<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95767</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2021 17:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2021 17:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พีมูฟ&#039; ยื่น 5 ข้อเสนอ &#039;บิ๊กป้อม&#039; แก้ปัญหาบางกลอย ลั่นปักหลักรอดูความชัดเจน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มี.ค.64 - บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล นายจำนงค์ หนูพันธ์ ตัวแทนกลุ่มพีมูฟ หรือขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรมและภาคีเซฟบางกลอย ได้ยื่นหนังสือถึงพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม โดยมีนายประสาน หวังรัตนปราณี ผู้ช่วยรัฐมนตรีสำนักนายกรัฐมนตรี ประจำพล.อ.ประวิตร เป็นผู้รับหนังสือแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายจำนงค์ เปิดเผยว่า ข้อเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาของพีมูฟในหลายกรณีปัญหา ซึ่งทางผู้ชุมนุมได้มาปักหลักติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน ทรัพยากรธรรมชาติ แหล่งน้ำ และอื่นๆ ที่ได้ร่วมกันแก้ไขปัญหากับรัฐบาลเป็นรายกรณี กับทุกๆ กระทรวง โดยมีคณะอนุกรรมการ และคณะทำงานกว่า 30 คณะ ซึ่งพล.อ.ประวิตร ได้ให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมการฯ ลงมารับเรื่องและจัดการประชุมคณะอนุกรรมการและคณะทำงานต่างๆ ซึ่งมีความคืบหน้าไปในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่มีความชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจำนงค์ กล่าวต่อว่า ดังนั้นจึงขอให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร่งด่วน ได้แก่ 1.กรณีปัญหาชุมชนกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี โดยขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทบทวนท่าทีและแนวทางการทำงานในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวร่วมกัน และให้ยุติการดำเนินคดีกับชาวบ้านบางกลอย นอกจากนี้ ขอให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับยุทธการพิทักษ์ป่าต้นน้ำเพชร และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยึดถือดำเนินการตามบันทึกข้อตกลงที่มีขึ้นระหว่างตัวแทนรัฐบาลกับพีมูฟเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมาอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจำนงค์ กล่าวว่า 2.ขอให้รัฐบาลวางแนวทางแก้ไขปัญหาของพีมูฟ ที่มีอนุกรรมการจำนวน 10 คณะ โดยสั่งการให้คณะอนุกรรมการแต่งตั้งคณะทำงานในแต่ละคณะเพื่อร่วมประชุมกับตัวแทนชาวบ้าน และจัดทำเอกสารร่วมกัน ขอให้สรุปความคืบหน้าการประชุมคณะทำงานและคณะอนุกรรมการแล้วนำเสนอต่อคณะกรรมการแก้ปัญหาขับเคลื่อนนโยบายทั้ง 9 ด้าน 3.ขอให้รัฐบาลยกระดับโฉนดชุมชนให้เป็นการรองรับสิทธิชุมชนในการบริหารจัดการที่ดินอย่างแท้จริง 4.ขอให้รัฐบาลมีมาตรการแก้ไขปัญหาคดีความของคนจน โดยเฉพาะในพื้นที่สมาชิกเครือข่ายขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรมทั้ง 27 คดี โดยให้มีกฎหมายว่าด้วยนิติกรรมหรือยกเลิกคดีที่ไม่เป็นธรรมทั้งหมดทั้งปวง และ 5.ขอให้รัฐบาลเร่งรัดดำเนินการผลักดันร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ส่งเสริมและคุ้มครองวิถีชีวิตวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์ตามแผนปฏิรูปประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายประสาน กล่าวว่า จะนำข้อเรียกร้องส่งให้ พล.อ.ประวิตร และจะเร่งตั้ง คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ ในที่ประชุมสัปดาห์หน้า โดยใช้โมเดล เดียวกับโครงการจะนะ ดังนั้นขอ ให้สบายใจได้ ว่า ปัญหาได้รับการแก้ไขไประดับหนึ่งแล้ว&amp;nbsp; และตนจะลงพื้นที่บางกลอย เพื่อติดตามความคืบหน้าด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายจำนงค์ กล่าวกับสื่อมวลชนว่า ชาวบ้านจะกลับวันนี้หรือไม่ต้องคุยอีกที และขอรอดูความชัดเจนในการแก้ปัญหาก่อนอย่างเป็นรูปธรรม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95767</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มพีมูฟ, ชาวบางกลอย, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210311/image_big_6049f2bf6b58c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95763</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2021 17:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2021 17:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กมธ.ที่ดิน&#039; ลงพื้นที่บางกลอย เตรียมขอข้อมูลทหาร-แผนที่ดาวเทียม พิสูจน์ความดั้งเดิมชุมชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มี.ค.64 - คณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร เดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี เพื่อรับฟังข้อมูลและข้อเท็จจริงกรณีการบังคับใช้กฎหมายต่อกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ หรือ &amp;#39;ชาวบ้านบางกลอย&amp;#39; โดยการควบคุมตัวลงมาจากบ้านบางกลอยบน ซึ่งปัจจุบันอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ในข้อหารุกป่า ขณะที่ฝ่ายชาวบ้านบางกลอยยืนยันว่า กรณีดังกล่าวเป็นการกลับขึ้นไปทำกินบนที่ทำกินและที่อยู่อาศัยเดิมตามวิถีวัฒนธรรมก่อนมีการประกาศเขตอุทยาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิชาติ ศิริสุนทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการที่ดินฯ กล่าวว่า การมาในวันนี้เพื่อเสาะหาข้อเท็จจริง โดยพบว่าสิ่งที่ที่เป็นข้อถกเถียงสำคัญคือ เรื่องพื้นที่ที่มีการแผ้วถางนั้นเป็นพื้นที่เดิมของชาวบ้านบางกลอยหรือเป็นพื้นที่แผ้วถางใหม่ เพื่อให้ข้อถกเถียงนี้พิสูจน์ได้ ต่อจากนี้กรรมาธิการจะทำหนังสือขอข้อมูลไปยังหน่วยงานต่างๆ ที่ทุกฝ่ายยอมรับ ไม่ว่าจะเป็นกรมแผนที่ทหารสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (กปร.) และแผนที่ดาวเทียมจาก GISTDA เพื่อนำไปสู่การยุติข้อถกเถียงเรื่องที่ดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คณะกรรมาธิการต้องรับฟังข้อมูลจากทุกฝ่ายไม่ว่าจากราชการหรือชาวบ้าน วันนี้เป็นการฟังข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ ส่วนในวันพรุ่งนี้ (12 มี.ค.) จะไปฟังข้อมูลจากชาวบ้าน ต้องไปฟังเหตุผลของเขาว่าทำไมเมื่อยอมลงมาแล้วในปี 39 จึงกลับขึ้นไปใหม่ พอถูกไล่ลงมาก็กลับขึ้นไปใหม่อีก ทำไมลงมาแล้วเขาอยู่ไม่ได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิชาติ กล่าวว่า สำหรับจุดร่วมที่เห็นตรงกันคือ การที่ทางเจ้าหน้าที่อุทยานยืนยันว่าจะมีการทำงานต่อร่วมกับคณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่ตั้งขึ้น จากบันทึกข้อตกลงระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกับชาวบ้านบางกลอย แต่ในส่วนข้อมูลที่ไม่ตรงกัน ถ้าใช้ข้อมูลแผนที่ที่คณะกรรมาธิการจะขอจากหน่วยงานต่างๆ มาใช้เป็นข้อมูลชุดเดียวกันจะแก้ปัญหาได้และจะเป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่าย นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลที่สะท้อนมาจากรองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีและ กอ.รมน.ที่ยืนยันว่าจะต้องนำประเด็นเรื่องความมั่นคงชายแดนมาเป็นอีกปัจจัยในการมองปัญหาด้วย แต่ยังไม่ได้ให้รายละเอียดก็จะมีการทำหนังสือขอข้อมูลไปเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประชาชนจังหวัดเพชรบุรีที่กังวลเรื่องการเป็นป่าต้นน้ำ เรื่องนี้ คณะกรรมาธิการคิดเสมอว่าทรัพยากรเป็นเรื่องที่ต้องดูแล แต่ถ้ามีเรื่องชนเผ่าดั้งเดิมด้วยก็ต้องคิดเช่นกันว่าจะทำอย่างไรให้ทั้งสองอย่างไปด้วยกันได้ หรือมองว่าถึงเวลาแล้วที่รัฐจะต้องเปลี่ยนโจทย์ใหม่ในการจัดการทรัพยากรซึ่งจะต้องเป็นเรื่องข้อเสนอทางนโยบาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สำหรับเรื่องการละเมิดสิทธิต่างๆ ในระหว่างจับกุมชาวบ้านบางกลอยลงมานั้น เราจะนำข้อมูลส่งต่อไปยังคณะกรรมาธิการเด็กคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ด้อยโอกาสต่อไป&amp;quot; นายอภิชาติ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการ เพื่อพิจารณาศึกษาด้านผู้สูงอายุ ผู้พิการ และกลุ่มชาติพันธุ์ กล่าวว่า กรณีบางกลอยทำให้ได้เห็นถึงการใช้กฎหมายที่ต่างกัน ระหว่างกฎหมายอุทยาน กับรัฐธรรมนูญที่ให้ปกป้องวิถีชีวิตดั้งเดิม และปฏิญญาระหว่างประเทศต่างๆ ที่รัฐบาลไทยได้ไปลงนามไว้ จึงถึงเวลาแล้วที่หน่วยงานต่างๆ จะต้องคุยกัน ความจริงแล้วไม่ใช่ว่าชาติพันธุ์จะดึงดันว่าต้องใช้ชีวิตแบบดั้งเดิมเท่านั้น แต่เรื่องที่สำคัญเช่นกันคือ ปัจจัย 4 ชาวบ้านบางกลอยก็เคยยอมลงมาแล้วระยะหนึ่ง แต่ทำไมต้องกลับขึ้นไปใช้ชีวิตแบบดั้งเดิมต้องหาคำตอบให้ได้ หวังว่ากรณีนี้จะนำไปสู่การแก้ปัญหาชาติพันธุ์และชนกลุ่มน้อยในพื้นที่ป่า คำถามคือการเอาชีวิตคนเมืองไปตัดสินคนที่อยู่ในป่าถูกต้องหรือไม่ ปัญหานี้ความจริงแก้ได้ แต่จะอยู่ที่ว่ามีความจริงใจและตั้งใจทำจริงหรือไม่ต่างหาก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95763</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, จังหวัดเพชรบุรี, ชาวบางกลอย, พรรคก้าวไกล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210311/image_big_6049ebde3320a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95038</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2021 22:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2021 22:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตา ผู้ว่าฯเพชรบุรี เรียกถกด่วนแก้ปัญหาบางกลอย หวั่นมาตรการรุนแรงชาวบ้านอพยพเพิ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มี.ค.64 - นายอภิสิทธิ์ เจริญสุข ชาวบ้านบางกลอย เปิดเผยว่าในวันนี้เฮลิคอปเตอร์ได้นำเจ้าหน้าที่อุทยานฯจำนวนมากบินไปส่งใกล้กับจุดที่ชาวบ้านอพยพกลับไปอยู่ที่บ้านบางกลอยบน โดยเจ้าหน้าที่ไม่ได้กลับลงมา ทำให้ชาวบ้านรู้สึกกังวลใจอย่างมากเพราะไม่รู้ว่าทางอุทยานฯกำลังจะทำอะไรกับชาวบ้านหรือไม่ ซึ่งขณะนี้มีชาวบ้านอพยพขึ้นไปอยู่มากกว่า 70 คน ทั้งเด็กและผู้หญิง โดยล่าสุดหลังจากมีข่าวว่าเจ้าหน้าที่จะดำเนินการจับกุมชาวบ้านทำให้ญาติพี่น้องในหมู่บ้านบางกลอยล่างอพยพตามขึ้นไปอีกประมาณ 20 คนเพราะเป็นห่วงกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรากังวลว่าจะมีการปิดเส้นทางไม่ให้ขนส่งข้าวขึ้นไป และยังมีเรื่องการข่มขู่คุกคามอีก เพราะเราไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นข้างบน แต่หากเกิดความรุนแรงขึ้น ชาวบ้านในหมู่บ้านบางกลอยล่างก็พร้อมที่จะขึ้นไปอีก&amp;rdquo;นายอภิสิทธิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวแจ้งว่า ในวันที่ 5 มีนาคม นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ได้เรียกประชุมด่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาบ้านบางกลอย ทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครองและอุทยานฯ ณ ห้องประชุมอุทยานฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันเดียวกันขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรมหรือพีมูฟ ได้ออกแถลงการณ์ เรื่อง ขอตำหนิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) โดยระบุว่า ตามที่ ทส.ได้ลงนามบันทึกข้อตกลง เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2564 เพื่อแก้ไขปัญหากรณีบางกลอย-ใจแผ่นดินระหว่างตัวแทนรัฐบาล ทส. พีมูฟ ภาคี #SAVEบางกลอย และชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย ได้เห็นชอบร่วมกัน โดยจัดทำบันทึกข้อตกลงเพื่อแก้ไขปัญหากรณีบางกลอย-ใจแผ่นดิน โดยมีข้อเสนอเร่งด่วน 3 ข้อ ดังนี้ 1. ถอนกำลังเจ้าหน้าที่ออกจากชุมชนบางกลอยทั้งหมด 2. หยุดการสกัดการขนส่งเสบียง รวมถึงการตั้งจุดสกัดเดิม และที่จุดเพิ่มเติมขึ้นมาทั้งหมด 3. ยุติคดีของสมาชิก ภาคี #saveบางกลอย ทั้งหมด 10 คน กรณีการยื่นหนังสือต่อรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในแถลงการณ์ระบุว่า โดยมีข้อตกลงกับ ทส.ประกอบการทำงานร่วมกัน ซึ่งสามารถนำไปสู่การหาแนวทางการแก้ไขปัญหาตามข้อเรียกร้องของพี่น้องกะเหรี่ยง บ้านบางกลอย 6 ข้อ ดังนี้ 1.ให้ชาวบ้านที่ประสงค์กลับไปทำไร่หมุนเวียน และดำรงวิถีชีวิตวัฒนธรรมดั้งเดิม อยู่ที่บ้านบางกลอยบน-ใจแผ่นดิน สามารถกลับขึ้นไปอยู่อาศัย ทำกิน และดำเนินชีวิตตามวิถีดั้งเดิมของบรรพบุรุษได้ โดยการรับรองสิทธิ์ในการอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ชุมชนดั้งเดิม 2.ยุติการใช้กำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปตั้งจุดตรวจและลาดตระเวน ในหมู่บ้านบางกลอยล่าง รวมทั้งยุติการข่มขู่ คุกคาม หรือใช้ความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นกับชาวบ้าน 36 ครอบครัวที่กลับไปอยู่อาศัยและทำกินอยู่ที่บ้านบางกลอยบน-ใจแผ่นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ยุติการขัดขวางการขนส่งข้าว อาหาร และสิ่งของจำเป็นไปให้กับชาวบ้านบางกลอย 4.ให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 3 สิงหาคม 2553 ว่าด้วย แนวนโยบายและหลักปฏิบัติในการพื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยงโดยเร่งด่วน โดยเฉพาะ มาตรการด้านการยุติการจับกุม ดำเนินคดี และการคุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรมในรูปแบบไร่หมุนเวียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.ในกรณีที่ชาวบ้านครอบครัวใดประสงค์จะอยู่ที่บ้านบางกลอยล่าง ให้รัฐดำเนินการจัดสรรที่ดิน ทั้งที่ดินอยู่อาศัยและทำกินให้เพียงพอต่อการดำรงชีพ เพื่อให้สามารถดำเนินวิถีชีวิตได้อย่างมั่นคง 6.รัฐจะต้องยุติการดำเนินการสนธิกำลังกันของเจ้าหน้าที่รัฐได้ตั้งจุดสกัด เดินลาดตระเวนและตรวจค้นสร้างแรงกดดัน และความหวาดกลัวให้แก่ชาวบ้านบางกลอย และมีมาตรการในการคุ้มครองสวัสดิภาพ
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;หลังจากนั้น รัฐมนตรี ฯ ได้ปฏิบัติการ &amp;ldquo;ยุทธการต้นน้ำเพชร&amp;rdquo; โดยการสนธิกำลังหลายหน่วยงาน และการผลักดันคนจากพื้นที่ใจแผ่นดินลงมา พีมูฟจึงขอตำหนิรัฐมนตรี ทส. ที่กลายเป็น คนเขียนด้วยมือลบด้วยเท้า ทั้งที่ตัวเองได้ตั้งคณะทำงานขึ้น เพื่อศึกษาหาทางออกต่อการแก้ปัญหา กรณีบางกลอยขึ้น พร้อมให้ลงพื้นที่ในการศึกษาการแก้ปัญหาอยู่ แต่ปฏิบัติการกดดันขนย้ายชาวบ้านลงจากใจแผ่นดิน พร้อมกับคณะทำงานกำลังรวบรวมข้อมูลอยู่ด้วย&amp;rdquo;ในแถลงการณ์ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในแถลงการณ์ระบุถึงสาเหตุที่ต้องตำหนิ รัฐมนตรี ทส.เนื่องจาก 1. รัฐมนตรีไม่สามารถบริหาร กำกับ บังคับบัญชาเจ้าหน้าที่กระทรวงทรัพย์ให้ปฏิบัติตามนโยบายรัฐมนตรีได้ 2. รัฐมนตรีไม่สามารถทำให้ประชาชนเชื่อมั่นในคำสั่ง และนโยบายการแก้ปัญหาประชาชน ได้อีกต่อไป เพราะแม้แต่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการในพื้นที่ยังไม่เชื่อฟังคำสั่งรัฐมนตรี 3. รัฐมนตรีขาดความรู้ความเข้าใจ ขาดข้อมูลที่รอบด้านในการตัดสินใจแก้ปัญหาประชาชน รับฟังเพียงหน่วยราชการที่ไม่ฟังเสียงประชาชน รัฐมนตรีจึงเป็นเพียงเครื่องมือให้ราชการกำกับ ชี้นำ ให้ดำเนินการเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95038</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มพีมูฟ, จังหวัดเพชรบุรี, ชาวบางกลอย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210304/image_big_6040f8e20ecb8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94664</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2021 20:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2021 20:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จนท.สนธิกำลังเกลี้ยกล่อมชาวบางกลอยรอบ 3 เหลวอีก ชี้ชัดชาวบ้านเกิดแผ่นดินไทยไม่ใช่ต่างด้าว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มี.ค.64 - นายอภิสิทธิ์ เจริญสุข ชาวบานบางกลอยเปิดเผยว่า ตั้งแต่สายๆในวันนี้เจ้าหน้าที่ทางการหลายหน่วยงาน อาทิ อุทยานฯ ทหาร ตชด. กอ.รมน. รวมทั้งแพทย์และพยาบาล ได้สนธิกำลังกันเดินทางขึ้นไปบ้านบางกลอยใจแผ่นดินบริเวณจุดพักที่ชาวบ้านอพยพกลับขึ้นไปอยู่ โดยใช้เฮลิคอปเตอร์ประมาณ 5 เที่ยว จนกระทั่งประมาณ 13.30 น.จึงเดินทางกลับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิสิทธิกล่าวว่า ชาวบ้านที่เป็นญาติพี่น้องซึ่งยังอยู่ที่บ้านบางกลอยล่างรู้สึกกังวลใจในความปลอดภัยของชาวบ้านที่กลับขึ้นไปอยู่ด้านบน เพราะไม่แน่ใจว่าทำไมครั้งนี้ถึงมีการนำแพทย์และพยาบาลไปด้วย ชาวบ้านจึงต้องไปรอดูเหตารณ์อยู่ที่หน่วยพิทักษ์ กจ.10 &amp;nbsp;ซึ่งเป็นลานจอดเฮลิคอปเตอร์ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ถอนกำลัง ที่สำคัญคือไม่เคยมีเจ้าหน้าที่แจ้งหรือประสานให้ชาวบ้านบางกลอยล่างได้รับทราบว่ากำลังปฎิบัติการอะไร ทำให้ต้องคาดการณ์กันไปต่างๆนาๆ ที่สำคัญคือทุกคนต่างงุนงงที่ได้มีการนำแพทย์และพยาบาลขึ้นเพราะข้างบนไม่มีใครเจ็บป่วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้าเป็นความช่วยเหลือด้านสาธารณสุขก็ไม่น่าสนธิกำลังกันขนาดนี้ พวกเราต่างรู้สึกเป็นห่วงพะตีหน่อแอะกันมาก หากแกถูกบังคับให้ลง แกคงไม่ยอมไม่แน่ แกได้ยื่นคำขาดไว้แล้วจะไม่ลง ถ้าใครเอาแกลงมา แกจะผูกกคอตาย&amp;rdquo;นายอภิสิทธิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่รู้พรุ่งนี้เจ้าหน้าที่จะมีปฎิบัติการหรือไม่ ชาวบ้านต่างกังวลใจมาก ยิ่งตอนนี้มีเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เดินถือปืนลาดตระเวนในหมู่บ้านตั้งแต่เมื่อเช้า ขณะนี้เจ้าหน้าที่อุทยานฯพยายามปิดกั้นเส้นทางที่ชาวบ้านใช้เดินขึ้นไปบางกลอยบน อย่างไรก็ตามใน 1-2 วันที่ผ่านมา ยังคงมีชาวบ้านเดินขึ้น-ลงอยู่เสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปลุ๊ จีบ้ง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านบางกลอย กล่าวว่าตนได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้ติดตามคณะขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปยังบางกลอยบนในวันนี้ โดย กอ.รมน.และเจ้าหน้าที่อุทยานฯชวนไปคุยเพื่อให้เกลี้ยกล่อมชาวบ้านกลับลงมาโดยเฉพาะพะตีหน่อแอะ แต่ชาวบ้านยังยืนยันเช่นเดิมคือไม่ยอมลงมา ขณะเดียวกันแพทย์และพยาบาลที่เดินทางไปด้วยได้ทำการตรวจร่างกายทุกคนเพราะเห็นว่าอยู่ในป่าหลายวันแล้ว แต่ก็ไม่พบว่ามีใครป่วยไข้อะไร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่เขาให้ผมขึ้นไปด้วยเพราะคงเห็นว่าเป็นคนหมู่บ้านบางกลอยแท้ๆ ผมเติบโตที่บ้านบางกลอยบนมาจนอายุ 20 ปี จึงได้ถูกอพยพลงมา ผมเห็นพวกเขาอยู่กันแล้วก็ทำให้นึกถึงสมัยผมอยู่ที่นั่น ดูแล้วก็น่าอยู่ เมื่อก่อนตอนผมเป็นเด็กอยู่อย่างนั้นก็สนุก ผมไม่แปลกใจว่าทำไมเขาถึงยืนยันว่าไม่กลัยลงมา&amp;rdquo;นายปลุ๊ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านกล่าวว่า เฮลิคอปเตอร์ไปจอดในพื้นที่ไร่ซึ่งชาวบ้านเตรียมทำไร่หมุนเวียน ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวยังพบต้นนุ่นขนาดใหญ่ที่ชาวบ้านปลูกไว้ในอดีต พื้นที่เหล่านั้นเคยเป็นไร่หมุนเวียนของชาวบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่มีการให้ข้อมูลว่าชาวบางกลอยจำนวนไม่น้อยอพยพข้ามมาจากฝั่งพม่า นายปลุ๊ กล่าวว่าสิ่งเหล่านี้เคยได้ยินทางอุทยานฯพูดมานานแล้ว ซึ่งตนขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่คือลูกหลานของชาวบางกลอย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสุรพงษ์ กองจันทึก ประธานมูลนิธิผสานวัฒนธรรมและนักกฎหมาย กล่าวถึงกรณีที่ถูกแจ้งความดำเนินคดีข้อหายุยงให้ชาวบ้านบางกลอยบุกรุกป่าแก่งกระจานว่า เราทำตามหน้าที่ของเรา โดยตนทำงานเกี่ยวกับชาวเขามากว่า 40 ปีและที่นี่ก็เป็นพื้นที่ทำงานเก่าที่เคยสำรวจตั้งแต่ปี 2528 สมัยเป็นเจ้าหน้าที่วิจัยของกองสงเคราะห์ชาวเขา แต่หน้าที่ครั้งนี้ของเราอาจทำให้บางคนเสียผลประโยชน์และเมื่อมีชาวบ้านมาร้องเรียนว่าถูกเผาบ้าน ตนในฐานะอนุกรรมการสิทธิมนุษยชน ของสภาทนายความ &amp;nbsp;ในตอนนั้นจึงต้องช่วยเหลือและทุกอย่างเป็นไปตามกระบวน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ความคิดเห็นของแต่ละฝ่ายแตกต่างกันได้ แต่ทั้งหมดต้องอยู่บนความฐานความจริง ที่ผ่านมาชาวบ้านกลุ่มนี้ ได้รับการกล่าวหาว่าเป็นคนต่างด้าวตลอดมา แต่ผมยืนยันตลอดว่าเขาเกิดและอยู่หมู่บ้านบางกลอย แม้แต่กระทั่งนายบิลลี่ที่ถูกอุ้มไปก็เช่นกัน ผมเชื่อว่าสุดท้ายความจริงก็จะปรากฏ ใครที่กล่าวเท็จ ในที่สุดความจริงก็ปรากฎ&amp;rdquo;นายสุรพงษ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานมูลนิธิผสานวัฒนธรรมกล่าวว่า การที่เจ้าหน้าที่ทางการขึ้นไปเกลี้ยกล่อมชาวบ้านให้ลงมาเป็นครั้งที่ 3 จริงๆแล้ว ตามข้อตกลงที่ลงนามร่วมกันของรัฐมนตรีและตัวแทนชาวบ้านในครั้งก่อน ที่ให้ถอนกำลังเจ้าหน้าที่ออกมาและให้มีคณะทำงานเข้าไปหาข้อเท็จจริงเป็นเรื่องดีและถูกต้อง ดังนั้นควรรับฟังผลจากคณะทำงานที่เข้าไปทำงานร่วมกันก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94664</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดเพชรบุรี, ชาวบางกลอย, อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน, แก่งกระจาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210301/image_big_603ce9a720283.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94251</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2021 16:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2021 16:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปท. ชี้มูลเอาผิด &#039;ชัยวัฒน์&#039; อดีตหัวหน้าอุทยานฯแก่งกระจาน ให้ออกจากราชการ ปมเผาบ้านปู่คออี้ ผิด ม.157</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.พ.64 - รายงานข่าวจากคณะกรรมการป้องกันและปรามปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ที่มี นายประสาท พงษ์ศิวาภัย เป็นประธานคณะกรรมการ ป.ป.ท.ได้นัดประชุมในคดี นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และพวกเจ้าหน้าที่ของอุทยานแห่งชาติ รวม 6 คน ได้เข้ารื้อถอนเผาทำลายบ้านเรือน ยุ้งฉาง และทรัพย์สินอื่นๆของนายโคอิ หรือ คออี้ มีมิ ชาวกะเหรี่ยงแก่นกระจาน และของชาวบ้านอีกหลายราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่ประชุมมีมติชี้มูลความผิดนายชัยวัฒน์ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157 และมีมติให้ออกจากราชการ สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ ป.ป.ท.จะส่งสำนวนให้ต้นสังกัด คือ กรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เพื่อให้ดำเนินการทางวินัย และส่งสำนวนให้พนักงานอัยการดำเนินการในคดีอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 5-9 พ.ค.2554 นายชัยวัฒน์ และพวกเจ้าหน้าที่ของอุทยานแห่งชาติ ได้เข้ารื้อถอนเผาทำลายบ้านเรือน ยุ้งฉาง และทรัพย์สินอื่นๆ ของนายโคอิ หรือ คออี้ มีมิ และของชาวบ้านอีกหลายราย ซึ่งเป็นชาวไทยพื้นเมืองดั้งเดิมเชี้อสายกะเหรี่ยง ที่หมู่บ้านบางกลอยบนและใจแผ่นดิน เสียหายราว 100 หลัง โดยนายคออี้ มีมิ ได้แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีต่อนายชัยวัฒน์ และพวก ต่อพนักงานสอบสวน สภ.แก่งกระจาน และสำนวนถูกส่งไปยัง ป.ป.ท.ซึ่งคดีดังกล่าวได้ทำการสอบสวนเป็นระยะเวลานานกว่า 9 ปีแล้ว ขณะที่ความผิดตามมาตรา 217 วางเพลิงเผาทรัพย์ และมาตรา 358 ทำให้เสียทรัพย์ดังกล่าว ข้างต้นกำลังจะขาดอายุความ 10 ปี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94251</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการป้องกันและปรามปรามการทุจริตในภาครัฐ, จังหวัดเพชรบุรี, ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร, ชาวบางกลอย, ปปท., ปู่คออี้, อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210225/image_big_603771df58ee5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94103</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2021 17:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2021 14:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบางกลอยยันไม่ย้ายกลับมาลงมา ขอพื้นที่ทำกิน 36 ครอบครัว ส่งตัวแทนเจรจา 25 ก.พ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24&amp;nbsp;ก.พ.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ (23 ก.พ.) มีการเปิดยุทธการทวงคืนผืนป่าบางกลอยบน ใจแผ่นดิน เป็นวันที่สอง โดยการนำของนายพิชัย วัชรวงษ์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;สาขาเพชรบุรี ได้มอบหมายให้นายพนัชกร โพธิบัณฑิต ผู้อำนวยการส่วนป้องกันและปราบปราม กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นางสาวเนตรนภา งามเนตร ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พร้อมผู้ใหญ่บ้านบางกลอย เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ ไปยังบริเวณพื้นที่บ้านใจแผ่นดิน โดยเข้าไปพูดคุยกับกลุ่มชาวกะหร่าง นำโดยนายนอแอ๊ะ มีมิ ลูกชาย ปู่คออี้ มีมิ โดยมีคณะสื่อมวลชนร่วมสังเกตการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการเจรจาเริ่มขึ้นเมื่อ น.ส.เนตรนภา ได้เสนอข้อเรียกร้องให้นายนอแอ๊ะ พาชาวบ้านกลับออกจากป่า เพื่อพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ พร้อมจะหาทางออกและแนวทางแก้ปัญหาร่วมกัน แต่ถึงอย่างไร นายนอแอ๊ะ ยืนยันว่า จะไม่ยอมลงไปเจรจากับเจ้าหน้าที่ด้านล่าง&amp;nbsp;แต่ถ้าเจ้าหน้าที่ต้องการเจรจา ให้ขึ้นไปเจรจาในป่าพื้นที่ใจแผ่นดินเท่านั้น พร้อมยืนยันว่าจะไม่อพยพลงมาพื้นที่บางกลอยล่างโดยเด็ดขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายประเสริฐ หนึ่งในตัวแทนชาวบ้าน ยืนยันเช่นเดียวกันว่าพวกเขามีสิทธิที่จะกลับขึ้นไปทำกินบนพื้นที่เดิมของบรรพบุรุษ และการทำกินก็อยู่ในไร่เลื่อนลอยเดิม ไม่ใช่การเปิดป่าใหม่ นอกจากนั้นยังเสนอเงื่อนไขว่า พวกเขา&amp;nbsp;36&amp;nbsp;ครอบครัว ต้องการทำไร่หมุนเวียนครอบครัวละ 15 ไร่ และต้องหมุนเวียนกลับมาทำกินพื้นที่เดิมทุกๆ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ปี ตั้งแต่เขตชายแดนไปถึง ต.สองพี่น้อง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ส่วนแปลงไร่หมุนเวียนอยู่จุดไหนบ้าง ขอให้เจ้าหน้าที่มารังวัด แนวเขตพื้นที่ทำกินของพวกเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ ที่ร่วมเจรจาจึงแย้งว่า ถ้าทำตามความต้องการ&amp;nbsp;36&amp;nbsp;ครอบครัวจริง จะใช้พื้นที่สำหรับการทำไร่หมุนเวียนบนป่าแก่งกระจาน เนื้อที่มากกว่า&amp;nbsp;5,400&amp;nbsp;ไร่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ยอมรับว่า ไม่สามารถที่จะทำได้ เพราะถ้าทำได้ ชาวบ้านคนอื่นก็จะเรียกร้อง ขอขึ้นมาทำกินแบบเดียวกัน แต่ถ้าหาวิธีการอื่น ด้วยการแก้ปัญหาความเดือดร้อนในเรื่องที่ทำกิน ที่อยู่อาศัย พร้อมจะดำเนินการหาทางแก้ไขให้ โดยเร่งด่วน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายประเสริฐ ยอมรับกับเจ้าหน้าที่ต่อหน้าสื่อมวลชนว่า เขาไม่ได้ทำกินบนหมู่บ้านบางกลอย แต่ลงไปทำงานรับจ้างก่อสร้างตามจังหวัดต่างๆ แต่หลังจากประสบปัญหาโควิด-19&amp;nbsp;ระบาด รอบแรก จึงกลับมาที่บางกลอย และพบว่าครอบครัวมีเพียงฝ่ายแม่เท่านั้น ที่มีที่ดินปลูกบ้าน แต่ไม่มีที่ดินทำกิน พวกเขาจึงปรึกษากับอีกหลายครอบครัว เพื่อกลับขึ้นมาทำกินบนพื้นที่ดั้งเดิมของบรรพบุรุษ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่ถามว่า ถ้าชาวบ้านคนอื่นในจังหวัดเพชรบุรี ต้องการขึ้นมาทำกินเหมือนกับกลุ่มชาติพันธุ์ ทำได้หรือไม่ เพราะยังมีชาวบ้านในจังหวัดเพชรบุรี หลายคนหลายครอบครัว ที่ต้องการที่ดินทำกิน นายประเสริฐ บอกว่า ไม่สามารถทำได้ เพราะพื้นที่นี้เป็นพื้นที่ดั้งเดิมของบรรพบุรุษของพวกเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากทั้งสองฝ่ายพูดคุยแลกเปลี่ยนกันราว 1 ชั่วโมง&amp;nbsp;น.ส.เนตรนภา ได้เสนอให้ชาวบ้านส่งตัวแทน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;คนลงไปเจรจากันที่บ้านบางกลอยล่าง ในวันพฤหัสที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;กุมภาพันธ์นี้&amp;nbsp;ซึ่งฝ่ายอุทยานฯจะส่งตัวแทน มาเจรจากับฝ่ายชาวบ้าน เพื่อรับฟังข้อเรียกร้องต่างๆพร้อมกับจะให้มีสื่อมวลชนร่วมรับฟังการเจรจาเพื่อเป็นสักขีพยาน ส่วนชาวบ้านที่ยังคงอยู่บางกลอยบน จะต้องไม่มีการบุกรุกเพิ่มเติมหรือเผาป่า จนกว่าจะบรรลุข้อตกลงกันในวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;กุมภาพันธ์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรี ว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ได้รับรายงานว่ามีชาวบ้านเดินเท้าขึ้นไปเพิ่มอีก&amp;nbsp;38&amp;nbsp;คน โดยรวมกับกลุ่มเดิมที่มีอยู่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;คน เป็น&amp;nbsp;59&amp;nbsp;คน โดยการเจรจาระหว่างนอแอ๊ะ มีมิ กับฝ่ายอุทยานฯทราบว่าทั้งหมด&amp;nbsp;59&amp;nbsp;คนจะยังไม่ยอมกลับลงมา ทั้งนี้ เราจะยึดหลักการเจรจา ไม่มีการใช้กำลังใดๆ โดยจะเปิดเจรจากันในวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ก.พ.นี้ สำหรับตัวแทนกระทรวงฯ ที่มีอำนาจตัดสินใจ คงต้องปรึกษากับนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ และนำเข้าสู่คณะกรรมการเรื่องนี้ ซึ่งมีรองปลัดกระทรวงฯ เป็นประธาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธพล กล่าวอีกว่า ระหว่างช่วงสุญญากาศคือก่อนวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ก.พ.เจ้าหน้าที่ จะไม่อนุญาตให้บุกรุกทำลายป่า และล่าสัตว์ และถ้าพบการทำผิด ก็จะมีการดำเนินคดีตามกฎหมายทันที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หลังจากสื่อมวลชนได้ดูพื้นที่จากเฮลิคอปเตอร์พบว่าพื้นที่ป่าแก่งกระจานถูกบุกรุกแผ้วถางมากเกือบ 20 จุด เป็นบริเวณกว้าง เป็นภาพที่แสนจะหดหู่ใจ ที่ผืนป่าที่กำลังจะเป็นมรดกโลก ต้องถูกทำลายอย่างมากมายเช่นนี้ ส่วนการพูดคุยเจรจาครั้งแรก มีชาวกะเหรี่ยงยินยอมเต็มใจที่ออกจากป่ามาแล้วจำนวนหนึ่ง โดยเจ้าหน้าที่มิได้มีการใช้กำลังหรือข่มขู่แต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือ ยกแบกสิ่งของเครื่องใช้ให้ทุกคนในการเดินทางออกจากป่า โดยเฮลิคอปเตอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94103</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดเพชรบุรี, ชาวบางกลอย, ชาวบ้านบางกลอย, อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน, แก่งกระจาน, ใจแผ่นดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210224/image_big_6035f985f2410.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94012</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2021 19:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2021 19:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชาวเลอันดามัน&#039; ขนปลาแห้งมอบชาวบางกลอย แนะรัฐปล่อยทำไร่หมุนเวียนเพราะเป็นแปลงเก่าไม่ได้บุกรุก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้อาวุโสกะเหรี่ยงแนะรัฐปล่อยชาวบางกลอยทำไร่หมุนเวียน ชี้ไม่ได้บุกรุกเพราะเป็นแปลงเก่า ชาวเลอันดามันให้กำลังใจ-เดินทางไกลขนปลาแห้งมอบให้ถึงหมู่บ้าน สถานการณ์ในพื้นที่ยังตึงเครียด-อุทยานฯ เปิดปฏิบัติการวันที่สอง-ลูกชายปู่คออี้ไม่ยอมลงแม้ชักแม่น้ำทั้งห้า ชาวบ้านตามขึ้นไปสมทบอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.พ.64 - พะตีตาแยะ ยอดฉัตรมิ่งบุญ ผู้อาวุโสชาวปกาเกอะญอและปราชญ์ชาวกะเหรี่ยง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่รัฐนำโดยอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานได้สนธิกำลังในยุทธการพิทักษ์ป่าต้นน้ำเพชร โดยนำชาวบ้านบางกลอยที่อพยพกลับไปอยู่ในหมู่บ้านเดิมป่าใจแผ่นดินกลับลงมา ว่าวันก่อนที่ไปยื่นหนังสือที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อแก้ปัญหาร่วมกัน ภาครัฐรับปากว่าจะไม่มีคุกคามชาวบ้านอีก ถ้ารัฐใช้กำลังบังคับก็เท่ากับข้อตกลงที่ทำร่วมกันไว้ไม่มีประโยชน์ และชาวบ้านก็คงต้องสู้ต่อไป ซึ่งตนเชื่อว่าขณะนี้คนกรุงเทพฯ รวมทั้งคนในสังคมไทยได้รับรู้ข้อเท็จจริงเยอะขึ้นมากเมื่อเทียบกับการบังคับย้ายชาวบ้านเมื่อปี 2554 โดยเฉพาะเรื่องการใช้อำนาจของราชการ &amp;nbsp;พะตีตาแยะกล่าวถึงข้ออ้างของทางการที่ระบุว่าชาวบ้านบางกลอยเผาไร่หมุนเวียน ว่าเท่าที่ดูจากภาพเห็นได้ชัดเจนว่าบริเวณดังกล่าวเป็นที่ดินในแปลงดั้งเดิมโดยไม่ได้เป็นการบุกรุกป่าใหม่ ทราบว่าชาวบ้านกำลังร่วมกันทำข้อมูลอยู่ว่าแต่ละปีได้ข้าวเท่าไหร่ เพื่อชี้แจงให้หน่วยงานรัฐเข้าใจวิถีชีวิตของเขา จึงไม่ได้บุกรุกป่า เพราะการทำไร่หมุนเวียนนั้น ปลูกข้าวและพืชต่างๆ 1 ปีแล้วทิ้งไว้ให้ดินฟื้นตัว แล้วไปทำไร่หมุนเวียนแปลงอื่นที่ฟื้นตัวแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การทำไร่หมุนเวียน ดีกว่าปลูกข้าวโพดเยอะ เพราะเป็นการใช้ธรรมชาติ ไม่ต้องใช้ยา ใช้ปุ๋ย ที่ต้องเผาไร่ในตอนเริ่มต้นก็เพราะไฟมีประโยชน์มาก หลังจากเผาแล้วแค่เพียงครึ่งเดือนต้นไม้ก็แตกยอดออกมา เป็นการทำลายแมลงไม่ให้รบกวนข้าว การเผาไร่หมุนเวียน ไม่ได้เป็นการเผาพลาสติก จึงไม่เกิดมลพิษ แต่เป็นการเผาใบไม้ที่ไม่เกิดเชื้อโรค ถือว่าเป็นการเปิดฟ้าให้ฝนตกลงมาควันไฟต่างๆก็หาย น้ำที่ไหลจากขี้เถ้าก็ไม่เป็นพิษ สามารถดื่มกินได้เหมือนเป็นสมุนไพร&amp;rdquo; พะตีตาแยะ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พะตีตาแยะกล่าวว่า ปัญหาของชาวบ้านบางกลอยยืดเยื้อมานาน จนพวกเขาทนไม่ได้จนบางคนเสียชีวิตไปแล้ว ที่เหลืออยู่ก็ลำบากเพราะที่ดินทำกินไม่เพียงพอ ที่อุทยานฯแบ่งให้ตั้งแต่ปี 2539 ก็ทำกินไม่ค่อยได้ ทางที่ดีรัฐควรปล่อยให้พวกเขากลับขึ้นไปทำไร่อยู่ข้างบน เพราะอย่างน้อยเขาก็มีข้าวกิน แค่เพียงภาครัฐไปกันพื้นที่ไว้ให้เขา ชาวบ้านก็จะช่วยกันดูแลป่า ดีกว่าเอาพวกเขาลงมาแล้วไม่จัดสรรที่ดินให้ ชาวบ้านเขารู้ตรงไหนเป็นป่าอนุรักษ์ ตรงไหนเป็นป่าที่หากินได้ เขาต้องดูแลรักษาป่าเพราะไม่เช่นนั้นเขาก็ไม่สามารถอยู่รอดได้ เขาอยู่กันหลายช่วงอายุคนจึงรู้ดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายไมตรี จงไกรจักร ผู้จัดการมูลนิธิชุมชนไท กล่าวว่า การอพยพกลับขึ้นไปอยู่ของชาวบ้านบางกลอยในใจแผ่นดิน เพราะไม่สามารถทำต่อสภาพความขัดสนเนื่องจากการจัดสรรที่ดินทำกินของอุทยานฯ ไม่เพียงพอ ประกอบกับสถานการณ์การระบาดของไวรัส โควิด-19 ทำให้เกิดความยากลำบากในการดำรงชีพ ของชาวกะเหรี่ยงบางกลอย &amp;nbsp;และกลุ่มชาติพันธุ์ ทั้งชาวเลภาคใต้ของประเทศไทย เพราะส่วนใหญ่ยังเข้าไม่ถึงระบบการเยียวยาจากภาครัฐ จนนำไปสู่การทำปลาแลกข้าว จากชาวเลถึงชาวกะเหรี่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กะเหรี่ยงกับชาวเล เหมือนพี่น้องกัน ชาวเลราไวย์ อยากทำโครงการข้าวแลกปลา เพื่อเอาปลาไปเชื่อมร้อยกับชาวกะเหรี่ยง &amp;nbsp;และเราอยากเอาปลาแห้งไปให้ &amp;nbsp;และไปเยี่ยมให้กำลังใจ พี่น้องกะเหรี่ยง มูลนิธิชุมชนไทจึงช่วยประสานให้ชาวเลและเครือข่าวได้เดินทางไปมอบปลาให้ชาวบ้านบางกลอย จ.เพชรบุรี ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไมตรีกล่าวว่า กลุ่มชาติพันธุ์ชาวเลฝั่งทะเลอันดามัน อันประกอบไปด้วยชาวมอแกน มอแกลน และ ชาวอูรักลาโว้ย เกิดแนวคิดและรวมตัวกันออกเรือหาปลาเพื่อต้องการที่จะทำปลาแห้งส่งมอบให้กับชาวกะเหรี่ยงบางกลอยขึ้น โดยตัวแทนชาวเลจาก ชุมชนราไวย์ ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ได้ออกหาปลาสด ประมาณ &amp;nbsp;500 กิโลกรัม เพื่อเอามาทำเป็นปลาแห้ง ประมาณ 150 กิโลกรัม เพื่อนำส่งมอบให้ชาวกะเหรี่ยงบางกลอยและร่วมแลกเปลี่ยนวิถีชีวิตระหว่างกัน โดยชาวเลได้ออกเดินทางตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ เวลา 10.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เราตั้งใจจะไปนอนสัก 1 คืน &amp;nbsp;ถ้าไม่มีอุปสรรคอะไร เพราะอยากสัมผัสความรู้สึก และวิถีชีวิต พี่น้องกะเหรี่ยงบางกลอย รวมทั้งจะได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันของคนต่างชาติพันธ์&amp;quot; นายไมตรี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่บ้านบางกลอย-โป่งลึก ซึ่งเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานกำลังร่วมกันปฏิบัติการ &amp;ldquo;ยุทธการพิทักษ์ป่าต้นน้ำเพชร&amp;rdquo; ระหว่างวันที่ 22-24 กุมภาพันธ์นั้น ตั้งแต่ช่วงเช้า เจ้าหน้าที่ได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปยังพื้นที่บ้านบางกลอยบนที่ชาวบ้านอพยพกลับไปอยู่ ขณะที่ชาวบ้านบ้างกลอยต่างไปปักหลักรอดูสถานการณ์อยู่ที่หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ กจ.10 ซึ่งเป็นลานจอดเฮลิคอปเตอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลา 11.00 น. นางสาวเนตรนภา งามเนตร ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พร้อมด้วยนายนิรันดร์ พงษ์เทพ ผู้ใหญ่บ้านบางกลอย ได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปยังกลุ่มชาวบ้านที่อยู่ในป่าใจแผ่นดินเพื่อเจรจากับนายหน่อแอะ มีมิ ลูกชายของปู่คออี้ ผู้นำจิตวิญญาณกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย โดยใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมงจึงกลับลงมาเมื่อเวลา 13.22 น.ซึ่งมีรายงานว่านายหน่อแอะ ไม่ยินยอมย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านบางกลอยล่าง แม้จะมีการโน้มน้าวตั้งแต่เมื่อวาน และวันนี้เป็นครั้งที่สอง ในที่สุดเจ้าหน้าที่จึงได้ถอนกำลังกลับ และหยุดปฎิบัติการในวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันมีรายงานข่าวว่า ชาวบ้านบางกลอย 30-40 คนที่เดินเท้าออกจากบ้านบางกลอยล่างตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ภายหลังจากมีข่าวว่าเจ้าหน้าที่ทางการจะขึ้นไปเอาตัวคนที่อยู่บางกลอยบนลงมา ได้เดินทางไปถึงบ้านบางกลอยบนและสมทบกับชาวบ้านที่เดินทางไปก่อนหน้านี้ ทำให้ขณะนี้มีจำนวนชาวบ้านราว 50 คนที่ปักหลักอยู่บ้านบางกลอยบน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94012</URL_LINK>
                <HASHTAG>กะเหรี่ยงบางกลอย, จังหวัดเพชรบุรี, ชาวบางกลอย, อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน, แก่งกระจาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210223/image_big_6034c37585739.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
