<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114961</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2021 19:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุรีรัมย์ฝนทิ้งช่วง ชาวนาแย่งสูบน้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวนา อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ แย่งกันสูบน้ำในคลองที่ใกล้เหือดแห้งหล่อเลี้ยงต้นข้าวที่กำลังจะตั้งท้อง หลังประสบปัญหาฝนทิ้งช่วง วอนชลประทานเร่งบริหารจัดการปล่อยน้ำให้ทั่วถึงก่อนนาข้าวกว่า 2,000 ไร่จะยืนต้นตาย ทั้งฝากชาวนาที่อยู่ด้านบนเห็นใจแบ่งน้ำให้ด้านล่างที่กำลังเดือดร้อนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 ส.ค.2564 ชาวนาในตำบลทุ่งกระตาดพัฒนา อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ ได้ออกมาร้องขอความช่วยเหลือหลังได้รับความเดือดร้อนไม่มีน้ำหล่อเลี้ยงนาข้าว เนื่องจากฝนทิ้งช่วง ส่วนน้ำที่ชลประทานปล่อยมาให้ก็ไม่ทั่วถึง เพราะถูกชาวนาซึ่งอยู่ด้านบนหรือช่วงต้นน้ำไหลผ่านกักน้ำเอาไว้ ไม่ยอมปล่อยลงมาด้านล่าง ทำให้ชาวนาที่อยู่ด้านล่างต้องแย่งกันสูบน้ำในคลองดินที่มีสภาพตื้นเขินใกล้เหือดแห้ง เพื่อหล่อเลี้ยงต้นข้าวไม่ให้ยืนต้นตายแต่ก็ไม่เพียงพอ เพราะมีชาวนามากกว่า 100 ครัวเรือน เนื้อที่เพาะปลูกข้าวกว่า 2,000 ไร่ที่ยังเดือดร้อนต้องการน้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงอยากให้ทางชลประทานเข้ามาสำรวจตรวจสอบ และดูแลบริหารจัดการปล่อยน้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยยางให้เกษตรกรทำนาได้อย่างทั่วถึง เพราะตอนนี้น้ำที่ปล่อยมาถูกเกษตรกรที่อยู่ด้านบนหรือต้นคลองน้ำดักสูบเอาจนหมด ไม่ยอมปล่อยน้ำไปให้เกษตรกรด้านล่างเลย ทั้งอยากฝากถึงเกษตรกรที่อยู่ด้านบนเห็นใจแบ่งน้ำให้เกษตรกรที่กำลังเดือดร้อนด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพชร สีจันทึก อายุ 68 ปี ชาวนาบ้านกลาง ต.ทุ่งกระตาดพัฒนา อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ บอกว่า ตอนนี้ชาวนาเดือดร้อนมาก เพราะช่วงนี้จะต้องใส่ปุ๋ยต้นข้าวแล้วแต่ยังไม่มีน้ำหล่อเลี้ยงก็ยังใส่ปุ๋ยไม่ได้ เนื่องจากฝนทิ้งช่วง ส่วนที่ชลประทานได้เข้ามาประชุมกับชาวบ้านแล้วมีมติปล่อยมาให้ฝั่งละ 7 วัน แต่น้ำก็ไหลมาไม่ถึงชาวนาที่มีที่นาอยู่ด้านล่าง เพราะถูกด้านบนดักสูบน้ำไว้จนทำให้ต้นข้าวที่เพาะปลูกไว้เริ่มมีสภาพเหี่ยวเฉา จากกรณีนี้จึงอยากให้ทางชลประทานเข้ามาดูแลแก้ไขและช่วยเหลือชาวนาให้มีน้ำหล่อเลี้ยงต้นข้าวอย่างทั่วถึงด้วย อย่าปล่อยให้ชาวนาต้องถึงกับฆ่าแกงกันเพื่อแย่งน้ำเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นายทองดี ศรีบุตรสี อายุ 67 ปี ชาวนาบ้านไทยเจริญ ต.ทุ่งกระตาดพัฒนา ก็บอกว่าปกติกรมชลฯ จะส่งน้ำมาจากอ่างเก็บน้ำห้วยยาง อ.หนองกี่ เพื่อให้เกษตรกรได้สูบไปหล่อเลี้ยงต้นข้าว แต่ปัญหาคือน้ำที่ปล่อยมาถูกชาวนาด้านบนดักสูบเอาจนหมด ทำให้ไม่มีน้ำไหลไปถึงชาวนาด้านล่าง จนชาวนาด้านล่างต้องแย่งกันสูบน้ำในคลองดินที่มีสภาพตื้นเขินไปหล่อเลี้ยงต้นข้าว แต่ก็ไม่เพียงพอ จึงอยากร้องขอให้ทางชลประทานเข้ามาดูแลช่วยเหลือชาวนาที่กำลังเดือดร้อนด้วย ก่อนที่ข้าวจะยืนต้นตายเสียหาย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114961</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาวนา, บุรีรัมย์, ปัญหาฝนทิ้งช่วง, สูบน้ำในคลอง, หนองกี่, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200124/image_big_5e2abbf219a75.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113878</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2021 17:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2021 17:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แรมโบ้&#039; จัดหนัก &#039;ยิ่งลักษณ์&#039; หน้าไม่อายทิ้งลูกน้อง หนีคดีโกงข้าวยังมาแสร้งห่วงชาวนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค. 64 -&amp;nbsp;นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง กรณีที่ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊ก โจมตีรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาให้กับชาวนา ว่าน่าอับอายขายขี้หน้า ช่างกล้าออกมาโพสต์ทำท่าทีห่วงใยชาวนา สงสารชาวนา สงสารจริงหรือเปล่าหรือแกล้งสงสารกันแน่ ถ้าสงสารจริงปล่อยให้ชาวนาถูกโกงในยุคตัวเองทำไม ปล่อยให้ชาวนาเป็นหนี้เป็นสินทำไม ปล่อยให้ชาวนาต้องสิ้นเนื้อประดาตัว จนต้องผูกคอตายมากมายหลายชีวิตทำไม &amp;nbsp;หรือถ้าคิดว่าบริหารให้ชาวนามีอยู่มีกินจริง คิดว่าตนเองบริหารดีแล้ว ทำถูกต้องแล้วจะต้องหนีคดีโกงชาวนาไปอยู่ดีมีสุขอยู่ต่างประเทศกับพี่ชายนายโทนี่ทำไม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ปล่อยให้ลูกน้องรัฐมนตรี รัฐมนตรีช่วย &amp;nbsp;ข้าราชการและพ่อค้าติดคุกติดตะรางจนทุกวันนี้ นี่หรือคนเก่งคนดีที่ห่วงใยชาวนา หนีเอาตัวรอดเพียงคนเดียว ทอดทิ้งคนอื่นให้เดือดร้อนจนทุกวันนี้ ผมมองว่าเป็นคนเห็นแก่ตัวมากกว่า ที่จะห่วงใยชาวนาจริง เป็นแค่ดราม่า หวังเรียกร้องความเห็นใจความสนใจมากกว่า&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเสกสกล กล่าวว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ใช่หรือไม่ ที่เร่งรัดใช้หนี้ชาวนา/ค่าข้าวเปลือกตามใบประทวน กว่า 8.84 แสนล้านบาท ยิ่งกว่านั้นยังมีค่าบริหารโครงการขององค์การคลังสินค้า(อคส.) องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร(อ.ต.ก.) ค่าภาระดอกเบี้ย ค่าเช่าคลังของเอกชนในการเก็บรักษาข้าวและค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีก 8.4 หมื่นล้านบาท รวมค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น 9.68 แสนล้านบาท พอๆ กับการแก้ปัญหาโควิดที่เป็นปัญหาระดับโลก แต่นี่เป็นปัญหาต่อเนื่องยาวนาน ที่เกิดจากครอบครัวคนๆ เดียว ที่กล่าวมามีหลักฐานทางราชการ มีรายงานต่างๆ มากมาย ตนเพียงแค่สรุปมาเล่าให้ฟังเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากเรื่องหนี้แล้ว สังคมต้องเรียนรู้ไปพร้อมๆ กันว่าโครงการจำนำข้าว ทุกเมล็ด สร้างปัญหาอะไรบ้าง เช่น ทำให้กลไกตลาดถูกบิดเบือน เพราะไปตั้งราคารับจำนำสูงลิ่ว ไม่คำนึงถึงความเป็นจริง ตามกลไกตลาด กระตุ้นเกษตรกรมุ่งปลูกข้าวเพื่อมาขายรัฐ เน้นปริมาณ ไม่สนคุณภาพ พ่อค้าข้าวก็ล่มจม เพราะซื้อข้าวแข่งรัฐไม่ได้ หันมาเปิดโกดังรับเก็บข้าวเปลือกให้รัฐ เป็นเสือนอนกินรูปแบบใหม่ รัฐต้องรับภาระค่าโกดัง-ค่าดูแลข้าวส่วนนี้ ปีละ 900 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยิ่งกว่านั้น การที่รัฐทำตัวเป็น พ่อค้าข้าวขาใหญ่ที่สุดในประเทศ เหมือนทำธุรกิจแข่งกับเอกชน โดยใช้เงินภาษีคนทั้งประเทศ แต่กำไรส่วนต่างกลับไปอยู่กับคนในรัฐบาลยุคนั้น จากการเช่าโกดังข้าว การเวียนเทียนขายข้าว การนำข้าวเพื่อนบ้านเข้ามาจำนำ และยังมีสต๊อกลม&amp;nbsp;ที่เลื่องลืออีก ถามว่ามันผิดกฎหมายหรือไม่ แถมซ้ำเติมคุณภาพข้าว ทำให้ไม่สามารถแข่งขันในตลาดข้าวของต่างประเทศได้อีกด้วย ขอวอนว่าเลิกปกปิด ซุกพรม หรือนั่งทับขี้เลย เขารู้ทันกันหมดทั้งประเทศแล้วว่า ใครคือคนที่ทิ้งขี้ไว้ให้รัฐบาลนี้ชำระล้างกันแน่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมละอายใจแทนจริงๆที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ช่างกล้ามีหน้าออกมาห่วงใยชาวนา คิดว่าชาวนาควรจะออกมาชื่นชมหรือควรจะออกมาสาปแช่งมากกว่า ให้คิดเอาเองก็แล้วกัน แต่ทางที่ดีจะแกล้งออกมาห่วงใยชาวนาและโจมตีใส่รัฐบาลนี้มากแค่ไหน แต่ก็คงทำให้ครอบครัวชาวนาที่ถูกโกงและวิญญาณชาวนาที่จากโลกนี้ไปจากผลงานช่วยเพิ่มหนี้สินให้ชาวนาจนสิ้นตัว ของรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ คงจะมีแต่ชาวนาออกมาสาปแช่งชั่วนิรันดรมากกว่าครับ&amp;quot; นายเสกสกล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ นายเสกสกล ยังอัดคลิปตอบโต้กลับ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อย่างเผ็ดร้อน ดังนี้&lt;/p&gt;





&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113878</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาวนา, ยิ่งลักษณ์, เสกสกล อัตถาวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210819/image_big_611e30a54ab7c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113866</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2021 16:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2021 16:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แอน ทองประสม&#039;ช่วยเหลือชาวนาสุรินทร์ รับซื้อข้าวส่งต่อชุมชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากที่ได้รับทราบปัญหาของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp; ผู้จัด-นักแสดงคนเก่ง อย่าง แอน ทองประสม &amp;nbsp;ก็ยื่นมือเข้าช่วยเหลือทันที &amp;nbsp;โดย แอน ได้เล่าเรื่องนี้ผ่านอินสตาแกรมว่า &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;นาข้าวที่เห็น เป็นภาพที่ชาวนา จ.สุรินทร์ ส่งมาให้แอน บอกว่า..พวกเราเป็นชาวนาขายข้าวเปลือก มีข้าวเปลือกยังไม่ได้สีอยู่ 2,000 โล ถ้าแอนสนใจอยากช่วย ก็จะนำข้าวเปลือกไปเข้าเครื่องสี ที่โรงสีข้าวในชุมชนใกล้เคียงให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พวกเราจะทำข้าวนาปี 1 ปี ทำนาเพียงครั้งเดียว จะหว่านข้าวช่วงเดือนปลายๆ เมษายา-พฤษภาคม สิงหาคม-กันยายน ถ้าฝนตกดีเราก็จะได้ใส่ปุ๋ย ถ้าฝนทิ้งช่วงก็จะใส่ปุ๋ยล่าช้านิดนึง กลางเดือนตุลาคม ข้าวจะเริ่มออกรวง ช่วงเดือนพฤศจิกายน-เดือนธันวาคมก็จะเริ่มเก็บเกี่ยวแล้วค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โควิดปีนี้ประสบปัญหาราคาปุ๋ยแพงมาก และข้าวเปลือกราคาถูก เหลือกิโล 7-8 บาท จากที่เมื่อก่อนกิโลละ 13-15 บาท 2 ปีนี้ฝนทิ้งช่วง ทำนาไม่ได้ข้าวเต็มเม็ดเต็มหน่วยเหมือนก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ แอน ได้รับซื้อไว้พร้อมกับบอกไว้ว่า ข้าวที่แอนรับซื้อมา เป็นข้าวหอมมะลิ ไม่ฉีดยาฆ่าแมลง ไม่ใส่สารเคมี กันมอดค่ะ แอนรับมาให้มาส่งที่กรุงเทพและขอไปแจกจ่ายให้ชุมชนต่างๆ นะคะ&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม annethong&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113866</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาวนา, ช่วยเกษตรกร, ผู้จัดละคร, รับซื้อข้าว, แอน ทองประสม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210819/image_big_611e1b95812d2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112839</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2021 15:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2021 15:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลัดเกษตรฯหนุนกรมการข้าวเพิ่มศักยภาพผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว แก้ปัญหาขาดแคลนในตลาด  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า2019(COVID-19)ที่ยังคงระบาดต่อเนื่อง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีความเป็นห่วงผลกระทบที่จะส่งผลต่อเกษตรกรและภาคเกษตรไทยเป็นอย่างมาก  จึงพยายามแก้ไขปัญหาด้านต่างๆ เพื่อไม่ให้เป็นการซ้ำเติมพี่น้องเกษตรกรเพิ่มขึ้นอีก การแก้ปัญหา&amp;ldquo;ขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ข้าว&amp;rdquo; นับเป็นอีกหนึ่งปมสำคัญที่กระทรวงเกษตรฯได้เร่งรัดให้กรมการข้าวเร่งวางแผนทางการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวเพื่อให้เพียงพอตามเป้าหมาย เพื่อให้ชาวนาได้ใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพตรงตามพันธุ์และตรงกับความต้องการของตลาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า เมล็ดพันธุ์ข้าวเป็นหนึ่งในปัจจัยการผลิตที่สำคัญในการผลิตข้าว เนื่องจากเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพดีช่วยให้ได้ผลผลิตต่อไร่มากขึ้น ผลิตผลมีคุณภาพดีและได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับทั้งตลาดภายในและต่างประเทศ นำมาสู่การสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนของเกษตรกร ซึ่งที่ผ่านมาพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความเป็นห่วงชาวนาไทยที่กำลังประสบกับปัญหาเมล็ดพันธุ์ข้าวไม่เพียงพอ พร้อมกำชับให้กระทรวงเกษตรฯเร่งหาแนวทางในการเพิ่มศักยภาพการผลิตให้เพียงพอและตรงกับความต้องการของเกษตรกรและตลาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกข้าวประมาณ70 ล้านไร่ มีความต้องการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีเพาะปลูกปีละประมาณ1,364,800 ตัน แต่ปัจจุบันกรมการข้าว สหกรณ์การเกษตร ศูนย์ข้าวชุมชน และภาคเอกชนผลิตเมล็ดพันธุ์ดีรวมกันได้เพียงประมาณ 537,000 ตัน หรือประมาณ 40% ของปริมาณเมล็ดพันธุ์ดีที่ต้องการใช้ในการยกระดับคุณภาพและปริมาณการผลิตข้าวของประเทศไทย  แบ่งการผลิตออกเป็น กรมการข้าว 95,000 ตัน สหกรณ์การเกษตร 30,000 ตัน ศูนย์ข้าวชุมชน 112,000 ตัน และภาคเอกชน 300,000 ตัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากปัญหาการผลิตที่ยังไม่เพียงพอกับความต้องการ ล่าสุดกรมการข้าวได้รับงบประมาณเพื่อใช้ในการเพิ่มศักยภาพการผลิตตลอดจนปรับปรุงเครื่องจักรอุปกรณ์ ปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์ข้าวของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวจนสามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ได้ส่วนหนึ่ง จากเดิมที่มีกำลังการผลิต 85,000&amp;ndash;95,000 ตัน/ปี เพิ่มเป็น 120,000 ตัน/ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ดีให้กับพี่น้องชาวนาได้มากยิ่งขึ้น กรมการข้าวได้เตรียมที่จะดำเนินโครงการเพิ่มศักยภาพการผลิตและประสิทธิภาพการบริหารจัดการเมล็ดพันธุ์ข้าว เพื่อรองรับเป้าหมายการผลิต จากเดิมผลิตได้ประมาณ 120,000 ตัน/ปี เพิ่มกำลังการผลิตเป็น 32,000 ตัน/ปี รวมเป็น 152,000 ตัน/ปี ซึ่งนอกจากจะทำให้เกิดอาชีพผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวให้กรมการข้าว จำนวน 4,400 รายแล้ว ยังเป็นการช่วยกระตุ้นการจ้างแรงงานภาคการเกษตรในชุมชนและสนับสนุนและส่งเสริมการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีเข้าไปในระบบการผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ ยกระดับปริมาณและคุณภาพผลผลิตข้าวของประเทศอีกด้วย &amp;rdquo; นายทองเปลว กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทองเปลว กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า นอกจากมาตรการดังกล่าวแล้ว ขณะนี้กรมการข้าวมีแผนที่จะดำเนินการเพิ่มศักยภาพโรงงานปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์ โดยการจัดซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์ ปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์ข้าวเพื่อทดแทนของเดิมที่มีอายุการใช้งานมานานและประสิทธิภาพการทำงานต่ำไม่สอดคล้องกับความต้องการใช้เมล็ดพันธุ์ปัจจุบัน และจะเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการเมล็ดพันธุ์ข้าวโดยการก่อสร้างอาคารโรงเก็บเมล็ดพันธุ์ปรับอากาศพร้อมครุภัณฑ์ จำนวน 15 แห่ง สำหรับใช้เก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ข้าวระยะยาวเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น การเกิดโรคและศัตรูข้าวระบาด ภัยพิบัติทางธรรมชาติ การผันผวนของความต้องการพันธุ์ข้าว ราคาข้าวเปลือก เศรษฐกิจครัวเรือนและสำรองไว้เพื่อความมั่นคงทางด้านอาหารของประเทศอีกด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม นอกจากการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวให้เพียงพอและตรงกับความต้องการของตลาดแล้ว มาตรฐานและคุณภาพก็นับเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งได้กำชับกรมการข้าวเร่งออกระเบียบบังคับเรื่องเมล็ดพันธุ์ให้ชัดเจนตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ โดยผู้ที่ทำเมล็ดพันธุ์ชั้นพันธุ์จำหน่ายนั้นจะต้องแสดงหลักฐานว่าได้รับเมล็ดพันธุ์ชั้นพันธุ์ขยายจากกรมการข้าว เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ เมื่อเกิดความเสียหายจากเมล็ดพันธุ์ในบรรจุภัณฑ์ จะได้มีผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจนและสามารถควบคุมราคากลาง ให้เป็นมาตรฐานทั่วประเทศในอนาคต &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ดีสำหรับจำหน่าย จำเป็นต้องควบคุมการปฏิบัติตั้งแต่ในแปลงนา สถานที่รวบรวม การปรับปรุงคุณภาพและการตรวจสอบเมล็ดพันธุ์ข้าวจนถึงการบรรจุเพื่อลดความเสี่ยงของการปนของข้าวพันธุ์อื่น การทำลายของศัตรูพืช และการเสื่อมเสียที่ทำให้เมล็ดพันธุ์ข้าวมีคุณภาพไม่ได้ตามมาตรฐาน&amp;rdquo; นายทองเปลว กล่าวทิ้งท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112839</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กรมการข้าว, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, การแก้ปัญหา, ขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ข้าว, ชาวนา, นายทองเปลว กองจันทร์, ปัญหาเมล็ดพันธุ์ข้าวไม่เพียงพอ, ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว, ระเบียบบังคับเรื่องเมล็ดพันธุ์, ศูนย์ข้าวชุมชน, สถานการณ์การแพร่ระบาด, สหกรณ์การเกษตร, เกษตรกร, เกษตรไทย, เพิ่มศักยภาพการผลิต, เมล็ดพันธุ์ข้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210810/image_big_6112307b805d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105582</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2021 18:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2021 18:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ มอบนโยบายด้านข้าว ขอให้เกษตรกรปรับวัฒนธรรมทำนา นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มิ.ย.64 - เวลา 14.00 น. ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำนายศักดิ์ดา เขตกลาง ชาวนาดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2564 คณะกรรมการกลางศูนย์ข้าวชุมชนระดับประเทศ และผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าพบ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อรับฟังนโยบายด้านข้าวจากนายกรัฐมนตรีเนื่องในโอกาสวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ประจำปี 2564 ซึ่งมีนายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมด้วย โดยนายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้สรุปสาระสำคัญดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรีมอบนโยบายด้านข้าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับข้าวและพี่น้องชาวนามาโดยตลอด จึงมีนโยบายในการรักษาเสถียรภาพข้าวและรายได้ของชาวนา โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงมหาดไทย ได้จัดทำแผนการผลิตและการตลาดข้าวแบบครบวงจร เพื่อบริหารจัดการข้าวตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยใช้หลักการตลาดนำการผลิต ซึ่งได้แยกตลาดข้าวทั่วไปกับตลาดเฉพาะ เพื่อให้สามารถดำเนินการเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิต ให้ลดราคาข้าวลงมาให้ได้ ซึ่งในเรื่องนี้ ผู้นำชาวนาก็ต้องรับทราบและไปหาแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยการพัฒนาภาคการเกษตรตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี มีเป้าหมายเน้นใช้การเกษตรสร้างมูลค่าเพื่อพัฒนาความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ จึงจำเป็นต้องยกระดับภาคการเกษตรสู่อุตสาหกรรม เพื่อให้ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ และทันต่อเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีความก้าวหน้ามากขึ้น ต้องมีการพัฒนาเกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรให้เข้มแข็ง พัฒนาทรัพยากรการผลิตทางการเกษตร พัฒนาสินค้าเกษตรให้มีมูลค่าสูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ในด้านการสร้างความเข้มแข็งให้ชาวนาและองค์กรชาวนาพึ่งพาตนเองได้ มีรายได้เพียงพอและอยู่ดีมีสุขนั้น ได้กำหนดเป้าหมายให้ &amp;ldquo;ชุมชนข้าว&amp;rdquo; ประกอบด้วยสหกรณ์การเกษตรข้าว วิสาหกิจชุมชนข้าว ศูนย์ข้าวชุมชน กลุ่มชาวนา ไม่น้อยกว่า 10,000 กลุ่ม ต้องมีความเข้มแข็งระดับมาตรฐานในปี 2567 โดยให้ชุมชนชาวนาเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาและสร้างเครือข่ายขยายผล โดยมีชุมชนข้าวประกอบด้วย 1) ศูนย์ข้าวชุมชน (ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชน) 2) ชุมชนแปลงขยายพันธุ์ข้าว 3) ชุมชนข้าวแปลงใหญ่ 4) ชุมชนข้าวอินทรีย์ ขณะที่ในส่วนของการพัฒนาชาวนา จะมีการพัฒนาชาวนาในชุมชนข้าวเป้าหมายที่กำหนดเพื่อให้มีจำนวนชาวนาวปราดเปรื่อง (Smart Farmer) ปราชญ์ชาวนา (Super Farmers) และชาวนารุ่นใหม่ (Young Smart Farmer) เพิ่มขึ้นไปพร้อมๆกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรีย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับเกษตรกรชาวนา โดยเฉพาะชาวนาที่มีแปลงที่นาจำนวนน้อย ซึ่งชาวนาในส่วนนี้มีอยู่เป็นจำนวนมาก ดังนั้น จึงได้มีการรวมแปลงเป็นชุมชนข้าวแปลงใหญ่เพื่อให้ชาวนามีรายได้ที่ทั่วถึงกัน ซึ่งที่สำคัญคือต้องหาทางลดค่าใช้จ่ายด้านเครื่องจักรกลการเกษตรให้มากที่สุด พร้อมกับต้องรักษาเสถียรภาพราคาข้าวให้ได้เพราะเป็นรายได้ของชาวนา และปัจจุบันเป็นยุคของเทคโนโลยีดิจิทัล จึงขอให้เกษตรกรชาวนาได้ปรับวัฒนธรรมในการทำนา โดยให้นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย ซึ่งเรื่องเหล่านี้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกัน โดยรัฐบาลจะดูแลเกษตรกรชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ SMEs และภาคอื่น ๆ ของประเทศไปพร้อมกัน

นายกรัฐมนตรีกล่าวเชื่อมั่นว่าการรวมกลุ่มของชาวในรูปแบบนาแปลงใหญ่ และพัฒนาศูนย์ข้าวชุมชนให้เป็นศูนย์กลางในการพัฒนาการผลิตข้าวและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีจะช่วยให้พี่น้องชาวนามีความสามารถในการผลิต และช่วยขับเคลื่อนการผลิตข้าวของประเทศอย่างเป็นระบบ โดยขอขอบคุณชาวนาไทยที่ได้ทุ่มเท แรงกายแรงใจเพื่อพัฒนาข้าวไทยและเพิ่มผลิตภาพข้าวไทยให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างความยั่งยืนให้ภาคเกษตรไทยมาโดยตลอด พร้อมย้ำว่า &amp;ldquo;ใจของนายกรัฐมนตรีไม่เคยทิ้งเกษตรกร&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2562 เห็นชอบให้วันที่ 5 มิถุนายนของทุกปี เป็นวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ เพื่อเป็นการรำลึกถึงความสำคัญของข้าวในฐานะที่เป็นพืชอาหารหลักและมีความสำคัญต่อวิถีชีวิตของคนไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน รวมทั้งเพื่อเชิดชูเกียรติและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ชาวนาไทยในฐานะผู้ผลิตอาหารหลักให้กับประชาชน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105582</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาวนา, ประภัตร โพธสุธน, ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ, เฉลิมชัย ศรีอ่อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210607/image_big_60bdfd460c09b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105351</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2021 15:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2021 15:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ ปราศรัยเนื่องในงาน &#039;วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ&#039; เชิดชูเกียรติเกษตรกรไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มิ.ย.64 -&amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวคำปราศรัยถึงเกษตรกรชาวนาไทย เนื่องในงาน &amp;ldquo;วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ&amp;rdquo; ประจำปี 2564 โดยมติคณะรัฐมนตรีให้วันที่ 5 มิถุนายน ของทุกปีเป็น &amp;ldquo;วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ&amp;rdquo; เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ไทยที่ทรงให้ความสำคัญต่อกิจการข้าว และเป็นการเชิดชูเกียรติ รวมทั้งเป็นขวัญกำลังใจให้แก่ชาวนาไทยทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ข้าวเป็นอาหารหลักของคนไทย และเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่สร้างความมั่นคงทางด้านอาหารให้แก่ประเทศ ด้านการบริโภคและเป็นสินค้าที่สร้างมูลค่า ข้าวไทยยังสร้างภาพลักษณ์ในตลาดโลกมาอย่างน่าภาคภูมิ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการประกอบอาชีพทำนาของชาวนาไทยที่สืบสานวัฒนธรรม ประเพณีของไทยในอดีตจนถึงปัจจุบัน การทำนาจากรุ่นสู่รุ่น และความผูกพันอย่างลึกซึ้งระหว่างข้าวและชาวนาไทย รวมทั้งความมุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพการผลิตข้าวไทยให้สูงขึ้นในทุก ๆ ด้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาภาคเกษตรตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน รวมทั้งสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยการพัฒนาความมั่นคงทางการเกษตรให้มีการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน โดยมีเป้าหมายเป็นฐานการผลิตอาหารที่มั่นคง ปลอดภัย และเป็นฐานการผลิตที่มีผลิตภาพสูง รวมทั้งเพื่อช่วยสร้างรายได้และความมั่นคงให้แก่ชาวนาไทย ผู้เปรียบเสมือนกระดูกสันหลังของชาติ และผู้ผลิตข้าวเป็นอาหารเลี้ยงประชากรโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมา รัฐบาลได้ดำเนินการแก้ไขปัญหา เยียวยา รวมทั้งฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม เพื่อสร้างความเข้มแข็งสู่ฐานราก รวมถึงการยกระดับคุณภาพชีวิตชาวนาให้ดีขึ้น ผ่านนโยบายและโครงการต่าง ๆ และยึดหลักการ &amp;ldquo;ตลาดนำการผลิต&amp;rdquo; พร้อมทั้งส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่และนวัตกรรมทางการเกษตรเข้ามาช่วยมากขึ้น เพื่อให้พี่น้องชาวนาสามารถทำนาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสร้างรายได้และความมั่นคงให้แก่ชาวนา โดยรัฐบาลได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง แม้จะเผชิญกับสภาวการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงไป ปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วม และผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ด้วยเจตนามุ่งมั่นในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่พี่น้องเกษตรกรชาวนาไทยทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอส่งความระลึกถึงและความปรารถนาดีมายังพี่น้องเกษตรกรชาวนาไทยทุกคนเนื่องในโอกาส &amp;ldquo;วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ&amp;rdquo; ให้ประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีพลังกายและพลังใจที่เข้มแข็ง เพื่อร่วมเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาข้าวไทยให้เป็นข้าวคุณภาพสำหรับประชากรโลกตลอดไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105351</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาวนา, นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210605/image_big_60bb2eaa42ffb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100305</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2021 12:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2021 12:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราคาข้าวลดฮวบ! เพื่อไทย เฉ่งยับรัฐบาลลอยแพชาวนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 เม.ย.64 - นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.พะเยา พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า &amp;nbsp;ปัจจุบันนอกจากประชาชนจะอดตายจากการระบาดของโควิด-19 แล้ว &amp;nbsp;ยังมีเกษตรกรโดยเฉพาะชาวนาที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักจากราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ โดยขณะนี้ราคารับซื้อข้าวเหนียวนาปรังพันธุ์สันป่าตองดอ ลดลงจากกิโลกรัมละ 11 บาทในปีที่ผ่านมา เหลือกิโลกรัมละ 7.30 บาท &amp;nbsp;และยังมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;เมื่อหักลบกับต้นทุนการผลิตแล้วทำให้ชาวนาขาดทุน รายได้ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายและการดำรงชีวิต &amp;nbsp;ทำให้ปัจจุบันชาวนาถูกยึดรถไถและเครื่องจักรกลทางการเกษตรเป็นจำนวนมาก ที่ผ่านมาทราบว่ารัฐบาลกำลังเร่งแก้ปัญหาการระบาดของโควิด-19 แต่กลับลอยแพเกษตรกร &amp;nbsp;ชาวนาจำนวนมากต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่อยากรอรับการช่วยเหลือจากรัฐเพียงอย่างเดียว เพราะบางมาตรการไม่ตอบโจทย์กับชีวิต เช่น บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน ที่ให้นำบัตรไปซื้อสินค้าในร้านที่เข้าร่วมโครงการ แต่เมื่อลงพื้นที่พบปะชาวบ้าน พบว่าภายในบ้านเต็มไปด้วยของใช้ในชีวิตประจำที่มากเกินความจำเป็น &amp;nbsp;สิ่งที่ชาวนาต้องการคือความช่วยเหลือที่ให้พวกเขาสามารถยืนอยู่ได้ด้วยตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รถไถที่ชาวนาซื้อในสมัยนายกฯยิ่งลักษณ์ตอนนี้ถูกยึดไปหมด ชาวนาต้องไปเอารถไถเดินตามกลับมาใช้อีกครั้ง &amp;nbsp;ผมทราบดีว่าขณะนี้ประเทศเต็มไปด้วยวิกฤตและปัญหา ประชาชนเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส &amp;nbsp;รัฐบาลต้องมีความคิดที่ทันต่อสถานการณ์ ตอนนี้จึงเป็นเวลาของคนหนุ่มสาวที่ควรจะได้มาคิดแก้ปัญหาประเทศ พลเอกประยุทธ์อายุมากแล้วแถมยังทำงานหนัก &amp;nbsp;ผมเห็นใจ สงสารท่าน อยากให้ท่านกลับไปพักผ่อน หากทำไม่ได้ก็โปรดอย่าอยู่เป็นภาระประเทศเลย&amp;rdquo; นายวิสุทธิ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100305</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาวนา, ราคาข่าว, วิสุทธิ์ ไชยณรุณ, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210422/image_big_6081045f9487d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
