<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>68383</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2020 10:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2020 10:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ออมสินโชว์ช่วยลูกค้าฝ่าวิกฤตโควิด 5 เดือนยังมีกำไร 5พันล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มิ.ย.2563 นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ในช่วง 5 เดือนที่เกิดเหตุการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ธนาคารออมสินได้ออกมาตรการดูแลลูกค้า ด้วยการพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยโดยอัตโนมัติเป็นระยะเวลา 6 เดือน จนถึงสิ้นเดือน ต.ค. 2563 โดยมีลูกค้ารายย่อยและผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีวงเงินไม่เกิน 100 ล้านบาท ที่ได้รับประโยชน์ รวม 3.10 ล้านราย วงเงินรวม 1.14 ล้นล้านบาท และการให้ความช่วยเหลือผ่านสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับผู้มีอาชีพอิสระและรายได้ประจำที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 วงเงินกู้สูงสุด 1 หมื่นบาท และ 5 หมื่นบาท ยื่นกู้มากถึง 3.02 ล้านราย โดยธนาคารอนุมัติไปแล้ว 6 แสนราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟท์โลน) วงเงิน 1.5 แสนล้านบาท มีผู้ยื่นกู้แล้ว 1.3 หมื่นราย วงเงิน 1.61 แสนล้านบาท อนุมัติแล้ว 1.08 แสนราย ยังเหลือวงเงินที่กำลังทยอยอนุมัติอีก 4.1 หมื่นล้านบาท คาดว่าภายในเดือน มิ.ย. นี้จะสามารถอนุมัติได้ทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผลการดำเนินงานในช่วง 5 เดือน ปี 2563 (ม.ค. &amp;ndash; พ.ค.) ธนาคารออมสินมีเงินให้สินเชื่อ 2.15 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปีก่อน 5.64 พันล้านบาท มีกำไรสุทธิ 5.03 พันล้านบาท โดยมาจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 1.95 หมื่นล้านบาท รายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิ 1.89 พันล้านบาท และรายได้อื่น ๆ อีก 2.3 พันล้านบาท โดยธนาคารมีเงินรับฝาก อยู่ที่ 2.47 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปีก่อน 6.5 หมื่นล้านบาท ขณะที่สินทรัพย์รวม อยู่ที่ 2.87 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปีก่อน 8 หมื่นล้านบาท ส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) อยู่ที่ 6.2 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 2.88% ของสินเชื่อรวม
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68383</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาติชาย พยุหนาวีชัย, ผลดำเนินงานธนาคารออมสิน, ออมสิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200329/image_big_5e80153ccde60.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66211</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2020 09:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2020 09:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ออมสินกางแผนระดมเงิน3.8แสนล้าน&#039;ธอส.&#039;ฟุ้งปล่อยกู้บ้านดอกเบี้ยต่ำทะลัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ค.2563 นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ปีนี้ธนาคารมีแผนออกสลากออมสิน หุ้นกู้ และระดมเงินฝากรวมกันไม่ต่ำกว่า 3.5-3.8 แสนล้านบาท เพื่อนำมาใช้ปล่อยกู้ดูแลประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากไวรัสโควิด-19ตามนโยบายรัฐบาล โดยแบ่งเป็นการระดมผ่านบัญชีเงินฝาก 6-7 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นสุทธิจากปีก่อน 3% การออกสลากออมสินตลอดทั้งปี 2.7-3 แสนล้านบาท และการออกหุ้นกู้ของออมสินอีกมากกว่า 1 หมื่นล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ระหว่างเดือน พ.ค.-ก.ค. 2563 ธนาคารคาดว่าจะมีการปล่อยสินเชื่อเข้าระบบเพื่อประคับประคองเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 2 แสนล้านบาท ทั้งจากโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟท์โลน) ที่ออมสินปล่อยกู้ให้ธนาคารพาณิชย์ และนอนแบงก์ เพื่อไปปล่อยกู้ช่วยเหลือเอสเอ็มอี 1.5 แสนล้านบาท และสินเชื่อฉุกเฉินสำหรับช่วยอาชีพอิสระ และผู้มีรายได้ประจำที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19คนละ 10,000-50,000 บาท วงเงินรวม 40,000 ล้านบาท และที่เหลืออีก 10,000 ล้านบาทสำหรับปล่อยกู้ให้ลูกค้าทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แม้จะมีการปล่อยกู้ออกไปมากแต่ธนาคารยืนยันว่า ยังมีสภาพคล่องเพียงพอ ไม่ได้ขาดแต่อย่างใด และพร้อมสำหรับช่วยเหลือธุรกิจและประชาชนที่กำลังเดือดร้อนได้แน่นอน โดยปัจจุบันออมสินมีสภาพคล่องส่วนเกินประมาณ 3 แสนล้านบาท มากกว่ายอดสินเชื่อที่จะปล่อยกู้ในช่วง 2-3 เดือนนี้ ซึ่งจะใช้ 2 แสนล้านบาท ทำให้เมื่อปล่อยกู้ไปแล้วก็ยังเหลือสภาพคล่องเกิน 1 แสนล้านบาทอยู่ดี อย่างไรก็ตามหลักการบริหารของธนาคาร ก็ต้องเตรียมหาเงินฝากมาทดแทนเพื่อรองรับการปล่อยกู้ในอนาคตด้วย&amp;rdquo; นายชาติชาย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชาติชาย กล่าวว่า ในปีนี้ธนาคารมีแผนออกสลากออมสินประมาณ 2.7-3 แสนล้านบาท เพื่อทดแทนสลากออมสินเดิมที่จะครบอายุประมาณ 2 แสนล้านบาท และส่วนที่เหลือเป็นสลากขายใหม่ 70,000-100,000 ล้านบาท ส่วนการออกหุ้นกู้ จะมีการออกอีก 1 หมื่นล้านบาท หลังจากปีที่แล้วธนาคารได้ขออนุญาตออกหุ้นกู้กับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ไว้ 50,000 ล้านบาท แต่เพิ่งออกไปได้ 30,000กว่าล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะออกได้ทั้งหมดในปีนี้ สำหรับบัญชีเงินฝาก ธนาคารได้มีการให้ดอกเบี้ยสูงอยู่แล้ว ทั้งบัญชีเผื่อเรียก เผื่อเรียกพิเศษ รวมถึงบัญชีเงินฝากประจำจึงเชื่อว่าจะดึงดูลูกค้าได้ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง ระบุว่า ความคืบหน้าเกี่ยวกับมาตรการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ภายใต้กรอบวงเงินรวม 50,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยผ่อนปรน ปีที่ 1 &amp;ndash; ปีที่ 3 คงที่ 2.50% ต่อปี ให้กู้เพื่อซื้อที่ดินพร้อมอาคารหรือห้องชุดจากผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ทั่วประเทศที่มีราคาซื้อขายไม่เกิน 3 ล้านบาท นั้น หลังเปิดให้ประชาชนติดต่อยื่นคำขอกู้ตั้งแต่วันที่ 24 ต.ค. 2562 ล่าสุดวันที่ 12 พ.ค. 2563 มีผู้ยื่นกู้แล้วจำนวน 24,925 บัญชี วงเงินขอกู้ 47,773 ล้านบาท และธนาคารได้อนุมัติสินเชื่อแล้วจำนวน 23,010 บัญชี วงเงินอนุมัติ 42,950 ล้านบาท ซึ่งกระทรวงการคลังคาดว่า แม้ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยจะได้รับผลกระทบจากปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่ด้วยอัตราดอกเบี้ยของมาตรการที่เฉลี่ย 3 ปีแรกต่ำที่สุดในตลาดเพียง 2.50% ต่อปี จะทำให้ยอดอนุมัติสินเชื่อได้เต็มกรอบวงเงินของโครงการจำนวน 50,000 ล้านบาทได้ภายในไตรมาส 3 ของปีนี้ ซึ่งเร็วกว่าระยะเวลาของมาตรการที่กำหนดให้ยื่นกู้และทำนิติกรรมภายในวันที่24 ธ.ค. 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มาตรการดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการทำให้ผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง คนวัยทำงานหรือกำลังเริ่มต้นสร้างครอบครัว และกลุ่มผู้สูงอายุ มีบ้านเป็นของตัวเองตามนโยบายรัฐบาล จึงกำหนดอัตราดอกเบี้ย 3 ปีแรกเพียง 2.50% ต่อปี ผ่อนชำระเริ่มต้น 3,300 บาทต่อวงเงินกู้ 1 ล้านบาทในช่วง 3 ปีแรก เทียบกับเงินงวดผ่อนชำระของอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อปกติในช่วง 3 ปีแรกผู้กู้จะประหยัดเงินงวดได้ถึง 68,400 บาท และยังได้สิทธิ์ลดค่าใช้จ่ายในการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการโอนกรรมสิทธิ์และค่าธรรมเนียมการจดจำนองเหลือประเภทละ 0.01 % อีกด้วย&amp;rdquo; รายงานข่าว ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ แม้ภาวะเศรษฐกิจไทยในช่วงต้นปีเริ่มมีแนวโน้มชะลอตัวลงจากปัญหาโควิด-19 และการชะลอตัวของเศรฐกิจโลกแต่ในช่วงไตรมาส 1/2563 ธอส. สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ 52,515 ล้านบาท 32,472 บัญชี เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 19.24% แบ่งเป็นสินเชื่อวงเงินกู้ไม่เกิน 2 ล้านบาท จำนวน 21,456 ราย เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2562 ธนาคารมียอดสินเชื่อคงค้างรวมทั้งสิ้น 1,232,145 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.89%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66211</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาติชาย พยุหนาวีชัย, ธอส., ระดมเงิน, ออมสิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200401/image_big_5e845122b7152.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65895</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2020 11:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2020 11:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ออมสินคลอด “สลากออมสินดิจิทัล 1 ปี” หน่วยละ 20 บาท รางวัลสูงสุด 3 ล้านบาท </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินในฐานะสถาบันการเงินของรัฐที่มุ่งมั่นทำหน้าที่ส่งเสริมการออม และนำเสนอรูปแบบที่หลากหลาย เพื่อสนับสนุนภาคการออมอย่างยั่งยืน โดยล่าสุดนี้ได้ปรับปรุงและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่จูงใจให้เริ่มต้นออมเงินในจำนวนเงินที่น้อยค่อยๆ เก็บออม และมีผลตอบแทนที่น่าสนใจ โดยมุ่งหวังให้ประชาชนรายย่อย วัยเริ่มต้นทำงาน ได้สร้างความคุ้นเคยกับการออมเงิน ด้วยการฝากสลากออมสินดิจิทัล 1 ปี (สลากดิจิทัล : Digital Salak on MyMo) ซึ่งถือเป็นงวดที่ 3 แล้ว โดยใช้ Mobile Banking ของธนาคารออมสิน หรือ MyMo เครื่องมือฝากเงินในยุคดิจิทัล ตอบโจทย์กระแส New Normal ในช่วงที่ยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์เชื้อไวรัสโคโรนา COVID-19 โดยธนาคารฯ ได้เปิดวงเงินรับฝากสำหรับงวดนี้จำนวน 25,000 ล้านบาท
&amp;nbsp;
สลากออมสินดิจิทัล 1 ปี อายุสลาก 1 ปี เปิดรับฝากหน่วยละ 20 บาท ผลตอบแทน 0.10 %ต่อปี ทั้งนี้แนะนำให้ฝาก 200,000 บาท เมื่อครบ 1 ปี จะได้ผลตอบแทนขั้นต่ำ 0.70% ต่อปี ยังไม่รวมผลตอบแทนเงินรางวัลเลขสลาก ซึ่งยังสูงกว่าเงินฝากประจำ 1 ปี ทั้งนี้ ผู้ฝากมีสิทธิ์ลุ้นถูกรางวัลจากการออกรางวัลเลขสลากทุกวันที่ 16 ของเดือน จำนวน 12 ครั้ง ตลอดระยะเวลาการฝาก โดยมีรางวัลสูงสุด รางวัลที่ 1 มูลค่าเงินรางวัลกว่า 3 ล้านบาท จำนวน 1 รางวัล รางวัลที่ 2 มูลค่าเงินรางวัล 100,000 บาท จำนวน 1 รางวัล รางวัลที่ 3 &amp;ndash; 5 และรางวัลเลขท้าย 4 ตัว (กำหนดงวดและหมวดอักษรเฉพาะรางวัลที่ 1 และ รางวัลที่ 2) โดยการออกรางวัลนี้จะมีการถ่ายทอดสดผ่านทางสื่อออนไลน์สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย Facebook : LIVE NBT2HD ซึ่งดอกเบี้ยและเงินรางวัลจะได้รับการยกเว้นภาษีด้วย
&amp;nbsp;
นอกจากนี้ ธนาคารฯ ยังได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดเพิ่มเติม &amp;ldquo;สลากดิจิทัล 1 ปี มีเฮ&amp;rdquo; สำหรับผู้ที่ฝากระหว่างวันที่ 17 เมษายน &amp;ndash; 15 ธันวาคม 2563 ลุ้น 20 รางวัลมูลค่ารวมกว่า 3 ล้านบาท ได้แก่ รถยนต์ TOYOTA CHR รุ่น 1.8 Mid จำนวน 1 รางวัล, รถยนต์ TOYOTA Yaris รุ่น ATIV Mid จำนวน 2 รางวัล, โทรศัพท์ iPhone 11 Pro (256 GB) จำนวน 6 รางวัล, iPad Pro 11 นิ้ว (256 GB) จำนวน 9 รางวัล และ ทองคำแท่ง หนัก 5 บาท จำนวน 2 รางวัล โดยกำหนดออกรางวัลชิงโชคนี้จำนวน 3 ครั้ง คือ ครั้งที่ 1 ออกรางวัลวันที่ 16 กรกฎาคม 2563 ครั้งที่ 2 วันที่ 16 ตุลาคม 2563 และ ครั้งที่ 3 วันที่ 16 มกราคม 2564
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ผู้รักการออมและชื่นชอบการเสี่ยงโชคไม่ควรพลาด เพราะเงินฝากสลากออมสินพิเศษ 1 ปี รุ่นนี้ คำนึงถึงผู้ฝากที่ชอบการฝากระยะสั้นและยังได้ลุ้นถูกรางวัลเลขสลากทุกเดือน ฝากครบ 1 ปี ได้รับเงินต้นคืนทั้งจำนวน พร้อมผลตอบแทนที่ได้ไม่ต้องเสียภาษีอีกด้วย เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบผลตอบแทนและเสี่ยงโชคไปพร้อมกัน ซึ่งธนาคารฯ ต้องการเน้นเงินฝากสำหรับผู้เริ่มต้นในการออม ฝากขั้นต่ำเพียง 200 บาทเท่านั้น&amp;rdquo; ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวในที่สุด.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65895</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาติชาย พยุหนาวีชัย, ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน, สลากออมสินดิจิทัล 1 ปี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191125/image_big_5ddb8b856d7de.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61705</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2020 15:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2020 15:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ออมสินจัดให้ช่วยลูกค้าเงินกู้พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 3 เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 เมษายน 2563 นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (Covid-19) ที่ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนโดยรวม โดยที่รัฐบาลได้ดำเนินมาตรการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องในทุกมิตินั้น ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้มอบนโยบายให้สถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน ในการช่วยเหลือลูกหนี้ ซึ่งธนาคารออมสินได้ออกมาตรการช่วยเหลือมาอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดธนาคารออมสินได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าสินเชื่อเป็นการเพิ่มเติม ด้วยโครงการช่วยเหลือด้านสินเชื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากเชื้อไวรัส Covid-19 โดยธนาคารฯ จะดำเนินการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยให้โดยอัตโนมัติเป็นเวลา 3 เดือน ให้กับลูกค้าเงินกู้ทุกรายที่มีสถานะชำระปกติจนถึงที่มีหนี้ค้างชำระไม่เกิน 3 เดือน ณ วันที่ 31 มีนาคม 2563 สำหรับลูกค้าสินเชื่อบุคคล สินเชื่อเคหะที่มีเงินต้นคงเหลือไม่เกิน 3 ล้านบาท และสินเชื่อSMEsที่มีเงินต้นคงเหลือไม่เกิน 20 ล้านบาท ซึ่งจะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ถึง วันที่ 30 มิถุนายน 2563
&amp;nbsp;
สำหรับลูกค้าที่ถือบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสด ธนาคารออมสินช่วยลดอัตราการผ่อนชำระขั้นต่ำในปี 2563 ถึงปี 2564 จากเดิม 10% ของยอดเงินที่เรียกเก็บ เหลือ 5% ของยอดเงินที่เรียกเก็บ จากนั้นในปี 2565 ให้ชำระในอัตรา 8% ของยอดเงินที่เรียกเก็บ และปี 2566 อัตราการผ่อนชำระขั้นต่ำอยู่ที่ 10% ของยอดเงินที่เรียกเก็บ
&amp;nbsp;
ทั้งนี้ หลังจากครบกำหนดระยะเวลาการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยดังกล่าวแล้ว ให้ลูกค้าชำระงวดค้างเดิมก่อนเข้ามาตรการ (ถ้ามี) แล้วจึงผ่อนชำระตามเงื่อนไขเดิม แต่หากไม่สามารถชำระได้ สามารถใช้วิธีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้หรือเลือกเข้าร่วมมาตรการพักชำระหนี้ที่ธนาคารฯ ได้ประกาศไปแล้วก่อนหน้าได้เลย ซึ่งเป็นมาตรการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61705</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาติชาย พยุหนาวีชัย, ธนาคารออมสิน, พักหนี้เงินต้น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200401/image_big_5e845122b7152.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61704</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ออมสินจัดให้ช่วยลูกค้าเงินกู้พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 3 เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 เมษายน 2563 นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (Covid-19) ที่ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนโดยรวม โดยที่รัฐบาลได้ดำเนินมาตรการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องในทุกมิตินั้น ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้มอบนโยบายให้สถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน ในการช่วยเหลือลูกหนี้ ซึ่งธนาคารออมสินได้ออกมาตรการช่วยเหลือมาอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดธนาคารออมสินได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าสินเชื่อเป็นการเพิ่มเติม ด้วยโครงการช่วยเหลือด้านสินเชื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากเชื้อไวรัส Covid-19 โดยธนาคารฯ จะดำเนินการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยให้โดยอัตโนมัติเป็นเวลา 3 เดือน ให้กับลูกค้าเงินกู้ทุกรายที่มีสถานะชำระปกติจนถึงที่มีหนี้ค้างชำระไม่เกิน 3 เดือน ณ วันที่ 31 มีนาคม 2563 สำหรับลูกค้าสินเชื่อบุคคล สินเชื่อเคหะที่มีเงินต้นคงเหลือไม่เกิน 3 ล้านบาท และสินเชื่อSMEsที่มีเงินต้นคงเหลือไม่เกิน 20 ล้านบาท ซึ่งจะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ถึง วันที่ 30 มิถุนายน 2563
&amp;nbsp;
สำหรับลูกค้าที่ถือบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสด ธนาคารออมสินช่วยลดอัตราการผ่อนชำระขั้นต่ำในปี 2563 ถึงปี 2564 จากเดิม 10% ของยอดเงินที่เรียกเก็บ เหลือ 5% ของยอดเงินที่เรียกเก็บ จากนั้นในปี 2565 ให้ชำระในอัตรา 8% ของยอดเงินที่เรียกเก็บ และปี 2566 อัตราการผ่อนชำระขั้นต่ำอยู่ที่ 10% ของยอดเงินที่เรียกเก็บ
&amp;nbsp;
ทั้งนี้ หลังจากครบกำหนดระยะเวลาการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยดังกล่าวแล้ว ให้ลูกค้าชำระงวดค้างเดิมก่อนเข้ามาตรการ (ถ้ามี) แล้วจึงผ่อนชำระตามเงื่อนไขเดิม แต่หากไม่สามารถชำระได้ สามารถใช้วิธีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้หรือเลือกเข้าร่วมมาตรการพักชำระหนี้ที่ธนาคารฯ ได้ประกาศไปแล้วก่อนหน้าได้เลย ซึ่งเป็นมาตรการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61704</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาติชาย พยุหนาวีชัย, ธนาคารออมสิน, พักหนี้เงินต้น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200401/image_big_5e845122b7152.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61301</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2020 10:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2020 10:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ออมสินเปิดตัวเงินกู้ฉุกเฉินวงเงิน 10,000-50,000 บาท ดอกเบี้ย0.10-0.35%  อาชีพอิสระ6เดือนแรกยังไม่ต้องผ่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
29 มี.ค.2563 นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2563 เห็นชอบมาตรการดูแลและเยียวยาผลกระทบจากการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ต่อเศรษฐกิจไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม ระยะที่ 2 เนื่องจากการแพร่ระบาดขยายวงกว้างขึ้นจนมีผู้ติดเชื้อในประเทศไทยเพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศทั้งทางตรงและทางอ้อม ทั้งนี้ กระทรวงการคลังในฐานะที่ดูแลและรับผิดชอบเศรษฐกิจของประเทศได้จัดทำมาตรการให้ความช่วยเหลือเยียวยาที่เกี่ยวข้องเพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจทั้งประชาชนและผู้ประกอบการอย่างเร่งด่วน ภายใต้หลักการ &amp;ldquo;ทันการณ์ ตรงเป้าหมาย และชั่วคราวตามจำเป็น&amp;rdquo; โดยธนาคารออมสิน ในฐานะฟันเฟืองสำคัญของรัฐบาลและกระทรวงการคลัง ได้ออกมาตรการตามนโยบายที่ได้รับมอบหมายอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เริ่มมีนโยบายให้เร่งรีบให้ความช่วยเหลือทั้งประชาชนและผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นการลดดอกเบี้ยเงินกู้ การผ่อนภาระชำระเงินกู้ การให้สินเชื่อเพื่อบรรเทาผลกระทบ การเป็นช่องทางโอนเงินให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ตลอดจนการเสริมสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบการสามารถประคองกิจการให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤตนี้ไปได้&amp;nbsp;
ล่าสุดนี้ ได้เปิดให้บริการ สินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับผู้มีอาชีพอิสระที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรนา (COVID-19) วงเงินกู้สูงสุด 10,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 0.10% ต่อเดือน (Flat Rate) ผ่อนชำระคืนนานถึง 2 ปี โดยไม่ต้องชำระเงินกู้ 6 งวดแรก ที่สำคัญคือไม่ต้องใช้หลักประกันใดๆ คุณสมบัติผู้กู้มีอายุ 20 ปีขึ้นไป สัญชาติไทย เป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระที่มีรายได้เดือนละไม่เกิน 30,000 บาท ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 เช่น พ่อค้าแม่ค้า คนขับรถโดยสารแท็กซี่-สามล้อ มัคคุเทศก์ เป็นต้น มีถิ่นที่อยู่อาศัยแน่นอน สามารถติดต่อได้
&amp;nbsp;
ขณะเดียวกัน ธนาคารออมสินได้สนับสนุนโครงการสินเชื่อฉุกเฉิน และโครงการสินเชื่อพิเศษเพิ่มเติม ตามมติเพื่อเสริมสภาพคล่องชั่วคราวในการดำรงชีวิตแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบดังกล่าวด้วยการเปิดให้บริการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับผู้มีรายได้ประจำที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรนา (COVID-19) วงเงินกู้สูงสุด 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 0.35% ต่อเดือน (Flat Rate) ให้ผ่อนชำระคืนนานถึง 3 ปี โดยการค้ำประกันสามารถใข้บุคคลหรือหลักทรัพย์ค้ำประกันก็ได้ เพียงมีอายุ 20 ปีขึ้นไป สัญชาติไทย เป็นผู้มีรายได้ประจำแต่รายได้ลดลงหรือขาดรายได้เนื่องจากได้รับผลกระทบจาก COVID-19 และภัยอื่นๆ มีถิ่นที่อยู่อาศัยแน่นอน สามารถติดต่อได้
&amp;nbsp;
ทั้งนี้ เพื่อลดความเสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัสได้จากการพบปะกันของคนจำนวนมากที่สาขา ประชาชนที่มีคุณสมบัติดังกล่าวจึงไม่จำเป็นต้องเดินทางไปติดต่อที่สาขา เพราะธนาคารออมสินอำนวยความสะดวกด้วยการเปิดให้ยื่นลงทะเบียนใช้บริการสินเชื่อนี้ผ่านเว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th เท่านั้น ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2563 เป็นต้นไป เพียงมีโทรศัพท์มือถือที่พร้อมใช้งานเปิดเว็บไซต์ธนาคารออมสินหรือมีเครื่องคอมพิวเตอร์
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ปัจจัยการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 มีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ และส่งผลต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในวงกว้าง ธนาคารออมสินจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการช่วยบรรเทาผลกระทบให้ประชาชนและลูกค้าของธนาคารฯ เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องนี้จะช่วยได้เป็นอย่างดี&amp;rdquo;ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวในที่สุด.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61301</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาติชาย พยุหนาวีชัย, ธนาคารออมสิน, เงินกู้ฉุกเฉิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200329/image_big_5e80153ccde60.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60969</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2020 10:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2020 10:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ออมสินปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ 0.10-0.25% ส่วนเงินฝากลดลง 0.00-0.25%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มี.ค.2563 นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ด้วยภารกิจหลักของธนาคารออมสินในการเป็นกลไกส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศตามนโยบายรัฐบาล ภายใต้สถานการณ์และสอดคล้องกับทิศทางดอกเบี้ยนโยบายตามประกาศของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) รวมถึงมุ่งให้ความสำคัญต่อสภาวะการดำรงชีพในการช่วยแบ่งเบาภาระลูกค้าและประชาชน ธนาคารฯ จึงได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝาก มีผลตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป โดยอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ปรับลด 0.10-0.25% ได้แก่ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำประเภทเงินกู้ที่มีระยะเวลา หรือ MLR (Minimum Lending Rate) ปรับลดลงจาก 6.375% เป็น 6.275% (ปรับลด 0.10%) อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำประเภทเงินเบิกเกินบัญชี หรือ MOR (Minimum Overdraft Rate) ปรับลดลงจาก 6.495% เป็น 6.245% (ปรับลด 0.25%) และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี หรือ MRR (Minimum Retail Rate) ปรับลดลงจาก 6.495% เป็น 6.370% (ปรับลด 0.125%)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับดอกเบี้ยเงินฝาก ธนาคารฯ ได้ปรับลดในอัตรา 0.00-0.25% ทุกประเภท ได้แก่ ประเภทบุคคลธรรมดา ปรับลดจาก 0.50-1.875% เป็น 0.375-1.625% (อัตราดอกเบี้ยตามวงเงินฝาก) ประเภทนิติบุคคลทั่วไป ปรับลดจาก 0.37-0.925% เป็น 0.25-0.675% ประเภทส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรของรัฐ ปรับลดจาก 0.37-0.925 เป็น 0.25-0.725% ผู้ฝากประเภทสถาบันการเงิน สหกรณ์ออมทรัพย์ และสหกรณ์การเกษตร ปรับลดจาก 0.37-0.925% เป็น 0.25-0.675%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้ฝากประเภทนิติบุคคลไม่แสวงหากำไร ซี่งเป็นผู้ฝากองค์กรปฏิบัติงานเชิงสังคม-เพื่อสาธารณกุศล เช่น วัด องค์การศาสนา มูลนิธิ สมาคม สภากาชาดไทย สถาบันคุ้มครองเงินฝาก (สคฝ.) กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เป็นต้น ธนาคารฯ ไม่ปรับลดดอกเบี้ย โดยยังคงดอกเบี้ยที่อัตรา 0.50-1.475%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปัจจัยการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 มีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ และส่งผลต่อความเป็นอยู่ของประชาชน ธนาคารออมสินจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการปรับลดดอกเบี้ยในครั้งนี้จะช่วยบรรเทาผลกระทบให้ประชาชนและลูกค้าของธนาคารฯ ได้ไม่มากก็น้อย&amp;rdquo;ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวในที่สุด.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60969</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาติชาย พยุหนาวีชัย, ธนาคารออมสิน, ลดดอกเบี้ย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191125/image_big_5ddb8b856d7de.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
