<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>64979</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาติยุโรปเฮโลจ่อคลายล็อก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;หลายชาติยุโรปเตรียมผ่อนคลายมาตรการควบคุมไวรัสโคโรนาเพิ่มอีก อิตาลีตามอย่างสเปน อนุญาตให้ประชาชนออกนอกเคหสถานได้วันจันทร์นี้หลังล็อกดาวน์นาน 2 เดือน ยอดสังเวยในอังกฤษพุ่งเกิน 28,000 ศพเกือบเท่าอิตาลีแล้ว รัสเซียพบติดเชื้อรายใหม่วันเดียวเกินหมื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานอ้างข้อมูลจากมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ในสหรัฐเมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม 2563 ว่าจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ทั่วโลกมีมากกว่า 3.44 ล้านคนแล้ว และมีผู้เสียชีวิตราว 244,000 ราย แต่ยังคงมีสัญญาณที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องว่าหลายพื้นที่ของโลกเริ่มควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว โดยหลายประเทศในทวีปยุโรป, เอเชีย และหลายมลรัฐของสหรัฐผ่อนคลายข้อบังคับเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจที่หยุดชะงักเพราะการชัตดาวน์ และผ่อนปรนข้อจำกัดการเคลื่อนย้ายของประชากร แม้จะยังใช้มาตรการควบคุมโรคอย่างระมัดระวังก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคมว่า ตั้งแต่วันจันทร์นี้ รัฐบาลอิตาลีจะอนุญาตให้ประชาชนออกนอกเคหสถานเช่นออกกำลังกายและเยี่ยมญาติได้แล้ว ส่วนธุรกิจค้าปลีกสามารถบริการได้ และร้านอาหารให้ขายได้แต่ให้ซื้อกลับบ้าน แต่รัฐบาลยืนยันว่าประชาชนยังต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่เชื้ออย่างเคร่งครัดเช่นเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อิตาลีเคยเผชิญการแพร่ระบาดรุนแรงที่สุดในโลกและทำให้รัฐบาลใช้มาตรการล็อกดาวน์ทั่วประเทศมานาน 2 เดือน ปัจจุบันอิตาลีมีผู้เสียชีวิตมากเป็นอันดับ 2 รองจากสหรัฐ ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์เมื่อวันอาทิตย์ อิตาลีมีผู้เสียชีวิตแล้ว 28,710 ราย จากผู้ติดเชื้อ 209,328 ราย ในขณะที่สหรัฐมีผู้เสียชีวิต 66,385 ราย จากผู้ติดเชื้อ 1,133,069 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สเปนมีผู้ติดเชื้อมากเป็นอันดับสองรองจากสหรัฐ โดยยอดผู้ติดเชื้อสะสมวันอาทิตย์อยู่ที่ 216,582 ราย แต่จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มรายวัน 164 ราย ต่ำที่สุดนับแต่วันที่ 18 มีนาคม ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 25,264 ราย เมื่อวันเสาร์ รัฐบาลสเปนเพิ่งอนุญาตให้ประชากรวัยผู้ใหญ่ออกมาทำกิจกรรมนอกบ้านได้เป็นครั้งแรกนับแต่ล็อกดาวน์นาน 48 วัน แต่รัฐบาลจะเริ่มมาตรการบังคับให้ประชาชนต้องสวมหน้ากากอนามัยเมื่อใช้ระบบขนส่งมวลชนตั้งแต่วันจันทร์นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันเสาร์ ทางการอังกฤษเปิดเผยตัวเลขผู้เสียชีวิตทั่วสหราชอาณาจักรล่าสุดว่าเพิ่มเป็น 28,131 รายแล้ว โดยมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 621 รายในรอบ 24 ชั่วโมง ส่วนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 4,806 คนจากวันศุกร์ ยอดสะสมเป็น 182,260 คน นายกฯ บอริส จอห์นสัน ซึ่งโดนวิจารณ์หนักเรื่องการรับมือเชื่องช้า กำลังถูกกดดันให้ผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์ที่บังคับใช้ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศอื่นในยุโรป เช่น เยอรมนีจะเริ่มผ่อนปรนมาตรการในวันจันทร์เช่นกัน ส่วนสโลวีเนีย, โปแลนด์และฮังการีจะอนุญาตให้สถานที่สาธารณะและธุรกิจเปิดได้บางส่วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัสเซียรายงานเมื่อวันอาทิตย์ว่า มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มอีก 10,633 คนในรอบ 24 ชั่วโมง โดยเป็นยอดติดเชื้อรายใหม่สูงสุดของยุโรปเวลานี้ ยอดติดเชื้อสะสมเพิ่มเป็น 134,687 ราย ราวครึ่งหนึ่งอยู่ในกรุงมอสโก แต่รัสเซียมีผู้เสียชีวิตน้อยเมื่อเทียบกับชาติอื่น เช่น อิตาลี, สเปนและสหรัฐ โดยยอดเสียชีวิตถึงวันอาทิตย์อยู่ที่ 1,280 ราย เพิ่มขึ้น 58 คนจากวันก่อน แม้ผู้ติดเชื้อรายใหม่ในรัสเซียยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่รัฐบาลก็เตรียมจะยกเลิกมาตรการกักกันอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามแต่ภูมิภาค ตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายมลรัฐของสหรัฐผ่อนปรนการทำกิจกรรมบ้างแล้ว หลังจากมีสัญญาณว่าสถานการณ์การแพร่เชื้อชะลอตัวลง และวันจันทร์นี้รัฐฟลอริกาเตรียมผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์เป็นรัฐล่าสุด ส่วนที่นิวยอร์ก ซิตี ศูนย์กลางการระบาดที่มีผู้เสียชีวิตถึง 18,491 คน จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลงและมูลนิธิคริสเตียนประกาศปิดโรงพยาบาลสนามฉุกเฉินที่สวนสาธารณะเซ็นทรัลพาร์กแล้วเมื่อวันเสาร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเอเชีย ทางการเกาหลีใต้ประกาศเมื่อวันอาทิตย์ว่าจะผ่อนคลายคำสั่งห้ามชุมนุมและกิจกรรมบางอย่างโดยมีเงื่อนไขว่าต้องปฏิบัติตามมาตรการฆ่าเชื้อ เกาหลีใต้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 13 คนเมื่อวันอาทิตย์ ยอดสะสมอยู่ที่ 10,793 คน เสียชีวิต 250 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลอิหร่านประกาศจะอนุญาตให้มัสยิดส่วนใหญ่เปิดได้หลังจากถูกสั่งห้ามทั่วประเทศมาตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม แต่ประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี เตือนว่า แม้อิหร่านจะเริ่มเปิดกิจกรรมใหม่แบบค่อยเป็นค่อยไปและสงบ แต่ก็ควรเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ที่เลวร้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในภูมิภาคอาเซียน ฟิลิปปินส์มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาใกล้หลักหมื่นแล้ว โดยกระทรวงสาธารณสุขแถลงเมื่อวันอาทิตย์ว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศอีก 295 คน ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมเพิ่มเป็น 9,223 ราย แต่หายแล้ว 1,214 ราย และมีผู้เสียชีวิตอีก 4 ราย ยอดรวมเป็น 607 ราย เมื่อวันอาทิตย์ ฟิลิปปินส์สั่งระงับเที่ยวบินโดยสารขาเข้าทั้งหมดเป็นเวลา 1 สัปดาห์ เพื่อบรรเทาความแออัดของศูนย์กักกันโรค ที่กำลังกักกันแรงงานกลับจากต่างประเทศนับหมื่นคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสิงคโปร์ซึ่งมีผู้ติดเชื้อมากที่สุดในอาเซียน ผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 18,205 รายเมื่อวันอาทิตย์ โดยมีผู้ติดเชื้อราย 657 ราย เสียชีวิต 17 รายเท่าวันก่อน อินโดนีเซียมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 349 คน ยอดสะสม 11,192 คน เสียชีวิตเพิ่ม 14 คน ยอดรวม 845 ศพ และมาเลเซียติดเชื้อเพิ่ม 122 คน ยอดรวมเป็น 6,298 คน เสียชีวิต เพิ่ม 2 คน ยอดรวมเป็น 105 ศพ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64979</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, คลายมาตรการควบคุมไวรัสโคโรนา, ชาติยุโรป, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุญาตให้ประชาชนออกนอกเคหสถาน, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200503/image_big_5eaec338324fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28338</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2019 21:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2019 21:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาติยุโรปแห่รับรอง &#039;ฮวน ไกวโด&#039; เป็น ปธน.เวเนซุเอลา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สเปน, อังกฤษ, ฝรั่งเศส, เยอรมนี และอีกหลายชาติในยุโรป ประกาศรับรอง &amp;quot;ฮวน ไกวโด&amp;quot; เป็นประธานาธิบดีเฉพาะกาลของเวเนซุเอลาแล้วเมื่อวันจันทร์ ภายหลังนิโกลัส มาดูโร เมินเส้นตายจัดเลือกตั้งประธานาธิบดีใหม่ รัสเซียหัวร้อนแทน ระบุเป็นการแทรกแซงกิจการภายในหวังสร้างความชอบธรรมให้การชิงอำนาจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ นิโกลัส มาดูโร (ซ้าย) และฮวน ไกวโด / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 ว่าความหวั่นเกรงภาวะวิกฤติในเวเนซุเอลาภายหลังยุโรปประกาศรับรองไกวโด ราคาน้ำมันในตลาดยุโรปเมื่อวันจันทร์เพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดของปีนี้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ 7 ชาติยุโรปขีดเส้นตายเที่ยงคืนวันอาทิตย์ที่ 3 กุมภาพันธ์ ให้มาดูโรประกาศจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีใหม่ มิเช่นนั้นชาติยุโรปเหล่านี้จะประกาศให้การรับรองฮวน ไกวโด ประธานสมัชชาแห่งชาติวัย 35 ปี เป็นผู้นำที่ชอบด้วยกฎหมายของเวเนซุเอลา แต่มาดูโรไม่นำพา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาดูโรให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์เซ็กซ์ตาของสเปน ออกอากาศเมื่อค่ำวันอาทิตย์ ยืนกรานว่าเขาจะไม่ยอมทำตามแรงกดดันของพวกที่ต้องการให้เขาพ้นจากตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทำไมสหภาพยุโรปต้องบอกประเทศหนึ่งใดในโลกนี้ที่จัดการเลือกตั้งไปแล้ว ว่าชาตินั้นต้องจัดเลือกตั้งประธานาธิบดีใหม่ เพราะฝ่ายขวาที่เป็นพันธมิตรของพวกเขาไม่ชนะเลือกตั้ง&amp;quot; คำท้าทายของมาดูโร ซึ่งชนะการเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว และสาบานตนรับตำแหน่งเมื่อวันที่ 10 มกราคมที่ผ่านมา &amp;quot;พวกนั้นพยายามต้อนให้เราจนมุมด้วยการยื่นคำขาดเพื่อบังคับให้เราเข้าสู่สถานการณ์ของการเผชิญหน้ากันอย่างสุดขีด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านรัฐบาลรัสเซีย แถลงคัดค้านอย่างแข็งขันต่อท่าทีของยุโรปเมื่อวันจันทร์ โดยดมิตรี เปสคอฟ โฆษกของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ระบุว่า &amp;quot;ความพยายามทำให้การชิงอำนาจเป็นเรื่องชอบด้วยกฎหมาย&amp;quot; ถือเป็น &amp;quot;การแทรกแซงกิจการภายในของเวเนซุเอลา&amp;quot; และการแทรกแซงแบบนี้ไม่อาจช่วยแก้ไขวิกฤติที่ชาวเวเนซุเอลากำลังทนทุกข์อยู่ ได้อย่างสันติ, มีประสิทธิภาพและยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เปสคอฟย้ำจุดยืนของรัฐบาลรัสเซียอีกครั้งว่า มีเพียงประชาชนชาวเวเนซุเอลาเท่านั้นที่สามารถแก้ไขวิกฤตของพวกเขาเอง แต่โฆษกผู้นี้ปฏิเสธจะเปิดเผยว่า รัสเซียมีเงื่อนไขใดในการยอมรับว่าไกวโดเป็นประธานาธิบดีเฉพาะกาลของเวเนซุเอลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไกวโดประกาศตั้งตนเป็นประธานาธิบดีรักษาการของเวเนซุเอลาเมื่อวันที่ 23 มกราคม อ้างว่ามาดูโรไม่มีความชอบธรรมตามกฎหมายเพราะมาจากการเลือกตั้งที่ไม่น่าเชื่อถือ จากนั้นรัฐบาลสหรัฐ, แคนาดา, ออสเตรเลีย และหลายชาติลาตินอเมริกา ได้ประกาศรับรองประธานสภาหนุ่มรายนี้ ที่ต้องการจัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกาลทำการถ่ายโอนอำนาจแล้วจัดการเลือกตั้งใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ เปโดร ซันเชซ ของสเปน แถลงอย่างเป็นทางการที่กรุงมาดริด ว่ารัฐบาลของเขาให้การยอมรับฮวน ไกว เป็นประธานาธิบดีเฉพาะกาลของเวเนซุเอลา / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันจันทร์ รัฐบาลสเปน, อังกฤษ, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, ออสเตรีย, สวีเดน และเดนมาร์ก ประกาศให้การรับรองไกวโดเป็นประธานาธิบดีเฉพาะกาลแล้ว นอกจากนี้ยังมีโปรตุเกส, ลัตเวีย, ลิทัวเนีย, ฟินแลนด์ และเนเธอร์แลนด์ ที่ยอมรับเขาเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ เปโดร ซันเซซ ของสเปนเรียกร้องภายหลังรัฐบาลของเขารับรองไกวโด ว่าสเปนต้องการเห็นการประกาศเลือกตั้งใหม่โดยเร็วที่สุด และต้องเป็นการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นประชาธิปไตย เขายังเสนอตัวเป็นหัวขบวนในการผลักดันแผนบรรเทาทุกข์เวเนซุเอลาภายในสหภาพยุโรปและสหประชาชาติด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจเรมี ฮันต์ รัฐมนตรีต่างประเทศของอังกฤษ สำทับเช่นกันว่า เขาหวังว่าท่าทีของยุโรปครั้งนี้จะช่วยให้เข้าใกล้การยุติวิกฤติด้านมนุษยธรรมในเวเนซุเอลาได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28338</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาติยุโรป, นิโกลัส มาดูโร, ประธานาธิบดีเฉพาะกาล, สเปน, ฮวน ไกวโด, เวเนซุเอลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190204/image_big_5c584feef0598.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
