<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>36444</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รณรงค์พรึ่บ!บี้ปลดล็อกกัญชา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พระ-ผู้ป่วย-ประชาชนเคลื่อนขบวนเดินเท้ารณรงค์แก้กฎหมายดึงกัญชาออกจากยาเสพติด &amp;quot;อ.เดชา&amp;quot; ชี้ชาวบ้านนับล้านต้องการใช้รักษา แต่เข้าไม่ถึง &amp;quot;ดร.อาทิตย์&amp;quot; วอนรัฐบาลปลดล็อก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม ที่บริเวณวัดป่าวชิรโพธิญาณ อ.โพทะเล จ.พิจิตร เครือข่ายภาคประชาชน 10 องค์กร ประกอบด้วย มูลนิธิข้าวขวัญ มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ มูลนิธิชีววิถี (BIOTHAI) มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค มูลนิธิสุขภาพไทย มหาวิทยาลัยรังสิต เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก เครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ ขบวนการสร้างเสริมสุขภาพ (ขสช.) ประชาชน และเครือข่ายผู้ป่วย (Healthy Forum) ได้ร่วมกันจัดกิจกรรม &amp;ldquo;เดินเพื่อผู้ป่วย : กัญชารักษาโรค&amp;rdquo; โดยการเดินเท้าจากวัดป่าวชิรโพธิญาณ ไปถึงวัดบางปลาหมอ จังหวัดสุพรรณบุรี รวมระยะทาง 268 กิโลเมตร ซึ่งระหว่างทางจะมีเวทีบรรยายพิเศษและเสวนาให้ความรู้เกี่ยวกับนโยบายกัญชารักษาโรค โดยมีวิทยากรและผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ แสดงความจำนงเข้าร่วมอย่างคับคั่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจารย์เดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ กล่าวว่า เป้าหมายหลักในการเดินครั้งนี้มีด้วยกัน 3 ประการ คือ 1.ต้องการปรับเปลี่ยนกฎหมายปัจจุบันให้ดีขึ้น เพราะกัญชายังเป็นยาเสพติดอยู่ แม้จะผ่อนผันให้ทำยาได้ แต่ขอบเขตจำกัดมาก ทำให้การผลิตและแจกจ่ายเข้าถึงผู้ป่วยได้น้อยมาก อย่างกรณีที่ตนดำเนินการอยู่ทำอย่างเต็มที่ก็สามารถแจกจ่ายได้ไม่เกิน 1 หมื่นคนต่อปี ขณะที่ผู้ป่วยที่ต้องการใช้ยาชนิดนี้มีมากกว่า 8 แสน - 2 ล้านคน ซึ่งในอนาคตน่าจะเพิ่มสูงขึ้นมากกว่า 10 ล้านคน ดังนั้นจึงควรปรับกฎหมายเพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงสมุนไพรชนิดนี้มากขึ้น โดยแยกกัญชาออกจากกฎหมายยาเสพติดก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ต้องการให้ข้อมูลที่ถูกต้องต่อสาธารณชนก่อนว่ากัญชาไม่ใช่ยาเสพติด แต่เป็นยารักษาโรค ซึ่งการใช้ที่ถูกต้องจะเป็นประโยชน์มาก โดยเฉพาะการรักษาและแก้ไขปัญหาสุขภาพ ซึ่งมีราคาถูก สามารถลดค่าใช้จ่ายได้มาก โดยเฉพาะลดการนำเข้ายาจากต่างประเทศ และ 3.ระดมทุนบริจาคเพื่อผลิตยาสำหรับแจกฟรี และหากยังทำไม่ได้มากก็ใช้ทุนก้อนนี้ในการรณรงค์ในการปรับกฎหมาย ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่จัดกิจกรรม และจัดครั้งเดียวอาจไม่เพียงพอ เพียงแต่เป็นการเริ่มต้น และมีอีกหลายเรื่องที่ยังต้องให้ความรู้โดยการอบรม จนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย ซึ่งอาจต้องใช้เวลาหลายปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หลังจากที่ผมศึกษาและทำเรื่องกัญชามา 6 ปี เริ่มจากทดลองใช้กับตัวเองก่อน แล้วใช้กับลูกศิษย์ สุดท้ายใช้กับสาธารณชน เราพบว่ากัญชามีประโยชน์มาก เราต้องการให้ทุกคนเข้าถึงกัญชาอย่างทั่วถึง อยากให้ทุกคนปลูกและสกัดได้เพื่อรักษาตัวเอง ในระดับชุมชนอยากให้มีการแจกจ่ายฟรีสมุนไพรชนิดนี้กับผู้ป่วยทุกอำเภอ คือมี 1 วัดในทุกอำเภอแจกจ่ายอย่างทั่วถึง เราอาจใช้พื้นที่ปลูกกัญชาอำเภอละ 10 ไร่ ซึ่งคาดว่ามีผู้ป่วยอำเภอละไม่เกิน 3 หมื่นคน หากทำได้ระบบสาธารณสุขในบ้านเราจะดีขึ้นมาก ดีกว่าต้องพึ่งระบบสุขภาพของรัฐและเอกชนอย่างเดียว&amp;rdquo; อาจารย์เดชากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานมูลนิธิข้าวขวัญกล่าวว่า หลายโรคที่ใช้น้ำมันกัญชาเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ เช่น โรคไมเกรน ซึ่งหายขาดแน่นอน ครั้งแรกที่ตนเริ่มทดลองใช้กับผู้ป่วย 147 คน ปรากฏว่าอาการดีขึ้น และหาย 142 คน นอกจากรักษามะเร็ง รักษาตาแล้ว ตนยังใช้หยอดหู และอีกโรคหนึ่งที่รักษาได้จริงคือ โรคซึมเศร้า ที่น่ากลัวกว่ามะเร็ง ซึ่งคนไทยเป็นกันมาก แต่ไม่แสดงอาการ ส่วนมากมารู้ตัวตอนอาการระดับ 4 ซึ่งคิดอยากฆ่าตัวตายแล้ว เป็นโรคแห่งยุคสมัย ยิ่งประเทศเจริญประชาชนยิ่งเครียดมากขึ้น ประเทศที่เจริญแล้วคนที่ฆ่าตัวตายจะมากกว่าการที่ถูกคนอื่นฆ่า ซึ่งประเทศไทยกำลังเป็นเช่นนั้น ตนพบคนไข้คนหนึ่งที่นอนไม่หลับ แม้จะกินยาจากแพทย์ก็ไม่หลับ แต่เมื่อกินน้ำมันกัญชาปรากฏว่าหาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจารย์เดชากล่าวอีกว่า การนิรโทษกรรมผู้ที่ครอบครองกัญชาหมดตั้งแต่เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ทำให้วันนี้ไม่มีการคุ้มครองแล้ว ตอนนี้ไม่มีใครปลูกกัญชาได้ ยกเว้นภาครัฐทำเองหรืออนุญาตให้ใครปลูก ซึ่งไม่เพียงพอ ทุกวันนี้เราแจกเกิน 10 กิโลกรัม อาจถูกตั้งข้อหารุนแรงว่าจำหน่ายยาเสพติดโดยไม่ต้องมีหมายศาลค้น ดังนั้นวันนี้กัญชายังเป็นยาอันตรายของกฎหมาย ซึ่งประชาชนไม่สามารถเข้าถึงได้ แม้วันนี้ทำได้ แต่ก็แจกไม่ได้ เพราะผิดกฎหมาย ต้องรอให้ อย.รับรองก่อน การจะแจกได้ต้องมีสถาบันวิชาการมาช่วย ซึ่งมีเงื่อนไขเยอะ และผิดกฎหมายไปหมด สุดท้ายแม้มีกัญชามากมาย แต่หากจ่ายผ่านงานวิจัย เต็มที่ก็แจกได้ไม่เกิน 300 คน แต่คนไข้ที่มารับยากับตนอย่างน้อย 8,000 คน ซึ่งตอนนี้มีคนมาลงทะเบียนกว่า 20,000 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี กล่าวว่า ประชาชนสามารถเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ได้โดย 1.เข้าร่วมกิจกรรมเดินรณรงค์ตามเส้นทางที่ได้ประกาศ แม้ขณะนี้จะปิดรับลงทะเบียนทางเพจเฟซบุ๊ก แต่สามารถลงทะเบียนได้ที่หน้างาน 2.เข้าร่วมฟังบรรยายเสวนาตามกำหนดการในเส้นทางแวะพัก 3.บริจาคเงินเพื่อสนับสนุนการผลิตยาแจกจ่ายแก่ผู้ป่วยที่มีความจำเป็นและไม่สามารถเข้าถึงยาได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.ลงชื่อสนับสนุนการปลดกัญชาออกจากยาเสพติดเพื่อการแพทย์ เรียกร้องให้แก้กฎระเบียบและกฎหมาย เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงยากัญชา และหมอพื้นบ้านสามารถปลูก ปรุง และแจกจ่ายยาได้โดยปราศจากอุปสรรค 5.ลงชื่อเข้าร่วมโครงการวิจัยน้ำมันกัญชาเพื่อการรักษา 6.ร่วมแชร์ข้อมูลและข่าวสาร เดินเพื่อผู้ป่วยเพื่อสร้างความรู้และพลัง ซึ่งจะเป็นพื้นฐานของการเปลี่ยนแปลง ได้ทางเพจเฟซบุ๊ก เดินเพื่อผู้ป่วย cannabis walk Thailand &amp;nbsp;เพจปฏิวัติกัญชา เพจไบโอไท เพจมูลนิธิข้าวขวัญ และเพจมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ ทั้งนี้ จะมีการถ่ายทอดสดทางเพจเฟซบุ๊กเดินเพื่อผู้ป่วย Cannabis walk Thailand และเพจสื่อเถื่อนตลอดการเดินเท้า 20 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสิต ซึ่งร่วมเดินเท้า กล่าวว่า ประชาชนเดือดร้อนแสนสาหัส กัญชาสามารถรักษาโรคได้ แต่ประชาชนเข้าไม่ถึง เพราะรัฐบาลยังกีดกันให้กัญชาเป็นยาเสพติด เราจึงต้องเดินด้วยเท้าเรียกร้องให้กัญชาออกจากยาเสพติดและเป็นสมุนไพรรักษาประชาชน อยากให้ผู้มีอำนาจเห็นใจประชาชนที่ป่วยยาก การเดินครั้งนี้แม้พวกเราจะป่วยและแก่เฒ่า แต่ก็ต้องการเรียกร้องให้รัฐบาลปลดล็อกครั้งนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36444</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชาเสรี, ชาวบ้านนับล้านต้องการใช้รักษา, ปลดล็อกกัญชา, หนังสือพิมพ์, อาทิตย์ อุไรรัตน์, เดชา ศิริภัทร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190521/image_big_5ce40b102fd03.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
