<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>40132</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/07/2019 22:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2019 22:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหภาพยุโรปได้ผู้นำชุดใหม่ครบทั้ง 5 ตำแหน่ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อียูได้ตัวผู้นำตำแหน่งสำคัญชุดใหม่ครบทั้ง 5 ตำแหน่งแล้วเมื่อวันพุธ โดยประธานคณะกรรมาธิการอียูและประธานธนาคารกลางยุโรปเป็นผู้หญิงทั้งคู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดาวิด-มาเรีย ซัสโซลี จากกลุ่มสังคมนิยมประชาธิปไตย ชนะการลงคะแนนเมื่อวันพุธ ได้เป็นประธานรัฐสภายุโรปคนใหม่ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาชิกรัฐสภายุโรป (เอ็มอีพี) ซึ่งมี 751 คน ลงคะแนนที่รัฐสภายุโรปในเมืองสตราสบูร์กของฝรั่งเศสเมื่อวันพุธที่ 3 กรกฎาคม 2562 เลือกดาวิด-มาเรีย ซัสโซลี ตัวแทนจากกลุ่มสังคมนิยมประชาธิปไตย ซึ่งเป็นอดีตนักข่าวชาวอิตาลีวัย 63 ปี เป็นประธานรัฐสภายุโรปคนใหม่ แทนที่อันโตนิโอ ทาจานี ประธานจากซีกอนุรักษนิยมจากอิตาลีเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อูร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน รัฐมนตรีกลาโหมเยอรมนี (กลาง) ขณะมาร่วมการประชุมรัฐสภาเมื่อวันพุธ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเลือกประธานรัฐสภายุโรปเมื่อวันพุธทำให้สหภาพยุโรปได้ผู้ที่จะรับตำแหน่งสำคัญที่สุดครบแล้วทั้ง 5 ตำแหน่ง หลังจากหนึ่งวันก่อนหน้านี้ ผู้นำอียู 28 ชาติเสนอชื่ออูร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน รัฐมนตรีกลาโหมหญิงของเยอรมนีมารับตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการยุโรปต่อจากฌอง-โคลด ยุงเคอร์ และเลือกคริสตีน ลาการ์ด ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ชาวฝรั่งเศส มารับตำแหน่งประธานธนาคารกลางแห่งยุโรป (อีซีบี) แทนมาริโอ ดรากี แต่ทั้งคู่ยังต้องรอให้สภาลงมติรับรอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้นำอียูยังเลือกชาร์ลส์ มิเชล นายกฯ เบลเยียม เป็นประธานคณะมนตรียุโรป แทนโดนัลด์ ทุสก์ และเลือกโจเซฟ บอร์เรล รัฐมนตรีต่างประเทศสเปน เป็นหัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศแทนเฟเดริกา โมเกรินี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40132</URL_LINK>
                <HASHTAG>คริสตีน ลาการ์ด, ชาร์ลส์ มิเชล, ดาวิด-มาเรีย ซัสโซลี, ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป, ประธานคณะมนตรียุโรป, ประธานธนาคารกลางแห่งยุโรป, ประธานรัฐสภายุโรป, สหภาพยุโรป, อูร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190703/image_big_5d1cc392d73d9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24608</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/12/2018 16:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/12/2018 16:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ เบลเยียมยื่นลาออก เซ่นความขัดแย้งข้อตกลงผู้อพยพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กระแสความไม่พอใจของฝ่ายชาตินิยมเบลเยียมที่รัฐบาลเสียงข้างน้อยร่วมลงนามความตกลงมาร์ราคิชว่าด้วยการอพยพย้ายถิ่นทั่วโลก บีบให้นายกฯ ชาร์ลส์ มิเชล ประกาศยื่นลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันอังคาร แต่คาดว่าเขาจะต้องรักษาการถึงเลือกตั้งกลางปีหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วันที่ 17 ตุลาคม 2561 นายกฯ ชาร์ลส์ มิเชล ขณะมาร่วมประชุมคณะมนตรียุโรปที่กรุงบรัสเซลส์ของเบลเยียม / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ มิเชล ซึ่งจะอายุครบ 43 ปีในวันศุกร์นี้ เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนตุลาคม 2557 ด้วยวัยเพียง 38 ปีและเป็นนายกรัฐมนตรีเบลเยียมอายุน้อยที่สุดในรอบ 177 ปี เขาจัดตั้งรัฐบาลผสมฝ่ายขวาขึ้น แต่ความขัดแย้งเกี่ยวกับความตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยการโยกย้ายถิ่นฐานที่ปลอดภัย เป็นระเบียบ และปกติ (จีซีเอ็ม) ทำให้พรรคพันธมิตรเฟลมมิชใหม่ (เอ็น-วีเอ) ซึ่งมีแนวทางชาตินิยม ถอนตัวจากรัฐบาลเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม และทำให้รัฐบาลของมิเชลกลายเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดิมนั้นเอ็น-วีเอเป็น 1 ใน 4 พรรครัฐบาลผสมที่หนุนหลังข้อตกลงนี้ แต่พวกเขาเปลี่ยนใจในเดือนตุลาคม และถอนตัวจากรัฐบาลเพียง 1 วันก่อนที่มิเชลจะเดินทางไปยังเมืองมาร์ราคิชเพื่อลงนามจีซีเอ็ม ซึ่งเป็นข้อตกลงที่เขาปกป้องว่าเป็นโอกาสที่ดีขึ้นสำหรับยุโรปและความร่วมมือระหว่างประเทศเกี่ยวกับการจัดการปัญหาผู้อพยพ แต่เป็นข้อตกลงที่ผู้นำรัฐบาลประชานิยมหลายชาติในยุโรปคัดค้าน ด้วยเห็นว่าจะยิ่งกระตุ้นให้ผู้อพยพเข้ายุโรปมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 19 ธันวาคมกล่าวว่า ระหว่างการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา พรรคฝ่ายค้านที่นิยมซ้ายและพรรคกรีนเรียกร้องให้ลงมติไม่ไว้วางใจ แต่นายกฯ หัวเสรีนิยมรายนี้ยอมรับความพ่ายแพ้โดยไม่รอให้มีการลงมติ และประกาศว่าเขาจะเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระราชาธิบดีฟิลิป เพื่อทูลเกล้าฯ ขอลาออกจากตำแหน่งทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี เนื่องจากเหลือเวลาอีกเพียง 5 เดือนจะถึงการเลือกตั้งในเดือนพฤษภาคม 2562 จึงยังไม่แน่ว่ากษัตริย์จะทรงรับการลาออกของเขาหรือไม่ สำนักพระราชวังกล่าวว่า กษัตริย์ยังไม่ทรงตัดสินพระทัย แต่แหล่งข่าวอาวุโสบอกกับเอเอฟพีว่า มีความเป็นไปได้มากที่สุดที่จะทรงขอให้มิเชลรักษาการต่อไปจนถึงวันเลือกตั้ง 26 พฤษภาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อตกลงต้นตอความขัดแย้งที่บีบให้นายกฯ เบลเยียมต้องเสนอลาออกในครั้งนี้เคยเป็นชนวนทำให้ชาวเบลเยียมชาตินิยมชุมนุมประท้วงกลางกรุงบรัสเซลส์ 2 วันก่อนหน้านั้น และเกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ใช้แก๊สน้ำตาและฉีดน้ำเพื่อควบคุมสถานการณ์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24608</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้อตกลงผู้อพยพ, ความตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยการโยกย้ายถิ่นฐานที่ปลอดภัย เป็นระเบียบ และปกติ, ชาร์ลส์ มิเชล, นายกฯ เบลเยียม, ยื่นลาออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181219/image_big_5c1a13320023a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
