<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117808</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2021 15:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2021 15:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สาว ม.5 วอนซ่อมถนนหลังพ่อขับจยย.ตกหลุมหัวกระแทกพื้น เจ็บสาหัสยังไม่รู้สึกตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาว ม.5 วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาซ่อมแซมถนนหลังพ่อขับรถจักรยานยนต์ตกหลุมศีรษะกระแทกพื้น แพทย์ระบุมีเลือดออกในสมองยังนอนไม่ได้สติรักษาตัวทีโรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ย.64 - เมื่อเวลา 11.30 น. น.ส.โสภิตา โพธิ์ศรี อายุ 16 ปี อยู่บ้านเลขที่ 194 หมู่ 9 บ้านแห้ว ต.บ้านโนน อ.ซำสูง จ.ขอนแก่น นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนแห่งหนึ่งในเขต อ.ซำสูง จ.ขอนแก่น พาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ดูสภาพถนนที่พังเป็นหลุมเป็นบ่อ ในเส้นทางถนนสายขอนแก่น-กระนวน พื้นที่บ้านโนน ม. 1 ต.บ้านโนน อ.ซำสูง จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นจุดที่พ่อของ น.ส.โสภิตา คือนายธนพล โพธิ์ศรี อายุ 36 ปีเกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ตกหลุม รถล้มศีรษะฟาดกับพื้นสลบในที่เกิดเหตุ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 22 ก.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งสภาพถนนเป็นหลุมเป็นบ่อเป็นช่วง ๆ ตลอดเส้นทางระยะทางกว่า 3 กม.

น.ส.โสภิตา กล่าวว่า&amp;nbsp; ในวันเกิดเหตุคุณพ่อได้ขับรถจักรยานยนต์ไปทำงานตามปกติ จนกระทั่งถึงจุดเกิดเหตุได้ขับรถตกหลุมถนนทำให้รถเสียหลักจนล้มลงคุณพ่อศีรษะกระแทกพื้นสลบในที่เกิดเหตุ เลือดไหลนองเต็มพื้น เพื่อนบ้านขับรถผ่านมาเห็นจึง ประสาน รพ.ซำสูง เพื่อขอรถ รพ. นำส่ง รพ.เพื่อช่วยชีวิต โดยแพทย์ระบุอาการสาหัสเนื่องจากศีรษะกระแทกพื้นอย่างแรงเป็นเหตุให้มีเลือดออกในสมอง จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้สติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อยากวอนขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาซ่อมแซมถนนให้ใช้ได้ถาวร เพราะที่ผ่านมาถนนเส้นนี้เกิดอุบัติเหตุบ่อยมาก จนต้องโพสต์ให้โลกโซเชียลช่วยเป็นพลังขับเคลื่อน และมีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นและแชร์โพสต์จำนวนมาก เพราะถนนเส้นนี้เป็นถนนที่ชาวบ้าน 6 หมู่บ้านใช้เป็นเส้นทางเข้าตัวเมืองขอนแก่นและไปยังอำเภอกระนวน แต่ก็ไม่ได้รับการเหลียวแลหรือมาซ่อมแซมใด ๆ จึงอยากให้กรณีของพ่อเป็นอุบัติเหตุครั้งสุดท้ายที่จะเกิดขึ้นบนถนนเส้นนี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายทรงฤทธิ์ โนนทิง อายุ 62 ปี ชาวบ้านโพธิ์ศรี หมู่ 3 ต.บ้านโนน&amp;nbsp;กล่าวว่า เคยได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถตกหลุมในจุดนี้&amp;nbsp;ซึ่งได้นำเรื่องไปแจ้งผู้นำชุมชนและ อปท.ก็ไม่ได้รับคำตอบใดๆ ทั้งที่ถนนเส้นนี้เป็นหลุมเป็นบ่อเช่นนี้มานานกว่า 10 ปี เกิดอุบัติเหตุนับครั้งไม่ถ้วน อยากถามว่าต้องให้มีคนเจ็บคนตายหรือจึงจะทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117808</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดขอนแก่น, ชาวบ้านร้องทุกข์, ถนนเป็นหลุมบ่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210925/image_big_614ed538ae14d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101218</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2021 21:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2021 21:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เภสัชสาว&#039; โวยตร.ลำปางตั้งด่านหน้าร้านทุกวันจนลูกค้าหาย ไม่ยอมย้ายจุดอ้างนายสั่งมา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 เม.ย.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊กเภสัชกรสาวรายหนึ่งได้มีการโพสต์ภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองลำปาง ขณะที่นำกำลังตั้งด่านตรวจ บริเวณถนนหน้าร้านขายยาชื่อ &amp;quot;เพียงออเภสัช&amp;quot; ซึ่งอยู่บริเวณวงเวียนห้าแยกหอนาฬิกา กลางเมืองลำปาง พร้อมข้อความที่ระบุว่าตำรวจจราจรมาตั้งด่านหน้าร้าน ทำให้ขายยาไม่ได้แม้แต่บาทเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทำไมต้องมาตั้งด่านตรวจที่หน้าร้านทุกวัน??? คำตอบจากตำรวจ &amp;ldquo;นายสั่งมา&amp;nbsp;นายสั่งให้มาตั้งที่ห้าแยกหอนาฬิกา แล้วนายสั่งมาให้มาตั้งที่ห้าแยกหอนาฬิกาแบบนี้เลยเหรอ&amp;rdquo; คำตอบ &amp;ldquo;นายสั่งมา ย้ายไม่ได้ รอนายสั่งมา&amp;rdquo; มาแบบนี้ทุกวัน ขายยาไม่ได้เลยนะ ร้องเรียนไปหน้าห้องผู้กำกับก็แล้ว คำถาม...ตำรวจทำแบบนี้กับประชาชนก็ได้เหรอ???&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวได้ไปสอบถามหญิงสาว ซึ่งเป็นเภสัชกรสาว เจ้าของร้านขายยาเพียงออเภสัช คือเภสัชกรเพียงออ สรรพศรี ผู้โพสต์ได้บอกว่าหลังจากต้นเดือนเมษายน ที่มีคำสั่งจากผบ.ตร.ให้ตั้งด่านตรวจได้ หลังจากนั้นก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองลำปาง มาตั้งด่านทุกวันโดยจะมีการตั้งวันละ 3 ชั่วโมง ช่วงเช้า คือ 9 โมงถึงเที่ยง ที่หน้าร้านขายยาของตนเอง&amp;nbsp;ซึ่งหลังจากที่ตำรวจมาตั้งจุดตรวจ ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากไม่มีลููกค้ามาจอดรถเพื่อซื้อยาที่ร้านของตนเองเลย ซึ่งปกติจะขายยาครึ่งวันได้ประมาณ 2-3 พันบาท แต่หลังจากต้นเดือนเมษายนที่ตำรวจมาตั้งด่าน ขายยาไม่ได้สักบาทเลย ได้รับผลกระทบอย่างหนัก เคยร้องเรียนไปยังหน้าห้องผู้กำกับแล้วแต่ก็ยังไม่ได้ผล สอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตั้งด่าน ก็บอกว่านายสั่งมา&amp;nbsp;จึงอยากร้องเรียนผ่านผู้สื่อข่าว&amp;nbsp;หวังเป็นกระบอกเสียงให้ผู้บังคับบัญชาของตำรวจลำปางได้ทราบเรื่องเพราะร้านขายยาของตนเองได้รับผลกระทบมาเกือบ 1 เดือนแล้ว ขายยาไม่ได้เลย อยากให้เปลี่ยนจุดตั้ง จะย้ายไปอยู่อีกฝั่งที่เป็นสวนสาธารณะ ซึ่งไม่กระทบกับใครก็สามารถทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101218</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดลำปาง, ชาวบ้านร้องทุกข์, ด่านตรวจ, ตำรวจตั้งด่าน, สภ.เมืองลำปาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210429/image_big_608abec0e568b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99590</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2021 18:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2021 18:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านโวยน้ำประปาสกปรก​ อาบแล้วเป็นผื่นคัน​ เดือดร้อนหลายปี​ไร้การแก้ไข</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15&amp;nbsp;เม.ย.64 - ตัวแทนชาวบ้าน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;หมู่บ้านคือ บ้านสุขสำราญ&amp;nbsp;ม.18&amp;nbsp;และบ้านตามา&amp;nbsp;ม.1&amp;nbsp;ต.ชุมแสง&amp;nbsp;อ.สตึก&amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์&amp;nbsp;ได้ร่วมกันออกมาร้องขอความช่วยเหลือ&amp;nbsp;หลังได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำประปาหมู่บ้าน&amp;nbsp;ที่สูบจากหนองชลประทานบ้านตามา​ ผลิตประปาผลิตส่งจ่ายให้ชาวบ้าน​ ทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;หมู่บ้าน​ ใช้อุปโภคบริโภค รวมเกือบ&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ครัวเรือน ประชากรกว่า&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;คน&amp;nbsp; มีสภาพขุ่นดำตกตะกอนเป็นคราบและมีกลิ่นเหม็นเน่า&amp;nbsp;นำไปอาบแล้วเป็นผื่นคัน&amp;nbsp;จนหลายคนไม่กล้าใช้แปรงฟัน​ ต้องซื้อน้ำถังหรือน้ำขวดที่ใช้สำหรับดื่มกินแปรงฟันแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยชาวบ้าน​ บอกว่า​ ทนใช้น้ำสกปรกเหม็นเน่าแบบนี้มานานหลายปีแล้ว&amp;nbsp;กระทั่งเมื่อปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;ได้รับงบประมาณโครงการไทยยั่งยืนมาทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;หมู่บ้านก็นำเงินมารวมกันเพื่อซื้อเครื่องสำหรับกรองน้ำประปา&amp;nbsp;แต่ก็ใช้งานได้ไม่เต็มที่เวลาใช้เครื่องกรองจะต้องเปิด-ปิดน้ำเป็นเวลา&amp;nbsp;เพราะกรองไม่ทัน&amp;nbsp;บางครั้งกรองแล้วน้ำก็ยังสกปรกและมีกลิ่นเหม็น&amp;nbsp;อาจเพราะส่วนหนึ่งน้ำในหนองดังกล่าวมีวัชพืชหมักหมมหนาแน่น&amp;nbsp;เมื่อสูบขึ้นไปผลิตประปาก็จะไม่สะอาดและมีกลิ่นเหม็น&amp;nbsp;ทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนต้องทนใช้น้ำประปาที่ไม่สะอาดมานานหลายปี โดยเฉพาะช่วงเทศกาลต่างๆ ที่ลูกหลานกลับมาเยี่ยมบ้านก็แทบไม่กล้าจะอาบน้ำ&amp;nbsp;จากปัญหาดังกล่าวจึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบและหาแนวทางแก้ไขช่วยเหลือให้ชาวบ้านมีน้ำประปาที่สะอาดใช้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิศรุต&amp;nbsp;พรมมนัส ผู้ใหญ่บ้านสุขสำราญ&amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp;ประปาดังกล่าวใช้&amp;nbsp;2&amp;nbsp;หมู่บ้านเกือบ&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ครัวเรือนซึ่งตนก็เป็นกรรมการที่ร่วมดูแลด้วย&amp;nbsp;แต่คนที่บริหารจัดการหรือจัดเก็บค่าน้ำประปาจากชาวบ้าน&amp;nbsp;จะเป็นผู้ใหญ่บ้านและตัวแทนชาวบ้านบ้านตามา&amp;nbsp;ซึ่งปัญหาที่น้ำประปาสกปรกและมีกลิ่นเหม็นส่วนหนึ่งก็อาจจะเกิดจากน้ำในหนองชลประทานที่สูบขึ้นมาใช้&amp;nbsp;แต่อีกส่วนก็ขึ้นอยู่กับการดูแลระบบประปาด้วย&amp;nbsp;อาจจะไม่ได้มีการกรองก่อนผลิตจ่ายให้ชาวบ้านใช้&amp;nbsp;&amp;nbsp; และไม่ค่อยได้ล้างทำความสะอาดถังหรืออุปกรณ์ด้วย&amp;nbsp;ส่งผลให้น้ำประปาสกปรกมีกลิ่นเหม็น&amp;nbsp;จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบและหาแนวทางแก้ปัญหาน้ำประปาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านด้วย&amp;nbsp;หากเป็นไปได้ก็อยากให้สร้างประปาใหม่เพราะอันเดิมใช้มานานกว่า&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ปีแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางวิญญู&amp;nbsp;พรมมนัส&amp;nbsp;และนายโกวิทย์&amp;nbsp;แสงโพธิ์ดา&amp;nbsp;ตัวแทนชาวบ้าน&amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp;ชาวบ้านต้องทนใช้น้ำประปาที่ไม่สะอาดมีกลิ่นเหม็นมานานหลายปีแล้ว&amp;nbsp; บางคนอาบก็เป็นผื่นคัน&amp;nbsp;ทั้งกลัวเชื้อโรคจนไม่กล้าใช้น้ำประปาแปรงฟัน&amp;nbsp;ต้องซื้อน้ำดื่มมาแปรงฟันแทน​ เพราะน้ำสกปรกมาก&amp;nbsp;จากความเดือดร้อนดังกล่าวจึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบและหาแนวทางแก้ไขปัญหาให้ชาวบ้านมีน้ำประปาที่สะอาดใช้เหมือนกับหมู่บ้านอื่นด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99590</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดบุรีรัมย์, ชาวบ้านร้องทุกข์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210415/image_big_60781e1d83a3e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93259</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/02/2021 20:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/02/2021 20:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เทศบาลแจงปมดราม่าชาวบ้านร้องไม่มีไฟฟ้าใช้ 50 ปี ชี้เป็นที่ นสล.ไม่สามารถขยายเขตได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เทศบาลตำบลปราสาท แจงปมดราม่า&amp;nbsp;ชาวบ้าน 7 ครัวเรือน​ร้องไม่มีไฟฟ้าใช้มานานกว่า 50 ปี ลูกหลานต้องจุดเทียนอ่านหนังสือ ชี้เห็นใจความเดือดร้อน&amp;nbsp;แต่ตรวจสอบเบื้องต้นพบเป็นที่ นสล. ชาวบ้านเข้าไปจับจองทำกินไม่มีเอกสารสิทธิ์ ไม่สามารถขยายเขตให้ได้เพราะผิดระเบียบกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.พ.64 - จากกรณีที่ชาวบ้านบ้านประดู่&amp;nbsp;ต.ปราสาท&amp;nbsp;อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ จำนวน 7 ครัวเรือน&amp;nbsp;ซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่กว่า 30 ชีวิตได้ออกมาร้องเรียนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปสำรวจช่วยเหลือ&amp;nbsp;โดยอ้างว่า​ ประสบปัญหาเดือดร้อนไม่มีไฟฟ้าใช้มานานกว่า 50 ปี&amp;nbsp; ลูกหลานต้องจุดเทียนอ่านหนังสือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายธวัชชัย&amp;nbsp;ใหญ่รัมย์&amp;nbsp;และนางสำเรียง เยาวรักษ์&amp;nbsp;ตัวแทนชาวบ้านที่ออกมาร้องเรียน&amp;nbsp;บอกว่าตนและชาวบ้านทั้ง 7 หลังคาเรือนอาศัยและทำกินอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่แล้ว&amp;nbsp;ก็ไม่เคยมีไฟฟ้าใช้เลย&amp;nbsp;ต้องอยู่ด้วยความลำบาก โดยเฉพาะลูกหลานต้องใช้ไฟส่องกบหรือเทียนจุดทำการบ้าน และอ่านหนังสือ&amp;nbsp;เพราะหากจะซื้อน้ำมันเติมรถไถนา​ เพื่อปั่นไฟใช้นานหลายชั่วโมงก็สู้ไม่ไหวทั้งสิ้นเปลืองน้ำมัน&amp;nbsp;เปิดใช้นานๆ เครื่องก็เสียไม่มีเงินซ่อมอีก&amp;nbsp;ที่ผ่านมา​ เคยร้องขอความช่วยเหลือหลายครั้งแต่ก็ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาช่วยเหลือ&amp;nbsp;จึงอยากให้หน่วยที่เกี่ยวข้องเข้ามาสำรวจและให้ความช่วยเหลือชาวบ้านด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด​ นายกาญจนะ&amp;nbsp;พงศ์จริยา&amp;nbsp;ปลัดเทศบาลตำบลปราสาท อ.บ้าน​ด่าน​ จ.บุรีรัมย์​ ชี้แจงว่า&amp;nbsp;จากกรณีที่มีชาวบ้านออกมาร้องเรียนว่าได้รับความเดือดร้อนไม่มีไฟฟ้าใช้มานานกว่า 50 ปีนั้น&amp;nbsp;เบื้องต้นจากการตรวจสอบข้อมูลตามเอกสารหลักฐานพบว่า​ ที่ดินดังกล่าวถูกประกาศเป็นที่ นสล. เลขที่ บร.1922&amp;nbsp; เมื่อปี 2540&amp;nbsp;มีเนื้อที่ประมาณ 765 ไร่&amp;nbsp;ดังนั้น​ ทางเทศบาลจึงไม่สามารถใช้งบประมาณดำเนินการติดตั้งหรือขยายเขตไฟฟ้าให้กับชาวบ้านได้&amp;nbsp;เพราะหากเจ้าหน้าที่ทำตามที่ชาวบ้านเรียกร้องก็จะเป็นการฝ่าฝืนระเบียบกฎหมายที่กำหนดไว้&amp;nbsp;ซึ่งก็จะมีความผิดเช่นกัน&amp;nbsp;แต่ในส่วนที่ชาวบ้านออกมาเรียกร้องอยากมีไฟฟ้าใช้นั้น&amp;nbsp;ทางเทศบาลก็ไม่ได้นิ่งนอนใจถึงปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตอนนี้ทางเทศบาลได้ประสานไปยังหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าเป็นการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค&amp;nbsp;ที่ดินอำเภอ&amp;nbsp;ที่ดินจังหวัดและนายอำเภอ&amp;nbsp;เพื่อหารือแนวทางการให้ความช่วยเหลือชาวบ้านกันอย่างเต็มที่&amp;nbsp;ซึ่งตอนนี้ต้องรอทางที่ดินตรวจสอบความชัดเจนก่อนว่าที่ดินที่ชาวบ้านเข้าไปอยู่อาศัยเป็นที่สาธารณะประโยชน์หรือมีเอกสารสิทธิ์ใดหรือไม่&amp;nbsp;ก็จะทราบผลในวันที่ 24 ก.พ.ที่จะถึงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากผลการตรวจสอบแล้วว่าเป็นที่ที่มีเอกสารสิทธิ์&amp;nbsp;เข้าไปอาศัยและทำกินอย่างถูกต้องทางเทศบาลก็สามารถที่จะใช้งบประมาณดำเนินการขยายเขตไฟฟ้าให้กับชาวบ้านได้เลย&amp;nbsp;แต่หากตรวจสอบแล้วเป็นที่สาธารณะประโยช&amp;nbsp;ที่ชาวบ้านเข้าไปจับจองทำกินและอยู่อาศัย&amp;nbsp;ก็จะต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้งว่า​ จะมีแนวทางไหนที่จะช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านได้บ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93259</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดบุรีรัมย์, ชาวบ้านร้องทุกข์, ไม่มีไฟฟ้าใช้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210216/image_big_602bcd037d129.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76962</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2020 19:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2020 19:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมียนักโทษร้องศูนย์ดำรงธรรม ช่วยตรวจสอบผัวถูกวางยาพิษตายคาคุกแต่คดีไม่คืบหน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.63 - จากกรณี&amp;nbsp;น.ส.สุภาพร แสงประเสริฐ อายุ&amp;nbsp;27&amp;nbsp;ปี ได้โพสต์เฟซบุ๊กขอความเป็นธรรมให้กับสามีคือ นายชาตรี พรมวรรณ อายุ&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ปี ซึ่งเป็นนักโทษในคดีพยายามฆ่าถูกคุมขังในเรือนจำกลางเพชรบุรี ได้เสียชีวิตเมื่อวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;กรกฎาคม&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่แจ้งสาเหตุจากอาการเหนื่อยและหัวใจหยุดเต้นทั้งๆที่สามีตนเป็นคนแข็งแรงและไม่เคยมีโรคประจำตัว เมื่อญาติติดใจการเสียชีวิตและขอให้ทางโรงพยาบาลพระจอมเกล้า จ.เพชรบุรี ส่งศพไปชันสูตรที่โรงพยาบาลศิริราช ผลปรากฏว่าพบสารกำจัดหนูในกระเพาะอาหารและคาดว่าสามีอาจถูกฆาตกรรมในเรือนจำโดยการวายางเบื่อหนูในอาหาร แต่ที่ผ่านมาทางเรือนจำกลางเพชรบุรีไม่เคยออกมาชิ้แจงแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด&amp;nbsp;น.ส.สุภาพร แสงประเสริฐ และญาติพี่น้องได้เดินทางมายังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเพชรบุรี ยื่นหนังสือต่อนายปริทัศน์ วรรณสิทธิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเพชรบุรี เพื่อขอความเป็นธรรมและให้ช่วยติดตามคดีให้แก่ผู้เสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.สุภาพร กล่าวว่า สามีของตนได้ถูกจับกุมในคดีข้อหาพยายามฆ่า ศาลตัดสินจำคุก&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี ตลอดระยะเวลา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปีที่ถูกจองจำอยู่ในเรือนจำกลางเพชรบุรี สามีของตนมีร่างกายแข็งแรงและไม่เคยป่วยเป็นโรคประจำตัวอะไรเลย ช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาตนได้ไปเยี่ยมสามีในเรือนจำและพบว่าใบหน้าของสามีรอยเขียวช้ำคล้ายถูกทำร้าย แต่สามีพูดอะไรมากไม่ได้บอกมีเครื่องดักฟังคล้ายกลัวอะไร แต่ได้สั่งเสียตนไว้ว่าถ้าเป็นอะไรไปให้ถ่ายรูปไว้ทั้งหมดเพื่อเป็นหลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นช่วงปลายเดือนมิถุนายน สามีเขียนจดหมายมาตนหาบอกว่าทางเรือนจำให้งดเยี่ยม&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เดือน ตอนนั้นคิดว่าสามีอาจมีเรื่องอะไรกับนักโทษหรือกับใครในเรือนจำทำให้ถูกขังเดี่ยว กระทั่งในวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;กรกฎาคม&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ได้รับแจ้งว่าสามีถูกส่งตัวมารักษาที่โรงพยาบาลพระจอมเกล้าฯ เนื่องจากมีอาหารหายใจเหนื่อย หอบลึก มีน้ำไหลออกจากปาก แต่เมื่อไปถึงสามีของตนได้เสียชีวิตแล้ว แต่ตนติดใจในการตายจึงขอให้ทางโรงพยาบาลพระจอมเกล้าฯ ส่งศพสามีไปชันสูตรที่โรงพยาบาลศิริราช ผลปรากฏว่าพบสารกำจัดหนูในกระเพาะอาหารของสามี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตนคาดว่าสามีอาจถูกฆาตกรรมในเรือนจำโดยการวายางเบื่อหนูในอาหารให้กิน แต่หลังจากสามีเสียชีวิตทางเรือนจำกลางเพชรบุรี ไม่เคยออกมาชี้แจง และคดีก็ยังไม่มีความคืบหน้า จึงเดินทางมายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมและขอให้ดำเนินการตรวจสอบว่ามีสารกำจัดหนูอยู่ในร่างกายผู้เสียชีวิตได้อย่างไร และมีการนำสารกำจัดหนูเข้าไปภายในเรือนจำได้อย่างไร และขอให้ติดตามผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76962</URL_LINK>
                <HASHTAG>กินยาเบื่อหนู, จังหวัดเพชรบุรี, ชาวบ้านร้องทุกข์, นักโทษเสียชีวิต, ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเพชรบุรี, เรือนจำกลางเพชรบุรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200909/image_big_5f58c87a01ee6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69609</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2020 17:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2020 17:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โจรใจบาป! ขโมยโกศใส่กระดูก คาดเป็นวัยรุ่นติดยาย่องเงียบกลางดึกเลือกเฉพาะทองเหลือง-เซรามิค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจรใจบาป ขโมยโกศใส่กระดูกชาวบ้านหลายสิบราย คาดเป็นวัยรุ่นติดยาไม่กลัวผีย่องเงียบกลางดึกเลือกเฉพาะทองเหลือง-เซรามิค เท่านั้น ขณะที่ชาวบ้านวอนทั้งน้ำตาให้หยุดทำเพราะสะเทือนใจคนทั้งชุมชน ทั้งยังหวาดผวาไม่กล้านำอัฐิมาไว้ที่ฌาปนสถานเพราะกลัวหายอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มิ.ย.63 - ที่ณาปนสถานวัดป่าครองธรรม บ.แห้ว ม.8 ต.บ้านโนน อ.ซำสูง จ.ขอนแก่น ได้มีชาวบ้านจำนวนมากต่างพากันมาเก็บอัฐิของคนในครอบครัวและบรรพบุรุษ ที่ถูกคนร้ายนำมาเททิ้งไว้ภายในที่จัดเก็บอัฐิ รวมทั้งตามพื้นดิน ภายหลังจากเกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนเข้ามาก่อเหตุขโมยโกศใส่อัฐิของชาวบ้าน ที่ติดตั้งอยู่ภายในสถานที่เก็บอัฐิของชุมชนหายไปเกือบ 50 อัน โดยชาวบ้านส่วนใหญ่ต่างเก็บอัฐิของคนในชุมชนและบรรพบุรุษทั้งน้ำตา พร้อมทั้งกล่าวถ้อยคำสาปแช่งผู้ที่ก่อเหตุ ก่อนที่จะนำอัฐิใส่แก้วน้ำ หรือถ้วยพลาสติกจัดเก็บไว้ในที่บรรจุอัฐิตามเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางบัวลอย&amp;nbsp;แก้วใส อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 113 ม.8 บ.แห้ว ต.บ้านโนน อ.ซำสูง จ.ขอนแก่น กล่าวว่า เมื่อช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาชาวบ้านทั้งหมู่บ้านได้มาประกอบพิธีเลี้ยงบรรพรุษตามความเชื่อของคนในชุมชน ด้วยการจัดให้มีพิธีสงฆ์และการจัดเลี้ยงอาหารหรือโต๊ะจีนผีที่ณาปนสถานของวัดแห่งนี้ แต่เมือมาถึงตอนนั้นก็พบว่าโกศใส่อัฐิของคุณแม่ได้หายไป เหลือเพียงเศษกระดูกที่ถูกเททิ้งไว้เท่านั้น และเมื่อสอบถามชาวบ้านหลายคนก็พบว่าถูกคนร้ายก่อเหตุในลักษณะเดียวกันแต่ไม่มากนัก จากนั้นเรื่อยมาชาวบ้านต่างก็บอกว่าเวลาที่นำอาหารหรือนำดอกไม้มากราบไหว้บรรพบุรุษ หรือคนในครอบครัว ในจุดที่เก็บอัฐิของวัดก็พบว่าโกศใส่อัฐินั้นเรื่มทยอยหายไป ทั้งแบบทองเหลือง และแบบสแตนเลส โดยคนร้ายเทกระดูกของบรรพบุรุษทิ้งเกลื่อนกลาดเต็มพื้นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วันที่ครอบครัวมาเลี้ยงอาหารบรรพบุรุษตามความเชื่อ ซึ่ง 1 ปี ญาติจะมารวมกันนำอาหารมาเลี้ยงพ่อ เลี้ยงแม่ ที่ณาปนสถานของวัด ต่างก็ต้องสะเทือนใจและสะเทือนขวัญกับภาพที่พบคือกระดูกของคุณแม่นัุ้นถูกเททิ้งไว้แบบไม่มีเยื่อใย โดยโกศทองเหลือราคา 2,000 กว่าบาทนั้นหายไป และเมื่อสอบถามก็พบว่าในจุดที่บรรจุอัฐิของคนในหมู่บ้านก็หายไปเช่นกัน ครอบครัวจึงไม่กล้าที่จะซื้อโกศราคาแพงมาใส่อีกเพราะกลัวจะหายจึงได้ใช้แก้วน้ำดื่มมาใส่กระดูกของคุณแม่ไว้และวางคู่กับกระดูกของคุณพ่อเช่นเดิม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นางอุบล แก้วใส อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18 ม.8 ต.บ้านโนน &amp;nbsp;อ.ซำสูง กล่าวว่า ได้นำผอบที่เป็นพลาสติก มาใส่กระดูกคุณแม่แทนโกศใส่อัฐิแบบแสตนเลส ที่ถูกคนร้ายขโมยไป วันที่มาพบว่าโกศหายไปนั้นคือช่วงเดือนที่ผ่านมา ครอบครัวจึงโกรธและแค้นอย่างมากว่าทำไมคนร้ายจึงใจบาปและกล้ารที่จะทำกับผู้เสียชีวิตที่เป็นคนที่ให้การเคารพนับถือในชุมชนที่ล้วนต่างเสียชีวิตไปแล้ว ชาวบ้านบางคนที่มีที่บรรจุอัฐิของบรรพบุรุษอย่างดีหรือแบบเจดีย์ ก็ถูกคนร้ายทุบเอาโกศที่มีราคาแพงไปเช่นกัน เหลือเพียงเศษกระดูกที่ถูกทิ้งเต็มพื้นดินเกลื่อนไปหมด ซึ่งหากนับรวมโกศใส่อัฐิที่หายไปรวมกว่า 50 ราย หรือหากจะเรียกได้ว่า ผู้เสียชีวิต 50 คน นั้นถูกขโมยโกศใส่อัฐิไปทั้งหมดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางอุบล กล่าวว่าอยากให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวด ตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ด้วย อย่างมองว่าเป็นเรื่องเพียงน้อยนิด แต่ก็เป็นเรื่องที่สะเทือนจิตใจ เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนกับลคนในชุมชนอย่างมาก ซึ่งชาวบ้านที่ถูกขโมยโกศไปนั้นส่วนใหญ่เชื่อว่าเป็นกลุ่มวัยรุ่น ที่ลักลอบมาก่อเหตุในช่วงเวลากลางคืนไม่กลัวผี และนำโกศไปจำหน่ายเพื่อต้องการเงิน จึงอยากให้หน่วยงาน่ี่เกี่ยวข้องทั้งตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ได้ใส่ใจในวิถีของคนในชุมชนที่ต้องสูญเสียสิ่งอันเป็นที่ัรักไป และหลายคนถูกบรรพบุรุษมาเข้าฝันเพื่อต้องการโกศใส่อัฐิอันใหม่ ซึ่งชาวบ้านก็บอกไปว่าขอเป็นแบบพลาสติกแทนเพราะกลัวจะหายอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69609</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขโมยโกศใส่กระดูก, จังหวัดขอนแก่น, ชาวบ้านร้องทุกข์, โจรใจบาป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200624/image_big_5ef3203d46d61.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57557</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2020 19:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2020 19:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านเดือดร้อนหนักรวมตัวโวยกรรมการไม่จ่ายค่าไฟ​ ถูกถอดมิเตอร์ทำน้ำประปาไม่ไหล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านกว่า 120 ครัวเรือน ร้องตรวจสอบกรรมการหมู่บ้านหลังเก็บเงินค่าไฟจากชาวบ้านแต่ไม่ยอมไปชำระ ทำให้ถูกถอดมิเตอร์ไฟที่ใช้สูบดึงน้ำใต้ดินทำระบบประปาหมู่บ้านใช้การไม่ได้​ เดือดร้อนไม่มีน้ำใช้ จากปกติน้ำก็ไหลน้อยไม่พอใช้อยู่แล้ว จนต้องซื้อน้ำกินน้ำใช้ วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.พ.63 - ชาวบ้านเสริมสุขพัฒนา หมู่ 20 ตำบลสะแกโพรง อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ได้ออกมารวมตัวกันที่บริเวณถังประปากลางหมู่บ้าน เพื่อเรียกร้องให้ตรวจสอบและช่วยเหลือ หลังจากน้ำประปาหมู่บ้านไม่ไหลมา 2 วันติดต่อกัน ทำให้ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านกว่า 120 ครัวเรือนเดือดร้อน ไม่มีน้ำอาบ หุงข้าว ทำกับข้าว ซักผ้าและล้างจาน สาเหตุเนื่องจากคณะกรรมการหมู่บ้านที่ทำหน้าที่ดูแลรับผิดชอบจัดเก็บค่าน้ำประปาจากชาวบ้าน ไม่ยอมนำเงินไปชำระค่าไฟ จนเจ้าหน้าที่การไฟฟ้ามาถอดมิเตอร์ไฟออก ทำให้ไม่มีไฟฟ้าใช้สำหรับสูบดึงน้ำใต้ดินมาทำระบบประปาหมู่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยกรรมการและผู้นำชุมชนไม่ได้แจ้งให้ชาวบ้านทราบว่าเกิดปัญหาหรือข้อขัดข้องอะไร ถึงไม่ได้นำเงินที่เก็บจากชาวบ้านผู้ใช้น้ำไปจ่ายค่าไฟจนทำให้ถูกถอดหม้อ แต่ขณะที่ชาวบ้านออกมาร้องเรียน จู่ๆก็มีเจ้าหน้าที่การไฟฟ้านำมิเตอร์มาติดให้คืนโดยไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เมื่อไปสอบถามเจ้าหน้าที่ที่นำมิเตอร์มาติดก็บอกว่า สาเหตุที่ถอดมิเตอร์ออกเนื่องจากมีการค้างชำระค่าไฟของเดือนมกราคม จำนวน 6,455 บาท จึงมาถอดมิเตอร์ออก แต่พอวันนี้ได้รับแจ้งว่ามีการชำระเงินเข้าระบบแล้ว จึงนำมิเตอร์มาติดตั้งให้คืนตามหน้าที่ ยิ่งทำให้ชาวบ้านงุนงงว่าเกิดอะไรขึ้นก็อยากให้กรรมการที่ดูแลรับผิดชอบออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภูเบศ สังฆระ และนายเสาร์ วงสุวรรณ ตัวแทนชาวบ้าน บอกว่า ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านกว่า 120 ครัวเรือนใช้น้ำจากประปาบาดาลแห่งนี้เพียงจุดเดียว ที่ผ่านมาก็ประสบปัญหาน้ำไหลบ้างไม่ไหลบ้างต้องอาศัยรองน้ำใส่โอ่งหรือภาชนะไว้ ส่วนน้ำกินก็ต้องซื้อเป็นประจำอยู่แล้ว &amp;nbsp;เพราะน้ำบาดาลไม่สามารถกินได้ แต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 ก.พ.ที่ผ่านมาก็มีเจ้าหน้าที่จากการไฟฟ้ามาถอดมิเตอร์ไฟที่ใช้สำหรับสูบดึงน้ำใต้ดินที่ใช้ทำประปาหมู่บ้านออก &amp;nbsp;เนื่องจากค้างชำระค่าไฟ&amp;nbsp;ก็สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านทั้งหมู่บ้านไม่มีน้ำใช้ ก็อยากให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเพราะสาเหตุอะไร กรรมการที่มีหน้าที่เก็บค่าน้ำจากชาวบ้านไปแล้วทำไมถึงไม่จ่ายค่าไปจนทำให้ถูกถอดมิเตอร์ ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้​ ยังอยากเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาสำรวจขุดเจาะบ่อบาดาลเพิ่มเติมด้วยเพราะประปาบาดาลที่มีอยู่เพียงบ่อเดียวไม่พอใช้ โดยเฉพาะหน้าแล้งน้ำไหลบ้างไม่ไหลบ้าง จนชาวบ้านต้องลงทุนควักเงินซื้อทั้งน้ำกินน้ำใช้ เดือดร้อนต่อเนื่องมาประมาณ 2 ปีแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายชอน ขันยา ผู้ใหญ่บ้านบ้านเสริมสุขพัฒนา บอกว่าปกติประปาหมู่บ้านจะมีคณะกรรมการหมู่บ้านดูแล มีกรรมการเป็นตัวแทนไปเก็บเงินค่าน้ำประปาจากชาวบ้านผู้ใช้น้ำตามหน่วยที่ใช้จริง แต่ละเดือนก็จะเก็บค่าน้ำได้ประมาณ 3,000 กว่าบาท แต่ต้องจ่ายค่าไฟให้กับการไฟฟ้าเดือนละประมาณกว่า 6,000 บาทก็ใช้เงินกองกลางของหมู่บ้านช่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ปัญหาถูกเจ้าหน้าที่ถอดมิเตอร์ไฟนั้น จากการสอบถามแล้วทราบว่าเป็นการจ่ายเงินผ่านระบบแอปพลิเคชัน จึงมีปัญหาเรื่องระบบ ยืนยันว่าไม่มีการทุจริตหรือนำเงินไปใช้อย่างอื่น ซึ่งล่าสุดก็ได้ดำเนินการชำระและเจ้าหน้าที่ก็มาติดตั้งมิเตอร์ให้เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตามเพื่อความโปร่งใสหลังจากนี้ก็จะนำข้อมูลการเก็บค่าน้ำค่าไฟไปติดไว้ที่ศาลากลางหมู่บ้านให้ชาวบ้านได้รับทราบ ส่วนกรณีที่น้ำประปาไหลบ้างไม่ไหลบ้าง ก็จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาสำรวจเพื่อหาแนวทางช่วยเหลือต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57557</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดบุรีรัมย์, ชาวบ้านร้องทุกข์, ชาวบ้านร้องเรียน, น้ำประปาไม่ไหล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200218/image_big_5e4bd28612bd6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
