<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102762</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2021 09:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2021 09:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชาญศิลป์&#039;มั่นใจแผนฟื้นฟูการบินไทยผ่านฉลุยแม้เจ้าหนี้เลื่อนโหวต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
13 พ.ค.2564 นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร รักษาการแทนกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยภายหลังการประชุมเจ้าหนี้ของการบินไทย เพื่อพิจารณาโหวตแผนฟื้นฟูกิจการของการบินไทย ซึ่งล่าสุด เจ้าหนี้ได้เลื่อนการโหวต ไปวันที่ 19 พ.ค.นั้น โดยมั่นใจว่า ท้ายที่สุดแล้วเจ้าหนี้จะโหวตผ่านแผนฟื้นฟูแน่นอน เนื่องจาก เจ้าหนี้ที่มีสิทธิ์ออกเสียงมากกว่า 20% เห็นด้วยกับแผนแล้ว และการพิจารณาถือว่าแคบลงมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แม้วันนี้จะไม่สามารถพูดได้ว่าแผนฯ จะผ่าน 100% แต่ ก็ถือว่าใกล้เคียงความเป็นจริงที่สุด เจ้าหนี้ส่วนใหญ่เข้าใจถึงแนวทางของแผนฟื้นฟู ที่ทางผู้ทำแผนวางไว้&amp;rdquo;นายชาญศิลป์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชาญศิลป์ &amp;nbsp;กล่าวว่า เมื่อแผนฟื้นฟูผ่านก็จะนำไปสู่การเจรจาต่อไป ซึ่งที่ผ่านมา การบินไทย ใช้ความพยายามในการเจรจากับกลุ่มเจ้าหนี้ 36 กลุ่ม ซึ่งต้องยอมรับว่าแต่ละกลุ่มมีความต้องการต่างกัน โดยแนวทางในการแก้ไขปัญหาหนี้ &amp;nbsp;พยายามใช้แนวทางที่เจ้าหนี้รับได้มากที่สุดื &amp;nbsp;คือแนวทางการยืดการชำระหนี้ออกไป ไม่ได้มีการขอลดหนี้เงินต้น ซึ่งในส่วนนี้ทราบดีว่าสถานการณ์โควิด-19 ในปัจจุบัน &amp;nbsp;ที่การบินไทยยังไม่กลับมาบินได้ปกติ ก็จะเจรจา &amp;nbsp;ของยืดการชำระหนี้ ที่ครบกำหนด 1-4 ปีแรกออก ไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามส่วนประเด็นเรื่องการกลับมาเป็นรัฐวิสาหกิจ หรือไม่ และจะใส่สภาพคล่องเพื่อให้การบินไทย เดินหน้ากิจการต่อ 50,000 ล้านบาทนั้น ที่ผ่านมา การที่จะมีทุนเข้ามาแบ่งเป็น 2 แนวทาง คือ รัฐเข้ามา หรือกลับมาเป็นรัฐวิสาหกิจ ซึ่งเรื้องนี้ บางคนตั้งข้อสังเกตุว่า การกลับมาเป็นรัฐวิสาหกิจ การจัดการจะดีไหม &amp;nbsp;ในส่วนนี้ต้องเข้าใจว่า รัฐวิสาหกิจที่การจัดการดีก็มี ในส่วนนี้คืออันแรกคือรัฐเข้ามา ซึ่งเจ้าหนี้ เห็นว่าเป็นแนวทางที่ดำเนินการได้ง่าย &amp;nbsp;แต่การดำเนินการของรัฐ มีขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งสุดท้ายต้องไปดูว่ารัฐจะมาได้ไหม &amp;nbsp;ส่วนที่ 2 คือการเข้ามาโดยเอกชน &amp;nbsp;ซึ่งแบ่งการเข้ามาได้ 2 ส่วน คือการกู้ หรือลงทุน ซึ่งเบื้องต้น ก็ต้องให้เจ้าหนี้โหวดผ่านแผนฟื้นฟูก่อน หลังจากนั้น &amp;nbsp;กลุ่มทุนใดจะเข้ามา ในลักษณะใด &amp;nbsp;ลงทุนเท่าไหร่ ก็จะเป็นขั้นตอนของการเจรจาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ผ่านมาการปรับโครงสร้างองค์กร ของการบินไทย ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;โดยในส่วนของการลด จำนวนพนักงาน ให้สอดคล้องกับการปฎิบัติงานในอนาคต โดยการบินไทย ได้ปรับลดบุคลากร จาก 29,000 คน ลงเหลือขณะนี้ประมาณ 16,500 คน และในสิ้นปี 2564 ถึงต้นปี 2565 การบินไทย จะเหลือพนักงานที่ปฎิบัติ ประมาณ 15,000 คน&amp;rdquo;นายชาญศิลป์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานจากกรมบังคับคดี ถึงกรณีการจัดประชุมเจ้าหนี้ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 12 พ.ค.ที่ผ่านมา ผลปรากฏว่า เจ้าหนี้หลายราย โดยเฉพาะเจ้าหนี้รายใหญ่ที่มีการเสนอแก้แผนฟื้นฟูการบินไทย ลงมติให้มีการเลื่อนโหวตพิจารณาแผนฟื้นฟูการบินไทยออกไปก่อน เนื่องจากเจ้าหนี้หลายรายมีความเห็นว่าแผนฟื้นฟูการบินไทยยังไม่มีความชัดเจน อีกทั้งมีเจ้าหนี้หลายรายเพิ่งรับทราบรายละเอียดเกี่ยวกับแผนฟื้นฟู ทั้งนี้จะมีการจัดประชุมเจ้าหนี้เพื่อโหวตแผนอีกครั้ง ในวันที่ 19 พ.ค.นี้ เวลา 9.00 น. โดยในส่วนของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน)(ทอท.) ซึ่งเป็น1ในเจ้าหนี้ 15 ราย ที่เสนอขอปรับแผนฟื้นฟู ก็ ขอความมั่นใจจากการบินไทย เรื่อง การดำเนินการตามกระบวนการกฎหมาย และ การปฏิบัติการการบินซึ่งการบินไทยก็รับไปปรับปรุง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสาเหตุที่เลื่อนการประชุมโหวตแผนเจ้าหนี้ออกไปนั้น เนื่องจากเจ้าหนี้กว่า 20 ราย อ้างการว่าคำขอแก้ไขแผน 15 ฉบับ ไม่สามารถพิจารณาได้ทัน เนื่องจากได้รับกระทันหัน จึงเสนอขอให้เลื่อนโหวตแผนออกไป โดยเจ้าหนี้ 20 รายดังกล่าวนี้ มีมูลหนี้รวมกว่า 3.2 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 24.4% จากจำนวนมเจ้าหนี้ที่เข้าร่วมประชุม มูลหนี้ 1.33 แสนล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เจ้าหนี้ 20 รายดังกล่าว ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ ได้แก่ ชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย สหกรณ์ออมทรัพย์การไฟฟ้าผ่านผลิตแห่งประเทศไทย สหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สหกรณ์ออมทรัพย์ธรรมศาสตร์ สหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สหกรณ์ออมทรัพย์องค์การเภสัชกรรม และสหกรณ์พนักงานการบินไทย เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจาก บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) แจ้งว่าตามที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นัดประชุมเจ้าหนี้ในคดีฟื้นฟูกิจการของ บริษัท การบินไทย เพื่อพิจารณาแผนฟื้นฟูกิจการ ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (e-Meeting) ในวันที่ 12 พ.ค.เวลา 09.00 น. นั้น เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2564 ผู้ทำแผนและเจ้าหนี้หลายรายได้ยื่นคำร้องขอแก้ไขแผนฟื้นฟูกิจการต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นจำนวนรวม 15 ฉบับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในการประชุมดังกล่าว ผู้ทำแผนได้ชี้แจงหลักการชำระหนี้ตามแผน และรายละเอียดในการขอแก้ไขแผน และเจ้าหนี้ที่ยื่นคำร้องขอแก้ไขแผนแต่ละรายก็ได้ชี้แจงรายละเอียดในการขอแก้ไขแผนต่อที่ประชุมเจ้าหนี้ นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้เจ้าหนี้ในที่ประชุมสอบถามคำถามและให้ผู้ทำแผนตอบข้อสงสัยในประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ในระหว่างการประชุมปรากฏว่ามีเจ้าหนี้ที่เข้าประชุมจำนวน 20 ราย ซึ่งมีจำนวนหนี้ตามมาตรา 90/47 แห่ง พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483 ได้ขอเลื่อนการประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาแผนออกไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102762</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาญศิลป์ ตรีนุชกร, บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน), แผนฟื้นฟูกิจการของการบินไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210513/image_big_609c92088a9f6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100771</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2021 14:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2021 14:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดินหน้าเร่งฟื้นฟูการบินไทย  ปรับโครงสร้างองค์กรหวังพลิกโอกาสสร้างรายได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาที่รุมเร้าและหมักหมมซ่อนเร้นมานาน รวมถึงการขาดทุนที่เรื้อรังรังมากว่า 10 ปี ประกอบกับการแข่งขันในอุตสาหกรรมการบินที่รุนแรง หลังจากที่กลุ่มสายการบินโลว์คอสต์เข้ามาเล่นในตลาดตัดราคาแย่งชิงลูกค้า ยิ่งทำให้ธุรกิจการบินซวนเซจนแทบล้มทั้งยืน ต้องประคองตัวไปวันๆ และเมื่อเจอกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่กระจายไปทั่วโลก ทำให้การเดินทางต้องหยุดชะงักยิ่งกระชากให้การบินไทยหงายท้อง แบกภาระขาดทุนด้วยหนี้เกือบ 4 แสนล้านบาท จนนำไปสู่การยื่นศาลล้มละลายกลางเพื่อขอฟื้นฟู ซึ่งได้รับการอนุมัติจากศาลให้มีผู้ทำแผนฟื้นฟูตั้งแต่วันที่ 14 กันยายน 2563 จนกระทั่งสามารถยื่นแผนดังกล่าวให้ศาลล้มละลายกลางพิจารณาเมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา แต่แผนดังกล่าวจะนำมาใช้ได้ก็ต่อเมื่อได้รับการอนุมัติจากเจ้าหนี้ทั้งหมดของการบินไทยที่มีกว่า 13,000 ราย และกรมบังคับคดี ในวันที่ 12 &amp;nbsp;พฤษภาคม 2564 เสียก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร กรรมการ บมจ.การบินไทย ในฐานะดำรงตำแหน่ง รักษาการแทนกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ กล่าวว่า การเดินหน้าตามแผนฟื้นฟูนั้นถือว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุดของการบินไทย รวมถึงผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย เพราะหากสามารถเดินหน้าตามแผนฟื้นฟูได้ อย่างน้อยเจ้าหนี้จะได้รับเงินกลับมาราว &amp;nbsp;40-60% ของมูลค่าหนี้ในปัจจุบัน ซึ่งจะเป็นทางออกที่ดีกว่าการปล่อยให้การบินไทยล้มละลายและได้รับการคืนหนี้เพียง 12-13%
เดินหน้าลดค่าใช้จ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ที่ผ่านมาเราประสบปัญหาเรื่องของโควิด-19 ก็ทำให้ผู้โดยสารของเราหายไป โดยเฉพาะผู้โดยสารต่างประเทศหายไปถึง 80-90% ดังนั้นในฐานะที่เป็นคนเขียนแผนฟื้นฟู สิ่งที่ต้องทำอันดับแรกคือการทำให้บริษัทอยู่ได้ก่อน &amp;nbsp;โดยการลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มรายได้ ลดจำนวนเครื่องบินที่ไม่จำเป็น เจรจาต่อรองลดค่าเช่าเครื่องบินและหารายได้จากธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้องกับการบิน ปรับลดจำนวนพนักงานให้เหมาะสม และทุกอย่างที่เราทำเสร็จเรียบร้อย ทั้งค่าใช้จ่ายเรื่องเครื่องบินและพนักงาน ทุกอย่างก็จะเข้าสู่มาตรฐานสากลและสามารถแข่งขันได้&amp;quot; นายชาญศิลป์กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชาญศิลป์ กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่สุดในตอนนี้ คือ เราต่อรองเครื่องบินที่มีหลายแบบให้เหลือน้อยแบบลง และให้เหลือเครื่องยนต์น้อยแบบ รวมถึงได้ลดราคาลงมา &amp;nbsp;30-50% ดังนั้นต้นทุนเรื่องเครื่องบินเราจะน้อยลง โดยหากสามารถลดความหลากหลายของเครื่องบินลงได้จะทำให้ต้นทุนลดลงหลักหมื่นล้านบาท โดยเฉพาะในส่วนของต้นทุนการซ่อมที่สูงและค่าอะไหล่เครื่องบิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการลดจำนวนคนที่ผ่านมาได้ปรับลดลงไปบ้างแล้ว และพยายามจะลดลงมาอีก แต่คำว่าลดนั้นคือการปรับตัวถ้าจะทำงานอยู่ และลดจริงทำจริง จากองค์กรที่แต่ก่อนมี 8 ชั้น แต่ตอนนี้เหลือเพียง 5 ชั้น ผู้บริหารแต่ก่อนมี 700 คน แต่ตอนนี้เหลือไม่เกิน 500 คน และมีหน่วยงานที่ตั้งขึ้นมาใหม่ คือทำหน้าที่ร่างแผนและขับเคลื่อนทำให้เกิดขึ้นจริง ซึ่งจะเริ่มดำเนินการวันที่ 1 พ.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การลดพนักงานลงมาเหลือประมาณ 19,000 คน &amp;nbsp;และคาดว่าจะลดลงไปเหลือ 15,000-16,000 คนในช่วงกลางปี 2564 ซึ่งต้องขอบคุณคนการบินไทยที่เสียสละ และเข้าใจถึงสถานการณ์ของบริษัทที่กว่าจะกลับมาทำกำไรได้อีกครั้งอาจต้องใช้เวลาอีก 3-5 ปี ขณะเดียวกันยังรวมถึงพนักงานของบริษัทในปัจจุบันที่ยอมรับเงินเดือนแบบผ่อนจ่ายตามกฎหมาย นอกจากนี้บริษัทยังได้ปรับเรื่องของสวัสดิการต่างๆ โดยเริ่มตั้งแต่ระดับบอร์ดบริหาร เช่น การไม่รับเบี้ยประชุม หากทำได้จะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ จากเดิมที่จ่ายอยู่เกือบ 3 หมื่นล้านบาท จะลดลงเหลือ 1 หมื่นล้านบาท&amp;quot; นายชาญศิลป์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
วัคซีนคือความหวัง
นายชาญศิลป์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาที่มีการขาดทุนราว &amp;nbsp;กว่า 350,000 ล้านนั้น มีการตั้งเป้าภายในปี 2568 มีแนวโน้มว่าจะเริ่มมีกำไร และจำเป็นต้องมีสภาพคล่องเพิ่มเติมขึ้นประมาณกว่า 50,000 ล้านบาท ในส่วนนี้จะนำเงินก้อนนั้นมาจากไหน วันนี้ถ้าไม่มีแผนที่อนุมัติจากศาลและไม่มีใครให้กู้เงินใหม่มา ต้องทำธุรกรรมทุกวันและจ่ายเงินให้พนักงานทุกวัน มีค่าใช้จ่ายทุกวัน ทุกเที่ยวบินต้องเหลือค่าใช้จ่าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น งานที่ทำคือตั้งแต่ขนส่งคาร์โกไปจนถึงขายอาหารต่างๆ มันต้องมีกำไร และไม่พอต้องขายทรัพย์สินที่ขอกับศาลไปแล้ว ตั้งแต่เครื่องยนต์ที่ไม่ได้ใช้ ซึ่งได้ขอขาย &amp;nbsp;5 เครื่องยนต์ อาคาร หรือตึกบางแห่ง เช่นที่อยู่บริเวณหลักสี่ ที่ไม่ได้ใช้ก็ขอขาย ตอนนี้อยู่ในระหว่างการประมูลเพื่อยื่นให้คนมาประมูลราคามา การบินไทยต้องรักษาสภาพคล่องเพื่อให้สามารถอยู่ได้ไปก่อน จนกว่าแผนฟื้นฟูจะผ่านจากศาล และจากนั้นภายใน 2-3 เดือนก็จะสามารถยื่นหนี้ได้ และไม่ต้องจ่ายหนี้ไปถึง 3-4 ปี และเราก็สามารถมีเจ้าหนี้ที่มั่นใจและผู้ถือหุ้นมั่นใจ เราก็มีแหล่งเงินทุนใหม่เข้ามา และตอนนั้นเราหวังว่าเมื่อวัคซีนมา โควิดคลี่คลายไป &amp;nbsp;ธุรกิจจะกลับมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เริ่มมีวัคซีนแล้วทุกอย่างก็จะเริ่มดียิ่งขึ้น ดังนั้นการบินไทยจะไม่หยุดนิ่ง และที่สำคัญเรามีพนักงานกราวด์ มีแคเทอริง กระทั่งฝ่ายช่าง และมีสายการบินอื่นๆ ที่เป็นเพื่อนเรา ดังนั้นก็จะสามารถซ่อมและทำการบำรุงรักษาเครื่องบินทั้งดอนเมืองและสุวรรณภูมิ แต่สนามบินอู่ตะเภานั้นจำเป็นต้องปิด เนื่องจากแผนการสร้างสนามบินและย้ายฐานการบินกลับมา เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีแผนที่จะสร้างสนามบิน นี่คือขีดความสามารถของการบินไทย แม้ว่าจะขายอาหารขึ้นเครื่องไม่ได้หรือขายได้น้อยลงมาก แต่ก็มาทำข้างนอก ไม่ว่าจะเป็นขนมพัฟฟ์แอนด์พายและปาท่องโก๋ รวมถึงร้านอาหารต่างๆ ที่ไม่จำเป็นต้องบินก็ฟินได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เรามีธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้องกับการบิน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการขนส่งสินค้า มีคาร์โกทั้งเอเชียและยุโรป และอีกไม่นานก็จะทำเอ็มโอยูโดยการขยายคาร์โกไป และกำลังดูในแต่ละประเทศว่าจะดำเนินการได้อย่างไร เช่นอาจจะเอาผู้โดยสารจากยุโรปบินตรงเข้าจังหวัดภูเก็ตและอยู่ในโรงแรม &amp;nbsp;หรือผู้โดยสารจากจีนและญี่ปุ่นมาตีกอล์ฟและเข้าพักในโรงแรม หรือกลุ่มนักท่องเที่ยวของสิงคโปร์หรือฮ่องกง &amp;nbsp;(เที่ยวแบบกักตัว) เป็นสิ่งที่กำลังเร่งทำ ซึ่งเรื่องนี้รัฐบาลเข้าใจและกำลังเร่งมือทำ&amp;quot; นายชาญศิลป์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชาญศิลป์ กล่าวย้ำว่า นักลงทุนวันนี้ที่มีเงินลงทุนระดับหนึ่ง ซึ่งเขามองว่าธุรกิจการบินนั้นถือว่าอยู่ในระดับต่ำสุด ดังนั้นอนาคตเมื่อวัคซีนมา การท่องเที่ยวก็จะกลับมาอย่างแน่นอน และการท่องเที่ยวจะเป็นส่วนหนึ่งที่การบินไทยจะได้นำกลับมาประมาณ 16 ล้านคนต่อปี นำไปสู่การเติบโตของ GDP คิดเป็น 7-8% ต่อปี ดังนั้นภาพต่างๆ ของนักลงทุนที่มีวิสัยทัศน์และนักลงทุนที่หวังมากวันนี้ ดังนั้นเงินใหม่อาจจะมาจากเงินกู้ หรือการลดหรือเพิ่มทุนก็เป็นไปได้ ตอนนี้เรายื่นแผนฟื้นฟูไปแล้ว หลังจากนี้ก็เป็นหน้าที่ของเจ้าหนี้ ในโลกนี้มีเงินสะพัดอยู่เป็นจำนวนมาก เงินแค่ 30,000 หรือ 50,000 ล้านบาท ผมว่านักลงทุนที่มีภาพไกลๆ นั้น และคิดว่าดีมานด์หรือการบินจะเริ่มกลับมาต้นๆ ปีหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การมองไปข้างหน้าปี 2568 มองเป้าแต่ละช่วงเป็นอย่างไรนั้น โชคดีที่เราไม่ต้องใช้เงินจ่ายหนี้ใน 3-4 ปีแรก &amp;nbsp;โชคดีที่ประเทศมีวัคซีนแล้ว และประเทศไทยอย่างรัฐบาล เรื่องการแพทย์ของเราดี แต่ในประเทศไทยเรากลัวคนข้างนอกเข้ามา หลังจากฉีดวัคซีนแล้วเราจะดีขึ้น และเรื่องของการเมืองเป็นเรื่องธรรมดา แต่สิ่งสำคัญคือการร่วมมือร่วมใจกันของพนักงาน รวมถึงความเสียสละของคนที่ได้ออกมาและเสียสละให้น้องๆ ได้ทำงานต่อ และมีคนรักการบินไทยอีกมาก&amp;quot; นายชาญศิลป์ กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100771</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินไทย, ชาญศิลป์ ตรีนุชกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210110/image_big_5ffb060c4a4b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95773</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2021 19:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2021 19:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บินไทยย้ำพนักงานฯได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายแรงงาน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 &amp;nbsp;มี.ค. 2564 นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร รักษาการแทนกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เพื่อให้การฟื้นฟูกิจการสำเร็จลุล่วงจนบริษัทฯ สามารถประกอบกิจการต่อไปได้ บริษัทฯ จำเป็นต้องปรับปรุงโครงสร้างองค์กร และกลยุทธ์ทางธุรกิจหลายๆ ด้าน เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการดำเนินงานมากขึ้น อันจะนำไปสู่การเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และการบริหารจัดการต้นทุนให้สามารถแข่งขันในตลาดได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในส่วนของการปรับโครงสร้างองค์กรนั้น บริษัทฯ ใช้วิธีขอความร่วมมือจากพนักงานให้ความยินยอมเปลี่ยนสภาพการจ้างตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน โดยขอให้พนักงานพิจารณาให้ความช่วยเหลือบริษัทฯ เพื่อให้การฟื้นฟูกิจการสามารถทำได้สำเร็จเพื่อที่การบินไทยจะได้กลับมาเป็นองค์กรที่แข่งขันได้และสามารถสร้างความภูมิใจแก่ประเทศไทยได้ในฐานะที่เป็นสายการบินแห่งชาติที่มีส่วนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพนักงานที่แสดงความจำนงเข้าสู่กระบวนกลั่นกรองสู่โครงสร้างองค์กรใหม่ 2564 ยังคงเป็นลูกจ้างของบริษัทฯ อยู่โดยไม่ต้องลาออกจากการเป็นพนักงานก่อนแสดงความจำนง ซึ่งการแสดงความจำนงเป็นเพียงการให้ความยินยอมในการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้าง อาทิ ตำแหน่งงาน ค่าจ้าง และสวัสดิการต่างๆ ที่จะได้รับตามโครงสร้างองค์กรและสิทธิประโยชน์ใหม่เท่านั้น หากพนักงานที่แสดงความจำนงได้รับการกลั่นกรองเข้าสู่โครงสร้างองค์กรใหม่ อายุงานของพนักงานจะนับต่อเนื่อง รวมถึงการนับอายุงานตามกองทุนบำเหน็จและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพก็นับอายุงานต่อเนื่องด้วย ส่วนสภาพการจ้างจะเปลี่ยนแปลงไปโดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2564 เป็นต้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในส่วนของพนักงานที่ไม่แสดงความจำนงเข้ากระบวนกลั่นกรองสู่โครงสร้างองค์กรใหม่ 2564 และไม่เข้าร่วมโครงการร่วมใจจากองค์กร จะยังคงเป็นพนักงานของบริษัทฯ ภายใต้สภาพการจ้างเดิมต่อไป ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินการและพิจารณาอย่างรอบคอบรัดกุม ภายใต้กรอบกฏหมายล้มละลาย และกฏหมายคุ้มครองแรงงาน โดยคำนึงถึงสถานการณ์ของบริษัทฯ และความเป็นธรรมต่อพนักงานอย่างที่สุด และบริษัทฯ หวังว่าจะได้รับความร่วมมือร่วมใจจากพนักงานให้ความยินยอมเปลี่ยนสภาพการจ้างดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95773</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินไทย, ชาญศิลป์ ตรีนุชกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210302/image_big_603e294b5c8ff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94789</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2021 19:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2021 19:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บินไทยกางแผนฟื้นฟูตั้งเป้าเปิดบินไตรมาส3/64</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มี.ค.2564 นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร รักษาการแทนกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตามที่ศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งให้การบินไทยฟื้นฟูกิจการและตั้งผู้ทำแผนเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2563 นั้น ในวันที่ 2 มี.ค.64 การบินไทยได้จัดทำแผนฟื้นฟูกิจการจนแล้วเสร็จและได้ยื่นแผนฟื้นฟูกิจการต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นที่เรียบร้อยแล้วตามกำหนดคาดว่าแผนจะผ่านความเห็นชอบภายในเดือน ก.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชาญศิลป์ กล่าวว่าการบินไทยได้รับผลกระทบจากโควิด เช่นเดียวกับสายการบินอื่นๆ ทั่วโลกที่ประสบปัญหาขาดทุน ขาดสภาพคล่อง และมีกระแสเงินสดเหลือน้อย การบินไทยจึงจำเป็นต้องเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการและมีความมุ่งมั่นที่จะบริหารจัดการธุรกิจให้สอดคล้องกับสภาวะหนี้สิน สภาพทางการเงิน ตลอดจนสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ทั้งนี้ เพื่อให้การประกอบธุรกิจของการบินไทยสามารถสร้างรายได้จนกลับมามีกำไรอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามภายหลังจากแผนฟื้นฟูกิจการของการบินไทยได้รับความเห็นชอบจากศาล รวมถึงสถานการณ์โควิดคลี่คลายลง พร้อมที่จะกลับมาประกอบธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบอีกครั้ง เพื่อให้การดำเนินธุรกิจของการบินไทยเติบโตอย่างแข็งแกร่งและสามารถสร้างรายได้ ตลอดจนทำกำไรได้อย่างยั่งยืน โดยการบินไทยจะขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และพัฒนาแบบองค์รวมภายใต้วิสัยทัศน์ใหม่ คือ สายการบินเอกชนคุณภาพสูง ที่ให้บริการเต็มรูปแบบ ด้วยความแข็งแกร่งของอัตลักษณ์ความเป็นไทย เชื่อมโยงประเทศไทยสู่ทั่วโลก และสร้างผลกำไรที่ดีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าจะทำให้การบินไทยเกิดกำไรภายในปี68&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชาญศิลป์ กล่าวยืนยันว่าไม่มีการผ่อนจ่ายชำระหนี้ แล้วแต่กลุ่มเจ้าหนี้โดยไม่มีการลดมูลค่าหนี้คงค้าง(แฮร์คัต)​ ส่วนการเพิ่มทุนงบการเงิน​ จะต้องมีการเพิ่มทุนอยู่ในแผนมีการระบุว่าต้องกู้หรือไม่​ ประมาณ​ 5 หมื่นล้านบาท​ ซึ่งจะต้องได้ภาย2ปี​​ โดยการเพิ่มทุนเปิดกว้างทั้งภาครัฐและเอกชน​ตอนนี้สถานะเป็นเอกชน ​โดยสถานะการเงินจะหาผู้ร่วมทุนทำได้ลำบากเพราะไม่ได้แฮร์คัตเจ้าหนี้​ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างหารือกับเจ้าหนี้ โดยในวันที่ 12 พ.ค.นี้ จะนัดเจ้าหนี้เพื่อหารือถึงแผนพิจารณาต่อไป เบื้องต้นมีลูกหนี้1.3 หมื่นพันราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่ผ่านมาได้มีการปรับลดขนาดองค์กร โดยวางเป้าหมายที่จะปรับลดจำนวนพนักงานลงจากปี 62 ที่มีพนักงานประมาณ 29,000 คน ซึ่งปัจจุบันที่การบินไทยได้ดำเนินการปรับลดขนาดองค์กรสำเร็จลุล่วงแล้ว ทั้งโดยการลดจำนวนพนักงานที่เป็นพนักงานสัญญาจ้าง พนักงานที่เกษียณหรือลาออก และพนักงานผู้เสียสละเข้าร่วมโครงการร่วมใจจากองค์กรในโครงการร่วมใจจากองค์กร MSP A&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะนี้มีพนักงานอยู่ประมาณ 21,000 คน คาดว่าในปี 64 จะมีพนักงานเข้าร่วมโครงการร่วมใจจากองค์กรในโครงการ MSP B และ MSP C อีกประมาณ 6,000- 7,000 คน ซึ่งจะทำให้มีพนักงานคงเหลือประมาณ 14,000 -15,000 คน ซึ่งเหมาะสมกับแผนธุรกิจของการบินไทยในอนาคต&amp;quot;นายชาญศิลป์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามหลังจากได้ยื่นแผนฟื้นฟูกิจการต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แล้ว ในขั้นตอนหลังจากนี้เจ้าหนี้จะได้รับสำเนาแผนฟื้นฟูกิจการจากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เนื่องจากคดีนี้มีเจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้จำนวนมาก ทั้งเจ้าหนี้ในประเทศไทยและต่างประเทศ การบินไทยจึงได้รับอนุญาตให้ส่งแผนฟื้นฟูกิจการให้เจ้าหนี้ในรูปแบบดิจิทัลไฟล์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้เจ้าหนี้และประหยัดทรัพยากร โดยเจ้าหนี้สามารถสแกน QR Code เพื่อเข้าดูและดาวน์โหลดแผนฟื้นฟูกิจการของการบินไทยได้จากหนังสือแจ้งวันนัดประชุมเจ้าหนี้ที่จะได้รับจากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในปี 64 จะมี​ 9 กลยุทธ​ที่เกิดขึ้น​ โดยรายได้จะมาจากการบิน​ คาร์โก้​ ใน​ ไตรมาส1-2 &amp;nbsp;จะมีการบินเชิงพาณิชย์​ใน​ ไตรมาส3 เปิดให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศไปที่ซูริค​ แฟรงเฟิร์ต ลอนดอน​ ปารีส​ ซูริก บรัสเซล โคเปนเฮเก้น เดลลี​ เฉิงตู​ มะนิลา​ เกาหลี​โตเกียว​ โอซาก้า​ นาริตะ ฮาเนดะ​ ซิดนีย์​ ซึ่งอาจจะมีการปรับลดความถี่​ ส่วนจีนยังอยู่ระหว่างการขอพิจารณา​ &amp;nbsp;โดยมีเป้าไปเซี่ยงไฮ้และปักกิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายชาย เอี่ยมศิริ รักษาการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายการเงินและการบัญชี กล่าวว่า​ภาพรวมจะวางแผนการทำธุรกิจการบิน​จะแยกออกเป็นบริษัทเช่น​ ครัวการบินไทย และคลังสินค้า ซึ่งในส่วนมูลหนี้ของการบินไทยทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 410,000 ล้านบาท (มูลหนี้จริงประมาณ 170,000 ล้านบาท) และมีหนี้ในอนาคตมากกว่าครึ่ง​ เช่น​ ค่าเช่าเครื่องบินใน 2 เดือนขึ้นอยู่กับเจ้าหนี้​ ว่าต้องปรับหนี้หรือไม่เป็นหน้าที่กรมบังคับคดี คาดว่าจะต้องเสร็จภายในเดือน -ก.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่มีการปรับลดมูลหนี้จากเจ้าหนี้ทุกรายแต่จะจ่ายเฉพาะเงินต้น รวมถึงไม่จ่ายหนี้ใน 3 ปีแรก และจะขอเพิ่มทุนจำนวน 50,000 ล้านบาทภายใน 2 ปี เพื่อให้ที่ต้นทุนมาหมุนเวียนในกิจการหรือการกู้เงินเพิ่ม ซึ่งระบุไว้ในแผนการฟื้นฟูฯด้วย โดยทางการบินไทยฯได้จัดส่งแผนฟื้นฟูจำนวน 303 หน้ากระดาษ ให้กับทางกรมบังคับคดี รับแผนฟื้นฟูกิจการจากผู้ทำแผนของไว้แล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94789</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินไทย, ชาญศิลป์ ตรีนุชกร, แผนฟื้นฟูการบินไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210302/image_big_603e294b5c8ff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94038</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2021 22:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2021 22:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บินไทยชี้แจงประกาศขายทรัพย์สินอาคารศูนย์ฝึกอบรมหลักสี่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.พ. 2564 นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร รักษาการแทนกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีความจำเป็นต้องประกาศขายอาคารศูนย์ฝึกอบรม หลักสี่ กรุงเทพมหานคร เนื่องจากในการทำการบินในแต่ละเที่ยวบินนั้น บริษัทฯ จำเป็นต้องมีเงินจำนวนหนึ่ง พร้อมไว้เพื่อชำระให้แก่ผู้ขายสินค้าหรือให้บริการ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการทำการบินในเที่ยวบินนั้น ๆ เมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 คลี่คลายลง และข้อจำกัดด้านการเปิดน่านฟ้าของประเทศไทยและต่างประเทศเอื้ออำนวยจนมีการอนุญาตให้ทำการบิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากบริษัทฯ ไม่สามารถกลับมาทำการบินได้ นอกจากบริษัทฯ จะเสียโอกาสในการสร้างรายได้จากธุรกิจการบิน ซึ่งเป็นธุรกิจหลักที่บริษัทฯ มีความเข้มแข็งอยู่แล้ว ยังอาจเสียสิทธิการบินและตารางการบิน (Flight Slot) ในประเทศต่าง ๆ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในทรัพย์สินที่ประเมินมูลค่าไม่ได้อันเป็นสาระสำคัญของการประกอบกิจการของบริษัทฯ หากปล่อยให้เกิดความเสียหายดังกล่าวนี้ จะทำให้บริษัทฯ สูญเสียศักยภาพในการแข่งขันไปอย่างถาวร และมีผลกระทบต่อโอกาสในการฟื้นฟูกิจการของบริษัทฯ อย่างแน่นอน ซึ่งความเสียหายดังกล่าวหากปล่อยให้เกิดขึ้นแล้ว ย่อมยากที่จะเยียวยาได้ ทั้งนี้ เงินที่ได้จากการขายทรัพย์สินดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ในการดำเนินธุรกิจการบิน เพื่อต่อยอดและสร้างรายได้ให้แก่บริษัทฯ หรือนำไปใช้ในการดำเนินธุรกิจภายใต้ขอบเขตที่สามารถดำเนินการได้ตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับอาคารสำนักงานศูนย์ฝึกอบรมบริเวณหลักสี่ ก็เป็นทรัพย์สินรายการหนึ่งที่ได้ขายตามคำสั่งอนุญาตของศาลล้มละลายในคดีฟื้นฟูกิจการของบริษัทฯ โดยจะดำเนินการขายด้วยวิธียื่นซองเสนอราคา ซึ่งบริษัทฯ เสนอขายที่ดินและอาคารศูนย์ฝึกอบรมหลักสี่ แบบไม่รวมสิ่งที่ไม่ใช่ส่วนควบของที่ดินและอาคาร และไม่รวมสังหาริมทรัพย์อื่นๆ ของบริษัทฯ ที่อยู่ในบริเวณอาคาร โดยเสนอขายในลักษณะและสภาพปัจจุบัน (&amp;quot;as is-where is&amp;quot;) กล่าวคือ ผู้เสนอราคาจะต้องไม่เรียกร้องให้บริษัทฯ ก่อสร้าง ดัดแปลง หรือรื้อถอนอาคารและสิ่งปลูกสร้างใดบนที่ดินและศูนย์ฝึกอบรมหลักสี่ ทั้งนี้ อาคารศูนย์ฝึกอบรมหลักสี่ ตั้งอยู่ที่เลขที่ 425 ตำบลตลาดบางเขน (ดอนเมือง) อำเภอบางเขน จังหวัดกรุงเทพมหานคร รวมเนื้อที่ทั้งหมด 19 ไร่ 3 งาน 26 ตารางวา หรือ 7,926 ตารางวา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อขอรับ TOR ได้ตั้งแต่วันนี้ - 25 กุมภาพันธ์ 2564 และระหว่างวันที่ 1 - 26 มีนาคม 2564 ทางอีเมล propertyforsale@thaiairways.com และสามารถแจ้งความประสงค์ขอเข้าดูพื้นที่อสังหาริมทรัพย์ได้ ระหว่างวันที่ 1 - 26 มีนาคม 2564 โดยติดต่อ คุณชวัชร์ อันดี โทร. 096-651-5174 ซึ่งบริษัทฯ จะชี้แจงรายละเอียดข้อกำหนดการเสนอราคาและเงื่อนไขการขาย ในวันที่ 29 มีนาคม 2564 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุม 135 อาคาร 1 ชั้น 13 สำนักงานใหญ่ การบินไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ บริษัทฯ จะจัดให้มีการยื่นซองเสนอราคา ในวันที่ 1 เมษายน 2564 เวลา 9.00 - 16.00 น. ณ ศูนย์บริการงานจัดซื้อ อาคาร 3 ชั้น 1 สำนักงานใหญ่ การบินไทย และจะประกาศผลการคัดเลือกให้ทราบในวันที่ 16 เมษายน 2564 ต่อไป โดยสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร 02-545-3251 หรือดูรายละเอียดได้ที่ https://www.thaiairways.com/th_TH/about_thai/company_profile/PropertyForSale.page?&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94038</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินไทย, ขายอาคารศูนย์ฝึกอบรม หลักสี่, ชาญศิลป์ ตรีนุชกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210110/image_big_5ffb060c4a4b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93545</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2021 12:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2021 12:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บินไทยแจงยิบแผนปรับโครงสร้างใหม่หวังพลิกฟื้นธุรกิจตามแผนฟื้นฟู</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.พ.64 นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร รักษาการแทนกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการประชาคมคน TG ซึ่งมีผู้ร่วมประชุม อาทิ ผู้แทนฝ่ายต่าง ๆ ของบริษัทฯ ผู้แทนกองทุน ผู้แทนสมาคมสโมสรพนักงานการบินไทย ผู้แทนสหภาพฯ ต่าง ๆ และผู้แทนสหกรณ์ฯ ว่า ตามที่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการนั้น เพื่อให้การฟื้นฟูสำเร็จลุล่วงจนบริษัทฯ สามารถประกอบกิจการต่อไปได้&amp;nbsp;
ทั้งนี้บริษัทฯ จำเป็นต้องปรับปรุงโครงสร้างองค์กร และกลยุทธ์ทางธุรกิจหลาย ๆ ด้าน เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการดำเนินงานมากขึ้น อันจะนำไปสู่การเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และการบริหารจัดการต้นทุนให้สามารถแข่งขันในตลาดได้ โดยบริษัทฯ มีแนวคิดในการปรับโครงสร้างองค์กรโดยมุ่งเน้นการพัฒนาเพื่อการเติบโตด้านต่าง ๆ การเพิ่มขอบเขตหน้าที่ความรับผิดชอบ การมีขอบเขตการบังคับบัญชาที่เหมาะสม (Scope of work and responsibility expansion) และมีโครงสร้างองค์กรราบและกระชับขึ้น (Flatter structure with best-in-class span of control)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามบริษัทฯ ได้จัดโครงสร้างองค์กรที่เป็นแบบรวมศูนย์สำหรับงานเกี่ยวกับการเงินบัญชี การบริหารงานบุคคล การจัดซื้อ เพื่อลดความซ้ำซ้อนของงานและเป็นการใช้ข้อมูลร่วมกัน ส่งผลให้โครงสร้างองค์กรมีความกระชับและมีขนาดเล็กลง แต่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น รวมทั้งลดจำนวนผู้บริหารลงจาก 740 อัตรา เหลือประมาณ 500 อัตรา อีกทั้งลดขั้นตอนการบังคับบัญชา จากเดิม 8 ระดับ เหลือ 5 ระดับ ได้แก่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ระดับ 14 ประธานเจ้าหน้าที่ (Chief of) ระดับ 12-13 ผู้อำนวยการ (Director) และกรรมการผู้จัดการ (Managing Director) ระดับ 11-12 หัวหน้าฝ่าย (Head of) ระดับ 10&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และหัวหน้ากลุ่มงาน (Team Lead) ระดับ 8-9 และแบ่งออกเป็น 8 สายงาน ได้แก่ 1.สายการพาณิชย์ &amp;nbsp;2.สายปฏิบัติการ 3.สายช่าง 4.สายการเงินและการบัญชี 5.สายทรัพยากรบุคคล 6.ฝ่ายดิจิทัล 7.ฝ่ายขับเคลื่อนองค์กร 8.หน่วยธุรกิจการบิน ทั้งนี้ ภายในหน่วยงานดังกล่าว บริษัทฯ ได้เพิ่มหน่วยงานใหม่ 2 หน่วยงาน ได้แก่ ฝ่ายขับเคลื่อนองค์กร (Transformation) โดยจะทำหน้าที่ขับเคลื่อน ประสานเชื่อมโยงและรวบรวมความคิดริเริ่มที่มาจากพนักงาน (Bottom Up) เพื่อให้พนักงานมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนองค์กร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามซึ่งขณะนี้มีโครงการริเริ่มแล้วกว่า 600 โครงการ หากดำเนินการตามแผนคาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริษัทฯ และฝ่ายกลยุทธ์และพัฒนาองค์กร (Corporate Strategy &amp;amp; Development) เป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่วางแผน กำหนดทิศทางกลยุทธ์ในภาพรวม การสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ของบริษัทฯ และการบริหารจัดการบริษัทในเครือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้บริษัทฯ ได้เปิดโครงการร่วมใจเสียสละเพื่อองค์กร (Mutual Separation Plan) ให้พนักงานสมัครใจเสียสละเข้าร่วมโครงการและลาออกจากบริษัทฯ แบ่งเป็น 2 โครงการ ได้แก่ โครงการร่วมใจจากองค์กรแผน B (MSP B) เป็นโครงการต่อเนื่องจากโครงการลาระยะยาว Leave With 20% Pay (LW 20) ที่พนักงานได้รับเงินเดือนร้อยละ 20 เป็นเวลา 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 &amp;ndash; 30 เมษายน 2564 และโครงการร่วมใจจากองค์กรแผน C (MSP C)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยทั้งสองโครงการจะเปิดรับสมัคร แบ่งเป็น 4 Block ได้แก่ Block ที่ 1 รับสมัครตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ &amp;ndash; 2 มีนาคม 2564 Block ที่ 2 รับสมัครตั้งแต่ 2 &amp;ndash; 16 มีนาคม 2564 Block ที่ 3 รับสมัครตั้งแต่ 16 มีนาคม &amp;ndash; 1 เมษายน 2564 Block ที่ 4 รับสมัครตั้งแต่ 1 &amp;ndash; 19 เมษายน 2564 ซึ่งพนักงานที่เข้าโครงการฯ จะได้รับเงินตอบแทนในอัตราเทียบเท่าค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงาน คำนวณจากค่าจ้างอัตราสุดท้ายของพนักงานตามกฎหมาย และยังมีเงินตอบแทนพิเศษเพิ่มเติม&amp;nbsp;
ทั้งนี้ในส่วนของพนักงานที่เข้า MSP B จะได้เงินตอบแทนพิเศษเพิ่มเติมเท่ากับเงินเดือน 4 เดือน ส่วนพนักงานที่สมัครใจเข้าโครงการ MSP C จะได้เงินตอบแทนพิเศษเพิ่มเติม เท่ากับเงินเดือน 0.5 &amp;ndash; 1 เดือน ตามอายุของพนักงาน ทั้งนี้ บริษัทฯ จะแบ่งจ่ายเงินช่วยเหลือดังกล่าวเป็นระยะเวลา 12 งวด โดย MSP B Block ที่ 1 เริ่มจ่ายงวดแรกในเดือนมิถุนายน 2564 และ Block ที่ 2 - 4 เริ่มจ่ายงวดแรกในเดือนถัดไปตามลำดับ ส่วน MSP C Block ที่ 1 เริ่มจ่ายงวดแรกในเดือนกันยายน 2564 และ Block ที่ 2 - 4 เริ่มจ่ายงวดแรกในเดือนถัดไปตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการทำงานในโครงสร้างองค์กรใหม่นั้น บริษัทฯ มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพการบริการและผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง (Customer Centric) โดยนำระบบดิจิทัลมาขับเคลื่อนองค์กร (Digital Driven) เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลอย่างเป็นระบบประกอบการตัดสินใจในทางธุรกิจและสนับสนุนให้เกิดการทำงานข้ามสายงาน โดยพนักงานทุกคนมีทิศทางและเป้าหมายร่วมกัน (Cross-functional teams) ภายใต้วิสัยทัศน์ขององค์กรที่กระตุ้นให้พนักงานแสดงความคิดเห็นด้วยวิธีการใหม่ ๆ เพื่อปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ (Accelerate Productivity and Innovation) เพื่อให้บริษัทฯ สามารถสร้างกำไร ควบคุมค่าใช้จ่าย ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการทำงาน ทั้งในธุรกิจการบินและธุรกิจที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบิน
อย่างไรก็ตามบริษัทฯ เชื่อมั่นว่าการปรับโครงสร้างองค์กรในครั้งนี้ จะทำให้บริษัทฯ มีความพร้อมที่จะกลับมาให้บริการและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันจนสามารถกลับมาเป็นผู้นำในตลาดอุตสาหกรรมการบินได้ ทั้งนี้ การฟื้นฟูกิจการจะประสบความสำเร็จได้ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย รวมถึงเจ้าหนี้และพนักงานทุกคน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93545</URL_LINK>
                <HASHTAG>TG, ชาญศิลป์ ตรีนุชกร, แผนฟื้นฟูการบินไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201030/image_big_5f9b87d51268b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89707</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/01/2021 14:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/01/2021 14:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> บินไทยแจงยื่นแผนฟื้นฟูฯได้ตามกำหนดเวลา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ม.ค.63-นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร กรรมการบริษัทฯ และรักษาการแทนกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตามที่มีกระแสข่าวจากแหล่งข่าวต่างๆ เกี่ยวกับการจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการของบริษัทฯ ซึ่งอาจทำให้เกิดความสับสน และมีผลกระทบต่อการจัดทำแผนฟูฯ นั้น บริษัท การบินไทยฯ ขอยืนยันว่า บริษัทฯ ยังคงดำเนินการตามขั้นตอน ที่ศาลล้มละลายกลาง กำหนดไว้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งมีกระบวนการหลายเรื่องที่จำเป็นต้องอาศัยที่ปรึกษา และ ผู้เชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษา เพราะ ต้องเร่งรัดจัดทำแผนฟื้นฟูฯ ในเวลาที่จำกัด อีกทั้งบริษัทฯ ยังมีปริมาณหนี้ และเจ้าหนี้จำนวนมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ขอให้บริษัทฯ ขอให้ทุกภาคส่วน เชื่อมั่นว่าคณะผู้ทำแผนฟื้นฟูฯ ฝ่ายบริหาร และพนักงาน ร่วมมือกันในการจัดทำแผนฟื้นฟูฯ โดยขณะนี้มีความคืบหน้าไปมากแล้ว เพื่อให้สามารถยื่นแผนต่อศาลล้มละลายกลางได้ทันตามกำหนดเวลา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89707</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินไทย, ชาญศิลป์ ตรีนุชกร, แผนฟื้นฟู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200814/image_big_5f35f9e892985.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
