<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90596</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เล่นตัวนิดนึง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจาก &amp;ldquo;ลุงตู่&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการ 2 ชุด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชุดแรก คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำความผิดกรณีสถานที่เล่นการพนัน เป็นเหตุให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยมี นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธาน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่อีกชุดคือ คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำความผิดกรณีการเข้าเมืองผิดกฎหมาย เป็นเหตุให้เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มี นายภักดี โพธิศิริ อดีตกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นหัวโต๊ะ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันก่อนหลังประชุมคณะรัฐมนตรีเสร็จ ช่วงบ่ายแก่ๆ 2 ประธาน &amp;ldquo;ปลัดชาญเชาวน์&amp;rdquo; กับ &amp;ldquo;อ.ภักดี&amp;rdquo; เดินเข้าพบ อ.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เพื่อหารือกันถึงแนวทางการทำงาน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เบื้องต้นคณะกรรมการชุดของ &amp;ldquo;อ.ภักดี&amp;rdquo; จะใช้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) สำนักงานเดิม ถนนพิษณุโลก ตรงข้ามทำเนียบรัฐบาลเป็นสถานที่ประชุม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนคณะกรรมการชุดของ &amp;ldquo;ปลัดชาญเชาวน์&amp;rdquo; จะใช้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการ เป็นสถานที่ประชุม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ได้เจอ &amp;ldquo;ปลัดชาญเชาวน์&amp;rdquo; ยังทำตัวเฟรนลี่เหมือนเดิม นักข่าวเจอระหว่างหลังเข้าพบ &amp;ldquo;อ.วิษณุ&amp;rdquo; เลยเกี่ยวแขนมาขอสัมภาษณ์ถึงแนวทางการทำงาน เจ้าตัวไม่อิดออด ให้ความร่วมมือเกินร้อยเปอร์เซ็นต์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ครั้นถามถึงแนวทางการทำงาน โดยเฉพาะเรื่องที่ตัวเองต้องรับผิดชอบอย่างบ่อนการพนัน ที่ว่ากันว่า มีคนมีสี-ผู้มีอิทธิพลเชื่อมโยง จะทำงานลำบากหรือไม่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ปลัดชาญเชาวน์&amp;rdquo; ไม่มีอาการกลัว เพราะได้ของดีมาแล้ว หลัง &amp;ldquo;ลุงตู่&amp;rdquo; สั่งลุย พร้อมสนับสนุนเต็มพิกัด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัญหาเรื่อง &amp;ldquo;ตอ&amp;rdquo; ตัดไป แต่พอไถ่ถามว่า เหตุใดถึงจับพลัดจับผลูได้มาทำงานนี้??? &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรมบอกว่า...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ก่อนหน้านี้ตัวเองเคยทำงานเป็นอัยการมาก่อน พอรู้ระบบการทำงานบ้าง นอกจากนี้ยังเคยช่วยงานนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ทำงานในช่วงท้ายๆ อายุราชการ&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พอแซวถามว่าตอนถูกชวนให้มาเป็น ตัดสินใจนาน หรือเล่นตัวบ้างหรือไม่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ปลัดชาญเชาวน์&amp;rdquo; หัวเราะบอก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;แหม มันก็ต้องมีกันบ้างนิดนึง&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จะให้ชวนปุ๊บ รับปั๊บ มันก็กระไรอยู่ ต้องฟอร์มๆ นิดนึงใช่มั้ยทั่นปลัด หุหุ. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;ฌ.เฌอ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90596</URL_LINK>
                <HASHTAG>คันปากอยากเล่า, ชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ, ฌ.เฌอ, เล่นตัวนิดนึง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200809/image_big_5f2ff6c243787.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89913</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2021 14:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2021 14:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภารกิจ 2 ประธานสอบบ่อน-ลักลอบเข้าเมือง รายงานลับถึงมือนายกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภักดี โพธิศิริ , ชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ม.ค.64 -&amp;nbsp;จากกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำความผิดกรณีสถานที่เล่นการพนัน เป็นเหตุให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 (นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธาน) และแต่งตั้ง คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำความผิดกรณีการเข้าเมืองผิดกฎหมาย เป็นเหตุให้เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 (นายภักดี โพธิศิริ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธาน) เมื่อวันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมานั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคาดหวังของประชาชน ต่อคณะกรรมการทั้งสองชุด ว่า คณะกรรมการที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งขึ้นมาดังกล่าว เคยทำงานด้านนี้มาก่อนและเคยเป็นประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)มาก่อน ซึ่งความคาดหมายคือการให้ลงไปกำกับดูแล และเร่งรัดการดำเนินการไม่ใช่ลงไปดำเนินคดีเอง ซึ่งจะมีการตั้งคณะอนุกรรมการชุดต่างๆ ขึ้นมาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าผลการทำงานของคณะกรรมการชุดนี้จะมีการเปิดเผยสู่ภายนอกหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า รายงานนี้จะส่งตรงถึงนายกรัฐมนตรี ไม่ผ่านใคร ซึ่งเป็นรายงานลับและไม่ผ่านตนเช่นกัน ขณะเดียวกันก็สามารถรายงานผลได้ตลอดระยะเวลาของการทำงาน แต่ที่กำหนดกรอบระยะเวลาไว้ที่ 30 วันนั้น เพราะควรมีความคืบหน้าอย่างน้อยในช่วง 30 วัน ส่วนจะเปิดเผยรายงานข้อมูลต่อสาธารณะหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการชุดนี้จะเป็นผู้พิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า จะมีการตรวจสอบเส้นทางการเงินด้วยใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ก็มีการตั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ป.ป.ง.)ขึ้นมาแล้ว ซึ่งกรรมการจะนำไปใช้แบบใดก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิษณุ กล่าวอีกว่า คณะกรรมการชุดดังกล่าวจะใช้สถานที่ใดเป็นที่ทำงานนั้นต้องรอให้ได้สมาชิกของคณะกรรมการครบถ้วนก่อน หลังจากนั้นก็จะมีการเรียกประชุมร่วมกันอีกครั้ง โดยไม่มีการกำหนดกรอบระยะเวลาการดำเนินงาน หากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังอยู่ก็ยังต้องปฏิบัติงานต่อ หากสถานการณ์ดีขึ้นก็ให้หน่วยงานปกติปฎิบัติหน้าที่ต่อไป ส่วนคณะกรรมการของแต่ละหน่วยงานที่ตั้งขึ้นมา โดยจะเป็นใครก็ได้ แต่หน่วยงานจะเป็นผู้เสนอในฐานะเป็นตัวแทนของหน่วยงานนั้นๆ ซึ่งหน่วยงานนั้นๆจะต้องรับผิดชอบเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า คณะกรรมการฯชุดนี้จะสามารถสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในการแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ความมั่นใจของประชาชนในการแก้ไขปัญหา ขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ ที่ปฏิบัติงานอยู่ตามปกติ แต่คณะกรรมการชุดนี้ ตั้งมาเพื่อช่วยกำกับตรวจสอบ พร้อมเสนอแนวทางการลงโทษ ที่นอกเหนือจากการโยกย้ายตำแหน่ง ซึ่งเริ่มต้นต้องหาผู้กระทำผิดให้เจอเสียก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้คนผิดไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าหน้าที่เสมอไป ยกตัวอย่างเช่น เรื่องแรงงานต่างด้าว ซึ่งแรงงานเองก็มีความผิด นายหน้าผู้ออกทุนก็ผิด รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ที่อำนวยความสะดวกก็มีความผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมเชื่อมั่นว่าคณะกรรมการชุดนี้จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้ในระดับหนึ่ง แต่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับจิตสำนึก และความตื่นตระหนกของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย อย่ามาคาดคั้นอะไรในส่วนนี้เลย และหากประชาชนทราบเบาะแสก็แจ้งมา และมองว่าคนในพื้นที่รู้ดีที่สุด จึงอยากให้คนในพื้นที่มีส่วนร่วมตรงนี้ด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89913</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ, ตรวจคนเข้าเมือง, บ่อนพนัน, ภักดี โพธิศิริ, ลักลอบเข้าเมือง, วิษณุ เครืองาม, แรงงานเถื่อน, โ๕วิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210115/image_big_60013d8989a9d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31941</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธาริตโดนอีกคดี ฎีกาสั่งจำคุก1ปี เด้ง&#039;ปิยะวัฒก์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ธาริต&amp;quot; อ่วมอีกคดี ศาลฎีกาพิพากษาแก้ จำคุก 1 ปี ไม่รอลงอาญา ชี้ปฏิบัติหน้าที่มิชอบโยกย้าย &amp;quot;พ.อ.ปิยะวัฒก์-อดีต ผบ.สำนักคดีทรัพย์สินฯ&amp;quot; ต่ำกว่าตำแหน่งเดิม เหตุจากความเห็นขัดแย้งกันเรื่องสำนวนคดีใช้อำนาจกลั่นแกล้งส่วนตัว นับเป็นเรื่องร้ายแรง ยกฟ้อง &amp;quot;ชาญเชาวน์&amp;quot; ระบุไม่มีเจตนาทำผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 21 มีนาคม ที่ห้องพิจารณา 909 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีปฏิบัติหน้าที่มิชอบ หมายเลขดำ อ.3873/2555 ที่ พ.อ.ปิยะวัฒก์ กิ่งเกตุ อดีต ผบ.สำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญาฯ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นโจทก์ฟ้องนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีดีเอสไอ และนายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ รักษาราชการปลัดกระทรวงยุติธรรม ร่วมกันเป็นจำเลย ในความผิดฐานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีระหว่างวันที่ 30 มี.ค.2555-8 ต.ค.2555 ต่อเนื่องกัน นายธาริต เพ็งดิษฐ์ จำเลยที่ 1 ขณะนั้น ในฐานะอธิบดีดีเอสไอ และจำเลยที่ 2 ในฐานะรองปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ด้วยการทำหนังสือโยกย้ายโจทก์ ซึ่งขณะนั้นเป็น ผบ.สำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญาฯ ดีเอสไอ ไปเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะคดี ซึ่งมีระดับต่ำกว่าตำแหน่งเดิม อันเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยคดีนี้ศาลไต่สวนมูลฟ้องแล้ว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีไม่มีมูลให้ยกฟ้อง แต่ภายหลังโจทก์ยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ประทับฟ้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 กระทำผิดฐานมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ให้จำคุก 2 ปี และให้ยกฟ้องนายชาญเชาวน์ จำเลยที่ 2 ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 2 ปี แต่เนื่องจากจำเลยทั้งสองรับราชการมาหลายปี เคยทำคุณงามความดีต่อบ้านเมือง ไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน จึงเห็นควรให้รอการลงโทษไว้คนละ 2 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เบิกตัวนายธาริต ซึ่งถูกจำคุก 1 ปี ในคดีหมิ่นประมาทนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯ กรณีโครงการจัดซื้อจัดจ้างโรงพัก 396 แห่ง ส่วนนายชาญเชาวน์เดินทางมาศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงที่โจทก์และจำเลยทั้งสองไม่โต้เถียงกันในชั้นฎีกาฟังเป็นยุติว่า เมื่อวันที่ 30 มี.ค. 2555 นายธาริต จำเลยที่ 1 ทำบันทึกถึงปลัดกระทรวงยุติธรรมขอให้ย้ายโจทก์กับข้าราชการอื่นอีก 4 คน โดยขอให้ย้ายโจทก์จากตำแหน่ง ผบ.สำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญา ไปดำรงตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ โจทก์จึงยื่นคำร้องทุกข์ต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) จน ก.พ.ค.มีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 14 ก.ย. 2555 ว่าการย้ายโจทก์เป็นการย้ายที่ดำรงตำแหน่งต่ำกว่าเดิม ไม่ใช่การย้ายประจำปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนกรณีที่โจทก์ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัย ถูกตั้งกรรมการสอบส่งเรื่องไปยัง ป.ป.ช. หาได้เป็นเหตุให้คู่กรณีมีอำนาจย้ายโจทก์ให้ไปดำรงตำแหน่งที่ต่ำกว่าเดิมโดยไม่ยินยอม ยังถือไม่ได้ว่าโจทก์อยู่ระหว่างดำเนินการทางวินัย หรือตกเป็นจำเลยในคดีอาญา จึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้คู่กรณียกเลิกคำสั่งดังกล่าว ต่อมาเมื่อนายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้รับทราบคำสั่ง จึงมีคำสั่งยกเลิกย้ายโจทก์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีจึงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 กระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ ซึ่งระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องแก้ไขคำให้การจากปฏิเสธเป็นรับสารภาพนั้น จำเลยที่ 1 มิอาจกระทำได้ เพราะการแก้ไขคำให้การต้องกระทำก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตาม ป.วิอาญา มาตรา 163 วรรคสอง แต่อย่างไรก็ดี เมื่อจำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว ถือว่าจำเลยที่ 1 ยอมรับว่ากระทำผิดตามฟ้อง ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่าไม่ได้กระทำความผิดตามฟ้องจึงฟังไม่ขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหาต้องวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 2 นายชาญเชาวน์ร่วมกับจำเลยที่ 1 กระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่าก่อนที่ปลัดกระทรวงยุติธรรมเดินทางไปราชการ ได้มีหนังสือให้จำเลยที่ 1 แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการขอย้ายข้าราชการ จำเลยที่ 1 ทำหนังสือชี้แจงเหตุผลประกอบการพิจารณาวันที่ 20 เม.ย.2555 จำเลยที่ 2 ในฐานะรักษาการปลัดกระทรวงยุติธรรมได้ลงนามคำสั่งย้ายโจทก์ ซึ่งได้ความจากจำเลยที่ 2 ว่าจำเลยที่ 2 เป็นรองปลัดกระทรวงยุติธรรมที่อาวุโสลำดับ 1 แต่มิได้รับผิดชอบดูแลงานของกรมสอบสวนคดีพิเศษโดยตรง เพราะมีนางสุรีย์ประภา ตรัยเวช รองปลัดกระทรวงอีกคนดูแล ดังนั้นเมื่อปลัดกระทรวงยุติธรรมไม่อยู่ และไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ จำเลยที่ 2 จึงเป็นผู้รักษาการแทน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การที่จำเลยได้ลงนามในคำสั่งย้ายนั้น เป็นคำสั่งย้ายโจทก์กับข้าราชการอื่นอีก 4 รายมิใช่เป็นการย้ายโจทก์คนเดียว โดยก่อนลงนามได้มีการเรียก น.ส.ฉวีวรรณ แสนทวี นักทรัพยากรบุคคลชำนาญงานพิเศษ รักษาการแทน ผอ.กองการเจ้าหน้าที่ ซึ่งทำหนังสือขอย้ายเข้าไปสอบถาม และได้รับการชี้แจงยืนยันว่าสามารถทำได้ไม่ขัดต่อกฎหมายระเบียบข้อบังคับที่ใช้อยู่ ซึ่ง น.ส.ฉวีวรรณก็ได้มาเบิกความต่อศาลทำนองเดียวกัน แสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ 2 ใช้ความระมัดระวังในการลงนามคำสั่งย้ายดังกล่าวแล้ว ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2 มีเจตนาร่วมกับจำเลยที่ 1 กระทำผิดตามฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยที่ 2 ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองโดยไม่รอการลงโทษเมื่อฟังได้ว่า จำเลย 2 ไม่ได้กระทำผิดตามฟ้องตามที่วินิจฉัยมาแล้ว จึงมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าควรรอการลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือไม่เท่านั้น เห็นว่าแม้การออกคำสั่งย้ายข้าราชการจะเป็นเรื่องภายในหน่วยราชการ เป็นดุลพินิจของผู้มีอำนาจตามกฎหมายกำหนด แต่การใช้ดุลพินิจต้องเป็นไปตามหลักการที่กำหนดโดยกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยต้องยึดเหตุผลความจำเป็นเพื่อประโยชน์ของราชการและพัฒนาข้าราชการเป็นหลัก การใช้อำนาจต้องไม่เป็นตามอำเภอใจหรือมีลักษณะกลั่นแกล้ง ลำเอียง มีอคติ เพราะนอกจากไม่เป็นประโยชน์แก่ทางราชการแล้ว ยังอาจก่อเกิดความเสียหายแก่ข้าราชการนั้นๆ ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การที่จำเลยที่ 1 เสนอขอย้ายโจทก์ด้วยสาเหตุความเห็นขัดแย้งกันในเรื่องสำนวนคดี โดยไม่ดำเนินการไปตามกฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้อง ทั้งการเสนอย้ายโจทก์ไปดำรงตำแหน่งที่ต่ำกว่าตำแหน่งเดิม อันเห็นได้ว่าเป็นการใช้อำนาจไปในทางกลั่นแกล้งโจทก์ด้วยสาเหตุส่วนตัวมากกว่าที่จะคำนึงถึงประโยชน์ของทางราชการ พฤติการณ์แห่งคดีนับว่าเป็นเรื่องร้ายแรง ไม่สมควรรอการลงโทษจำคุกให้ ที่ศาลอุทธรณ์รอการลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น แต่ที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนดโทษ 2 ปี เป็นโทษที่หนักไป เห็นสมควรกำหนดโทษเสียใหม่ให้เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งการกระทำผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 1 ปี โดยไม่รอการลงโทษ และให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31941</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิตติพงษ์ กิตยารักษ์, ชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ, ธาริต เพ็งดิษฐ์, พ.อ.ปิยะวัฒก์ กิ่งเกตุ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190321/image_big_5c93af4610a9c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
