<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119928</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พรรคแรงงานอังกฤษในความเปลี่ยนแปลง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ: บรรยากาศการประชุมในรัฐสภาอังกฤษ
เครดิตภาพ: https://www.flickr.com/photos/uk_parliament/8737181278&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายคนรู้ว่าสหราชอาณาจักร หรือพูดสั้นๆ ว่าอังกฤษ เป็นต้นแบบการปกครองประชาธิปไตยแบบรัฐสภา มีสมเด็จพระราชินีนาถเป็นประมุขประเทศ แต่บางคนอาจไม่รู้ว่าพรรค Labour Party ที่ยึดแนวทางสังคมนิยมประชาธิปไตยอยู่คู่การปกครองประเทศนี้มากว่าศตวรรษแล้ว
สังคมนิยมประชาธิปไตย:
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สังคมนิยมประชาธิปไตย (Social Democracy หรือ Democratic Socialism) รับรู้ความไม่เท่าเทียมทางชนชั้น แต่ไม่เห็นด้วยกับการปฏิวัติสังคมที่ใช้ความรุนแรงที่ต้องเห็นการแตกแยกในสังคมอย่างรุนแรง เกิดสงครามกลางเมืองที่คนชาติเดียวกันต้องมาประหัตประหารเสียชีวิตเพื่อล้มระบอบการปกครองเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักสังคมนิยมประชาธิปไตยเชื่อว่า เมื่ออุดมการณ์สังคมนิยมของตนดีจริง เป็นประโยชน์ต่อมวลชน ประชาชนจะเลือกเอง สามารถเป็นรัฐบาลบริหารประเทศผ่านการเลือกตั้ง ดังนั้น สังคมนิยมประชาธิปไตยจึงเป็นอุดมการณ์ที่ต้องการให้ระบอบการเมืองการปกครองเป็นไปตามสมัครใจ ประชาชนเป็นผู้เลือกว่าต้องการรัฐบาลจากพรรคการเมืองที่ยึดอุดมการณ์แบบใด การจะเป็นสังคมนิยมหรือไม่ต้องได้อำนาจผ่านการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย
ในด้านเศรษฐกิจ สังคมนิยมประชาธิปไตยมีแนวทางใกล้เคียงลัทธิเสรีนิยมสมัยใหม่ (Modern Liberalism) ให้แข่งขันเสรีแต่กลไกตลาดเพียงอย่างเดียวไม่ใช่คำตอบ รัฐบาลต้องเข้าแทรกแซงกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมมากขึ้น เพื่อช่วยเหลือปกป้องปัจเจกชนที่อ่อนแอ รัฐต้องสนใจดูแลผู้มีรายได้ต่ำมากกว่าปล่อยให้ดำเนินชีวิตตามยถากรรม
พรรคแรงงานอังกฤษ:
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคแรงงานอังกฤษยึดแนวทางสังคมนิยมประชาธิปไตยตามแบบฉบับของตน เริ่มประกาศใช้คำว่า &amp;ldquo;Labour Party&amp;rdquo; อย่างเป็นทางการเมื่อปี ค.ศ.1906 จุดเริ่มต้นมาจากการรวมตัวของกรรมกร ใช้แนวคิดที่รวมหลายอย่างเข้ามาทั้งจากต่างประเทศกับในประเทศ สรุปรวบยอดเป็นสังคมนิยมประชาธิปไตยแบบหนึ่ง ยึดเป้าหมายเพื่อประโยชน์สุขของกรรมกร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการรวมกลุ่มกรรมกรจำนวนหนึ่งเพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ของตน ปี 1918 ความเป็นพรรคเริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น เปิดรับสมาชิกทั่วประเทศ จัดตั้งกลุ่มในพื้นที่ต่างๆ เคลื่อนไหวทางการเมืองระดับท้องถิ่น เมื่อเข้าสู่ทศวรรษ 1920-30 พรรคเริ่มเป็นคู่แข่งพรรคอนุรักษนิยม ยุคที่สหภาพแรงงานเฟื่องฟู ในปี 1924 ได้เป็นพรรคร่วมรัฐบาลครั้งแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 พรรคเป็นส่วนหนึ่งของพรรคร่วมรัฐบาล ด้วยบริบทสงครามและนโยบายรัฐบาล กิจการหลายอย่างกลายเป็นของรัฐ รัฐบาลเข้าควบคุมเศรษฐกิจสังคมใกล้ชิด แต่ไม่นานความนิยมต่อพรรคเสื่อมถอย เพราะการวางแผนจากส่วนกลางขาดประสิทธิภาพ ระบบราชการเชื่องช้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม พรรคแรงงานอังกฤษคงความเป็นพรรคหลักพรรคหนึ่งคู่กับพรรคอนุรักษนิยม มีโอกาสเป็นฝ่ายรัฐบาลอีกหลายครั้ง และมีพัฒนาการเรื่อยมา เช่น ปี 1972 เกิดตำแหน่งผู้นำ Young Socialist จากการเลือกตั้งภายในพรรคทั่วประเทศ ปี 1990 มติพรรคให้จัดตั้ง Policy Forum เพื่อทำงานด้านนโยบายโดยเฉพาะ มีจำนวนเกือบ 200 คน คณะทำงานมาจากการเลือกตั้งวาระ 2 ปี แบ่งเป็น 8 กลุ่มครอบคลุมนโยบายทุกด้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะเห็นว่า ระบบการทำงานของพรรคโปร่งใสเป็นระบบระเบียบ เปิดกว้างให้สมาชิกพรรคทั่วประเทศมีส่วน มีคณะทำงานเฉพาะด้าน ตำแหน่งสำคัญมาจากการเลือกตั้งโดยสมาชิกทั้งหมด มีตัวแทนจากกลุ่มเฉพาะตามสัดส่วน เช่น ตัวแทนเยาวชน ตัวแทนคนผิวสี ตัวแทนนักสังคมนิยม ตัวแทนท้องถิ่น ตัวแทนสหภาพที่หลากหลาย เช่น สหภาพครู สหภาพเกษตรกร
พรรคแรงงานในยุคโลกาภิวัตน์:
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคแรงงานอังกฤษผูกติดกับสหภาพแรงงานเรื่อยมา แต่เมื่อระบบเศรษฐกิจโลกเปลี่ยน อุตสาหกรรมดั้งเดิมอย่างถ่านหิน เหล็กกล้า อู่ต่อเรือ อุตสาหกรรมหนักหลายอย่างเสื่อมถอย ในขณะที่ภาคบริการ ธุรกิจสมัยใหม่เติบโต เป็นปัจจัยให้สหภาพอ่อนแรง ผลคือพรรคแรงงานที่เคยผูกติดกับสหภาพต้องปรับตัวหายุทธศาสตร์ใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โทนี แบลร์ (Tony Blair) คือผู้มากับแนวทางใหม่ ไม่ยึดฐานเสียงสหภาพมากเช่นอดีต ลดความเป็นสังคมนิยมและหันไปหาทุนนิยมมากขึ้น แบลร์ถึงกับเรียกชื่อพรรคว่าใหม่ว่า &amp;ldquo;New Labour&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แนวทางนี้หรือที่บางคนเรียกว่าลัทธิแบลร์ (Blairism) ถูกกล่าวขานว่าเป็น &amp;ldquo;ทางเลือกที่ 3&amp;rdquo; (third way) เป็นการผสมผสานทุนนิยมกับสังคมนิยม หลักคิดคือ ทุกวันนี้ไม่มีประเทศใดที่ใช้ระบบทุนนิยมเสรีเต็มร้อยหรือสังคมนิยมเต็มร้อย ล้วนเป็นการผสมผสาน 2 ลัทธิหรือมากกว่าเข้าด้วยกัน หวังสร้างสังคมที่เท่าเทียมกันมากขึ้น ให้การศึกษาแก่ประชาชนเพื่อหน้าที่การงานที่ดี สร้างสาธารณูปโภค พร้อมกับให้ทุกคนมีเสรีภาพ สิทธิที่จะมีความมั่งคั่งร่ำรวย ประชาชนสามารถเลือกเข้าถึงบริการต่างๆ ที่เหนือกว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงที่โทนี แบลร์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี (1997-2007) แนวนโยบายของท่านคือสังคมแห่งความยุติธรรม (social justice) การกระจายรายได้ต้องเท่าเทียมมากขึ้น พลเมืองทุกคนมีคุณค่าเท่าเทียม ชุมชนที่มีโอกาสเท่าเทียม หวังสร้างสังคมที่คนเอื้ออาทรต่อกัน ส่งเสริมบทบาทของโบสถ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แบลร์เห็นว่าทุกคนควรทำงานหนักและสะสมความมั่งคั่งของตน พร้อมกันนี้ต้องมีใจช่วยเหลือคนอื่น ปฏิเสธแนวคิดการเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิตร่วมตามแนวทางสังคมนิยม ซึ่งในสหราชอาณาจักรหมายถึงรัฐวิสาหกิจต่างๆ เช่น กิจการรถไฟ โรงพยาบาลรัฐ โรงงานอุตสาหกรรมของรัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในด้านเศรษฐกิจ เป็นการผสมระหว่างตลาดทุนนิยมเสรีกับสังคมนิยมประชาธิปไตย ผลที่ออกมาจึงให้ความสำคัญแก่ &amp;ldquo;โอกาส&amp;rdquo; กับ &amp;ldquo;ผลลัพธ์&amp;rdquo; อย่างเท่าเทียม รัฐบาลทำหน้าที่ดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาค พร้อมกับส่งเสริมการแข่งขัน ส่งเสริมธุรกิจเอกชน ลดภาษี ส่งเสริมให้มีงานทำ พร้อมกับเพิ่มสวัสดิการสังคม สนับสนุนทั้งผู้นำธุรกิจกับผู้นำสหภาพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม พวกฝ่ายซ้ายเห็นว่าแนวทางนี้เป็นอีกรูปแบบของเสรีนิยมใหม่ (neo-liberalism) มากกว่าการเป็นสังคมนิยมประชาธิปไตย หรือพรรคฯ (ผู้นำใหม่) เห็นว่าการได้คะแนนจากฐานเสียงอื่นๆ และการปรับตัวตามยุคสมัยสำคัญกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;John McCormick อธิบายว่า ความจริงแล้วปัจจุบันไม่มีประเทศใดที่ใช้ Classical liberalism กับ Economic liberalism (capitalism) อีกแล้ว ทุกประเทศล้วนผสมทุนนิยมกับสังคมนิยมเข้าด้วยกัน เกิดแนวทางที่ 3 คือรัฐบาลยื่นมือเข้ามาดูแลจัดการกระจายความมั่งคั่ง ลดความเหลื่อมล้ำ แก้ปัญหาสังคมต่างๆ เป็นแนวทางที่สนับสนุนบทบาทรัฐบาลใช้อำนาจครอบคลุมกว้างขวาง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นวิพากษ์คือ เป็นความเข้าใจว่าทุนนิยมเสรีเอื้อนายทุน จึงเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาดูแลปกป้องกรรมกร แต่เมื่อรัฐบาลเข้ามาควบคุมมากขึ้นก็เกิดคำถามอีกว่ารัฐบาลเข้ามาควบคุมเพื่อประโยชน์ของคนทั่วไปหรือเพื่อนายทุนกันแน่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในแง่การเลือกตั้ง ความสำเร็จของรัฐบาลแบลร์คือ แนวคิดการเมืองการปกครองไม่สำคัญมากเท่ากับความเชื่อมั่นของประชาชนกับผลลัพธ์สุดท้าย โดยยึดความพึงพอใจของพลเมือง ที่สุดแล้วจึงอยู่ที่การหาเสียง การบริหารประเทศ เลือกใช้นโยบายที่เหมาะสมกับบริบท ส่วนจะเป็นลัทธิการเมืองใดชื่อพรรคใดอาจไม่สำคัญ เพราะไม่มีรัฐบาลใดที่ยึดลัทธิทุนนิยมเต็มร้อยกับสังคมนิยมเต็มร้อยมานานแล้ว
ความสำเร็จของสังคมนิยมอังกฤษ:
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ความเหลื่อมล้ำยังพบเห็นทั่วไป สังคมตั้งคำถามว่าพรรคแรงงานอังกฤษปัจจุบันเป็นสังคมนิยมประชาธิปไตยหรือเป็นทุนนิยมเสรี มีผลดีหลายอย่างเกิดจากลัทธิสังคมนิยม เช่น 1.มีสหภาพแรงงานและเป็นที่ยอมรับ 2.ระบบบริการสุขภาพแห่งชาติ (National Health Service: NHS) 3.เรียนฟรีถึงอายุ 18 ปี 4.สวัสดิการที่อยู่อาศัย (รัฐสนับสนุนให้ทุกคนมีที่อยู่อาศัย) 5.กรรมกรมีรายได้และสวัสดิการดีขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรืออาจตีความว่า เพราะตามระบอบประชาธิปไตยทุกพรรคหวังได้คะแนนเสียง จึงต้องทำตามข้อเรียกร้องของประชาชน ทุกวันนี้ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลจากพรรคฝ่ายซ้ายหรือขวาล้วนมีนโยบายเชิงสังคมนิยมผสมอยู่ด้วยกันทั้งสิ้น ต่างกันที่ว่าฝ่ายหนึ่งเอาสังคมนิยมขึ้นนำ กับอีกฝ่ายเอาทุนนิยมขึ้นนำ และให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินว่าอยากเลือกพรรคใด.

&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119928</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาญชัย คุ้มปัญญา, พรรคแรงงานอังกฤษในความเปลี่ยนแปลง, สถานการณ์โลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e089f896a7c6.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119254</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลือกตั้งอเมริกาโกงเป็นระบบ?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ภาพ: ส่วนหนึ่งของผลโพล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เครดิตภาพ: http://cdn.cnn.com/cnn/2021/images/09/15/rel5e.-.elections.pdf&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;กลางเดือนกันยายน CNN รายงานผลโพลของตนที่ทำโดย SSRS ระบุว่าชาวอเมริกันส่วนใหญ่ (56%) เห็นว่าประชาธิปไตยของประเทศกำลังถูกทำลาย 51% คิดว่ากรรมการเลือกตั้งสามารถเปลี่ยนผลเลือกตั้งให้ออกมาอย่างที่พวกเขาต้องการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พวกที่สนับสนุนพรรครีพับลิกันส่วนใหญ่จะคิดเช่นนั้น โดยเฉพาะคนที่สนับสนุนโดนัลด์ ทรัมป์ ถ้าดูผู้ตอบโพลในแง่การสนับสนุนพรรค 75% ของพวกรีพับลิกันจะสรุปว่าประชาธิปไตยประเทศกำลังถูกทำลาย เทียบกับ 46% ของพวกเดโมแครตที่คิดเช่นนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พวกสนับสนุนพรรครีพับลิกันส่วนใหญ่ต้องการให้ทรัมป์เป็นผู้นำพรรค คนเหล่านี้ใจตรงกับทรัมป์ที่อ้างว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา (2020) ตนไม่ได้แพ้แต่โดนโกงเลือกตั้ง จนถึงวันนี้ทรัมป์ยังยืนว่าเขาไม่ได้เป็นประธานาธิบดีอีกสมัยเพราะโดนโกงเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องแปลกแต่จริงคือ ผลโพล CNN นี้พบว่าคนอเมริกัน 23% กล่าวว่ามีหลักฐานชัดเจนว่าไบเดนไม่ได้ชนะเลือกตั้ง และอีก 13% สงสัยว่าไบเดนไม่ได้ชนะเลือกตั้ง (รวมแล้วกว่า 46% ที่พูดหรือสงสัยว่าไบเดนไม่ได้ชนะเลือกตั้ง) เมื่อศึกษาลงรายละเอียด 78% ของพวกรีพับลิกันกล่าวว่าไบเดนไม่ได้ชนะเลือกตั้ง และมีถึง 54% ที่พูดว่ามีหลักฐานชัดเจนว่าเป็นเช่นนั้น 21% ของรีพับลิกันเท่านั้นที่ยอมรับว่าไบเดนชนะอย่างโปร่งใส &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พวกเดโมแครตกับสายกลางคิดทำนองนี้เช่นกัน 52% ของทั้ง 2 กลุ่มไม่เชื่อว่าระบบการเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรมอีกแล้ว ขยับเพิ่มจากโพลเดือนมกราคมที่ 40%&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าแยกรายกลุ่ม 69% ของเดโมแครตยังเชื่อว่าระบบการเลือกตั้งโปร่งใส 46% ของพวกไม่สังกัดพรรค และ 24% ของพวกรีพับลิกันที่เห็นว่าเลือกตั้งโปร่งใส&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงระเบียบ ข้อบังคับการเลือกตั้งระดับรัฐเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ความเชื่อมั่นลดลง รัฐที่พวกรีพับลิกันครองมักจะเพิ่มความเข้มงวด ตรงข้ามกับรัฐที่เดโมแครตครองมักลดความเข้มงวดด้วยเหตุผลป้องกันโรคระบาดโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่น่าสนใจคือ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ (58%) เห็นว่าเป้าหมายหนึ่งของการเปลี่ยนกฎระเบียบรัฐที่รีพับลิกันครองคือเพื่อให้ฝ่ายตนได้เปรียบ ทำนองเดียวกับ 53% ที่บอกว่ารัฐเดโมแครตเปลี่ยนกฎระเบียบเลือกตั้งเพื่อเอื้อผู้สมัครของตน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ย้อนหลังเลือกตั้งปลายปี 2020 ตอนนั้นโควิด-19 ระบาดหนัก ทุกรัฐพยายามปรับวิธีลงคะแนนเพื่อลดการแพร่ระบาดซึ่งเป็นการส่งเสริมให้คนไปเลือกตั้ง หนึ่งในวิธีที่ทำคือการลงคะแนนผ่านไปรษณีย์ ทรัมป์กล่าวหาตั้งแต่แรกว่าเป็นกลโกงเลือกตั้งของเดโมแครต ประกาศตัดงบประมาณการไปรษณีย์แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา (The United States Postal Service: USPS) ขัดขวางการลงคะแนนผ่านทางไปรษณีย์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในขณะที่บางรัฐเพิ่มระเบียบลงทะเบียนเลือกตั้งว่าต้องเป็นผู้อยู่อาศัยในรัฐเป็นเวลานานเท่านั้น หรือมีระเบียบยิบย่อยเพิ่ม ทำให้คนต่างถิ่นเสียสิทธิเลือกตั้งเพราะรัฐบ้านเกิดอยู่ไกล ไม่สะดวกเดินทางในช่วงโรคระบาด ไม่เข้าเกณฑ์เลือกตั้งในคูหาใกล้ที่อยู่ปัจจุบัน นักวิเคราะห์บางคนเห็นว่าไม่ว่ารัฐใดใช้วิธีไหนล้วนผ่านการวิเคราะห์แล้วว่าจะเอื้อผู้สมัครฝ่ายตน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตั้งแต่ยังไม่เลือกตั้ง ช่วงนับคะแนนในแต่ละรัฐ จนถึงประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ มีสัญญาณเกิดความรุนแรงต่อเนื่อง ทรัมป์กับพวกรีพับลิกันที่สนับสนุนทรัมป์ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง บัดนี้ผ่านมาเกือบปี ไม่เฉพาะรีพับลิกันที่เห็นว่าเลือกตั้งอเมริกาโกงอย่างเป็นระบบ พวกเดโมแครตเห็นด้วยกับข้อสรุปนี้มากขึ้นเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;คนอเมริกันไม่ไว้ใจระบบการเลือกตั้ง:&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สหรัฐเลือกตั้งมาแล้วกว่า 240 ปี ประชาธิปไตยพัฒนามาเรื่อยๆ แต่ในระยะหลังมีข้อตำหนิติเตียนระบบการเลือกตั้งอย่างรุนแรงว่าไม่โปร่งใส คนโกงชนะเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้เป็นข้อกล่าวหาที่ปราศจากหลักฐาน (หลักฐานตามหลักวิชาการ ศาลยอมรับ) แต่เป็นเรื่องร้ายแรงเมื่อคนอเมริกันครึ่งหนึ่ง (51%) คิดว่ากรรมการเลือกตั้งสามารถเปลี่ยนผลการเลือกตั้งตามใจชอบ และทำสำเร็จในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเลือกตั้งสหรัฐมีระบบตรวจสอบชัดเจนและทันสมัย ในการเลือกตั้งปี 2020 กรรมการเลือกตั้ง ศาลท้องถิ่น (เฉพาะรัฐที่มีปัญหา) ทั้งหมดสรุปว่า โจ ไบเดน ชนะเลือกตั้งตามกฎหมาย การที่ผลโพลของ CNN ระบุว่าคนอเมริกันครึ่งหนึ่ง (51%) คิดว่ากรรมการเลือกตั้งสามารถเปลี่ยนผลการเลือกตั้งตามใจชอบ นำสู่คำถามว่ากรรมการเลือกตั้งกับศาลเชื่อถือได้แค่ไหน หรือกลไกเหล่านี้ไม่สามารถสร้างการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม ไม่ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรคนอเมริกันครึ่งหนึ่งไม่เชื่อถือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คิดให้ลึกกว่านั้น การบิดเบือนผลเลือกตั้งนำสู่คำถามว่าใครคือผู้มีอำนาจควบคุมผลการเลือกตั้ง ใครเป็นผู้กำหนดว่าผู้สมัครคนไหนควรชนะ เรื่องที่พูดกันมากคือ อเมริกามีหลายพรรคการเมือง แต่ อำนาจระดับประเทศตกอยู่ใน 2 พรรคใหญ่เท่านั้น เป็นที่รวมตัวของชนชั้นนำไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง นายทุน เจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง เป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่าบางนโยบาย เช่น อุตสาหกรรมน้ำมัน อุตสาหกรรมผลิตและส่งออกอาวุธ ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลไม่ว่าเป็นรัฐบาลที่มาจากพรรครีพับลิกันหรือเดโมแครต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น สำหรับนายทุนใหญ่ไม่ว่าผู้สมัครพรรคใดชนะก็ไม่แตกต่าง เป็นไปได้ว่าอาจมีการ &amp;ldquo;ฮั้ว&amp;rdquo; ผลการเลือกตั้งแม้ปราศจากหลักฐานเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และต้องยอมรับว่าแม้คนอเมริกันหลายสิบล้านคนไม่เห็นด้วยกับผลการเลือกตั้ง ไม่พอใจผลการเลือกตั้ง พวกเขาไม่ได้ทำอะไรมากได้แต่ปล่อยเลยตามเลย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในภาพที่กว้างขึ้นอีก ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมารัฐบาลสหรัฐมักโทษประเทศนั้นประเทศนี้ที่เห็นว่าเลือกตั้งไม่โปร่งใส ไม่ยอมรับรัฐบาลของประเทศอื่นๆ ที่มาจากการโกงเลือกตั้ง บัดนี้กลายเป็นว่าประเทศสหรัฐนี่แหละที่เลือกตั้งไม่โปร่งใส พลเมืองตัวเองไม่เชื่อถือ เป็นประเด็นให้สังคมได้ถกเถียงกันอีกนานว่าประชาธิปไตยของตนถอยหลังเข้าคลองถึงไหนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ระบบความคิดความเข้าใจมีปัญหา:&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกแง่คิดที่สำคัญไม่แพ้ผลการเลือกตั้งคือ ระบบความคิดตรรกะ คณะกรรมเลือกตั้งกับผู้พิพากษาหลายรัฐต่างได้สืบสวนและสรุปว่าเลือกตั้งปี 2020 แม้มีข้อผิดพลาดจริง แต่เป็นข้อผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ไม่ใช่การโกงอย่างเป็นระบบ เกิดคำถามว่าข้อสรุปใดที่ถูกต้องกันแน่ เกี่ยวข้องโดยตรงกับระบบความคิดความเข้าใจของคนหมู่มากในสังคม เป็นที่มาของการถกเถียงไม่จบไม่สิ้นว่าโกงหรือไม่โกง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็น 2 คำถามใหญ่ว่าระบบเลือกตั้งเชื่อถือได้แค่ไหน และ ระบบความคิดความเข้าใจของสังคมอเมริกันในตอนนี้เป็นอย่างไร ใช้ตรรกะเหตุผลแค่ไหน หากคนอเมริกันจำนวนมากมีปัญหาเรื่องการคิดการใช้เหตุผลจะนำสู่อะไร สังคมอเมริกันในภายภาคหน้าจะเป็นอย่างไร ข้อนี้เป็นเรื่องใหญ่ สำคัญไม่แพ้ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่อง China Virus เป็นอีกตัวอย่าง ในสมัยประธานาธิบดีทรัมป์ พูดเรื่อยมาว่าจีนเป็นต้นเหตุเกิดไวรัสโรคโควิด-19 เกิดคำว่า &amp;ldquo;China Virus&amp;rdquo; รัฐบาลทรัมป์พูดว่ามีหลักฐานที่น่าเชื่อถือว่าเป็นเช่นนั้น แต่เมื่อองค์การอนามัยโลกขอหลักฐาน จากบัดนั้นจนบัดนี้เป็นสมัยไบเดน รัฐบาลสหรัฐไม่เคยส่งหลักฐานที่ว่าให้องค์การอนามัยโลกแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โควิด-19 เป็นฝีมือของมนุษย์หรือไม่ นั่นเป็นเรื่องหนึ่ง ประเด็นน่าคิดคือเรื่องนี้เหมือนกับเรื่องผลการเลือกตั้ง 2020 ที่คนอเมริกันจำนวนหลายสิบล้านคนฟันธงว่าทรัมป์โดนโกงเลือกตั้ง สะท้อนระบบความคิด การใช้เหตุผลของคนอเมริกันหลายสิบล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;วิเคราะห์องค์รวมและสรุป: &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยรวมแล้วผลโพล CNN ชี้ว่าคนอเมริกันเชื่อถือระบบการเลือกตั้งน้อยกว่าเดิม แม้กระทั่งพวกเดโมแครตที่ก่อนหน้านี้เกือบทั้งหมดมั่นใจ (อาจเพราะว่าไบเดนชนะ) แต่ตอนนี้คนที่มั่นใจเหลือน้อยลงหลังรับรู้ข้อมูลมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าดูรวมทุกฝ่าย คนอเมริกัน 52% ไม่เชื่อมั่นหรือเชื่อมั่นเพียงเล็กน้อยต่อผลการเลือกตั้ง 48% ที่เชื่อมั่นหรือเชื่อมั่นมากว่าผลการเลือกตั้งสะท้อนความคิดประชาชน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อาจตีความสั้นๆ ว่า ครึ่งหนึ่งเชื่อระบบการเลือกตั้งว่าโปร่งใสยุติธรรม และอีกครึ่ง (หรือเกินครึ่งเล็กน้อย) เห็นว่าเลือกตั้งทุจริต แก้คนชนะให้แพ้หรือคนแพ้ให้ชนะ โกงกันเป็นระบบ นี่คือความคิดเห็นของพลเมืองอเมริกันต่อระบบการเลือกตั้ง ในขณะที่ข้อมูลหลักฐาน กรรมการเลือกตั้ง ศาล ต่างสรุปตรงกันว่าไม่มีการโกงอย่างเป็นระบบตามที่เข้าใจ นี่คือสถานการณ์การเลือกตั้งของอเมริกาในยามนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119254</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาญชัย คุ้มปัญญา, สถานการณ์โลก, เลือกตั้งอเมริกาโกงเป็นระบบ?</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e089f896a7c6.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118548</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>​​​​​​​จากยากจนสู่สังคมที่ทุกคนมีกินมีใช้ไม่ขัดสน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ภาพ: มุมหนึ่งของประเทศจีนปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;เครดิตภาพ: https://unsplash.com/photos/wGl046JScI4&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ปลายเดือนกันยายน รัฐบาลจีนเสนอรายงาน &amp;ldquo;China&amp;#39;s Epic Journey from Poverty to Prosperity&amp;rdquo; บรรยายเส้นทางเปลี่ยนความยากจนสู่ความมั่งมี มีสาระสำคัญว่า จีนฝันมานานอยากเห็น &amp;ldquo;สังคมที่ทุกคนมีกินมีใช้ไม่ขัดสน&amp;rdquo; (moderately prosperous society) 1 กรกฎาคม 2021 ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ประกาศว่าจีนไม่มีคนยากจนอีกแล้ว เดินหน้าสู่การฟื้นฟูชาติต่อไปโดยยึดมั่นสังคมนิยมตามคุณลักษณะของจีน (socialism with Chinese characteristics)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;พัฒนาทุกด้าน:&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สังคมที่ทุกคนมีกินมีใช้ไม่ขัดสนมีหลายมิติไม่เพียงเรื่องปัจเจกชนเท่านั้น ยังสัมพันธ์กับด้านอื่นๆ ทุกอย่างสัมพันธ์กันหมด ต้องพัฒนาอย่างสมดุล ประสานกัน ส่งเสริมกันและกัน แบ่งการพัฒนาเป็น 5 ด้านหลัก ได้แก่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1) เศรษฐกิจโตอย่างยั่งยืนและแข็งแรง รัฐบาลจีนให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก จนจีดีพีใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศต่อหัวจาก 100 ดอลลาร์เมื่อปี 1952 กลายเป็น 10,000 ดอลลาร์ในปี 2020 ตัวเลขการค้าระหว่างประเทศของจีนสูงที่สุดในโลกและมีทุนสำรองเงินตราต่างประเทศมากที่สุดในโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จีนได้เปลี่ยนจากประเทศเกษตรกรรมดั้งเดิมมาเป็นประเทศอุตสาหกรรมและบริการขนาดใหญ่แล้ว วิถีชีวิตคนจีนเปลี่ยนไปมากเพราะเทคโนโลยี มุ่งสู่เศรษฐกิจดิจิทัล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีคิดเป็นน้ำหนักถึง 60% สนับสนุนให้เศรษฐกิจเติบโต ไม่ว่าจะเป็น quantum information วิทยาศาสตร์ทางสมอง (brain science) ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ฯลฯ ปี 2020 จีนใช้ 2.4 ล้านล้านหยวนเพื่อวิจัยและพัฒนา มากเป็นอันดับ 2 ของโลก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2) เพิ่มขยายสิทธิทางเศรษฐกิจและการเมือง ค่านิยมประชาธิปไตยเป็นส่วนหนึ่งของระบบสังคมนิยมตามคุณลักษณะของจีน ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียม คนจีนเป็นผู้นำประเทศของเขาและอนาคตของประเทศ สามารถแสดงความคิดเห็นว่าชอบหรือไม่ชอบอะไร ทุกคนเสมอภาคและได้รับความยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3) วัฒนธรรมรุ่งเรือง ความเจริญทางวัตถุต้องควบคู่กับความก้าวหน้าทางวัฒนธรรมและมีจริยธรรม (ethics) พลังอำนาจทางเศรษฐกิจต้องควบคู่กับพลังวัฒนธรรม นอกจากมีกินมีใช้แล้วยังต้องมีสำนึกในศีลธรรมด้วย (sense of morality)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 4) ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น เป้าหมายสำคัญที่สุดของการพัฒนาคือชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน เกื้อหนุนให้ทุกชีวิตประสบความสำเร็จ เป็นสุขและปลอดภัย (fulfillment, happiness and security) ในอดีตคนทำงานตามตำแหน่งที่ได้รับมอบหมาย ทุกวันนี้ทุกคนเลือกงานได้เองตามความต้องการของตลาดแรงงาน หรือเลือกเปิดกิจการของตัวเอง มีความสมดุลระหว่างวันทำงานกับวันหยุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระบบสาธารณสุขที่พัฒนาและครอบคลุมทำให้อายุขัยเฉลี่ยเพิ่มจาก 67.8 ปีเมื่อ 1981 เป็น 77.3 ปีในปี 2019 อัตราตายทารกลดลงจาก 37.6 ต่อพันคนเมื่อปลายทศวรรษ 1970 เหลือ 5.4 ในปี 2020&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 5) เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมคือเครื่องประกันความยั่งยืน รัฐบาลออกกฎหมายควบคุมสิ่งแวดล้อมและบังคับใช้เข้มงวด สนับสนุนให้ประชาชนมีนิสัยเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ให้ประชาชนมีส่วนตัดสินใจเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;เพื่อทุกคนมั่งมี:&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1) เพื่อแต่ละคนจะมั่งมี รัฐบาลมีนโยบายแก้ความยากจนของแต่ละชุมชนและลงถึงรายครอบครัว มีมาตรการเฉพาะสำหรับแต่ละครัวเรือน กระตุ้นเศรษฐกิจที่ส่งเสริมการจ้างงาน ความมั่งมีไม่ได้หมายถึงรายได้เท่านั้น ยังหมายถึงทุกคนได้รับการศึกษา เด็กในครอบครัวที่มักเลิกเรียนถูกนำเข้าระบบอีกครั้ง รัฐบาลให้หลักประกันว่าผู้พิการหรือช่วยตัวเองไม่ได้จะได้รับสิ่งจำเป็นพื้นฐานและตรงความจำเป็นของแต่ละคน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลักสำคัญคือ ทุกคนทำงานหนักและมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น มีความฝันที่จะก้าวหน้าขึ้นไปอีก รัฐเข้าดูแลทุกครอบครัวอย่างเจาะจงต่อเนื่อง ให้ความช่วยเหลือเฉพาะเจาะจงทันท่วงที จนพ้นความยากจนและพึ่งพาตัวเองได้ไม่ต้องขอความช่วยเหลือจากรัฐอีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2) พัฒนาบูรณาการชนบทกับเมือง การพัฒนาชนบทกับเมืองต้องสมดุลมากขึ้น ลดความแตกต่างของ 2 เขต ให้เชื่อมโยงกันเหมือนล้อกับตัวเกวียน 2 เขตต้องสนับสนุนกัน ทำการเกษตรทันสมัย วิทยาศาสตร์กับเทคโนโลยีช่วยเพิ่มผลผลิต 60% เกิดอุตสาหกรรมและธุรกิจใหม่จากเกษตรกรรม เช่น ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3) ประสานการพัฒนาระหว่างภูมิภาค ประเทศจีนกว้างใหญ่ไพศาล บางพื้นที่อุดมสมบูรณ์มีโอกาสดีกว่า รัฐบาลใช้วิธีจับกลุ่มระหว่างพื้นที่ให้เกื้อกูลกัน เช่น Beijing-Tianjin-Hebei Region ระบบโครงสร้างพื้นฐานทันสมัยของเมืองจะต้องแบ่งปันให้ชนบทใกล้เคียงได้ใช้ประโยชน์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ด้วยการทำงานหนัก:&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1) ประชาชนต้องมาก่อนเสมอ พรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC) ทำงานเพื่อประชาชนเต็มหัวใจ พรรคฯ อุทิศตัวเองให้ประชาชน มีเป้าหมายให้ทุกคนมีชีวิตดีกว่าเดิม ตระหนักเสมอว่าประชาชนต้องการอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2) พัฒนานโยบายและยุทธศาสตร์ที่ดี ตั้งเป้าหมายที่เป็นไปได้ แก้ไขตรงจุดตรงประเด็น ตรวจวัดผลสำเร็จ ปรับปรุงแผนจากการเรียนรู้ของเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3) พัฒนาด้วยการปฏิรูปและเปิดออก จีนปฏิรูปภายในอย่างต่อเนื่อง (ไม่ย่ำอยู่กับที่) และติดต่อกับโลกภายนอกกว้างขวางขึ้น เผชิญหน้าสถานการณ์กับปัญหาใหม่ คนจีนเปิดรับความคิดใหม่และแสวงหาข้อเท็จจริง ขจัดสิ่งกีดขวางการพัฒนา ตระหนักว่าไม่สามารถพัฒนาประเทศตามลำพัง จึงเปิดประเทศต้อนรับโลกกว้าง เรียนรู้และผสานเข้ากับโลก การค้าการลงทุนระหว่างประเทศช่วยพัฒนาจีนและโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 4) ความอุตสาหะจากรุ่นสู่รุ่น (Perseverance over Generations) การทำงานหนักเท่านั้นที่สร้างความเจริญไม่ใช่เอาแต่เรียกร้อง คนจีน 1,400 ล้านคนทำงานหนักอย่างมีเป้าหมาย บากบั่นอุตสาหะต่อเนื่อง ทุกคนมุ่งที่จะช่วยเหลือพึ่งพาตัวเองได้ (แทนรอความช่วยเหลือจากรัฐ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;วิเคราะห์องค์รวมและสรุป:&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จีนในวันนี้ไม่ใช่ประเทศกำลังพัฒนาที่ยากจนอีกแล้ว ความสำเร็จมาจากการยึดหลักพัฒนาทุกด้านเพื่อทุกคนมั่งมีด้วยการทำงานหนัก (Prosperity Through All-Round Development, Prosperity for All, Prosperity Through Hard Work) การที่ทุกคนมีกินมีใช้ไม่ขัดสนเปิดโอกาสให้แต่ละคนก้าวสูงขึ้นไปอีก (ไม่ติดกับดักความยากจน) ผลที่ตามมาคือประเทศจะยิ่งใหญ่ทันสมัยมากขึ้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นตัวอย่างว่า การขับเคลื่อนชาติหรือสังคมคือการขับเคลื่อนทุกคนในสังคม แม้เป็นสังคมใหญ่และหลากหลาย &amp;ldquo;การสร้างชาติคือการสร้างคน&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;การสร้างคนคือการสร้างชาติ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จีนเป็นตัวอย่างการสร้างชาติที่พัฒนาทุกด้าน จากนโยบายที่ว่านอกจากมีกินมีใช้แล้วยังต้องมีสำนึกในศีลธรรมด้วย สังคมที่ทุกคนมีกินมีใช้เป็นภาพความสำเร็จหนึ่งที่ต้องตั้งอยู่บนการพัฒนาทุกคนทุกด้าน รวมทั้งคุณธรรมจริยธรรม เป็นผู้คิดสร้างสรรค์ ปรารถนาดีต่อตัวเอง สังคมและโลก ยึดถือความยั่งยืน ไม่ฉาบฉวยหรือมุ่งแต่ผลประโยชน์ระยะสั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในแง่อุดมการณ์การเมือง สังคมนิยมจีนปัจจุบันไม่ใช่ประเทศที่คนทั้งจังหวัดกินอาหารเมนูเดียวกันและใส่เสื้อผ้าสไตล์เดียวกันอีกต่อไป บางคนเป็นมหาเศรษฐีพันล้าน หลายคนเป็นเจ้าของบริษัทใหญ่บ้างเล็กบ้าง ส่วนใหญ่เป็นลูกจ้างหรือประกอบอาชีพเกษตรกรรม แต่อย่างน้อยทุกคนมีกินมีใช้ไม่ขัดสน ทั้งหมดนี้พรรคคอมมิวนิสต์จีนคือผู้นำการขับเคลื่อน (เน้นย้ำความสำคัญของพรรคฯ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มองในแง่รัฐชาติ (nation state) เป้าหมายพื้นฐานของรัฐปัจจุบันทั่วไปคือการให้พลเมืองอยู่ดีมีสุข บัดนี้จีนบรรลุเป้าหมาย &amp;ldquo;สร้างสังคมที่ทุกคนมีกินมีใช้ไม่ขัดสน&amp;rdquo; ที่ประกาศตั้งแต่ปี 1982 สมัยเติ้ง เสี่ยวผิง (Deng Xiaoping) ประวัติศาสตร์จีนจะจารึกว่าเป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของตน เป็นแบบอย่างและแรงผลักดันแก่รัฐชาติอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป้าหมายต่อไปคือ &amp;ldquo;สร้างประเทศสังคมนิยมยิ่งใหญ่ทันสมัย&amp;rdquo; (a great modern socialist country) ซึ่งคาดว่าจะสำเร็จก่อนกลางศตวรรษ ความเป็นไปของจีนส่งผลต่อประชาคมโลกเช่นเดียวกับที่ความเป็นไปของโลกจะมีผลกระทบต่อจีน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118548</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาญชัย คุ้มปัญญา, สถานการณ์โลก, ​​​​​​​จากยากจนสู่สังคมที่ทุกคนมีกินมีใช้ไม่ขัดสน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e089f896a7c6.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117830</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2021 21:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>​​​​​​​ปอกเปลือกสุนทรพจน์ไบเดนต่อยูเอ็น 2021</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ภาพ : ประธานาธิบดีโจ ไบเดน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;เครดิตภาพ : https://www.whitehouse.gov/wp-content/uploads/2021/04/P20210303AS-1901.jpg&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ประธานาธิบดีโจ ไบเดน กล่าวสุนทรพจน์ต่อสมัชชาสหประชาชาติประจำปี 2021 เมื่อเดือนกันยายน มีสาระสำคัญและข้อวิพากษ์ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประการแรก คุณค่าที่ยึดถือ ความท้าทายร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โรคระบาดโควิด-19 เป็นประเด็นแรกที่ไบเดนเอ่ยถึง คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกกว่า 4.5 ล้านคนแล้ว เป็นความท้าทายเร่งด่วนของประชาคมโลกอันจะก่อเกิดโอกาสมหาศาล หวังทำงานร่วมกับทุกฝ่ายเพื่อช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์เอาชนะโควิด-19 ไม่ว่าจะอยู่แห่งหนใด และเตรียมพร้อมสำหรับโรคระบาดในอนาคต &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นอีกความท้าทายที่กำลังคุกคามทุกมุมโลก รับรู้ได้ถึงภูมิอากาศแบบสุดขั้ว เผชิญภัยแล้งกับน้ำท่วม ไฟป่ากับพายุที่รุนแรงขึ้น คลื่นความร้อนที่ยาวนานกว่าเดิมและน้ำทะเลหนุนสูง สหรัฐจะเพิ่มการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พาหนะไฟฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นคำถามว่าสหประชาชาติจะแสดงบทบาทเรื่องเหล่านี้เพื่อมนุษยชาติหรือไม่ จะธำรงรักษากฎบัตรสหประชาชาติ ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (UDHR) หรือไม่ หรือยอมให้หลักการสากลเหล่านี้ถูกบิดเบือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สหรัฐจะเป็นแชมป์ผู้เชิดชูคุณค่าประชาธิปไตย ยึดมั่นเสรีภาพ ความเท่าเทียม โอกาสและสิทธิมนุษยชนสากล ประณามการกดขี่เพราะเชื้อชาติศาสนาที่แตกต่าง จะไม่อ่อนน้อมต่อลัทธิอำนาจนิยม (authoritarianism) ประชาธิปไตยจะไม่ยอมแพ้พวกอำนาจนิยม แม้ไม่มีประเทศใดเป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์ แต่สหรัฐจะยึดมั่นหลักการเหล่านี้ด้วยความเชื่อว่าประชาธิปไตยจะปลดปล่อยศักยภาพคนออกมามากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วิพากษ์ : ในขณะที่การส่งเสริมสิทธิมนุษยชนเป็นยุทธศาสตร์แม่บท (Grand strategy) มีนโยบายส่งเสริมให้ทุกชาติเป็นประชาธิปไตย สัมพันธ์กับการชี้ว่าใครเป็นมิตรเป็นศัตรู แต่ข้อมูลอีกด้านกลับพบว่ารัฐบาลสหรัฐนี่แหละละเมิดสิทธิมนุษยชน มีคำถามว่าจริงใจแค่ไหนต่อการส่งเสริมเสรีประชาธิปไตยในต่างแดน หรือเป็นเครื่องมือหวังผลประโยชน์ของตนมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องแปลกแต่จริง รัฐบาลชุดที่แล้วถอนตัวออกจากคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC) ให้เหตุผลว่าข้อสรุปของ UNHRC ต่ออิสราเอลไม่เป็นธรรม (ที่ชี้ว่าอิสราเอลละเมิดสิทธิมนุษยชนปาเลสไตน์) น่าคิดว่าด้วยเหตุผลเพียงเท่านี้ถึงกับต้องถอนตัว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากเหตุการณ์ดังกล่าวรัฐบาลรัสเซียแถลงว่าเป็นอีกครั้งที่รัฐบาลสหรัฐแสดงความเห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจ (boorish cynicism) ไม่ยอมรับว่าตัวเองละเมิดสิทธิมนุษยชน ละเมิดกฎเกณฑ์ระหว่างประเทศ ทั้งยังชี้หน้าตำหนิประเทศอื่นละเมิดสิทธิมนุษยชน พยายามชักนำให้ UNHRC ทำตามที่ตนเองต้องการ การถอนตัวดังกล่าวเป็นอีกครั้งที่ชี้ว่าไม่ยึดถือหลักสิทธิมนุษยชนจริง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนเรื่องแก้ไขภาวะโลกร้อนนั้นต้องขึ้นกับว่ารัฐบาลชุดต่อไปจะต่อต้านหรือสนับสนุน ดังที่ทรัมป์ปฏิเสธไม่ยอมรับเรื่องโลกร้อน ปฏิเสธข้อมูลหลักฐานทางวิทยาศาสตร์แม้กระทั่งจากหน่วยงานสหรัฐเอง จึงเอาแน่เอานอนกับรัฐบาลสหรัฐไม่ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตลกร้ายของประเทศนี้คือรัฐบาลหนึ่งถอนตัวจากข้อตกลงนานาชาติ รัฐบาลถัดมาเข้าร่วมอีกครั้ง รัฐบาลหนึ่งไม่ยอมรับ UNHRC อีกรัฐบาลขอเข้าร่วมเป็นสมาชิกอีกรอบ รวมความแล้วไม่ว่าจะเรื่องโลกร้อนหรือสิทธิมนุษยชนต่างไม่คืบหน้าเท่าที่ควร คงไม่เกินไปถ้าจะกล่าวว่านี่คือเทคนิคการดำเนินนโยบายต่างประเทศอย่างหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประการที่ 2 อยากร่วมมือกับพันธมิตร นานาชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สหรัฐพุ่งความสนใจต่อภูมิภาคที่สำคัญ เช่น อินโด-แปซิฟิกซึ่งจะมีผลสำคัญต่อวันนี้และพรุ่งนี้ จะร่วมมือกับพันธมิตร หุ้นส่วน สถาบันระหว่างประเทศ เพื่อขยายความเข้มแข็งร่วม เข้าจัดการความท้าทายต่างๆ ของโลก เป็นความจริงที่ว่าความสำเร็จของประเทศอื่นๆ ช่วยให้ประเทศตนสำเร็จด้วย จึงจำต้องเข้าพัวพันนานาชาติอย่างลึกซึ้ง มีอนาคตร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความมั่นคงของสหรัฐ การอยู่ดีกินดีและเสรีภาพทั้งหมดสัมพันธ์กัน และผูกพันยิ่งขึ้นในยุคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตลอด 8 เดือนที่ผ่านมาได้ตอกย้ำข้อตกลงนาโต ร่วมกับสมาชิกนาโตสร้างแนวคิดยุทธศาสตร์ใหม่รับมือภัยคุกคามที่เข้ามา สหรัฐจะเข้าพัวพันกับสหภาพยุโรปซึ่งเป็นหุ้นส่วนหลัก (fundamental partner) ในทุกมิติ ได้ยกระดับกลุ่มภาคี Quad ซึ่งประกอบด้วยออสเตรเลีย อินเดีย ญี่ปุ่นและสหรัฐ รับมือความท้าทายตั้งแต่เรื่องสุขภาพ สภาพภูมิอากาศ เทคโนโลยีใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เข้าพัวพันกับสถาบันระดับภูมิภาค เช่น อาเซียน สหภาพแอฟริกา (African Union) องค์การรัฐอเมริกัน (OAS) ให้ความสำคัญกับประเด็นเร่งด่วนของแต่ละภูมิภาค ร่วมเวทีระหว่างประเทศต่างๆ เป็นสมาชิก COVAX เข้าร่วมข้อตกลงโลกร้อนปารีสอีกครั้ง (Paris Climate Agreement) และจะเข้าร่วม UNHRC ในปีหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วิพากษ์ : เป็นความจริงที่นาโตเป็นพันธมิตรด้านการทหารเก่าแก่ เป็นความจริงอีกที่สหรัฐสัมพันธ์กับชาติยุโรปโดยเฉพาะที่เป็นสมาชิกนาโตอียู แต่อีกด้านต้องมองว่าหลายประเทศในอียูเพิ่มความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับจีนอย่างต่อเนื่อง เยอรมนีเพิ่มขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับจีน รวมถึงยืนยันซื้อก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียเพิ่มเติม เดินหน้าสร้างท่อก๊าซ Nord Stream 2 แทนที่จะซื้อจากสหรัฐตามที่รัฐบาลสหรัฐร้องขอ ไม่สนใจว่าการขยายความสัมพันธ์กับจีนรัสเซียเช่นนี้จะส่งเสริมให้ 2 ประเทศนั้นเข้มแข็งขึ้น เชื่อมต่อกันมากขึ้นหรือไม่ (ตรงข้ามกับยุทธศาสตร์ปิดล้อม) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประการที่ 3 พร้อมใช้กำลังถ้าจำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สหรัฐพร้อมใช้กำลังถ้าจำเป็นเพื่อปกป้องตัวเอง พันธมิตร ปกป้องผลประโยชน์สำคัญยิ่งของตน รวมถึงภัยคุกคามที่จวนจะถึงตัวแล้ว (imminent threat) แต่การใช้กำลังจะเป็นวิธีสุดท้าย มีหลายอย่างที่ไม่สามารถจัดการด้วยอาวุธ เช่น โรคระบาดโควิด-19 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วิพากษ์ : การเอ่ยถึงภัยคุกคามจวนตัวทำให้นึกถึงหลักนิยม &amp;ldquo;ชิงลงมือก่อน&amp;rdquo; (preemption) ของรัฐบาลจอร์จ ดับเบิลยู. บุช เป็นที่มาของการบุกอิรักโค่นล้มรัฐบาลซัดดัม ฮุสเซน โดยอ้างหลักฐานว่ารัฐบาลซัดดัมมีอาวุธนิวเคลียร์ซึ่งทั่วโลกประจักษ์แล้วว่าเป็นเรื่องโกหกหลอกลวง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประการที่ 4 กฎระเบียบการค้าโลกใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สหรัฐกำลังมองหากฎกติกาการค้าโลกใหม่ หลักการเติบโตทางเศรษฐกิจใหม่ ที่ไม่เอื้อประเทศใดประเทศหนึ่งโดยเฉพาะ ไม่เห็นด้วยหากประเทศแข็งแรงครอบงำผู้อ่อนแอ ไม่ว่าจะด้วยกำลัง แรงกดดันทางเศรษฐกิจ การขูดรีดด้วยเทคโนโลยี ข้อมูลเท็จ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วิพากษ์ : แม้ไบเดนไม่ใช้คำพูดเดียวกับทรัมป์ แต่เป็นแนวคิดที่สานต่อจากรัฐบาลชุดก่อนที่เห็นว่าระเบียบการค้าโลกปัจจุบันไม่ถูกต้องเสียแล้ว (ทั้งๆ ที่สหรัฐกับพวกเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสร้างระเบียบการค้าโลกที่เป็นอยู่) มีกระแสข่าวทรัมป์คิดจะถอนตัวออกจากองค์การค้าโลก สมัยทรัมป์วางแนวทางว่าห้ามประเทศใดเกินดุลการค้าตน (แต่ไม่ห้ามหากประเทศใดขาดดุลอเมริกา) รัฐบาลสหรัฐมีบทลงโทษเฉพาะต่อประเทศเหล่านั้น เกิดศัพท์ใหม่ว่าการค้าเสรีแต่ต้องยุติธรรมด้วย (free and fair trade) มีคำถามว่าหลักการดังกล่าวหมายถึงอย่างไรกันแน่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประการที่ 5 จะไม่ก่อสงครามเย็นหรือแบ่งขั้วอย่างเข้มข้นอีก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในที่ประชุมสมัชชาไบเดนกล่าวว่า ขอพูดชัดๆ อีกครั้งว่าสหรัฐจะไม่ก่อสงครามเย็นใหม่หรือแบ่งโลกเป็นขั้วอย่างเข้มข้นอีก พร้อมแก้ทุกปัญหาด้วยสันติวิธี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วิพากษ์ : ไม่กี่วันก่อนหน้านั้นอันโตนิโอ กูเตอร์เรส&amp;nbsp; (Ant&amp;oacute;nio Guterres) เลขาธิการยูเอ็นเตือนจีนกับสหรัฐให้หลีกเลี่ยงสงครามเย็นรอบใหม่ ขอให้ทั้ง 2 ประเทศร่วมมือกัน ปรับความสัมพันธ์ก่อนบานปลาย &amp;ldquo;ทุกวันนี้มีแต่เผชิญหน้ากัน&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คำถามคือ ถ้ารัฐบาลสหรัฐไม่ก่อสงครามเย็น เท่ากับจีนพยายามทำใช่หรือไม่ หรือว่าเลขาธิการยูเอ็นเข้าใจผิด หรือมีใครสักคนกำลังโกหก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การประกาศพันธมิตรทางทหารอินโด-แปซิฟิก ระหว่างสหรัฐ-อังกฤษ-ออสเตรเลีย หรือ AUKUS เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา และการประชุมสุดยอดกลุ่มภาคี Quad เมื่อวันศุกร์ถูกวิพากษ์อย่างหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นเรื่องปกติที่ผู้นำประเทศจะพูดแต่เรื่องดีๆ ส่งเสริมภาพลักษณ์ของตนในเวทีใหญ่ ในอีกด้านทุกถ้อยคำเป็นหลักฐานชั้นดีบ่งบอกว่าสิ่งที่พูดกับสิ่งที่ทำตรงกันหรือไม่ ในที่สุดประชาคมโลกจะตัดสิน. &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117830</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาญชัย คุ้มปัญญา, สถานการณ์โลก, ​​​​​​​ปอกเปลือกสุนทรพจน์ไบเดนต่อยูเอ็น 2021</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e089f896a7c6.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117829</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2021 20:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปอกเปลือกสุนทรพจน์ไบเดนต่อยูเอ็น 2021</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ประธานาธิบดีโจ ไบเดน กล่าวสุนทรพจน์ต่อสมัชชาสหประชาชาติประจำปี 2021 เมื่อเดือนกันยายน มีสาระสำคัญและข้อวิพากษ์ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประการแรก คุณค่าที่ยึดถือ ความท้าทายร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โรคระบาดโควิด-19 เป็นประเด็นแรกที่ไบเดนเอ่ยถึง คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกกว่า 4.5 ล้านคนแล้ว เป็นความท้าทายเร่งด่วนของประชาคมโลกอันจะก่อเกิดโอกาสมหาศาล หวังทำงานร่วมกับทุกฝ่ายเพื่อช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์เอาชนะโควิด-19 ไม่ว่าจะอยู่แห่งหนใด และเตรียมพร้อมสำหรับโรคระบาดในอนาคต &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นอีกความท้าทายที่กำลังคุกคามทุกมุมโลก รับรู้ได้ถึงภูมิอากาศแบบสุดขั้ว เผชิญภัยแล้งกับน้ำท่วม ไฟป่ากับพายุที่รุนแรงขึ้น คลื่นความร้อนที่ยาวนานกว่าเดิมและน้ำทะเลหนุนสูง สหรัฐจะเพิ่มการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พาหนะไฟฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นคำถามว่าสหประชาชาติจะแสดงบทบาทเรื่องเหล่านี้เพื่อมนุษยชาติหรือไม่ จะธำรงรักษากฎบัตรสหประชาชาติ ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (UDHR) หรือไม่ หรือยอมให้หลักการสากลเหล่านี้ถูกบิดเบือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สหรัฐจะเป็นแชมป์ผู้เชิดชูคุณค่าประชาธิปไตย ยึดมั่นเสรีภาพ ความเท่าเทียม โอกาสและสิทธิมนุษยชนสากล ประณามการกดขี่เพราะเชื้อชาติศาสนาที่แตกต่าง จะไม่อ่อนน้อมต่อลัทธิอำนาจนิยม (authoritarianism) ประชาธิปไตยจะไม่ยอมแพ้พวกอำนาจนิยม แม้ไม่มีประเทศใดเป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์ แต่สหรัฐจะยึดมั่นหลักการเหล่านี้ด้วยความเชื่อว่าประชาธิปไตยจะปลดปล่อยศักยภาพคนออกมามากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วิพากษ์ : ในขณะที่การส่งเสริมสิทธิมนุษยชนเป็นยุทธศาสตร์แม่บท (Grand strategy) มีนโยบายส่งเสริมให้ทุกชาติเป็นประชาธิปไตย สัมพันธ์กับการชี้ว่าใครเป็นมิตรเป็นศัตรู แต่ข้อมูลอีกด้านกลับพบว่ารัฐบาลสหรัฐนี่แหละละเมิดสิทธิมนุษยชน มีคำถามว่าจริงใจแค่ไหนต่อการส่งเสริมเสรีประชาธิปไตยในต่างแดน หรือเป็นเครื่องมือหวังผลประโยชน์ของตนมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องแปลกแต่จริง รัฐบาลชุดที่แล้วถอนตัวออกจากคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC) ให้เหตุผลว่าข้อสรุปของ UNHRC ต่ออิสราเอลไม่เป็นธรรม (ที่ชี้ว่าอิสราเอลละเมิดสิทธิมนุษยชนปาเลสไตน์) น่าคิดว่าด้วยเหตุผลเพียงเท่านี้ถึงกับต้องถอนตัว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากเหตุการณ์ดังกล่าวรัฐบาลรัสเซียแถลงว่าเป็นอีกครั้งที่รัฐบาลสหรัฐแสดงความเห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจ (boorish cynicism) ไม่ยอมรับว่าตัวเองละเมิดสิทธิมนุษยชน ละเมิดกฎเกณฑ์ระหว่างประเทศ ทั้งยังชี้หน้าตำหนิประเทศอื่นละเมิดสิทธิมนุษยชน พยายามชักนำให้ UNHRC ทำตามที่ตนเองต้องการ การถอนตัวดังกล่าวเป็นอีกครั้งที่ชี้ว่าไม่ยึดถือหลักสิทธิมนุษยชนจริง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนเรื่องแก้ไขภาวะโลกร้อนนั้นต้องขึ้นกับว่ารัฐบาลชุดต่อไปจะต่อต้านหรือสนับสนุน ดังที่ทรัมป์ปฏิเสธไม่ยอมรับเรื่องโลกร้อน ปฏิเสธข้อมูลหลักฐานทางวิทยาศาสตร์แม้กระทั่งจากหน่วยงานสหรัฐเอง จึงเอาแน่เอานอนกับรัฐบาลสหรัฐไม่ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตลกร้ายของประเทศนี้คือรัฐบาลหนึ่งถอนตัวจากข้อตกลงนานาชาติ รัฐบาลถัดมาเข้าร่วมอีกครั้ง รัฐบาลหนึ่งไม่ยอมรับ UNHRC อีกรัฐบาลขอเข้าร่วมเป็นสมาชิกอีกรอบ รวมความแล้วไม่ว่าจะเรื่องโลกร้อนหรือสิทธิมนุษยชนต่างไม่คืบหน้าเท่าที่ควร คงไม่เกินไปถ้าจะกล่าวว่านี่คือเทคนิคการดำเนินนโยบายต่างประเทศอย่างหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประการที่ 2 อยากร่วมมือกับพันธมิตร นานาชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สหรัฐพุ่งความสนใจต่อภูมิภาคที่สำคัญ เช่น อินโด-แปซิฟิกซึ่งจะมีผลสำคัญต่อวันนี้และพรุ่งนี้ จะร่วมมือกับพันธมิตร หุ้นส่วน สถาบันระหว่างประเทศ เพื่อขยายความเข้มแข็งร่วม เข้าจัดการความท้าทายต่างๆ ของโลก เป็นความจริงที่ว่าความสำเร็จของประเทศอื่นๆ ช่วยให้ประเทศตนสำเร็จด้วย จึงจำต้องเข้าพัวพันนานาชาติอย่างลึกซึ้ง มีอนาคตร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความมั่นคงของสหรัฐ การอยู่ดีกินดีและเสรีภาพทั้งหมดสัมพันธ์กัน และผูกพันยิ่งขึ้นในยุคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตลอด 8 เดือนที่ผ่านมาได้ตอกย้ำข้อตกลงนาโต ร่วมกับสมาชิกนาโตสร้างแนวคิดยุทธศาสตร์ใหม่รับมือภัยคุกคามที่เข้ามา สหรัฐจะเข้าพัวพันกับสหภาพยุโรปซึ่งเป็นหุ้นส่วนหลัก (fundamental partner) ในทุกมิติ ได้ยกระดับกลุ่มภาคี Quad ซึ่งประกอบด้วยออสเตรเลีย อินเดีย ญี่ปุ่นและสหรัฐ รับมือความท้าทายตั้งแต่เรื่องสุขภาพ สภาพภูมิอากาศ เทคโนโลยีใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เข้าพัวพันกับสถาบันระดับภูมิภาค เช่น อาเซียน สหภาพแอฟริกา (African Union) องค์การรัฐอเมริกัน (OAS) ให้ความสำคัญกับประเด็นเร่งด่วนของแต่ละภูมิภาค ร่วมเวทีระหว่างประเทศต่างๆ เป็นสมาชิก COVAX เข้าร่วมข้อตกลงโลกร้อนปารีสอีกครั้ง (Paris Climate Agreement) และจะเข้าร่วม UNHRC ในปีหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วิพากษ์ : เป็นความจริงที่นาโตเป็นพันธมิตรด้านการทหารเก่าแก่ เป็นความจริงอีกที่สหรัฐสัมพันธ์กับชาติยุโรปโดยเฉพาะที่เป็นสมาชิกนาโตอียู แต่อีกด้านต้องมองว่าหลายประเทศในอียูเพิ่มความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับจีนอย่างต่อเนื่อง เยอรมนีเพิ่มขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับจีน รวมถึงยืนยันซื้อก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียเพิ่มเติม เดินหน้าสร้างท่อก๊าซ Nord Stream 2 แทนที่จะซื้อจากสหรัฐตามที่รัฐบาลสหรัฐร้องขอ ไม่สนใจว่าการขยายความสัมพันธ์กับจีนรัสเซียเช่นนี้จะส่งเสริมให้ 2 ประเทศนั้นเข้มแข็งขึ้น เชื่อมต่อกันมากขึ้นหรือไม่ (ตรงข้ามกับยุทธศาสตร์ปิดล้อม) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประการที่ 3 พร้อมใช้กำลังถ้าจำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สหรัฐพร้อมใช้กำลังถ้าจำเป็นเพื่อปกป้องตัวเอง พันธมิตร ปกป้องผลประโยชน์สำคัญยิ่งของตน รวมถึงภัยคุกคามที่จวนจะถึงตัวแล้ว (imminent threat) แต่การใช้กำลังจะเป็นวิธีสุดท้าย มีหลายอย่างที่ไม่สามารถจัดการด้วยอาวุธ เช่น โรคระบาดโควิด-19 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วิพากษ์ : การเอ่ยถึงภัยคุกคามจวนตัวทำให้นึกถึงหลักนิยม &amp;ldquo;ชิงลงมือก่อน&amp;rdquo; (preemption) ของรัฐบาลจอร์จ ดับเบิลยู. บุช เป็นที่มาของการบุกอิรักโค่นล้มรัฐบาลซัดดัม ฮุสเซน โดยอ้างหลักฐานว่ารัฐบาลซัดดัมมีอาวุธนิวเคลียร์ซึ่งทั่วโลกประจักษ์แล้วว่าเป็นเรื่องโกหกหลอกลวง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประการที่ 4 กฎระเบียบการค้าโลกใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สหรัฐกำลังมองหากฎกติกาการค้าโลกใหม่ หลักการเติบโตทางเศรษฐกิจใหม่ ที่ไม่เอื้อประเทศใดประเทศหนึ่งโดยเฉพาะ ไม่เห็นด้วยหากประเทศแข็งแรงครอบงำผู้อ่อนแอ ไม่ว่าจะด้วยกำลัง แรงกดดันทางเศรษฐกิจ การขูดรีดด้วยเทคโนโลยี ข้อมูลเท็จ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วิพากษ์ : แม้ไบเดนไม่ใช้คำพูดเดียวกับทรัมป์ แต่เป็นแนวคิดที่สานต่อจากรัฐบาลชุดก่อนที่เห็นว่าระเบียบการค้าโลกปัจจุบันไม่ถูกต้องเสียแล้ว (ทั้งๆ ที่สหรัฐกับพวกเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสร้างระเบียบการค้าโลกที่เป็นอยู่) มีกระแสข่าวทรัมป์คิดจะถอนตัวออกจากองค์การค้าโลก สมัยทรัมป์วางแนวทางว่าห้ามประเทศใดเกินดุลการค้าตน (แต่ไม่ห้ามหากประเทศใดขาดดุลอเมริกา) รัฐบาลสหรัฐมีบทลงโทษเฉพาะต่อประเทศเหล่านั้น เกิดศัพท์ใหม่ว่าการค้าเสรีแต่ต้องยุติธรรมด้วย (free and fair trade) มีคำถามว่าหลักการดังกล่าวหมายถึงอย่างไรกันแน่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประการที่ 5 จะไม่ก่อสงครามเย็นหรือแบ่งขั้วอย่างเข้มข้นอีก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในที่ประชุมสมัชชาไบเดนกล่าวว่า ขอพูดชัดๆ อีกครั้งว่าสหรัฐจะไม่ก่อสงครามเย็นใหม่หรือแบ่งโลกเป็นขั้วอย่างเข้มข้นอีก พร้อมแก้ทุกปัญหาด้วยสันติวิธี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วิพากษ์ : ไม่กี่วันก่อนหน้านั้นอันโตนิโอ กูเตอร์เรส&amp;nbsp; (Ant&amp;oacute;nio Guterres) เลขาธิการยูเอ็นเตือนจีนกับสหรัฐให้หลีกเลี่ยงสงครามเย็นรอบใหม่ ขอให้ทั้ง 2 ประเทศร่วมมือกัน ปรับความสัมพันธ์ก่อนบานปลาย &amp;ldquo;ทุกวันนี้มีแต่เผชิญหน้ากัน&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คำถามคือ ถ้ารัฐบาลสหรัฐไม่ก่อสงครามเย็น เท่ากับจีนพยายามทำใช่หรือไม่ หรือว่าเลขาธิการยูเอ็นเข้าใจผิด หรือมีใครสักคนกำลังโกหก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การประกาศพันธมิตรทางทหารอินโด-แปซิฟิก ระหว่างสหรัฐ-อังกฤษ-ออสเตรเลีย หรือ AUKUS เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา และการประชุมสุดยอดกลุ่มภาคี Quad เมื่อวันศุกร์ถูกวิพากษ์อย่างหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นเรื่องปกติที่ผู้นำประเทศจะพูดแต่เรื่องดีๆ ส่งเสริมภาพลักษณ์ของตนในเวทีใหญ่ ในอีกด้านทุกถ้อยคำเป็นหลักฐานชั้นดีบ่งบอกว่าสิ่งที่พูดกับสิ่งที่ทำตรงกันหรือไม่ ในที่สุดประชาคมโลกจะตัดสิน. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;---------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ภาพ : ประธานาธิบดีโจ ไบเดน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;เครดิตภาพ : https://www.whitehouse.gov/wp-content/uploads/2021/04/P20210303AS-1901.jpg&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;---------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117829</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาญชัย คุ้มปัญญา, ปอกเปลือกสุนทรพจน์ไบเดนต่อยูเอ็น 2021, สถานการณ์โลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e089f896a7c6.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117120</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลเฉพาะกาลอัฟกานิสถาน เป้าหมายและความท้าทาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ภาพ : มุมหนึ่งของกรุงคาบูล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;เครดิตภาพ : https://www.globaltimes.cn/page/202109/1233790.shtml?id=11&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ไม่ถึงเดือนนับจากเข้ายึดกรุงคาบูล กลุ่มตอลิบันประกาศนโยบายหลักของตน สถาปนารัฐอิสลาม Islamic Emirate of Afghanistan และประกาศรัฐบาลเฉพาะกาล ผู้นำสูงสุด (Supreme Leader) คือ Mullah Mohammad Hassan Akhund หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งตอลิบัน คณะรัฐมนตรีของรัฐบาลเฉพาะกาลเป็นสมาชิกตอลิบันทุกคน พร้อมสร้างสัมพันธ์ดีกับทุกประเทศบนความไว้เนื้อเชื่อใจต่อกัน จะเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ ข้อตกลงต่างๆ ที่ไม่ขัดกฎหมายอิสลามและคุณค่าที่ประเทศยึดถือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;รัฐบาลเฉพาะกาล :&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การตั้งรัฐบาลเฉพาะกาลเกิดขึ้นไล่เลี่ยกับข่าวกองกำลังตอลีบันเข้าปะทะกองกำลังปัญชีร์ (Panjshir) อันที่จริงกลุ่มปัญชีร์พูดย้ำตลอดว่าต้องการเจรจากับตอลิบัน แต่ข่าวที่เปิดเผยต่อสาธารณะไม่ชัดว่าผลการเจรจาเป็นอย่างไร เป็นไปได้ว่ากลุ่มปัญชีร์มีข้อเรียกร้องที่ตอลิบันรับไม่ได้ เช่น แนวร่วมฝ่ายต่อต้านแห่งชาติอัฟกานิสถาน (National Resistance Front : NRF) ขอมีอำนาจปกครองตัวเองหรือกึ่งปกครองตัวเอง (แบบกรณีเคิร์ดอิรักที่มีกองทัพของตัวเอง มีรัฐบาลของตน)
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คำถามตามมาทันทีว่าตอลิบันทำตามหลักนโยบายที่ประกาศไว้หรือไม่ ดังที่ประกาศว่าจะตั้งรัฐบาลที่รวมทุกกลุ่มเข้ามา แต่ ครม.ชุดนี้ไม่เป็นเช่นนั้น คำถามนี้ตอบได้หลายแนว เช่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประการแรก จำต้องได้ ครม.ที่ไว้ใจทำงานร่วมกันได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การที่ ครม.ทั้งชุดเป็นสมาชิกตอลิบันไม่ใช่ข้อสรุปว่าเป็นรัฐบาลของพวกตอลิบันหรือเอื้อประโยชน์แก่เผ่าพัชตุน (Pashtun) เท่านั้น (ถ้ายึดว่าตอลิบันคือพวกพัชตุน) แม้ตอลิบันกับ NRF ขัดแย้งกันสู้รบกัน แต่ตอลิบันในปี 2021 ประกาศแล้วว่า &amp;ldquo;จะไม่แก้แค้นใครทั้งสิ้น&amp;rdquo; หวังสร้างชาติที่รวมทุกกลุ่มเข้าด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกเหตุผลคือความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องบริหารจัดการประเทศ ต้องมีผู้ดูแลระบบสาธารณูปโภค การขนส่งกระจายสินค้า มีผู้ว่าการธนาคารแห่งชาติดูแลการเงินการคลัง ฯลฯ มีงานมากมายที่ต้องการคนเข้าบริหารจัดการ เป็นบทบาททั่วไปของรัฐบาลเฉพาะกาล สัปดาห์ก่อน Deborah Lyons ตัวแทนพิเศษของเลขาธิการ UN เรียกร้องให้นานาชาติช่วยเหลืออัฟกานิสถานโดยด่วน หาไม่แล้วจะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ สังคมปั่นป่วน หลายล้านคนกลายเป็นคนจนและอีกมากที่จะอพยพออกนอกประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประการที่ 2 ประเทศต้องมีเอกภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มองในแง่บวกอีกข้อคือ ตอลิบันประกาศชัดว่าประเทศจะไม่เป็นพื้นที่แห่งความขัดแย้ง ไม่เป็นเขตสงครามของใครอีกต่อไป ตอลิบันไม่เป็นปรปักษ์กับใครไม่ว่าจะในหรือต่างประเทศ อัฟกานิสถานเป็นบ้านของชาวอัฟกันทุกคนๆ ได้รับอภัยโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การจะเป็นเช่นนี้ประเทศต้องมีเอกภาพ ชาติพันธุ์ต่างๆ อยู่ใต้อำนาจรัฐบาลกลาง เป็นที่รับรู้กันว่าอัฟกานิสถานแบ่งแยกด้วยชาติพันธุ์มานาน แม้แต่รัฐบาลตอลิบันยุคก่อน (1996-2001) กับรัฐบาลประชาธิปไตยอัฟกันที่สหรัฐหนุนหลังต่างไม่สามารถรวมประเทศได้จริง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 20 ปีที่ผ่านมาตอลิบันเติบใหญ่ผ่านประสบการณ์ เมื่อมองโดยยึดเอกภาพประเทศเป็นที่ตั้ง จำต้องสยบกลุ่มต่างๆ ทั้งหมด ชาติที่เป็นเอกภาพเท่านั้นจึงจะพัฒนาง่าย การแบ่งแยกภายในหรือมีผู้พยายามตั้งตัวเป็นรัฐอิสระย่อมขัดขวางการค้าการลงทุน โครงการต่างๆ ไม่ควรแบ่งแยกว่าเป็นของพวกปัญชีร์หรือของตอลิบัน ควรเหลือเพียงประเทศ Islamic Emirate of Afghanistan&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คำถามคือ &amp;ldquo;เอกภาพ&amp;rdquo; ที่เอ่ยถึงหมายความว่าอย่างไร การเป็นพี่น้องมุสลิมเหมือนกันหมายความว่าอย่างไร กลุ่มต่างๆ ชาติพันธุ์อื่นๆ มีคุณค่า ได้รับการปฏิบัติเท่าเทียมกับตอลิบันหรือพัชตุนหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประการที่ 3 แนวคิดตอลิบันกำราบมูจาฮิดีน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มูจาฮิดีน (Mujahidin) มีความหมายตรงตัวว่าพวกทำญิฮาด ผู้ทำสงครามปกป้องอิสลาม การรุกรานของกองทัพโซเวียตเมื่อปี 1979 กระตุ้นให้เกิดมูจาฮิดีนมากมาย ทั้งจากคนอัฟกันกับมุสลิมชาติอื่นๆ ที่ส่วนใหญ่มาจากปากีสถานกับรัฐอาหรับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อาจแยกมูจาฮิดีนออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ พวกซุนนีที่ได้รับการสนับสนุนจากปากีสถาน ซาอุฯ และสหรัฐ กับอีกกลุ่มคือสายชีอะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน เช่น ให้อาวุธ ให้เงิน ช่วยฝึกรบ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยความที่มูจาฮิดีนอัฟกันมาจากชาติพันธุ์หลากหลายและหลายประเทศหนุนหลัง ช่วงปี 1992-96 มูจาฮิดีนกลุ่มต่างๆ สู้กันเองอย่างดุเดือด สุดท้ายตอลิบันยึดกรุงคาบูลตั้งรัฐบาล (1996-2001) ก่อนถูกสหรัฐกับพวกโจมตีในสงครามต่อต้านก่อการร้าย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมความแล้ว สมาชิกมูจาฮิดีนส่วนใหญ่คือคนอัฟกันและมีคนต่างชาติด้วย หลังขับไล่ทหารโซเวียตรัสเซียพ้นประเทศ พวกเขาบางคนอยู่ในอัฟกานิสถานต่อไป บางคนออกไปสู้รบนอกประเทศไม่ว่าจะด้วยเหตุผลญิฮาดหรืออื่นใด หลายประเทศมองมูจาฮิดีนในแง่ลบเป็นภัยต่อตน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับสหรัฐ รัฐบาลสหรัฐทำข้อตกลงกับตอลิบันแล้วว่าอัฟกานิสถานจะต้องไม่เป็นแหล่งซ่องสุมผู้ก่อการร้ายอีกและไม่โจมตีผลประโยชน์อเมริกา การที่ตอลิบันเข้าปราบปรามกลุ่มต่างๆ ที่เหลือมีค่าเท่ากับทำหน้าที่ดังกล่าว เปลี่ยนกองกำลังสารพัดกลุ่มให้กลายเป็นพลเรือน (หรืออย่างน้อยต้องเชื่อฟังตอลิบัน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังที่ได้นำเสนอในบทความก่อนว่า แม้สหรัฐมีกองทัพนับล้าน มีหน่วยรบพิเศษ มีเทคโนโลยีสูง สามารถปราบปรามผู้ก่อการร้ายแม้อยู่ห่างไกล แต่จะเป็นการดีกว่า ประหยัดกว่า หากมีใครสักกลุ่มควบคุมพวกสุดโต่งที่เหลือ (ให้พวกสุดโต่งจัดการกันเอง ไม่ต้องส่งกองทัพนับแสนไปรบอีก) ตอลิบันกำลังทำหน้าที่ควบคุมกลุ่มต่างๆ ที่เหลือ ไม่ให้มีมูจาฮิดีนอยู่ในมือของประเทศใดอีกต่อไป อัฟกานิสถานจะเป็นแหล่งซ่องสุมกบดานของผู้ก่อการร้ายหรือไม่ คำถามนี้หลายประเทศจะเอ่ยถึงอีกนาน เป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลประเทศนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ความท้าทายที่รออยู่ :&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชาวอัฟกันเป็นมุสลิมเกือบทั้งหมด แต่ต้องเข้าใจว่ามีความแตกต่างด้านนิกายสำนักคิด แม้ตอลิบันปี 2021 จะปรับตัวไม่ตีความเคร่งครัดเหมือนเช่นอดีต แต่ความแตกต่างกับชีอะห์มีแน่นอน หรือแม้กระทั่งกับซุนนีสายอื่นๆ น่าติดตามว่ารัฐธรรมนูญ กฎหมายต่างๆ นโยบายต่อประเทศเพื่อนบ้านจะเป็นอย่างไร ไม่ว่าจะต่อปากีสถาน อินเดีย อิหร่าน ชาติมหาอำนาจ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ส่งผลต่อประเทศอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในแง่กลุ่มภายในประเทศ รัฐบาลตอลิบันยุคนี้ไม่ต่างจากรัฐบาลประชาธิปไตยอัฟกันที่ต้องกำกับสัมพันธ์กับกลุ่มต่างๆ ทำอย่างไรให้อยู่กับรัฐบาลได้ ไม่ต่างจากรัฐบาลของประเทศใดๆ ที่ต้องกำกับดูแลประชาชนที่มีความแตกต่างหลากหลาย ไม่ว่าจะปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย สังคมนิยมหรืออื่นใด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเด็นคือจะควบคุมอย่างไร ตอลิบันจะรวบอำนาจหลักไว้กับตัวเองหรือแบ่งสรรอำนาจแก่กลุ่มต่างๆ แบบหลังนี้คือแบบที่มหาอำนาจไม่ว่าจะตะวันตก รัสเซีย จีน ประเทศเพื่อนบ้านต้องการ เป็นเงื่อนไขความร่วมมือระหว่างประเทศ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอลิบันยอมรับว่าฝิ่นเป็นปัญหาของประเทศ ร้องขอความช่วยเหลือจากนานาชาติ การค้าการลงทุนกับนานาชาติคือทางออกที่ดี ช่วยพัฒนาสังคมประเทศทุกมิติ บางประเทศแสดงท่าทีต้องการเข้าไปลงทุนเพิ่มอยู่แล้ว แต่รัฐอิสลามอัฟกานิสถานต้องมีนโยบายที่สอดรับนานาชาติที่แตกต่างหลากหลายยิ่งกว่าภายในประเทศตัวเอง แม้กระทั่งเรื่องทั่วไปเช่นจะให้คนต่างชาติแต่งกายอย่างไร กินอยู่อย่างไร ยอมรับพฤติกรรมคนต่างชาติที่สัมพันธ์กับศาสนาความเชื่อของเขาหรือไม่ สภาพเหล่านี้เห็นชัดในประเทศต่างๆ อยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในอดีตพวกมูจาฮิดีนทำญิฮาดขับไล่การรุกรานของทหารต่างชาติ ในอนาคตผู้ที่เข้ามาจะเป็นนักลงทุน ผู้ประกอบการต่างแดน แรงงานฝีมือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลักนโยบายของตอลิบัน 2021 หวังเป็นชาติเอกภาพ ส่งเสริมการอยู่ร่วมกันของทุกกลุ่ม ส่งเสริมการพัฒนาประเทศ ต้อนรับการลงทุนจากต่างชาติ การจะทำเช่นนี้ได้ต้องสร้างชาติที่เป็นเอกภาพ ไม่แบ่งแยกด้วยชาติพันธุ์ กองกำลังใดๆ อีก หรืออย่างน้อยต้องไม่สู้รบกันเองอีก ถ้ามองให้กว้างขึ้นหากตอลิบันยอมรับการค้าการลงทุนจากนานาชาติ สิ่งต่างๆ ของนานาชาติจะหลั่งไหลเข้าไปไม่มากก็น้อย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การสร้างชาติที่รวมทุกกลุ่มคนเป็นปณิธานยิ่งใหญ่ รัฐอิสลามอัฟกานิสถานที่สัมพันธ์กับนานาประเทศ เรื่องเหล่านี้จะเป็นจริงหรือทำได้ดีเพียงใด เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117120</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาญชัย คุ้มปัญญา, รัฐบาลเฉพาะกาลอัฟกานิสถาน เป้าหมายและความท้าทาย, สถานการณ์โลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e089f896a7c6.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116386</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>20 ปีสงครามอัฟกานิสถาน ความล้มเหลวของสหรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ภาพ : HC-130J เครื่องบินค้นหาและกู้ภัยของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;เครดิตภาพ : https://www.facebook.com/920thRescueWing/photos/4131142140241274/&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;มีผู้วิพากษ์ทั้งความสำเร็จและล้มเหลวของสหรัฐต่อสงครามอัฟกานิสถาน&amp;nbsp; ในที่นี้จะนำเสนอมุมมองความล้มเหลว ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประการแรก ตอลิบันครองกรุงคาบูลจัดตั้งรัฐบาลอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ย้อนหลังเมื่อสหรัฐกับพวกบุกอัฟกานิสถาน ธันวาคม 2001 Mullah Omar ผู้นำตอลิบันกับกองกำลังที่เหลือยอมแพ้ ยุติช่วงตอลิบันปกครองอัฟกานิสถาน 1996-2001 สหรัฐสามารถตั้งรัฐบาลปกครองกรุงคาบูล แต่เรื่องราวไม่จบเพียงเท่านี้ เป็นจุดเริ่มของสงครามยืดเยื้อ 20 ปี และสุดท้ายตอลิบันกลับมาเป็นฝ่ายชนะ เนื้อหาประวัติศาสตร์หน้านี้อาจเขียนว่าพวกตอลิบันต่อต้านต่างชาติอย่างทรหดถึง 20 ปีจนได้ชัยชนะ คล้ายกับเวียดนามที่ต่อต้านฝรั่งเศส สหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประการที่ 2 กองทัพรัฐบาลอัฟกันไม่ยอมรบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หัวข้อที่เอ่ยถึงกันมากคือทำไมทหารตำรวจของรัฐบาลประชาธิปไตยไม่รบหรือแทบไม่สู้เลย เรื่องนี้อาจอธิบายได้ว่าเป็นจุดอ่อนร้ายแรงและรับรู้นานแล้วนั่นคือ รัฐบาลประชาธิปไตยอัฟกันไม่สามารถสร้างกองทัพที่เข้มแข็งและยืนด้วยขาตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประธานาธิบดีโอบามากล่าวเมื่อพฤษภาคม 2014 ว่านโยบายต่อจากนี้คือ &amp;ldquo;ขจัดภัยคุกคามจากอัลกออิดะห์ สนับสนุนกองกำลังรักษาความมั่นคงของอัฟกานิสถาน และช่วยให้ชาวอัฟกันได้โอกาสที่จะยืนด้วยลำแข้งของตนเอง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นไปกองทัพสหรัฐจะไม่ปฏิบัติภารกิจสู้รบ (combat mission) อีกต่อไป ซึ่งหมายถึงทหารสหรัฐจะไม่ตรวจตราสถานที่ต่างๆ ให้เป็นบทบาทของทหารอัฟกันโดยสมบูรณ์ บทบาทของกองทัพสหรัฐจะอยู่ใน 2 ภารกิจ คือ &amp;ldquo;ฝึกฝนกองกำลังอัฟกันและสนับสนุนปฏิบัติการต่อต้านก่อการร้ายอัลกออิดะห์&amp;rdquo; สังเกตว่าเรื่องของตอลิบันอยู่ในของความรับผิดชอบทหารรัฐบาลอัฟกันแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นับจากปี 2009 ทหารสัมพันธมิตรเริ่มฝึกทหารตำรวจอัฟกัน จำนวนทหารตำรวจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจาก 40,000 นายเป็น 350,000 นาย มีข้อมูลว่าสหรัฐใช้งบประมาณถึง 83,000-145,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อสร้างและพัฒนากองกำลังดังกล่าว ตัวเลข 3 แสนนายไม่นับว่าน้อยแต่ประธานาธิบดีไบเดนกล่าวว่า ความจริงแล้วมีน้อยกว่านั้นมาก เป็นบัญชีปลอมที่มีแต่ชื่อ แต่ไม่มีตัวตน เหตุเนื่องจากการทุจริตคอร์รัปชัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปี 2020 Transparency International จัดให้อัฟกานิสถานเป็น 1 ใน 20 ประเทศที่คอร์รัปชันมากที่สุด การทุจริตพบมากในหมู่นักการเมือง เจ้าหน้าที่ทหารตำรวจ บางคนรับสินบนและไม่สนใจปราบปรามอาชญากร บ่อยครั้งที่หัวหน้ากลุ่มติดอาวุธได้รับแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าหน่วยตำรวจและยังคงขูดรีดประชาชนที่ตนดูแล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กองทัพที่มากถึง 3 แสนจึงไม่ใช่ของจริง ไร้ประสิทธิภาพ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องพึ่งพาเงินต่างชาติคืออีกปัจจัยสำคัญ ข้อมูลปี 2014 ระบุว่ารัฐบาลอัฟกันจัดเก็บภาษีได้เพียง 1,700 ล้านดอลลาร์ต่อปี ในขณะที่เฉพาะงบกลาโหมต้องใช้ถึง 4,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี นาย Mark Sedra จาก University of Waterloo in Ontario กล่าวว่า สหรัฐกับชาตินาโตเป็นผู้สนับสนุนงบประมาณกลาโหมแก่รัฐบาลอัฟกานิสถาน โดยเฉพาะสหรัฐจะต้องจัดสรรให้เงิน 4,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี เนื่องจากรัฐบาลอัฟกานิสถานขาดแคลนรายได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เกิดคำถามว่าสหรัฐจะต้องให้เงินอุดหนุนงบกลาโหมอัฟกานิสถานอีกกี่ปี ซ้ำร้ายกว่านั้นคือต้องรวมงบประมาณของทหารอเมริกันในประเทศนี้ด้วย คุ้มค่าหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; Brown University ประเมินว่าในเวลา 20 ปีสหรัฐใช้เงิน 2 ล้านล้านดอลลาร์กับประเทศนี้ (เฉลี่ยวันละ 300 ล้านดอลลาร์) ประธานาธิบดีไบเดนยอมรับว่าน่าจะนำเงินเหล่านี้ไปใช้กับเรื่องอื่นๆ ไม่อาจทนแบกรับภาระนี้อีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การที่สหรัฐหยุดหรือลดการสนับสนุนกำลังทางอากาศเป็นอีกเหตุผลที่น่าเชื่อว่าทำให้กองทัพรัฐบาลอัฟกันไม่คิดจะรบ เพราะที่ผ่านมาพวกเขารบภายใต้การสนับสนุนของหน่วยข่าว กำลังทางอากาศของอเมริกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อันที่จริงแล้ว ฝ่ายข่าวสหรัฐรับรู้เรื่องที่กองทัพอัฟกันไม่มีใจรบมานานแล้ว รัฐบาลสหรัฐประเมินได้ว่าหากตนถอนทัพ ตอลิบันจะเข้ามาแทนที่รัฐบาลประชาธิปไตยแน่นอน ช้าหรือเร็วเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บัดนี้กลายเป็นพวกตอลิบันได้อาวุธจำนวนมาก ตั้งแต่ปืนไรเฟิล M4 กับ M18 และปืนสุ่มยิง M24 ปืนใหญ่ มีข้อมูลว่าไม่กี่ปีมานี้สหรัฐมอบรถฮัมวีแก่อัฟกานิสถานถึง 4,700 คัน ไม่นับเครื่องกระสุนอีกนับไม่ถ้วน ให้ตอลิบันใช้ฟรีได้อีกนาน ที่น่ากังวลคืออาวุธเหล่านี้จะถึงมือกลุ่มก่อการร้ายหรือไม่ เป็นไปได้มากว่าอาวุธบางส่วนจะถูกประเทศต่างๆ ซื้อไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในอนาคตคงมีข้อมูลเพิ่มว่าทำไมกองทัพรัฐบาลไม่ยอมสู้ อะไรคือสาเหตุที่แท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประการที่ 3 การสร้างรัฐประชาธิปไตยล้มเหลว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในอดีตรัฐบาลสหรัฐสามารถสร้างรัฐประชาธิปไตยในหลายประเทศ เยอรมนีตะวันตก (ในขณะนั้น) กับญี่ปุ่นเป็นตัวอย่างที่น่าชื่นชม สามารถเปลี่ยนนาซีกับพวกนิยมลัทธิทหารของญี่ปุ่น สร้างประชาธิปไตยเกาหลีใต้ ไต้หวัน แต่มาล้มเหลวในอัฟกานิสถานอย่างเหลือเชื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โจเซฟ ฟอนเทลส์ (Josep Fontelles) หัวหน้าฝ่ายการต่างประเทศอียู ยอมรับว่าการทำให้อัฟกานิสถานเป็นรัฐสมัยใหม่ (รัฐประชาธิปไตย) ล้มเหลว แม้กระทั่งตอลิบันอาจยังงงว่าทำไมชนะง่ายดายเช่นนี้ หนึ่งบทเรียนที่สำคัญคือกองทัพอัฟกันสลายตัวอย่างรวดเร็ว ไม่คิดต่อต้านตอลิบันเลย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อาจวิพากษ์ว่าประชาธิปไตยอัฟกานิสถานล่มสลายเป็นผลพวงเมื่อตอลิบันกลับเข้ามาครองอำนาจ ในอีกด้านหนึ่งที่น่าคิดคือ 20 ปีที่ผ่านมาสามารถสร้างชาวอัฟกันที่มีใจประชาธิปไตยสักกี่คน ถ้ามีชาวอัฟกันผู้รักประชาธิปไตยมากพอ รัฐบาลอัฟกันคงไม่แพ้ง่ายๆ แท้จริงแล้วในขณะที่บางคนอาจคิดว่าประชาธิปไตยคือระบอบการปกครองที่ดีที่สุด แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ยอมรับเช่นนี้ บางคนแสวงหาแนวทางที่ดีกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประการที่ 4 ภาพลักษณ์มหาอำนาจเสื่อมเสีย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ว่าความเป็นมหาอำนาจของสหรัฐลดลงจริงหรือไม่ หลายคนวิพากษ์วิจารณ์ความเสื่อมถอยของสหรัฐ ตีความว่าเป็นพันธมิตรที่เชื่อถือไม่ได้ เป็นอีกเหตุการณ์ที่ทับถมการถดถอยของประเทศนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พันธมิตรฝ่ายประชาธิปไตยเอเชียหลายประเทศกลับสู่คำถามเดิมอีกครั้งว่า พึ่งหวังการปกป้องคุ้มครองจากรัฐบาลสหรัฐได้มากน้อยเพียงไร วันหนึ่งอเมริกาจะถอนการปกป้องหรือไม่ พันธมิตรนาโตฝั่งยุโรปเอ่ยเรื่องการพึ่งตนเองด้านความมั่นคงทางทหารอีกรอบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บางคนตีความในแง่ศาสนาว่าฝ่ายมุสลิมสุดโต่งได้ชัย ทำให้มุสลิมทั่วโลกที่ต่อต้านตะวันตกฮึกเหิม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;วิเคราะห์องค์รวมและสรุป :&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การที่กองทัพรัฐบาลประชาธิปไตยอัฟกันไม่ยอมสู้ทำให้ภาพลักษณ์สหรัฐเสียหาย โดยเฉพาะการสูญเสียกรุงคาบูล หากยอมรบต่อต้านตอลิบันไม่ให้เข้าเมืองพื้นที่สำคัญ การรบยืดเยื้อ เช่นนี้สถานการณ์อาจพลิกผัน เช่น สหรัฐอาจให้อาวุธเพิ่ม สนับสนุนข้อมูลการข่าว และอาจเกิดรัฐบาลใหม่ที่รวมฝ่ายอัฟกันประชาธิปไตยกับตอลิบัน หรือเจรจาสันติภาพที่ต่างคนต่างอยู่ การที่ตอลิบันยึดกรุงคาบูลง่ายๆ ทำให้ตอลิบันได้เปรียบชิงสถาปนารัฐอิสลาม ตั้งรัฐบาลที่ผู้นำของตนเป็นผู้นำสูงสุดของประเทศ ที่เหลือเป็นการบริหารจัดสรรอำนาจให้กับกลุ่มต่างๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 20 ปีหลังตอลิบันสูญเสียกรุงคาบูลให้ฝ่ายอเมริกา บัดนี้กลับคืนมาเป็นของตอลิบันอีกครั้ง อาจตีความว่า หลังสงครามยืดเยื้อ 20 ปีสหรัฐกับพวกสูญเสียชีวิตทหารหลายพัน สหรัฐใช้เงินนับล้านล้านดอลลาร์ ท้ายที่สุดคือตอลิบันกลับมาครองประเทศอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เกิดคำถามตามมาอีกมากว่า การตัดสินใจเข้าทำสงครามอัฟกานิสถานถูกหรือผิด เพื่อที่จะปราบอัลกออิดะห์จำต้องส่งกองทัพนับแสนเข้าประเทศนี้หรือไม่ อะไรคือเป้าหมายของรัฐบาลสมัยนั้น อะไรคือยุทธศาสตร์แม่บทของสหรัฐต่อภูมิภาคนี้และต่อโลก สิ่งที่ได้คุ้มกับสิ่งที่เสียหรือไม่ ผู้ที่ควรใคร่ครวญและหาคำตอบมากที่สุดคือพลเมืองอเมริกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116386</URL_LINK>
                <HASHTAG>20 ปีสงครามอัฟกานิสถาน ความล้มเหลวของสหรัฐ, ชาญชัย คุ้มปัญญา, สถานการณ์โลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e089f896a7c6.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
