<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83727</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2020 15:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2020 15:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซูเปอร์โพล เผยผลสำรวจความคิดเห็นปชช. &#039;ชาติมหาอำนาจร้ายยิ่งกว่าม็อบ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พ.ย.63 - ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ชาติมหาอำนาจ กับ การครอบงำไทย กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,743 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 5 - 12 พฤศจิกายน พ.ศ.2563 ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึง ความเสียเปรียบของประเทศไทยในอดีต จากการค้าธุรกิจระหว่างประเทศ กับ ชาติมหาอำนาจ เช่น การทำทัวร์ศูนย์เหรียญ และ ปัญหาขยะพิษ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 85.6 ระบุ ประเทศไทย เสียเปรียบในอดีตที่ผ่านมา ในขณะที่ ร้อยละ 14.4 ระบุประเทศไทย ไม่เสียเปรียบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าพิจารณาคือ เมื่อถามถึง ความเสียเปรียบของประเทศไทยในปัจจุบัน จากการค้าธุรกิจระหว่างประเทศ กับ ชาติมหาอำนาจ เช่น การใช้ นอมินี คนไทย เกิดศูนย์การค้าใหม่ ๆ ในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งในระบบออนไลน์ และ ออฟไลน์ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 84.7 ระบุ ประเทศไทย เสียเปรียบใน ปัจจุบันนี้ ในขณะที่ ร้อยละ 15.3 ระบุ ประเทศไทย ไม่เสียเปรียบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าเป็นห่วงคือ ความเสียเปรียบของประเทศไทยในอนาคต จากการค้าธุรกิจระหว่างประเทศ กับ ชาติมหาอำนาจ ในโครงการลงทุนแสวงหาผลประโยชน์และทรัพยากรลุ่มแม่น้ำโขง พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 88.2 ระบุ ประเทศไทย จะเสียเปรียบในอนาคต ในขณะที่ ร้อยละ 11.8 ระบุประเทศไทย จะไม่เสียเปรียบ&lt;/p&gt;


	&amp;#39;เจี๊ยบ ก้าวไกล&amp;#39; แซะกลับ &amp;#39;อ้น ทิพานัน&amp;#39; ปมรู้ว่ามีม็อบแล้วผ่านจุดนั้นทำไม
	&amp;#39;ปารีณา&amp;#39; เคลียร์ทุกประเด็น หลังซัก ผบ.เรือนจำฯ &amp;#39;เพนกวิน-ไมค์&amp;#39; ถูกจนท.ซ้อมจริงหรือ?
	ว้าย! &amp;#39;บอล ธนวัฒน์&amp;#39; ให้เตรียมรองเท้าผ้าใบกับใจถึงๆ ร่วม &amp;#39;วิ่งไล่ลุง 2&amp;#39; เร็วๆนี้


&lt;p&gt;นอกจากนี้ เมื่อถามถึง ความน่ากลัวของชาติมหาอำนาจ ในการใช้โครงการ หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง (One Belt One Road) ครอบงำประเทศไทยให้เสียเปรียบ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 84.2 ระบุ น่ากลัว ในขณะที่ร้อยละ 15.8 ระบุไม่น่ากลัว ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อถามถึงการรับรู้ความช่วยเหลือจาก ชาติมหาอำนาจ ต่อประเทศไทย เช่น ลดอุปสรรคที่กีดกันประเทศไทยจากการค้าระหว่างประเทศ ช่วยลดมลพิษ ช่วยลดขยะพิษ และช่วยฟื้นฟูคุณภาพชีวิตคนไทยที่เสียไป เป็นต้น พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 68.4 ไม่เคยได้ยินความช่วยเหลือจาก ชาติมหาอำนาจ ในขณะที่ ร้อยละ 31.6 เคยได้ยิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กล่าวว่า ชาติมหาอำนาจร้ายยิ่งกว่าม็อบ คนไทยส่วนใหญ่รู้สึกประเทศไทยเสียเปรียบชาติมหาอำนาจทั้งใน อดีต ปัจจุบัน และอนาคต จากอิทธิพลของชาติมหาอำนาจที่เข้ามาทำธุรกิจการค้าในประเทศไทย เช่น ทัวร์ศูนย์เหรียญ ขยะพิษ และการใช้ นอมินีคนไทย ลงทุนเปิดศูนย์การค้าใหม่ตามพื้นที่ต่าง ๆ แต่คนไทยแทบไม่รับรู้ประโยชน์อะไรจากการลงทุนเหล่านั้น นอกจากนี้ ที่น่าเป็นห่วงคือ การกอบโกยผลประโยชน์ชาติไทยไปจากโครงการลงทุนในลุ่มแม่น้ำโขงและโครงการหนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง (One Belt One Road) ที่น่ากลัวถึงความสูญเสียสมบัติชาติไทยไปที่อาจจะเลวร้ายยิ่งกว่าความวุ่นวายจากขบวนการม็อบการเมืองในเวลานี้ ที่รัฐบาลและประชาชนคนไทยทุกคนต้องตื่นรู้และเฝ้าระวังรักษาผลประโยชน์ชาติให้พ้นการครอบงำของชาติมหาอำนาจที่กำลังแทรกซึมเข้ามาในรูปแบบต่าง ๆ ที่คนไทยไม่ทันระวังตัว&lt;/p&gt;


	&amp;#39;น้าหงา&amp;#39;มาแล้ว!ชี้พระยุ่งเกี่ยวการเมืองได้&amp;nbsp;
	&amp;#39;สิทธิศักดิ์-ผู้พิพากษาศาลฎีกา&amp;#39;แจงยิบ6ข้อปม&amp;#39;จรัล&amp;#39;กล่าวหา
	&amp;#39;ปอง-อัญชะลี&amp;#39;โพสต์แรง!
	&amp;#39;หญิงหน่อย&amp;#39; งัดบันได 3 ขั้น สู่ทางออกประเทศไทย&amp;nbsp;
	&amp;#39;สุภรณ์&amp;#39; ชี้เปรี้ยง ม็อบ 3 นิ้ว เลียนแบบ &amp;#39;ธนาธร-ปิยบุตร-ช่อ&amp;#39;

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83727</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ชาติมหาอำนาจ, ซูเปอร์โพล, นพดล กรรณิกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201113/image_big_5fae3cc644a0f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62914</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2020 15:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2020 15:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;อดีตบิ๊กข่าวกรอง&#039;ชี้ตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่33คนเป็นสัญญาณดีเปรียบเทียบมหาอำนาจตะวันตกไทยดีกว่าเยอะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
12 เม.ย.63 - นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านดฟซบุ๊กส่วนตัว หัวข้อ แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์&amp;nbsp; มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ผลการแถลงข่าวของโฆษก​ ศบค.​ ประจำวัน​ 12​ เมษายน​ 2563​ พบว่าตัวเลขของผู้ติดเชื้อที่พบใหม่เหลือเพียง​ 33&amp;nbsp; คน​ จะเห็นได้ว่า​ ตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่นับตั้งแต่วันที่​ 3&amp;nbsp; เมย.เริ่มนิ่ง​ และหลังวันที่​ 8​ เมย.ตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลงมาโดยตลอด​ นับว่าเป็นสัญญาณที่ดี​ เห็นได้ชัดว่า​ ไทยมาถูกทาง
หากเปรียบเทียบประเทศมหา​อำนาจตะวันตกจะเห็นได้ว่า​ ประเทศไทยอันเป็นที่รักของเราดีกว่าเยอะมาก​ ทั้งๆที่ไทยเป็นประเทศแรกๆนอกจีนที่พบผู้ติดเชื้อก่อนคนอื่น​
ด้วยการตัดสินที่เด็ดขาดของลุงตู่ที่ประกาศใช้​ พรก.ฉุกเฉิน​ &amp;quot;สุขภาพมาก่อนเสรีภาพ&amp;quot;&amp;nbsp; จัดตั้งศบค.​เพื่อรวมศูนย์การบริหารสั่งการให้เป็นเอกภาพ​&amp;nbsp; แตกต่างจากประเทศตะวันตกที่ใช้หลักคิดให้ติดเชื้อเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน​ herd immunity ทำให้คนติดเชื้อและเสียชีวิตจำนวนมาก​ ตายเป็นใบไม้ร่วง​ เป็นเครื่องยืนยันว่า​ เสรีภาพ​ ประชาธิปไตย​ ไม่เกี่ยวกับการต่อสู้กับเชื้อโรค
ต้องชื่นชมหมอและบุคคลากรทางการแพทย์ที่สุดยอดมาก​ ต้องขอขอบคุณทุกส่วนราชการที่​lock down พื้นที่ได้อย่างดี​ ควบคุมการเดินทางของประชาชนได้ดีมากๆ
ประการสำคัญ​ ต้องกราบหัวใจคนไทยที่สามัคคี​ อดทนอยู่บ้าน​ หยุดเชื้อ​ แม้จะยากลำบากอย่างมากๆ​ ทำให้สถานการณ์ของไทยดีขึ้น
แต่จุดเสี่ยง​ ไม่ให้สถานการณ์พลิกกลับ​ คือ​ สงกรานต์นี้​&amp;nbsp;&amp;nbsp; หวังว่า​ เจ้าหน้าที่จะคุมอยู่​ ไม่ให้มีการชุมนุมของวัยรุ่นเล่นน้ำสงกรานต์​ ป้องกันการแพร่เชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62914</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19, ชาติมหาอำนาจ, นันทิวัฒน์ สามารถ, ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.)., สุขภาพมาก่อนเสรีภาพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200222/image_big_5e50ac8048863.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60312</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2020 16:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มหาอำนาจสู้สงครามไวรัส จีนไม่มีผู้ติดเชื้อใหม่ในปท.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ชาติมหาอำนาจโลกทำสงครามกับโควิด-19 อิตาลีขยายมาตรการปิดประเทศถึงต้นเดือนหน้า &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; ส่งโรงพยาบาลลอยน้ำของกองทัพช่วยนิวยอร์ก อังกฤษ-เยอรมนีเรียกใช้บริการทหาร หลายชาติยอดดับ-ติดเชื้อยังพุ่งไม่หยุด แต่จีนไม่มีผู้ติดเชื้อในประเทศรายใหม่เป็นครั้งแรก แต่พบผู้ติดเชื้อนำเข้าวันเดียวถึง 34 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; โรคโควิด-19 ที่เกิดจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่แพร่เชื้อจากสัตว์สู่คน ได้แพร่ไปแล้วยังเกือบ 160 ประเทศและดินแดน โดยมีผู้ติดเชื้อมากกว่า 217,510 ราย เสียชีวิต 9,020 ราย ตามข้อมูลที่รวบรวมโดยสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อเวลา 18.00 น. ของวันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม 2563&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในจีนแผ่นดินใหญ่ซึ่งพบไวรัสนี้แพร่เชื้อสู่คนครั้งแรกที่เมืองอู่ฮั่นเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ถึงวันพฤหัสบดี จีนมีผู้ติดเชื้อรวมแล้ว 80,928 ราย เสียชีวิต 3,245 ราย รักษาหายแล้ว 69,601 ราย แต่คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีนระบุว่า จีนไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เกิดจากการติดเชื้อในประเทศแม้แต่รายเดียวเป็นครั้งแรกเมื่อวันพุธ แต่ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 34 รายนั้นเป็นผู้ที่ติดเชื้อจากนอกประเทศ จีนมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 8 คนด้วยเมื่อวันพุธ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สถานการณ์ที่ใกล้ยุติในจีน เป็นผลจากมาตรการควบคุมอย่างเข้มงวด ซึ่งรวมถึงการปิดเมืองอู่ฮั่นตั้งแต่เดือนมกราคมและอีกหลายเมืองใกล้เคียง ในขณะที่สถานการณ์การแพร่ระบาดภายนอกจีนยังเลวร้าย และจำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตแซงหน้ายอดรวมของจีนแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเฉพาะในยุโรปที่มีผู้เสียชีวิตรวมกันมากกว่า 4,100 คน อิตาลีเป็นประเทศที่สถานการณ์หนักที่สุด เมื่อวันพุธวันเดียวมีผู้เสียชีวิตเพิ่มถึง 475 คน มากกว่าทุกประเทศ ยอดรวมผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 2,978 รายหรือราว 1 ใน 3 ของทั้งโลก โดยผู้ติดเชื้อ 35,713 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ประเทศปากีสถาน, รัสเซีย, คอสตาริกา และเม็กซิโก ยืนยันเมื่อวันพฤหัสบดีว่ามีผู้เสียชีวิตรายแรกในประเทศ ขณะที่มอริเชียส, บาร์เบโดส, แซมเบีย, ฟิจิ, บาฮามาส, เอลซัลวาดอร์ และนิการากัว มีผู้ติดเชื้อรายแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลอิตาลีใช้มาตรการเด็ดขาดด้วยการปิดประเทศตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม ซึ่งเป็นแนวทางที่หลายประเทศกำลังดำเนินตาม แต่ดูเหมือนมาตรการนี้จะยังไม่ได้ผลในเวลาอันใกล้ นายกฯ จูเซปเป คอนเต จึงประกาศขยายเวลาการปิดประเทศออกไปถึงวันที่ 3 เมษายน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; อิหร่านเป็นประเทศที่สถานการณ์หนักรองลงมา มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 149 คนเมื่อวันพฤหัสบดี ยอดดับรวมเพิ่มเป็น 1,284 ศพ จากมีผู้ติดเชื้อ 18,407 คน วันเดียวกันรัฐบาลสเปนก็ประกาศว่ายอดสังเวยไวรัสโคโรนาในประเทศเพิ่มราว 30% ในเวลา 24 ชั่วโมง โดยตอนนี้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 767 ราย จากผู้ติดเชื้อ 17,147ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รัฐบาลฝรั่งเศสที่สั่งล็อกดาวน์ประเทศเช่นเดียวกับสเปน ก็กำลังพิจารณาขยายเวลาปิดเมืองนาน 2 สัปดาห์ออกไปอีก รัฐมนตรีมหาดไทยตำหนิประชาชนที่ไม่ให้ความร่วมมือกับการกักกันตนเองในบ้านซึ่งทำให้บุคคลอื่นเสี่ยงไปด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สหภาพยุโรป (อียู) เพิ่งประกาศปิดพรมแดนของยุโรปห้ามนักเดินทางจากนอกสหภาพ ยกเว้นอังกฤษ เข้าอียูเป็นเวลา 30 วัน และเมื่อวันพุธ ธนาคารกลางยุโรปประกาศมาตรการช่วยเหลือสถาบันการเงินมูลค่า 750,000 ล้านยูโร เพื่อบรรเทาความหวาดวิตกของตลาดหุ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก็เพิ่งลงนามอนุมัติงบช่วยเหลือฉุกเฉิน 100,000 ล้านดอลลาร์ สำหรับใช้จัดการชุดตรวจไวรัสฟรีแก่ผู้ที่จำเป็น และชดเชยสำหรับผู้ที่ต้องลาป่วยหรือลางาน ทรัมป์กล่าวว่า เขามองว่าตัวเขากำลังเป็นประธานาธิบดียามศึกสงคราม แต่สหรัฐจะเอาชนะข้าศึกที่มองไม่เห็นนี้ให้ได้โดยเร็วกว่าที่คิด เขายังประกาศใช้อำนาจพิเศษตามพระราชบัญญัติการผลิตเพื่อการป้องกันประเทศ ที่จะสามารถบังคบให้โรงงานเร่งการผลิตสินค้ารวมถึงหน้ากากอนามัยและอุปกรณ์ป้องกันเชื้อโรคได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะเดียวกัน ทรัมป์สั่งการให้ส่งเรือโรงพยาบาลทหารมารองรับผู้ป่วยโควิด-19 ด้วย โดยลำแรกคือเรือยูเอสเอ็นเอส คอมฟอร์ต ขนาด 1,000 ห้องของกองทัพเรือ จะส่งไปยังอ่าวนิวยอร์กทันที ยังมีเรือยูเอสเอ็นเอส เมอร์ซี อีกลำที่น่าจะส่งไปยังรัฐฝั่งตะวันตก โดยผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียและวอชิงตันกำลังร้องขอความช่วยเหลือ ถึงวันพฤหัสบดีสหรัฐมีผู้ติดเชื้อแล้วมากกว่า 9,400 ราย เสียชีวิต 150 ราย ผู้ติดเชื้อรายใหม่นั้นรวมถึงสมาชิกสภาคองเกรส 2 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีหญิงของเยอรมนี แถลงทางโทรทัศน์เมื่อวันพุธว่า เยอรมนีไม่เคยเผยกับปัญหาท้าทายที่เรียกร้องให้ประเทศร่วมมือร่วมใจกันแบบนี้มาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เยอรมนีมีผู้ติดเชื้อพุ่งเกิน 10,000 รายแล้วเมื่อวันพฤหัสบดี โดยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ถึง 2,800 รายในวันเดียว ยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 24 ราย นางแอนเนอเกร็ต ครัมป์-คาร์เรนเบาเออร์ รัฐมนตรีกลาโหมเยอรมนี ประกาศเรียกทหารกองหนุนที่มีอยู่ราว 75,000 คนมาช่วยการต่อสู้กับโรคระบาดนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เบน วอลเลซ รัฐมนตรีกลาโหมของอังกฤษ ก็ประกาศวันเดียวกันว่า อังกฤษกำลังถอนกำลังทหารบางส่วนจากภารกิจฝึกทหารในอิรักกลับมาช่วยเหลือการต่อสู้กับโควิด-19 ในประเทศ ขณะเดียวกัน มีความเป็นไปได้ที่อังกฤษจะใช้มาตรการปิดเมืองตามอย่างยุโรป โดยนายกฯ บอริส จอห์นสัน เพิ่งประเดิมด้วยการสั่งปิดโรงเรียนทั่วประเทศตั้งแต่วันศุกร์นี้ หลังจากสั่งปิดสถานีรถไฟใต้ดินทั่วกรุงลอนดอนโหมโรงก่อนการล็อกดาวน์เมืองหลวง และยังขอให้ทหาร 20,000 นายอยู่ในภาวะเฝ้าระวัง อังกฤษมีคนสังเวยไวรัสแล้ว 104 ราย จากผู้ติดเชื้อกว่า 2,600 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายกฯ สกอต มอร์ริสัน ของออสเตรเลีย ยอมรับเช่นกันว่า โรคระบาดครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ครั้งหนึ่งในรอบ 100 ปี พร้อมเตือนว่าวิกฤตินี้อาจยาวนานถึง 6 เดือน รัฐบาลของเขาเพิ่งประกาศใช้มาตรการปิดประเทศเช่นเดียวกับนิวซีแลนด์ ห้ามผู้ที่ไม่ใช่ผู้พักอาศัยในประเทศเดินทางเข้า.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60312</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, จีนไมมี่ผูติ้ดเชืื้อใหม่ในประเทศ, ชาติมหาอำนาจ, ปิดประเทศ, มาตรการปิดประเทศ, สงครามโควิด-19, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19, โคโรนาไวรัส, โดนัลด์ ทรัมป์, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200319/image_big_5e738458d4713.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
