<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115103</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2021 07:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2021 07:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“วราวุธ” ย้ำความมั่นใจชาวบ้านบางกลอย คุณภาพชีวิตต้องดีขึ้น หลังป่าแก่งกระจานได้ขึ้นเป็นมรดกโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 30 ส.ค.นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เปิดเผยว่า ตนพร้อมผู้บริหาร ทส. นำโดยนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัด ทส. นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายณัฐวุฒิ เพ็ชรพรหมศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp; ได้เดินทางเข้าไปติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหาที่ทำกินให้กับชาวบ้าน ในพื้นที่บ้านโป่งลึก-บางกลอย ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี&amp;nbsp; เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับชาวบ้านที่อยู่อาศัยในพื้นที่บ้านบางกลอยล่าง ว่าจะต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ภายหลังจากที่กลุ่มป่าแก่งกระจานได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อวันที่ 26 ก.ค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวราวุธ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับผืนป่าแก่งกระจานเป็นอย่างยิ่ง และห่วงใยความเป็นอยู่ของพี่น้องชาวบางกลอย โดยกำชับให้เร่งแก้ไขปัญหาในส่วนที่ยังขาดเหลือ ส่วนไหนที่ดีอยู่แล้วต้องเร่งพัฒนาศักยภาพ เพื่อให้สามารถรองรับการเป็นมรดกโลกของพื้นที่ได้โดยเร็ว การลงพื้นที่ในครั้งนี้ จึงเป็นการมาติดตามผลการดำเนินงานของกระทรวงฯ ว่าสิ่งที่ได้ดำเนินการไปแล้วยังขาดเหลือสิ่งใดอยู่หรือไม่ เพื่อเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่บางกลอยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวราวุธ ยังได้กล่าวถึงผลการติดตามการดำเนินงานเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวบ้านโป่งลึก-บางกลอย ว่า เบื้องต้นพบว่า การจัดหาน้ำสำหรับการบริโภคให้กับชาวบ้านทั้ง 2 หมู่บ้านนั้น มีปริมาณน้ำที่เพียงพอและมีคุณภาพน้ำที่ดีเหมาะสมต่อการบริโภค จากระบบน้ำบาดาลที่ให้ปริมาณน้ำประมาณ 2 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง สำหรับน้ำอุปโภคนั้นได้มีการติดตั้งระบบกระจายน้ำไปแล้ว แต่อาจจะยังมีบางพื้นที่ที่อยู่ห่างไกล ซึ่งอยู่ระหว่างการวางแผนระบบกระจายน้ำให้สามารถเข้าถึงพื้นที่ได้และสามารถพัฒนาพื้นที่ต่อไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายวราวุธ ศิลปอาชา และคณะ ได้ตรวจเยี่ยมระบบประปาบาดาล ขนาด 20 ลูกบาศก์เมตร พร้อมจุดบริการน้ำดื่มสะอาด และระบบสูบน้ำบาดาลด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งติดตั้งอยู่ในบริเวณโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านโป่งลึก เพื่อให้บริการน้ำดื่มสะอาดกับทั้ง 2 หมู่บ้าน คือ บ้านโป่งลึก และบ้านบางกลอย และตรวจเยี่ยมแปลงสาธิตการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างยั่งยืนบ้านบางกลอย เนื้อที่ 75 ไร่ ของชาวบ้านจำนวน 8 ราย ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ กรมพัฒนาที่ดิน และชาวบ้านเจ้าของพื้นที่ ดำเนินการปรับพื้นที่และปรับปรุงคุณภาพดินด้วยการปลูกปอเทือง ก่อนที่จะมีการปลูกไม้ผลตามความต้องการของชาวบ้านแต่ละรายต่อไป พร้อมกันนี้ ยังได้มอบสิ่งของจำเป็น อาทิ น้ำดื่ม ข้าวสาร น้ำปลา แอลกอฮอล์ ให้กับนายนิรันดร์ พงษ์เทพ ผู้ใหญ่บ้าน บ้านบางกลอย เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้านต่อไป รวมถึงได้พบปะพูดคุยกับชาวบ้านตลอดเส้นทางการตรวจเยี่ยมโครงการต่าง ๆ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งการแก้ไขปัญหาน้ำกิน น้ำใช้ และที่ดินทำกิน ให้กับชาวบ้านโป่งลึก-บางกลอย เป็นผลจากการดำเนินงานตามแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวบ้านบางกลอย 9 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านการสำรวจที่ดินทำกิน 2) ด้านงานบริหารจัดการน้ำ 3) ด้านงานพัฒนาปรับปรุงดิน 4) ด้านงานจัดทำแปลงสาธิตการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างยั่งยืน 5) ด้านงานพัฒนาอาชีพทางเลือกและสร้างรายได้ 6) ด้านงานพัฒนาการท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรม 7) ด้านงานมวลชนสัมพันธ์และประชาสัมพันธ์ 8) ด้านสำมะโนประชากร และ 9) ด้านงานพัฒนาคุณภาพชีวิต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115103</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมพัฒนาที่ดิน, กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น, จังหวัดเพชรบุรี, ชาวบ้านบางกลอย, ทส., นายจตุพร บุรุษพัฒน์, นายณัฐวุฒิ เพ็ชรพรหมศร, นายธัญญา เนติธรรมกุล, นายนิรันดร์ พงษ์เทพ, นายวราวุธ ศิลปอาชา, บ้านโป่งลึก-บางกลอย, ป่าแก่งกระจาน, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, มรดกโลก, แผนพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวบ้านบางกลอย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210831/image_big_612d77175806f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95286</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2021 18:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2021 18:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลเพชรบุรีให้ประกันตัว 22 ชาวบ้านบางกลอยแล้ว กำหนดเงื่อนไขห้ามเข้าพื้นที่อุทยาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มี.ค. 2564 นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวว่า ตามที่พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแก่งกระจาน ยื่นคำร้องขอฝากขังผู้ต้องหาซึ่งกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2564 ด้วยศาลยุติธรรมมีนโยบายให้ปล่อยชั่วคราวโดยไม่มีวันหยุด ในวันที่&amp;nbsp;7 มี.ค.&amp;nbsp;ศาลจังหวัดเพชรบุรีจึงได้ดำเนินการสอบถามความประสงค์ขอปล่อยชั่วคราวของผู้ต้องหาทั้ง 22 ราย จากนั้นศาลจึงจัดทำคำร้องขอปล่อยชั่วคราวส่งไปให้ผู้ต้องหาทั้งหมดลงลายมือชื่อทางอิเล็กทรอนิกส์ แล้วส่งผ่านสถานที่คุมขังกลับมายังศาลจังหวัดเพชรบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลจังหวัดเพชรบุรีพิจารณาแล้วอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวโดยไม่มีหลักประกัน โดยมีเงื่อนไขว่า &amp;ldquo;ห้ามผู้ต้องหากลับเข้าไปในพื้นที่ที่ถูกจับ และพื้นที่อุทยานที่ไม่ได้รับอนุญาต&amp;rdquo; เพื่อป้องกันมิให้เกิดความเสียหายแก่สิ่งแวดล้อมในระหว่างการพิจารณาคดี และแต่งตั้งผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เป็นผู้กำกับดูแล เพื่อให้ผู้ต้องหาทั้ง 22 คนปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนดโดยเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวด้วยว่า การใช้วิธีการตั้งผู้กำกับดูแลดังกล่าวแทนการเรียกหลักประกันเป็นมาตรการใหม่ที่ศาลยุติธรรมนำมาใช้ เพื่อให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยเข้าถึงสิทธิที่จะได้รับการปล่อยชั่วคราวโดยไม่ต้องวางหลักประกันใดๆ ขณะเดียวกันเป็นการลดความเสี่ยงที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยอาจหลบหนีหรือไปก่อความเสียหายในระหว่างที่ได้รับการปล่อยชั่วคราวได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งกว่าการเรียกให้วางหลักประกันเช่นที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95286</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาวบ้านบางกลอย, นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล, โฆษกศาลยุติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200701/image_big_5efc9e7d8a0c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95285</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลเพชรบุรีให้ประกันตัว 22 ชาวบ้านบางกลอยแล้ว กำหนดเงื่อนไขห้ามเข้าพื้นที่อุทยาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มี.ค. 2564 นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวว่า ตามที่พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแก่งกระจาน ยื่นคำร้องขอฝากขังผู้ต้องหาซึ่งกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2564 ด้วยศาลยุติธรรมมีนโยบายให้ปล่อยชั่วคราวโดยไม่มีวันหยุด ในวันที่&amp;nbsp;7 มี.ค.&amp;nbsp;ศาลจังหวัดเพชรบุรีจึงได้ดำเนินการสอบถามความประสงค์ขอปล่อยชั่วคราวของผู้ต้องหาทั้ง 22 ราย จากนั้นศาลจึงจัดทำคำร้องขอปล่อยชั่วคราวส่งไปให้ผู้ต้องหาทั้งหมดลงลายมือชื่อทางอิเล็กทรอนิกส์ แล้วส่งผ่านสถานที่คุมขังกลับมายังศาลจังหวัดเพชรบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลจังหวัดเพชรบุรีพิจารณาแล้วอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวโดยไม่มีหลักประกัน โดยมีเงื่อนไขว่า &amp;ldquo;ห้ามผู้ต้องหากลับเข้าไปในพื้นที่ที่ถูกจับ และพื้นที่อุทยานที่ไม่ได้รับอนุญาต&amp;rdquo; เพื่อป้องกันมิให้เกิดความเสียหายแก่สิ่งแวดล้อมในระหว่างการพิจารณาคดี และแต่งตั้งผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เป็นผู้กำกับดูแล เพื่อให้ผู้ต้องหาทั้ง 22 คนปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนดโดยเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวด้วยว่า การใช้วิธีการตั้งผู้กำกับดูแลดังกล่าวแทนการเรียกหลักประกันเป็นมาตรการใหม่ที่ศาลยุติธรรมนำมาใช้ เพื่อให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยเข้าถึงสิทธิที่จะได้รับการปล่อยชั่วคราวโดยไม่ต้องวางหลักประกันใดๆ ขณะเดียวกันเป็นการลดความเสี่ยงที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยอาจหลบหนีหรือไปก่อความเสียหายในระหว่างที่ได้รับการปล่อยชั่วคราวได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งกว่าการเรียกให้วางหลักประกันเช่นที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95285</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาวบ้านบางกลอย, นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล, โฆษกศาลยุติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200701/image_big_5efc9e7d8a0c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94103</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2021 17:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2021 14:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบางกลอยยันไม่ย้ายกลับมาลงมา ขอพื้นที่ทำกิน 36 ครอบครัว ส่งตัวแทนเจรจา 25 ก.พ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24&amp;nbsp;ก.พ.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ (23 ก.พ.) มีการเปิดยุทธการทวงคืนผืนป่าบางกลอยบน ใจแผ่นดิน เป็นวันที่สอง โดยการนำของนายพิชัย วัชรวงษ์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;สาขาเพชรบุรี ได้มอบหมายให้นายพนัชกร โพธิบัณฑิต ผู้อำนวยการส่วนป้องกันและปราบปราม กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นางสาวเนตรนภา งามเนตร ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พร้อมผู้ใหญ่บ้านบางกลอย เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ ไปยังบริเวณพื้นที่บ้านใจแผ่นดิน โดยเข้าไปพูดคุยกับกลุ่มชาวกะหร่าง นำโดยนายนอแอ๊ะ มีมิ ลูกชาย ปู่คออี้ มีมิ โดยมีคณะสื่อมวลชนร่วมสังเกตการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการเจรจาเริ่มขึ้นเมื่อ น.ส.เนตรนภา ได้เสนอข้อเรียกร้องให้นายนอแอ๊ะ พาชาวบ้านกลับออกจากป่า เพื่อพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ พร้อมจะหาทางออกและแนวทางแก้ปัญหาร่วมกัน แต่ถึงอย่างไร นายนอแอ๊ะ ยืนยันว่า จะไม่ยอมลงไปเจรจากับเจ้าหน้าที่ด้านล่าง&amp;nbsp;แต่ถ้าเจ้าหน้าที่ต้องการเจรจา ให้ขึ้นไปเจรจาในป่าพื้นที่ใจแผ่นดินเท่านั้น พร้อมยืนยันว่าจะไม่อพยพลงมาพื้นที่บางกลอยล่างโดยเด็ดขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายประเสริฐ หนึ่งในตัวแทนชาวบ้าน ยืนยันเช่นเดียวกันว่าพวกเขามีสิทธิที่จะกลับขึ้นไปทำกินบนพื้นที่เดิมของบรรพบุรุษ และการทำกินก็อยู่ในไร่เลื่อนลอยเดิม ไม่ใช่การเปิดป่าใหม่ นอกจากนั้นยังเสนอเงื่อนไขว่า พวกเขา&amp;nbsp;36&amp;nbsp;ครอบครัว ต้องการทำไร่หมุนเวียนครอบครัวละ 15 ไร่ และต้องหมุนเวียนกลับมาทำกินพื้นที่เดิมทุกๆ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ปี ตั้งแต่เขตชายแดนไปถึง ต.สองพี่น้อง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ส่วนแปลงไร่หมุนเวียนอยู่จุดไหนบ้าง ขอให้เจ้าหน้าที่มารังวัด แนวเขตพื้นที่ทำกินของพวกเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ ที่ร่วมเจรจาจึงแย้งว่า ถ้าทำตามความต้องการ&amp;nbsp;36&amp;nbsp;ครอบครัวจริง จะใช้พื้นที่สำหรับการทำไร่หมุนเวียนบนป่าแก่งกระจาน เนื้อที่มากกว่า&amp;nbsp;5,400&amp;nbsp;ไร่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ยอมรับว่า ไม่สามารถที่จะทำได้ เพราะถ้าทำได้ ชาวบ้านคนอื่นก็จะเรียกร้อง ขอขึ้นมาทำกินแบบเดียวกัน แต่ถ้าหาวิธีการอื่น ด้วยการแก้ปัญหาความเดือดร้อนในเรื่องที่ทำกิน ที่อยู่อาศัย พร้อมจะดำเนินการหาทางแก้ไขให้ โดยเร่งด่วน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายประเสริฐ ยอมรับกับเจ้าหน้าที่ต่อหน้าสื่อมวลชนว่า เขาไม่ได้ทำกินบนหมู่บ้านบางกลอย แต่ลงไปทำงานรับจ้างก่อสร้างตามจังหวัดต่างๆ แต่หลังจากประสบปัญหาโควิด-19&amp;nbsp;ระบาด รอบแรก จึงกลับมาที่บางกลอย และพบว่าครอบครัวมีเพียงฝ่ายแม่เท่านั้น ที่มีที่ดินปลูกบ้าน แต่ไม่มีที่ดินทำกิน พวกเขาจึงปรึกษากับอีกหลายครอบครัว เพื่อกลับขึ้นมาทำกินบนพื้นที่ดั้งเดิมของบรรพบุรุษ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่ถามว่า ถ้าชาวบ้านคนอื่นในจังหวัดเพชรบุรี ต้องการขึ้นมาทำกินเหมือนกับกลุ่มชาติพันธุ์ ทำได้หรือไม่ เพราะยังมีชาวบ้านในจังหวัดเพชรบุรี หลายคนหลายครอบครัว ที่ต้องการที่ดินทำกิน นายประเสริฐ บอกว่า ไม่สามารถทำได้ เพราะพื้นที่นี้เป็นพื้นที่ดั้งเดิมของบรรพบุรุษของพวกเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากทั้งสองฝ่ายพูดคุยแลกเปลี่ยนกันราว 1 ชั่วโมง&amp;nbsp;น.ส.เนตรนภา ได้เสนอให้ชาวบ้านส่งตัวแทน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;คนลงไปเจรจากันที่บ้านบางกลอยล่าง ในวันพฤหัสที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;กุมภาพันธ์นี้&amp;nbsp;ซึ่งฝ่ายอุทยานฯจะส่งตัวแทน มาเจรจากับฝ่ายชาวบ้าน เพื่อรับฟังข้อเรียกร้องต่างๆพร้อมกับจะให้มีสื่อมวลชนร่วมรับฟังการเจรจาเพื่อเป็นสักขีพยาน ส่วนชาวบ้านที่ยังคงอยู่บางกลอยบน จะต้องไม่มีการบุกรุกเพิ่มเติมหรือเผาป่า จนกว่าจะบรรลุข้อตกลงกันในวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;กุมภาพันธ์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรี ว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ได้รับรายงานว่ามีชาวบ้านเดินเท้าขึ้นไปเพิ่มอีก&amp;nbsp;38&amp;nbsp;คน โดยรวมกับกลุ่มเดิมที่มีอยู่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;คน เป็น&amp;nbsp;59&amp;nbsp;คน โดยการเจรจาระหว่างนอแอ๊ะ มีมิ กับฝ่ายอุทยานฯทราบว่าทั้งหมด&amp;nbsp;59&amp;nbsp;คนจะยังไม่ยอมกลับลงมา ทั้งนี้ เราจะยึดหลักการเจรจา ไม่มีการใช้กำลังใดๆ โดยจะเปิดเจรจากันในวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ก.พ.นี้ สำหรับตัวแทนกระทรวงฯ ที่มีอำนาจตัดสินใจ คงต้องปรึกษากับนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ และนำเข้าสู่คณะกรรมการเรื่องนี้ ซึ่งมีรองปลัดกระทรวงฯ เป็นประธาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธพล กล่าวอีกว่า ระหว่างช่วงสุญญากาศคือก่อนวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ก.พ.เจ้าหน้าที่ จะไม่อนุญาตให้บุกรุกทำลายป่า และล่าสัตว์ และถ้าพบการทำผิด ก็จะมีการดำเนินคดีตามกฎหมายทันที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หลังจากสื่อมวลชนได้ดูพื้นที่จากเฮลิคอปเตอร์พบว่าพื้นที่ป่าแก่งกระจานถูกบุกรุกแผ้วถางมากเกือบ 20 จุด เป็นบริเวณกว้าง เป็นภาพที่แสนจะหดหู่ใจ ที่ผืนป่าที่กำลังจะเป็นมรดกโลก ต้องถูกทำลายอย่างมากมายเช่นนี้ ส่วนการพูดคุยเจรจาครั้งแรก มีชาวกะเหรี่ยงยินยอมเต็มใจที่ออกจากป่ามาแล้วจำนวนหนึ่ง โดยเจ้าหน้าที่มิได้มีการใช้กำลังหรือข่มขู่แต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือ ยกแบกสิ่งของเครื่องใช้ให้ทุกคนในการเดินทางออกจากป่า โดยเฮลิคอปเตอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94103</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดเพชรบุรี, ชาวบางกลอย, ชาวบ้านบางกลอย, อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน, แก่งกระจาน, ใจแผ่นดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210224/image_big_6035f985f2410.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91061</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/01/2021 14:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2021 14:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ไล่บี้ &#039;ป.ป.ท.&#039; ดองคดีปู่คออี้และชาวกะเหรี่ยงถูกอุทยานเผาบ้านจนใกล้ขาดอายุความ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ม.ค.64 - นายสุรพงษ์&amp;nbsp;กองจันทึก ประธานมูลนิธิผสานวัฒนธรรม เปิดเผยว่า ตนได้ส่งหนังสือถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เพื่อสอบถามความคืบหน้าการดำเนินคดีของนายคออี้ มีมิ และชาวบ้านบางกลอยบน-ใจแผ่นดิน เหตุถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานวางเพลิงเผาทรัพย์ &amp;nbsp;ซึ่งป.ป.ท.ดำเนินการล่าช้าจนใกล้ขาดอายุความ คดีดังกล่าว สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 5-9&amp;nbsp;พฤษภาคม 2554&amp;nbsp;นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และพวกเจ้าหน้าที่ของอุทยานแห่งชาติ ได้เข้ารื้อถอนเผาทำลายบ้านเรือน ยุ้งฉาง และทรัพย์สินอื่น ๆ ของนายโคอิหรือคออี้ มีมิ และของชาวบ้านอีกหลายราย ซึ่งเป็นชาวไทยพื้นเมืองดั้งเดิมเชี้อสายกะเหรี่ยงที่หมู่บ้านบางกลอยบนและใจแผ่นดินเสียหายราว 100&amp;nbsp;หลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคออี้ มีมิ ได้แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีต่อนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร พร้อมพวกที่วางเพลิงเผาทรัพย์ บ้านเรือนที่พักอาศัย ต่อพนักงานสอบสวนสภ.แก่งกระจาน และสำนวนถูกส่งไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมานายคออี้ และพวก ได้ฟ้องเป็นคดีขึ้นสู่ศาลปกครอง และคดีถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด เป็นคดีหมายเลขดำที่ อส.๗๗/๒๕๕๙&amp;nbsp; คดีหมายเลขแดงที่ อส.๔/๒๕๖๑ โดยคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดดังกล่าว ศาลวินิจฉัยได้ความแล้วว่านายชัยวัฒน์ฯ กับพวก เจ้าหน้าที่ของอุทยานแห่งชาติ ใช้อำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่กระทำความผิดในการรื้อถอนเผาทำลายทรัพย์สินและสิ่งปลูกสร้างของนายโคอิ หรือคออี้ มีมิ กับพวก ซึ่งเป็นผู้ฟ้องคดีทั้งหกคน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกระทำดังกล่าวของนายชัยวัฒน์ฯ กับพวกในทางกฎหมายอาจมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาต่อไปนี้ ได้แก่ มาตรา 157&amp;nbsp;ความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด (อายุความ 15&amp;nbsp;ปี),&amp;nbsp;มาตรา 217&amp;nbsp;ความผิดฐานวางเพลิงเผาทรัพย์ของผู้อื่น (อายุความ 10&amp;nbsp;ปี), มาตรา 218&amp;nbsp;(1) ความผิดฐานวางเพลิงเผาโรงเรือนที่คนอยู่อาศัย เช่น บ้านเรือน (อายุความ 20&amp;nbsp;ปี), มาตรา 218&amp;nbsp;(2) ความผิดฐานวางเพลิงเผาโรงเรือนอันเป็นที่เก็บหรือที่ทำสินค้า เช่น ยุ้งฉาง (อายุความ 20&amp;nbsp;ปี)&amp;nbsp; และ มาตรา 358&amp;nbsp;ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ คือทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพยของผู้อื่น (อายุความ 10&amp;nbsp;ปี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีนี้นับแต่วันที่นายชัยวัฒน์ฯ กับพวกกระทำความผิดดังกล่าวจนถึงปัจจุบัน ตั้งแต่พฤษภาคม 2554 ถึงปัจจุบันนับเป็นระยะเวลานานกว่า 9&amp;nbsp;ปี 8&amp;nbsp;เดือนแล้ว ซึ่งความผิดตามมาตรา 217&amp;nbsp;วางเพลิงเผาทรัพย์ และ มาตรา 358&amp;nbsp;ทำให้เสียทรัพย์ ดังกล่าวข้างต้นกำลังจะขาดอายุความ 10&amp;nbsp;ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรพงษ์ กล่าวว่า มูลนิธิผสานวัฒนธรรมจึงขอทราบความคืบหน้าในการดำเนินคดีดังกล่าวว่า ป.ป.ท. ได้ดำเนินคดีถึงขั้นตอนใด และมีกำหนดจะยื่นฟ้องผู้กระทำผิดดังกล่าวเมื่อไร โดยขอให้ ป.ป.ท.&amp;nbsp;เร่งรัดดำเนินคดีมิให้ขาดอายุความไม่ว่าความผิดฐานใด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91061</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีเผาบ้านปู่คออี้, ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร, ชาวบ้านบางกลอย, ป.ป.ท., ปู่คออี้, มูลนิธิผสานวัฒนธรรม, สุรพงษ์ กองจันทึก, แก่งกระจาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210126/image_big_600fc6a68bfa2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72710</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2020 14:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2020 14:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มึน! อุทยานฯไล่บี้เอาผิด 4 ชาวบ้านบางกลอย นักกฎหมายอัดจองล้างจองผลาญหลังแพ้คดีศาลปกครอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ค.63 - มีรายงานข่าวว่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้มอบอำนาจให้นายอรรถพงษ์ เกาอ่อนและ นส.เนตรนภา งามเนตร แจ้งความดำเนินคดีที่ สภ.แก่งกระจานกับชาวบ้านบางกลอย ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี 4 คน ประกอบด้วย 1.นายแจ พุกาด 2.นายหมี ต้นน้ำเพชร 3.นายดูอู้ จีโบ้ง 4.นายบุญชู พุกาด ในข้อหายึดถือหรือครอบครองที่ดิน รวมตลอดถึงก่นสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า โดยก่อนหน้านี้ชาวบ้านทั้ง 4 คนนี้ได้ร่วมกับนายโคอี้ มีมิ หรือปู่คออี้ และนายกื้อ พุกาด ได้ฟ้องต่อศาลปกครองกรณีที่ถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานรื้อเผาทำลายทรัพย์สินเมื่อปี 2554 จนกระทั่งเดือนกันยายน 2559 ศาลปกครองสูงสุดได้วินิจฉัยว่าเจ้าหน้าที่รัฐกระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและมีคำสั่งให้จ่ายค่าเสียหายให้กับชาวบ้านทั้ง 6 คน (ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว 2 คนคือปู่คออี้และนายกื้อ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญชู พุกาด ชาวบ้านบางกลอยกล่าวว่า ยังรู้สึกงุนงงและไม่ทราบว่าถูกแจ้งความดำเนินคดีเรื่องอะไร โดยก่อนหน้านี้ศาลปกครองสูงสุดได้สั่งให้กรมอุทยานฯชดใช้ค่าเสียหายให้ตนเป็นเงิน 45,000 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรพงษ์ กองจันทึก ประธานมูลนิธิผสานวัฒนธรรม กล่าวว่าชาวบ้านที่ถูกแจ้งความครั้งนี้กลุ่มนี้เป็นกลุ่มเดียวที่ฟ้องกรมอุทยานฯ ที่เผาบ้าน ซึ่งนำโดยปู่คออี้ และศาลปกครองสูงสุดตัดสินว่าเจ้าหน้าที่ทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและต้องจ่ายค่าเยียวยาให้ชาวบ้านทั้งหมด 6 ราย ซึ่งในคำพิพากษายังบอกให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี พศ.2553 ในการฟื้นฟูและคุ้มครองวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง แต่กลับไม่ปฎิบัติตามแถมยังดำเนินคดีกับชาวบ้านอีกถือว่าเป็นการขัดคำสั่งศาลสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมคิดว่าการแจ้งความดำเนินคดีกับชาบ้านครั้งนี้เป็นการจองล้างจองผลาญกับชาวบ้านมากกว่า ผมไม่แน่ใจว่าเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ที่ไปแจ้งความได้รับมอบหมายจากอธิบดีหรือไม่ แต่การจองเวรกันเช่นนี้อาจเป็นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ศาลปกครองสูงสุดบอกชัดว่าชาวบ้านอยู่มาหลายร้อยปีและเป็นชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม ดังนั้นการดำเนินการครั้งนี้ของเจ้าหน้าที่อุทยานฯ อาจมีความผิดเสียเอง&amp;rdquo; นายสุรพงษ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรพงษ์กล่าวว่า อยากฝากไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยว่าหากมีการกลั่นแกล้งหรือหาเรื่องกัน ก็ควรให้ความเป็นธรรมกับชาวบ้านด้วย เพราะไม่ควรเป็นเครื่องมือของเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์ นักวิชาการอิสระ กล่าวว่า เรื่องนี้ควรรับฟังข้อมูลจากทุกฝ่าย ไม่ใช่ตัดสินว่าชาวบ้านทั้ง 4 คนบุกรุกตามข้อกล่าวหา เพราะการที่เจ้าหน้าที่ใช้อำนาจสนธิกำลังขึ้นไปทำลายข้าวของของชาวบ้าน แถมยังกล่าวหาแจ้งความดำเนินคดีกับชาวบ้านอีก โดยคนที่ถูกกล่าวหาแทบไม่มีโอกาสได้ชี้แจง แถมยังออกข่าวใหญ่โตจนสังคมเข้าใจผิด ถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนและไม่ให้ความเป็นธรรมกับชาวบ้าน เมื่อศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งออกมาแล้ว แต่ก็ยังไม่จบ ซึ่งตนไม่อยากให้เป็นเรื่องของการล้างแค้นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวแจ้งว่า ภายหลังจากที่ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำสั่งให้กรมอุทยานฯชดใช้ค่าเสียหายให้กับชาวบ้านทั้ง 6 คน ซึ่งภายหลังจากที่กรมอุทยานฯได้จ่ายเงินให้กับชาวบ้านแล้ว ได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงการกระทำของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานในครั้งนั้น เพื่อดำเนินการเรียกเงินคืนจากเจ้าที่หน้ารัฐที่ทำให้ราชการเสียหาย อย่างไรก็ตามประเด็นดังกล่าวไม่มีการแถลงให้สังคมได้รับทราบ และยังเป็นที่สงสัยของฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ที่สำคัญคือการแจ้งความกับชาวบ้านทั้ง 4 คนในครั้งนี้ น่าจะเชื่อมโยงเพื่อหาแนวทางในการต่อสู้ของเจ้าหน้าที่รัฐบางราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72710</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช, กะเหรี่ยงบางกลอย, ชาวบ้านบางกลอย, ปู่คออี้, สภ.แก่งกระจาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200728/image_big_5f1fd110d10c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
