<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>70327</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2020 14:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2020 14:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนสงขลาสะเทือนใจ! สาวโรคจิตใช้เครื่องสำอางละเลงหน้า &#039;นางเงือก&#039; สัญลักษณ์แหลมสมิหลา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ค.63 - ที่จ .สงขลา ได้เกิดเหตุคนมือบอนนำเครื่องสำอางไปแต่งหน้าทาปากรูปปั้นนางเงือกทอง ซึ่งตั้งอยู่บนโขดหินชายหาดแหลมสมิหลา ในอ.เมือง จ.สงขลา ซึ่งเป็นสัญลักษณ์การท่องเที่ยวสงขลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีคนใช้เครื่องสำอางแต่งหน้านางเงือกทองเหมือนกับการแต่งหน้าของผู้หญิงหรือเจ้าสาว ทั้งเขียนคิ้วสีน้ำตาล ทาสีฟ้าที่เปลือกตา ใช้อายไลเนอร์สีดำกรีดที่ขอบตา ปัดแก้มสีชมพู และทาปากสีแดง&amp;nbsp;ซึ่งการแต่งหน้านางเงือกทองทำให้หลายคนมองว่าไม่เหมาะสมและไม่สบายใจและสะเทือนความรู้สึกของชาวสงขลา เพราะนางเงือกทองเป็นสัญลักษณ์ที่อยู่คู่กับชายหาดแหลมสมิหลามานาน 54 ปีและเป็นสัญลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวสงขลา ซึ่งทุกคนที่มาเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติก็จะต้องถ่ายรูปคู่กับนางเงือกทองเป็นที่ระลึก และหลายคนก็โตมาพร้อมๆกับนางเงือกทอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การทำแบบนี้จึงทำให้สะเทือนความรู้สึกของชาวจ.สงขลา โดยหลังเกิดเหตุในช่วงสายของวันนี้ทางเจ้าหน้าที่เทศบาลนครสงขลาและตำรวจได้เข้าไปตรวจสอบพร้อมกับลบเครื่องสำอางออกและทำความสะอาดรูปปั้นนางเงือกให้กลับมาเหมือนเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามชาวบ้านที่มาออกกำลังกายอยู่บริเวณชายหาดบอกว่าคนที่มาแต่งหน้านางเงือกทอง เป็นผู้หญิงที่มีปัญหาทางจิตคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าหญิงอยู่ในวัง ซึ่งมักจะมานั่งอยู่แถวๆรูปปั้นนางเงือก&amp;nbsp;และได้ลงมือแต่งหน้านางเงือกทองตามความรู้สึกของตัวเอง โดยหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะหาทางป้องกันเพื่อไม่ให้มาแต่งหน้านางเงือกอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรูปปั้นนางเงือกทอง สัญลักษณ์ชายหาดแหลมสมิหลาสร้างขึ้นเมื่อพ.ศ.2509 มีอายุ 54 ปี และเคยโดนคนร้ายลอบวางระเบิดจนหางขาดมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อคืนวันที่ 26 ธันวาคม 2561 และมีการซ่อมแซมจนกลับมาเหมือนเดิม
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70327</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดสงขลา, ชายหาดแหลมสมิหลา, รูปปั้นนางเงือกทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200702/image_big_5efd84b50817e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60081</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2020 19:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2020 19:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชายหาดสมิหลาเงียบเหงา หลังมาเลเซียปิดประเทศกระทบแม่ค้าขาดรายได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มี.ค.63 - ที่บริเวณแหลมสมิหลาสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา บรรยากาศตลอดทั้งวันเป็นไปอย่างเงียบเหงา ไม่มีนักท่องเที่ยวจากมาเลเซียเดินทางเข้ามาเลย&amp;nbsp;เนื่องจากประเทศมาเลเซียประกาศปิดประเทศปิดด่านทุกด่านของประเทศมาเลเซีย เริ่มวันที่ 18-31&amp;nbsp;มีนาคม 2563 ทำให้ชาวไทยที่ทำงานในประเทศมาเลเซียและชาวต่างชาติต้องเดินทางออกจากประเทศมาเลเซีย ส่งผลให้นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียทยอยเดินทางกลับเข้าประเทศกันตั้งแต่เช้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คาดว่าวันนี้ทั้งวันจะมีชาวไทยที่ทำงานในมาเลเซียเดินทางออกเป็นจำนวนมากเช่นเดียวกัน มาตรการของมาเลเซียดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงกับพ่อค้าแม่ค้าที่แหลมสมิหลาสงขลาเป็นเงินก้อนโต โดยเฉพาะร้านขายเสื้อกว่า 30 ร้าน บางร้านก็ต้องปิดตัวเองไปก่อน เนื่องจากไม่มีลูกค้า รวมทั้งร้านรถเข็นขายอาหารและเครื่องดื่มฝั่งตรงข้ามร้านขายเสื้อผ้าที่ปกติจะมีลูกค้าชาวมาเลเซียมาอุดหนุนตลอดเวลา สร้างรายได้อย่างงามให้กับกลุ่มแม่ค้าเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางซารีนา ดารารุจา วัย 63 ปี แม่ค้ารถเข็นขายอาหารว่างและเครื่องดื่มมากว่า 30 ปี กล่าวว่า ในเมื่อชาวมาเลเซียไม่เข้ามา เนื่องจากมาเลเซียเขาปิดประเทศ&amp;nbsp;ส่งผลผลกระทบต่อรายได้หดหายไปเยอะ ถ้ามีชาวต่างชาติเข้ามาเราก็ดีใจด้วย อันนี้เมื่อเราขาดพวกเขาไปมันทำให้เราได้รับผลกระทบมาก มันขาดรายได้ไปเยอะ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60081</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดสงขลา, ชายหาดแหลมสมิหลา, เชื้อไวรัสโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200317/image_big_5e70c31ab0349.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60080</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2020 19:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชายหาดสมิหลาเงียบเหงา หลังมาเลเซียปิดประเทศกระทบแม่ค้าขาดรายได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มี.ค.63 - ที่บริเวณแหลมสมิหลาสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา บรรยากาศตลอดทั้งวันเป็นไปอย่างเงียบเหงา ไม่มีนักท่องเที่ยวจากมาเลเซียเดินทางเข้ามาเลย&amp;nbsp;เนื่องจากประเทศมาเลเซียประกาศปิดประเทศปิดด่านทุกด่านของประเทศมาเลเซีย เริ่มวันที่ 18-31&amp;nbsp;มีนาคม 2563 ทำให้ชาวไทยที่ทำงานในประเทศมาเลเซียและชาวต่างชาติต้องเดินทางออกจากประเทศมาเลเซีย ส่งผลให้นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียทยอยเดินทางกลับเข้าประเทศกันตั้งแต่เช้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คาดว่าวันนี้ทั้งวันจะมีชาวไทยที่ทำงานในมาเลเซียเดินทางออกเป็นจำนวนมากเช่นเดียวกัน มาตรการของมาเลเซียดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงกับพ่อค้าแม่ค้าที่แหลมสมิหลาสงขลาเป็นเงินก้อนโต โดยเฉพาะร้านขายเสื้อกว่า 30 ร้าน บางร้านก็ต้องปิดตัวเองไปก่อน เนื่องจากไม่มีลูกค้า รวมทั้งร้านรถเข็นขายอาหารและเครื่องดื่มฝั่งตรงข้ามร้านขายเสื้อผ้าที่ปกติจะมีลูกค้าชาวมาเลเซียมาอุดหนุนตลอดเวลา สร้างรายได้อย่างงามให้กับกลุ่มแม่ค้าเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางซารีนา ดารารุจา วัย 63 ปี แม่ค้ารถเข็นขายอาหารว่างและเครื่องดื่มมากว่า 30 ปี กล่าวว่า ในเมื่อชาวมาเลเซียไม่เข้ามา เนื่องจากมาเลเซียเขาปิดประเทศ&amp;nbsp;ส่งผลผลกระทบต่อรายได้หดหายไปเยอะ ถ้ามีชาวต่างชาติเข้ามาเราก็ดีใจด้วย อันนี้เมื่อเราขาดพวกเขาไปมันทำให้เราได้รับผลกระทบมาก มันขาดรายได้ไปเยอะ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60080</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดสงขลา, ชายหาดแหลมสมิหลา, เชื้อไวรัสโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200317/image_big_5e70c31ab0349.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39533</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2019 16:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2019 16:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนใจดีรับเลี้ยงกระต่ายกว่า 30 ตัวถูกทิ้งในป่า วอนองค์กรสัตว์ช่วยแจ้งความหาตัวเจ้าของ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มิ.ย.62 -&amp;nbsp;ที่จังหวัดสงขลา ได้มีผู้พบเห็นกระต่ายถูกนำมาทิ้งไว้กว่า 30 ตัว ที่บริเวณป่าแหลมสนอ่อน ใกล้กับชายหาดแหลมสมิหลา ตรงข้ามสามแยกทางไปท่าแพขนานยนต์ เขตเทศบาลนครสงขลา โดยกระต่ายถูกใส่ไว้ในลังกระดาษและกระจายอยู่ในป่าสนอย่างน่าสงสาร แต่โชคดีที่มีคนไปพบและช่วยเหลือเอาไว้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ที่ไปพบกระต่ายเป็นคนแรกคือ น.ส.วชิรปราณี วิสารทพงศ์อายุ 22 ปี หรือ น้องไหม นักศึกษามหาวิทยาลัยทักษิณ โดยเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.ที่ผ่านมา ตนนี้ได้ขับรถไปเที่ยวกับเพื่อนที่บริเวณแหลมสนอ่อน และมีรถมิตซูบิชิปาเจโร่สีออกน้ำตาลเปลือกมังคุดขับเข้ามาในบริเวณป่าสนโดยมีชาย 2 คนและหญิง 1 คนลงจากรถและช่วยกันโยนกล่องกระดาษทิ้งออกจากรถอย่างรวดเร็ว และรีบขับรถออกไป โดยไม่ทันสังเกตหมายเลขทะเบียน เกิดความสงสัยจึงได้เข้าไปดูก็เห็นกระต่ายจำนวนมากกระจายอยู่ในป่าจึงได้โทรศัพท์ไปหาพี่สาวเพื่อช่วยกันจับและเผยแพร่เรื่องราวผ่านเฟซบุ๊ก จนกระทั่งมีทีมอาสากู้ชีพทางน้ำ (หางพญานาค) และชาวบ้านมาช่วยกันจับ ซึ่งนับคร่าวๆได้กว่า 30 ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.วชิรปราณี เปิดเผยว่า สภาพกระต่ายที่ไปพบส่วนใหญ่ไม่ค่อยแข็งแรง บางตัวขาหักและบางตัวก็ตายทันที ขณะนี้กระต่ายที่ช่วยเหลือมาได้ประมาณ 30 ตัวมีบ้านใหม่หมดแล้วเพราะมีคนใจดีรับไปช่วยเหลือด้วยความสงสาร บางส่วนตนเลี้ยงเอาไว้และจะพาไปหาหมอเพื่อตรวจดูอาการ และอยากจะฝากไปถึงผู้ที่นำกระต่ายมาทิ้งว่าถ้าดูแลไม่ได้ก็ควรให้คนอื่นนำไปเลี้ยงดูอย่านำมาทิ้งไว้แบบนี้เพราะน่าสงสารมาก ทั้งนี้หลังเกิดเหตุการณ์นี้ยังไม่มีหน่วยงานหรือองค์กรเกี่ยวกับสัตว์หน่วยใดที่เข้ามาติดตามเรื่องนี้และแจ้งความกับตำรวจเพื่อติดตามหาผู้ที่นำกระต่ายมาทิ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีผู้นำกระต่ายเหล่านี้ไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลสัตว์หมอกิตติ อำเภอเมืองสงขลา โดยสัตวแพทย์เกษศิรินทร์ บัวเพชร บอกว่าขณะนี้มีกระต่ายที่ยังอยู่ในความดูแลของสัตวแพทย์ 4 ตัวและทราบว่าจะทยอยนำมาตรวจสุขภาพอีก จากการตรวจอาการกระต่ายพบว่ายังอยู่ในอาการตกใจแต่ก็มีความคุ้นเคยกับคนมาก และไม่มีภาวะติดเชื้อสุขภาพแข็งแรงทุกตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสราวุธ ศรีอินทร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เลี้ยงกระต่ายถูกทอดทิ้ง บอกว่า กระต่ายเหล่านี้น่าสงสารมากเพราะในธรรมชาติจะเป็นสัตว์ที่ถูกล่า ยิ่งมีคนนำมาทิ้งไว้ในป่าแหลมสนอ่อน ซึ่งกู้ภัยบอกว่ามีทั้งงูและสัตว์ต่างๆ กระต่ายเหล่านี้อาจจะไม่รอด ที่สำคัญมันโชคดีมากที่มีคนไปพบก่อนและช่วยเหลือเอาไว้ได้เพราะหลังจากนั้นไม่นานก็มีฝนตกลงมาอย่างหนัก ไม่รู้ว่ากระต่ายจะอยู่อย่างไร เมื่อทราบข่าวก็รีบมาขอไปเลี้ยงดู
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39533</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดสงขลา, ชายหาดแหลมสมิหลา, ทิ้งกระต่ายในป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190626/image_big_5d133969ba381.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25203</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2018 10:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2018 10:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บึ้มชายหาดสมิหลา2จุด ฝีมือกลุ่มบีอาร์เอ็นหวังทำลายเศรษฐกิจท่องเที่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ธ.ค.61 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเหตุการณ์ลอบวางระเบิดบริเวณชายหาดแหลมสมิหลา แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลตั้งอยู่ในเขตเทศบาลนครสงขลา&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา โดยเกิดเหตุระเบิดขึ้น 2 จุดคือ&amp;nbsp;รูปปั้นนางเงือกทอง และรูปปั้นหนูกับแมว ซึ่งอยู่ห่างกันประมาณ 200 เมตร ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันตั้งแต่เวลา 22.00 น.ของคืนวันที่ 26 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยตรวจพบระเบิดรวมทั้งหมด&amp;nbsp;5 ลูกจากการตรวจสอบวัตถุระเบิดของเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดกองกำกับการปฏิบัติการปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรจ.สงขลา พบว่า เป็นระเบิดแสวงเครื่องโดยพบชุดควบคุมการจุดระเบิดเป็นนาฬิกาข้อมือยี่ห้อคาสิโอ 1ชุด ภาชนะบรรจุดินระเบิดหลัก เป็นกล่องเหล็กกว้าง 4 นิ้ว ยาว 5นิ้ว หนา 2 นิ้ว ชิ้นส่วนสายไฟ ปลั๊กไฟตัวผู้ แบตเตอรี่ ขนาด AA จำนวน 3 ก้อนฝากล่องพลาสติก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการประเมินสถานการณ์ของหน่วยข่าวด้านความมั่นคงคาดการณ์ว่าน่าจะเป็นฝีมือของกลุ่มบีอาร์เอ็น เนื่องจากก่อนหน้านี้พบความเคลื่อนไหวของแกนนำมีการเข้ามาประชุมที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.จะนะ จ.สงขลา และได้มีการแจ้งเตือนให้ทุกฝ่ายเตรียมพร้อมรับสถานการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเป้าหมายของการก่อเหตุคนร้ายน่าจะมีเป้าหมายต้องการทำลายด้านเศรษฐกิจการค้าการท่องเที่ยวของจ.สงขลาในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยเฉพาะการวางระเบิดรูปปั้นนางเงือกที่เป็นสัญลักษณ์ของการท่องเที่ยวจ.สงขลา ที่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยมาเลเซียและสิงคโปร์ เพราะจะนิยมไปถ่ายรูปเป็นที่ระลึกเมื่อมาเที่ยวที่จ.สงขลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้งเป็นการตอบโต้มาตรการปราบปรามสินค้าหนีภาษีบริเวณแนวชายแดนไทยมาเลเซียที่ได้ผลทำให้กลุ่มก่อความไม่สงบเสียผลประโยชน์ ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของขบวนการบีอาร์เอ็นที่มักจะก่อเหตุกับเมืองเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยพื้นที่เสี่ยงของจ.สงขลาสูงสุดโดยเฉพาะในอ.หาดใหญ่ ซึ่งจะมีการจัดงานเคาท์ดาวน์เพื่อเร่งสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนบรรยากาศในพื้นที่เกิดเหตุขณะนี้เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดยังคงสแกนพื้นที่บริเวณชายหาดแหลมสมิหลาทุกตารางนิ้วทั้งบริเวณจุดเกิดเหตุและพื้นที่โดยรอบเพราะอาจจะมีระเบิดหลงเหลืออยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25203</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มบีอาร์เอ็น, ก่อการร้าย, จังหวัดสงขลา, ชายหาดแหลมสมิหลา, ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด, ระเบิดหาดสมิหลา, รูปปั้นนางเงือกทอง, หน่วยข่าวด้านความมั่นคง, เขตเทศบาลนครสงขลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181227/image_big_5c244a4d07e0a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
