<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116026</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 12:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 12:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โยน’กต.’ประสานสธ.หลังเขมรร้องขอฉีดวัคซีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ย.2564 - นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมการบริหารจัดการวัคซีนสำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ ผ่านระบบวีดีโอ คอนเฟอเรนซ์ &amp;nbsp;โดยมีหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม &amp;nbsp;อาทิ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงการต่างประเทศ &amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวแจ้งว่า ในการประชุมดังกล่าวได้หารือถึงกรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดนฝั่งกัมพูชาร้องขอให้รัฐบาลไทยเร่งฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้กับชาวกัมพูชาที่ทำงานและตกค้างบริเวณชายแดนฝั่งไทย &amp;nbsp;แม้ทางการไทยได้จัดทำระบบลงทะเบียนการฉีดวัคซีนให้ชาวต่างชาติในไทย แต่ฝ่ายกัมพูชาเห็นว่าระบบดังกล่าวรองรับเฉพาะชาวต่างชาติที่มีถิ่นพำนักในราชอาณาจักรไทยเท่านั้น &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตัวแทนจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่าพร้อมช่วยดำเนินการ โดยไม่ให้กระทบต่อการฉีดวัคซีนให้กับคนไทย แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานส่วนกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ก่อน &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมได้มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศประสานหารือกับหน่วยที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายไทยและกัมพูชา ก่อนนำเรื่องเสนอเข้าหารือในที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ในวันที่ 10 ก.ย.นี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116026</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการต่างประเทศ, การบริหารจัดการวัคซีนสำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ, ชายแดน, นายวิษณุ เครืองาม, รองนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210908/image_big_613846cd47653.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116005</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 10:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 10:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘วิษณุ’ยังมึนปมฉีดวัคซีนแนวชายแดนที่ไม่ใช่คนไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ย.2564 - &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมการบริหารจัดการวัคซีนสำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ ว่ายังไม่ทราบปัญหาที่ต้องมาประชุมกัน ซึ่งวันนี้กระทรวงต่างประเทศจะมาบอกและต้องรอดูว่าเขาจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงอย่างไร เบื้องต้นเท่าที่ทราบปัญหาที่ว่าเป็นปัญหาเล็กๆอันหนึ่งที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดนเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนให้กับคนบริเวณชายแดนที่ไม่ใช่คนไทย​ แต่เป็นคนต่างประเทศที่เข้ามาทำงาน แต่ยังไม่ทราบรายละเอียดอีก 5 นาทีจะรู้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116005</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบริหารจัดการวัคซีนสำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ, ชายแดน, นายวิษณุ เครืองาม, รองนายกรัฐมนตรี, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210831/image_big_612d9656bc755.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104079</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2021 10:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2021 10:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ตร.สั่งล้อมคอกชายแดนเข้มงวดกวดขันการลักลอบเข้าเมืองป้องกันโควิด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25พ.ค.64-พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ซึ่งเป็นประธานการประชุมมอบนโยบายและแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนในห้วงสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ของจังหวัดชายแดน ภายใต้ศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านระดับจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จึงมีวิทยุในราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สั่งการไปยังกองบัญชาการตำรวจนครบาล, กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1-9, กองบัญชาการตำรวจ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สอบสวนกลาง, กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน, กองบัญชาการตำรวจสันติบาล และสำนักงานตรวจ
คนเข้าเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยให้ความสำคัญกับนโยบายของรัฐบาลที่ให้เข้มงวดกวดขันการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย การปราบปรามยาเสพติด ขบวนการค้ามนุษย์ และปฏิบัติตามมติศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านของจังหวัด และคณะกรรมการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งให้เฝ้าระวังพื้นที่ชายแดนร่วมกับทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจังต่อเนื่อง ตามที่กระทรวงมหาดไทยได้กำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดนใช้กลไกศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านของจังหวัด และคณะกรรมการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ หากมีปัญหาในการปฏิบัติให้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบทันที สำหรับพื้นที่ที่ไม่ขับเคลื่อนนโยบายนี้อย่างจริงจังและต่อเนื่อง จะถือว่าเป็นความบกพร่องต่อหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งเน้นย้ำให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น ควบคุม กำกับดูแล การปฏิบัติของผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด ห้ามเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต หรือการกระทำความผิดเกี่ยวกับการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย การลักลอบขนส่งยาเสพติด และสินค้าผิดกฎหมายโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะโดยตรงหรือทางอ้อมก็ตาม หากพบจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายและดำเนินการทางวินัยอย่างเด็ดขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้กำชับให้ทุกหน่วยงานในสำนักงานตำรวจแห่งชาติขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล โดยการสืบสวนสอบสวน ปราบปราม จับกุมผู้กระทำความผิด ตลอดจนขยายผลไปยังเครือข่ายผู้ร่วมกระทำความผิดให้ถึงกลุ่มนายทุน มาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างจริงจังและต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งให้เจ้าหน้าที่ทุกนายปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวังตามหลักยุทธวิธีตำรวจและถือปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคตามที่ทางราชการกำหนด &amp;nbsp;หากพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิดสามารถแจ้งไปยัง Call Center ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติหมายเลข 191 หรือ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104079</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชายแดน, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210112/image_big_5ffd56ad92f38.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103420</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2021 12:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2021 12:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘บิ๊กปั๊ด’ ขนคณะลงพื้นที่สำรวจมาตรการป้องกันลักลอบเข้าเมืองตามแนวชายแดน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 พ.ค.2564 - พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.จารุวัฒน์ ไวศยะ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร., พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม., พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ ผบช.ภ.7, พล.ต.ต.ณัฐ สิงห์อุดม รอง ผบช.ตชด. และคณะ นั่งเฮลิคอปเตอร์ ไปตรวจพื้นที่ตามแนวตะเข็บชายแดนรอยต่อประเทศเมียนมา เพื่อรับฟังปัญหาพร้อมวางมาตรการคุมเข้มการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวเข้าประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.สุวัฒน์เผยว่า วันนี้เป็นการเดินทางมาตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญกำลังใจผู้ใต้บังคับบัญชา และตรวจภูมิประเทศที่เป็นเส้นทางสำคัญในการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย เช่น &amp;nbsp;แนวด่านสิงขร อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นแนวชายแดนทะเล และ อ.สังขละ อ.ทองผาภูมิ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ซึ่งมีภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นป่า มีชายแดนติดต่อกับสาธารณรัฐแห่งสภาพเมียนมา ยาวกว่าหลายร้อยกิโลเมตร ง่ายต่อการลักลอบเข้าประเทศ โดยเฉพาะการเดินเท้าผ่านทางช่องทางธรรมชาติ ยากต่อการที่หน่วยงานความมั่นคงจะลาดตระเวนได้ทั่วถึง นับจากการระบาดโควิดระลอก 2 ที่พบว่ามาจากแรงงานพม่าลักลอบเข้าเมือง ตร. ได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานสืบสวนปราบปรามเครือข่ายการกระทำความผิดเกี่ยกับคนต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมือง โดยมี พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร.(มค.) เป็นหัวหน้าคณะทำงาน มีการทำงานใน 2 มิติควบคู่กันไป
&amp;nbsp;มิติที่หนึ่ง คือการสะกัดกั้น โดยจะทำงานร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง ทั้งฝ่ายทหาร ตำรวจตระเวนชายแดน ตำรวจพื้นที ตรวจคนเข้าเมือง และฝ่ายปกครอง มีการตั้งจุดตรวจพื้นที่แนวชายแดนทั่วประเทศ กว่า 300 จุด ,จุดตรวจสกัดกั้นพื้นที่ตอนใน 592 จุด และชุดเคลื่อนที่เร็ว 1,769 ชุด ทำหน้าที่ลาดตระเวน สกัดต่างด้าวที่หลบจุดตรวจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกมิติ คือ การสืบสวนขยายผลกระบวนการลักลอบขนแรงงาน ซึ่งตั้งแต่ 1 ม.ค. จนถึงปัจจุบัน มีการจับกุมต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองแล้ว 9,233 ราย, นำหรือพาคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย 206 ราย, ช่วยเหลือหรือซ่อนเร้น 166 ราย, นายจ้างกระทำความผิด 15 ราย และ จับกุมเครือข่ายขนแรงงานต่างด้าวที่สำคัญ 13 เครือข่าย เช่น เครือข่ายเจ๊เพชร สมุทรสาคร, เครือข่ายเจ๊ดา ดอนเมือง, เครือข่ายกะพ้อ-ยะหริ่ง เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่ตกเป็นข่าวว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยมี พล.ต.อ.จารุวัฒน์ ไวศยะ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. เป็นประธาน &amp;nbsp;และมี พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ &amp;nbsp;กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ซึ่งรับผิดชอบงานความมั่นคงเป็นผู้กำกับ ดูแล ในภาพรวม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ดังนี้ &amp;nbsp;1. ข้าราชการตำรวจ จำนวน 29 นาย ถูกตั้งกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงไปแล้ว (อยู่ระหว่างการสอบสวน) จำนวน 4 นาย ถูกตั้งกรรมการสืบสวน (อยู่ระหว่างการสืบสวน) จำนวน 18 นาย อยู่ระหว่างการพิจารณาของ ตร. เพื่อส่งเรื่องให้ต้นสังกัดดำเนินการทางวินัย จำนวน 7 นาย และ 2.ข้าราชการฝ่ายอื่นจำนวน 5 นาย อยู่ระหว่างส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;แม้กลุ่มนายหน้าจะมีความพยายามลักลอบขนแรงงานเข้ามา ด้วยปัจจัยที่ดึงดูดหลายประการ ทั้งเรื่องค่าแรงที่สูงกว่า และสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศเพื่อนบ้าน เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทุกหน่วยก็ยังคงเร่งปราบปรามอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ได้กำชับเพิ่มความเข้มในการหาข่าวจากภาคประชาชน วางแผนสกัดกั้นร่วมกัน และแลกเปลี่ยนข้อมูลกับฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ &amp;nbsp;ส่วนพื้นที่ตอนใน โดยเฉพาะจังหวัดที่เป็นพื้นที่เศรษฐกิจและอุตสาหกรรม ซึ่งมีความต้องการแรงงานต่างด้าวจำนวนมาก ตามมติ ครม. 29 ธ.ค.63 ให้แรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติที่เข้าเมืองมาโดยผิดกฎหมายมาขึ้นทะเบียนทำงานอย่างถูกต้อง ตั้งแต่ 15 ม.ค. ถึง 13 ก.พ.64 หากต่างด้าวยังไม่มาขึ้นทะเบียนจะถือว่าอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ได้มีการบูรณาการร่วมกันระหว่าง กระทรวงแรงงาน กระทรวงมหาดไทย ตำรวจพื้นที่ และตรวจคนเข้าเมือง กวดขันจับกุม และป้องกันผู้ที่ลักลอบเข้ามาใหม่ เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์ โดยหากมีการจับกุมจะทำการขยายผลถึงกระบวนการนำพาทุกราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ได้เดินทางมาตรวจดูความพร้อมของ กองร้อย ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) 136 อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นสถานที่จัดทำโครงการ Organiational Quarantine (OQ) ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 16 มี.ค.64 ​ อนุมัติงบประมาณประจำปี 2564 ใช้กองร้อย ตชด.จัดทำ OQ จำนวน 14 แห่ง ในพื้นที่ &amp;nbsp;10 จังหวัด ทั่วประเทศ ได้แก่ จันทบุรี สระแก้ว หนองคาย เชียงราย ตาก กาญนบุรี ราชบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง และ สงขลา เพื่อใช้เป็นสถานที่กักกันแรงงานต่างด้าวและผู้ที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ตามมาตรการทางสาธารณสุข ก่อนผลักดันออกนอกประเทศ หรือกักตัวระหว่างรอพิจารณาคดี ซึ่งพบว่ามีความพร้อมใช้งานได้ดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พล.ต.อ.สุวัฒน์ ย้ำว่า ปัญหาเรื่องการลักลอบเข้าเมือง​นั้นอาจนำเชื้อโควิด​ สายพันธุ์อินเดีย​ ซึ่งแพร่มาจากประเทศที่มีรอยต่อกับเพื่อนบ้านของเราคือ​ เมียนมา​ &amp;nbsp;ซึ่ง​ พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา​ นายกรัฐมนตรี​ และ​ พล.อ.ประวิตร​ วงษ์สุวรรณ​ รองนายกรัฐมนตรี​ ฝ่ายความมั่นคงท่านมีความห่วงใยในเรื่องนี้ จึงขอให้เจ้าหน้าที่ทุกคนเข้มแข็งทำงานบูรณาการร่วมกันอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103420</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชายแดน, ต่างด้าว, ผบ.ตร., พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, ลักลอบเข้าเมือง, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210519/image_big_60a4a453aec22.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102625</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2021 10:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2021 10:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สงขลา!เข้มตรวจพรมแดนล่อแหลม24ชม.ผวาแก๊งลักลอบเข้าไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ค.2564 - ตั้งแต่ช่วงค่ำที่ผ่านมากำลังเจ้าหน้าที่ ตชด.437 และทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่5และทหารร้อย ร.5021 ซึ่งรับผิดชอบตามแนวชายแดนไทย มาเลเซีย จ.สงขลา ได้ออกลาดตระเวนตามพื้นที่จุดล่อแหลมตลอดแนวพรมแดนไทยมาเลเซียโดยเฉพาะใน ต.สำนักขาม และ ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา เพื่อป้องกันการลักลอบข้ามแดนของแรงงานต่างด้าวผิดกฏหมายที่ใช้ช่องทางธรรมชาติและรั้วชายแดนเล็ดรอดเข้ามา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากที่ในช่วง 2 วันที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่จับกุมแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาที่ลักลอบข้ามแดนเข้ามาจำนวน 17 คนรวมทั้งนายหน้าชาวเมียนมาที่เป็นผู้นำพา ซึ่งคนกลุ่มนี้เสี่ยงที่จะนำพาเชื้อโควิด19 สายพันธุ์อินเดียและแอฟริกาใต้ที่รุนแรงซึ่งระบาดอยู่ในประเทศมาเลเซียเข้ามาในไทย โดยจะมีการลาดตระเวนคุมเข้มชายแดนตลอด 24 ชั่วโมงทั้งกลางวันและกลางคืน เพราะอาจจะมีการลักลอบเข้ามาอีกในช่วงนี้เพราะทางการมาเลเซียล็อกดาวน์ประเทศ รวมถึงแรงงานไทยที่อาจจะลักลอบเข้ามาในช่วงเทศกาลฮารีรายอที่จะมีขึ้นในวันพฤหัสบดีนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่สถานการณ์ภาพรวมของโควิด19 ที่ จ.สงขลา ตั้งแต่เดือนเมษายนต่อเนื่องถึงพฤษภาคมมีผู้ป่วยสะสมเพิ่มขึ้นทุกวันล่าสุดอยู่ที่ 866 คนแล้วในจำนวนนี้ติดเชื้อจากต่างประเทศ 4 คน และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 คน รักษากลับบ้านได้แล้ว 571 คนและยังรักษาตัวที่โรงพยาบาล 292 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102625</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชายแดน, ทหารร้อย ร.5021, ทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 5, ลักลอบ, สงขลา, ไทย- มาเลเซีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210512/image_big_609b4bf3283c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102298</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2021 15:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2021 15:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผวานำเข้าโควิด!กองกำลังสุรสีห์รวบเมียนมาต่อเนื่องย่องข้ามแดนเมืองกาญจน์-ประจวบฯ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 พ.ค.64-กองทัพภาคที่1 โดยกองกำลัง(กกล.)สุรสีห์ ได้เผยแพร่ผลการปฏิบัติในการสกัดกั้นผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายเพื่อป้องกันการเเพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิดที่กลายพันธ์ โดย หน่วยเฉพาะกิจ ฉก.จงอางศึก ร่วมกับ ชุดปฏิบัติการข่าวกกล.สุรสีห์, สภ.อ่าวน้อย, ร้อย.ตชด.146, ฝ่ายปกครอง, ผู้ใหญ่บ้าน เเละ ชรบ. ได้ตรวจพบกลุ่มบุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมาย จำนวน 32 คน (ช.18,ญ.12,เด็ก 2 ) บริเวณเส้นทางธรรมชาติชุมนุมมะละกอ ต.อ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ ฉก.ลาดหญ้า ร่วมกับ ชุดปฏิบัติการข่าว กกล.สุรสีห์,สภ.สังขละบุรี, ร้อย.ตชด.134 เเละฝ่ายปกครอง ตรวจพบกลุ่มบุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมาย จำนวน 33 คน (ช.26,ญ.7) บริเวณเส้นทางธรรมชาติเขาสิงโต ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ทั้งนี้ ฉก.ลาดหญ้า เเละ ฉก.จงอางศึก จัดชุดลาดตระเวน, จรยุทธ์, ซุ่มเฝ้าตรวจ บริเวณช่องทาง ลำน้ำ เกาะ เเละบริเวณพื้นที่ตามเเนวชายเเดน เพื่อสกัดกั้นผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย เพื่อป้องกันการเเพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิดที่กลายพันธ์อย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันเดียวกันนี้ การแถลงข่าวของ ศบค. ได้นำข้อมูลของฝ่ายความมั่นคง ที่แสดงให้เห็นถึงจำนวนผู้ลักลอบเข้าเมืองจำนวนมาก ตั้งแต่เดือนม.ค.จนถึงเม.ย.15,378 คน มากที่สุดคือเมียนมาร์ 6,000 กว่าคน โดยเฉพาะช่วงเดือนเม.ย.พบผู้ติดเชื้อที่ลักลอบเข้ามาทางช่องทางธรรมชาติถึง 32 คน ซึ่งวันนี้ได้แถลงข้อมูลด้วยว่าพบผู้ติดเชื้อสัญชาติไทยที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายผ่านทางช่องทางธรรมชาติจากเมียนมา1คน มาเลเซีย 2คน กัมพูชา 2คน โดยเจ้าหน้าที่ได้แยกผู้ป่วยส่งรักษาตัวในโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ศบค. ยังคงเน้นย้ำและเฝ้าระวังกลุ่มคนดังกล่าวเพื่อป้องกันเชื้อโควิดกลายพันธ์เข้ามาในประเทศไทย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102298</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชายแดน, สุรสีห์, เมียนมา, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210509/image_big_60979842d42bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96579</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2021 13:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2021 13:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทภ.3 เกาะติดชายแดน จัดสถานที่รองรับอพยพ 19,200 คน ทั้ง &#039;คนไทย-เมียนมา-ต่างประเทศ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มี.ค.64 - ที่กองบัญชาการกองพลทหาราบที่ 4 จ.พิษณุโลก พล.ต.เทอดศักดิ์ งามสนอง เสนาธิการกองทัพน้อยที่ 3 &amp;nbsp;เปิดเผยว่า ขณะนี้กองทัพภาคที่ 3 เตรียมความพร้อมในการหาสถานที่รองรับผู้หนีภัยจากสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศเมียนมา ด้านจังหวัดตาก ตามนโยบายผู้บัญชาการทหารบกเรียบร้อยแล้ว โดยขั้นตอนจะจัดเป็นพื้นที่แรกรับเพื่อคัดแยก แบ่งไปตามสถานที่ ที่จัดเตรียมไว้ ขณะนี้ได้มีการตั้งเต็นท์ภายในสนามกีฬาแล้ว ยืนยันว่ามีความพร้อมมากกว่า 90%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.เทอดศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับการปฎิบัติจะจำแนกเป็นสองกลุ่มคือ 1. กลุ่มที่หลบหนีเข้ามาเพื่อรักษาตัวเองจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด เนื่องจากระบบสาธารสุขของประเทศเขาไม่เพียงพอ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขจะเข้าไปดูแลส่วนนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มที่ 2. คือผู้ที่ได้รับผลกระทบหลังเหตุการณ์ยึดอำนาจ ซึ่งมีการมองว่า อาจจะมีนักการเมืองนักศึกษาที่ต่อต้านรัฐบาลหนีเข้ามา ขณะนี้อยู่ในช่วงการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ซึ่งยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะเป็นอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการประสานงานระหว่างเจ้าหน้าที่ทหารกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเพื่อไม่ให้ปล่อยตัวผู้ลักลอบหนีเข้าเมืองหลังถูกจับกุมนั้น พล.ต.เทอดศักดิ์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ทหารทำงานในการตรวจพื้นที่ 24 ชั่วโมงโดยดำเนินการร่วมกับผู้นำชุมชนทั้ง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แต่ต้องเข้าใจว่า ก่อนหน้านี้สภาพความเป็นอยู่ของชนกลุ่มน้อยบริเวณแม่น้ำเมยและสาละวินไม่ใช่ลักษณะการแบ่งเขตประเทศ แต่เป็นการอยู่แบบชุมชน &amp;nbsp;บางคนอยู่ฝั่งเมียนมา แต่ลูกหลานมาเรียนฝั่งไทยมาอาศัยในหมู่บ้าน การแยกแยะก็เป็นหน้าที่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ถ้าเข้าข่ายนี้ก็จะผลักดันกลับประเทศ แต่ไม่ใช่ และเข้ามาแบบผิดกฎหมายหรือมีการนำพาแรงงานเก่าเข้ามา ต้องถูกจับกุมดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองทัพภาคที่ 3 ได้จัดทำแผนปฎิบัติการป้องกันแก้ไขปัญหาผู้หนีภัยจากสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศเมียนมา ด้านจังหวัดตาก โดยแบ่งเป็นสี่ขั้นตอนประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.การประเมินสถานการณ์ซึ่งได้วิเคราะห์ว่ามีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบให้เกิดการหนีภัย 2.ขั้นตอนการแรกรับเพื่อคัดแยกกลุ่มบุคคลก่อนส่งไปรวบรวมในพื้นที่พักรอและกักกันโรคพื้นที่ โดยมี ผบ.ฉก.ร.4 เป็น ผบ.เหตุการณ์พื้นที่แรกรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.การนำพื้นที่พักคอยและกักกันโรคซึ่งจัดตั้งขึ้นในสภาวะฉุกเฉินโดยจะจำแนกตาม ประเภทบุคคลเพื่อนำไปควบคุมและกักกันโรคในสถานที่ที่กำหนดโดยมีนายอำเภอประจำท้องถิ่นนั้นเป็นผบ.เหตุการณ์พื้นที่พักรอ ซึ่งหากตรวจพบผู้ป่วยให้ส่งตัวไปรักษาทันที &amp;nbsp;4.การปฏิบัติตามกฏหมายที่เกี่ยวข้องหลังสถานการณ์คลี่คลายโดยพิจารณาว่าบุคคลนั้นเป็นผู้หนีภัยสงครามหรือต้องการลักลอบเข้ามา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ได้จัดประเภทบุคคลเป็น3 กลุ่ม1.กลุ่มคนไทยที่ทำงานในเมียนมา 2.บุคคลสัญชาติเมียนมาที่ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลหรือกองกำลังติดอาวุธและ3.บุคคลสัญชาติอื่นเจ้าหน้าที่องค์กรระหว่างประเทศกลุ่มเอ็นจีโอบุคคลอื่นๆผู้ลี้ภัยทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพื้นที่รองรับในจ.ตาก หากมีการอพยพเข้ามาจะเข้าพื้นที่แรกรับ มีทั้งหมด 10 จุด พื้นที่พักรอ 23 แห่ง ใน 5 อำเภอ ของจังหวัดตาก ประกอบด้วย 1.อ.แม่สอด มีพื้นที่แรกรับ 5 จุด พื้นที่พักคอย 10 จุด สามารถรองรับผู้อพยพได้ 19,200 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.อ.พบพระ มีพื้นที่แรกรับ 1จุด พื้นที่พักรอ 2 จุดรองรับผู้อพยพได้ 2,000 คน&amp;nbsp;
3. อ.แม่ระมาด มีพื้นที่แรกรับ 1 จุด พื้นที่พักคอย 2 จุด รองรับได้ 6,000 คน
4.อ.อุ้มผาง มีพื้นที่แรกรับ 1จุด พื้นที่พักคอย 5 จุด รองรับผู้อพยพได้4,200 คน&amp;nbsp;
5.อ.ท่าสองยาง มีพื้นที่แรกรับ 1จุด มีพื้นที่พักคอย 4 จุด รองรับผู้อพยกได้ 8,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนประชาชนคนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุดแรกรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.วัดวังตะเคียน ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอดจ.ตาก 2.วัดท่าข้าม ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จังหวัดตาก 3.วัดอมรวดี ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก 4.โรงเรียนบ้านแม่โกนเกน ต.มหาวัน อ.แม่สอด จ.ตาก 5.ที่สาธารณะข้างประปาหมู่บ้านแม่โกนเกน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. โรงเรียนบ้านมอเกอ ต.วาเลย์ อ.พบพระ จ.ตาก 7. จุดผ่อนปรนบ้านวังผา ต.แม่ละมาด อ.แม่ระมาด จ.ตาก 8. แยกบ้านห้วยแดง อ.อุ้มผาง จ.ตาก 9.จุดตรวจบ้านตะเปอพู ต.โมโกร อ.อุ้มผาง จ.ตาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พื้นที่พักรอ
1. มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จ.ตาก 2. สนามกีฬา 5 อำเภอชายแดน อ.แม่สอดจ.ตาก 3. วัดห้วยไม้แป้น ต.มหาวัน อ.แม่สอด จ.ตาก 4. อบต.วาเล่ย์ อ.พบพระ จ.ตาก 5. โรงเรียนบ้านห้วยบง ต.แม่จะเรา อ.แม่ระมาด จ.ตาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. สนามฟุตบอลโรงเรียนท่านผู้หญิงวิไลอมาตยกุล ต.แม่จัน อ.อุ้มผาง จ.ตาก 7. อบต.โมโกร อ.อุ้มผาง จ.ตาก 8. โรงเรียนชุมชนบ้านท่าสองยางแห่งใหม่อ.ท่าสองยาง จ.ตาก 9. หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ตก. 3 (แม่ตะวอ)อ.ท่าสองยาง จ.ตาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชาเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุดแรกรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.สนามฟุตบอลบ้านสวนอ้อยและพื้นที่บ้านท่าสองยาง อ.ท่าสองยาง จ.ตาก (รวมถึงกรณี นี่เข้าท่าข้ามอื่นๆให้พิจารณาตามสถานการณ์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พื้นที่พักคอย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ร้อย ตชด. ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอดจังหวัดตาก 2. วัดไทยวัฒนารามตำบลท่าสายลวดอำเภอแม่สอดจังหวัดตาก 3. โรงงานเย็บผ้าเก่า (บ้านห้วยกะโหลก) 4. โรงเรียนแม่ปะวิทยาคม 5.โรงเรียนแม่ตาว ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอดจ.ตาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.ที่สาธารณะข้างประปาหมู่บ้านแม่โกนแกนต.มหาวัน อ.แม่สอด จ.ตาก 7.วัดบ้านมอเกอ ต.วาเล่ย์ อ.พบพระ จ.ตาก 8 .โครงกักเก็บพืชผลทางเกษตรบ้านวังผา ต.แม่จะเรา อ.แม่ระมาด จ.ตาก 9.ลานวัวบ้านเปิงเคลิ่ง ต.แม่จัน อ.อุ้มผางจ.ตาก 10.ลานกว้างบ้านตะเปอพู ต.แม่กลอง อ.อุ้มผาง จ.ตาก 11.บ้านทีซอแม ต.ท่าสองยาง อ.ท่าสองยางจ.ตาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มสัญชาติอื่น / ผู้ลี้ภัยทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.โพธิวิชชาลัย อ.แม่สอด จ.ตาก &amp;nbsp;2.ร้อย ตชด.347 อ.อุ้มผาง จ.ตาก 3.สำนักสงฆ์บ้านแม่จวาง ต.ท่าสองยาง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96579</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชายแดน, อพยพ, เมียนมา, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210319/image_big_605442da51a69.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
