<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>75028</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2020 15:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2020 15:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม.เห็นชอบก่อสร้างเตาเผามูลฝอยอ่อนนุช-หนองแขม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค. 2563 นายชาตรี วัฒนเขจร ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการจ้างเหมาเอกชนกำจัดมูลฝอย โดยระบบเตาเผามูลฝอย ขนาดไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน ที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม &amp;nbsp;และโครงการจ้างเหมาเอกชนกำจัดมูลฝอย โดยระบบเตาเผามูลฝอย ขนาดไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน ที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช ว่า ภายหลัง กทม.ลงนามในสัญญาจ้างเมื่อวันที่ 28 ธ.ค.2562 ซึ่งในร่าง TOR ได้กำหนดให้บริษัทคู่สัญญาเสนอรายละเอียดรูปแบบการก่อสร้างภายใน 150 วัน ขณะนี้ ได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อย และกทม.ได้เห็นชอบรูปแบบแล้ว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีกำหนดระยะเวลาก่อสร้าง 3 ปี ซึ่งก่อนเริ่มก่อสร้างผู้รับเหมาโครงการต้องดำเนินการขออนุญาตหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น &amp;nbsp;จัดทำรายงานประมวลหลักการปฏิบัติ (Code of Practice : CoP) สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนที่ใช้ขยะมูลฝอยเป็นเชื้อเพลิงเพื่อยื่นเสนอสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ในการขออนุญาตจำหน่ายไฟฟ้า และจัดทำรายงานการศึกษามาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย (Environmental and Safety Assessment : ESA) เพื่อเสนอต่อกรมโรงงานอุตสาหกรรมประกอบการขออนุญาตประกอบกิจการโรงงาน เมื่อดำเนินการขออนุญาตต่างๆ เสร็จเรียบร้อยจึงสามารถก่อสร้างโครงการได้ &amp;nbsp;
อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่เตาเผามูลฝอยทั้ง 2 แห่ง อยู่ระหว่างดำเนินการและยังไม่แล้วเสร็จ กทม. ได้ต่อสัญญาพื้นที่ ฝังกลบขยะกับเอกชน ที่ จ.นครปฐม และที่จ.ฉะเชิงเทรา เป็นเวลา 4 ปีเพื่อให้สามารถกำจัดขยะได้ตามแผนที่วางไว้ ซึ่งเมื่อครบกำหนดจะพอดีกับช่วงที่โครงการกำจัดมูลฝอยระบบเตาเผาสามารถเปิดเดินเครื่องได้แล้ว และคาดว่าภายในปี พ.ศ.2566 กทม.จะสามารถลดการกำจัดขยะด้วยวิธีการฝังกลบมูลฝอยจากร้อยละ 80 เหลือ ร้อยละ 30&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฤษณะ พฤกษะวัน ที่ปรึกษาอาวุโสด้านมวลชนสัมพันธ์ บริษัท นิวสกาย เอ็นเนอร์จี (แบงค็อก) จำกัด &amp;nbsp;ผู้ดำเนินโครงการกำจัดมูลฝอยด้วยวิธีการเผาไหม้เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช ขนาดไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน กล่าวว่า บริษัทฯ ได้เตรียมความพร้อมในการดำเนินโครงการ ตามขั้นตอนที่ภาครัฐกำหนด โดยในส่วนของการสร้างความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ บริษัทฯ เตรียมแผนสร้างการรับรู้และเข้าใจเกี่ยวกับการดำเนินโครงการทั้งในส่วนของผู้มีส่วนได้เสีย ประชาชนทั่วไป และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนได้เตรียมสร้างการรับรู้เกี่ยวกับมาตรการในการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนที่อาศัยบริเวณรอบพื้นที่โครงการและประชาชนทั่วไป ซึ่งมาตรการในการจัดการสิ่งแวดล้อมที่นำมาใช้เป็นมาตรการมีมาตรฐานและได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายในระดับนานาประเทศ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75028</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., ชาตรี วัฒนเขจร, ระบบเตาเผามูลฝอย, เตาเผาหนองแขม, เตาเผาอ่อนนุช, โครงการจ้างเหมาเอกชนกำจัดมูลฝอย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200820/image_big_5f3e2e3f665f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72405</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2020 16:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2020 16:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘กรีนเวฟฯ’มอบหน้ากาก-ถุงมือยางให้เจ้าหน้าที่ 5,000 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คลื่นวิทยุ กรีนเวฟ 106.5 เอฟเอ็ม ส่งมอบหน้ากากอนามัยแบบผ้าที่กันน้ำได้และถุงมือยางที่ใช้เก็บขยะให้กับเจ้าหน้าที่กวาดถนนและเก็บขยะ 5,000 คนใน 50 เขตทั่วกรุงเทพฯ เพื่อใช้สวมใส่ขณะปฏิบัติหน้าที่และเป็นการป้องกันอันตรายจากเชื้อโรค ลดความเสี่ยงการสัมผัสเชื้อไวรัสโควิด-19 และทำงานได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยได้รับบริจาคผ่านโครงการ GREEN WAVE SAVE STREET HEROES (กรีนเวฟ เซฟ สตรีท ฮีโร่ส์) ซึ่งมี ดีเจอั๋น-ภูวนาท คุนผลิน / ดีเจแคน-อติรุจ กิตติพัฒนะ และ นางสาวเก็จชญา จันทสดิษฐ ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตรายการ บริษัท เอไทม์ มีเดีย จำกัด เป็นตัวแทนมอบให้กับกรุงเทพมหานคร โดยมี นายชาตรี วัฒนเขจร ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม, นางสาวพนิตนาฏ ธนาอภินันทน์ รองผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม และนางสุธิศา พรเพิ่มพูน ผู้อำนวยการสำนักงานจัดการมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล เป็นผู้แทนรับมอบ ณ อาคารไอราวัตพัฒนา&amp;nbsp; ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง) เมื่อวันก่อน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72405</URL_LINK>
                <HASHTAG>GREEN WAVE SAVE STREET HEROES, กรีนเวฟ, กรีนเวฟ 106.5 เอฟเอ็ม, กรีนเวฟ เซฟ สตรีท ฮีโร่ส์, ชาตรี วัฒนเขจร, พนิตนาฏ ธนาอภินันทน์, สุธิศา พรเพิ่มพูน, อั๋น-ภูวนาท คุนผลิน, เก็จชญา จันทสดิษฐ, เจ้าหน้าที่กวาดถนน, เจ้าหน้าที่เก็บขยะ, แคน-อติรุจ กิตติพัฒนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200724/image_big_5f1aacf626e32.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54128</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2020 17:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝุ่นกรุงขยายพื้นที่ บิ๊กตู่สั่งเข้มควันดำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บิ๊กตู่ห่วงฝุ่นจิ๋วคุกคามคนกรุง จี้เจ้าหน้าที่กวดขันจับกุมรถควันดำ ตรวจโรงงานต่างๆ ผลตรวจเมื่อวันพุธ พีเอ็ม 2.5 เกินมาตรฐาน 22 พื้นที่ บึงกุ่ม วังทองหลางสูงสุด 70 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร กทม.สั่งศูนย์บริการสาธารณสุขเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยง เตือนค่าฝุ่นเพิ่มขึ้นถึง 11 ม.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ทวีตข้อความบนทวิตเตอร์ &amp;quot;ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha@prayutofficial&amp;quot; ถึงปัญหาค่าฝุ่น PM 2.5 ว่า &amp;ldquo;ช่วงนี้ ฝุ่น #PM25 กลับมาและมีผลกระทบต่อสุขภาพ ตรวจสอบสภาพอากาศ อย่าลืมสวมหน้ากากอนามัย หลีกเลี่ยงพื้นที่โล่งแจ้งนะครับ ขอความร่วมมือผู้ใช้รถตรวจสภาพรถ เจ้าหน้าต้องเร่งกวดขันจับกุมรถที่ปล่อยควันดำ ตรวจปริมาณควันจากโรงงานต่างๆ ให้มากขึ้น ร่วมมือกันคนละนิด เพื่อช่วยอากาศพิษให้ลดลง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา กรมควบคุมมลพิษ ร่วมกับกรุงเทพมหานคร ตรวจสอบคุณภาพอากาศในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล พบว่ามีค่าเกินเกณฑ์มาตรฐาน มีผลกระทบต่อสุขภาพในหลายพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เมื่อวันพุธ กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง สำนักสิ่งแวดล้อม กทม.&amp;nbsp;รายงานสถานการณ์ค่าฝุ่นละอองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยสรุปผลการตรวจวัดค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM 2.5&amp;nbsp;เฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงของฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน ตรวจวัดได้&amp;nbsp;40-70&amp;nbsp;ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร พบว่าเกินมาตรฐาน จำนวน&amp;nbsp;22&amp;nbsp;พื้นที่ ได้แก่ เขตสัมพันธวงศ์ บริเวณหน้าหัวมุม ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ&amp;nbsp;(วงเวียนโอเดียน)&amp;nbsp;วัดได้&amp;nbsp;51&amp;nbsp;มคก./ลบ.ม.,&amp;nbsp;เขตวังทองหลาง ด้านหน้าปั๊มน้ำมันเอสโซ่ ซอยลาดพร้าว&amp;nbsp;95&amp;nbsp;วัดได้&amp;nbsp;70&amp;nbsp;มคก./ลบ.ม.,&amp;nbsp;เขตปทุมวัน บริเวณหน้าห้างสามย่านมิตรทาวน์&amp;nbsp;: 58&amp;nbsp;มคก./ลบ.ม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขตบางรัก ข้างป้อมตำรวจหน้าลานบางรักเลิฟลี่ พลาซ่า&amp;nbsp;: 52&amp;nbsp;มคก./ลบ.ม.,&amp;nbsp;เขตบางคอแหลม บริเวณป้อมตำรวจสี่แยกถนนตก&amp;nbsp;: 66&amp;nbsp;มคก./ลบ.ม.,&amp;nbsp;เขตยานนาวา ใกล้ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สำนักงานใหญ่&amp;nbsp;: 67&amp;nbsp;มคก./ลบ.ม., เขตบางกะปิ ข้างป้อมตำรวจตรงข้ามสำนักงานเขตบางกะปิ&amp;nbsp;: 63&amp;nbsp;มคก./ลบ.ม.,&amp;nbsp;เขตลาดกระบัง ด้านหน้าโรงพยาบาลลาดกระบังข้างป้อมตำรวจ&amp;nbsp;: 67&amp;nbsp;มคก./ลบ.ม.,&amp;nbsp;เขตธนบุรี ริมป้ายรถเมล์บริเวณแยกมไหศวรรย์&amp;nbsp;: 51&amp;nbsp;มคก./ลบ.ม.,&amp;nbsp;เขตคลองสาน บริเวณหน้าห้องสมุดใต้สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน&amp;nbsp;: 58&amp;nbsp;มคก./ลบ.ม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขตบางกอกน้อย บริเวณหน้าสถานีตำรวจรถไฟบางกอกน้อย&amp;nbsp;: 61&amp;nbsp;มคก./ลบ.ม.,&amp;nbsp;เขตภาษีเจริญ หน้ามหาวิทยาลัยสยาม&amp;nbsp;(ประมาณซอยเพชรเกษม&amp;nbsp;36) : 63&amp;nbsp;มคก./ลบ.ม.,&amp;nbsp;เขตบางเขน ภายในสำนักงานเขตบางเขน&amp;nbsp;: 68&amp;nbsp;มคก./ลบ.ม.,&amp;nbsp;เขตบางพลัด ภายในสำนักงานเขตบางพลัด : 53&amp;nbsp;มคก./ลบ.ม.,&amp;nbsp;เขตบางขุนเทียน ภายในสำนักงานเขตบางขุนเทียน&amp;nbsp;: 60&amp;nbsp;มคก./ลบ.ม.,&amp;nbsp;เขตพระนคร ภายในสำนักงานเขตพระนคร&amp;nbsp;: 60&amp;nbsp;มคก./ลบ.ม.,&amp;nbsp;เขตคลองเตย ภายในสำนักงานเขตคลองเตย&amp;nbsp;: 67&amp;nbsp;มคก./ลบ.ม., เขตบางซื่อ ภายในสำนักงานเขตบางซื่อ&amp;nbsp;: 55&amp;nbsp;มคก./ลบ.ม., เขตหลักสี่ ภายในสำนักงานเขตหลักสี่&amp;nbsp;: 62&amp;nbsp;มคก./ลบ.ม.,&amp;nbsp;เขตบึงกุ่ม ภายในสำนักงานเขตบึงกุ่ม&amp;nbsp;: 70&amp;nbsp;มคก./ลบ.ม.,&amp;nbsp;เขตสวนหลวง ริมถนนพัฒนาการ&amp;nbsp;: 57&amp;nbsp;มคก./ลบ.ม.&amp;nbsp;และเขตคลองสามวา ริมถนนเลียบคลองสอง&amp;nbsp;: 55 มคก./ลบ.ม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวินทร์ ศิรินาค ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กทม. กล่าวว่า สำนักอนามัยเตรียมรณรงค์สร้างความตระหนักให้ประชาชนในการป้องกันตนเองจากฝุ่นละออง PM 2.5 รวมทั้งเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อให้บริการประชาชนที่ได้รับผลกระทบทางสุขภาพจากปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 โดยขอความร่วมมือศูนย์บริการสาธารณสุขทั้ง 68 แห่งดำเนินการดังนี้ ให้ความรู้ในการป้องกันและดูแลตนเองจากภัยหรืออันตรายที่เกิดจากฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) แก่ประชาชนในพื้นที่ เฝ้าระวังติดตามเป็นพิเศษในกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง เด็ก ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ โรคหัวใจและหลอดเลือด และหญิงตั้งครรภ์ ส่วนในสถานการณ์ที่มีฝุ่นละออง PM 2.5 เกินมาตรฐานมากกว่า 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ให้ความรู้และเฝ้าระวังแก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยง โดยบุคลากรของศูนย์บริการสาธารณสุข และอาสาสมัครสาธารณสุข &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชาตรี วัฒนเขจร ผอ.สำนักสิ่งแวดล้อม กทม. เปิดเผยว่า ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์สภาพอากาศช่วงวันที่ 6-11 ม.ค.63 ความกดอากาศสูงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังอ่อนลง ทำให้มีลมอ่อนหรือสงบในช่วงเช้า อาจส่งผลให้ปริมาณฝุ่นละอองเพิ่มสูงขึ้น ทางสำนักสิ่งแวดล้อมได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ &amp;quot;การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง&amp;quot; รวมทั้งเตรียมความพร้อมตามแผนปฏิบัติการ เพื่อรับมือสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ในช่วงวิกฤติต่อเนื่อง ทั้งบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษ ได้แก่ เข้มงวดการตรวจจับ ห้ามใช้รถยนต์ควันดำทุกประเภทร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประสานกับสถานีตำรวจในพื้นที่อำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้คล่องตัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กำชับสำนักงานเขตพื้นที่เพิ่มความเข้มงวดในการควบคุม กำกับดูแล และแก้ไขปัญหาแหล่งกำเนิดฝุ่นละออง PM 2.5 ในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะแหล่งกำเนิดฝุ่นละอองจากยานพาหนะ เช่น รณรงค์ไม่ขับ ช่วยดับเครื่อง และบำรุงรักษาเครื่องยนต์รถราชการในสังกัดไม่ให้ปล่อยมลพิษเกินมาตรฐาน ประชาสัมพันธ์การบำรุงรักษารถเพื่อลดมลพิษแก่ผู้ประกอบการขนส่งและประชาชน และห้ามเผาขยะและเผาในที่โล่งทุกชนิดตามประกาศ กทม.เรื่องกำหนดพื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญ ตลอดจนการคุมเข้มปัญหาฝุ่นละอองจากการก่อสร้างรถไฟฟ้าและการก่อสร้างอาคาร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่กรมควบคุมมลพิษรายงานข้อมูลคุณภาพอากาศ ประจำวันที่ 8 มกราคม 2563 เวลา 12.00 น. ดังนี้ ปริมาณฝุ่นละอองในภาพรวมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเช้า โดยพบพื้นที่มีปริมาณฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานและเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ 38 พื้นที่ (พื้นที่สีส้ม) ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวควรลดเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้งและติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองอย่างใกล้ชิด ส่วนประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศแบบ Real Time ได้ทางเว็บไซต์ air4thai.com แอปพลิเคชัน Air4Thai และ http://bangkokairquality.com
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลจากแอปพลิเคชัน&amp;nbsp;Air Visual&amp;nbsp;ระบุว่า สภาพอากาศของกรุงเทพมหานคร ตามมาตรฐาน&amp;nbsp;US AQI&amp;nbsp;อยู่ที่&amp;nbsp;185&amp;nbsp;เทียบเท่าค่า PM 2.5 ที่&amp;nbsp;119.9&amp;nbsp;มคก./ลบ.ม.&amp;nbsp;ติดอันดับที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ของเมืองที่มีคุณภาพอากาศแย่ที่สุดในโลก โดยเมื่อเทียบกับข้อมูลของวันที่ 7&amp;nbsp;ม.ค.&amp;nbsp;ในช่วงเวลาใกล้เคียงกันพบว่า สภาพอากาศกรุงเทพมหานคร ตามมาตรฐาน US AQI&amp;nbsp;อยู่ที่&amp;nbsp;164&amp;nbsp;เทียบเท่าค่า PM 2.5&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;57.8&amp;nbsp;มคก./ลบ.ม.&amp;nbsp;ติดอันดับที่ 9&amp;nbsp;ของเมืองที่มีคุณภาพอากาศแย่ที่สุดในโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยดัชนีคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;(AQI)&amp;nbsp;คือระบบสำหรับการรายงานความรุนแรงของระดับคุณภาพอากาศ โดยระดับ&amp;nbsp;0-50&amp;nbsp;แสดงถึงอากาศดี ระดับ 51-100&amp;nbsp;แสดงถึงอากาศปานกลาง ระดับ 101-150&amp;nbsp;แสดงถึงอากาศไม่ดีต่อสุขภาพสำหรับกลุ่มที่อ่อนไหว ระดับ 151-200&amp;nbsp;แสดงถึงอากาศไม่ดีต่อสุขภาพ ระดับ 201-300&amp;nbsp;แสดงถึงไม่ดีต่อสุขภาพมาก และระดับ&amp;nbsp;301-500&amp;nbsp;แสดงถึงอากาศที่เป็นอันตราย ซึ่งในช่วงเวลาเพียง&amp;nbsp;1 วัน คุณภาพอากาศของกรุงเทพมหานครอยู่ในขั้นวิกฤติรุนแรง โดยขยับขึ้นติดอันดับคุณภาพอากาศแย่แบบก้าวกระโดดถึง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;อันดับ ประชาชนจึงควรตื่นตัว ให้ความสำคัญและติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54128</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวินทร์ ศิรินาค, ชาตรี วัฒนเขจร, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200108/image_big_5e15d6acb8f04.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47066</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เล็งแก้ฝุ่นท่วมกรุง ขึ้นภาษีรถควันดำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์ฝุ่นควันใน กทม.และปริมณฑลยังน่าห่วง ช่วงเช้าพบฝุ่นจิ๋วครอบคลุมเกือบทุกพื้นที่ ตกบ่ายได้เฮมีฝนโปรยปรายลงมาบ้าง ศธ.สั่งอาชีวะทำเครื่องฟอกอากาศติดตั้งตามโรงเรียนต่างๆ บิ๊กแดงสั่งกำลังพลช่วยฉีดน้ำ เตือนธันวา.-มกรา.เจอหนักอีกรอบ &amp;quot;ศักดิ์สยาม&amp;quot; สั่งตรวจรถควันดำถี่ยิบ เผยอาจถึงขั้นเพิ่มภาษีรถที่ก่อมลพิษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 1 ตุลาคมนี้ ว่า จากการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยกรมควบคุมมลพิษร่วมกับกรุงเทพมหานคร พบว่า ปริมาณฝุ่นละออง PM 2.5 ตรวจวัดได้ระหว่าง 40-81 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) พบส่วนใหญ่เกินเกณฑ์มาตรฐาน (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 มคก.-ลบ.ม. เกือบทุกพื้นที่ ยกเว้นเขตพญาไท และเขตบางนา ในพื้นที่ จ.นนทบุรี บริเวณ อ.ปากเกร็ด, จ.ปทุมธานี บริเวณ อ.คลองหลวง, จ.สมุทรปราการ บริเวณ อ.บางเสาธง และ อ.เมือง, จ.สมุทรสาคร บริเวณ อ.เมือง, จ.นครปฐม บริเวณ อ.เมือง ปริมาณฝุ่นละอองมีแนวโน้มไม่เปลี่ยนแปลงจากวันก่อนหน้ามากนัก คุณภาพอากาศอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สำนักสิ่งแวดล้อม โดยกองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง&amp;nbsp;รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ของสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของกรุงเทพมหานคร ช่วงเวลา 08.00 น. ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง&amp;nbsp;ตรวจวัดได้ 55-81 มคก./ลบ.ม. เกินมาตรฐาน 24 พื้นที่ โดยพื้นที่ที่มีค่าสูง ได้แก่ เขตสาทร สี่แยกหน้าสำนักงานเขตสาทร ซอยถนนเซนต์หลุยส์ &amp;nbsp;69 มคก./ลบ.ม., เขตบางคอแหลม บริเวณป้อมตำรวจสี่แยกถนนตก 78 มคก./ลบ.ม., เขตยานนาวา ใกล้ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สำนักงานใหญ่ 64 มคก./ลบ.ม., เขตจตุจักร บริเวณด้านหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 64 มคก./ลบ.ม., เขตคลองสาน บริเวณหน้าห้องสมุดใต้สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน 67 มคก./ลบ.ม., เขตภาษีเจริญ หน้ามหาวิทยาลัยสยาม 66 มคก./ลบ.ม. เขตบางซื่อ ภายในสำนักงานเขตบางซื่อ 78 มคก./ลบ.ม., เขตหลักสี่ ภายในสำนักงานเขตหลักสี่ 75 มคก./ลบ.ม., เขตบางเขน ภายในสำนักงานเขตบางเขน ตรวจวัดได้ 67 มคก./ลบ.ม., เขตบึงกุ่ม ภายในสำนักงานเขตบึงกุ่ม ตรวจวัดได้ 65 มคก./ลบ.ม., เขตบางพลัด ภายในสำนักงานเขตบางพลัด 81 มคก./ลบ.ม., เขตราชเทวี บริเวณสำนักงานเขตราชเทวี ตรวจวัดได้ 70 มคก./ลบ.ม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในช่วงบ่ายได้เกิดฝนตกในหลายเขต คาดว่าจะสามารถชะล้างฝุ่นละอองทำให้ เบาบางลงได้&amp;nbsp;
ครม.งัด 3 มาตรการแก้ปัญหาฝุ่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการประชุมคณะรัฐมนตรีประจำสัปดาห์ที่ทำเนียบรัฐบาล นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ครม.เห็นชอบแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง ที่จะมีแนวทางแก้ปัญหาใน 3 มาตรการ คือมาตรการที่ 1 การเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ (การแก้ไขปัญหาในระยะเร่งด่วนและในช่วงวิกฤติ) มาตรการที่ 2 การป้องกันและลดการเกิดมลพิษที่ต้นทาง (แหล่งกําเนิด) การแก้ไขปัญหาในระยะสั้นและระยะยาว และมาตรการที่ 3 การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการมลพิษ อย่างไรก็ตาม แผนดังกล่าวได้มีการดำเนินการมาแล้วระยะหนึ่ง ซึ่งวิกฤติฝุ่น PM 2.5 ขณะนี้อยู่ในระยะก่อนเกิดวิกฤติ เพราะตัวเลขยังไม่ถึงขั้นวิกฤติ ทั้งนี้ ให้หน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้อง คือ กระทรวงมหาดไทย (มท.) กรุงเทพมหานคร กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กระทรวงอุตสาหกรรม สํานักงานตํารวจแห่งชาติ (สตช.) และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ต้องร่วมกันรับผิดชอบและต้องปฏิบัติตามเมื่อเข้าสู่มาตรการขั้นต่างๆ
คมนาคมเล็งขึ้นภาษีรถก่อมลพิษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมเร่งดำเนินมาตรการลดฝุ่นละอองเป็นการเร่งด่วน 3 เรื่อง คือ รถ งานก่อสร้าง และการใช้ระบบขนส่งสาธารณะ โดยในส่วนของรถ ให้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ตรวจสอบสภาพและควันดำของรถโดยสารสาธารณะเข้มงวดมากขึ้น หากพบว่ารถคันใดไม่ผ่านหลักเกณฑ์การตรวจสภาพต้องสั่งห้ามวิ่งให้บริการเด็ดขาด จนกว่าจะมีการปรับปรุงแก้ไขให้ผ่านมาตรฐานแล้วจึงนำกลับมาให้บริการได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนโครงการก่อสร้าง ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการ อาทิ กรมทางหลวง (ทล.) และกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ประสานงานกับผู้รับเหมาให้ติดตั้งจัดสเปรย์น้ำในพื้นที่ก่อสร้างทุกโครงการ เพื่อลดปริมาณฝุ่นละออง ส่วนการใช้ระบบขนส่งสาธารณะนั้น มีนโยบายให้ข้าราชการและพนักงานที่จำเป็นต้องเดินทางจากต่างจังหวัดเข้ากรุงเทพฯ หลีกเลี่ยงการใช้รถยนต์ โดยให้ใช้บริการขนส่งสาธารณะแทน เช่น รถไฟ รถทัวร์ เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นอกจากนี้ เตรียมหารือเกี่ยวกับการนำมาตรการด้านภาษีมาใช้กับรถที่ก่อมลพิษ เช่น รถที่ปล่อยควันดำหรือมีเกณฑ์ควันดำเกินมาตรฐาน จะต้องถูกเรียกเก็บภาษีในอัตราที่สูงกว่ารถปกติที่ไม่ก่อมลพิษ ขณะเดียวกันก็จะลดภาษีหรือลดหย่อนค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนให้กับรถที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น รถยนต์ไฟฟ้า เป็นต้น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ขณะนี้กรมการขนส่งทางบกจะตรวจสอบสภาพรถและดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยจะตรวจวัดควันดำรถบรรทุกและรถโดยสารบนถนนสายหลักและสายรองใน กทม.และปริมณฑล เดือนละไม่น้อยกว่า 16 วัน พร้อมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก บก.จร. กทม. กรมควบคุมมลพิษ และผู้ประกอบการ ตรวจวัดควันดำรถบรรทุกและรถโดยสาร และอาจมีการปรับเวลาเดินรถบรรทุก 10 ล้อขึ้นไปเข้าเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ให้สอดคล้องกับสภาพการจราจรและการใช้รถใช้ถนนของประชาชนในปัจจุบัน โดยจะสามารถเดินรถได้หลังเวลา 24.00-04.00 น.&amp;nbsp;
ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศใน รร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงศึกษาธิการ นายไกรเสริม โตทับเที่ยง เลขานุการ รมว.กระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย นายพีระ รัตนวิจิตร รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.), นายพีระพล พูลทวี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) และนายประลอง ดำรงไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ร่วมแถลงข่าวการแก้ไขปัญหาสภาวะอากาศฝุ่นละออง หมอกควัน PM 2.5 สูงเกินค่ามาตรฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไกรเสริมกล่าวว่า เนื่องจากปริมาณฝุ่นที่สูงในช่วงสัปดาห์นี้ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ได้สั่งการให้อาชีวะดำเนินการจัดทำเครื่องกรองอากาศ เพื่อนำไปมอบให้กับโรงเรียนต่างๆ โดยจะเริ่มนำร่องโรงเรียนใน กทม.สังกัด สพฐ.ทั้ง 37 โรงเรียนก่อน จำนวน 1,000 เครื่อง เพื่อนำไปใช้ลดปริมาณฝุ่นในห้องเรียน โดยสามารถลดปริมาณฝุ่นได้เกินครึ่ง อนาคตจะขยายให้บริการในชุมชนหรือหน่วยงานภายนอก เพื่อจัดทำเป็นพื้นที่เซฟโซน และเตรียมผลิตเพิ่มเติมเพื่อรองรับเปิดเทอม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายประลอง ดำรงไทย อธิบดี คพ. กล่าวว่า วันนี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ลดลง เนื่องจากมีฝนตกและอิทธิพลจากลมมรสุมจากฟิลิปปินส์ แต่ทุกภาคส่วนยังต้องหามาตรการรับมือต่อไป เนื่องจากในช่วงเดือนธันวาคม กรุงเทพฯ จะกลับมาเผชิญกับฝุ่นละออง PM 2.5 อีกครั้ง ซึ่งต้นเหตุเกิดจากควันรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล หากทุกคนช่วยกันลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว จะช่วยลดปริมาณฝุ่นละอองในอากาศได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อุตุฯ บอกว่าจะมีฝนตกโดยมรสุมจากประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งจะช่วยหอบฝุ่นขึ้นชั้นบรรยากาศ อากาศเย็นจางลง ฝุ่นที่สะสมจะลอยขึ้นไป ถ้าเป็นไปตามสถานการณ์ที่กรมอุตุฯ รายงาน ตัวเลขฝุ่นก็จะลดลงจนกลับสู่ปกติ แต่จะกลับมาเจออีกในช่วงธันวาคมถึงมกราคม ซึ่งจะมีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงมาตรการที่จะเสนอต่อคณะรัฐมนตรีในวันนี้ด้วย&amp;rdquo; นายประลองกล่าว
กทม.ทดลองหอฟอกอากาศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า เนื่องจากสถานการณ์คุณภาพอากาศของระดับค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยง ได้แก่ เขตบางขุนเทียน เขตปทุมวัน เขตธนบุรี เขตวังทองหลาง เขตดินแดง เมื่อหายใจเอาฝุ่นละอองเข้าไปจะส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำงานของอวัยวะต่างๆ ลดลง เช่น ปอด หัวใจ เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว ทางกรุงเทพมหานครได้เฝ้าระวังสถานการณ์ฝุ่นละอองอย่างต่อเนื่องและมีมาตรการเชิงรุก โดยรณรงค์ให้เจ้าของรถหรือผู้ขับขี่หมั่นบำรุงรักษาและตรวจสภาพรถ ควบคุมการเผาในที่โล่ง ไม่เผาขยะ ส่งเสริมการใช้เตาลดมลพิษในการประกอบการอาหารปิ้งย่าง ปลูกต้นไม้เพิ่มเพื่อดักฝุ่นละอองและมลพิษอากาศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชาตรี วัฒนเขจร ผอ.สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า บริษัท มาสเตอร์คูล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เสนอการติดตั้งหอฟอกอากาศ ซึ่งเป็นนวัตกรรมป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 เบื้องต้นจะติดตั้ง 1 เครื่องเร็วๆ นี้บริเวณใต้สถานี BTS สยาม ทางเข้าศูนย์การค้าสยามสแควร์วัน หากได้ผลดีจะขอความร่วมมือภาคเอกชน โดยเฉพาะอาคารสูง, ห้างสรรพสินค้า และสถานที่จัดงานขนาดใหญ่ ติดตั้งต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับหอฟอกอากาศ มีขนาดสูงประมาณ 4 เมตร กว้าง 1.5 เมตร ตัวเครื่องทําจากสเตนเลส หนักประมาณ 200 กก. ระบบการทำงานจะใช้หลักการดึงอากาศจากรอบตัวเครื่อง เพื่อกรองฝุ่น 2 ขั้นตอน และปล่อยอากาศบริสุทธิ์ทางด้านบน ซึ่งมีอัตราการสร้างอากาศบริสุทธิ์ไม่น้อยกว่า 17,000 ลบ.ม./ชม. ครอบคลุมพื้นที่ไม่น้อยกว่า 1,000 ตร.ม. ราคาประมาณ 5.3 ล้านบาทต่อเครื่อง ทั้งนี้ ในอนาคตคาดว่าจะติดตั้งหอฟอกอากาศในพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่น หรือพื้นที่ที่มีประชาชนใช้บริการจำนวนมาก จำนวน 24 หอ เช่น สถานีรถไฟฟ้าซอยอารีย์ แยกราชประสงค์ฝั่งพระพรหม แยกอโศก สถานีรถไฟฟ้าจตุจักร ช่องนนทรี เซ็นทรัลลาดพร้าว พร้อมพงษ์ เพลินจิต ศาลาแดง และอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ นอกจากนี้ กทม.เตรียมจัดซื้อรถพ่นละอองน้ำ จำนวน 6 คัน กระจายตามกลุ่มเขตละ 1 คัน ราคาคันละ 9 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ
ทบ.ช่วยฉีดน้ำลดฝุ่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้มอบหมายให้หน่วยทหารของกองทัพบก ประสานกับจังหวัดและส่วนราชการที่รับผิดชอบร่วมกันดูแลประชาชน และแก้ไขปัญหาตามแนวทางของรัฐบาลโดยด่วน นอกจากนี้ ผบ.ทบ.ยังได้สั่งการให้หน่วยทหารจัดชุดแพทย์เคลื่อนที่ออกตรวจสุขภาพ แจกจ่ายหน้ากากป้องกันฝุ่น พร้อมให้ความรู้กับประชาชนเกี่ยวกับการป้องกันโรคภัยที่เกิดจากฝุ่นละออง ในขณะเดียวกันกองทัพบกจะสนับสนุนรถบรรทุกน้ำและกำลังพลเพื่อออกปฏิบัติการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ และจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. ในการล้างทำความสะอาดพื้นที่และฉีดพ่นละอองน้ำ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นและลดฝุ่นละอองในอากาศ รวมทั้งจะใช้สื่อในเครือข่ายกองทัพบกประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้กับประชาชนทันต่อข้อมูลความคืบหน้าของสถานการณ์ฝุ่นละออง คำแนะนำในการดูแลสุขภาพ รวมถึงจุดบริการของภาครัฐต่างๆ ด้วย จนกว่าสถานการณ์ฝุ่นละอองเกินมาตรฐานจะคลี่คลาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทยได้กำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเตรียมการแก้ปัญหาฝุ่นละออง เช่น ในเดือนพฤศจิกายนที่เข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยว จะต้องมีมาตรการในการจัดเก็บ แปรรูป และนำไปใช้ประโยชน์ ทั้งฟางข้าว อ้อย ข้าวโพด เพราะหากนำไปเผาจะทำให้เกิดปัญหาหมอกควันขึ้นอีก นอกจากนี้ ผวจ.จะต้องแจ้งข้อมูลให้ประชาชนทราบอย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานกระทรวงสาธารณสุขแจกหน้ากากอนามัยให้กับประชาชนด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47066</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาตรี วัฒนเขจร, ประลอง ดำรงค์ไทย, ประลอง ดำรงไทย, พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง, พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไกรเสริม โตทับเที่ยง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191001/image_big_5d935299989ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
