<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>75332</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สิงคโปร์: หลังโควิด-19 เราจะไม่กลับไปเส้นทางเดิมแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ถ้าเราเชื่อว่าหลังโควิด-19 จะไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกต่อไป นั่นก็แปลว่าเราจะต้องคิดว่าสังคม &amp;nbsp;เศรษฐกิจ และแม้การเมืองไทยก็ต้องผ่านการปรับเปลี่ยนอย่างเป็นรูปธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหาใหญ่ของเราคือ ใครในรัฐบาลของเราคิดและทำอะไรเพื่อให้เรามี &amp;quot;สูตรหลังโควิด&amp;quot; อย่างเป็นรูปธรรมบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำตอบคือ เรายังไม่เห็นอะไรที่พอจะให้ความหวังเราในด้านนี้แต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันก่อนผมอ่านเจอคำปราศรัยของรัฐมนตรีการค้าและอุตสาหกรรมของสิงคโปร์ ที่ออกมาประกาศต่อประชาชนความว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิงคโปร์จะไม่กลับไปสู่โลกก่อนโควิด แต่ต้องวางเส้นทางเดินใหม่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชาน ชุน ซิง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมสิงคโปร์ บอกว่าประเทศของเขาจะต้องวาง &amp;quot;เส้นทางเดินใหม่ด้วยการสร้างเศรษฐกิจใหม่&amp;quot; เสียตั้งแต่ตอนนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยไม่รอให้โควิดจบลงด้วยซ้ำไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะไม่มีใครรู้ว่าโควิดจะมีวันหายไปหมดหรือไม่ และหากมันยังอยู่กับเราไปอีกสองสามปีข้างหน้า หากไม่เริ่มวางแผนตั้งแต่ตอนนี้ ทุกอย่างอาจสายเกินไปก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีชานบอกว่า ภาวะเศรษฐกิจซึ่งหดตัว 6.7% ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ และคาดว่าทั้งปีจะติดลบ 5-7%&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ความจริงที่เจ็บปวดก็คือ ประเทศจะไม่กลับไปเหมือนเดิมก่อนการระบาดของไวรัสโควิด-19 อีก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกว่าการที่ยังมีผู้ติดเชื้อระลอกใหม่ แปลว่าการฟื้นตัวต้องใช้เวลา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำคัญคือการฟื้นตัวจะไม่เท่ากันในทุกภาค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องยอมรับความจริงว่าบางภาคจะฟื้นตัวไปได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่ภาคอื่นๆ อาจจะต้องเปลี่ยนแปลงอย่างถาวร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นหมายความว่าธุรกิจบางอย่างอาจล้มหายตายจากไปเลยก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีคนนี้บอกว่า วิกฤตินี้ไม่เหมือนวิกฤติการเงินเอเชียในปี 1998 หรือวิกฤติเศรษฐกิจโลกปี 2009 เพราะสองวิกฤตินั้นสถานการณ์ฟื้นคืนได้พอสมควรใน 2-3 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ครั้งนี้ทุกอย่างชี้ไปที่ความไม่แน่นอนและปัญหาหนักหนาที่จะลากยาวออกไปโดยยังมองไม่เห็นปลายทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากมัวแต่คอยหรือรอความพร้อม สถานการณ์ก็อาจจะแย่กว่าที่เป็นอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีชานยืนยันว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิงคโปร์ต้องเริ่มสร้างเศรษฐกิจใหม่เสียตั้งแต่ตอนนี้ และสร้างโอกาสการทำงานที่ดีขึ้นและมากกว่าเดิมให้คนของเรา เราจะคอยให้โควิดหมดไม่ได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แนวทางวิเคราะห์ของสิงคโปร์บอกว่า &amp;quot;โลกได้เปลี่ยนไปแล้วอย่างถาวร&amp;quot; อย่างน้อย 4 ด้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สี่ด้านนี้มีผลกระทบต่อแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน สำหรับสิงคโปร์เขามองว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านแรก สภาพแวดล้อมทางภูมิรัฐศาสตร์ได้เปลี่ยนไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิงคโปร์เจริญรุ่งเรืองในช่วง 50 ปีที่ผ่านมาเพราะปัจจัยนั้น วันนี้ข้อได้เปรียบนั้นกำลังจะหายไปต่อหน้าต่อตา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การฟาดฟันระหว่างประเทศมหาอำนาจกำลังมีผลกระทบไม่เพียงแต่ด้านการเมืองเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ยังรวมถึงการค้า เทคโนโลยี และความมั่นคงอีกด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายกตัวอย่างว่าเมื่อชาวสิงคโปร์ทำธุรกิจในจีน ต้องสื่อสารกับคู่ค้าผ่าน WeChat และไม่สามารถใช้บริการ WhatsApp ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในสหรัฐฯ กลับตรงข้ามกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกหน่อยหากทั้งสองยักษ์แย่งชิงอิทธิพลกันในด้านนี้ โลกจะถูกแบ่งเป็นสองขั้ว ซึ่งรวมถึงด้าน &amp;nbsp;app ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศเล็กๆ ต้องหลีกเลี่ยงที่จะตกอยู่ในความขัดแย้งของมหาอำนาจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความเปลี่ยนแปลงสำคัญด้านที่สองคือ การที่บริษัทระดับโลกปรับเปลี่ยนการผลิตและห่วงโซ่การผลิต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายบริษัทกำลังทบทวนความจำเป็นของการมีสำนักงานภูมิภาค และสถานที่ตั้งโรงงาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายบริษัทได้ผละจากการผลิตที่เน้นประสิทธิภาพ ไปมุ่งเน้นการผลิตที่ส่งมอบสินค้าตามเวลาและปริมาณที่ต้องการ หรือ Just in time เพื่อให้มีความยืดหยุ่นสามารถปรับตัวได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือไม่ก็หันไปเน้นการจัดเก็บและกักตุนสินค้าเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า Just in case
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นคือยุทธศาสตร์การกระจายความเสี่ยง หลีกเลี่ยงการที่ไม่ต้องพึ่งพาแหล่งผลิตใดเพียงแห่งเดียว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บางรายหันไปใช้กลยุทธ์ &amp;quot;จีนบวก 1&amp;quot; และหนึ่งประเทศที่เพิ่มมานั้นอยู่ที่อาเซียนเป็นสำคัญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศไหนปรับตัวไม่ทันก็จะถูกข้ามหัวไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีสิงคโปร์คนนี้บอกว่าสิงคโปร์ต้องตอกย้ำข้อได้เปรียบที่สำคัญ เช่น การปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาและความแน่นอนชัดเจนด้านการบังคับใช้กฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกประเด็นหนึ่งคือการเปลี่ยนแปลงด้านการจัดเก็บภาษี เช่น การเก็บภาษีดิจิทัล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นอาจจะมีผลกดดันให้บริษัททำธุรกิจในประเทศตัวเองมากขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งก็จะมีผลกระทบต่อการตัดสินใจของบริษัทที่จะลงทุนในสิงคโปร์ได้เช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านที่สาม โควิดทำให้รูปแบบงานได้เปลี่ยนไป และการทำงานทางไกลหรือ Work from Home &amp;nbsp;หรือการทำงานจากบ้านอาจจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิถีชีวิตของคนทำงานคล่องตัวขึ้นผ่านระบบทางไกลหรือผ่านระบบอัตโนมัติและ AI&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านที่สี่ เมื่อเศรษฐกิจหดตัวลงจะเกิดปัญหาความแตกแยกในสังคม และช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนจะกว้างขึ้นไปอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งอาจมีช่องว่างเพิ่มขึ้นระหว่างคนต่างชาติกับคนในประเทศ หรือแม้แต่พลเมืองกับผู้ที่อยู่อาศัยถาวรในสังคมก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรุ่งนี้: &amp;quot;เศรษฐกิจใหม่&amp;quot; หลังโควิดจะเป็นอย่างไร?&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75332</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, ชาน ชุน ซิง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
