<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115157</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2021 15:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2021 15:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทำไมเวียดนามถึงก้าวกระโดด&#039;พี่เอ้&#039;วิเคราะห์3ปัจจัยหลักจะชนะไทยหรือไม่?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
31ส.ค.64- ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (เอ้) อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)&amp;nbsp; โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเรื่อง เวียดนาม (จะ) ชนะไทย? มีเนื้อหาดังนี้
...พี่เอ้สารภาพ คิดอยู่หลายคืน ว่าจะเขียนเรื่องเวียดนามกับไทยดีไหม ขอออกตัวก่อนว่า เขียนให้คิด ให้สู้ ให้เกิดพลัง ให้ฮึกเหิม มิใช่เขียนบ่นหรือเขียนให้ท้อ หรือไม่เขียนเพื่อโทษใคร...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอาล่ะครับ พร้อมอ่านหรือยัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ต่อเนื่องจากเหตุการณ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ กมลา แฮริส เยือนอาเซียนอย่างเป็นทางการ ลงเครื่องพบผู้นำสิงค์โปร์ 3 วัน เพื่อกระชับความร่วมมือ สนับสนุนสิงคโปร์เป็นศูนย์นวัตกรรมทางการแพทย์และสาธารณสุขระดับโลก ก่อนบิน (ข้ามประเทศไทย) ไปคุยกับผู้นำเวียดนามอีก 2 วัน แล้วบินกลับกรุงวอชิงตัน
ไม่มาประเทศไทย...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครั้งนี้ สิงคโปร์ได้ประโยชน์ไปเต็มๆ ได้ทั้งความเชื่อมั่นในการเมืองระหว่างประเทศ ว่าคือ &amp;quot;ศูนย์กลาง หรือ ผู้นำชาติอาเซียน&amp;quot; ได้ทั้งกำลังการลงทุน และได้ทั้งกำลังมันสมอง เพื่อยกระดับเศรษฐกิจของชาติ ไม่ว่ากัน เพราะสิงคโปร์กับอเมริกา ผูกพันกันต่อเนื่อง ยาวนาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่...เวียดนาม ประเทศสังคมนิยม เคยทำสงครามกับสหรัฐ วันนี้เป็นพันธมิตรใกล้ชิดกับสหรัฐ และกำลังก้าวขึ้นเป็น &amp;quot;จีน 2&amp;quot;&amp;nbsp; ในเอเชีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำไมเวียดนามถึงก้าวกระโดด? (ข้ามประเทศไทย) พี่เอ้ตอบตรงๆ เพราะเขามีปัจจัยหลัก ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. มีปริมาณ &amp;quot;กำลังคน&amp;quot; ประชากรมากกว่าไทย มีคน 100 ล้าน และไม่ใช่แค่คนระดับใช้แรงงาน แต่ยังมีคนระดับชั้นมันสมองเพิ่มมากขึ้น จากการพัฒนาการศึกษา &amp;quot;เชิงคุณภาพ&amp;quot; ต่อเนื่อง อย่างจริงจัง ขณะที่ไทย...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลองพิสูจน์จากเด็กเวียดนามที่ได้รับทุน (ของไทย) มาเรียนปริญญาโท-เอก ที่คณะวิศวลาดกระบัง ทุกคนทั้งเก่งคณิตศาสตร์ (มากกว่าเด็กไทย) ภาษาอังกฤษก็เข้มแข็งกว่า และยังขยันสุดๆ น่ากลัวมาก แต่อาจารย์ไทยชอบมาก เพราะทำงานวิจัยได้ยอด รับผิดชอบสูง น่าประทับใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่แค่ เด็กเวียดนามระดับกลางๆ เพราะระดับตัวท๊อป จะไปเรียนต่อที่อเมริกา ซึ่งวันนี้มีมากกว่า 24,000 คน!!! ซึ่งเน้นด้านวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูง ขณะที่มีเด็กไทยเรียนอยู่ในอเมริกาเพียง 6,000 คน น้อยกว่าเวียดนาม 4 เท่า!!!!
หมายความว่า เวียดนามกำลังมี &amp;quot;คนระดับมันสมอง&amp;quot; โดยเฉพาะทางด้านวิทยาศาสตร์ ซึ่งคือรากฐานของการยกระดับประเทศ มากกว่าไทย (หลายเท่า)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. มีเงิน มีงบประมาณ เพราะเศรษฐกิจเวียดนามปีที่ผ่านมา เติบโตที่สุดของโลก! ขณะที่ประเทศอื่น รวมทั้งไทย ติดลบ! และแค่ครึ่งปีนี้ โตไปมากกว่า 5% แล้ว และจะร้อนแรงยิ่งขึ้น...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะเกิดการลงทุนจากต่างประเทศมหาศาล (มากกว่าลงทุนในไทยไปนานหลายปีแล้ว) เพื่อเป็นศูนย์กลางการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ระดับโลก มีบริษัทเกาหลีมาลงทุน 4,000 กว่าบริษัท ขณะที่มาไทย 400 บริษัท และมีบริษัทชั้นนำของโลกทุกแขนงกำลังมุ่งสู่เวียดนาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำให้เกิดการส่งออกสินค้ามูลค่าเพิ่มมหาศาล ซึ่งตอนนี้เวียดนามส่งออกมากกว่าไทยไปแล้วครับ และกำลังจะทิ้งห่างไปเรื่อยๆ หากเราไม่คิดสู้!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. มีความรักชาติ เป็นชาตินิยมสูง ถือเป็นจุดแข็งของเวียดนาม เด็กเวียดนามทุกคนเรียนรู้ &amp;quot;ประวัติศาสตร์ชาติ&amp;quot; รู้จัก &amp;quot;การต่อสู้ของลุงโฮ&amp;quot; ท่านโฮจิมินห์ บิดาของชาติ (เคยมาอยู่เมืองไทย) รู้เรื่องราว การต่อสู้ ด้วยความทรหด อดทน ไม่ยอมแพ้ ให้ทั้งชีวิตเพื่อสร้างชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งคนเวียดนาม ปลูกฝังค่านิยม การรักการอ่าน การขยันเรียนแบบสุดๆ โรงเรียนเวียดนาม แม้ไม่ใหญ่ ไม่สวย เหมือนโรงเรียนไทย แต่คุณภาพไม่แพ้ใครในโลก ลองดูคะแนนมาตรฐาน PISA Score เด็กเวียดนามทำได้คะแนนสูงสุดในอาเซียน เกือบเท่าเด็กสิงคโปร์!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนอเมริกันเชื้อสายเวียดนามในสหรัฐ ก็เรียนเก่ง (ที่ MIT ที่พี่เอ้เรียนจบมา ก็มีเด็กอเมริกันเวียดนามเยอะมาก) ประสบความสำเร็จสูงมาก แม้แต่คุณหมอ พญ. ดร. พริสซิลลา ชาน ภรรยาคนสวยของมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ค ผู้ก่อตั้งเฟชบุ๊ค ก็เป็นคนเชื้อสายเวียดนาม คนเหล่านี้ยังสนับสนุนประเทศเวียดนามทุกรูปแบบ เต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พี่เอ้ไม่อยากให้คนไทยมองข้ามเรื่องนี้ รุ่นพ่อแม่เราเกิดมา ก็ไม่แพ้เกาหลี วันนี้เกาหลีเป็นประเทศชั้นนำของโลกไปแล้ว รุ่นพี่เอ้เกิดมาก็ไม่แพ้สิงคโปร์ ไม่แพ้มาเลเซีย วันนี้เขากระโดดไปไกลแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และวันนี้ พี่เอ้ยอมรับว่า &amp;quot;ทำใจไม่ได้&amp;quot; ที่เรากำลังเป็นรองเวียดนาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้เราไม่ได้อิจฉาเวียดนาม และก็ไม่ได้ชื่นชมว่าจะดีเก่งกว่าไทยไปซะทุกเรื่อง เพียงแต่อยากให้ คนไทยเรียนรู้ข้อเท็จจริง เพื่อนำมาวางแผนสู้ พัฒนาชาติไทย ต้องไม่ยอมแพ้!!!
เพราะพี่เอ้ยังมั่นใจ #คนไทยไม่แพ้ใครในโลก
และ #จะทำก็ทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอเป็นกำลังใจ ให้คนไทยทุกคนครับ สู้ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115157</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาตินิยม, ผู้นำชาติอาเซียน, พริสซิลลา ชาน, ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์, เวียดนามแซงไทย, โฮจิมินห์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210831/image_big_612de3f32f756.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101199</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2021 18:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2021 18:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตามรอย 80 ปีหนังไทย ‘พระเจ้าช้างเผือก’ ที่ตำบลป่าแดง  จ.แพร่ (1)</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ฉากสงครามในภาพยนตร์เรื่องพระเจ้าช้างเผือก&amp;nbsp; ถ่ายทำที่ตำบลป่าแดง&amp;nbsp; อ.เมือง จ.แพร่ (ภาพจากหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;lsquo;พระเจ้าช้างเผือก&amp;rsquo; หรือ &amp;lsquo;The King of the White Elephant&amp;rsquo; เป็นภาพยนตร์ไทยที่สร้างเมื่อปี 2483 โดยปรีดี&amp;nbsp; พนมยงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (ตำแหน่งในขณะนั้น) และนำออกฉายในเดือนเมษายน 2484 ในประเทศไทย&amp;nbsp; อเมริกา&amp;nbsp; และสิงคโปร์&amp;nbsp; มีเป้าหมายเพื่อสื่อสารให้โลกตระหนักถึงหนทางแห่งสันติภาพ&amp;nbsp; เนื่องจากในขณะนั้นสงครามโลกครั้งที่ 2 กำลังเริ่มต้น&amp;nbsp; โดยเยอรมันส่งกำลังทหารเข้ายึดครองโปแลนด์ในปี 2482&amp;nbsp; จากนั้นสงครามได้ขยายไปทั่วยุโรป&amp;nbsp; และกำลังลุกลามไปทั่วโลก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แม้ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะไม่ประสบผลสำเร็จในแง่ชื่อเสียงและรายได้ &amp;nbsp;เพราะฉายได้ไม่นานก็ถูกถอดออกจากโปรแกรม&amp;nbsp;แถมยังถูกนักวิจารณ์ภาพยนตร์ต่างชาติสวดเสียย่อยยับในทำนองว่า &amp;ldquo;เป็นผลงานของนักทำหนังสมัครเล่น&amp;nbsp; แต่พยายามจะพูดถึงเรื่องราวระดับมนุษยชาติ&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ในปี 2538 องค์การ UNESCO ได้จัดงานเทศกาลฉลองครบรอบ 100 ปีของวงการภาพยนตร์โลกที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยมีภาพยนตร์ที่ทรงคุณค่าจากทั่วโลกได้รับการคัดเลือกให้ไปฉายโชว์ และหนึ่งในนั้นมีภาพยนตร์เรื่อง &amp;lsquo;พระเจ้าช้างเผือก&amp;rsquo; จากประเทศไทยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในปี 2554 หอภาพยนต์ (องค์การมหาชน)&amp;nbsp; ได้ประกาศขึ้นทะเบียนให้พระเจ้าช้างเผือกเป็น &amp;lsquo;มรดกภาพยนตร์ของชาติ&amp;rsquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ชาวบ้านสันกลาง ตำบลป่าแดง จังหวัดแพร่ ซึ่งเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ และมีปัญหาเรื่องสิทธิการครอบครองที่ดิน ใช้หลักฐานจาก &amp;lsquo;พระเจ้าช้างเผือก&amp;rsquo; ยืนยันสิทธิชุมชนว่าชาวบ้านอยู่อาศัยและทำกินมาก่อนจะเป็นที่ดินรัฐ !!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สงครามและสันติภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในปี 2482 สงครามโลกครั้งที่ 2 กำลังเริ่มต้นในยุโรป&amp;nbsp; โดยเยอรมันส่งกำลังทหารเข้ายึดโปแลนด์&amp;nbsp; ส่วนในประเทศไทยมีรัฐบาลที่นำโดยจอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ยึดแนวทางลัทธิชาตินิยมแบบทหาร&amp;nbsp; ขณะที่ ปรีดี&amp;nbsp; พนมยงค์ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&amp;nbsp; ยึดแนวทางสันติภาพต่างจากจอมพล ป. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในปี 2483 ปรีดีแต่งนวนิยายเรื่อง &amp;lsquo;พระเจ้าช้างเผือก&amp;rsquo; เพื่อเผยแพร่แนวคิดเรื่องสันติภาพ&amp;nbsp; และต่อมาในปีเดียวกันนิยายเรื่องนี้ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ในชื่อเดียวกัน&amp;nbsp; ใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า &amp;lsquo;The King of the White Elephant&amp;rsquo; โดยปรีดีเป็นผู้อำนวยการสร้าง นักแสดงและทีมงานสร้างเป็นคนไทยทั้งหมด&amp;nbsp; มีบทพูดเป็นภาษาอังกฤษตลอดทั้งเรื่อง มีเป้าหมายเพื่อสื่อสารแนวทางสันติภาพไปยังนานาชาติขณะที่สงครามโลกเริ่มคุกรุ่น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;หนังสือเรื่องพระเจ้าช้างเผือก &amp;nbsp;/ ภาพจากหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนรัฐบาลจอมพล ป. เริ่มปลุกกระแสชาตินิยม สนับสนุนนักศึกษาและประชาชนให้เดินขบวนเพื่อเรียกร้องดินแดนอินโดจีนคืนจากฝรั่งเศส&amp;nbsp; เช่น พระตะบองและเสียมราฐในเขมร&amp;nbsp; จำปาสักในลาว ในช่วงปลายปี 2483 ไทยเริ่มรบกับฝรั่งเศสบริเวณชายแดนเขมรและลาว&amp;nbsp; ต่อมาในเดือนมกราคม 2484&amp;nbsp; การสู้รบระหว่างไทยกับฝรั่งเศสขยายข้ามพรมแดน&amp;nbsp; มีการสู้รบทางบก&amp;nbsp; ทางอากาศ&amp;nbsp; ในน่านน้ำแม่น้ำโขง&amp;nbsp; และทางทะเลชายแดนด้านจังหวัดตราด-เกาะกงของเขมร&amp;nbsp; หรือที่รู้จักกันในชื่อ &amp;lsquo;ยุทธนาวีเกาะช้าง&amp;rsquo;&amp;nbsp; เรือรบไทยจมทะเล 3 ลำ&amp;nbsp; ฝรั่งเศสเสียหายเล็กน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่กองทัพญี่ปุ่นซึ่งเป็นพันธมิตรของเยอรมันเริ่มเปิดสงครามในเอเซียเพื่อตีโต้อังกฤษและสัมพันธมิตร ได้ยื่นมือเข้ามาไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทระหว่างไทยกับฝรั่งเศส&amp;nbsp; จนประสบผลสำเร็จ ไทยและฝรั่งเศสเจรจาตกลงหยุดยิงกันในช่วงปลายเดือนมกราคม 2484&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ดี&amp;nbsp; ในวันที่ 8 ธันวาคมปีเดียวกัน&amp;nbsp; กองทัพญี่ปุ่นได้ส่งกำลังยกพลขึ้นบกตามชายทะเลภาคใต้ของไทย รวมทั้งที่สมุทรปราการ&amp;nbsp; เพื่อจะบุกไปตีอังกฤษในพม่าและอินเดีย&amp;nbsp; มีการปะทะกันระหว่างทหารญี่ปุ่นกับไทย&amp;nbsp; แต่น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ&amp;nbsp; จนในเวลาต่อมา&amp;nbsp; รัฐบาลไทยจำยอมให้ญี่ปุ่นยกพลข้ามประเทศ&amp;nbsp; และเข้าร่วมเป็นพันธมิตรสงครามกับญี่ปุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในวันเดียวกับที่ญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกในไทยนั้น&amp;nbsp;ผู้รักชาติหลายคนได้มาพบกับปรีดีเพื่อร่วมกันก่อตั้ง &amp;lsquo;องค์การต่อต้านญี่ปุ่น&amp;rsquo; โดยให้ปรีดีเป็นหัวหน้า&amp;nbsp;ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น &amp;lsquo;ขบวนการเสรีไทย&amp;rsquo; ร่วมเคลื่อนไหวทั้งในและนอกประเทศร่วมกับฝ่ายสัมพันธมิตร เช่น&amp;nbsp; อังกฤษและสหรัฐฯ เพื่อต่อต้านญี่ปุ่น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การสู้รบขยายวงไปทั่วโลกนานหลายปี จนรัฐบาลสหรัฐอเมริกาส่งเครื่องบินมาทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ลงใน&amp;nbsp; 2 เมืองใหญ่ของญี่ปุ่น &amp;nbsp;สร้างความเสียหายยับเยิน&amp;nbsp; จึงนำไปสู่การยุติสงครามโลกครั้งที่ 2 ในเดือนกันยายน 2488&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อญี่ปุ่นเป็นฝ่ายพ่ายแพ้&amp;nbsp; จอมพล ป. ต้องตกเป็นอาชญากรสงครามด้วย&amp;nbsp; แต่ประเทศไทยรอดพ้นไม่ต้องตกเป็นประเทศที่แพ้สงครามร่วมกับญี่ปุ่น&amp;nbsp; อันเนื่องมาจากขบวนการเสรีไทยที่ได้เข้าร่วมต่อต้านญี่ปุ่นกับสัมพันธมิตรนั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;lsquo;80 ปี&amp;nbsp; พระเจ้าช้างเผือก&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ภาพยนตร์เรื่องพระเจ้าช้างเผือกนำออกฉายเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2484 พร้อมกัน 3 ประเทศ คือ ที่นิวยอร์ค&amp;nbsp; สหรัฐอเมริกา&amp;nbsp; สิงคโปร์&amp;nbsp; และประเทศไทยที่ศาลาเฉลิมกรุง&amp;nbsp; เมื่อเข้าสู่เดือนเมษายน 2564 ภาพยนตร์เรื่องนี้มีอายุครบ 80 ปีบริบูรณ์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ปรีดี&amp;nbsp; พนมยง (ยืนกลาง) ขณะถ่ายทำหนังในปี 2483 ที่บ้านสันกลาง&amp;nbsp; ตำบลป่าแดง จ.แพร่ &amp;nbsp;/ภาพจากหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เนื้อหาของภาพยนตร์เรื่องพระเจ้าช้างเผือก&amp;nbsp; กล่าวถึงกษัตริย์ 2 พระองค์&amp;nbsp; คือ &amp;lsquo;พระเจ้าจักรา&amp;rsquo;&amp;nbsp;กษัตริย์ผู้ครอบครองอโยธยาเมื่อ 400 ปีก่อน&amp;nbsp; พระองค์เป็นกษัตริย์ที่ทรงธรรมราชา ไม่โปรดสาวงามในราชสำนัก&amp;nbsp; พระองค์ทรงอุทิศตนเพื่อราษฎร&amp;nbsp; ทรงกล้าหาญชาญชัยในการศึก&amp;nbsp; ขณะเดียวกันทรงรักสันติภาพ&amp;nbsp; บนแผ่นดินที่อุดมไปด้วยช้างเผือก&amp;nbsp; ราษฎรจึงขนานนามพระองค์ผู้เก่งกล้าว่า&amp;nbsp; &amp;ldquo;พระเจ้าช้างเผือก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อีกพระองค์ คือ &amp;lsquo;พระเจ้าหงสา&amp;rsquo; ซึ่งเป็นทรราช มีจิตใจโหดเหี้ยมทารุณ&amp;nbsp; มักมากในกาม ส่งกองทัพบุกอาณาจักรอโยธยา เพราะพระเจ้าจักราไม่ยอมให้ช้างเผือกตามที่พระเจ้าหงสาต้องการ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พระเจ้าจักรายกกองทัพไปเผชิญทัพหงสาที่นอกพระนคร เพราะไม่ต้องการให้ราษฎรเดือดร้อน&amp;nbsp; และได้ท้าทายให้กษัตริย์หงสาไสช้างออกมาต่อสู้กันตัวต่อตัวเพื่อไม่ให้ทหารต้องบาดเจ็บล้มตาย &amp;nbsp;ผลปรากฏว่า&amp;nbsp; พระเจ้าจักราได้รับชัยชนะ&amp;nbsp; และแทนที่จะจับทหารศัตรูเป็นเชลย พระองค์ทรงประกาศสันติภาพว่าอโยธยามิได้เป็นศัตรูกับชาวหงสา แต่เป็นศัตรูกับกษัตริย์หงสาที่โหดเหี้ยม&amp;nbsp; และปล่อยทหารหงสากลับไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดม&amp;nbsp; สุขวงศ์ &amp;nbsp;จากหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ในฐานะผู้หนึ่งที่มีส่วนอนุรักษ์และเชิดชูเกียรติภาพยนต์เรื่องพระเจ้าช้างเผือก เสนอความเห็นในงานเขียนเรื่อง &amp;lsquo;พระเจ้าช้างเผือก : ช้างเผือกของหนังไทย&amp;rsquo; ในเว็บไซต์สถาบันปรีดี&amp;nbsp; พนมยงค์&amp;nbsp; มีเนื้อหาตอนหนึ่งว่า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;ภาพยนตร์เรื่อง &amp;ldquo;พระเจ้าช้างเผือก&amp;rdquo; มีส่วนสำคัญไม่น้อยในการสื่อสารกับสหประชาชาติ &amp;nbsp;โดยเฉพาะอังกฤษและสหรัฐอเมริกา &amp;nbsp;ทำให้ท่านผู้สร้างภาพยนตร์ได้รับการยอมรับ &amp;nbsp;หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง &amp;nbsp;ภาพยนตร์เรื่องนี้เปรียบเสมือนหนังสือรับรองความเป็นผู้นำเสรีไทยของนายปรีดี &amp;nbsp;พนมยงค์&amp;nbsp; ดูเหมือนว่า เครื่องหมายเสรีไทยในประเทศไทย ก็คือรูปช้างเผือกกำลังทะยานไปข้างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2488 นายปรีดี พนมยงค์ &amp;nbsp;ในฐานะผู้สำเร็จราชการแผ่นดินลงนามประกาศสันติภาพไทย &amp;nbsp;ให้ถือว่าการประกาศสงครามที่รัฐบาลเคยประกาศมาก่อนหน้านี้เป็นโมฆะ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้ชาติไทยรอดพ้นจากการเป็นประเทศผู้แพ้สงครามแต่&amp;hellip;ภาพยนตร์ &amp;ldquo;พระเจ้าช้างเผือก&amp;rdquo; ได้ทำหน้าที่ประกาศสันติภาพดังกล่าวให้ไทยไว้ล่วงหน้าไปแล้ว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; (ดูภาพยนตร์เรื่องนี้และรายละเอียดเพิ่มเติมที่เว็บไซต์หอภาพยนต์ https://www.fapot.or.th)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:.75pt; margin-right:2.25pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:2.25pt&quot;&gt;ตามรอยกองถ่ายพระเจ้าช้างเผือกที่ตำบลป่าแดง&amp;nbsp; อ.เมือง&amp;nbsp; จ.แพร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การถ่ายทำภาพพยนตร์เรื่องพระเจ้าช้างเผือกในช่วงปี 2483 ก่อนจะนำออกฉายเมื่อต้นเดือนเมษายน 2484 นั้น การถ่ายทำฉากท้องพระโรงส่วนใหญ่จะถ่ายในโรงถ่าย &amp;lsquo;ไทยฟิลม์&amp;rsquo; ที่กรุงเทพฯ และบริเวณพระบรมมหาราชวัง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนฉากสำคัญคือการต่อสู้ระหว่างไพร่พลและกองทัพช้างของพระเจ้าหงสากับพระเจ้าจักราที่ต้องใช้ช้างนับร้อยเชือกเข้าฉากนั้น&amp;nbsp; ถ่ายทำที่ตำบลป่าแดง &amp;nbsp;อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ อยู่ห่างจากตัวจังหวัดแพร่ไปทางทิศตะวันออกประมาณ 10 กิโลเมตร ซึ่งในขณะนั้นเป็นแหล่งทำไม้และชักลากซุงแห่งใหญ่แห่งหนึ่งของประเทศจึงมีช้างมากมายให้นำมาเข้าฉาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พิสิษฐ์&amp;nbsp; ตาจา อายุ 52 ปี แกนนำพัฒนาในตำบลป่าแดง&amp;nbsp; อ.เมือง&amp;nbsp; จ.แพร่ &amp;nbsp;ในฐานะผู้ที่สนใจเรื่องประวัติศาสตร์ชุมชน&amp;nbsp; เล่าว่า&amp;nbsp; ตำบลป่าแดงเป็นสถานที่ถ่ายทำหนังเรื่องพระเจ้าช้างเผือก&amp;nbsp; โดยเฉพาะฉากสู้รบถ่ายที่&amp;nbsp; &amp;lsquo;บ้านสันกลาง&amp;rsquo; &amp;nbsp;ห่างจากพระธาตุช่อแฮ&amp;nbsp; ปูชนียสถานสำคัญของเมืองแพร่ไม่ถึง 1 กิโลเมตร &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากข้อมูลของหมู่บ้านบอกว่า&amp;nbsp;บ้านสันกลางตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำสองสาย&amp;nbsp; คือ &amp;lsquo;แม่ก๋อน&amp;rsquo; และ &amp;lsquo;แม่สาย&amp;rsquo; จึงเรียกหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำสองสายนี้ว่า &amp;lsquo;บ้านสันกลาง&amp;rsquo; &amp;nbsp;บริเวณโดยรอบของแม่น้ำทั้ง 2 สายเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์&amp;nbsp; มีภูเขาสูงที่เห็นได้ชัดเหมือนกับเป็นแลนด์มาร์คของตำบล&amp;nbsp; คือ &amp;lsquo;ดอยช้างผาด่าน&amp;rsquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;พิสิษฐ์&amp;nbsp; ตาจา ชี้ให้ดูบริเวณทุ่งนาที่ใช้เป็นฉากสู้รบ&amp;nbsp; มองเห็นดอยช้างผาด่านอยู่ลิบๆ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 รัฐบาลไทยให้สัมปทานทำไม้สักในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่ก๋อนและแม่สายแก่บริษัทอีสต์&amp;nbsp;เอเซียติค&amp;nbsp;บริษัทเอกชนจากประเทศเดนมาร์ก&amp;nbsp;บริษัทได้ว่าจ้างให้พ่อเลี้ยงเมืองแพร่ชื่อ &amp;lsquo;เจ้าโว้ง&amp;rsquo;&amp;nbsp; หรือ &amp;lsquo;เจ้าวงศ์&amp;nbsp; แสนศิริพันธุ์&amp;rsquo; ที่มีช้างประมาณ 200 เชือก&amp;nbsp; นำช้างมาชักลากไม้ซุงในป่าที่โค่นแล้วออกมากองรวมกันที่ปางไม้ที่ตั้งอยู่ใกล้พระธาตุช่อแฮ (ปัจจุบันคือที่ทำการเทศบาลตำบลช่อแฮ) &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากนั้นจะใช้รถรางลากซุงไปลงแม่น้ำยมที่ไหลผ่านเมืองแพร่&amp;nbsp; แล้วล่องซุงไปตามแม่น้ำยมจนถึงปากน้ำโพ จ.นครสวรรค์&amp;nbsp; ซึ่งเป็นชุมทางค้าไม้&amp;nbsp; ไม้ซุงที่ส่งออกไปต่างประเทศจะล่องไปตามแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าสู่กรุงเทพฯ และนำซุงขึ้นที่โกดัง-โรงเลื่อยของบริษัทอีสต์เอเซียติคริมแม่น้ำเจ้าพระยาย่านเจริญกรุง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พิสิษฐ์ เล่าต่อว่า เมื่อประมาณ 10 ปีก่อน&amp;nbsp; ตนได้ไปสอบถามข้อมูลเรื่องปัญหาที่ดินในตำบลป่าแดง&amp;nbsp; รวมทั้งถามคนเฒ่าคนแก่ในตำบลว่ามีใครเกิดทันหรือพอจะรู้เรื่องการถ่ายหนังเรื่องพระเจ้าช้างเผือกบ้าง&amp;nbsp; พบว่า ส่วนใหญ่คนที่อยู่ในสมัยนั้นเสียชีวิตไปหมดแล้ว&amp;nbsp; โดยเฉพาะคนที่เคยเข้าฉากเป็นทหาร&amp;nbsp; เป็นตัวประกอบ&amp;nbsp; เพราะหนังเข้ามาถ่ายที่ตำบลช่อแฮในปี 2483 นั้น&amp;nbsp; คนที่เข้าฉากหรือเล่นเป็นตัวประกอบส่วนใหญ่จะเป็นคนที่ทำงานชักลากไม้ซุงกับเจ้าโว้งนั่นเอง และมีชาวบ้านในตำบลช่อแฮและใกล้เคียงประมาณ 100 คนเข้าฉากด้วย&amp;nbsp; แสดงเป็นลูกหาบและทหาร&amp;nbsp; และหากคนเหล่านี้ยังมีชีวิตอยู่ (ช่วงเก็บข้อมูลปี 2551) จะมีอายุไม่ต่ำกว่า 90 ปี&amp;nbsp; แต่ก็ไม่มีใครเหลือแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;แต่ยังเหลือแม่เฒ่าปิ๋ว&amp;nbsp; ปลาลาส&amp;nbsp; ตอนที่เก็บข้อมูลช่วงนั้นประมาณปี 2551 แกอายุประมาณ 83 ปี (ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว)&amp;nbsp; แกบอกว่า&amp;nbsp; ตอนนั้นแกไม่ได้เข้าฉากอะไรกับเขาหรอก เพราะเป็นเด็กเพิ่งจะโตเป็นสาว&amp;nbsp; อายุประมาณ 15 ปี แต่ได้ฟังจากผู้ใหญ่บอกว่า&amp;nbsp; คนที่ได้เล่นหนัง&amp;nbsp; ถ้าเป็นผู้ชายจะได้รับค่าจ้างวันละ 5 สตางค์&amp;nbsp; ถ้าเป็นผู้หญิงได้ 3 สตางค์&amp;rdquo; &amp;nbsp;วินัยบอกความที่ได้จากการเก็บข้อมูลเมื่อ&amp;nbsp; 10 ปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;แม่เฒ่าปิ๋ว&amp;nbsp; ปลาลาส&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พิสิษฐ์ บอกด้วยว่า&amp;nbsp; คนรุ่นหลังๆ ในตำบลป่าแดงและช่อแฮ (เมื่อก่อนเป็นตำบลป่าแดง&amp;nbsp; แยกเป็นตำบลช่อแฮในปี 2535) ซึ่งเป็นสถานที่ถ่ายทำหนังเรื่องพระเจ้าช้างเผือกนั้น&amp;nbsp; ส่วนใหญ่ไม่รู้ประวัติศาสตร์และความสำคัญของหนังเรื่องนี้หรอก&amp;nbsp; ตนก็เพิ่งจะได้ดูหนังเรื่องนี้ทาง Youtube&amp;nbsp; เมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง&amp;nbsp; และรู้สึกตื่นเต้นที่ได้เห็นฉากการสู้รบ&amp;nbsp; และกองทัพช้างที่ถ่ายทำที่ตำบลป่าแดงก่อนที่ตนจะเกิด&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ที่จำแม่นก็คือ ฉากที่กองทัพหงสายกไพร่พลเข้ามาจะตีเมืองอโยธยานั้น ถ่ายทำในทุ่งนาบ้านกลาง จะเห็นดอยช้างผาด่านเป็นฉากหลังได้ชัดเจน (ประมาณนาทีที่ 43-44) และฉากที่ช้างลงเดินในลำน้ำก็คือน้ำแม่สาย ผมคิดว่าคนป่าแดงและช่อแฮควรจะภูมิใจว่าบ้านเราเป็นสถานที่ถ่ายทำหนังประวัติศาสตร์ของประเทศ&amp;rdquo; พิสิษฐ์ บอก&amp;nbsp; และว่า&amp;nbsp; ปัจจุบันดอยช้างผาด่านก็ยังดูโดดเด่นเหมือนเดิม&amp;nbsp; แต่ผืนนาที่เห็นในฉากการสู้รบนั้น&amp;nbsp; ปัจจุบันกลายเป็นบ้านเรือน&amp;nbsp; ร้านค้า&amp;nbsp; และเป็นร้านอาหารไปหมดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ฉากการสู้รบในหนัง&amp;nbsp; ทัพหงสากำลังจะเข้าตีเมืองอโยธยา&amp;nbsp; เห็นคันนาบ้านสันกลาง&amp;nbsp; และดอยช้างผาด่านมุมบนซ้าย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ดอยช้างผาด่านปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;lsquo;เจ้าโว้ง&amp;rsquo; ผู้กำกับโขลงช้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนประวัติของ &amp;lsquo;เจ้าวงศ์&amp;nbsp; แสนศิริพันธุ์&amp;rsquo; หรือ &amp;lsquo;เจ้าโว้ง&amp;rsquo; ตามสำเนียงคนแพร่&amp;nbsp; เจ้าของช้างประมาณ 200 เชือกที่นำมาเข้าฉากในภาพยนตร์เรื่องนี้&amp;nbsp; ได้รับเกียรติให้ขึ้นชื่อในไตเติ้ลร่วมกับนักแสดงและผู้กำกับคนอื่นๆ ว่าเป็น &amp;lsquo;ผู้กำกับโขลงช้าง&amp;rsquo; (Master of The Elephants) เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนแรกของจังหวัดแพร่ในปี 2476 (การเลือกตั้งครั้งแรกของประเทศหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองปี 2475)&amp;nbsp; มีความสนิทสนมรู้จักกับปรีดี พนมยงค์มาก่อนที่จะมีการสร้างหนังพระเจ้าช้างเผือก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;lsquo;เจ้าโว้ง&amp;rsquo; ภาพจาก https://th.wikipedia.org/&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เจ้าโว้งมีเชื้อสายเป็นทายาทของเจ้าผู้ครองนครเมืองแพร่&amp;nbsp; เรียนจบจากโรงเรียนอัสสัมชัญ&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; เคยทำงานกับบริษัทอีสต์เอเซียติคที่ได้รับสัมปทานทำไม้สักในภาคเหนือ ก่อนจะลาออกมาทำไม้สักเอง มีช้างมากมาย ต่อมาจึงได้รับการว่าจ้าง จากบริษัทอีสต์เอเซียติคให้มาชักลากไม้ที่ป่าแดง-ช่อแฮ&amp;nbsp; เมื่อปรีดีสร้างหนังพระเจ้าช้างเผือกในปี 2483 จึงนำช้างมาร่วมแสดง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ช่วงญี่ปุ่นบุกไทยในปี 2484&amp;nbsp; นั้น&amp;nbsp; เจ้าโว้งเข้าร่วมกับขบวนการเสรีไทยสายปรีดี&amp;nbsp; พนมยงค์ด้วย โดยเป็นสมาชิกขบวนการเสรีไทยจังหวัดแพร่ &amp;nbsp;มีเรื่องเล่าว่า&amp;nbsp; ทหารอเมริกัน 3 คนที่กระโดดร่มลงมาเพื่อเป็นครูฝึกให้เสรีไทยที่ค่ายลับในเมืองแพร่นั้นกินอาหารเหนือไม่คล่องคอ&amp;nbsp; เจ้าโว้งจึงต้องจ้าง &amp;lsquo;กุ๊ก&amp;rsquo; ฝีมือดีมาทำอาหารฝรั่งให้ทหารอเมริกันกินจนอิ่มแปล้...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในปี 2513 เจ้าโว้งถึงวาระสุดท้ายของชีวิต&amp;nbsp; รวมอายุได้ 72 ปี......!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ติดตามตอนต่อไป...ปัญหาที่ดินบ้านสันกลาง&amp;nbsp; ชาวบ้านอยู่อาศัยและทำกินมาช้านาน&amp;nbsp; แต่ถูกเพิกถอน ส.ค.1&amp;nbsp; ใช้หลักฐานจากหนังเรื่องพระเจ้าช้างเผือกต่อสู้เพื่อสิทธิชุมชน)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101199</URL_LINK>
                <HASHTAG>80 ปี  พระเจ้าช้างเผือก, Master of The Elephants, The King of the White Elephant, UNESCO, กระทรวงการคลัง, ขบวนการเสรีไทย, จอมพล ป.พิบูลสงคราม, ชาตินิยม, ดอยช้างผาด่าน, บริษัทอีสต์  เอเซียติค, บ้านสันกลาง, ปรีดี  พนมยงค์, ผู้กำกับโขลงช้าง, พระเจ้าจักรา, พระเจ้าช้างเผือก, พระเจ้าหงสา, พิสิษฐ์  ตาจา, ภาพยนตร์ไทย, มรดกภาพยนตร์ของชาติ, ยุทธนาวีเกาะช้าง, สงครามโลกครั้งที่ 2, หอภาพยนต์ (องค์การมหาชน), องค์การต่อต้านญี่ปุ่น, เจ้าวงศ์  แสนศิริพันธุ์, เจ้าโว้ง, โดม  สุขวงศ์, ไทยฟิลม์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210429/image_big_608a944d5b9d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36856</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2019 21:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2019 21:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปิดฉากเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภายุโรป อียูรอลุ้นอนาคต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;พลเมือง 21 ชาติสมาชิกอียูที่เหลือ ใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภายุโรปชุดใหม่ในวันอาทิตย์ ปิดฉากการเลือกตั้งยาวนาน 4 วัน ที่จะชี้วัดอนาคตของสภายุโรปว่าจะเอียงไปในทิศทางใด ระหว่างฝ่ายชาตินิยมกับฝ่ายนิยมอียู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เด็กชายนำบัตรลงคะแนนของพ่อหย่อนลงหีบบัตร ที่เมืองบาร์เซโลนาของสเปน เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2562 ซึ่งจัดการเลือกตั้งทั้งระดับท้องถิ่น, ภูมิภาค และรัฐสภายุโรปไปพร้อมกัน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข่าวเอเอฟพีรายงานว่า จำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิถึงช่วงบ่ายวันอาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม 2562 ในบางประเทศมีมากกว่าการเลือกตั้งครั้งที่แล้วเมื่อปี 2557 โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ฝรั่งเศสและโรมาเนีย ส่วนประเทศอื่นๆ จำนวนผู้ใช้สิทธิค่อนข้างคงเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาชิกอียู 7 ชาติลงคะแนนเลือกตั้งเรียบร้อยแล้วก่อนหน้านี้ แต่ผลการนับคะแนนอย่างเป็นทางการจะประกาศได้ต่อเมื่อทุกประเทศลงคะแนนกันครบแล้ว รัฐสภายุโรปจะประกาศผลการประเมินในเวลา 01.15 น.ของวันจันทร์ตามเวลาไทย และจะเริ่มประกาศผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการได้ตั้งแต่เวลา 04.00 น.วันจันทร์ของไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อังกฤษและเนเธอร์แลนด์เป็น 2 ประเทศแรกที่ลงคะแนนเมื่อวันพฤหัสบดี ตามด้วยไอร์แลนด์และสาธารณรัฐเชกในวันศุกร์ จากนั้นในวันเสาร์เป็นการลงคะแนนของสโลวาเกีย, มอลตา และลัตเวีย ที่เหลืออีก 21 ประเทศซึ่งมีผู้มีสิทธิราว 400 ล้านคน จัดเลือกตั้งพร้อมกันในวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเลือกตั้งครั้งที่แล้ว สโลวาเกียมีจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิน้อยที่สุด ไม่ถึง 14% และประธานาธิบดีอันเดรีย กิสกา ซึ่งมีแนวทางสายกลาง กำลังวิตกกับการระดมกำลังของพวกคตินิยมสุดโต่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บรรดาพรรคการเมืองที่มีแนวคิดคัดค้านอียูคาดหวังกันว่าพวกเขาจะได้ที่นั่งมากถึง 1 ใน 3 ของรัฐสภาที่มี 751 ที่นั่ง เพื่อคัดง้างฝ่ายที่สนับสนุนการรวมสหภาพอย่างเหนียวแน่นของยุโรป ฝ่ายนี้นำโดยพรรคการเมืองขวาจัดของรองนายกฯ มัตเตโอ ซัลวินี ของอิตาลี และมารี เลอ เพน ของฝรั่งเศส ส่วนอังกฤษนั้น แม้จะต้องพ้นจากอียูภายในวันที่ 31 ตุลาคม ตามเส้นตายใหม่ แต่ชาวอังกฤษยังมีสิทธิเลือกสมาชิกรัฐสภายุโรปในครั้งนี้ด้วย โดยคาดว่าพรรคเบร็กซิตของไนเจล ฟาราจ เป็นหัวขบวนแนวคิดต่อต้านอียู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่ง ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศสเป็นหัวขบวนของฝ่ายสายกลางและเสรีนิยมที่หวังจะสกัดพวกชาตินิยมจากการกำหนดนโยบายและตำแหน่งสำคัญในอียู.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36856</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขวาจัด, ชาตินิยม, ต้านอียู, รัฐสภายุโรป, อียู, เลือกตั้งสมาชิกรัฐสภายุโรป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190526/image_big_5ceaa69b52af5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33025</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2019 09:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2019 09:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เกษียร&#039;ถามทำไมจึงเกิดความคิดไล่คนอื่นออกจากประเทศ อาวุธฝ่ายขวาแพร่จากชนชั้นนำ กระฎุมพี สู่รากหญ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 เม.ย.62- ศาสตราจารย์ เกษียร เตชะพีระ โพสต์กลอนผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Kasian Tejapira ตั้งประเด็น ทำไมจึงเกิดความคิดไล่คนอื่นออกจากประเทศ? แง่มุมด้านแนวคิดอุดมการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณ Tomorn Sookprecha ได้หยิบยกปัญหาอันแหลมคมจากปรากฏการณ์ที่เรามักได้พบเห็นบ่อยช่วงความขัดแย้งทางการเมืองเข้มข้นรุนแรงสิบปีที่ผ่านมา ตั้งขึ้นเป็นกระทู้และค้นคว้าข้อมูลเหตุผลมาตอบอย่างละเอียดชัดเจนในแง่มุมกฎหมาย https://tomorn.co/2019/04/05/expel/&amp;hellip;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเห็นด้วยกับคุณโตมรทุกประการ แต่อยากเพิ่มข้อสังเกตบางอย่างในแง่มุมที่แตกต่างออกไปคือด้านแนวคิดอุดมการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในแง่หนึ่ง การเกิดความคิดไล่คนอื่นออกจากประเทศสะท้อน &amp;quot;จิตใจเป็นเจ้าของชาติ&amp;quot; (civic nationalism) ที่แพร่หลายกระจายออกไปในหมู่คนวงกว้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าเทียบกับสมัยที่ &amp;quot;ชาติ&amp;quot; และ &amp;quot;รัฐ&amp;quot; ถือว่าเป็นขององค์อธิปัตย์โดยสิทธิ์ขาดก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ๒๔๗๕ (absolutist state &amp;amp; official nationalism) แล้วก็นับว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่คืบหน้าไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากเดิมที่ &amp;quot;จิตใจเป็นเจ้าของชาติ&amp;quot; จำกัดแคบในหมู่ชนชั้นนำแล้วค่อยแผ่กว้างขึ้นตามลำดับไปสู่ชนชั้นกระฎุมพีข้าราชการ (ช่วง ๒๔๗๕) และมวลชนคนชั้นกลาง (ช่วง ๒๕๑๖ - ๒๕๓๕) และรากหญ้าในปัจจุบัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนบางคนในหมู่มวลชนสามารถลุกขึ้นมา &amp;quot;ไล่คนอื่นออกจากประเทศ&amp;quot; ด้วยความรู้สึกว่าตนมีสิทธิ์ทำเช่นนั้นได้เพราะมีหุ้นส่วนเป็นเจ้าของประเทศคนหนึ่งด้วยเหมือนกัน ไม่ใช่ของชนชั้นนำเดิมหรือผู้ปกครองรัฐกลุ่มเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรากฏการณ์คิดการเมืองเชิงศีลธรรมแบบแบ่งข้างแยกขั้วเป็นสอง ระหว่าง [ประชาชนคนไทยผู้บริสุทธิ์ถูกต้องชอบธรรมเป็นคนดี] กับ [คนไม่ดีที่ไม่ใช่ประชาชนและไม่ใช่ส่วนหนึ่งของชาติจึงไม่ใช่คนไทย] ฉะนั้นควรขับไล่ให้พ้นออกไปจากแผ่นดินประเทศชาตินี้ อาจนับได้ว่าเข้าข่ายชาตินิยม-ประชานิยม (populist-nationalism)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชั่วแต่ว่ามันเป็นชาตินิยม-ประชานิยมที่คับแคบและเอียงขวา (narrow rightwing populist-nationalism) ที่ตั้งอยู่บนอุดมการณ์ที่ผมเรียกว่า &amp;quot;อุดมการณ์ชาติพันธุ์ไทย&amp;quot; (the ethno-ideology of Thainess)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กล่าวคือ ผูกติดความหมายเชิงเนื้อหาและคุณค่าทางอุดมการณ์และการเมืองบางอย่างฝากฝังไว้กับความเป็นชาติพันธุ์ไทย ถือว่ามันเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างแยกไม่ออก และฉะนั้น หากคิดต่างออกไปทางอุดมการณ์และการเมืองในประเด็นนั้น ๆ แล้วก็ไม่นับเป็นคน(ชาติพันธุ์)ไทย และไม่ควรอยู่ในประเทศไทย... มิไยว่าโดยเนื้อแท้แล้วบุคคลที่คิดต่างนั้นจะมีสายโลหิตหรือถือกำเนิดในแผ่นดินไทยหรือไม่อย่างไร ก็ไม่แคร์และไม่เกี่ยว ต่อให้เขามีสายเลือดไทย เกิดในแผ่นดินไทย แต่ถ้าคิด &amp;quot;ไมไทย&amp;quot; แล้ว ก็ถือว่าเท่ากับไม่มีชาติพันธุ์ไทย ไล่ออกนอกประเทศได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุดมการณ์ชาติพันธุ์ไทยนี้เป็นอาวุธทางอุดมการณ์ของฝ่ายอนุรักษนิยมในประเทศไทยมาช้านาน และได้ถูกใช้เป็นข้ออ้างกล่าวหาให้ร้ายและขับไสไล่ส่งผู้เห็นต่างทางอุดมการณ์และการเมืองมาแล้วหลายคน อย่าง อ. ปรีดี พนมยงค์, อ.ป๋วย อึ๊งภากรณ์, หรือแม้แต่ คุณอานันท์ ปันยารชุน ก็เคยถูกกล่าวหาว่าเป็น &amp;quot;ลูกญวน&amp;quot; ค่าที่ท่านปฏิบัติหน้าที่ฟื้นฟูสัมพันธ์ไทย-เวียดนามในปี ๒๕๑๙ ในฐานะปลัดกระทรวงการต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเกรงว่าแม้จะไม่มีฐานทางกฎหมายให้ไล่เพื่อนคนไทยที่เห็นต่างออกไปจากประเทศ แต่ตราบใดที่ &amp;quot;จิตใจเป็นเจ้าของชาติ&amp;quot; ของมวลชนชาตินิยม-ประชานิยมส่วนหนึ่งยังอยู่บนฐานอุดมการณ์ชาติพันธุ์ไทยฝ่ายอนุรักษนิยมอันคับแคบแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำประณามขับไล่คนเห็นต่างที่เป็นเพื่อนร่วมชาติให้ออกไปจากประเทศด้วยข้อหาว่า &amp;quot;ไม่ใช่คนไทย&amp;quot; ก็จะยังคงถูกหยิบมากล่าวอ้างอย่างไร้เหตุผลอยู่สืบไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33025</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิตใจเป็นเจ้าของชาติ, ชาตินิยม, ประชานิยม, ศาสตราจารย์ ดร.เกษียร เตชะพีระ, ไม่ใช่คนไทย, ไล่คนอื่นออกจากประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181003/image_big_5bb485cc932de.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19410</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2018 21:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2018 21:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขวาจัด &#039;ทรัมป์แดนแซมบา&#039; ชนะเลือกตั้ง ปธน.บราซิล รอบแรก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชาอีร์ โบลโซนาโร อดีตนายทหารและสมาชิกสภาแนวทางขวาจัดที่ถูกเปรียบเทียบกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีบราซิลเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แต่ได้คะแนนไม่พอ ยังต้องลุ้นเลือกตั้งชี้ขาดรอบที่ 2 ปลายเดือนนี้กับเฟอร์นันโด ฮัดดาด จากพรรคฝ่ายซ้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาอีร์ โบลโซนาโร (ขวา) ชูนิ้วโป้งอย่างมั่นใจขณะมาลงคะแนนพร้อมกับฟลาวิโอ ลูกชายของเขาที่สมัครชิงเก้าอี้ ส.ว. ที่นครริโอเดจาเนโร เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 8 ตุลาคม 2561 ว่าผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ของบราซิลเมื่อวันอาทิตย์เป็นไปตามความคาดหมายของโพลก่อนหน้านี้ โดยโบลโซนาโร เจ้าของฉายา &amp;quot;ทรัมป์เขตร้อน&amp;quot; ได้คะแนนสนับสนุน 46.3% นำห่างฮัดดาด อดีตนายกเทศมนตรีนครเซาเปาลู ซึ่งได้เพียง 29% คะแนนที่ไม่ถึงครึ่ง ทำให้โบลโซนาโรต้องมาเลือกตั้งชี้ขาดกับฮัดดาดในวันที่ 28 ตุลาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตนายทหารผู้กล่าวปกป้องเผด็จการทหารของบราซิลที่เคยครองอำนาจช่วงปี 2507-2528 ถูกนำมาเปรียบเทียบกับทรัมป์ เนื่องจากแนวนโยบายชาตินิยมของเขา และการประณามกลุ่มพรรคการเมืองเก่าที่อิงกับภาพลักษณ์การคอร์รัปชัน และกำลังเป็นที่เกลียดชังในสังคมบราซิลปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โบลโซนาโรสัญญาว่าเขาจะปราบปรามการรับสินบนและอาชญากรรมในประเทศที่มีประชากรมากเป็นอันดับที่ 5 ของโลกแห่งนี้ ซึ่งปีที่แล้วมีคนตายเพราะความรุนแรงมากถึง 63,880 คน โบลโซนาโรให้คำมั่นด้วยว่าเขาจะผ่อนปรนการควบคุมอาวุธปืนและเปิดช่องให้ตำรวจวิสามัญฆาตกรรมได้ง่ายขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สนับสนุนชาอีร์ โบลโซนาโร เชียร์กันอย่างคึกคักที่ด้านหน้าคอนโดมิเนียมของเขาในเขตบาร์รา ดา ติชูกา ของนครรีโอเดจาเนโรเมื่อวันอาทิตย์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความนิยมต่อตัวเขายังส่งผลสะเทือนถึงการเมืองบราซิลในภาพรวมด้วย พรรคเสรีสังคมนิยม (พีเอสแอล) ของเขากำลังจะเป็นพรรคการเมืองใหญ่อันดับ 2 จากการเลือกตั้งที่จัดในวันเดียวกัน ซึ่งจะช่วยให้การผลักดันนโยบายลดภาษีและทำให้รัฐยุ่งเกี่ยวกับเศรษฐกิจน้อยลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำปราศรัยครั้งแรกของเขา โบลโซนาโรรับปากว่าจะลดขนาดของรัฐลง, ลดจำนวนกระทรวงให้เหลือ 15 กระทรวง, ลดภาษีเงินเดือน และแปรรูปรัฐวิสาหกิจหรือปิดบริษัทหลายแห่งหากเขาได้เป็นประธานาธิบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คะแนนที่เพิ่มขึ้นของเขาในผลสำรวจ ส่งผลให้ค่าเงินและตลาดหุ้นบราซิลคึกคักในช่วงไม่กี่วันก่อนเลือกตั้ง นักลงทุนจำนวนมากไม่ต้องการให้พรรคแรงงานของฮัดดาดกลับมาเป็นรัฐบาล ฮัดดาดได้รับเลือกเป็นตัวแทนพรรคฝ่ายซ้าย หลังจากอดีตประธานาธิบดีลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา โดนตัดสิทธิ์ เนื่องจากถูกจำคุก 12 ปี ฐานคอร์รัปชัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เฟอร์นันโด ฮัดดาด ภายหลังทราบผลเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ ก็ยังมั่นใจว่าเขาจะเอาชนะโบลโซนาโรได้ในการเลือกตั้งรอบสอง / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19410</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขวาจัด, ชาตินิยม, ชาอีร์ โบลโซนาโร, ทรัมป์แห่งบราซิล, บราซิล, เฟอร์นันโด ฮัดดาด, เลือกตั้งประธานาธิบดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181008/image_big_5bbb6c661c5ca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9097</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงนี้มีโอกาสได้พูดคุยและติดตามอ่านความคิดเห็นของเด็กรุ่นใหม่ พบว่ามีความคับข้องใจกับสถานการณ์บ้านเมืองที่เป็นอยู่เหมือนเป็นการจูนความคิดของผู้เขียนยุคเบบี้บูม ให้เข้าใจเด็กเจนวาย หลายครั้งที่ชื่นชมความกล้าคิดกล้าแสดงออกของเด็กรุ่นนี้ โดยรวมแล้วเป็นคำถามที่มีต่อระบบคุณค่าของสังคม เรียกร้องประชาธิปไตยและสิทธิในความเป็นพลเมือง เมื่อมาดูคำจำกัดความของคำว่า &amp;ldquo;พลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย&amp;rdquo; พบว่าพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย หมายถึง พลเมืองที่มีคุณลักษณะที่สำคัญ คือเป็นผู้ที่ยึดมั่นในหลักศีลธรรมและคุณธรรมของศาสนา มีหลักการทางประชาธิปไตยในการดำรงชีวิต ปฏิบัติตนตามกฎหมาย ดำรงตนเป็นประโยชน์ต่อสังคม โดยมีการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน อันจะก่อให้เกิดการพัฒนาสังคมและ ประเทศชาติให้เป็นประเทศประชาธิปไตยอย่างแท้จริงตามหลักประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เด็กรุ่นนี้โตมากับระบบการศึกษาที่ล้มเหลว วัดกันด้วยคะแนนและเต็มไปด้วยการแข่งขัน โตมาพร้อมกับปัญหาต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสังคม เศรษฐกิจ การเมือง การล่มสลายขององค์กร มักมีคำกล่าวที่ว่าคนรุ่นใหม่ไม่มีความภักดีต่อองค์กรเปลี่ยนงานบ่อย ในความเป็นจริงคนรุ่นใหม่เป็นคนที่มีความจงรักภักดี แต่จงรักภักดีต่อหลักการ ไม่ใช่กับตัวบุคคล หรือองค์กร เขาให้ความสำคัญกับคุณค่าของสังคม หรือ Social Value ซึ่งก็แตกต่างกับระบบคุณค่าที่คนรุ่นเก่ายึดถือ ประกอบกับการแสดงความเห็นของคนรุ่นใหม่ในช่วงเวลานี้ทำได้ยาก เนื่องจากโครงสร้างทางการเมืองของไทยเป็นโครงสร้างที่ไม่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมา คำว่า &amp;ldquo;ชาตินิยม&amp;rdquo; ของคนรุ่นใหม่นั้นก็จะไปผูกติดกับคำว่า &amp;ldquo;จารีต&amp;rdquo; &amp;ldquo;ศักดินา&amp;rdquo; ที่มีความเห็นต่อต้านอยู่ภายใน แต่ไม่เคยได้ศึกษาถึง &amp;ldquo;รากเหง้า&amp;rdquo; ของความเป็นไทยเพื่อมาผูกติดกับคำว่า &amp;ldquo;ชาตินิยม&amp;rdquo; เลย ลึกๆ แล้วคนรุ่นใหม่ต้องการการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้ชีวิตเขาง่ายขึ้นนั่นเอง เพราะคนรุ่นใหม่มีความอดทนต่ำแต่มีความทะเยอทะยานสูง มักแสวงหาทางลัดมากกว่าการเดินทางตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การที่จะให้คนรุ่นใหม่ดำรงชีวิตแบบพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตยจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก เพราะคนเหล่านี้มักจะมีคำถามอยู่ในใจ มีพฤติกรรมต่อต้านอย่างเงียบๆ เหมือนคลื่นใต้น้ำ และมีการรวมกลุ่มกันเพื่อแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์โดยยึดถือความคิดเห็นของคนวัยเดียวกันเป็นหลัก ยึดมั่นในหลักการที่ถูกต้องตามที่ตนเองเชื่อ เพราะความเป็น &amp;ldquo;พลเมือง&amp;rdquo; ตามความคิดของคนรุ่นใหม่คือสิทธิเสรีภาพในการแสดงความเห็น ซึ่งต้องการการตอบรับและแก้ไขโดยทันที เป็นการแสดงพลังด้วยการรวมกลุ่มประท้วง ถือป้ายแสดงจุดยืนที่ชัดเจน ต้องการแสดงพลัง และเป็นกลไกในการเปลี่ยนแปลงประเทศ พร้อมที่จะต่อต้านจารีตประเพณีเพื่อแสดงออกถึงความคิดก้าวหน้า หลายคนจบจากต่างประเทศก็บูชาลัทธิ หลักการของประเทศต่างๆ ว่าดีหมด ของที่ไทยมีอยู่มันแย่หมด ถึงเวลาแล้วที่ต้องการการเปลี่ยนแปลง พอเจาะลึกเข้าไปจะพบว่าเด็กหัวนอกเหล่านี้หลายคนไปด้วยทุนรัฐบาล บางคนก็กลับมาใช้ทุนด้วยความอัดอั้นตันใจกับระบบ บางคนก็ไม่ต้องการใช้ทุน แต่ส่วนใหญ่คิดว่าตัวเองคือหัวกะทิของประเทศชาติ ต้องการใช้ความรู้เพื่อมาเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ซึ่งมีทั้งทำด้วยจิตใจบริสุทธิ์และทำด้วยความทะเยอทะยานส่วนตัวและเหตุผลซ่อนเร้นบางประการ นี่คือการแสดงออกถึง &amp;ldquo;ความรักชาติ&amp;rdquo; แบบใหม่ที่ไม่เคยภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์ชาติไทย ไม่เคยใส่ใจในรากเหง้าของความเป็นไทย ต้องการเดินตามอย่างประเทศที่เจริญแล้วโดยไม่คำนึงถึงความเป็นจริงเลยว่าคนไทยมีความแตกต่างจากชาติอื่นมากมายนัก ทฤษฎีอะไรก็มาใช้กับคนไทยไม่ได้เสมอไป ต้องติดตามดูว่าชาติไทยในมือคนรุ่นใหม่จะออกมาหน้าตาแบบไหน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9097</URL_LINK>
                <HASHTAG>Social Value, จารีต, จิตติมา กุลประเสริฐรัตน์, ชาตินิยม, ผู้เขียนยุคเบบี้บูม, พลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย, รากเหง้า, ศักดินา, เด็กรุ่นใหม่, เป็นเรื่องเป็นราว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180117/image_big_5a5f23f7bc12c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
