<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43645</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2019 19:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2019 19:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมี่กวาง รูปปั้นจาม และชายหาดหมีเค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; หากพูดถึงอาหารเวียดนาม เราคงได้ยิน &amp;ldquo;เฝอ&amp;rdquo; บ่อยที่สุด แหนมเนือง หรือ &amp;ldquo;แนมหลุ่ย&amp;rdquo; อาจจะตามมาเป็นอันดับสอง เที่ยงวันนี้ผมได้รับกระดาษ 2 แผ่นจากน้องรีเซฟชั่นของที่พัก ในนั้นเป็นตารางเขียนชื่ออาหารไว้เป็นช่องแรก ตามด้วยชื่อร้านแนะนำ ที่อยู่ เวลาเปิด-ปิดของร้าน และราคาโดยเฉลี่ย ถือเป็นไอเดียที่ดีมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
ชาดหาดหมีเค เมืองดานัง หลายคนจัดให้เป็นหาดที่สวยสุดในเวียดนาม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมไม่ได้เอาชื่ออาหารมาเป็นตัวตั้ง ถามเธอว่าร้านที่แนะนำเหล่านี้ร้านไหนอยู่ใกล้ๆ และขอข้ามเฝอไปก่อน เพราะเพิ่งกินมาเมื่อวาน เธอชี้ลงไปที่ร้านชื่อ Ba Mua อาหารของร้านที่ขึ้นชื่อคือ Mi Quang (หมี่กวาง) ห่างไปจากที่พักไม่ถึงครึ่งกิโลเมตร ในซอยที่ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ตั้งของร้านอาหารและอาคารต่างๆ ในเมืองใหญ่ๆ ของเวียดนามหาไม่ยาก แค่เดินให้ถูกถนน บ้านเลขที่จะเขียนเรียงกันไป มองหาได้ง่ายๆ ร้าน Ba Mua หรือแปลได้ว่า &amp;ldquo;ร้านเจ๊มัว&amp;rdquo; ในดานังมีอยู่ 4 สาขาด้วยกัน ป้ายชื่อร้านค่อนข้างเด่น ในร้านมีโต๊ะหลายตัว พนักงานรุ่นเยาว์หลายคน แต่ลูกค้าไม่เยอะ คงนิยมมากินมื้อเย็นกันมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมสั่งหมี่กวางตามคำแนะนำ ในเมนูเขียน Mi Quang แล้ววงเล็บไว้ว่า Quang Noodle เป็นอาหารประจำจังหวัดกว๋างนาม (จังหวัดที่อยู่ติดกับเมืองดานังทางทิศใต้) มีรูปภาพประกอบด้วย แต่ดูไม่ค่อยออกว่าประกอบไปด้วยอะไรบ้าง วัยรุ่นสาวถือถาดไม้ไผ่สานมาวางลงบนโต๊ะ มีเส้นก๋วยเตี๋ยวทำจากข้าวเจ้าสีขาวเหลี่ยมๆ แบนๆ โรยมาด้วยถั่วลิสงคั่วบดหยาบ มีผักแปลกๆ ยอดอ่อนใบเล็กอยู่อีกครึ่งหนึ่งของถาด หม้อดินใส่ซุปเข้มข้นด้วยเครื่องเทศ โดยเฉพาะขมิ้นแยกมาต่างหาก ในหม้อมีไข่ต้ม หมู ไก่ กุ้ง และกบรวมกันอยู่ นอกจากนี้ก็มีชามเปล่า 1 ใบ ผมนึกว่าเอาไว้ใส่เศษอาหาร เด็กในร้านคนหนึ่งเห็นผมเก้ๆ กังๆ ก็เลยมาชี้ว่าให้นำผัก เส้น ใส่ในชามแล้วค่อยตักเครื่องและซุปราดลงไปกินกับตะเกียบและช้อนตามถนัด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
ทวารบาลและรูปปั้นอื่นๆ ในพิพิธภัณฑ์ประติมากรรมชนชาติจาม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โต๊ะข้างๆ ผมสั่งแบบเดียวกัน ได้ข้าวเกรียบแผ่นใหญ่กลมๆ บางๆ มาด้วย แต่ของผมไม่มี ไม่ได้ทักท้วงอะไรก้มหน้าก้มตากินจนหมด เส้นออกหนึบๆ ซุปเข้มข้น เครื่องอร่อยดี กบอย่างเดียวที่กินยาก ล้างคาวด้วยน้ำมะนาวใส่น้ำแข็งที่เสิร์ฟมาเป็นเหยือก อิ่มท้องไปได้อีกหลายชั่วโมง ราคาหมี่กวาง 65,000 ดอง น้ำมะนาว 20,000 ดอง รวมแล้วประมาณ 115 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนเดินออกจากร้านพนักงานหนุ่มยืนอุ้มหมาน้อยอยู่ด้านหน้า ผมนึกถึงความเชื่อมโยงระหว่างหมากับชาวเวียดนามได้เลยขอถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก แม้ว่าปัจจุบันคนเวียดนามจะนำหมาไปขึ้นโต๊ะน้อยลง แต่ตัวเลขก็ยังน่าตกใจ คือประมาณปีละ 5 ล้านตัว เป็นรองเพียงแค่จีนที่บริโภคเพื่อนยากของมนุษย์ไปปีละราว 20 ล้านตัว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
ทับหลังชื่อกำเนิดพระพรหม สร้างจากหินทราย คริสต์ศตวรรษที่ 7&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การมาเยือนเวียดนามครั้งที่ 2 เมื่อประมาณ 5 ปีก่อนที่กรุงฮานอยเป็นเวลาสี่-ห้าวัน ผมเคยนับจำนวนหมาที่เห็นตามทางเดิน นับได้ทั้งทริปนั้นแค่ 9 ตัว และทุกตัวดูน่ารักสะอาดสะอ้าน ล้วนถูกเจ้าของจูงเดินชมวิวไปด้วยกัน ไม่มีหมาจรจัดอยู่เลย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทัศนคติเกี่ยวกับการบริโภคเนื้อหมาของชาวเวียดผมคิดว่าอาจจะเปลี่ยนไปบ้างแล้ว เพราะเพียงแค่วันเดียวในการมาเยือนครั้งนี้ผมก็นับหมาได้สิบกว่าตัวจนต้องเลิกนับไป และได้ข่าวมาว่าเมื่อไม่นานนี้มีคาเฟ่หมาให้บริการในดานังแล้ว เสียดายที่หาไม่เจอ กะว่าจะถ่ายภาพและเข้าไปสอบถามความเป็นไปของคนกับหมาในเวียดนามเสียหน่อย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นึกถึงเรื่องการกินหมาของชาวเวียดนามแล้วต้องรีบลบภาพออกไปจากหัว เพราะเพิ่งกินมื้อเที่ยงมาหมาดๆ กลัวจะต้องอาเจียนคืนร้าน เดินออกมาได้ไม่ไกลนักมีร้านกาแฟน่ารักตกแต่งด้วยโทนสีเหลืองจึงเดินเข้าไปสั่ง &amp;ldquo;กาแฟร้อนเวียดนาม&amp;rdquo; แล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะหน้าประตูร้าน น้องผู้หญิงเสิร์ฟเอสเปรซโซ่มาให้ ผมนึกว่าจะได้กาแฟฟิน (Phin Coffee) หรือกาแฟดริปที่ใช้ถ้วยกรองแบบเวียดนาม จำเป็นต้องยกยอดกาแฟแบบฉบับชาวเวียดไปดื่มมื้ออื่น ดื่มเอสเปรซโซ่หอมเข้มหมดถ้วยผมก็ลุกไปจ่ายเงิน ค่ากาแฟแค่ 12,000 ดอง หรือ 16 บาทเท่านั้น หากใครนิยมดื่มของขมทั้งกาแฟและเบียร์ขอเชิญที่เวียดนามนะครับ เบียร์จากร้านสะดวกซื้อก็ราคาประมาณนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
พระพุทธรูปและรูปปั้นที่เกี่ยวข้องในพุทธศาสนาแบบมหายานในอาณาจักรจามปา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากร้านกาแฟผมเดินประมาณ 1 กิโลเมตร ไปยังพิพิธภัณฑ์ประติมากรรมชนชาติจาม (Museum of Cham Sculpture) ตั้งอยู่ใกล้ๆ ตีนสะพานมังกรทอง (ฝั่งหางมังกร) เสียค่าเข้าชม 60,000 ดอง แล้วเดินเข้าไปภายในตัวอาคาร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พิพิธภัณฑ์แห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1915 ในยุคที่เวียดนามยังเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์แรกๆ ที่สร้างขึ้นโดยผู้ปกครองแดนน้ำหอม อย่างไรก็ตาม ประติมากรรมหลายชิ้นได้มีการเก็บรวบรวมจากพื้นที่จังหวัดกว๋างนามและตูราน (ปัจจุบันคือดานัง) ไว้ตั้งแต่ 20 ปีก่อนหน้านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
พระศิวะ ประติมากรรมหินทราย สร้างในคริสต์ศตวรรษที่ 15&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประติมากรรมของชนชาติจามถูกขุดค้นพบโดยนักโบราณคดีชาวฝรั่งเศส เมื่อขุดขึ้นมาแล้วบางชิ้นก็ถูกส่งไปยังพิพิธภัณฑ์ในกรุงปารีส จำนวนหนึ่งนำไปจัดแสดงที่กรุงฮานอยและไซง่อน อย่างไรก็ตาม ของสะสมชิ้นล้ำค่าส่วนใหญ่ยังถูกเก็บไว้ที่นี่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รูปแบบสถาปัตยกรรมของอาคารพิพิธภัณฑ์นั้นเป็นการผสมผสานระหว่างเฟรนช์โคโลเนียลยุคต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 วัดแบบพราหมณ์ฮินดูของชนชาติจาม และสิ่งก่อสร้างแบบเวียดนามตอนกลาง แม้ว่าจะมีการขยายอาคารออกเป็น 2 เท่าในปัจจุบัน แต่ก็ยังคงรูปแบบสถาปัตยกรรมดั้งเดิมอันเป็นเอกลักษณ์เอาไว้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การบูรณะอาคารครั้งใหญ่ได้เริ่มเมื่อปี ค.ศ.2005 โดยความช่วยเหลือจากคณะผู้เชี่ยวชาญชาวฝรั่งเศส และในปี ค.ศ.2016 ทางการเมืองดานังได้เป็นผู้สนับสนุนงบประมาณในการดูแลจัดการพิพิธภัณฑ์และดำเนินการจัดแสดงเป็นหมวดหมู่เสียใหม่ ผู้มาเยือนจะได้ชมสิ่งแสดงมากกว่า 400 ชิ้น บางชิ้นได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกของชาติ และส่วนมากเป็นงามประติมากรรมระดับสูงค่าของชนชาติจามระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 5 ถึง 15&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
หาดหมีเคทางด้านเหนือ มองเห็นรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมความสูง 67 เมตรจากแหลมซนจา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชิ้นงานประติมากรรมส่วนมากทำจากหินทราย รองลงมาเป็นดินเหนียว และโลหะต่างๆ อาทิ องค์เทพและเทพีในศาสนาฮินดู โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับไศวนิกาย สัตว์ในตำนาน สัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์อย่างศิวลึงค์และโยนี ชิ้นส่วนตกแต่งตามวัดและวิหาร มีส่วนที่เกี่ยวกับศาสนาพุทธอยู่ด้วย แต่ไม่มาก นอกจากนี้ยังมีจารึกต่างๆ ภาชนะเครื่องปั้นดินเผา สิ่งของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันและที่สื่อถึงกิจกรรมรื่นเริง อาคารพิพิธภัณฑ์มี 2 หลังเชื่อมกัน หากใช้เวลาในนี้ราวๆ ครึ่งวันก็คงดูได้ครบถ้วน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อาณาจักรจามปาของชนชาติจามนั้นเคยมีอยู่ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 2 จนถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 ตั้งอยู่ระหว่างเว้ในปัจจุบัน (เหนือขึ้นไปคืออาณาจักรได๋เวียด) ลงไปจนถึงตอนใต้ หรือเรียกได้ว่าเป็นครึ่งล่างของเวียดนามในปัจจุบัน เคยรุ่งเรืองสุดขีดในคริสต์ศตวรรษที่ 9-10 ก่อนจะค่อยๆ เสื่อมอิทธิพลลง โดยเฉพาะจากการพ่ายแพ้ให้กับได๋เวียดที่อยู่ทางด้านครึ่งบนในปี ค.ศ.1471 ชาวจามไม่น้อยหนีเข้าไปในเขมร อาณาจักรจามในเวียดนามถูกบีบให้อยู่ในพื้นที่เล็กๆ ใกล้นาตรัง กระทั่งถูกจักรพรรดิมินห์มังยึดดินแดนทั้งหมดได้สำเร็จในปี ค.ศ.1832&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อาณาจักรจามได้รับอิทธิพลของศาสนาพราหมณ์ฮินดูมาจากอาณาจักรฟูนานที่อยู่ติดกันทางฝั่งตะวันตกตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 4 ทำให้ในเวลาต่อมาจามมีศิลปะและวัฒนธรรมแบบฮินดูอย่างสมบูรณ์แบบ มี &amp;ldquo;หมี่เซิน&amp;rdquo; เป็นศูนย์กลางทางศาสนา ฮอยอันเป็นเมืองท่า สำหรับศาสนาพุทธมหายานจากทางเหนือนั้นได้เข้ามาในคริสต์ศตวรรษที่ 10 โดยกษัตริย์แห่งกรุงอินทราปุระได้แสดงพระองค์เป็นพุทธมามกะ ทว่าที่มาแรงแซงโค้งก็คือศาสนาอิสลาม ผู้คนเริ่มหันไปนับถือในหลังคริสต์ศตวรรษที่ 10 ก่อนที่ทางราชสำนักจะหันไปนับถือด้วยในคริสต์ศตวรรษที่ 17 อย่างไรก็ตาม ยังคงมีชาวจามที่ยึดมั่นในวิถีแห่งฮินดูอยู่อีกไม่น้อยในปัจจุบัน (จามในเวียดนามนับถือฮินดู ส่วนจามในกัมพูชานับถืออิสลาม) ถือเป็นกลุ่มคนผู้นับถือฮินดูนอกชมพูทวีปเพียง 1 ใน 2 กลุ่มที่มีอยู่ในโลกขณะนี้ อีกกลุ่มคือชาวบาหลีในประเทศอินโดนีเซีย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
เรือกระด้ง สัญลักษณ์สำคัญบนชายหาดหมีเค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ออกจากพิพิธภัณฑ์ประติมากรรมชนชาติจามแล้วผมก็ส่งข้อความหา &amp;ldquo;เซิน&amp;rdquo; โชเฟอร์แท็กซี่อัธยาศัยดีเพื่อจะให้เขารับไปส่งที่ชายหาดหมีเค (My Khe) ที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 3 กิโลเมตร เขาตอบกลับมาว่ากำลังไปส่งลูกค้าที่ฮอยอัน ให้ผมเรียกแกร็บแท็กซี่จากแอปฯ ได้เลย ราคาขึ้นมาแค่ 37,000 ดองเท่านั้น หรือประมาณ 50 บาท แท็กซี่มารับหน้าพิพิธภัณฑ์แล้วขับขึ้นสะพานมังกรทองข้ามแม่น้ำฮานไปยังฝั่งเมืองใหม่ แล้ววิ่งต่อไปอีกไม่ไกลก็ถึงชายหาด ผมจ่ายให้โชเฟอร์ไป 40,000 ดอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หาดหมีเคสีขาวดูสะอาด ทรายเนื้อเนียน มีความยาวเริ่มต้นจากแหลมซนจาทางด้านทิศเหนือไปจนถึงหาดน็อนเนื้อก ใกล้ๆ เขตภูเขาหินอ่อนทางด้านทิศใต้ประมาณ 10 กิโลเมตร บริเวณชายหาดมีความกว้างโดยเฉลี่ยตลอดแนวถึง 60 เมตร เล่นกีฬาได้หลากหลายชนิด โดยเฉพาะฟุตบอลชายหาด เพราะนอกจากกว้างแล้วพื้นก็เอียงลาดไม่มาก แถมลมไม่ค่อยแรง ทั้งปีแทบไม่มีคลื่นสูง น้ำก็ใสและอุ่นสบาย ในเวลาเช้าตรู่ก็น่ามานั่งดูพระอาทิตย์ขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้านหลังของชายหาดมีร้านอาหารจัดไว้ติดๆ กันหย่อมหนึ่ง ไม่ได้มีตลอดทั้งแนว ส่วนบรรดาโรงแรมนั้นตั้งอยู่แนวหลังของถนนเหนือหาดอีกทีหนึ่ง พื้นที่บริเวณหาดจึงมีไว้ให้ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวได้สนุกสนานหย่อนใจอย่างแท้จริง บางช่วงมีแถวของต้นมะพร้าวล้ำเข้าไปในหาดยี่สิบ-สามสิบเมตร นอกจากนี้ก็ยังมีเรือกระด้งอยู่บนชายหาดเหมือนเป็นภาพที่อยู่คู่กัน เรือกระด้งนี้เป็นเรือทรงกลม เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 เมตร ทำจากไม้ไผ่สานแล้วยาด้วยมูลวัว เป็นเรือประมงท้องถิ่นที่ใช้แจวออกไปหาปลามากินมาขายหลายชั่วอายุคน สาเหตุที่ใช้เรือทรงนี้พวกเขาอธิบายว่า แม้คลื่นสูงก็ไม่จมไม่คว่ำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมไปถึงชายหาดประมาณ 4 โมงเย็น อากาศยังร้อนอยู่มากดังที่ได้กล่าวไปในฉบับก่อนว่าอากาศของดานังในปีนี้ร้อนกว่ากรุงเทพฯ อุณหภูมิในโทรศัพท์มือถือขึ้นมาประมาณ 37-38 องศา แต่ความรู้สึกจริง หรือ Real Feel นั้นระบุไว้ที่ 43 และ 44 องศา ร้านอาหารริมทะเลจึงร้างผู้คน ที่ลงเล่นน้ำก็มีอยู่บ้าง กระจุกเป็นช่วงๆ เนื่องจากว่าชายหาดยาวและกว้างมาก จึงดูเป็นหาดที่คล้ายคนโหรงเหรงไปโดยปริยาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
หลังถนนริมหาดหมีเค บางโรงแรมกำลังก่อสร้างอยู่อย่างคึกคัก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อากาศที่ร้อนเช่นนี้น้ำมะพร้าวแช่เย็นทั้งลูกขายดีมาก ผมซื้อมาลูกหนึ่ง ราคา 30,000 ดอง กะว่าจะไปนั่งดื่มชมว่าวคน กีฬาที่ใช้เรือเร็วขนาดเล็กลากให้คนลอยอยู่บนฟ้าพร้อมร่มชูชีพ เรียกว่า Parakiting หรือ Parasailing วัยรุ่นชายคนหนึ่งเดินมาแจ้งราคา 40,000 ดอง สำหรับค่าเก้าอี้ผ้าใบ จึงเปลี่ยนใจเดินดูดน้ำมะพร้าวแทน เพราะตอนแรกกะจะนั่งแค่ครู่เดียวเท่านั้น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมเดินไปไม่สุดหาดทางด้านทิศเหนือ เพราะเริ่มปวดฝ่าเท้า ได้แต่มองไปบนแหลมซนจาที่มีรูปปั้นหินอ่อนเจ้าแม่กวนอิมความสูง 67 เมตรตั้งอยู่ รูปปั้นนี้สร้างเสร็จเมื่อปี ค.ศ.2010 นี้เอง ดานังถึงจะมีประวัติศาสตร์สำคัญเก่าแก่ แต่ภายหลังสงครามเวียดนามจบลงเพิ่งได้ขมีขมันสร้างเมืองใหม่ขึ้นมาราวๆ 20 ปีเท่านั้น อาคารโรงแรมสูงบางเจ้าตามแนวถนนริมหาดก็ยังสร้างไม่เสร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจุบันดานังถือเป็นเมืองที่มีสัดส่วนความเป็นเมืองมากกว่าชนบทสูงกว่าเมืองใดๆ ในเวียดนาม เป็น 1 ใน 5 เขตการปกครองส่วนท้องถิ่นพิเศษ หรือเมืองชั้น 1 ร่วมกับฮานอย โฮจิมินห์ ไฮฟอง และกันเทอ ขึ้นตรงต่อรัฐบาลกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้จะโตมาก โตเร็ว แต่ก็ยังจะโตได้อีกมาก.

&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43645</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชายหาดหมีเค, ท่องเที่ยวเวียดนาม, รูปปั้นจาม, วิฑูรย์ ทิพย์กองลาศ, หมี่กวาง, เบื้องหน้าที่ปรากฏ, เฝอ, แนมหลุ่ย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a376835176cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
