษายน 2563 นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี (ปฏิบัติงานกระทรวงการคลัง) กล่าวถึง ความคืบหน้าของ โครงการสนับสนุนสินเชื่อฉุกเฉิน สำหรับช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 วงเงินกู้สูงสุด 10,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 0.10% ผ่อนชำระนาน 24 เดือน ปลอดชำระเงิน 6 เดือนแรก ภายใต้งบประมาณ 40,000 ล้านบาท คาดว่าจะมีประชาชนซึ่งดือดร้อนและหลุดจากเกณฑ์รับเงินเยียวยา 5,000 บาท เข้าใช้บริการราว 15 ล้านคน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนรับสิทธิ์เงินเยียวยากว่า 24 ล้านคน และ โควต้าผู้ที่จะได้รับเงินเยียวยาทั้ง 2 ระยะ มี &amp;nbsp;9 ล้านคน &amp;nbsp;ขณะนี้ ธนาคารออมสิน และ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ซึ่งรับผิดชอบโครงการนี้ มีความพร้อมให้บริการประชาชนที่เดือดร้อนแล้ว โดยทั้ง 2 ธนาคารจะเปิดให้ลงทะเบียนออนไลน์วันที่ 15 เม.ย.2563 เป็นต้นไป ธนาคารออมสิน ปล่อยกู้ภายใต้กรอบวงเงิน 20,000 ล้านบาท และจะเปิดให้ลงทะเบียนผ่านเว็ปไซต์ www.gsb.or.th&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อให้ผู้เดือดร้อนกรอกข้อมูลส่วนตัว และ หากผ่านจะมี เอสเอ็มเอส แจ้งเตือนลูกค้าที่ได้รับอนุมัติวงเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ปล่อยกู้ภายใต้กรอบวงเงิน 20,000 ล้านบาท เช่นกัน และเปิดให้ลงทะเบียนผ่าน LINE ID ของ ธนาคารชื่อว่า @baacfamily เท่านั้น หรือ สแกนคิวอาร์โค้ด กรอกรายละเอียด และ รอนัดหมายจากธนาคารผ่าน เอสเอ็มเอส &amp;nbsp;และ เริ่มทำสัญญากู้เงิน ตั้งแต่วันที่ 7 พ.ค. 2563 หลังจากนั้นธนาคารจะแจ้งการโอนเงินเข้าบัญชี ผ่าน เอสเอ็มเอส &amp;nbsp;คุณสมบัติของผู้กู้ คือ อายุ 20 ปี ขึ้นไป มีสัญชาติไทย ไม่ต้องมีหลักประกัน มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท ต่อ เดือน ประกอบอาชีพอิสระ เช่น พ่อค้าแม่ค้า คนขับรถแท็กซี่ มัคคุเทศก์ ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 มีที่อยู่อาศัยแน่นอน สามารถติดต่อได้ และ เมื่อรวมอายุผู้กู้กับระยะเวลาชำระคืนรวมกันไม่เกิน 70 ปี และ สิ้นสุดโครงการคือวันที่ 30 เม.ย. 2563&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ กล่าวด้วยว่า &amp;nbsp;ขณะนี้เริ่มมีพวกมิจฉาชีพอาศัยจังหวะที่ประชาชนกำลังเดือดร้อนแฝงตัวทักไลน์/เฟสบุ๊ค หลอกถามข้อมูลทางการเงิน เช่น เลขที่บัญชีเงินฝาก เลขบัตรประชาชน รหัสผ่าน และ รหัสผ่าน OTP อย่าให้ข้อมูลทางด้านการเงินแก่บุคคลอื่นผ่านทางโทรศัพท์และสื่อโซเชียลเด็ดขาดเพราะอาจจะเกิดความเสียหายทางการเงินตามมา&amp;nbsp;&amp;nbsp;เนื่องจากตอนนี้มีโครงการช่วยเหลือต่างๆที่ทางธนาคารพาณิชย์ และ สถาบันการเงิน &amp;nbsp;ร่วมกันช่วยเหลือเพื่อลดภาระหนี้ให้กับประชาชนผู้เดือดร้อนออกมาอย่างต่อเนื่อง ทั้ง มาตรการเยียวยาเงินชดเชย 5,000 บาท สินเชื่อฉุกเฉิน โครงการพักต้นและดอกเบี้ยอัตโนมัติ 3 เดือน ล่าสุด ธนาคารออมสิน โดนปลอมเพจเฟซบุ๊ค และ ไลน์ GSB Society ซึ่งอยากให้ประชาชนสังเกต ไลน์ GSB Society ของจริง จะต้องมีโล่สีเขียว (พื้นเขียวมีดาวห้าแฉกตรงกลาง) แสดงการเป็นแอคเคาท์พรีเมียม ซึ่งได้รับการรับรองจากบริษัทไลน์(ไทยแลนด์) วางไว้ด้านหน้าตัวอักษรคำว่า GSB &amp;nbsp;หรือ หากเกิดความไม่มั่นใจให้สอบถามไปที่ call center ของแต่ละธนาคารจะดีที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 ทำให้ธนาคารพาณิชย์ และ สถาบันการเงิน หันมาใช้แพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการทำธุรกรรมทางการเงินได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปสาขา ตั้งแต่การเปิดบัญชี ไปจนถึงการยื่นเรื่องขอสินเชื่อ รวมถึงการขอพักชำระหนี้ ภายหลังจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เปิดให้ธนาคารพาณิชย์เริ่มทดสอบการให้บริการเปิดบัญชีเงินฝากผ่านช่องทางดิจิทัล โดยใช้การพิสูจน์และยืนยันตัวตนข้ามธนาคารผ่านแพลตฟอร์ม เนชั่นแนลดิจิทัล ไอดี (National Digital ID หรือ NDID) ในวงจำกัด ภายใต้ Regulatory Sandbox ของ ธปท. ซึ่งช่วยให้ประชาชนสามารถเปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคารแห่งใหม่ได้ผ่านช่องทางดิจิทัล เช่น ผ่านโมบายแอปพลิเคชัน โดยใช้การพิสูจน์และยืนยันตัวตนจากธนาคารที่ตนเองเคยมีบัญชีเงินฝาก ด้วยเทคโนโลยีการจดจำใบหน้า (Facial Recognition)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย 8 สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ทั้ง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารออมสิน ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอี แบงค์) ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank) บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) และ บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย (บตท.) ได้เปิดแพลตฟอร์มออนไลน์ทุกช่องทาง เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด -19 อาทิ เพจFacebook ซึ่งครอบคลุมทุกสถาบันการเงิน , LINE@,QR CODE &amp;nbsp;website &amp;nbsp;การเปิดบัญชีออนไลน์ ผ่านแอพพลิเคชั่นของธนาคาร การใช้แอพพลิเคชั่น LINE ขอสินเชื่อฉุกเฉิน การกรอกข้อมูลสมัครสินเชื่อ และ การยื่นเรื่องพักชำระหนี้ ผ่านเว็ปไซต์ของธนาคาร นอกจากนี้ยังมี call center ไว้สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ ครอบคลุมสินเชื่อบ้าน ธุรกิจ SMEs &amp;nbsp;สินเชื่อบุคคล และ สินเชื่อเช่าซื้อ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้มากและรวดเร็วที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62119</URL_LINK>
                <HASHTAG>15ล้านคน, ชาญกฤช เดชวิทักษ์, สินเชื่อฉุกเฉิน สำหรับช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200405/image_big_5e895b25b7ea1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61216</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2020 11:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2020 11:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เราไม่ทิ้งกัน.com ไม่ล่มชัวร์ &#039;ชาญกฤช&#039; การันตีระบบรองรับ 3.48 ล้านคนต่อนาที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มี.ค.63 - นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี (ปฏิบัติงานกระทรวงการคลัง) กล่าวว่า เว็บไซด์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com ที่ใช้ลงทะเบียนรับสิทธิ์เงินเยียวยาจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รายละ 5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน มีความพร้อมที่จะเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่เวลา 18.00 น.ของวันนี้ (28 มี.ค.63) เป็นต้นไป ซึ่งทุกคนสามารถเข้าไปลงทะเบียนได้ทุกช่วงเวลา เนื่องจากเปิดตลอด 24 ชั่วโมง จึงไม่จำเป็นต้องแห่มาลงทะเบียนตั้งแต่วันแรก เพราะยังมีเวลาให้ทุกคนเตรียมข้อมูลส่วนตัว โดยระบบสามารถรองรับการทำธุรกรรมได้ถึง 58,000 รายการในเวลาเดียวกัน หรือคิดเป็นจำนวน 3.48 ล้านคนต่อนาที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคาดว่า ระบบจะสามารถรองรับจำนวนประชาชนที่ต้องการเข้ามาลงทะเบียนออนไลน์ได้แบบไร้กังวล และขอย้ำให้ผู้ลงทะเบียนควรใช้โทรศัพท์มือถือประจำตัวที่สามารถติดต่อสื่อสารถึงผู้ใช้สิทธิ์ เพื่อระบบจะได้แจ้งผลการลงทะเบียนและสิทธิ์ตามมาตรการตอบกลับมายังผู้ลงทะเบียนผ่านทางข้อความ SMS เมื่อลงทะเบียนแล้ว ระบบพร้อมจ่ายเงินเยียวยาเข้าบัญชีเร็วสุดภายใน 7 วันทำการ โดยจะโอนเงินให้บัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประจำตัวประชาชน ผ่านบัญชีธนาคารที่มีชื่อและนามสกุลเจ้าของบัญชีตรงกับชื่อและนามสกุลนำมาลงทะเบียน โดยการลงทะเบียนรับสิทธิ์ครั้งนี้แตกต่างจากโครงการ ชิม ช้อป ใช้ ที่ใครลงก่อนได้ก่อน แต่มาตรการรับเงินเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะให้สิทธิ์เฉพาะคนที่มีคุณสมบัติตรงตามที่ระบุไว้เท่านั้น คือผู้ลงทะเบียนต้องมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป เป็นผู้ไม่อยู่ในระบบประกันสังคม เป็นแรงงาน ลูกจ้างชั่วคราว อาชีพอิสระ ให้เตรียมหลักฐานบัตรประจำตัวประชาชน ข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลประกอบอาชีพ ข้อมูลนายจ้าง โดยกระทรวงการคลังอยากให้คนเดือนร้อนจริงๆ เข้ามาลงทะเบียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับระบบคัดกรองคุณสมบัติผู้ที่ได้สิทธิ์รับเงินเยี่ยวยาจำนวน 5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือนเมษายน พฤษภาคม และ มิถุนายน โดยทางธนาคารกรุงไทยนำระบบ AI หรือ ปัญญาประดิษฐ์ เข้ามาใช้ในการคัดกรองคุณสมบัติผู้ลงทะเบียน ซึ่งมีความถูกต้องแม่นยำสูง โดยทางกระทรวงการคลังมั่นใจว่าจะช่วยลดปัญหาและป้องกันการสวมสิทธิ์จากพวกมิจฉาชีพได้ ทั้งนี้ หากมีผู้ลงทะเบียนและผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติมากกว่า 3 ล้านคนจากเป้าหมายที่กำหนดไว้ กระทรวงการคลังพร้อมจะนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมจากเดิมที่เสนอไว้ 45,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ทางกระทรวงการคลังยังจัดตั้งศูนย์เครือข่ายช่วยเหลือ เพื่อรับร้องเรียนจากประชาชน โดยมอบหมายให้กรมบัญชีกลาง ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ร่วมกัน เพื่อประสานแนวทางแก้ปัญหาหนี้ ทั้งเงินกู้ฉุกเฉิน วงเงินไม่เกิน 10,000 บาทต่อคน อัตราดอกเบี้ยต่ำเพียง 0.1% ไม่ต้องใช้หลักประกัน ซึ่ง 6 เดือนแรกไม่ต้องจ่ายทั้งต้นและดอก ส่วนเดือนที่ 7 เริ่มผ่อนจ่ายยาวไปเป็นเวลานานถึง 24 เดือน หรือผ่อนชำระไม่ถึง 500 บาทต่อเดือน เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนที่เดือดร้อน ป้องกันการเป็นหนี้นอกระบบ โดยมอบให้ธนาคารออมสินและ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นผู้ดูแล ส่วนสินเชื่อพิเศษ วงเงินไม่เกิน 50,000 บาทต่อคน อัตราดอกเบี้ยต่ำเพียง 0.35% แต่ต้องมีหลักประกันคือสลิปเงินเดือน ส่วนเงื่อนไขการผ่อนชำระขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละบุคคล โดยโครงการนี้มอบหมายให้ธนาคารออมสินเป็นผู้ดูแล สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบ สามารถติดต่อทั้ง 3 หน่วยงานนี้ผ่านระบบออนไลน์ได้ โดยไม่ต้องเดินทางไปที่สำนักงาน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 &amp;ldquo;เราไม่ทิ้งกัน&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61216</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาญกฤช เดชวิทักษ์, เยียวยา, เราไม่ทิ้งกัน, โควิด-19, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191107/image_big_5dc3824780f1b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49732</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/11/2019 09:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/11/2019 09:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังจับมืออสังหาผุดโปรโมชั่น “11.11”บี้ผู้ประกอบการหั่นราคาบ้านเหลือ3ล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 พ.ย. 2562 นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี (ปฏิบัติงานกระทรวงการคลัง) เปิดเผยว่า กระทรวงการคลัง ร่วมมือกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และ 3 สมาคมอสังหาริมทรัพย์ ประกอบด้วย สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย สมาคมอาคารชุดไทย และสมาคมบ้านจัดสรร นำบ้าน คอนโดมิเนียม ที่อยู่อาศัยที่มีราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท จำนวน 35,000 ยูนิต มาจัดโปรโมชั่น 11.11 ลดแลกแจกแถมครั้งใหญ่ เพื่อสนับสนุนมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาล โดยเริ่มโครงการตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย.ยาวไปจนถึงสิ้นปี 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในการทำโปรโมชั่นดังกล่าว กระทรวงการคลังได้ขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ปรับลดราคากลุ่มบ้านที่มีราคาเกินกว่า 3 ล้านบาท เช่น ราคา 3.5-4 ล้านบาท ให้ปรับลดลงมาเหลือ 3 ล้านบาท เพื่อให้เข้าเกณฑ์ได้รับสิทธิประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาลด้วย ซึ่งได้ลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองเหลืออย่างละ 0.01% หรือหากซื้อบ้านราคา 3 ล้านบาทจะจ่ายค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองเหลือ 600 บาท จากปกติ 90,000 บาท รวมถึงได้รับสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำของ ธอส. วงเงินรวม 50,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในวันที่ 8 พ.ย. นี้ กระทรวงการคลัง จะร่วมแถลงข่าวเปิดตัวแคมเปญอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะมีรายละเอียดของพันธมิตร หรือ ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมในโครงการ และหลังจากนั้นจะเปิดให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ทั่วประเทศทั้งรายเล็ก รายใหญ่เข้ามาลงทะเบียนกับสาขาของ ธอส.ทั่วประเทศเพื่อเข้าร่วมโครงการ และรับแผ่นป้ายโปรโมชั่น นำไปโปรโมทที่หน้าโครงการให้ประชาชนได้รับทราบต่อไป โดยคาดว่าโครงการนี้จะช่วยกระตุ้นให้เกิดยอดซื้อขาย และการโอนได้จนถึงสิ้นปีนี้&amp;rdquo; นายชาญกฤช กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชาญกฤช กล่าวว่า แนวโน้มภาคอสังหาริมทรัพย์ในปีหน้า คาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้อย่างต่อเนื่อง โดยกระทรวงการคลังตั้งเป้าหมายว่าจะต้องทำให้ภาคอสังหาริมทรัพย์ขยายตัวได้ 5-7% ขณะเดียวกัน นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง ยังได้มอบหมายให้ไปศึกษาแนวทางดูแลภาคอสังหาริมทรัพย์เพิ่มเติม เช่น การสนับสนุนการซื้อขายที่อยู่อาศัยมือสองด้วย เพราะมาตรการปัจจุบันจะใช้ได้เฉพาะบ้านใหม่อย่างเดียว เพื่อต้องการให้ภาคอสังหาริมทรัพย์ขยายตัวได้ในภาพรวม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยอมรับว่าผู้ประกอบการยังมีความกังวลกับมาตรการควบคุมการปล่อยสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ (แอลทีวี) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ดังนั้นกระทรวงการคลังจึงอยู่ระหว่างการศึกษามาตรการอื่นเพิ่มเติม เพื่อดูแลผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าวในปีหน้าต่อไปด้วย ซึ่งแนวทางของกระทรวงการคลังในยุคนี้นอกจากจะมีนโยบายในการช่วยเหลือแล้วยังเน้นการลงไปทำงานร่วมกับผู้ประกอบการ ให้เกิดความสำเร็จร่วมกันด้วย&amp;rdquo; นายชาญกฤช กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49732</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาญกฤช เดชวิทักษ์, ลดราคาอสังหา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191107/image_big_5dc3824780f1b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46889</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข่าวมงคลสำหรับคนไทยทั้งชาติ &amp;quot;ประธานาธิบดี สี&amp;nbsp; จิ้นผิง ของจีน&amp;quot; ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย เครื่องอิสริยาภรณ์ รัฐมิตราภรณ์แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (Friendship Medal) แด่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในพิธีซึ่งจัดขึ้นช่วงเช้าวันที่ 29 กันยายน ณ มหาศาลาประชาชน นครปักกิ่ง ในโอกาสฉลองครบรอบ 70 ปีแห่งการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน ...๐&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เครื่องอิสริยาภรณ์ รัฐมิตราภรณ์แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ถือเป็นเครื่องอิสริยาภรณ์ระดับสูงสุดสำหรับชาวต่างชาติ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อยกย่อง ชื่นชมบุคคลตัวอย่างที่มีคุณูปการสำคัญต่อการส่งเสริมและเผยแพร่จิตวิญญาณแห่งชนชาติจีนและยุคสมัยปัจจุบัน มีการถ่ายทอดสดพิธีการดังกล่าวไปทั่วประเทศทั้งทางโทรทัศน์และทางออนไลน์ ...๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง&amp;quot; (ซินแสเข่ง) ผู้อำนวยการสถาบันโหราศาสตร์พยากรณ์แห่งประเทศไทย ฟันเฟิร์มดวง &amp;quot;ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ&amp;quot; เจ้าของพรรคอนาคตใหม่&amp;nbsp; ไตรมาสสุดท้ายของปีนี้มีสภาพ &amp;quot;ดวงแตก&amp;quot; เฉพาะช่วงเดือนธันวาคม 2562 และมกราคม 2563 จากที่ได้ก่อปัญหาวิบากกรรมเพิ่มให้เดือดเนื้อร้อนใจ และสร้างสถานการณ์ความขัดแย้งเหมือนประจานประเทศไทยให้โลกรู้ หรือเป็นการสร้างเรื่องยุแหย่ เรื่องที่ไม่เป็นเรื่องจากความคิดที่เบียดเบียนตัวเองให้เกิดเดือดเนื้อร้อนใจจนก่อให้เกิดปัญหาและความเสียหายของประเทศ เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือรัฐบาลของประเทศไทย ...๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ซินแสเข่ง&amp;quot; บอกว่า ปีนี้ดวงชะตาของ &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; ยังไม่ถึงเวลาที่จะก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำ ก้าวในเวลาที่ผิดจังหวะ ดิ้นรนให้ตายก็ไม่มีทางสำเร็จ สู้ประคองชีวิตบนเส้นทางปูพื้นฐานการเมืองของตนเองไปก่อนที่จะถึงโอกาสในปี 2565 หากยังคิดดิ้นรนในปีนี้ &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; จะพบกับเวรกรรมที่ก่อไม่สิ้นสุด ถึงแม้นจะมีเงินรวยล้นฟ้าก็หาความสุขไม่ได้ อย่าทำตัวเอง....นั่นคือคำทำนาย เชื่อหรือไม่??? ...๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ลึกแต่ไม่ลับกับสื่อที่อยู่ในเหตุการณ์ม็อบต่างด้าวอเมริกันอ้างเป็นคนไทยยืนประท้วง &amp;quot;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา&amp;quot; ที่หน้าสำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ นครนิวยอร์ก วีโอเอไทยรายงานว่า กลุ่มผู้ประท้วงถูกแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละราวๆ ๑๐ คน ถือป้ายประท้วงในภาษาอังกฤษ เนื้อหาต่อต้านการรัฐประหาร เรียกร้องการเลือกตั้งที่เป็นธรรม เรียกร้องประชาธิปไตยในไทย เมื่อเดินไปถามกลุ่มผู้ถือป้ายว่ามาจากที่ไหน มีบางคนตอบว่ามาจาก เปอร์โตริโก ส่วนนอกเหนือจากนั้นไม่ยอมตอบคำถามใด นอกจากนี้ยังสังเกตว่ามีชายผิวขาวอีก 2 คน ที่คอยสั่งการกลุ่มคนถือป้ายและบันทึกภาพเกือบตลอดเวลา หมายความว่ามีการทำงานอย่างเป็นระบบ คือมีคนพามา มีคนถ่ายคลิปเพื่อนำไปเป็นผลงาน ซึ่งเป็นสิ่งยืนยันว่า นี่คือ &amp;quot;ม็อบรับจ้าง&amp;quot; แต่จะจ้างโดยใครก็พอมีคำตอบให้เห็นแล้ว ...๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เทศกาลถือศีลกินเจปีนี้มีขึ้นระหว่างวันที 29 กันยายน&amp;ndash;7 ตุลาคม &amp;quot;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา&amp;quot; เชิญชวนประชาชนร่วมรักษาศีล เจริญภาวนา ดำรงตนอยู่ในศีลธรรมอันดีงาม มีความบริสุทธิ์สะอาด งดงามทั้งกาย วาจา ใจ &amp;quot;ชำระร่างกายและจิตใจด้วยการกินเจ ขอความร่วมมือพ่อค้าแม่ค้า ช่วยกันรักษาคุณภาพสินค้า ทั้งผัก ผลไม้ และอาหารปรุงสำเร็จ ให้ราคาเป็นตามกลไกตลาดตามปกติ อย่าขึ้นราคาในช่วงดังกล่าว และขอให้ทุกคนมีความสุข สุขภาพแข็งแรง&amp;rdquo; ถ้าให้ดีรัฐมนตรีทั้งคณะน่าจะกินเจ ร่วมรักษาศีล ชำระร่างกายและจิตใจ รับประกันได้ว่า ข่าวฉาวด้านลบ น่าจะหมดไปอย่างสิ้นเชิง...หรือว่าไม่จริง ...๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้าย &amp;quot;ชิมช้อปใช้&amp;rdquo; แต่ไม่ชิลตอนลงทะเบียน เพราะประชาชนให้ความสนใจจำนวนมาก หลายคนกลายเป็นนกฮูกกดเป็นร้อยๆ ครั้งก็ลงทะเบียนไม่ได้ แต่อย่าเพิ่งถอดใจเพราะกำลังมีข่าวดี &amp;quot;ชาญกฤช เดชวิทักษ์&amp;quot; ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี (ปฏิบัติงานกระทรวงการคลัง) เปิดเผยว่า จะนำเสียงสนับสนุนจากร้านค้าและประชาชนให้มี &amp;ldquo;ชิมช้อปใช้&amp;rdquo; เฟสสอง ไปบอก &amp;quot;อุตตม สาวนายน&amp;quot; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้พิจารณาต่อไป ...๐ &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46889</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง, ชาญกฤช เดชวิทักษ์, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, บันทึกหน้า4, ประธานาธิบดี สี  จิ้นผิง, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, เกษมราษฎร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
